• เสดพีร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 479
  • จำนวนผู้ชม : 655299
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
*~..._/|\_...~* + เสดพีร์ +
"เมื่อเกิดเหตุร้ายแรง ย่อมต้องการคนกล้าหาญ เมื่อเกิดข่าวตื่นเต้น ย่อมต้องการคนหนักแน่น เมื่อมีข้าวน้ำบริบูรณ์ ย่อมต้องการคนที่รัก เมื่อเกิดเรื่องราวลึกซึ้ง ย่อมต้องการบัณฑิต" :)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
วันจันทร์ ที่ 28 เมษายน 2551
Posted by เสดพีร์ , ผู้อ่าน : 1391 , 10:59:11 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


นชีวิตประจำวันบ่อยครั้งที่ได้ยินคำพูดว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนเป็นสิ่งสมมติ จึงไม่ควรให้ความสำคัญ หรือจริงจังกับอะไรมากนัก...ในทำนองนั้น จะไม่ถกเถียงว่าคำพูดนี้จริงหรือไม่ แต่ผมได้ความสว่างจากคำอธิบายของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ในหลายๆ ที่เกี่ยวกับประเด็นนี้ ท่านพูดเสมอว่าคนไทยนำความหมายของ “สมมติ” มาใช้ผิดเพี้ยนจากความหมายเดิม จึงทำให้โยงไปหาจุดมุ่งหมายเดิมไม่ถูก เหมือนศัพท์อื่นๆ อีกมากมาย ดังที่ท่านยกตัวอย่างศัพท์ที่ได้ยินบ่อยๆ เช่น

สังคายนา ความหมายเดิมคือ การสวดพร้อมกัน, การร้อยกรองพระธรรมวินัย, การประชุมตรวจชำระสอบทานและจัดหมวดหมู่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าวางลงเป็นแบบแผนอันหนึ่งอันเดียว แต่ทุกวันนี้เรามักนำมาใช้ในความหมายว่าชำระสะสาง ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนการสังคายนา ดังที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงชำระสะสางเดียรถีย์ที่ปลอมบวชในยุคพระพุทธศาสนารุ่งเรืองในชมพูทวีป แล้วเกิดการสังคายนาครั้งที่ ๓ ขึ้นมา

วาสนา เดิมหมายถึง อาการกายวาจา ที่เป็นลักษณะพิเศษของบุคคล ซึ่งเกิดจากกิเลสบางอย่าง และได้สั่งสมอบรมมาเป็นเวลานานจนเคยชินติดเป็นพื้นประจำตัว แม้จะละกิเลสนั้นได้แล้ว แต่ก็อาจจะละอาการกายวาจาที่เคยชินไม่ได้ เช่น คำพูดติดปาก อาการเดินเร็ว หรือเดินต้วมเตี้ยม เป็นต้น ท่านขยายความว่าวาสนา ที่เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี เป็นกลางๆ ไม่ดีไม่ชั่ว (อัพยากฤต) ก็มี ที่เป็นกุศลกับอัพยากฤตนั้น ไม่ต้องละ แต่ที่เป็นอกุศลซึ่งควรจะละนั้น แบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนที่จะเป็นเหตุให้เข้าถึงอบายกับส่วนที่เป็นเหตุให้เกิดอาการแสดงออกทางกายวาจาแปลกๆ ต่างๆ ส่วนแรก พระอรหันต์ทุกองค์ละได้ แต่ส่วนหลัง พระพุทธเจ้าเท่านั้นละได้ พระอรหันต์อื่นละไม่ได้ จึงมีคำกล่าวว่า พระพุทธเจ้าเท่านั้นละกิเลสทั้งหมดได้ พร้อมทั้งวาสนา แต่ในภาษาไทย วาสนามีความหมายเพี้ยนไป กลายเป็นอำนาจบุญเก่า หรือกุศลที่ทำให้ได้รับลาภยศ  จนกลายมาเป็นคำพังเพย แข่งเรือแข่งแพแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งไม่ได้

มาที่คำว่า “สมมติ” ความหมายเดิมคือ การร่วมกัน, การตกลงกัน, การมีมติร่วมกัน หรือยอมรับร่วมกัน, การที่สงฆ์ประชุมกันตกลงมอบหมาย หรือแต่งตั้งภิกษุให้ทำกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่ในเรื่องอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น สมมติภิกษุเป็นผู้ให้โอวาทภิกษุณี เป็นต้น แต่ในภาษาไทย ใช้ในความหมายว่ารู้สึกนึกเอาว่า, ถือเอาว่า, ต่างว่า ในพระพุทธศาสนา ท่านแยกความจริงออกเป็น ๒ ระดับ คือระดับความจริงแท้ๆ ที่มีสภาวะอยู่อย่างนั้น ไม่ขึ้นกับการรับรองการตกลง หรือมติของใครๆ ทั้งสิ้น ทางพระเรียกว่า ปรมัตถสัจจะ จริงโดยปรมัตถ์ คือ ความจริงโดยความหมายสูงสุด เช่น รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ  ตรงข้ามกับ สมมติสัจจะ จริงโดยสมมติ โดยความตกลงหมายรู้ร่วมกันของมนุษย์ เช่น นาย ก. นาง ข. ช้าง ม้า โต๊ะ หนังสือ พ่อ แม่ เพื่อน เป็นต้น ซึ่งเมื่อกล่าวตามสภาวะ หรือโดยปรมัตถ์แล้ว ก็เป็นเพียงนามรูป หรือขันธ์ ๕ เท่านั้น

เมื่อมนุษย์อยู่ร่วมกันเป็นคู่ เป็นครอบครัว เป็นสังคม เป็นประเทศ เป็นโลก เพื่อจะให้ความจริงสูงสุด นั้นสื่อความกันได้ หรือเพื่อความเป็นระเบียบของสังคม จึงสมมติตามความหมายเดิมสิ่งต่างๆ กันขึ้นมา เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน เช่น ในประเทศไทยสมมติให้เรียกสิ่งที่มีลักษณะแบบเราๆ ว่า “คน”, ในภาษาอังกฤษเรียกกันว่า “human”, ประเทศไทยสมมติให้ขับรถข้างซ้าย, ประเทศลาวให้ขับรถด้านขวา, บางครอบครัวกำหนดเวลากินอาหารเย็น เวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ฯลฯ

สาเหตุที่สมมติกันเพื่อให้เข้าใจตรงกัน ปฏิบัติกันสอดคล้องกัน ทางพระเรียกว่าพุทธบัญญัติ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงกำหนดเป็นกฎเกณฑ์เพื่อความสงบเรียบร้อยของหมู่คณะ (สงฆ์) ว่า “วินัย” ซึ่งเป็นระเบียบที่ทรงจัดสรร จัดตั้งสำหรับกำกับความประพฤติให้เป็นแบบแผนอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อกำกับพฤติกรรมของพระสาวกให้สอดคล้องกับธรรม ที่เป็นสภาวะธรรมชาติ จนสถาบันสงฆ์คงอยู่ยืนยาวผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึงปัจจุบันนับได้กว่า ๒,๕๐๐ ปีแล้ว ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเข้าถึงธรรม และมีพระญาณในการจัดตั้งวางระบบพระธรรมวินัย ต่างกันกับพระปัจเจกพุทธเจ้า ที่ตรัสรู้เฉพาะตัว มิได้สั่งสอนผู้อื่น

ถ้าเมื่อใดมนุษย์ปฏิบัติตามที่สมมติกัน ไม่สอดคล้องกับธรรมที่เป็นสภาวธรรม เมื่อนั้นมนุษย์ก็สวนกระแสธรรมชาติ หรือแปลกแยกจากธรรมชาติ สิ่งที่จะตามมาคือความเสื่อม ไร้ระเบียบ วุ่นวาย ไม่เอื้อต่อการพัฒนาชีวิต ลองนึกถึงสิ่งเหล่านี้ดู ถ้าบ้านเราไม่ตกลงกันว่าให้ขับรถด้านใดด้านหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นเช่นไร? ถ้าในสังคมหน่วยเล็กสุดระดับครอบครัวอยู่กันแบบไม่มีกฎเกณฑ์ หรือมีแต่ไม่ปฏิบัติตาม? หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในปัจจุบัน เมื่อทำผิดกฎแล้วไม่ยอมรับโทษ แต่พาลไปโทษกฎและที่มาว่าไม่ชอบธรรม? กล่าวลึกลงไปอีก เมื่อกฎเกณฑ์ใหม่พยายามอุดช่องโหว่และต่อยอดกฎเกณฑ์เดิมที่เปิดช่องให้คนเฉโกบิดเบี้ยว บิดเบือนได้ ถือว่าเป็นการพยายามกำหนดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะไหลลงต่ำ ใช่หรือไม่?

เมื่อกล่าวถึงความพยายามเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์สมมติสูงสุดของชาตินั้น นอกจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงสิ่งที่กล่าวมาแล้ว ยังควรต้องใคร่ครวญถึงหลักอปริหานิยธรรม ธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม เป็นไปเพื่อความเจริญฝ่ายเดียว สำหรับหมู่ชนหรือผู้บริหารบ้านเมือง ดังที่พระพรหมคุณาภรณ์อธิบายไว้ในพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ว่าอปริหานิยธรรม ๗ ประการนี้ พระพุทธเจ้าแสดงแก่เจ้าวัชชีทั้งหลายผู้ปกครองรัฐโดยระบอบสามัคคีธรรม (Republic) ซึ่งรัฐคู่อริยอมรับว่าเมื่อชาววัชชียังปฏิบัติตามหลักธรรมนี้ จะเอาชนะด้วยการรบไม่ได้ นอกจากจะใช้การเกลี้ยกล่อมหรือยุแยกให้แตกสามัคคี หลักธรรมที่เป็นไปเพื่อความเจริญฝ่ายเดียว ประกอบด้วย

๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์

๒. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำกิจที่พึงทำ ข้อนี้แปลอีกอย่างหนึ่งว่าพร้อมเพรียงกันลุกขึ้นป้องกันบ้านเมือง พร้อมเพรียงกันทำกิจทั้งหลาย

๓. ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ (อันขัดต่อหลักการเดิม) ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว้ (ตามหลักการเดิม) ถือปฏิบัติมั่นตามวัชชีธรรม (หลักการ) ตามที่วางไว้เดิม

๔. ท่านเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่ในชนชาววัชชี เคารพนับถือท่านเหล่านั้น เห็นถ้อยคำของท่านว่าเป็นสิ่งอันควรรับฟัง

๕.บรรดากุลสตรีกุลกุมารีทั้งหลาย ให้อยู่ดีโดยมิถูกข่มเหง หรือฉุดคร่าขืนใจ

๖. เคารพสักการะบูชาเจดีย์ (ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุ ตลอดถึงอนุสาวรีย์ต่างๆ) ของวัชชี (ประจำชาติ) ทั้งหลาย ทั้งภายในและภายนอก ไม่ปล่อยให้ธรรมิกพลีที่เคยให้เคยทำแก่เจดีย์เหล่านั้นเสื่อมทรามไป

๗. จัดให้ความอารักขา คุ้มครอง ป้องกัน อันชอบธรรม แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย (ในที่นี้กินความกว้าง หมายถึงบรรพชิตผู้ดำรงธรรมเป็นหลักใจของประชาชนทั่วไป) ตั้งใจว่า ขอพระอรหันต์ทั้งหลายที่ยังมิได้มา พึงมาสู่แว่นแคว้น ที่มาแล้วพึงอยู่ในแว่นแคว้นโดยผาสุก

นอกจากนี้แล้ว ท่านทั้งหลายที่กำลังดำเนินการอยู่ควรสำเหนียกถึงพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงสละราชสมบัติ เพราะไม่สามารถช่วยเหลือและคุ้มครองราษฎรให้ได้รับสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญได้ “ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่เดิม ให้แก่ราษฎรทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจโดยสิทธิ์ขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของราษฎร...”

รวมถึงถามความรู้สึกตัวเองว่าเบื้องลึกในใจของท่านเอง (ไม่ใช่สิ่งที่พูดต่อสื่อมวลชน ซึ่งมักจะคนละเรื่องหรือตรงกันข้ามกับความในใจ!) ว่าการกระทำต่างๆ มีจุดมุ่งหมาย “เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ตามจุดมุ่งหมายแห่งการปกครองในพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันหรือไม่? การสมมติของท่านสอดคล้องกับธรรมหรือไม่? พฤติกรรมต่างๆ เป็นการสั่งสมเพิ่มพูนเหตุปัจจัยแห่งความเจริญ หรือความเสื่อมให้แก่สังคมไทย?

ถึงที่สุดแล้ว กฎเกณฑ์ทางสังคมใดที่จัดตั้งวางระบบขึ้นมาถ้าไม่สอดคล้องกับธรรมชาติ ไม่สอดคล้องกับเหตุปัจจัย ไม่มุ่งหมายและไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องดีงามเป็นหลัก แต่เป็นไปเพื่อสนองความอยากได้ อยากใหญ่ และใจแคบ ของผู้กำหนด กฎเกณฑ์นั้นก็จะทำให้มนุษย์รู้สึกเลื่อนลอยจากความเป็นจริง ไม่เป็นไปเพื่อความสงบสุข และหาความยั่งยืนไม่ได้

ผู้สนใจใคร่ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เชิญฟังคำบรรยาย โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) เรื่อง “สมมติ สื่อนำสังคมเข้าสู่ธรรม” ใน CD ธรรมบรรยาย ชุด "ธรรมะ สู่การเมือง" ได้ที่ http://www.watnyanaves.net/sounds/policy.htm







อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
cozy วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 02.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

โอ้ เยี่ยมเลยครับผม

ชอบมากๆฮะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ธมลวรรณ วันที่ : 21/05/2008 เวลา : 20.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tamonwan


ท่านเจ้าคุณคือปราชญ์ด้านพระพุทธศาสนาแท้จริง
อ๊อดเคยได้ผ่านตาเรื่องการใช้คำว่า วาสนา ผิดเพี้ยนไป
แต่มาวันนี้ได้ทราบความหมายที่แท้จริงของอีกหลายคำเลยค่ะ
เอ...คุณเชาว์หายไปอีกเหรอเปล่านะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เสดพีร์ วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 13.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ ในใจ._/|\_.

ตอบความคิดเห็นที่ 7 -

ข้อสงสัยที่ถามไว้ที่มีแทรกอยู่ในเรื่องเกี่ยวกับท่องเที่ยวหลายๆ เรื่อง ลองคลิ๊กเลือกหมวดหมู่ "เดินทางท่องเที่ยว (travelogue)" ทางซ้ายมือ เช่น เรื่องนี้เขียนถึงหลวงพระบางแต่ไถลไปออกเนปาล http://www.oknation.net/blog/chao/2007/03/16/entry-2
แต่เรื่องนี้นี้เขียนถึงเมืองทางใต้ของอินเดีย ย้อนไปพูดถึงประสบการณ์ในอดีต
http://www.oknation.net/blog/chao/2007/03/28/entry-4

ลองเปิดดูได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปราณชลี วันที่ : 20/05/2008 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ฟัง 'ธรรม' เยอะแล้ว เมื่อไหร่จะเล่าเรื่อง 'อินเดีย' ที่ท่านไปผจญเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเยอะแยะบ้างครับ.

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 05.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

นกม. ก็...นักการเมือง

ปากพูดอีกอย่าง สมองคิดอีกอย่าง


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
KonLangKow วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlangkow
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะBy..Yai_Nid


สวัสดีค่ะ...ตามมาส่ง 1 จาน
............คงช่วยคลายเครียดกันได้บ้างนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

นกม. แต่ละท่าน

.............ปากพูด เพื่อประชา
..................................สมองคิด เพื่อพวกพ้อง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 14.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guide007
ฉันถอดเสื้อสีแล้ว!!!! คุยกับฉันได้ไหมเพื่อนมนุษย์!!!!

ยังสบายดีอยู่นะครับท่าน
ธรรมะเป็นสิ่งที่ต้องค่อยๆ เรียนรู้กันไป
นิดหน่อยก็ยังดีกว่าไม่ทำเอาซะเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
paedophile วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 13.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น

จ้า


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chompoopookha วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

เครียดจัง...
แวะมาทักทายค่ะ...ไม่เจอกันซะนานเลย...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

....SaNd...FaNtAsY.....

"ลายริ้วบนผิวทราย สื่อความหมายแทนภาษา มือไหวแทนใจพา นาฏลีลาน่าภิรมย์" คือกลอนที่ "นิดนรี" บรรยายถึง "SaNd FantAsY" โดย Illana Yahav - ศิลปิน sand animation ชาวอิสราเอล ดนตรีของ Yanni

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]


เชิญผู้มาเยือนจัดลำดับความถูกใจของท่านด้วยครับ
เดินทางท่องเที่ยว (Travelogue)
19 คน
ต้นไม้ สายลม แสงแดด
14 คน
สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว
18 คน
ปูชนียบุคคล
8 คน

  โหวต 59 คน