• เสดพีร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 489
  • จำนวนผู้ชม : 673527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
*~..._/|\_...~* + เสดพีร์ ภูษิต+
"เมื่อเกิดเหตุร้ายแรง ย่อมต้องการคนกล้าหาญ เมื่อเกิดข่าวตื่นเต้น ย่อมต้องการคนหนักแน่น เมื่อมีข้าวน้ำบริบูรณ์ ย่อมต้องการคนที่รัก เมื่อเกิดเรื่องราวลึกซึ้ง ย่อมต้องการบัณฑิต" :)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2563
Posted by เสดพีร์ , ผู้อ่าน : 432 , 21:07:58 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Chaoying โหวตเรื่องนี้

 

 



จาก “Lockdown 21 วันของอินเดีย” ถึง “14 วันอันตรายในไทย” :

บางแง่มุมของไทย - เทศ ในห้วงยามแห่งความมีหัวอกเดียวกัน

 

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 

1. อินเดียเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ประชากร 1,376,381,596 คน (มีนาคม 2563) คาดการณ์ว่าภายในปี 2567 ตัวเลขประชากรอินเดียจะแซงหน้าประชากรประเทศจีน (ปีนี้ จีนมีประชากร 1,439,323,776 คน) ขึ้นไปเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก! (https://bit.ly/39lmhjt)

 

2. ปกติตำรวจชั้นประทวนในอินเดียไม่ได้พกพาอาวุธปืน อาวุธประจำกายคือไม้เรียว ส่วนมากจะเป็นไม้หวายหรือไม้ท่อนแข็งๆ อย่างไรก็ตาม สังเกตเห็นได้ชัดว่าแม้จะไม่ได้พกอาวุธปืน ในสายตาชาวบ้านตำรวจคงความศักดิ์สิทธิ์ ความเกรงกลัว ความเคารพ และเชื่อฟังมาก (ดูตัวอย่างในคลิปของสำนักข่าว RT ของรัสเซีย https://bit.ly/2WKl1Uj)

 

3. ในอินเดียผู้คนจะนั่งดื่มสุราตามข้างถนน นอกบ้าน หรือร้านอาหารทั่วไปไม่ได้ จะทำได้เฉพาะในบ้านเรือน หรือภายในร้านที่อนุญาตเท่านั้น และร้านที่อนุญาตให้จำหน่ายหรือดื่มเหล้าต้องเขียนไว้หน้าร้านว่า “Permit Room” เท่านั้น ร้านขายเหล้าหรือนั่งดื่มริมข้างถนนจึงไม่ได้มีอยู่ทั่วไปทุกหัวถนนเหมือนเช่นร้านข้าวต้มในบ้านเรา

ส่วนร้านขายอาหารทั่วไป มีเวลาเปิดปิดตามแต่กฎระเบียบของแต่ละรัฐ แต่เมื่อถึงเวลาปิดก็ต้องปิดจริง

 

4. ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2563 มีคนไทยตั้งข้อสังเกตว่าประเทศอินเดียมีคนเป็นติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) น้อยมากทั้งที่จำนวนประชากรตามหลังจีนไม่มากนัก ก็เลยตั้งข้อสังเกตสิ่งที่น่าจะเป็นเหตุให้คนติดเชื้อน้อยมา 10 ข้อ เช่น ระบบวรรณะ อาหาร อากาศ ฯลฯ (อ่านได้ที่ https://bit.ly/2QOMb93)

หลังจากอ่านแล้ว ส่วนตัวคิดว่าการสรุปเช่นว่านั้นน่าจะเป็นการมองแบบรีบด่วนสรุปเกินไป เนื่องจากระยะนั้นไวรัสโคโรนา (COVID-19) ยังไม่แพร่ไปอินเดียมากนัก (เวลาให้หลังไม่นาน ณ ช่วงที่กำลังเขียนบทความนี้ ปลายเดือนเมษายน 2563 ก็ได้คำตอบว่าข้อสังเกตข้างต้นนั้นเป็นการด่วนสรุปโดยแท้)

 

5. ด้วยจำนวนประชากรที่กำลังจะพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับมากที่สุดในโลกอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทำให้ผู้คนอินเดียอยู่อาศัยกันหนาแน่น (ลองนึกภาพคนเดินริมถนนในเมืองอยู่เป็นปกติ เหมือนกับตอนมีงานวัดในบ้านเรา!)

ประกอบกับผู้คนยังกินหมากกันเป็นการทั่วไป ร้านขายบุหรี่ก็มีหมากพร้อมเคี้ยว (Pan Shop – ร้านขายหมากพลู “ปาน” แปลว่าพลู) ขายคู่กัน จึงไม่แปลกที่ตามถนนหนทาง ทางรถไฟ อาคารสถานที่ราชการ ฯลฯ จะเห็นน้ำหมากแดงพ่นติดอยู่

นอกจากนั้นระบบสาธารณสุขในชนบทอินเดียก็ยังไม่เพียงพอกับประชากร และต้องการงบพัฒนาอีกมาก

สำหรับเรื่องฝุ่นควันที่กรุงเทพฯ เพิ่งจะประสบในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้ ในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศ (อินเดียปกครองด้วยระบบสาธารณรัฐ แต่ละรัฐก็มีเมืองหลวงของรัฐอีกต่างหาก) มีปัญหาเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อ 20 กว่าปีก่อนแล้ว จนทุกวันนี้ก็ยังคงอยู่

จำได้ว่าตอนนั้นได้แต่อ่านจากหนังสือพิมพ์ของอินเดียเรื่องฝุ่นควันในเมืองอาครา (Agra) ทำให้หินอ่อนที่ตาชมหัล (Taj Mahal) อนุสรณ์สถานแห่งความรักต้องหม่นหมอง

ผู้เขียนเพิ่งจะมาประจักษ์แจ้งเรื่องพิษสงของฝุ่นควันเมื่อมาเจอด้วยตัวเองในกรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ฯ เมื่อเร็วๆ นี้นี่เอง

 

6. แค่ด้วยเหตุ 2-3 ข้อข้างต้น หากเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ตีเข้าไปถึงอินเดียได้สักเมือง กองทัพเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) จะรุกรานและระบาดไปในอนุทวีปอินเดียได้รวดเร็วและกว้างไกลขนาดไหน?!?

ลองจินตนาการดูได้!!!

 

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

7. ด้วยเหตุปัจจัยข้างต้น ครั้นมีจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในอินเดียมากขึ้น นายกรัฐมนตรีอินเดียประกาศปิดประเทศทั่วทั้งประเทศ (Nationwide Lockdown) 21 วัน (24 มีนาคม – 14 เมษายน 2563) และพูดออกสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศสรุปเป็นความได้ว่า


“ถ้าหยุดอยู่บ้าน 21 วันนี้ไม่ได้ ประเทศชาติจะถอยหลังไปอีก 21 ปี และไม่มีหนทางอย่างอื่นนอกจากวิธีนี้ที่จะสู้กับไวรัสนี้ได้” (If you can’t handle these 21 days, this country and your family will go back 21 years. The only option is social distancing, to remain away from each other. There is no way out to escape from coronavirus besides this.”) (ติดตามนายกรัฐมนตรีอินเดียได้ที่เพจ “Narendra Modi” https://bit.ly/3bv9KLT)


พอถึงวันที่ 14 เมษายน นายกฯ อินเดียก็ประกาศขยายระยะเวลาปิดประเทศทั่วทั้งประเทศออกไปจนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม 2563

 

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 

8. ที่ประเทศไทย ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2563 นายแพทย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ออกมากระทุ้งสติชาวไทยด้วยคำพูดแรงๆ

“เราจะเลือกอะไร? คนไทยนี่แหละเป็นผู้เลือก ทุกคนนี่แหละเป็นผู้เลือก เราจะเลือกแบบที่ต้องการวันที่ 15 เมษายน มี 350,000 คน หรือต้องการเหลือแค่ 24,000 คน...”

พร้อมกับชูใจความสำคัญ (Message) ในการรณรงค์
“โรคติดต่อ จะไม่ติดต่อ ถ้าคนไม่ติดต่อกัน”

หลังจากนั้น รัฐบาลก็ออกมาตรการต่างๆ เป็นต้นว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม - 30 เมษายน 2563 (พอถึงวันที่ 28 เมษายน 2563 นายกรัฐมนตรีก็ประกาศขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไป ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 31 พฤษภาคม 2563) ตามด้วยประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน (Curfew) ระหว่างเวลา 22.00 – 4.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563

ข้อมูลสถิติตัวเลขจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด–19 (ศบค.) บ่งชี้ว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐออกมากำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ช่วยลดจำนวนคนติดเชื้อ อย่างไรก็ตามตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ยังไว้วางใจไม่ได้เด็ดขาด!

 

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 

9. ก่อนจบก็หวังว่าในสงครามโรคครั้งนี้ ทั้งไทยและอินเดียต่างก็มียุทธวิธีในการปกป้องบ้านเมืองจากโรคร้ายไวรัสโคโรนา (COVID-19) และเอาชนะได้ในเวลาอีกไม่นาน

“ประเทศไทยต้องชนะ”

“Jai Hind!” (Victory to India)

 

10. สุดท้ายนี้ มีเรื่องที่ค้างคาใจเรื่องหนึ่ง...

ชายสัญชาติไทยผู้หนึ่งเคยป่าวประกาศต่อชาวโลกด้วยการโพสต์ลงใน Facebook เมื่อปี 2560 ว่า

“กลับจากฝรั่งเศสได้ไม่นาน ผมอยากกลับไปฝรั่งเศสอีกแล้ว หรือขอไปอยู่ที่อื่นก็ได้ เดนมาร์กก็ได้ สิงคโปร์ก็ได้ ภริยาผมบอกว่า เธอไม่อยากอยู่ประเทศนี้แล้วจริงๆ เมื่อก่อน เธอไม่ค่อยพูดแบบนี้ พึ่งมาปีนี้นี่แหละ ที่ผมได้ยินบ่อยๆ
ผมเอง ก็ไม่ค่อยอยากจะอยู่เท่าไหร่
และถ้าผมมีลูก ผมไม่มีวันให้ลูกผมเรียนและเติบโตที่นี่แน่นอน...” https://bit.ly/39mhIp9)

ในฐานะที่เคยได้เรียนกับชายสัญชาติไทยผู้นี้ในวิชากฎหมายมหาชน กฎหมายรัฐธรรมนูญ ช่วงที่ไปแสวงหาความรู้เพิ่มเติมภาคบัณฑิต วิชานิติศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยากจะถามซ้ำอีกสักครั้งว่ายังยืนยันคำพูดตัวเองรึไม่?

ถ้าหากสำนึกได้ว่าครั้งนั้นพูดไปเพราะพลั้งเผลอ หรือประมาทพลาดพลั้ง หรือจะประชดประชันเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่ทำให้ภรรยาสัญชาติฝรั่งเศสของตัวเองต้องรอคิวประทับตราเข้าเมืองนาน หรือเหตุผลอื่นใดก็ตาม

ก็ขอให้ประกาศถอนคำพูดเสีย ไม่ต้องถึงขนาดต้องไปเตรียมพานดอกไม้ธูปเทียนไปขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใดดอก ก็ขอให้ใช้ทางช่องทางเดิมที่ป่าวประกาศครั้งแรกนั่นแหละ

มิฉะนั้นแล้ว คำพูดข้างต้นนั้น จะตามหลอนชายสัญชาติไทยผู้นี้ไปชั่วชีวิต!!!!


 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 เสดพีร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 02/05/2020 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เห็นคลิปที่ส่งกันมาในไลน์ ที่ตำรวจอินเดียตีโบยคนที่ไม่ทำตามกฎระเบียบที่ให้อยู่บ้าน หยุดเชื้อ..แล้ว เห็นว่า ดีจัง ที่ตำรวจเข้มแข็งเอาจริง อยากให้เมืองไทยทำแบบนั้นมั่งจังเลย มีแต่คนไทยขี้โวยรักสนุก สุขรักสะดวกสบายเสียจนเคยตัว ขี้บ่น ขี้โวย ไม่อดทน..โควิดจัดหนักไปเลย
..ฮาๆ หนุ่มคนที่ว่า..พออ้าปาก ก็รู้เลยว่า ใคร ฮาๆ ยิ่งมีเมียฝรั่งเศส เศษฝรั่ง อีก..อยากไปพากันไปอยู่ฝรั่งเศสทั้งครอบครัวไปเล้ย ไป๊..ฮาๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

....SaNd...FaNtAsY.....

"ลายริ้วบนผิวทราย สื่อความหมายแทนภาษา มือไหวแทนใจพา นาฏลีลาน่าภิรมย์" คือกลอนที่ "นิดนรี" บรรยายถึง "SaNd FantAsY" โดย Illana Yahav - ศิลปิน sand animation ชาวอิสราเอล ดนตรีของ Yanni

View All
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


เชิญผู้มาเยือนจัดลำดับความถูกใจของท่านด้วยครับ
เดินทางท่องเที่ยว (Travelogue)
19 คน
ต้นไม้ สายลม แสงแดด
14 คน
สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว
18 คน
ปูชนียบุคคล
8 คน

  โหวต 59 คน