• เสดพีร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 495
  • จำนวนผู้ชม : 690296
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
*~..._/|\_...~* + เสดพีร์ ภูษิต+
"เมื่อเกิดเหตุร้ายแรง ย่อมต้องการคนกล้าหาญ เมื่อเกิดข่าวตื่นเต้น ย่อมต้องการคนหนักแน่น เมื่อมีข้าวน้ำบริบูรณ์ ย่อมต้องการคนที่รัก เมื่อเกิดเรื่องราวลึกซึ้ง ย่อมต้องการบัณฑิต" :)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม 2563
Posted by เสดพีร์ , ผู้อ่าน : 205 , 18:29:05 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


าก “จตุคามรามเทพ” ถึง “ไอ้ไข่”

ย้อนอดีตไปช่วงปี 2548-2550 คงยังจำปรากฏการณ์ “จตุคามรามเทพ” กันได้ ในช่วงนั้น ทั้งวัด พระภิกษุ ผู้ว่าราชการจังหวัด สมาคม มูลนิธิ องค์กรเอกชน ฯลฯ สร้างและจำหน่ายจตุคามรามเทพ เหมือนกับสินค้าสะดวกซื้อ มีโฆษณาสรรพคุณทางหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆ เป็นต้นว่า “ดวงชะตาไม่ดี หน้าที่การงานไม่ก้าวหน้า ทำการค้าไม่ก้าวไกล ทำอะไรก็ขาดทุน สมควรอย่างยิ่งที่จะมีไว้บูชา” “มหาโชค มหาลาภ มหาเสน่ห์ โคตรเศรษฐี แคล้วคลาด ค้าขาย ร่ำรวย” ฯลฯ ท้าวจตุคามรามเทพตกเป็นเครื่องมือเพื่อการพาณิชย์ ผลิตท่านมาขาย (ในนามของ “การบูชา”) กันเสมือนหนึ่งสินค้า ผลิตออกมานับจำนวนรุ่นไม่ถ้วน

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

พอกระแสจตุคามรามเทพเหือดหาย นิตยสารสารคดีไปสอบถามเจ้าของแผงายสิ่งที่เรียกกันว่า “วัตถุมงคล” หน้าวัดพระมหาธาตุ นครศรีธรรมราช รายหนึ่ง ได้คำตอบว่า “ตอนนี้จตุคามฯ เงียบเลย แทบไม่มีคนเข้าร้าน ที่พอปล่อยได้คือจตุคามฯ แบบองค์บูชา (รูปหล่อโลหะ) แต่ราคาตกมาก อย่างสมัยก่อนขนาด 5 นิ้วราคาจอง 5,000 บาท เดี๋ยวนี้เหลือพันกว่าบาท แต่จตุคามฯ แบบแว่น (เหรียญกลม) ปล่อยไม่ออกเลย ขนาดให้ฟรียังไม่มีคนเอา ร้านเรามีเหลือเป็นโกดังเลย” (นิตยสารสารคดี ฉบับมีนาคม 2553 ดูย้อนหลังได้ที่ https://bit.ly/2I4YYm1)

ครั้งนั้นผู้เขียนเขียนไว้ในบทความ “ปรากฏการณ์คลั่งเทพ (จนเมินธรรม)” ว่า “ตามธรรมชาติแล้วผมเชื่อว่ากระแสท้าวจตุคามรามเทพมาแล้วก็ไป แล้วก็มีค่ายอื่นๆ สำนักอื่นๆ มาทดแทนอีก เหมือนคลื่นที่ซัดสาดชายฝั่งลูกแล้วลูกเล่า แต่พวกเราก็ยังวิ่งไล่ตามกันต่อไป ทั้งที่ลัทธิหวังลาภลอยคอยผลดลบันดาลมีมาพร้อมกับศาสนาพราหมณ์ก่อนยุคพุทธกาลเสียอีก”

 

จากปี 2550 เวลาผ่านไป 10 กว่าปี หลังจากกระแสจตุคามเงียบหายไป มีกระแสแผ่วๆ ของชูชกบ้าง พระคเณศบ้าง พญานาคบ้าง แต่ก็ไม่แรงเท่ากระแสจตุคามรามเทพ

ปี 2563 ปรากฏการณ์ระดับเดียวกันกับกระแสจตุคาม คือกระแสบูชา “ไอ้ไข่” ก็เกิดขึ้นอีก น่าสังเกตว่าทั้ง 2 กรณีเกิดขึ้นในจังหวัดเดียวกันคือ จังหวัดนครศรีธรรมราช! และเป็นที่น่าสังเกตว่าทั้งสองปรากฏการณ์ส่งผลให้ห้องพักโรงแรมถูกจองเต็มหมด ร้านอาหารมียอดลูกค้าเพิ่มขึ้น สายการบินต้องเพิ่มเที่ยวบิน “กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-นครศรีธรรมราช” (ดูรายงานข่าว https://bit.ly/3n05AlI)

ความเป็นมาของ “ไอ้ไข่” คือใคร เป็นมาอย่างไร ในที่นี่จะไม่ขอกล่าวถึง เนื่องจากมีสื่อรายงานกันมากแล้ว แต่จะขอนำท่าทีพึงปฏิบัติของชาวพุทธต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมาทบทวนกันอีกในท้ายบทความนี้

 

คนไทยและอุปนิสัยรอผลดลบันดาล

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าน่าจะบ่งบอกถึงอุปนิสัยของสมาชิกในสังคมนี้ว่า สมาชิกในสังคมไทยอาจจะมุ่งแต่เสพเสวยผล แต่ขาดแคลนความคิดในการลงมือสร้างสรรค์ความสำเร็จ มากด้วยความอยากเพื่อบำรุงบำเรอผลประโยชน์ตน ความมุ่งแต่จะเสพ หรือรอการดลบันดาล ผสมด้วยตื่นกระแสต่างๆ ได้ง่าย ความหนักแน่นเจือจาง และอ่อนด้อยการใช้ปัญญาพิจารณา

อุปนิสัยข้อนี้น่าจะเป็นที่มาของการหวังพึ่งลาภลอย นอนคอยโชค หวังพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ รอผลสำเร็จที่คนอื่นทำให้ แต่ไม่ลงมือทำให้สำเร็จด้วยความเพียรพยายามของตน รอคอยความช่วยเหลือจากนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจ แต่ไม่ลงมือทำเองก่อน และเมื่อมองลึกลงไป อุปนิสัยเหล่านี้น่าจะเป็นปัจจัยผลักดันทางอ้อมให้เกิดความเฟื่องฟูเครื่องรางของขลังต่างๆ ในสังคมไทย ใช้เป็นอุปกรณ์ในการอ้อนวอนขอ และหวังพึ่งพิงความช่วยเหลือจากผู้อื่น

หากจะให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม เห็นทีต้องพลิกกลับปรับแก้ให้สมาชิกในสังคมหวังผลจากการกระทำ และลงมือทำด้วยความพยายาม ไม่หวังผลจากการอ้อนวอนผู้อื่น กระตุ้นความใฝ่เรียนรู้ ใฝ่ทำ ใฝ่สร้างสรรค์ เลิกคิดแต่จะได้จะเอามากกว่าจะให้

แม้จะมีคำกล่าวว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ แต่พระพุทธศาสนามองว่ามนุษย์ต้องฝึกฝนพัฒนาจึงจะประเสริฐ หาได้ประเสริฐอย่างเลื่อนลอยเพียงเพราะเกิดมาเป็นมนุษย์ไม่ หลักการฝึกฝนพัฒนามนุษย์ในพระพุทธศาสนา คือหลักไตรสิกขา เป็นหลักการพัฒนามนุษย์ให้ครบถ้วนสมบูรณ์รอบด้าน คือพัฒนาครบทั้งพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา

การพัฒนาปัญญาของพลเมืองผู้เป็นสมาชิกของประเทศไทย เป็นการพัฒนาคุณภาพมนุษย์ และการพัฒนามนุษย์ที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาปัญญา สอดรับกับพุทธพจน์ที่ว่า “ความเจริญด้วยญาติ…โภคทรัพย์…ยศเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความเจริญด้วยปัญญายอดเยี่ยมกว่าความเจริญทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราทั้งหลายจักเจริญด้วยความเจริญทางปัญญา’ เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล”

ถ่ายมาจากตลาดแห่งหนึ่ง

ท่าทีชี้ทางสว่าง

ไม่ว่าจะเกิดคลื่นแห่งปรากฏการณ์ของสิ่งที่เรียกกันว่า “วัตถุมงคล” ถาโถมเข้าหาสังคมลูกแล้วลูกเล่า สิ่งที่ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์ล่าสุดนี้คือ แทนที่เราจะเดินตามรอยคำพูด “ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่” อย่างที่คนในสังคมมักจะทำกัน ซึ่งคติดังกล่าวน่าจะปิดกั้นความก้าวหน้าทางปัญญา ปิดกั้นการแสวงหาความรู้จากปรากฏการณ์

ลองหันมายึดถือคติที่ทำให้เกิดการแสวงหาปัญญา ทำให้ก้าวหน้าต่อไปและเป็นสมาชิกของสังคมที่เจริญงอกงามได้ คตินั้นคือ คติที่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) เน้นย้ำและชี้แนะแนวทางปฏิบัติต่อสิ่งเหนือสามัญวิสัยไว้ คือคติที่ว่า “ถึงแม้ไม่เชื่อก็ไม่ได้ลบหลู่ แต้ต้องรู้และทำความเข้าใจให้ชัดแจ้ง” ท่านเน้นย้ำไว้ในหลายที่ เช่น ในหนังสือพุทธธรรม บทที่ 20 เรื่องเหนือสามัญวิสัย: ปาฏิหาริย์ – เทวดา (https://bit.ly/342x16Y) ในธรรมบรรยายเรื่อง “ไม่ลบหลู่ แต่ต้องรู้ เข้าใจ และทำให้ถูก” (ใน CD ธรรมบรรยายชุด “พอรู้ทาง ก็สุขแท้” https://bit.ly/30mj8y6) ฯลฯ

ท่านชี้แนวทางไว้ว่า ท่าทีของพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ไม่ได้ปฏิเสธอิทธิปาฏิหาริย์ ความมีอยู่ของเทพ หรือเทวดา รวมถึงพระพุทธศาสนาก็ไม่สนใจกับคำถามว่าสิ่งเหล่านี้มีจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่พระพุทธศาสนาสนใจ ก็คือมนุษย์ควรวางท่าทีและมีวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องต่อสิ่งเหล่านี้อย่างไร

การมัวหวังพึ่งผลสำเร็จ หรือโชคลาภจากการอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากอำนาจดลบันดาลขัดกับหลักความไม่ประมาท และไม่ถูกต้องตามหลักของพระพุทธศาสนา ที่สอนให้มนุษย์หวังผลสำเร็จจากการลงมือทำด้วยความเพียรพยายามตามเหตุและผล เพราะการหวังผลดลบันดาลจากอำนาจภายนอกที่มองไม่เห็น อาจทำให้กลายเป็นคนเฉื่อยชา งอมืองอเท้า ขาดความเพียรพยายาม ไม่เร่งรีบสิ่งที่ควรทำ ไม่เร่งงดเว้นสิ่งที่ควรงดเว้น ปล่อยให้ศักยภาพของตนสูญเปล่า

ส่วนท่าทีต่อเทพนั้น ท่านกล่าวว่าคนเราพึงกระทำกิจหน้าที่ด้วยความเพียรพยายามเต็มความสามารถไปตามเหตุผล ถ้ายังห่วงการช่วยเหลือของเทพก็พึงวางจิตไว้ว่าถ้าความดีของเราเพียงพอ และเทพที่ดีงามมีน้ำใจสุจริตมีอยู่ ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเทพเหล่านั้นท่านจะพิจารณาตัดสินใจเอง ส่วนตัวเราเองต้องตั้งจิตมั่นเพียรพยายามทำกิจของตนไปจนสุดกำลังสติปัญญาและความสามารถ

ท่านสรุปไว้ตอนท้ายบทว่า “การมัวเพลินหวังผลจากฤทธานุภาพและเทวานุภาพดลบันดาล ก็คือการตกอยู่ในความประมาท ละเลยปล่อยให้ศักยภาพของตนสูญไปเสียเปล่า และจะไม่รู้จักเติบโตในอริยมรรคา ส่วนผู้ใดไม่ประมาท ไม่รีรอ เร่งฝึกตนไม่หยุดยั้ง ผู้นั้นแหละจะได้ทั้งอิทธิฤทธิ์และเทวฤทธิ์ และจะบรรลุสิ่งเลิศล้ำที่ทั้งฤทธานุภาพและเทวานุภาพไม่อาจอำนวยให้ได้”


 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 เสดพีร์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 01/11/2020 เวลา : 06.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

วัตถุมงคล กับคนไทย เป็นของคู่กัน มาแต่ไหนแต่ไร พอจะทำนายถึงอุปนิสัย ความเชื่อ ของคนไทยได้ดี
ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านที่เคร่งครัดศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา อย่างพม่า..เค้าไม่มีวัตถุมงคล เลย น่าสนใจไหมหละ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

....SaNd...FaNtAsY.....

"ลายริ้วบนผิวทราย สื่อความหมายแทนภาษา มือไหวแทนใจพา นาฏลีลาน่าภิรมย์" คือกลอนที่ "นิดนรี" บรรยายถึง "SaNd FantAsY" โดย Illana Yahav - ศิลปิน sand animation ชาวอิสราเอล ดนตรีของ Yanni

View All
<< ตุลาคม 2020 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


เชิญผู้มาเยือนจัดลำดับความถูกใจของท่านด้วยครับ
เดินทางท่องเที่ยว (Travelogue)
19 คน
ต้นไม้ สายลม แสงแดด
14 คน
สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว
18 คน
ปูชนียบุคคล
8 คน

  โหวต 59 คน