• เสดพีร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 504
  • จำนวนผู้ชม : 740241
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
*~..._/|\_...~* + เสดพีร์ ภูษิต+
"เมื่อเกิดเหตุร้ายแรง ย่อมต้องการคนกล้าหาญ เมื่อเกิดข่าวตื่นเต้น ย่อมต้องการคนหนักแน่น เมื่อมีข้าวน้ำบริบูรณ์ ย่อมต้องการคนที่รัก เมื่อเกิดเรื่องราวลึกซึ้ง ย่อมต้องการบัณฑิต" :)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
วันอังคาร ที่ 27 กรกฎาคม 2564
Posted by เสดพีร์ , ผู้อ่าน : 399 , 14:07:58 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


สังคมอุดมข่าว VS สังคมอุดมปัญญา

ในเมื่อสังคมปัจจุบันและสิ่งแวดล้อมภายนอกเต็มไปด้วยข่าวเล่าลือ ข่าวลวง ข่าวปลอม ข่าวตัดต่อ เพื่อจุดมุ่งหมายต่างๆ เช่น เพื่อผลทางการเมืองบ้าง ทางการค้าบ้าง เพื่อสนองความต้องการส่วนตัวด้านอื่นๆ บ้าง สื่อสารมวลชนที่ควรเป็นหลักในการให้ข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือได้ควรรักษาฐานที่มั่นของตัวเองไว้ให้ได้ แต่ในความเป็นจริงกลับเต็มไปด้วยความคิดเห็น เริ่มตั้งแต่พาดหัวชี้นำ ไม่ต้องกล่าวถึงเนื้อหาเลย แถมยังนำความคิดเห็นในเวทีสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ไปผลิตเป็นข่าวอีก

น่าสังเกตว่า เทคโนโลยีทำให้สื่อกระแสหลักตามนิยามในยุคเดิม ตกไปเป็นสื่อกระแสรองให้สื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ยังนำประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์มาเป็นประเด็นข่าวและวิพากษ์วิจารณ์ต่ออีก บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าระหว่างสื่อกระแสหลัก กระแสรอง กำลังหลงบทบาทกัน?

ถึงเวลาหรือยังที่นักนิเทศศาสตร์ นักวารสารศาสตร์ สื่อมวลชน ต้องทบทวนเรื่องแหล่งข่าว ความน่าเชื่อถือและหลักเกณฑ์การเลือกประเด็นข่าว (News Selection Criteria)? รวมทั้งควรให้ความรู้เรื่องดังกล่าวแก่สังคมเพื่อความรู้เท่าทันสื่อ กระบวนการของสื่อ (Media Education/ Literacy)

ด้วยความสะดวกของเทคโนโลยี โทรศัพท์มือถือ (Smart Phone) เพียงเครื่องเดียวสามารถเป็นอุปกรณ์สร้างและถ่ายทอดข่าวสารออกสู่สังคมโลกได้อย่างง่ายดาย จากเหตุปัจจัยนี้จึงส่งเสริมให้สมาชิกของสังคมกลายเป็นผู้สื่อข่าวโดยปริยาย ส่งผลให้ยุคปัจจุบันกลายเป็นยุคที่ข้อมูลข่าวสารท่วมท้น มีทั้งข่าวจริง ข่าวเท็จ ข่าวบิดเบือน ข่าวคลาดเคลื่อน ข่าวลวง ข่าวเพื่อจุดมุ่งหมายเฉพาะด้าน ฯลฯ ในเมื่อมีข่าวสารท่วมท้นหน้าที่ในการเลือกเสพข่าวจึงตกเป็นของผู้เสพข่าว

ข่าวสารที่นำเสนอในสื่อต่างๆ มากด้วยสิ่งที่เสมือนหนึ่ง “ขยะข่าว (Junk News)” โดยจุดประสงค์ที่มุ่งใช้ข่าวสารรับใช้ผลประโยชน์ทางการเมือง การค้า หรือไม่ก็เน้นความรวดเร็วในการเผยแพร่ข่าวสารมากกว่าคุณภาพของข่าวสาร หรือจะใช้ภาษาพูดว่ามุ่งเน้นเพื่อ “ความสะใจ” ในการนำเสนอ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ความคิดเห็นของตนมีอิทธิพลในการชักนำความเห็นของสาธารณชน

เยาวชนไทยไร้ภูมิคุ้มกัน

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) เผยแพร่รายงานเรื่อง “เด็กอายุ 15 ปีเตรียมรับมือกับข่าวปลอมและข้อมูลเท็จหรือไม่? (Are 15-year-olds prepared to deal with fake news and misinformation?)” สำรวจการฝึกฝนที่โรงเรียนสอนนักเรียนให้มีความสามารถแยกแยะเรื่องความลำเอียงในการเสนอข่าว ความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มาของข่าวสาร ความสามารถในการแยกระหว่างข้อเท็จจริงกับความคิดเห็นในประเทศสมาชิก ผลการสำรวจพบว่า นักเรียนไทยไม่ถึง 1% ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์หรือแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงและความคิดเห็นได้!! (ภาษาไทย https://bit.ly/3wZZRQI ภาษาอังกฤษ https://bit.ly/3rB1Xp4)

หากทุกองคาพยพของสังคมไทย รวมถึงในครอบครัว ในสถานศึกษา ในสื่อมวลชน ไม่เร่งหาทางสร้างภูมิคุ้มกันด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสารให้เยาวชนไทย ซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติในโอกาสข้างหน้า เกรงว่าสังคมไทยจะถูกรุกคืบและถูกทำลายโดยพลังของสื่อสังคมออนไลน์?

ทั้งนี้ก็เพราะทุกคนมีโทรศัพท์มือถือ มีโซเชียลมีเดียอยู่ในมือ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่กลั่นกรองสิ่งที่นำเสนอมาดีพอแล้ว ดังที่อุมแบร์โต้ แอโค (Umberto Eco) นักเขียนชาวอิตาลี วิพากษ์วิจารณ์โซเชียลมีเดียไว้ว่า

“โซเชียลมีเดียเปิดโอกาสให้กลุ่มคนเบาปัญญาได้สิทธิในการพูดการแสดงความคิดเห็น แบบที่เคยทำกันตอนดื่มในบาร์ และไม่เป็นพิษภัยต่อสังคม แล้วก็เงียบๆ กันไปไม่นานหลังจากนั้น แต่ทุกวันนี้พวกเขาได้สิทธิพูดเหมือนกันกับพวกเขาเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบล นับเป็นการรุกรานของคนเบาปัญญา (Social media gives legions of idiots the right to speak when they once only spoke at a bar after a glass of wine, without harming the community. Then they were quickly silenced, but now they have the same right to speak as a Nobel Prize winner. It’s the invasion of the idiots.)”

อุมแบร์โต้ แอโค (Umberto Eco)

สิ่งที่นำเสนอในสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนมากจะเป็นตามตัวอย่างในภาพประกอบนี้ คือเห็นเฉพาะเสี้ยวส่วนของเหตุการณ์ ยังไม่ได้หาข้อมูลให้รอบด้านให้ครบถ้วนพอ และรีบด่วนสรุปว่าความจริงเป็นอย่างที่ตนเห็น แต่ถ้าหาข้อมูลข้อเท็จจริงให้มากพอ จะได้ความเป็นจริงที่แตกต่างกัน

จากตัวอย่างนี้ จึงไม่แปลกใจที่ทุกวันนี้ สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอเรื่องใดออกมา ไม่นานหลังจากนั้นจะมีคำชี้แจงข้อเท็จจริงตามมา ซึ่งมักจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอ ใช่หรือไม่ว่าดูดีๆ สิ่งที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอบางครั้งก็คล้ายกับนิทานเรื่องตาบอดคลำช้าง? และแม้จะมีคำชี้แจงตามมา แต่ความเสียหาย เสียชื่อเสียงก็เกิดขึ้นต่อผู้ที่ถูกพูดถึงแล้ว!

ภาพนี้ให้ภาพของปรากฏการณ์โซเชียลมีเดียได้ดี (ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

หลักกาลามสูตร : วัคซีนเสริมภูมิสู้ Fake News

นอกจากนี้ หลักในกาลามสูตร ซึ่งว่าด้วยวิธีปฏิบัติในเรื่องที่ควรสงสัย หรือหลักความเชื่อ หรือ “กาลามสูตรกังขานิยฐาน 10” ก็ควรนำมาสอน มาเน้นย้ำกันบ่อยๆ เพื่อไม่ให้สมาชิกของสังคมทุกวัยตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงที่ในโลกปัจจุบันเกิดขึ้นได้ไม่ยากนัก วิธีปฏิบัติในเรื่องที่ควรสงสัย มีดังนี้
1. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา
2. อย่าปลงใจเชื่อด้วยการถือสืบๆ กันมา
3. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ
4. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์
5. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก
6. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะการอนุมาน
7. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
8. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว
9. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้
10. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา
(พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ [ป.อ. ปยุตฺโต])

หลักกาลามสูตรนี้เป็นเครื่องกรองข้อมูลข่าวสารชั้นดี ทำหน้าที่เป็นเสมือนนายทวาร (Security Guard) คอยคัดแยกสิ่งที่เข้ามาสู่การรับรู้ว่าจะกันสิ่งใดออก จะกลั่นกรองให้สิ่งใดเข้า จึงควรนำมาคิดคำนึงและฝึกฝนใช้ในชีวิตประจำวันไม่ให้ขาด หากเปรียบหลักกาลามสูตรกับวัคซีน ก็ควรฉีดวัคซีนกาลามสูตรบ่อยๆ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันด้านปัญญาให้มีอยู่เสมอ

จากการสังเกตประสบการณ์ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน จากงานวิจัยของแวดวงการศึกษาที่นำมาเสนอข้างต้น ไม่แปลกใจที่เห็นนักปราชญ์ร่วมสมัยที่อยู่คู่สังคมไทยและคอยให้สติสังคมไทย อย่างเช่นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) คอยกระตุกสติบ่อยๆ ว่า สังคมเรามักจะแสดงความคิดเห็นไปตามความชอบใจหรือไม่ชอบใจ ขาดการแสวงหาความรู้ ก่อนจะแสดงความเห็น

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

ลองนำข้อคิดของท่านมาคิดต่อว่า หากผู้คนในสังคมเห็นข้อมูลข่าวสารในสื่อโซเชียล ก่อนจะรีบกระโดดเข้าสู่การแสดงความเห็น (Comment) หรือเผยแพร่ต่อ (Share) ในทันที ทดลองยับยั้งชั่งใจไว้ก่อน แล้วไปค้นคว้าหาข้อมูลข้อเท็จจริงมาดูกัน ค้นหาผู้เป็นแหล่งข่าว (Source) แหล่งที่เผยแพร่ข่าว การค้นคว้าข้อมูลในปัจจุบันก็ทำได้สะดวก เพียงแต่ต้องหาแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ อ้างอิงได้ มีที่ไปที่มา เป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นต้นเค้า (Primary Source) ลดความสำคัญของแหล่งข่าวทำนอง “ได้ข่าวมาว่า” “เขาพูดกันว่า” “เขาลือกันว่า” ฯลฯ ถ้าทำได้เช่นว่านี้สังคมเราย่อมจะลดการกล่าวร้ายกันลงได้อย่างไม่ต้องสงสัย เป็นการตัดกระแสข้อมูลข่าวสารเท็จ บิดเบือน หรือยุยง ซึ่งอาจนำไปสู่ความร้าวฉานระหว่างบุคคล ระหว่างสังคม ได้แน่นอน

แนวปฏิบัติอีกแนวหนึ่ง เพื่อจะตัดวงจร และลดการมีส่วนร่วมหรือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างข่าวของผู้อื่นคือ ควรยึดถือคติว่าในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ของแต่ละคน แม้จะเป็นพื้นที่ส่วนตัว ก็ควรเผยแพร่ (โพสต์) เฉพาะเรื่องที่เขียนเอง ถ่ายภาพเอง สร้างสรรค์ขึ้นมาเองเท่านั้น ไม่โพสต์ ไม่เผยแพร่ต่อ (Share) เรื่องจากจากคนอื่น หรือถ้าจำเป็นจะต้องเผยแพร่ต่อจริงๆ ก็ต้องเป็นเรื่องที่ต้องมีที่ไปที่มา มีอ้างอิง และยึดหลักแน่นๆ ว่า ควรคิดใคร่ครวญทุกครั้งที่จะเขียน (คิดทุกครั้งที่โพสต์) และคิดแล้วคิดอีกๆๆ ต้องหักห้ามใจไม่ให้ “โพสต์ทุกครั้งที่คิด” คอยเตือนสติตัวเองไว้ มิฉะนั้นจะนำความเดือดร้อนมาในภายหลังได้

หลักเบื้องต้นที่กล่าวถึงมานี้ น่าจะเป็นวัฒนธรรมในการสร้างวัคซีนทางปัญญา สร้างภูมิคุ้มกันเบื้องต้นให้แก่สมาชิกของสังคมไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการหลอกลวง ขบวนการตกทองออนไลน์ หรือตกเป็นเหยื่อของขบวนการชักนำเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ทางการค้า หรือทางอื่นๆ

 

อ่านตอนที่ 1 http://oknation.nationtv.tv/blog/chao/2021/05/24/entry-1

 

 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

 

 

 

 


 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

....SaNd...FaNtAsY.....

"ลายริ้วบนผิวทราย สื่อความหมายแทนภาษา มือไหวแทนใจพา นาฏลีลาน่าภิรมย์" คือกลอนที่ "นิดนรี" บรรยายถึง "SaNd FantAsY" โดย Illana Yahav - ศิลปิน sand animation ชาวอิสราเอล ดนตรีของ Yanni

View All
<< กรกฎาคม 2021 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


เชิญผู้มาเยือนจัดลำดับความถูกใจของท่านด้วยครับ
เดินทางท่องเที่ยว (Travelogue)
19 คน
ต้นไม้ สายลม แสงแดด
14 คน
สิ่งรอบข้าง & ความคิดรอบตัว
18 คน
ปูชนียบุคคล
8 คน

  โหวต 59 คน