• บุหลันริมหน้าต่าง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saitannarak@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-08-06
  • จำนวนเรื่อง : 147
  • จำนวนผู้ชม : 39850
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
อิสระเสรี
การสร้างแรงบันดาลใจอาจทำไม่ยากนัก เพียงแค่เรารู้จักการก้าวออกไปข้างนอก ออกไปเรียนรู้ในสิ่งที่สวยงาม ท้าทายและพร้อมที่จะเรียนรู้ ฉันเชื่อว่า คนหนุ่มสาวมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chapladthin
วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560
Posted by บุหลันริมหน้าต่าง , ผู้อ่าน : 708 , 22:18:23 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน รวงข้าวล้อลม , wullopp และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

มกราคม ปีไก่ เริ่มต้นปีด้วยสัตว์ปีก  การเดินทางจึงได้ก่อเกิด ว่าด้วยวาทะแห่งการเดินทางเหมือนเป็นพันธะสัญญาระหว่างเรากับธรรมชาติ เรากับผู้คน เรากับสถานที่  ใครจะไปคิดว่าเราจะได้มีโอกาสได้กลับไปเยือนคลิตี้ล่างอีกครั้ง การไปครั้งนี้ได้ไปเรียนรู้เรื่องราวในมิติของเด็กๆ คนรุ่นใหม่ พวกเขาจัดค่าย ว่าด้วย "ศูนย์การเรียนรู้มีชีวิต" สำหรับเราผู้ไม่ชำนาญเรื่องอะไร ได้แต่แนมๆ แถมๆกับชาวบ้านไปเรื่อยๆ  เราชวนน้องคนหนึ่งเพื่อไปช่วยงานกิจกรรมของเพื่อนที่คลิตี้ล่าง เขาตอบตกลงอย่างรวดเร็วแบบไม่ต้องลุ้นคำตอบ และในวันเดินทาง อเรานัดหมายนุ๊ก นุ๊กเป็นน้องนักกิจกรรมจากรั้วม.บูรพาที่เดินทางจากม.บูรพาบางแสน เรานัดเจอกันที่คิวรถตู้หน้า ม.ราม เพื่อไปต่อรถตู้ที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่จุดหมายปลายทางของเราคือ สถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี เพราะเรานัดกับพี่น้ำไว้ที่นัด เพื่อที่จะขึ้นรถเข้าคลิตี้ล่างด้วยกัน

          เราใช้เวลาราว 2 ชั่วยามในการเดินทาง เราไปถึง บขส.กาญจบุรีราว 10 โมง ในระหว่างรอพี่น้ำมารับ เราจึงเดินไปหาร้านกาแฟนั่งตามคำแนะนำของพี่น้ำ เรานั่งคุยกันสักพัก พี่ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านพร้อมทักว่า เราเดินทางมาจากกรุงเทพหรือไม่ นี่ใช่น้องฉ๊ะหรือเปล่า พี่หนู (สุภาภรณ์ ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (Enlaw))  บอกว่าน้องฉ๊ะก็จะเกินทางเข้าคลิตี้ล่างด้วยเหมือนกัน พี่เขาชื่อพี่ปู ทำงานอยู่ที่ Enlaw ด้วยเช่นกัน เรานั่งคุยกันพักใหญ่ๆ พี่น้ำก็มาถึงพอดี

  บทสนสนากับคนแปลกหน้า        

ในการเดินทางครั้งนี้เราได้เจอมิตรภาพใหม่ โดยเฉพาะพี่ช้าง ที่ทำศุนย์การเรียนรู้และอยู่ในกลุ่มของพื้นที่นี้ดีจัง จ.สุรินทร์ พี่ช้างเป็นผู้ชายที่มีความคิดที่ดีเยี่ยม ระหว่างการเดินทางเข้าหมู่บ้าน เราคุยกันในหลายๆเรื่อง ความสัมพันธ์และมิตรภาพจึงเกิดขึ้น จากคนแปลกหน้ากลายเป็นมิตรภาพ  แต่การที่จะพูดว่าเราคุยกันได้หรือเปล่านั้นก็ไม่รู้สิ ก็ในเมื่อเราพูดมากกว่าพี่ช้างอีก หลังจากที่ผู้โดยสารขึ้นรถครบ ยานพาหนะขับเคลื่อนสี่ล้อก็เริ่มขยับ ปลายทางอยู่หมู่บ้านคลิตี้ล่าง ก่อนที่สัญญาณจะขาดหาย ก่อนที่เรากลับโลกในอินเตอร์เน็ตจะกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน รถก็หยุดลงที่วัดแห่งหนึ่ง ผู้โดยสารทุกคนต้องลงจากรถเพื่อที่จะขยายพื้นที่ จัดคนให้ลงล็อค เพราะหนทางข้างหน้าต่อจากนี้คือชีวิตจริง เราต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่ว่า “ถนนลูกรังยังเรียบกว่าถนนทางเข้าคลิตี้ล่าง” พี่แววกับพี่โต้งบอกกับเราในครั้งก่อนที่ได้เดินทางไปด้วยกันว่า “ที่เห็นในตอนนี้คือสภาพถนนที่ดีกว่าสมัยที่พี่ๆเขาลงทำข่าวครั้งแรก” พวกเราเลือกที่จะนั่งกระบะหลัง เผื่อที่จะสัมผัสกับอากาศ และธรรมชาติ โดยมีกลุ่มน้องผู้หญิง สามสี่คน เราทักทายกัน คุยกัน หลายเรื่องและหนึ่งในนั้นคือ การเรียน พี่ช้างเล่าว่า ตัวเองเรียนไม่จบในระดับชั้นที่สูง พี่ช้างเลือกที่จะทำกิจกรรมและเรียนรู้ระหว่างการลงมือทำ เพราะทุกอย่างคือการเรียนรู้ แม้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ แต่สุดท้ายการเอาจริงเอาจริง ด้วยความพยายาม ความตั้งใจดีของพี่ช้าง และนำมาสู่ความเข้าใจและการยอมรับจากคนรอบข้าง รวมถึงพ่อและแม่ จริงๆ เราต่างเล่าเรื่องของกันและกัน ความสนุกสนาน ความท้าทายทั้งถนนและอากาศที่หนาวแบบโหดๆ การสนทนายังคงดำเนินไปเรื่อย เราถามน้องคนหนึ่งว่าเรียนอยู่ชั้นไหน และจะเรียนต่อคณะอะไร สายไหน น้องดาเล่าว่า เรียนอยู่ ม.6 จบแล้วคงจะเรียนบัญชี จริงๆตัวเองอยากที่กลับมาอยู่ที่บ้าน มาพัฒนาหมู่บ้าน แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ น้องถามเราว่าพวกเราเรียนกันที่ไหน เราหันมองหน้ากัน นุ๊กตอบว่า เรียน ม.บูรพา ส่วนเราตอบแบบขำๆ ความจริงเราเรียนที่ ม.รามคำแหง แต่เราไม่ได้เข้าเรียนหรอก คำถามหลังจากนั้นจึงเกิดขึ้น “ไม่เข้าเรียนแล้วพี่จะเรียนรู้เรื่องหรือ”  ในเมื่อมีคำถาม คำตอบจึงต้องมีด้วยเช่นกัน “ความจริงการเข้าห้องเรียนหรือไม่เข้าห้องเรียนไม่ได้ส่งผลต่อชีวิต การเข้าห้องเรียนทุกวันไม่ได้หมายรวมว่า เด็กจะเข้าใจในวิชาที่เรียน เด็กจะเรียนเก่ง มันขึ้นอยู่กับความเข้าใจและการเอาใจใส่ของแต่ละคน เราเลือกที่จะเรียนรามคำแหง เพราะไม่ต้องเข้าห้องเรียน คือให้คนอย่างเราเข้าห้องเรียน โลกคงจะเอียงไปข้างๆ ห้องเรียนมันกักขังจินตนาการ มีแต่ผนังทึบๆ เราจะเรียนรู้ผ่านการตั้งสมมุติฐานและแก้ปัญหาผ่านการตั้งโจทย์ได้อย่างไรกัน”  พี่ช้างสำทับมาอย่างแน่นหนัก เพื่อยืนยันว่า การเรียนในระดับสูงไม่ใช่เครื่องวัดความสำเร็จ แต่เรายืนยันว่า เราไม่ได้บอกว่า การเรียนสูงไม่ดี ถ้ามีโอกาสที่จะเรียนก็เรียน น้องแลดูสนใจมาก แต่เราไม่รู้ว่าน้องคิดอะไร

      กองไฟกับสนธิสัญญา "ลีโอ"    

เราใช้เวลาเดินทางนานมากโข เพราะทางเข้าคลิตี้ไม่ได้ราบเรียบ เป็นหมู่บ้านที่ต้องตั้งใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจจะไปไม่ถึง ไม่มีทางที่คุณจะไปถึงได้ เราเดินทางเข้าถึงหมู่บ้านเป็นเวลาค่ำ หลังจากกินข้าวเสร็จ มีการแบ่งงาน แบ่งความรับผิดชอบกัน หลังจากนั้นต่างคนต่างแยกย้าย เรา 3 คน มีเรา มีพี่ช้างและนุ๊ก ที่ใต้ต้นไม้กับกองไฟที่ใกล้มอดเต็มที เราสามคนหาเหยื่อไฟ หาฟืนมาเพื่อเติมเชื้อไฟ กองไฟลุกโชนขึ้น อากาศหนาวๆ ดวงดาวสาย บทสนนาในหลายๆเรื่องก็เริ่มต้น การสนทนาว่าด้วยชีวิต การเดินทาง การทำกิจกรรม และการดื่มด่ำ เสียงน้ำในลำห้วยไหลเอื่อยๆ เป็นคืนที่พิเศษมาก เราจึงตั้งชื่อการสนทนาในครั้งนี้ว่า “สนธิสัญญาลีโอ”

   กิจกรรม ความฝัน "ศูนย์การเรียนรู้มีชีวิต"     

  เช้าวันรุ่งขึ้น กิจกรรมก็เริ่มขึ้น ที่อาคารหลังหนึ่งใกล้ๆกับศูนย์การเรียนรู้ (ถ้าเคยอ่านจากเรื่องเล่าครั้งก่อน) ในกิจกรรมนี้มีตั้งเด็กที่โตแล้ว อยู่ระดับมัธยม โดยวัตถุประสงค์หลังของกิจกรรมครั้งนี้คือ ออกแบบศูนย์เรียนรู้ชุมชน และวางปฎิทินกิจกรรมโครงการคลิตี้ล่างดีจังปี 3 ร่วมกัน แต่เด็กที่นี่ส่วนใหญ่ถูกส่งไปเรียนในเมือง การสะท้อนวิธีคิดจากคนที่มองมาจากข้างนอก จึงเกิดการเปรียบเทียบ สิ่งที่น้องสะท้อนเป็นสิ่งที่ดี ถึงสิ่งที่พวกเขาอยากให้มันมีอยู่ และมีเด็กชั้นประถมตัวน้อยๆ เด็กกลุ่มนี้น่าสนใจมากสำหรับเรา พวกเขาบอกไม่ได้หรอกว่า "ศูนย์การเรียนรู้มีชีวิต" คืออะไร แต่พวกเขาบอกได้ว่า บ้านของเขามีอะไรที่เป็นของดี พร้อมจะให้คนอื่นเข้าไปเรียนรู้ เราได้เรียนรู้ผ่านเด็กกลุ่มนี้ หากเราไม่ปราถนาในคำตอบที่วางเอาไว้ เหล่านี้คือคำตอบที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้ ไม่ใช่การฝัน แต่คือความจริงที่มีอยู่ตรงหน้า เพียงแค่เปิดตา เปิดใจมองมันให้เห็น เด็กกลุ่มนี้ซนอยู่ก็จริง ก็ตามประสาเด็ก เราอาจบาดเจ็บกับความซุกซนของน้อง แต่เราสุขใจมาก การแบ่งกลุ่มเพื่อที่จะระดมและรวบรวมความคิดเห็นว่า ศูนย์การเรียนรู้ในความคิดของแต่ละคนเป็นแบบไหน อย่างไรก็หมดเวลาลง ถึงเวลานำเสนอ ทุกกลุ่มก็นำเสนอตามฉันทามติของกลุ่มที่ได้ระดมและกลั่นกรองกันมา เราว่าในวงการสนทนา วงกิจกรรมน้องหลายคนไม่สะท้อน บางคนก็เงียบ ค่ายวันนี้มันจบลงด้วย แผนผังกิจกรรม จังหวะการก้าวต่อของกลุ่มเยาวชนคลิตี้ล่าง และศูนย์การเรียนรู้ที่ไม่ใช่แค่นามธรรม แต่มันได้ถูกทำให้กลายเป็นรูปธรรม เพื่อนำพาไปพูดคุยหากันในวงที่มีผู้ใหญร่วมด้วย เพื่อยืนยันกับผู้ใหญ่ว่า นี่คือมติของกลุ่มเด็กๆ

          ค่ายจบลง ทุกคนพากันเก็บของ เด็กๆต่างแยกย้าย พวกเราไปเล่นน้ำในลำห้วยใกล้ๆ น้ำช่างเย็นมาก น้ำใสๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าในน้ำที่ใสๆนั่น จะเป็นสายน้ำที่มีสารตะกั่ว อย่างนี้สิที่เขาเรียกว่า "สวยอันตราย" แต่ต่อให้อันตรายแค่ไหน ทุกคนก็ยังใช้น้ำในการซักผ้า หาปลา หากใครต้องการคำยืนยันจากคำกล่าวที่ว่า "วิถีคนไทยสัมพันธ์กับสายน้ำ" หากใครได้มาเยือนที่คลิตี้ล่าง หมูบ้านแห่งนี้จะทำให้เห็นเนื้อหนังและความเป็นจริงของประโยคคำกล่าวนี้อย่างชัดเจน มิกบอกเราว่า เด็กๆต่างพากันไปเล่นน้ำ พ่อดุ แม่ตี หรือมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ พวกเขาก็แก้ปัญหาด้วยการไปกระโดดน้ำ เราถามเด็กคนหนึ่งว่า "ทำไมชอบไปเล่นน้ำที่ไม่สบายใจ" คำตอบสั้นๆ ง่ายๆและราบเรียบไร้นัยยะแฝง "มันสบายใจดีครับ" เป็นคำตอบที่ชัดเจนในตัว ถ้ามันคือความสบายใจ อะไรๆก็ไม่มีเหตุผล

          พวกเราเล่นน้ำกันพักใหญ่ เราต่างพากันกลับบ้านที่ตัวเองพัก เรากลับบ้านมิกพร้อมกับผ้าเปียกๆ ซึ่งถ้าแม่อยู่ด้วย แม่ต้องดุเราเป็นแน่ เพราะบ้านเราเชื่อว่าการนุ่งผ้าเปียกกลับบ้านเป็นเรื่องไม่ดี ไม่ควรทำ ตามความเชื่อคนโบร่ำโบราณ พี่หญิงคนที่คอยตักเตือนเรา และให้กำลังใจเราเสมอมา เป็นที่ปรึกษาเวลาเราต้องการคำแนะนำ เป็นพี่ที่คอยปลอบใจเราเวลาที่เราพบเจอกับความไม่สบายใจ พี่หญิงให้เรายืมผ้าถุง เรานุ๊ก พี่ช้างพากันเดินกลับบ้านมิก เราต่างแยกย้านกันทำภารกิจส่วนตัว แม่ของมิกหยิบผ้าถุงสีชมพูมาให้เราเปลี่ยน เป็นผ้าถุงสีสวยมาก หลังจากกินข้าว เป็นกับข้าวที่อร่อยมาก โดยเฉพาะน้ำพริก หลังจากกินข้าวเสร็จ พี่หญิงชวนพวกเราไปสรุปกิจกรรม ข้อดี ข้อเสีย ปัญหา อุปสรรคที่บ้านพี่น้ำ ที่กองไฟเล็กๆหน้าบ้าน บนท้องฟ้าที่ดวงดาวเกลื่อนกลาด นานแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่ได้เห็นดวงดาว มันช่างสวยมาก ลมหนาวพัดมากระทบใบหน้าเบาๆ เรานั่งคุยกันสักพักและแยกย้ายกลับไปนอนพวกเรา 3 คน เรา นุ๊ก และมิก เดินกลับบ้าน

เกมส์หมุนขวดกับมิตรภาพ

          พอมาถึงหน้าบ้านเราได้ยินเสียงหัวเราะและแสงไฟวับวาว มาจากริมลำห้วย เราพยักหน้าตัดสินใจเดินไปดู เราพบกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังเล่นเกมส์หมุนขวด สนทนากันอย่างเมามัน เกมส์มันเดิมพันด้วยการตอบคำถามที่คนในวงอยากรู้ ทุกเรื่อง หากขวดหมุนไปหยุดตรงหน้าใคร มันเป็นวงที่เราต่างคนต่างไม่มีความลับต่อกัน เราเปิดใจคุยและบอกเรื่องของตัวเอง ให้กับคนที่ไม่รู้จัก ช่างเป็นเกมส์ที่ท้าทายมาก ในวงๆนั้น เราได้เจอกับคำตอบหลายอย่าง ได้ฟังมิติทางความคิดของพวกเขา ทั้งเรื่องปัญหา เรื่องบ้านเกิด เรื่องความหวัง หลายต่อหลายอย่าง มันคือความจริง และเป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นในกิจกรรมตั้งแต่เช้าจรดบ่าย

          หลังจากการดื่มด่ำในบางอย่างหมด เกมส์เริ่มอืด ก่อนที่เราจะแยกย้ายเพื่อไปนอน น้องไผ่หันมาถามเรากับนุ๊กว่า พวกพี่จะกลับมาที่นี่อีกไหม พวกพี่ต้องกลับมาอีกนะ เราบอกกับน้องว่า เราต้องกลับไปที่นั่นอีกแน่นอน ไผ่บอกว่า พวกพี่ต้องกลับมาเพราะถ้าไผ่อายุ 26 ไผ่จะแต่งงาน พวกเราต้องกลับไปที่คลิตี้ล่าง เพื่อไปร่วมแสดงความยินดีกับไผ่ ในขณะเดียวกันน้องเตี้ยซึ่งตอนทำกิจกรรมไม่ค่อยพูด พอตกกลางคืนเตี้ยพูดเยอะขึ้น ด้วยความที่เป็นคนตลกๆ พอประโยคในที่ถูกใจ เตี้ยพูดว่า “ผมชอบๆจังเลยพี่ จับมือหน่อยพี่” พร้อมกับเสียงหัวเราะ  เราไม่รู้จะเรียกมันว่าคำสัญญาได้หรือเปล่า แต่หากมีโอกาสเราก็จะไปที่นั่นอีก การไปครั้งนี้เราได้บทสรุปกับตัวเองว่า “เราจะรับปากอะไรใครไม่ได้ หากเราไม่มั่นใจมากพอว่าเราจะทำได้จริงๆหรือเปล่า เพราะบางอย่างมันไม่ใช่เรื่องของความเกรงใจ เราต้องรู้ว่าเราถนัดอะไร เราทำอะไรได้ ใจอย่างเดียวช่วยไม่ได้ทั้งหมด เราไม่ถนัดการทำสันทนาการ การมีนุ๊กไปด้วยมันทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ มันเหมือนกับที่พี่หญิงเตือนเราว่า ถ้าแกรู้ว่าแกทำไม่ได้ หรือไม่แน่ใจ แกไม่ต้องรับปากใคร มันก็จริงนะ หากเราไม่แน่ใจหรือมั่นใจ เราไม่ควรรับปาก เพราะถ้าเรารับปาก คนที่เขาให้เราช่วย เขาก็มั่นใจแล้วว่าเราสามารถช่วยได้จริงๆ” ในการเดินทางเรามักเจอกับบทเรียนชีวิตเสมอ ประสบการณ์ที่เจอกับตัวเท่านั้นที่สร้างบทเรียนนี้ให้แก่เรา มันเป็นการเดินทางที่มีความหมาย ความหวัง เสียงหัวเราะ แววตา มิตรภาพ และพันธะสัญญาต่างๆ มันถูกเก็บไว้ในแมมโมรี่การ์ดของเราตลอดไป

 ก่อนการจากลา เพื่อพบกันใหม่         

ก่อนขึ้นรถกลับจากคลิตี้ล่าง พร้อมกับเด็กๆที่ต้องจากบ้านเพื่อไปเรียน น้องบางคนรวมถึงคุณครูโมเมเดินมาส่งพวกเรา เรากล่าวคำร่ำลาและโอบกอดกัน น้องดาเดินมาหาพร้อมกับประโยคคำพูดที่ว่า “พี่ฉ๊ะ พี่นุ๊ก หนูมีเบอร์พวกพี่แล้ว ไว้หนูจะโทรไปคุย และจะโทรไปปรึกษาพี่ฉ๊ะเรื่องการเรียน หนูสนใจมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่พี่ฉ๊ะเรียน หนูอยากกลับมาช่วยงานที่บ้านและเรียนไปด้วย”

เรามองหน้ากัน 3 คน พี่ช้าง นุ๊ก และเรา พร้อมยิ้มเบาๆ ก่อนที่จะตอบไปว่า “ได้เสมอ ยินดีมาก ไว้เจอกันใหม่ ที่กาญจบุรีก็มีมหาวิทยาลัยรามคำแหงนะ” ใครจะไปเชื่อว่าการสนทนาในวันนั้น มันสามารถทำให้น้องกลับเอาไปคิดและตัดสินใจกล้าที่จะเลือกพร้อมกับแสดงเจตจำนงค์ที่แท้จริงของตัวเอง

          เราขึ้นรถกลับพร้อมกับความสุขในใจ หัวใจที่พองโต และในที่สุดเราก็ลืมแตงส้มที่พี่ก๊องอุตส่าห์แบ่งเอามาให้ไว้ที่บนรถพี่น้ำ  เราไม่ได้บอกพี่ก๊องในเรื่องนี้ เรากลัวว่าพี่เขาจะเสียใจ ไม่เป็นไรนะพี่ก๊อง ไว้คราวหน้าฉ๊ะจะไปกินน้ำพริกแตงส้มที่คลิตี้ล่างอีก





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
wullopp วันที่ : 18/03/2017 เวลา : 19.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เป็นมิตรภาพที่งดงามมาก
ชื่อ "คลิตี้" ดังมากับสารพิษจากเหมืองแร่
โดยเฉพาะ ตะกั่ว

การทำเหมืองแร่ในแผ่นดินเกษตร เช่น ไทย
ส่วนหนึ่งจะทำลายสิ่งแวดล้อม
และ ไม่คุ้มทุนเลยครับ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
feng_shui วันที่ : 16/03/2017 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ดีต่อใจมากขะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 14/03/2017 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เรื่องราวที่งดงามมากๆครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 26/02/2017 เวลา : 08.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน