• บุหลันริมหน้าต่าง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saitannarak@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-08-06
  • จำนวนเรื่อง : 226
  • จำนวนผู้ชม : 97016
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
อิสระเสรี
การสร้างแรงบันดาลใจอาจทำไม่ยากนัก เพียงแค่เรารู้จักการก้าวออกไปข้างนอก ออกไปเรียนรู้ในสิ่งที่สวยงาม ท้าทายและพร้อมที่จะเรียนรู้ ฉันเชื่อว่า คนหนุ่มสาวมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chapladthin
วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564
Posted by บุหลันริมหน้าต่าง , ผู้อ่าน : 588 , 18:43:01 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

เริ่มต้นเรียนรู้-การก้าวย่างมาสู่วิถีแห่งการการต่อสู้

ตั้งแต่เด็กฉันไม่รู้จักคำว่า บัตรประชาชนคืออะไร อะไรคือบัตรประชาชน ฉันไม่เคยรู้เลยว่าคนเรามีสิทธิอะไรบ้าง แล้วสิทธิเหล่านั้นฉันจะได้รับหรือได้ใช้มันยังไง อะไรคือสิทธิอะไรคือเสรีภาพ ฉันไม่รู้จักหรอก จนฉันได้เริ่มเรียนรู้จักกับมัน ตอนที่ฉันเข้าเรียนหนังสือ จนครูถามถึงเอกสารบัตรพ่อแม่ ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่มีสิ่งเหล่านี้เหมือนเพื่อนคนอื่น ถามว่าท้อไม่ ท้อนะเสียใจมาก เสียใจที่เราไม่เกิดมาเป็นเหมือนใคร ในตอนนั้นคิดอย่างนั้น

ในปี พ.ศ.2545เราได้รู้จักกับเครือข่ายได้รู้จักกับพี่เลี้ยง รู้จักที่จะรวมตัวเป็นเครือข่ายเราได้รู้อะไรมากขึ้น เราได้พยายามทำอะไรได้ด้วยตัวเอง ฉันเริ่มจากสิ่งเล็กๆที่เด็กทำได้ ฉันเริ่มเรียนรู้เรื่องกระบวนทำงานของผู้ใหญ่ ในฐานะเด็กที่พยายามจะมองดูและช่วยในสิ่งเล็กๆแบบเด็กๆทำได้ เพื่อช่วยแบ่งปันภาระของผู้ใหญ่.มันทำให้ฉันเข้าใจอะไรมากขึ้น

ตอนนั้นฉันอยู่ ป.6 ฉันได้เป็นคนทำบัญชีของกลุ่ม ได้เรียนรู้การทำบัญชี การออมทรัพย์ที่ไม่เน้นเงิน แต่เน้นหัวใจและออมทรัพย์ของเราออมความเป็นหนึ่งเดียวกัน ใครมีอะไรตลอดเดือนที่ผ่านมา หรือมีเรื่องอะไร ใครไปพบเจอเหตุการณ์อะไรมาบ้าง เราก็มาถกปัญหาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาของสมาชิกในกลุ่มหาทางออกร่วมกัน มันทำให้ฉันได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่น พอถึงเวลาประชุมประจำเดือนเครือข่ายเราได้โอกาสดีที่ผู้ใหญ่ให้ติดสอยห้อยตามเพื่อมาเรียนรู้ เราได้รู้จักคนกลุ่มใหญ่ ทำให้เรารู้ว่า ไม่ใช่แค่เราที่มีปัญหาเรื่องสัญชาติ แต่มีคนอีกมากมายที่เป็นเช่นเรา พวกเราได้นำปัญหาที่เราได้คุยกันในกลุ่มมาแบ่งปัน แชร์ประสบการกับคนในเครือข่าย ที่เป็นแกนนำจากพื้นที่ต่างๆ

ในขณะเดียวกันการมาประชุมแต่ละครั้ง เราไม่ได้มามือเปล่า คนที่บ้านอยู่ติดทะเลก็พาอาหาร พวกปลาแห้ง ปลาสด อาหารทะเลมาฝาก มาทำกินร่วมกัน คนจากบนเขาก็เอาผัก เอาพริก ฟังแฟง แตงกวา เนื้อ ไก่ อะไรต่างๆที่หยิบมาได้ ก็มาแบ่งกันกินแบ่งกันทำ หิ้วปิ่นโตมาเพื่อมาประชุม ตอนนั้นเราได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือกันตลอด จนฉันเรียนจบ ป.6 ฉันมีโอกาสได้เข้ามาอยู่ที่เครือข่ายฯ ฉันได้เรียนรู้เรื่องการทำงาน เรื่องปัญหาของตัวเองมากขึ้น เรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ เรื่องการสื่อสาร การเข้าวงเสวนา การอ่านหนังสือ การหาความรู้ใหม่ๆ ฉันใช้เวลาอยู่สำนักงาน ประมาณ เกือบจะเจ็ดปี เพราะฉันมาอยู่ พ.ศ.2548 จนถึง พ.ศ.2554 ฉันมากินมาอยู่มาใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนเยาวชนอีกหลายคน ฉันเรียนรู้จากแกนนำ จากพี่เลี้ยง พวกเขาพาฉันไปเรียนรู้ในเวทีต่างๆ ให้ฉันพยายามแสวงหาความรู้ใหม่ เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ สื่อสาร และบอกเรื่องราวของตัวเองว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไร ต้องการอะไร เพราะตอนนั้นเป้าหมายของเรา คือการได้คืนสัญชาติไทย เราเชื่อมาตลอดว่า เราคือคนไทย เราไม่ใช่คนประเทศไทย ฉันได้เป็นแกนนำเยาวชน ฉันได้เรียนรู้พื้นที่ใหม่ๆรู้จักผู้คนมากมาย ฉันได้ศึกษาอิริยบทของคนในสังคม เริ่มมองภาพตัวเองชัดเจนขึ้น เริ่มสนใจเรื่องราวของผู้อื่นและตัวเอง เริ่มที่จะเล่าความเป็นมาของเรา เริ่มไม่อายใครที่จะบอกว่า เราไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน

ชีวิตของฉันเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตอนนั้นเอง ฉันเริ่มไม่อยากกลับไปอยู่บ้าน แม้ว่าเพื่อนๆคนอื่นเขาจะจากที่นี่ไปกันหมด เพราะพวกเขาต้องไปหางานทำ บางคนได้ลูกได้เมียกันหมด เหลือแค่ฉันคนเดียวก็ไม่เป็นไร ฉันชักอยากจะรู้เรื่องราวตัวเองมากขึ้น อยากจะลองทำสิ่งใหม่ๆมากขึ้น มีเพื่อนคนหนึ่งมาจากประจวบ ฉันไม่รู้ว่าเขาคือใคร ไม่รู้ด้วยว่า เขาเป็นคนไทยพลัดถิ่นเหมือนกับเรา  ฉันเริ่มได้รู้จักเพื่อนคนนี้ ได้เรียนรู้นิสัยใจคอ ได้สัมพันกัน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จนวันนี้เราเป็นเพื่อนที่รักและรักกันมาก เราได้ช่วยทำงานในเครือข่ายเรื่องข้อมูลเช็คข้อมูลฐานออมทรัพย์ ได้มีโอกาสลงไปสัมผัสวิถีแบบชาวพุทธ เพื่อนของฉันคือเล็ก ได้มีโอกาสเรียนรู้วีถีของอิสลาม ถึงแม้ว่าเราจะอยู่คนละศาสนา คนละภาษา แต่ภาษาศาสนาไม่ใช่ปัญหาที่จะทำให้คนเป็นเพื่อนพี่น้องกันไม่ได้  

การเริ่มรู้จักคำว่าสื่อสารและนักข่าวเริ่มเรียนรู้สู่กระบวนการทำและลงมือปฏิบัติ

เมื่อปี 2547 พวกเราเริ่มได้รู้จักกับสื่อทีวี ทีวีรู้จักเรา เราได้เรียนรู้ได้ประสาน ได้เจอเพื่อน เราช่วยเพื่อน เพื่อนช่วยเรา นักข่าวสนใจเรื่องของเรา จุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรู้จักเรา พวกเราหลายคนประสบภัยสึนามิต่างจากคนอื่นๆในภาคใต้ แต่พวกเราไม่มีเอกสารสิทธิในการแสดงตัวว่าเราประสบภัย เราไม่เคยสนใจว่าจะได้รับการช่วยเหลือหรือไม่ เราคิดอย่างเดียวว่า ไม่ได้ก็บุญแล้ว สมบัติหาได้ ไม่ได้เราก็ทำงานหาเงินซื้อใหม่ได้ แต่ชีวิตสิหาไม่ได้อีกแล้ว พวกเราได้ไปช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยสึนามิ เราเห็นคนอื่นทุกข์เราก็อยากช่วย แต่จะช่วยได้เท่าไหร่ก็สุดแต่แรงกายแรงใจของเรา เรามีแค่กำลังแรงและกำลังใจ แต่เราไม่มีทรัพย์สินที่จะมอบให้ หลังจากที่เราสองคนได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆด้วยกัน

จนกระทั้ง ในวันหนึ่งฉันได้ถูกพี่น้องเครือข่ายเสนอฉันกับเล็กให้ไปอบรมนักข่าวพลเมือง มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสองคนรู้จักและรักในการทำงานสื่อ ฉันไม่รู้เลยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร แต่พอทีวีไทยหรือไทยพีบีเอสในปัจจุบัน เปิดโอกาสให้คนที่มีปัญหาที่ต้องการสื่อสารเรื่องราวของตัวเองให้กับสังคมได้รู้ ไทยพลัดถิ่นมีโอกาสที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เรื่องนี้ เราสองคนไปเพราะถูกส่งให้ไป เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย ว่านักข่าวพลเมืองคือใคร ทำอะไร ใครคือนักข่าวพลเมือง แล้วไปการทำข่าวมันอยากแค่ไหน แค่เข้าใจ กล้องวีดีโอ อยู่ยังไงแบบไหน ไม่เข้าใจ เราใช้อุปกรณ์อะไรไม่ค่อยคล่องแคล่วเท่าไหร่ เราไปบอกว่าเราคือคนไทยพลัดถิ่นหลายคนงง ไม่เข้าใจเรา เราสองคนหมดปัญญาที่จะอธิบาย โชคดีที่มีพี่นักข่าวพลเมืองสองคนที่เป็นพี่น้องมอแกลน คอยช่วยพวกเรา เราได้เริ่มเรียนรู้วิธีการทำข่าว จนเราได้ลงมือปฏิบัติ เรารู้สึกว่า ชอบ อยากทำ อยากเอาความรู้ไปช่วยพี่น้องของเรา เราไม่แน่ใจว่า ทำไปแล้วเขาจะออกให้เราหรือ เราไม่มีบัตรนะ ที่ผ่านมา เราเข้าถึงสื่ออยากมาก เราหาช่องทางในการออกสื่ออยาก ไม่มีใครสนใจเราเลย กว่าจะได้ออกสื่อแต่ละครั้งมันไม่ใช่ง่ายๆ แต่เราก็พยายามทำและฝึกจนจบกระบวนการ พอฝึกจบ เราได้เริ่มกลับมาทำและปรับใช้ตามแนวทางของเครือข่าย ข่าวชิ้นแรกที่เราทำ มันอีลุกคุกคักนิดหน่อย แต่โชคดีเรามีพี่ที่คอยช่วยเรา เราทำแล้วส่งและมีชิ้นงานออกอากาศ

ตอนนั้นจำได้เราทำเรื่องการยกร่าง พ.ร.บ.สัญชาติ ด้วยตัวไทยพลัดถิ่นเอง เรานำเสนอเรืองนี้ออกไป ผลปากฎว่า ทางช่องออกข่าวให้เรา ทำให้เรามีแรง มีกำลังใจที่จะทำชิ้นต่อๆไป พี่น้องไทยพลัดถิ่นภูมิใจมากที่ลูกหลานของตัวเองทำได้ หลังจากนั้นเราก็เริ่มที่จะผลิตชิ้นด้วยตัวเอง เรียนรู้ไปบ้าง ล้มไปบ้าง ลองผิดลองถูก จนเดี่ยวนี้เราคิดว่าเราชำนาญมากขึ้น การสื่อสารที่ผ่านมา ทำให้คนในสังคมรู้จักเรา สนใจเรา มองเห็นในความเป็นตัวเรา ฉันภูมิใจมากที่อย่างน้อยไม่เสียแรงที่ฉันตั้งใจและพยายามทำมันอย่างเต็มที่ ฉันเชื่อและเห็นในสิ่งที่แกนนำทุกคนทำ เชื่อมั่นในสิ่งที่แม่ทำ และฉันก็คิดว่า พวกท่านแก่มากแล้ว พวกท่านควรที่จะหยุดทำทุกอย่าง และพวกท่านน่าจะคอยเฝ้าดูพวกเราอยู่ห่างๆ เราสามารถทำและแบ่งเบาภาระของพวกท่านได้บ้าง หากวันนี้เราในฐานะลูกหลาน ไม่ออกมาสานต่อในสิ่งที่ผู้เฒ่าผู้แก่ทำ แล้ววันหนึ่งหากพวกท่านไม่อยู่ใครจะทำ ใครจะออกมาช่วย ฉันพยายามออกมาเรียนรู้และทำในสิ่งที่ทำได้ และสิ่งที่พวกเราพยายามทำในฐานะคนรุ่นใหม่เราได้เข้าร่วมฝึกอบรม ทำสารคดี ทำหนังสั้น เราพยายามบอกเล่าความทุกข์ของตัวเองผ่านงาน ที่ผ่านมาเรานำเสนอข่าวไปแล้วไม่น้อยกว่า 100 เรื่อง เราพยายามบอกเล่าความเป็นตัวตนให้คนอื่นได้รู้และเข้าใจเรา ตลอดเวลาที่เราเป็นนักสื่อสาร เราไม่เคยมองข้ามประเด็นสาธารณะและความทุกข์ของพี่น้องคนอื่น เราช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วมตั้งแต่อีสายจดใต้ เราร่วมสร้างบ้านให้พี่น้องมอแกน เราเข้าร่วมทำเรื่องที่ดินกับพี่น้องลำเลียง เราเข้าร่วมกับหลายๆเวที เช่น p move และหลานๆเวที ประเด็นภัยพิบัติเราก็ทำ เราทำทุกอย่าง นั่นเป็นเพราะเราเข้าใจว่าความทุกข์เข้าใจคนอื่น แม้ว่าเราจะไม่มีบัตรแต่เราก็ไม่ไร้น้ำใจ

จากการเป็นผู้สื่อสารความทุกข์และความต้องการของไทยพลัดถิ่นสู่ความสำเร็จ

 จากการต่อสู้ตลอดระยะ10 ปีที่ผ่านมา แม้ว่ากระบวนเครือข่ายพี่น้องไทยพลัดถิ่นจะล้มลุกคุกคานมามากน้อยเพียงใด มันคือบทพิสูจน์ความเข้มแข็ง ความรัก ความสามัคคีของพวกเรา ความศรัทธาในการต่อสู้ อุดมการณ์และเป้าหมายที่ชัดเจน มันคือตัวชี้วัดความสำเร็จได้อย่างชัดเจน กว่าที่เราจะสำเร็จได้ เราได้ผ่านอุปสรรคมากมาย แต่นั่นคือกระบวนการแห่งการเรียนรู้ ทำให้เรารู้อะไรมากขึ้น เรื่องความสำเร็จในเชิงกระบวนการกฎหมายและการผลักดันกฎหมายสัญชาติของพี่น้องคนไทยพลัดถิ่นเอง ไม่ใช่เพราะว่า เรื่องสัญชาติมันเป็นปัญหาหลักหรือใหญ่ อุปสรรคต่างๆไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำภารกิจเพื่อตัวเองและสิ่งที่บรรพบุรุษได้สั่งสอนมา ว่าเราคือคนไทย...เราคือเลือดเนื้อเชื้อสายไทย  และที่สำคัญเราเชื่อในอุดมการณ์ เราศรัทธาในการต่อสู้ของเราเอง อันนี้น่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง

พลังจากความดีที่เราเคยทำ มันได้ส่งผลให้เราเห็นแล้วว่า วันนี้ คำว่า ทำดีแล้วได้ดี มีอยู่จริง.....ขอบคุณทุกกำลังแรงใจที่ช่วยเหลือพวกเรามาตลอด ขอบคุณที่ร่วมกันสร้างหน้าประวัติศาสตร์การต่อสู้ของพี่น้องไทยพลัดถิ่น............พวกเราในนามตัวแทนคนไทยพลัดถิ่น ต้องกราบขอบพระคุณ พี่ๆสื่อมวลชนทุกแขนง ไม่ว่า สื่อทีวี ดาวเทียม วิทยุ ทุกช่อง พี่น้องเครือข่ายทุกท่าน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ นักกฎหมาย พี่เลี้ยง ที่ปรึกษา....พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ขอบคุณรัฐบาล ฝ่ายค้าน ขอบคุณที่ทำให้เราได้ประจักษ์ว่า สภาอันทรงเกียติยังหลงเหลือความดีงามอยู่ ขอบคุณท่านไกรศักดิ์ ชุณหะวรรณ ที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ขอบคุณ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย และผู้ที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกคน ขอบคุณทุกท่านๆที่คอยเติมเต็มที่ขาด คอยดูแล ให้กำลังใจ ช่วยเหลือ ขอบคุณที่ทำให้เรามีค่ามีราคาอยู่ในสังคมนี้อย่างสง่า ขอบคุณที่ทำให้เราที่ดูแลพวกเรามาตลอดระเวลาที่ผ่าน..........

ขอบคุณบรรพบุรุษที่ทำให้เราได้เรียนรู้และต่อสู้เรียนรู้ว่า ถ้าเราต้องการอะไรสักอย่าง....แม้มันจะได้มาไม่ยากและไม่ง่าย แต่เราก็ภูมิใจกับสิ่งที่เราได้ทำ วันนี้ลูกหลานได้เรียนรู้แล้วว่า ค่าของคำว่า ได้มาและได้ลงมือทำด้วยตัวเอง มันมีความสุข ภูมิใจ ปลื้มใจแค่ไหน  หลังจากนี้....ไม่ว่าชีวิตเราทุกคนจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน...แต่ขอให้เรารัก สามัคคี ดูแล ให้เกียรติ และก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆกัน........

ดิฉันในนามของตัวแทนเยาวชนและลูกหลานไทยพลัดถิ่น ไม่มีอะไรจะมอบให้ทุกท่าน นอกจากคำว่า...ขอบคุณ ขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ขอบคุณที่ทำให้พวกเรามีวันนี้ ขอบคุณจากใจ พี่น้องไทยพลัดถิ่น ณ.วินาทีที่เรารู้ว่ากฎหมายของเราที่เราพยายามเดินเท้าผลักดันมันมาด้วยตัวเองตลอดระยะเวลาของการต่อสู้ที่ผ่านมาเราพิสูจน์ให้สังคมนี้ได้เห็นความเป็นตัวเรา ให้คนได้รู้จักเรามากขึ้น  เราพยายามสื่อสารให้คนอื่นรู้โดยผ่านพื้นที่นักข่าวพลเมือง เราเชื่อมาตลอดว่าการสื่อสารคือช่องทางหลักในการบอกเล่าให้สังคมได้รู้ เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำมันดีที่สุด เราทำตามหน้าที่ของนักสื่อสารอย่างเต็มที่

ณ.วินาทีที่เรานั่งฟังกรรมาธิการพิจารณาและอภิปลายเนื้อหาของ มาตราแต่ละมาตราในข้อกฎหมาย พวกเราลุ้นและระทึกในมากกับการลุ้น แม้สายฝนจะกระหน่ำลงมาสักเพียงใด แต่นั้นไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้พวกเราท้อแท้หรือท้อถอย เพราะเราเจอเหตุการณ์เหล่านี้มาเยอะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งเดียวที่เราต้องมานั่งอยู่หน้ารัฐสภา มันหลายครั้งจนเราเลิกที่จะท้อแท้ ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างในวันนั้น หลายคนที่ไปได้มีภารกิจหน้าที่ของตัวเองที่แบ่งกันเอาไว้  น้องกบและเพื่อนๆพี่ๆน้องคณะมโนราห์เยาวชนได้แสดงมโนราห์ต่อหน้าสารธารณะชนและสร้างความบันเทิงให้กับคนในพื้นที่การชุมนุม น้องกบเด็กไทยพลัดถิ่นกับภารกิจที่ยิ่งใหญ่ตามหาสัญชาติไทย จนวันนี้เขาได้ทำมันสำเร็จแล้ว....น้องกบคือเด็กคนหนึ่งที่ได้สืบทอดมโนราห์จากปู่ของตน นี่คือสิ่งเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ที่เด็กคนนี้ได้กระทำ.....การสืบทอดวัฒนธรรมชิ้นสุดท้ายที่บรรพบุรุษของตนได้สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน....นี่คือคนรุ่นใหม่ที่จะรับช่วงต่อ เพื่อสืบสาน ถ่ายทอดวัฒนธรรมอันดีงามนี้ให้ยังคงอยู่คู่เมืองไทยและสังคมไทยต่อไป

ปู่อาบ...มโนราห์ไทยพลัดถิ่นแห่งบ้านหินเทิน แม้ว่าวันนี้อายุของท่าน 84 ปี (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) แล้วแต่ท่านก็ยังดำรงสืบทอดและถ่ายทอดวัฒนธรรมมโนราห์ที่เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่บรรพบุรุษมอบให้มา งานนี้ท่านก็ไม่พลาดที่จะนำคณะมโนราห์ตัวจิ๋ว อย่างน้องกบและลูกชายคนเดียวของท่าน น้องวิชาและลูกหลานอีกหลายคนไปแสดงมโนราห์ให้ คณะ ส.ส.สว.และกรรมาธิการได้ชม....

แม่น้อย ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่ได้ทำหน้าที่แกนนำอย่างสมบูรณ์แบบเหมือนที่ผ่านๆมา แต่แม่น้อยได้ทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ให้กับลูก นั่นคือหน้าที่แม่ แม่น้อย.....หอบน้องสาวตัวเล็กที่เพิ่งคลอดได้ไม่กี่เดือนมาหน้ารัฐสภาครั้งนี้เพื่อมารอฟังคำตอบและติดตามเรื่อง พ.ร.บ.สัญชาติ เพราะมันคืออนาคตของลูกหลาน วันนี้น้องตัวเล็ก....เป็นคนไทยเหมือนกับเด็กไทยทั่วไปแล้ว.....ความหวังของคนเป็นแม่ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อลูกหลานของตนเอง ก็ได้ปิดฉากลงอย่างสวยงาม แม่น้อยได้ทำภารกิจลุล่วงไปได้ด้วยดี ......ให้กำลังใจแม่น้อยและน้องตัวเล็กนะค่ะ ที่ไม่ว่าแรงพายุหรือฝนกระหน่ำลงมาเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ถอย สู้จนวันและวินาทีสุดท้าย....น้องตัวเล็กคือสายเลือดของการต่อสู้ และคือนิมิตรหมายอันดีของพี่น้องไทยพลัดถิ่น เด็กคนนี้เกิดและค่อยๆเติบโตท่ามกลางการต่อสู้....เด็กคนนี้คือตัวแทนแห่งชัยชนะครั้งนี้

ส่วนฉันกับเล็กในฐานะของนักข่าวพลเมืองและเยาวชนไทยพลัดถิ่นมีหน้าที่ ที่จะต้องเก็บภาพทุกภาพ ทุกตอนทุกเรื่องราว เพื่อเก็บไว้เป็นบันทึกในประวัติศาสตร์ของไทยพลัดถิ่นและเพื่อเผยแพร่ออกสู่สาธารณะชน เราก็ทำเต็มหน้าที่อย่างเต็มที่ ฉันได้พยายามทำข่าวส่งและเจรจากับทีมงานเพื่อขอให้เราได้คิวออกอากาศในวันนี้ พี่ๆทีมงานโต๊ะนักข่าวพลเมืองใจดีมาก ยอมให้เราได้ออกอากาศก่อน เราไม่มีเครื่องมือในการส่งข่าวพอ เราได้ปรึกษากับพี่โต้ง พี่จ๋า แตงโม พี่มะลิ ซึ่งเป็นทั้ง เพื่อน พี่น้อง ตลอดเวลา ทุกคนดีกับพวกเรามาก พี่มะลิเดินทางมาถึงที่ชุมนุมท่ามกลางห่าฝนที่กำลังตกหนัก ภาพวันนั้นฉันไม่เคยลืม พี่น้องเราไม่หนี แม้ว่าจะต้องเปียกปอนแค่ไหน พวกเขายังสู้  สู้จนวินาที ที่เรารู้ว่ากฎหมายของเราได้รับการพิจารณาและให้ยึดตามร่างเดิมของ ส.ส. ซึ่งไม่มีผลกระทบอะไรเลยกับพลัดถิ่น เพราะพวกเราเองก็อยากให้เป็นเช่นนั้น การประชุมพิจารณาร่างกฎหมายวันนั้น ผลปากฎว่า เราชนะด้วยคะแนนเสียง 84 คะแนน จาก 94 คะแนน เราดีใจ พากันกอดคอร้องไห้ ภูมิใจพูดอะไรไม่ออก พากันกอดคอร้องไห้ ฉันเคยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ต้องไห้ แต่ก็อดไม่ได้ในความตื้นตันและดีใจ น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว มันคือน้ำตาแห่งชัยชนะ มันคือน้ำตาแห่งความดีใจ ภูมิใจในสิ่งที่ทำ ไม่เสียแรงเลยที่เราพยายามทำมันอย่างเต็มที่ วันนั้นการรอจนวินาทีสุดท้ายของเรามันคุ้มค่าเสียจริง ฉันลงเสียงข่าวนักข่าวพลเมืองในคืนนั้นทั้งน้ำตาและความภูมิใจ ฉันไม่เคยรายงานข่าวชิ้นในแล้วมีความสุขเท่าชิ้นนั้น พี่น้องต่างพากันร้องเพลงคอย เพลงไทยพลัดถิ่น คลอเสียงข่าวที่ฉันรายงาน ฉันรายงานไปร้องไห้ไป มันดีใจอย่างบอกไม่ถูก ฉันภูมิใจที่สุด ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกหลานไทยพลัดถิ่น ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเอง ต่อสู้และตัวเองทำ ขอบคุณพี่น้องไทยพลัดถิ่นทุกคนที่ทำให้ฉันและเล็กมีวันนี้ และที่ขาดไม่ได้ที่ทำให้ฉันมี แรงบันดาลใจทำให้ฉันได้เริ่มตนรู้จักตัวเอง รู้จักรักในสิ่งที่ทำ ทำให้ฉันได้รู้ว่าตอนนี้ฉันรักที่จะเป็นนักสื่อสาร ความฝันของฉันคือการสื่อสารความทุกข์ของคนทุกข์ ความพยายามที่เปลี่ยนแปลงสังคมให้น่าอยู่ขึ้น

หน้าที่ของการเป็นศิษย์เป็นนักเรียน

วันเวลาผ่านไปอะไรๆอะไรก็เปลี่ยน ฉันเริ่มได้ทำงาน..ฉันเริ่มได้สัมผัสและสัมพันธ์กับคนอื่นมากมาย.... ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฉันเคยปฏิเสธระบบการศึกษามาตลอด ฉันไม่เชื่อว่าการศึกษาจะทำให้ฉันฉลาดและเก่งได้...พูดแล้วมันเหมือนกับการสารภาพบาปยังไงยังนั้น ฉันเริ่มพาตัวเองเลื้อยเข้าสู่ระบบการศึกษาโดยเริ่มจากการเรียน กศน.เพื่อที่จะนำความรู้มาต่อยอดในสิ่งที่ฉันทำ และเพื่อว่าจะเอาวิชาที่ได้มาช่วยในการพัฒนาตนเองและช่วยพี่น้องได้บ้าง ฉันต้องขอบคุณอาจารย์มากที่คอยช่วยเหลือ สนับสนุนและเข้าใจในสิ่งที่เราทำ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาการทำหน้าที่ของนักเรียนที่ดี เป็นศิษย์ที่อาจารย์ภูมิใจ ฉันไม่เคยได้ทำมันเต็มที่ จนเหลือเวลาอีกกี่ถึงเดือนเศษ ฉันกำลังจะเรียนจบมัธยมศึกษาตอนต้น ในความเป็นตัวของเราฉันเริ่มได้เรียนรู้ชีวิต รู้จักคำว่าผิดพลาด เจ็บปวด ร้องไห้ ทรมารเป็นยังไง ได้เรียนรู้ว่า วิถีของคนในสังคมเป็นยังไง เราต้องอยู่ยังไงในสังคมใหญ่ ฉันได้ทำงานที่ฉันรัก เริ่มจากไม่รู้อะไรเลย จนกลายเป็นว่าตอนนี้ใครๆก็รู้จักฉัน มันก็เป็นหนึ่งนะที่ทำให้เราลำพองตน ว่าตนสำคัญ.....ถ้าไม่มีเรา ใครคนอื่นคงทำอะไรไม่ได้  ฉันคิดผิดมาตลอด....

จนวันหนึ่งฉันได้เรียนรู้และค้นพบว่า......เราไม่ควรให้ความสำคัญกับตนเอง.....อย่าพยายามที่จะสำคัญตนมากเกินไป...เพราะต่อให้โลกใบนี้ไม่มีเรา ...ก็ใช่ว่าโลกใบนี้จะมีอยู่หรือดับไป สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้มันคอยสอนฉันเสมอ....เพราะสุดท้าย....ไม่ว่าใครจะอยู่บนโลกใบนี้สักกี่ล้านคน.....ต่อให้เราอยู่ท่ามกลางผู้คนนับแสน....ถ้าไม่หันหน้ามาพูดคุยกัน ไม่สนใจกัน...ก็ไม่ได้ต่างกับการที่เราต้องอยู่คนเดียว....เวลาเท่านั้นที่จะเป็นตัวบอกและพิสูจน์ตัวเราเอง เวลา...บทเรียน..คำสอน..ประสบการณ์..และสิ่งต่างๆมากมาย..จากที่ได้พบได้สัมพัส..ได้เรียนรู้....มันสอนให้ให้เรารู้จักตัวเอง รู้จักนิสัย รู้จักตัวตน มากขึ้น....บทเรียนจากการได้ค้นหาและได้เรียนรู้กับข้อผิดพลาดและจุดบกพร่องของชีวิตที่ผ่านมา....มันค่อยสอนให้เรารู้จักการทำอะไรช้าๆการก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ มีสติและ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า การใช้ชีวิตอย่างมีสติมันจะทำให้เราไม่พลาด..ถึงแม้ว่าเราจะพลาดเราก็พลาดน้อยที่สุด...และมันทำให้เราไม่เสียใจในสิ่งที่เราได้เลือกที่จะปฏิบัติและลงมือทำมันด้วยความมีสติและความรัก.....ลองเดินเท้าเปล่าเหยียบลงบนก้อนหิน ก้อนกรวดหรือเม็ดทรายหยาบๆแล้วเราจะรู้ว่า ความเจ็บปวดของเท้าเป็นยังไง มันก็ไม่ต่างจาการใช้ชีวิตเลยแม้แต่น้อย

การใช้ชีวิตหลักใหญ่เลยสำคัญอยู่ที่ว่า เราต้องมีสติในการดำรงค์ชีวิต ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น เรียนรู้กับความผิดพลาดในอดีตที่ผ่านมา มองปัญหาอุปสรรคให้เป็นเรื่องเล็ก ปล่อยวางเสียบ้าง แล้วเราก็จะค้นพบความสุข ความสุขไม่ได้แลกมาด้วยการมีเงินมีทอง ทุกอย่างพร้อม ความสุขไม่ได้อยู่ไกล เราไม่ต้องดิ้นรนเดินทางเพื่อค้นหาความสุข เพราะฉันเคยค้นหามาแล้ว ความสุขสุดท้ายอยู่ที่ตัวเรา....ความสุขคือการที่เราไม่ทุกข์..ความทุกข์คือส่วนหนึ่งของชีวิตคนเรา และความสุขก็เช่นเดียวกัน ไม่มีใครจะมีความสุขทั้ง 365 วันหรอก และไม่มีใครจะมีความทุกข์ทั้ง 365 วัน

ฉันเชื่ออย่างนั้น สุขที่สุดคือสุขที่ใจ โลกคือสิ่งเหลวไหล..ใจต่างหากที่เป็น สุดท้าย....การที่เราจะเป็นอะไรสักอย่าง....เราไม่ต้องไขว้คว้าหรือลอกเลียนแบบใคร...สิ่งที่เราเป็นได้และเป็นได้ดีที่สุดคือ...เป็นตัวของตัวเอง รู้จักตัวเองให้มากที่สุดก็เพียงพอแล้ว

และสิ่งที่ฉันพยายามเรียนรู้ตลอดมาทำให้ฉันได้รู้ว่า ตั้งแต่เกิดจนตายมนุษย์มีการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในสองแง่มุม คือ การเปลี่ยนแปลงภายในตนเองและการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก การเปลี่ยนแปลงภายในตนเองเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะวะทางกายตามอายุไข ข้อนี้จะเชื่อมโยงกับความสามารถในการรับรู้ตลอดจนการปรับปรนการรับรู้นี้กับสถาวะภายนอกหรือสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกภายในในแง่ของความรู้ ความคิด จิตใจของมนุษย์แต่ละคน ส่วนในแง่ของการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก ที่อาจเรียกได้ว่า เป็นประสบการณ์ชีวิตที่มนุษย์แต่ละคนได้มีโอกาสไปเผชิญซึ่งมันอาจเป็นเรื่องเฉพาะตน

ตั้งแต่แรกเกิดที่ได้สัมผัสกับโลกที่บ้าน ได้สัมผัสกับสังคมนอกบ้าน เด็กบางคนมีโอกาสได้ประสบพบเห็นโลกรอบตัวมากมายพร้อมไปกับพ่อแม่  บางคนมีโลกแคบๆ เฉพาะในบ้านตามการเลี้ยงดูของพ่อแม่ จนกระทั่งเริ่มเข้ารับการศึกษาในระบบของโรงเรียน โรงเรียนซึ่งเป็นสถาบันแรกที่สามารถจัดการให้มนุษย์ได้รับประสบการณ์จากโลกภายนอกได้อย่างกว้างขว้างทั้งในแง่ของการได้สัมผัสกับผู้คน ครู เพื่อน สังคมในห้องเรียน นอกห้องเรียน และในโรงเรียน โรงเรียนยังสามารถจัดการเรียนการสอนให้มนุษย์ให้ได้รับประสบการณ์จากโลกภายนอกผ่านหนังสือและสื่อประเภทต่างๆมากมาย การเรียนรู้ ต่างๆที่พยามสร้างสรรค์มาเพื่อให้มนุษย์ได้เรียนรู้คือสิ่งที่ดี การเรียนรู้ท่ามกลางสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของ สังคม การเมือง ประเทศ และโลก คือสิ่งที่ดี

 

เรื่องนี้เราเขียนนานแล้ว สิบปีได้แล้วมั้ง ตอนนี้เราได้สัญชาติไทยแล้วนะคะ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
บุหลันริมหน้าต่าง วันที่ : 04/02/2021 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chapladthin

ขอบคุณคะ ตอนนี้พวกเราก็ไม่ได้หยุดนะคะ ดำเนินการต่อเนื่อง แต่สภาวะทางการเมืองทำให้เรื่องราวเหล่านี้แผ่วเบาและไม่ได้รับการถูกหยิบมากล่าวถึง

ความคิดเห็นที่ 3 บุหลันริมหน้าต่าง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อดุลย์ วันที่ : 03/02/2021 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

ขอบคุณครับ
ที่ได้กรุณาปรับแก้ให้ได้อ่านจนจบ

เห็นใจคนไร้สัญชาติ
และชื่นชมกับการดิ้นรนต่อสู้จนได้ในสิ่งที่ควรจะได้
แต่ก็ยังเห็นใจคนอื่น ๆ ที่ยังต้องสู้ในเรื่องนี้กันต่อไป
ตามที่ได้เห็นภาพข่าวจากหลาย ๆ สื่อ

ทำให้ย้อนมานึกถึงคนที่ได้รับสัญชาติไทย
(หรือสัญชาติอื่น ๆ ก็ตามแต่) มาตั้งแต่เกิด
ถือว่าโชคดีจริง ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 อดุลย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
บุหลันริมหน้าต่าง วันที่ : 03/02/2021 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chapladthin

ขอบคุณคะ
ลองแก้ดูแล้ว ไม่รู้ว่าพออ่านได้ไหมนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 บุหลันริมหน้าต่าง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อดุลย์ วันที่ : 02/02/2021 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

เรื่องราวน่าสนใจมากครับ
แต่ว่าอ่านยาก
ด้วยไม่มีย่อหน้าคั่นไว้เสียบ้าง
เสียดายที่ไม่สามารถฝืนอ่านได้จนจบ
เวียนสายตาครับ

ผมว่าถ้ามีย่อหน้าเป็นระยะ ๆ
จะทำให้อ่านง่ายยิ่งขึ้น
ขอบคุณมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน