• บุหลันริมหน้าต่าง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saitannarak@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-08-06
  • จำนวนเรื่อง : 227
  • จำนวนผู้ชม : 97268
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
อิสระเสรี
การสร้างแรงบันดาลใจอาจทำไม่ยากนัก เพียงแค่เรารู้จักการก้าวออกไปข้างนอก ออกไปเรียนรู้ในสิ่งที่สวยงาม ท้าทายและพร้อมที่จะเรียนรู้ ฉันเชื่อว่า คนหนุ่มสาวมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chapladthin
วันเสาร์ ที่ 16 ตุลาคม 2564
Posted by บุหลันริมหน้าต่าง , ผู้อ่าน : 399 , 21:20:03 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เราได้รับโจทย์มาให้ถอดเทปงานชิ้นหนึ่ง จริงๆต้องบอกว่า เราเป็นคนที่ชอบการถอดเทป เราชอบฟังเรื่องราว เรื่องเล่าของผู้คนมากๆ แต่เพราะเป็นการถอดรายละเอียดกระบวนการสนทนาทั้งหมด แน่นอนว่าการบันทึกการประชุมระหว่างเวทีเสวนารันอยู่ก็ต้องทำ แต่การบันทึกเทปและนำมาถอดเนื้อความรายละเอียดทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำ โดยเฉพาะเวทีที่พูดถึงรายละเอียดเชิงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความรุนแรง ปัญหาที่ละเอียดอ่อน ต้องเน้นย้ำเรื่องรายละเอียด ความจริงเนื้อหาของบทสนทนาเพียงแค่ 40 นาที เป็นเวลาไม่นานมาก แต่พอมันเป็นปัญหาที่ละเอียด ซับซ้อนและปนไปด้วยความรู้สึก คนละเอียดอ่อนและเคยผ่านปะสบการแบบนั้นมาแล้ว สิ่งที่มันมากกว่าการถอดความก็คือ การควบคุมอารมณ์ความรู้สึก เราใช้เวลาถอดเนื้อหานานมาก คิดว่านานที่สุดเท่าที่เคยทำงานมา เพราะเอาแต่ร้องไห้ ร้องไห้จนตาบวมไปหมด และคิดว่า เราก็เก่งนะที่ผ่านเรื่องเหล่านั้นมาได้ เราต้องใช้สมาธิ ปิดเสัญญาณเน็ต ทั้งโน๊ตบุ๊คและมือถือ มันเป็นเรื่องเศร้าที่ถูกเล่าผ่านชีวิตของผู้คนมากมาย ซึ่งปัญหาที่เราพบก็คือ ปัญหาการถูก Bully ในโรงเรียนเป็นอะไรที่ทำให้เราเป็นเด็กที่หนีเรียนตั้งแต่อนุบาลยันประถมหก ดีที่ช่วงนั้นยังไม่มีการเคร่งมากเรื่องการให้เด็ก Dropout เพราะชั่วโมงเรียน ชั่วโมงกิจกรรมไม่พอ ประเด็นคือ เขาให้ขาดได้ไม่เกิน 8 ครั้ง (เวลาเรียนต้องไม่น้อยกว่า 80 % คือ 40x80÷100=32 ต้องมาเรียนให้ได้ 32 ครั้ง ขาดได้ไม่เกิน 8 ครั้ง) เราหนีเรียนสลับกัน บ่อยครั้งที่ครูต้องมีหนังสือถึงปู่กับย่า เดือดร้อนย่าต้องมาพบครูประจำชั้นบ่อยๆ ปัญหาของ Bully ในโรงเรียนเป็นปัญหาที่เราเจอตั้งแต่เด็ก หลายคนก็เรียนไม่จบ ออกกลางคัน ถ้าไม่หนีบ้าง หรือไม่อดทน อดกลั้น อย่างเราคือกลั้นมาก กลั้นจนตีกลับผู้ชายและคนที่ตัวโตกว่าบ่อยมากๆ แต่ผลการเรียนก็ไม่ได้เลวร้าย เพราะเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ หนีเรียนก็ไปเรียนนับเลข สะกดตัวสระ พยัญชนะกับลุงภารโรงในสวนแตงโม สวนอ้อยหลังโรงเรียน โชคดีหน่อยที่ที่บ้านปู่เป็นครูสอนหนังสือ ก็เลยทำให้พอเอาชีวิตรอดได้ ยังมีโอกาสได้เติบโตเป็นผู้เป็นคนก็เพราะการถูก Bully ยังดีว่าเป็นคนชอบเอาชนะ ก็เลยมาถึงวันนี้ ไม่โดนเพื่อนตีตายตั้งแต่ตอนเด็กก็นับว่าบุญหัว ตีกับเขาเป็นเรื่องปกติ กลับบ้านแบบหน้าไม่บวม เสื้อผ้าไม่เปื้อนก็ไม่ใช่อาอีฉ๊ะ สมพรปากแหละที่อยู่รอดปลอดภัยมาหนะ ฟังเรื่องนี้แล้ว ถอนหายใจยาวๆ  และคิดว่าจะมีเด็กสักกี่คนที่ผ่านเรื่องราวและเหตุการณ์แบบนี้มาได้แบบไม่มีเรื่องมีราว มีคดีความ การเกิดและเติบโตในสังคมที่เรียกว่า การถูกกดทับ ถูกเลือกปฏิบัติ สังคมแห่งความเหลื่อมล้ำ และคำอวยพรจากปากชาวบ้านที่อวยพรดี๊ดี เดี๋ยวก็ใจแตก เดี๋ยวก็เรียนไม่จบ เดี๋ยวก็ท้องตั้งแต่เด็ก เป็นการก้าวผ่านที่ยากมาก ซึ่งคิดว่าแม้แต่ในสังคมชนชั้นกลางเองก็เชื่อว่ามีเช่นกัน เห็นบรรยากาศการเติบโตของหลายๆคน ถ้าพวกเขาทำผิด แล้วเขาสำนึกได้ก็ให้โอกาสเขาเถอะนะ มันผ่านมายากมากจริง ๆ การดิ้นรนเอาตัวรอดในสังคมแบบนี้ยากมาก แล้วอย่าได้คิดว่าจะไปพึ่งพาครูนะ เพราะครูหลายคนก็สมพอกันเลย ไม่ห้ามไม่ว่า ยังช่วยประโคมอีก โอ้โห้ เรียกไปหน้าชั้นเรียนแล้วถามซ้ำ เอาแบบให้ตายคาห้องเรียนไปเลย คิดเอาเองเหอะว่า โหดร้ายมากแค่ไหน ชีวิตเหมือนอยู่ท่ามกลางสงครามสามทวีปก็มิปาน
 
การเรียนที่เด็กหลายคน รวมถึงเราด้วยเลือกเรียน กศน. แม่งก็มองอีกว่า เป็นเด็กเหลือขอ เป็นเด็กที่ชีวิตวิบัติ ฉิบหาย เกเร ถึงต้องไปเรียน ตามมาดูถูกสถานศึกษา โดยที่ไม่มองว่า นั่นคือโอกาสของคนนึงคนที่เขามีความฝัน มีความพยายามในการดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตได้เข้าถึงระบบการศึกษา แม้มันอาจจะไม่ได้ถูกเชิดหน้าชูตาทางสังคมมากมาย แต่คนที่จบมาส่วนใหญ่ก็มีคุณภาพ ไม่เคยเห็นหลักสูตรการเรียนการสอนเขาก็ไปว่า ไปด่าทอสารพัด จะให้ทำไงยังไงว่ะ ก็ชีวิตเลือกไม่ได้ แต่เมื่อมันมีหนทางก็ต้องดิ้นต้องรนกันไป ครู กศน.หลายคน อย่างครูที่สอนเรา เราไม่ไปเรียนก็ตามถึงบ้าน เอาการบ้านไปส่งให้นักเรียนของตัวเองถึงบนป่า บนเขา รถดับกลางทางก็เข็นไป มึงนึกสภาพออกไหมล่ะ บางคนมันอยากเรียน มันเรียนดี แต่มันไม่มีโอกาส แม้ใจอยากจะเรียนเหมือนคนอื่นๆเขา แต่มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ มีเรื่องที่ผิดพลาดในวัยเด็ก ก็พากันมาเรียน กศน. มันจะไปอะไรกันนักหนา ตีความไเอง เดาส่งเดช มั่วตั๊วไปหมด กลายเป็นจำเลยทั้งๆที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร ไม่มีโอกาสและช่องทางให้ได้แก้ตัวและโต้ตอบด้วย
 
ถ้าสังคมนี้มันเท่าเทียม ไม่มีความเหลื่อมล้ำ มีรัฐสวัสดิการที่ดี เด็กๆหลายคนก็คงได้เรียนดีๆ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำหรอก มันไม่มีใครอยากทำผิด ทำในสิ่งที่ต้องถูกตราหน้าหรอก นี่เล่นโกงกินกันตั้งแต่นมโรงเรียนยันค่าหัวเด็ก มึงจะเอาอะไรมาพัฒนา
ปัญหาการดูถูกเหยียหยาม การ Bully กัน คนไทยคืออันดับหนึ่ง ทั้งเชื้อชาติชาติพันธุ์ ภาษา วัฒนธรรม และฐานะครอบครัว ขนาดคนไทยมีบัตรประจำตัวประชาชนไทยมันยังดูถูก เยียบย่ำ กดขี่ คุณลองคิดสิว่า คนไร้สัญชาติอย่างพวกเราต้องเจอกับอะไรมาบ้าง เจ็บปวดตั้งแต่เกิดยันตาย
 
ขนาดเข้ามหาวิทยาลัยยังถูกคนที่เรียกว่าอาจารย์ Bully เลย ไล่ให้ไปเรียนที่อื่นด้วยซ้ำ เพราะความโกรธแค้นจากอะไรก็ไม่รู้ แล้วเราเป็นคนที่ไปเรียนคนเดียวแล้วก็ถูกรับกรรม ถูก Bully ซ้ำๆ เกทับเรื่องสถานศึกษาและระดับการศึกษา มึงคิดดูว่าเวลา 2 ชั่วโมงที่เด็กคนนึงมันต้องอดทน อดกลั้นฟังอยู่ ทำอะไรไม่ได้นอกจากหยิกขาตัวเองและร้องไห้ สภาพจิตใจจะเป็นยังไง ไม่ออกกลางคันก็ดีเท่าไหร่ ยิ่งท้าทายตรงที่ว่า ไม่ต่อยหน้าคนๆนั้นก็ดีเท่าไหร่ ถ้าคุมสติไม่ได้ น่าจะได้ถูกจับเพราะตีอาจารย์ผู้สอนแน่นอนในคลาสเรียน 
เราล้วนแล้วแต่ผ่านเรื่องราวเลวร้ายในอดีต หลายคนก็เจอเหตุการณ์ที่ต้องทำให้ตกอยู่ในสถานะของจำเลยทั้งๆที่ความจริงแล้วก็เป็นเหตุที่ต้องทำเพราะการเอาตัวรอด หลายๆ ปัจจัย หลายๆ คน 
 
ในเทปมีแต่การเล่านิทานให้ฟังว่า มีพระราชาองค์นึง มีวังที่ใหญ่มาก มีกำแพงวังที่สูงมาก มีทหารยืนรายรอบวังของท่านของพระองค์ท่าน แล้ววันนึงพระราชาองค์นี้จะไปประพาสป่าก็เลยไม่ได้อยู่ในวัง แล้ววันที่พระราชาเสด็จประพาสป่านั้นมีปีศาจตัวน้อยตัวหนึ่งมาที่วังจะบุกเข้าไปข้างใน พวกทหารที่ยืนรายรอบก็ด่าทอ ขับไล่ ทุกครั้งของการด่าทอและขับไล่เจ้าปีศาจก็โตขึ้น โตขึ้น แล้วยิ่งโตขึ้นเรื่อย ๆ ทหารก็ไม่ใช่แค่ด่าทอหรือขับไล่แล้ว ทหารก็ใช้หอก ใช้ดาบทิ่มแทงเจ้าปีศาจซึ่งกำลังโตขึ้น ยิ่งทิ่มแทงเข้าไปเท่าไหร่เจ้าปีศาจตัวนี้ก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ใหญ่จนกระทั่งข้ามกำแพงเข้าไปได้ แล้วในที่สุดปีศาจตัวนี้ก็ฆ่าทหารตายหมดเลย แล้วก็เข้าไปนั่งอยู่ที่บัลลังก์ของพระราชาอย่างสง่างาม มีทหารคนหนึ่งซึ่งไม่ได้ตายรอดชีวิตเห็นรีบเข้าไปในป่าเพื่อไปทูลพระราชาว่ามันมีมันปีศาจซึ่งตอนนี้มันตัวใหญ่มาก มันบุกเข้ามาในวังแล้วและมันไปนั่งอยู่ในบัลลังก์ของพระองค์แล้ว ให้พระองค์รีบจัดการ พระราชาก็รีบกลับมาที่วังแล้วก็ไปเจอเจ้าปีศาจตัวนั้น ปีศาจก็ตัวใหญ่มากเลย ปีศาจก็นั่งเอกขเนกบนบัลลังก์อย่างสบายใจ สิ่งแรกที่พระราชาทำก็คือว่า ยินดีต้อนรับ เจ้าปีศาจนั้นก็ตัวเล็กลงทันที แล้วพระราชาก็ถามต่ออีกว่า ขาดเหลืออะไรหรือเปล่า เจ้าปีศาจก็ตัวเล็กลงอีก จากบทสนทนาต่อไปจนสุดท้ายพระราชาบอกว่า เจ้าจะอยู่นานสักเท่าไหร่ก็ได้นะ ปรากฏว่าเจ้าปีศาจตัวนั้นกลับเป็นปีศาจจิ๋วตัวเดิม แล้วก็เดินออกไปจากวัง การเล่นกับด้านมืดของคนเนี่ย มันจึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องตระหนักอย่างมาก ๆ  ความมืดมันจะทำให้คนรู้สึกว่าเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดแล้วพอถึงจุดหนึ่งเขาก็อาจจะไม่กลัวอะไรเลยก็ได้  ซึ่งบางทีเหตุการณ์หลายอย่างก็เหมือนกับว่ากลุ่มหนึ่งซึ่งน่าจะมีวุฒิภาวะที่มากกว่า มีประสบการณ์ที่มากกว่า มีความเจนจัดต่อโลกมากกว่า ลืมใช้ทุกสูตรที่ตัวเองมีเลย ลืมใช้ไปหมดเลยแต่ใช้อำนาจอย่างเดียว ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างมันมันก็ออกนอกลู่นอกทางไปเยอะมาก 
 
วินาทีที่ศาลตัดสินให้เด็กคนนึงต้องเข้าสู่สถานควบคุมหรือคุกเด็ก เขารู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวหรือเลวร้าย รุนแรงและไร้ค่า เขาจึงทำตัวให้เหมือนขยะกล่องหนึ่งที่ไม่มีค่า ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นหนะหรอ ก็เพราะว่า พวกเขาไม่มีใครรับฟังทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้ว พวกเขาไม่ได้เป็นคนเริ่มในการทำสิ่งเลวร้ายนั่น แต่เพราะบรรยากาศรอบ ๆ การที่อยู่ในสังคมที่ถูกผลักดัน กดทับและการเลือกปฏิบัติ มันก็เป็นทำให้พวกเขาเจ็บปวดใจมากพอแล้ว แต่การถูกซ้ำเติมเข้าไปอีก มันทำให้เขากลายเป็นผู้ร้ายทั้งๆที่ก็ไม่ได้มีความประสงค์ในการทำเช่นนั้น สำหรับคนที่ผ่านประสบการณ์ที่อยุติธรรม ประสบการณ์ในเชิงโครงสร้างระบบที่ถูกเท ถูกทิ้งเอาไว้ข้างทาง ข้างหลัง ล้วนแต่ต้องพบเจอบาดแผลในชีวิตมาด้วยกันทั้งนั้น
 
และสำหรับฉันการก้าวผ่านความเลวร้ายเหล่านั้นมาได้ ถึงแม้จะมีบาดแผลในจิตใจและร่างกายคือพังยับเยินไม่มีชิ้นดี แต่เราก็ก้าวผ่านมันมาได้ เราเป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยนะ ที่อายุไล่ๆเรียงกัน ขอให้ทุกคนผ่านไปได้ 
 
เรายังต้องสู้และอยู่ในสังคมที่โหดร้าย สังคมที่มีแต่ความเหลื่อมล้ำ สู่กันจนกว่าสักวันนึง น้อง ๆ ลูก ๆของเราจะได้สังคมที่เท่าเทียม มีรัฐสวัสดิการที่ดี 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน