• บุหลันริมหน้าต่าง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saitannarak@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-08-06
  • จำนวนเรื่อง : 230
  • จำนวนผู้ชม : 100705
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
อิสระเสรี
การสร้างแรงบันดาลใจอาจทำไม่ยากนัก เพียงแค่เรารู้จักการก้าวออกไปข้างนอก ออกไปเรียนรู้ในสิ่งที่สวยงาม ท้าทายและพร้อมที่จะเรียนรู้ ฉันเชื่อว่า คนหนุ่มสาวมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chapladthin
วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน 2564
Posted by บุหลันริมหน้าต่าง , ผู้อ่าน : 424 , 16:37:40 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 
เรื่องเล่าจากห้องเรียน
ระหว่างกวาดบ้าน ถูบ้าน ในกลุ่มไลน์ class วิชานึง ที่ว่าด้วยการปรับสมดุลย์ชีวิต
พี่คนนึงเพื่อนร่วม class แกเขียนการบ้านส่งอาจารย์ แกแท็กชื่อขอบคุณเราที่การเขียนการบ้านส่งอาจารย์ทุกวัน แกอ่านมา 18 วันแล้ว แกบอกว่า แกอยากขอบคุณเราที่เราแบ่งปันเรื่องราวในแต่ละวันด้วยความรัก และซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเอง ให้เกียรติตัวเอง เป็นแรงบันดาลใจให้แกมากๆ
เราไปพิมพ์ขอบคุณแกเช่นกันและบอกว่า เราเองก็อ่านการบ้านของทุกคนใน class เมื่อมีเวลาว่าง เราอยากรู้ว่าทุกคนรู้สึกยังไง คิดอะไรอยู่ เราเขียนหลายอย่าง
เราบอกกับตัวเองว่า ชีวิตเรากว่าจะมาถึงวันนี้ เราโชคดีที่ได้มีอายุขัยถึง 31 ปี เพราะหลายชีวิตไม่ได้มีโอกาส เรามีเรื่องราวความทุกข์ที่ทำให้หัวใจเราแตกสลายมากพออยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเติมความเจ็บปวดลงไปอีก เราไม่ได้มีหน้าที่พิสูจน์ให้ใครเห็นถึงความพยายามและเชื่อมั่นในตัวเรา ที่ผ่านมาเราใช้เวลาพิสูจน์มากเกินความจำเป็น และเราไม่ควรตำหนิใคร เพราะบางเรื่องเราเองยังไม่ดีพอ บางทีการปล่อยผ่านไปก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายหรือไม่ใส่ใจผู้อื่น แต่ชีวิตก็เป็นชีวิตของคนอื่น มันเรื่องอะไรกันที่เราต้องไปวุ่นวาย ต่อให้ทำไปเพราะความหวังดีก็ตาม เพราะว่า คนที่รักและไม่รักเราไม่มีสิทธิ์ทำร้ายเรา อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับเราก็ปล่อยไป แม้กระทั่งคนในครอบครัวก็ตามที ทุกคนล้วนมีมิติทางความคิด มีความนิยมชมชอบ มีเส้นทางเดินของตัวเอง รักมากแค่ไหนก็ไม่มีสิทธิ์ไปละเมิดสิทธิใคร ถ้าเขาอยากให้เราช่วยหรืออยากบอกเราเขาก็บอกเอง ให้เขาอนุญาตให้เราได้เป็นส่วนนึงในความทุกข์ ความสุขและความเป็นไปของชีวิต แม้เราจะเห็นทุกข์อยู่ตรงหน้า แต่ถ้ามันเป็นทุกข์ของคนอื่น เราก็ทำได้แค่มองและเป็นห่วงอยู่ห่างๆ ถ้ายังไม่ได้รับการอนุญาต ถ้าไม่ใช่เรื่องที่วิกฤตจนนำไปสู่ความสูญเสียที่ร้ายแรง
บางทีการเอาชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การชนะคนทั้งโลก แต่เป็นการชนะใจตัวเอง นั่นแหละเรียกว่าชัยชนะที่แท้จริง
การทบทวนตัวเอง การอยู่กับปัจจุบันขณะเป็นเรื่องที่ต้องทำ ไม่ได้บอกว่า การตั้งความหวัง การมีความฝัน หรือการจินตนาการเป็นเรื่องที่ผิดบาป เพราะชีวิตคนเราต้องมีเป้าหมาย เพื่อจะเดินไปสู่ความสำเร็จ แม้จะไม่รู้ว่ามันจะเป็นจริงหรือเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า แต่ชีวิตก็ต้องมีหวังเสมอ เหมือนคนที่ชอบซื้อลอตเตอรี่ เป็นคนที่มีความอดทน มีความเชื่อมั่นและมีความหวังเสมอ งวดนีพลาดไป ไม่เป็นไรงวดหน้ายังมี แต่การที่คนเรารู้จักพึงพอใจ พอเพียงกับสิ่งที่มี แม้ไม่มากไม่มายอะไร แต่ถ้าไม่ได้เดือดร้อนก็ไม่เห็นเป็น เพราะคนที่เขามีมากมายก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะมีความสุขและรื่นรมย์อะไร ต่างกันก็อยู่ด้วยความระแวง หวาดกลัว ไม่ไว้ใจใคร เราจะมั่งมีแล้วมีชีวิตอยู่แบบนั้น หรือแค่พอมีแต่ชีวิตมีความสงบสุข มีมิตรภาพ ไม่กระวนกระวายใจอะไร อยู่ที่เราเลือก เพราะชีวิตเป็นของเรา เป็นมนุษย์เหมือนกันแต่ทำไมต้องใข้ชีวิตแบบเดียวกัน เรามีความสุขและรื่นรมย์มากกับการเป็นเราแบบนี้ ชีวิตมนุษย์ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ใครจะใช้ยังไงก็แล้วแต่ละบุคคล แค่ไม่ไปสร้างความวุ่นวายให้คนอื่นก็เพียงพอ เราทุกจนต้องเริ่มนับ 1-10 ในทุกๆ วัน เพราะแต่ละวันของชีวิตไม่เหมือนเดิม ชีวิตมีขึ้นมีลงเสมอ แต่เราต้องมีสติ พร้อมที่จะตั้งรับ รับมือและอยู่กับความเปลี่ยนแปลงนั้น การใช้ชีวิตแบบช้าๆ ก็ดีนะ ประโยคที่ว่า ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ก็ยังใช้ได้ผลดีอยู่
สรุปอีกอย่างชีวิตไม่ได้มีแค่ปัจจัยสี่หรอกนะที่สำคัญ แต่การแสดงหาปัจจัยใหม่ การเดินทางและการมีมิตรสหาย มิตรภาพที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญของการมีชีวิตนะ
มีเพื่อนร่วมคลาสที่บอกว่า คุณคิดดีมาก แต่ความสุขในชีวิตของคนคืออะไร?
เราพิมพ์ตอบไปว่า ที่พูดมาคือความสุขทั้งหมดคะ ความสุขไม่จำเป็นต้องมีตัวตนหรือเป็นสิ่งของที่จับต้องได้เสมอไป แค่ได้ไปในที่ที่อยากไป กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ฟังเพลงที่ชอบ อ่านหนังสือสือจากนักเขียนที่รัก ได้ทำประโยชน์ให้สังคม ให้คนที่เดือดร้อนกว่าเรา และเป็นที่ปลอดภัยให้คนอีกมากมาย เพราะบางคนเขามีเรื่องราวความทุกข์ ความเจ็บปวดในใจแต่ไม่อยากเล่าให้คนรอบข้างฟัง ในฐานะคนที่เคยแสวงหาและต้องการพื้นที่แบบนั้น เราได้รับมันและอยากเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับใครหลายคน ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ในฐานะผู้ป่วยโรคนี้เราย่อมเข้าใจที่สุด การฟังที่ไม่ต้องโต้ตอบอะไร ไม่ต้องไปขัดจังหวะการพูด ไม่ต้องแนะนำอะไร ใดใด เพราะบางคนเขารู้ว่าจะต้องแก้ปัญหาแบบไหน แต่เขายังไม่พร้อมและไม่เชื่อมั่น ไม่มีความกล้าพอ อยากได้ใครสักคนที่ฟังเสียงพวกเขาด้วยหัวใจ คนแปลกหน้าก็มีส่วนสำคัญในชีวิตเรานะคะ ไม่ต้องมีคำปลอบโยนที่สวยหรูใดใด มากไปกว่าการแตะไหล่เบาๆ เป็นการส่งสัญญาณให้อีกคนรับรู้ว่า เธอยังมีฉันและเรานังมีกัน แค่หันมาเธอก็จะเห็นฉันอยู่เสมอ ความสุขไม่มีนิยามของความสุข ความสุขไม่ใช่ยอดเงินในบัญชีที่สูงขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งใหญ่โตอะไรเลย เป็นคนธรรมดาที่ชีวิตมีความสุขก็ได้ ในบางขณะต่อให้ชีวิตมีความทุกข์ ร้องไห้น้ำตาท่วมหมอนแต่ก็มีเรื่องที่ทำให้หัวเราะได้ น้ำตาเป็นเครื่องยืนยันทุกมิติของชีวิต ทุกข์ก็ร้องไห้ได้ไม่เห็นจะแปลกอะไร สุขก็ร้องไห้ได้ น้ำตาแห่งความปลื้มปริ่มดีใจ ในขณะที่ทุกข์ก็หัวเราะเสียงดังๆได้ ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาด เราไม่รู้ว่าคนอื่นในนิยามความสุขแบบไหน เพราะเราไม่ใช่คนอื่น และอื่นไม่ใช่เรา เป็นมนุษย์เหมือนกันแต่ไม่ได้หมายความว่าจะนิยามการใช้ชีวิตเหมือนกัน
เราพิมพ์คำว่า ขอโทษ ขออภัยด้วยถ้าหากคำตอบของเราจะต้องไปกระทบต่อความรู้สึกใคร
อ๋อ!!! เราเป็นเคสให้นักศึกษาแพทย์ที่เรียนด้านจิตเวชเกิน 20 ครั้ง
ทุกครั้งก่อนจบการสนทนา ทุกคนถามว่า อยากให้นิยามความหมายและคุณค่าของชีวิต เพราะคนที่เป็นโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่มักจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย
แน่นอนคะ คนที่มีชีวิตผ่านมาด้วยการใช้ความทุกข์ ความเจ็บปวดในใจ จนประสบความสำเร็จหลายอย่าง ย่อมผ่านการทำร้ายตัวเอง กรีดแขน และพยายามฆ่าตัวตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เรามิอาจบอกคนอื่นได้ว่า อะไรคือคุณค่าและความหมายของชีวิตที่แท้จริง แต่ทุกคนล้วนมีเหตุและผลในการนิยามชีวิตในแบบของตัวเอง เรากล่าวตอบสั้นๆไปว่า "สำหรับเราแล้ว เราจะรู้จักคุณค่าและความหมายของการมีชีวิตอยู่เมื่อถึงวันที่เราอยู่บนเส้นบางๆระหว่างความเป็นกับความตาย เพราะเราเคยป่วยวิกฤติจนอยู่ในสภาวะนั้นมาก่อน วินาทีนั้นเราพยายามอ้อนวอน วิงวอน ขอร้องพระเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ที่เราไม่เคยเชื่อ ปฏิเสธหรือทอดทิ้งมันไป วินาทีนั้นเราอ้อนวอน เราทิ้งความหยิ่งยโสในใจและให้สัตย์สัญญาว่าเราจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตัวเองและใช้ชีวิตให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นความหมายและคุณค่าของชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน"
และเราเรียนปรัชญาศาสนา แม้ว่าเราจะนับถืออิสลาม แต่เราข้ามพ้นพันธการและมิติทางศาสนาแล้ว เราหยิบหลักธรรม คำสอนและความเป็นแก่นแท้ของศาสนา ทุกนิกาย ทุกความเชื่อมาปรับเปลี่ยนมาให้ลงตัวและสอดคล้อง เหมาะสมกับศาสนาหลักของตัวเอง
ห้องกลับสู่สภาวะปกติ ครูขอบคุณเราที่ทำให้ทุกอย่างกระจ่าง ขัดเจนแบบไม่ต้องโต้เถียงกันเอาเป็นเอาตาย
 
เขาก็ท้วงมาว่า คุณยังขาดความสมดุลในชีวิต นะ อวยพรให้คุณหามันเจอ
 
เราพิมพ์ตอบไปว่า ขอบคุณสำหรับคำอวยพรคะพี่
 
สักพักพี่คนนึงใน class แกทักมาในแชทส่วนตัวว่า พี่เห็นการโต้ตอบ พี่เห็นพัฒนาการของฉ๊ะ ผ่านการบ้านที่ทำส่งในทุกวัน พี่ชอบมากเลยนะ พี่ลุ้นมากว่าวันนี้ พรุ่งนี้จะได้อ่านเรื่องราวอะไรของฉ๊ะ
ฉ๊ะอย่าไปโกรธหรือรู้สึกไม่ดีกับพี่เขาเลยนะ เขาไปอยู่ต่างประเทศ เขามั่นใจในตัวเองเกินไป
เราตอบไปว่า พี่คะ ฉ๊ะไม่เก็บมาเป็นอารมณ์หรอกนะคะ แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนแชทเดือดแน่นอน ถ้าพูดว่าฉ๊ะขนาดนั้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว และขอโทษนะคะพี่คนต่างประเทศที่ฉ๊ะรู้จักและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน หรือเพื่อนจากประเทศไทยแต่ย้ายไปอยู่ ไปเรียนเมืองนอก แม้ว่าเขาจะไปอยู่ประเทศหรือบ้านเขาจะมีอิสรภาพทางความคิด เท่าเทียมกันทางสังคม บ้านเราจะเจริญแล้ว เขามั่นใจในตัวเอง แต่เขาไม่ใช้ความเจริญ ความมั่นใจของเขามากดทับและละเมิดสิทธิของคนอื่นคะพี่ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช้ฉ๊ะ หรือฉ๊ะในเวอร์ชั่นก่อนหน้า พี่เขาไม่มีที่ยืนใน class อย่างสงบสุขแน่นนอน อีกอย่างนะคะฉ๊ะเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ทุกประเทศมีอารยธรรม เพราะการที่ประเทศเขาจะเจริญ เขาไม่ได้เจริญแค่ประเทศ แต่วิธีคิดของผู้คนก็ต้องเจริญและมีอารยธรรมด้วยเช่นกันทุกสังคมมีกรอบ มีกฏเกณฑ์ มีกติกา และทุกครอบครัวล้วนแล้วแต่อบรมบ่มเพราะคนในครอบครัวเรื่องมารยาททางสังคมคะ จะใช้ข้ออ้างนี้ไม่ได้นะคะ แม่แต่สถานรับเลี้ยงเด็กหรือบ้านที่ดูแลเด็กกำพร้าเขายังสอนเรื่องนี้เลยคะ มันไม่ได้อยู่ที่ชาติกำเนิด สถานที่เกิดและเติบโตหรือใช้ชีวิต แต่มันอยู่ที่สันดานและนิสัยของคนๆนั้น คิดว่าโดยส่วนใหญ่แล้วพ่อแม่น่าจะสั่งสอนและอบรมลูกนะคะ นอกจากครอบครัวที่ไม่ได้รักลูกตัวเอง อย่าไปกร่นด่าถึงพ่อแม่หรือวงศาคณาญาติเขามาด่าทอเลยคะ สงสารคนที่ไม่มีส่วนรู้เห็นกับพฤติกรรมแบบนี้คะ ถ้าเขาเตือนได้บอกได้เขาก็คงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้
 
การใช้ชีวิตแต่ละวันมีเรื่องราวและบททดสอบมากมาย การปล่อยให้ตัวเองได้สงบและโต้ตอบอย่างชาญฉลาดเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนและพัฒนา



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน