*/
  • BlueHill
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : charleenation@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 530
  • จำนวนผู้ชม : 1968375
  • จำนวนผู้โหวต : 2408
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2408 คน
กล้วยไม้กับเพลง นางฟ้าจำแลง

นางฟ้าจำแลง เพลงของสุนทราภรณ์

View All
<< มีนาคม 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบแหล่งท่องเที่ยวประเภทไหน
ทะเล
168 คน
น้ำตก
51 คน
ภูเขา-ดอย
239 คน
ห้างสรรพสินค้า
11 คน

  โหวต 469 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 30 มีนาคม 2560
Posted by BlueHill , ผู้อ่าน : 4262 , 15:51:01 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 23 คน chailasalle , ลาดพร้าวซอยสิบสอง และอีก 21 คนโหวตเรื่องนี้


กลางฤดูร้อนของเดือนมีนาคม...เรารอนแรมกันอย่างชนิดที่เรียกว่านั่งจนก้นเปื่อย/เมื่อยตูด/เอวพัง ก็คงไม่ผิดนัก สำหรับการสัญจรด้วยระยะทาง 600 กิโลเมตร ในเวลาเกือบ 11 ชั่วโมง จากกรุงพนมเปญสู่แผ่นดินทางตอนเหนือของอดีตจักรวรรดิขแมร์ จังหวัดสตึงแตร มุ่งหน้ายังป่าเต็งรังที่ราบต่ำในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเสียมปัง Western Siem Pang Wildlife Sanctuary เพื่อไปชมนกหายากหลายชนิด 

 Western Siem Pang Wildlife Sanctuary ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชา ใกล้ชายแดนลาวตอนใต้ในปัจจุบัน ครอบคลุมอาณาเขต 820,390 ไร่ ภายใต้กลไกการทำงานด้านอนุรักษ์ของ BirdLife Cambodia ในความพยายามฟื้นฟูและคุ้มครองประชากรของนกที่ใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤตระดับโลก ผ่านทางความร่วมมือจากหน่วยงานหลายภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ

ผืนป่าเต็งรังแห่งนี้ ได้รับการขนามนามให้เป็น "Forests of Hope" เป็นที่ถิ่นอยู่อาศัยและทำรังวางไข่ของชนิดพันธุ์นกหายากระดับโลก 5 ชนิด หรือ BIG FIVE ซึ่งถูกจัดให้เป็นนกใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ (Critically Endangered) โดย World Conservation Union (IUCN) หรือสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ

ในอดีตนกทั้ง 5 ชนิดนี้ เคยมีอยู่ในประเทศไทยแต่ได้สูญพันธุ์ไปแล้วโดยสิ้นเชิงจากพื้นที่ป่าเต็งรังที่ราบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย (Extinct in Thailand) ได้แก่ 1. นกช้อนหอยดำ (White-shouldered Ibis ) 2. นกช้อนหอยใหญ่ (Giant Ibis) 3.อีแร้งเทาหลังขาว (White-rumped Vulture), 4. อีแร้งสีน้ำตาล (Slender-billed Vulture ) และ 5. พญาแร้ง (Red-headed Vulture) 

เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเสียมปัง ถูกตั้งขึ้นในปี 2014 เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญในฐานะที่มีประชากรนกช้อนหอยดำเหลือรอดอยู่มากที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประชากรนกช้อนหอยดำใหญ่มากที่สุดในโลกอีกต่างหาก รวมไปถึงพบประชากรอีแร้งหายากถึง 3 ชนิดด้วยกัน ดังนั้น การก่อตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเสียมปังจึงมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนด้านการคุ้มครองและขยายพันธุ์ของประชากรนก BIG FIVE ทั้ง 5 ชนิด

สภาพเส้นทางบางช่วง...ที่ใช้สัญจรภายในเขต Western Siem Pang Wildlife Sanctuary 

หลายร้อยปีก่อน ความเจริญเกิดขึ้น โรงงานผุดขึ้นราวดอกเห็ด ต้นไม้ถูกโค่นล้มทำลาย สัตว์ป่าสูญพันธุ์เพราะถูกล่า แม่น้ำขุ่นดำตลอดสาย ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมอกควันพิษ ทว่ายังมีสีเขียวเล็กๆในบางจุด...ถ้ารู้จักมองหา และ...ตราบใดที่ยังมีสีเขียว ตราบนั้นโลกอันบิดเบี้ยวใบนี้ยังมีหวัง แม้จะเลือนรางก็ตาม

ผืนป่าทางตอนเหนือของกัมพูชาที่เป็นพรมแดนทางธรรมชาติ ติดกับประเทศลาวและเวียดนาม ก็ไม่แตกต่างกัน ในอดีต มีการเข้ามาใช้ประโยชน์จากป่ากันตลอด เช่น ตัดไม้ และล่าสัตว์ ปรากฎร่องรอยของไม้ใหญ่หลายชนิดถูกโค่นลงเหลือเพียงตอไม้ไว้ให้ดูต่างหน้า สัตว์ป่าลดจำนวนลงพรวดพราด หลายชนิด เช่น กูปรีและวัวแดง กลายเป็นเพียงตำนานที่สิ้นลมหายใจไปแล้ว

หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความลำเค็ญของไฟสงคราม กลไกการทำงานเพื่อสงวนรักษาทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า เริ่มกลับมาเป็นรูปเป็นร่างอีกครั้ง เช่นเดียวกับรุ่งสางของวันใหม่ ที่แสงสุริยันขับไล่ความมืดมิดให้ค่อยๆจางหายไป

สภาพป่าเต็งใน Western Siem Pang Wildlife Sanctuary

Bou Vorsak ผู้จัดการโครงการของ BirdLife Cambodia เล่าให้ฟังว่า ในกัมพูชา ภายใต้โครงการ"ป่าแห่งความหวัง" ส่วนหนึ่งของผืนป่าแห่งนี้ ซึ่งอยู่ในเขตป่า Western Siem Pang ได้รับการคุ้มครองให้เป็นพื้นที่หากินและทำรังวางไข่ของนกทั้ง 5 ชนิด กระทั่งประชากรนกได้เพิ่มจำนวนขึ้นตลอดช่วงที่ผ่านมา จนสามารถเปิดให้นักดูนกระหว่างประเทศเข้าไปในพื้นที่ ในความควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ BirdLife Cambodia

แร้ง นกแร้ง หรือ อีแร้ง ( Vulture) เป็นนกขนาดใหญ่ จัดอยู่ในกลุ่ม นกล่าเหยื่อ (Bird of prey, Raptor) เช่นเดียวกับพวกเหยี่ยว และนกอินทรี โดยที่แร้งนั้นถือว่าเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้ จะแตกต่างจากไปนกในกลุ่มนี้คือ แร้งจะไม่ล่าเหยื่อหรือกินสัตว์เป็น ๆ เป็นอาหาร แต่จะกินเฉพาะซากสัตว์ที่ตายแล้วเท่านั้น แร้งกินเฉพาะซากสัตว์ที่ตายแล้ว เนื่องจากอุ้งตีนไม่แข็งแรงพอที่จะขย้ำเหยื่อได้ เพราะได้วิวัฒนาการให้มีอุ้งตีนที่แบนและกรงเล็บที่เล็กสั้นเหมาะกับการอยู่บนพื้นดินมากกว่านกล่าเหยื่อชนิดอื่น 

แร้งทั้ง 3 ชนิด อีแร้งเทาหลังขาว (White-rumped Vulture), อีแร้งสีน้ำตาล (Slender-billed Vulture ) และ พญาแร้ง (Red-headed Vulture)  มีถิ่นกระจายพันธุ์อยู่ในอนุทวีปอินเดีย และบางส่วนของอินโดจีน รวมทั้งประเทศไทยด้วย ทว่าในไทยได้สูญพันธุ์ไปนานหลายสิบปีแล้ว

ทว่า....การพัฒนาอย่างไม่ยอมหยุดหย่อนของมนุษย์บนโลกใบนี้ ส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของอีแร้ง เช่นเดียวกับสัตว์ป่าอื่นๆทั่วโลก

อีแร้งเทาหลังขาว (White-rumped Vulture) ใกล้ๆกับซากวัว ที่มีการนำมา feed ให้

อีแร้งสีน้ำตาล (Slender-billed Vulture)

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประชากรนกกินซากอย่างอีแร้งได้ลดลงฮวบฮาบตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา บางประเทศอย่างไทยอีแร้งประจำถิ่นถึงกับสูญพันธุ์กันไปเลยทีเดียว ปัจจัยหลักๆมาจากแร้งไม่มีซากสัตว์ในธรรมชาติกินเป็นอาหาร ด้วยสภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไป เมืองรุกเข้ามาในป่า สัตว์ป่าที่เมื่อตายจะกลายเป็นอาหารแร้งก็ลดจำนวนลง สมัยผมเป็นเด็กยังทันเห็นแร้งลงมารุมกินซากหมาเน่าอยู่บ่อยครั้ง ใครเคยเห็นฉากรุม/แย่ง/ฉีกกินอาหารเสียงดังชุลมุนวุ่นวายเช่นนี้ น่าจะเข้าใจทำไมคนโบราณจึงจินตนาการคำว่า "แรงทึ้ง" ออกมาได้อย่างเห็นภาพเป๊ะ

แร้งยังถูกล่าเอาชีวิต จากความเชื่อผิดๆ ที่่คิดกันเอาเองว่าเป็นสัตว์ตัวซวย พาโชคร้ายหรือความตายมาให้ พอเห็นแร้งเกาะตรงไหนก็จะฆ่าเสีย แต่ในความเป็นจริง นกชนิดนี้มีประโยชน์อย่างยิ่ง ในฐานะ ผู้บริโภคซาก (Detritus feeder) กินซากสิ่งมีชีวิตเป็นอาหาร

นอกจากนั้นแล้วประเพณีการปลงศพที่ปรับเปลี่ยนไป ไม่ได้ทำกันเหมือนอย่างในอดีต ก็มีผลกระทบทำให้นกกินซากชนิดนี้ขาดแหล่งอาหารไป (ลองหาตำนาน"แร้งวัดสระเกศ" มาอ่านกันดูครับ)

น.สพ.เกษตร สุเตชะ กรรมการสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย หัวหน้าคณะที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า " BCST visit to Cambodia" ให้ข้อมูลว่า ในบางพื้นที่ของอนุทวีป เช่นในอินเดีย เกิดภาวะประชากรแร้งตายอย่างรุนแรงและฮวบฮวบร้อยละ 90% ถึงขั้นเกือบจะสูญพันธุ์ เพราะมีการเลี้ยงวัวควายไว้ใช้ทำนา พอสัตว์เจ็บป่วย ก็ป้อนยาแก้ปวดต้านอักเสบให้สัตว์กิน หวังใช้งานสัตว์ต่อ เมื่อสัตว์ตาย ก็ปล่อยซากสัตว์ไว้ให้แร้งจัดการ แต่ซากสัตว์เหล่านี้ มีสารเคมีที่มาจากยาแก้ปวดอยู่ และสารเคมีเหล่านี้ เป็นสิ่งแปลกปลอมในร่างกายของแร้ง และทำให้แร้งไตวายตาย...เป็นใบไม้ร่วง จนกระทั่งถึงกับมีการประกาศห้ามใช้ยาแก้ปวดเหล่านี้ให้วัวควายกินกันเลยทีเดียว ตามมาด้วยโครงการฟื้นฟูประชากรแร้งอย่างเร่งด่วน

ในกัมพูชาเอง อีแร้งก็ประสบปัญหาขาดแคลนอาหารเช่นกัน ทำให้ประชากรนกชนิดนี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีมากได้ลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงมีการริเริ่มโครงการ "vulture restaurant" หรือสถานที่วางซากสัตว์ให้แร้งกิน แปลตรงตัวก็ "ภัตตาคารแร้ง"นั่นแหละ โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ประชาแร้ง 3 ชนิดหลักๆ ของกัมพูชา รอดชีวิตมากขึ้น ไม่ให้สูญพันธุ์ไป ภัตาคารแร้งมีทั้งสิ้น 7 แห่งทั่วกัมพูชา ในจังหวัดสตึงแตร มีอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง ที่ Western Siempang และ Seasan ทุกแห่งควบคุมและบริหารงานโดย Cambodia Vulture Conservation Project

อาหารหลักๆของแร้งก็คือ ซากวัวนั่นแหละครับ ก็ต้องไปหาซื้อมา ต้องมีเงินสนับสนุนด้วย วิธีการนี้เขาทำกันทั่วโลกครับเป็นกลไกที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยรักษาประชากรแร้งเอาไว้ได้

พูดกันตรงๆ ก็คือช่วยให้แร้งมีอาหารกิน ไม่อดตาย มีเจตนาช่วยชีวิตสัตว์ป่าไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ อย่าลืมนะครับ สัตว์ป่าไม่มีเงินมาซื้อข้าวกินกันตายเหมือนคน

"ภัตตาคารแร้ง" ภายในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเสียมปังนั้น ตั้งอยู่กลางป่าเต็งรัง ทว่าไม่ห่างจากเส้นทางสัญจรมากนัก เป็นถนนลูกรังที่ใช้เดินทางไปมาภายในเขต นานๆจะมีรถผ่านสักครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการขนย้ายซากสัตว์มาให้แร้ง

เจ้าหน้าที่ BirdLife Cambodia บอกว่า เงินที่นำมาซื้อซากวัวเป็นอาหารแร้งมาจาก 2 ส่วน คือ มีผู้บริจาคเข้ามาให้ผ่านทาง Cambodia Vulture Conservation Project กับเงินรายได้จากค่าธรรมเนียมการเข้าชมภัตตาคารแร้ง โดยมีการสร้างบังไพรขนาดใหญ่ไว้รองรับคนที่สนใจด้วย แน่นอนว่า ผู้ที่เข้าชมต้องปฏิบัติตามกฎกติกาของสถานที่อย่างเคร่งครัด ทั้งยังมีเรนเจอร์ของทางเขตฯเสียมปังมานั่งประจำการคอยนับประชากรแร้งที่ลงกินซากด้วยทุกครั้ง

ไม่เลวนะครับ ไอเดียนี้ น่าขอยืมมาประยุกต์ใช้กับสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในบ้านเราบ้าง

จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ BirdLife Cambodia พบว่า ประชากรอีแร้งทั้ง 3 ชนิด ที่มาใช้บริการในภัตตาคารแร้ง 7 แห่งทั่วประเทศ จากการสำรวจเมื่อปี 2015 มีจำนวนในราว 160 ตัว แยกเป็น อีแร้งเทาหลังขาว 91 ตัว , อีแร้งสีน้ำตาล 47 ตัว และพญาแร้ง 18 ตัว และที่ทำให้ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเสียมปัง มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะแหล่งอนุรักษ์แร้งระดับโลกนั้น ก็เพราะประชากรแร้งเกือบ 80% สำรวจพบที่ Western Siem Pang Wildlife Sanctuary นั่นเอง

ท่วงท่าสยายปีกของอีแร้งเทาหลังขาว (White-rumped Vulture)

ในวันที่คณะนักดูนกจากไทยแลนด์แดนสยาม เดินทางไปเยือนภัตตาคารแร้ง เพื่อชม"ปรากฎการณ์แร้งทึ้ง" ในช่วงบ่ายนั้น ทางเจ้าหน้าที่เขตฯได้นำซากวัวไปวางให้เป็นอาหารแร้ง เมื่อเดินเท้าไปถึง เห็นแร้งอย่างน้อย 2 ชนิดบินร่อนอยู่เหนือภัตตาคาร บางส่วนเกาะนิ่งอยู่ตามคาคบไม้ใหญ่ทางด้านหน้าภัตตาคาร

หลังจากเข้าไปนั่งประจำการในกระท่อมบังไพรที่มิดชิด แร้งเริ่มทยอยบินลงมายังพื้นดินอันเป็นจุดที่วางซากวัวไว้ ประกอบด้วยแร้ง 2 ชนิด คือ แร้งสีน้ำตาล และแร้งเทาหลังขาว ขาดก็แต่พญาแร้งเท่านั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ แร้ง 2 ชนิดนี้จำนวนหลายสิบตัว ไม่ได้เข้ามากินเหยื่อแม้แต่ตัวเดียว เพียงแต่มายืนใกล้อาหาร อย่างมากสุดคือ แสดงพฤติกรรมไล่ขู่กันเองภายในกลุ่ม เฝ้ารอตั้งแต่บ่ายถึงเย็น ก็ยังไม่เห็นฉาก "แร้งทึ้ง"

ภายในกระท่อมบังไพร เราถกแถลงตั้งสมมติฐานกันให้แซ่ดถึงสาเหตุที่แร้ง 2 ชนิดไม่กินซากที่นำมาเลี้ยงไว้ 2 ประการ คือ ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน มีการนำเหยื่อมาเลี้ยงแร้ง ทำให้แร้งยังอิ่มอยู่ จึงลงมาเฝ้าอาหารไว้กินในมื้อต่อไป เรียกว่ามีพฤติกรรมหวงของกินว่ากันอย่างนั้น หรือไม่ก็ แร้ง 2 ชนิด มาปักหลักรอคอยพญาแร้ง ให้มาประเดิมอาหารจานเด็ดก่อน จึงค่อยลงมือ

ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจเป็นเพราะ "พญาแร้ง" ที่ชาวบ้านเแถวนี้รียกกันว่า "แร้งไฟ" มีจะงอยปากที่แหลมคมกว่าอีก 2 ชนิด สามารถจิกฉีกทะลุทะลวงหนังของสัตว์เข้าไปได้ง่ายกว่า

เมื่อรูปการณ์เป็นเช่นนี้ เราจึงนัดกันใหม่ว่า ช่วงบ่ายของวันถัดไป เราจะมาเฝ้าคอยแร้งที่ภัตตาคารอีกครั้ง ส่วนในช่วงเช้า ตกลงกันว่าเจ้าหน้าที่จะนำไปยังบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่พบว่าพญาแร้งทำรังกลางป่าเต็งรัง แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่เขตฯเป็นผู้กำหนดจุดในการแอบซุ่มดูบ้านของแร้งหายาก เพื่อให้เกิด"ระยะห่าง"ระหว่างคนกับนก

พญาแร้ง (Red-headed Vulture)

จากกล้องสองตา เราเห็นลูกนกแร้งอยู่บนรังใหญ่ที่วางอยู่บนคาคบไม้สูง เฝ้าดูเพียงชั่วครู่เราก็อำลาจากมา แต่ปรากฎว่าขณะกลับออกจากป่า ก็มีข่าวจากเจ้าหน้าที่ซึ่งเฝ้าอยู่ ณ ภัตตาคารแร้ง รายงานมาว่า แรงทั้ง 3 ชนิดลงทึ้งซากหมดแล้วตั้งแต่ช่วงสาย มีพญาแร้งรวมอยู่ด้วย 5 ตัว!

สำหรับประเทศไทย พบแร้งทั้งหมด 5 ชนิด โดยแบ่งเป็นแร้งอพยพ 2 ชนิด คือ แร้งดำหิมาลัย (Cinereous Vulture) กับแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย ( Himalayan Griffon Vulture) และแร้งประจำถิ่น 3 ชนิด คือ พญาแร้ง , แร้งสีน้ำตาล และแร้งเทาหลังขาว ซึ่งทุกชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งหมด แต่ 3 ชนิดหลังสูญพันธุ์ไปเรียบร้อยแล้ว ส่วน 2 ชนิดเป็นนกอพยพ หาดูได้ยากมาก ในแต่ละปีพบเป็นจำนวนน้อย

...น่าเสียดายกันใช่ไหมครับ นกนักล่าในกลุ่มอีแร้งประจำถิ่นทั้ง 3 ชนิด ปัจจุบันได้สูญพันธุ์ไปจากป่าและทุ่งนาเมืองไทยแล้วกว่า 30 ปี

นกช้อนหอยใหญ่ (Giant Ibis)

พื้นที่ป่าเต็งรังในกัมพูชา ยังเป็นบ้านขนาดใหญ่ที่สุดในโลกของนกหายากที่ถูกขึ้นบัญชีว่าเป็น สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ (Critically Endangered) อีก 2 ชนิด คือ นกช้อนหอยใหญ่ และนกช้อนหอยดำ ซึ่งนกช้อนหอยนี้ เป็นนกจำพวกหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์นกช้อนหอยและนกปากช้อน มีลักษณะโดยรวม คือ เป็นนกที่มีจะงอยปากยาวโค้ง ปลายแหลม หากินในนํ้าตื้นกินปลา, ปู และสัตว์นํ้าเล็ก ๆ เป็นอาหาร โดยมากแล้วจะทำรังอยู่บนต้นไม้ ในพื้นที่อาศัย และวางไข่กำลังถูกคุกคามจากการบุกรุกจากการให้สัมปทานผืนดินทางเศรษฐกิจ

นกช้อนหอยใหญ่ (Giant Ibis) เป็นนกช้อนหอยขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นนกถิ่นเดียวของภูมิภาคอาเซียน มีลักษณะโดดเด่นจากหัวที่ล้านโล่งเตียน และจะงอยปากยาว ในอดีตเคยพบในประเทศไทยเช่นกัน แต่น่าเสียดายยิ่งนักที่นกชนิดนี้ ได้สูญพันธุ์ไปแล้วจากแผ่นดินสยาม ก็จากการล่ามากินนั่นแหละครับ ปัจจุบันนกชนิดนี้ยังเหลืออยู่เพียง 345 ตัวทั่วโลก โดย 90% อยู่ในกัมพูชา

 นกช้อนหอยดำ (White-shouldered Ibis ) ริมหนองน้ำถ่ายภาพนี้บนรถ ระยะไกลทีเดียว

สำหรับ เจ้านกช้อนหอยดำ (White-shouldered Ibis) เป็นอีกพันธุ์หนึ่งในวงศ์นกกุลา และนกปากช้อน เชื่อกันว่าปัจจุบันมีนกช้อนหอยดำเหลืออยู่ 1,114-1,249 ตัวในโลกนี้ และประชากรในกัมพูชา คิดเป็นประมาณ 97% ของทั้งหมด

เมื่อไม่กี่ปีทีผ่านมา มีการสำรวจประชากรนกช้อนหอยดำ 59 แหล่งทั่วกัมพูชา พบจำนวนนกเกือบ 1,000 ตัว การสำรวจดังกล่าวยังให้ข้อมูลว่า เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าเซียมปาง เป็นแหล่งอาศัยใหญ่ที่สุดของนกช้อนหอยชนิดนี้ 451 ตัว หรือ 41% ของประชากรนกช้อนหอยดำทั่วโลก ตามด้วยเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าลมพัด (Lom Phat) จ.รัตนคีรี พบจำนวน 298 ตัว แต่เขตอนุรักษ์ทั้ง 2 แห่งนี้ กำลังเผชิญกับภาวะคุกคามที่ทำลายแหล่งทำรังวางไข่ของนก จากการให้สัมปทานที่ดินเพื่อโครงการเศรษฐกิจ

นกหัวขวานด่างหน้าผากเหลือง (Yellow-crowned Woodpecker)

นกหัวขวานเขียวท้องลาย (Streak-throated Woodpecker)

นกหัวขวานด่างท้องน้ำตาลแดง (Rufous-bellied Woodpecker)

นอกจากนกไฮไลท์หายากสุด ๆ ทั้ง 5 ชนิดแล้ว ป่าเต็งรังของเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเสียมปัง ยังเป็นแหล่งอาศัยของนกหัวขวานที่มีสถานภาพระดับ "หายากมาก" อีก 2 ชนิด ที่เคยพบในป่าเต็งที่ราบของไทย แต่คาดว่าได้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เนื่องจากถิ่นที่อยู่ถูกรุกรานทำลาย และไม่มีรายงานการพบนกมาเป็นเวลานานมากแล้ว นั่นก็คือ นกหัวขวานด่างหน้าผากเหลือง (Yellow-crowned Woodpecker) และ นกหัวขวานเขียวท้องลาย (Streak-throated Woodpecker)

นกหัวขวานขนาดใหญ่อีก 2 ชนิดที่เราพบในเขตฯเสียมปัง ก็คือ นกหัวขวานใหญ่สีเทา (Great Slaty Woodpecker) และ นกหัวขวานใหญ่สีดำ (White-bellied Woodpecker) ซึ่งจัดว่าพบเห็นได้ไม่ง่ายนักในป่าเมืองไทย ทำให้ป่าเต็งรังกัมพูชาแห่งนี้ จัดเป็นแหล่งดูนกหัวขวานที่สำคัญไปเลยทีเดียว นอกเหนือไปจากเจ้า Big Five ทั้ง 5 ชนิดที่พูดถึงไปแล้ว

นกหัวขวานตะโพกแดง (Black-headed Woodpecker)

จากการตระเวนชมนกชมไม้ และสัมผัสเนื้อนวลอวลอณูของไพรพฤกษ์แห่งป่าผืนนี้ เหมือนได้ย้อนยุคกลับไปเดินในป่าเต็งรังที่ราบแห่งภาคอิสานราวสัก 60-70 ปีก่อน ทำให้คณะของเรา (นำโดยจนท.สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติของไทย,นักวิจัยจากองค์กรสวนสัตว์ฯ และนักดูนกพื้นเพอย่างเราๆท่านๆ) พบว่า นกหัวขวานทั้ง 2 ชนิดหาดูได้ไม่ยากนักในป่าเต็งรังของกัมพูชาแห่งนี้

นอกจากนั้นแล้ว นกหัวขวานด่างท้องน้ำตาลแดง (Rufous-bellied Woodpecker) ที่เป็นนกหาดูยากอีกชนิดหนึ่งของไทย ก็พบได้ที่นี่อีกเช่นกัน (ล่าสุดเมื่อไม่นาน มีการพบชนิดนี้อีกครั้งบริเวณป่าเต็งรัง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง)

หนองน้ำเล็กๆกลางป่าเต็งรังยามหน้าแล้ง กลางบึงมีน้ำแฉะๆ ตื้นๆ เต็มไปด้วยโคลนตม กลายเป็นแหล่งหากินสำคัญของนกน้ำไซส์ใหญ่ทั้งหลาย  ในร่องน้ำยังคงมีน้ำสะสมอยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้น สัตว์จำพวก กบเขียด ปลา ปลาไหล มีชีวิตอยู่ในน้ำซึมใต้ดิน เพื่อรอคอยการมาเยือนอีกครั้งของฤดูฝน

นกกระสาคอขาว (Wooly-necked Stork)

นกกระสาคอดำ (Black-necked Stork) เดินหากิน ริมหนองน้ำ กลางป่าเต็งรัง

นกกระเรียนไทย (Sarus Crane) ในป่าเต็งรัง

นกตะกรุม (Lesser Adjutant) อีกชนิดที่ใช้หนองน้ำขนาดเล็กที่ระดับน้ำลดน้อยเต็มทียามหน้าแล้ง เป็นพื้นที่หากิน

ตามหนองน้ำขนาดเล็กหลายแห่ง กลางป่าเต็งรังเสียมปัง เรายังพบนกธรรมชาติหลายชนิดเข้ามาใช้บริการ ที่อยู่ในระดับหายากมากของไทยก็มีเช่น นกกระเรียนพันธุ์ไทย (Sarus Crane) ซึ่งขณะนี้ไทยเราประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์คืนสู่ธรรมชาติหลังจากสูญพันธุ์ไปในอดีต,นกตะกรุม(Lesser Adjutant),นกกระสาคอขาว (Wooly-necked Stork) และ นกกระสาคอดำ (Black-necked Stork) รวมไปถึงนกน้ำขายาวจำพวก นกยางกรอก (Pond Heron) และนกยาง (Egret)ทั้งหลาย

แน่นอนว่า รวมไปถึงนกที่สูญพันธุ์ไปแล้วในไทยอย่าง นกช้อนหอยดำ (White-shouldered Ibis) และ นกช้อนหอยใหญ่ (Giant Ibis)

เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว (White-rumped Falcon) ,ตัวผู้ นกถิ่นเดียวของอุษาคเนย์

เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว (White-rumped Falcon) ,ตัวเมีย 

ขณะเดียวกัน เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว (White-rumped Falcon),อีแพรดคิ้วขาว (White-browed Fantail) ,นกเปล้าขาเหลือง (Yellow-footed Green Pigeon) ,นกกระจิบหญ้าสีน้ำตาล (Brown Prinia) และ นกอีเสือหลังแดง (Burmese Shrike) อยู่ในระดับที่เรียกว่า very common มากๆ ทั้งๆที่ 3 ชนิดแรกหาดูไม่ง่ายนักในเมืองไทย

เจ้าเหยี่ยวเล็กตะโพกขาว เป็นเหยี่ยวปีกแหลมตัวเล็กเท่ากำมือ ทำรังในโพรงไม้ ตกอยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคามเช่นกัน เนื่องจากสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยอย่างป่าเต็งรังที่สมบูรณ์ แต่ในกัมพูชา เป็นชนิดพันธุ์ที่แตกต่างจากประเทศไทยเรา 

  โพรงไม้ในตอ...สถานที่ทำรังของนกทึดทือพันธุ์เหนือ (Brown Fish Owl)

นกอีเสือหลังแดง (Burmese Shrike)

ที่น่าแปลกใจตรงที่ปริมาณของ นกอีเสือหลังแดง ที่พบเป็นจำนวนมากแทบจะทุกครั้งที่ย่างเท้าออกไปดูนกแทบจะทุกตารางนิ้วของป่า ไม่แน่ใจว่าเป็นตัวประจำถิ่นของป่าเต็งรังเขมรหรือไม่-อย่างไร

นกอีแพรดคิ้วขาว (White-browed Fantail)

 นกแก้วหัวแพร (Blossom-headed Parakeet),ตัวเมีย

นกพญาไฟเล็ก (Small Minivet) ,ตัวผู้

นอกจากนี้แล้ว นกที่พบก็เป็นนกประจำถิ่นเบสิคของป่าเต็งรังทั้งนั้น ไม่ต่างไปจากป่าเต็งรังซับสะเดา เป๊ะเลยครับ ทั้ง นกหัวขวานตะโพกแดง (Black-headed Woodpecker) ,นกหัวขวานสีตาล (Rufous Woodpecker) ,นกหัวขวานด่างแคระ (Grey-capped Pygmy Woodpecker), นกหัวขวานด่างอกลายจุด (Freckle-breasted woodpecker),นกพญาไฟเล็ก (Small Minivet), นกพญาไฟใหญ่ (Scarlet Minivet) ,นกกะเต็นอกขาว (White-throated Kingfisher) ,นกขี้เถ้าใหญ่ (Large Cuckooshrike),นกปรอดหัวสีเขม่า (Sooty-headed Bulbul ) , นกขมิ้นหัวดำใหญ่ (Black-hooded Oriole),นกเขาใหญ่ (Spotted Dove), กระทาทุ่ง (Chinese Francolin),นกตะขาบทุ่ง (Indian Roller) ฯลฯ

ยิ่งน่าแปลกใจเข้าไปใหญ่คือ ตลอดการดูนกทริปนี้ เราไม่พบนกกินแมลงทุกประเภทเลย ทั้งที่ควรจะพบอย่างน้อย 2 ชนิด คือ นกกินแมลงกระหม่อมแดง (Chestnut-capped Babble) และ นกกินแมลงตาเหลือง (Yellow-eyed Babbler) เมื่อพิจารณาจากสภาพสิ่งแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับป่าบ้านเรา ไม่แน่ใจว่าใน Bird List ของทางเขตฯ สำรวจพบนกจับแมลงด้วยหรือไม่

ทริปนี้ เรามีการนับนกที่พบกันด้วยครับ ปรากฎว่า เฉพาะในเขตอนุรักษ์ฯเสียมปัง เรานับประชากรนกได้ถึง 152 ชนิด ในระยะเวลา 2-3 วัน จากจำนวนที่่มีทั้งหมดกว่า 300 ชนิด

 นกอินทรีเล็ก (Booted Eagle)  ชุดขนสีเข้ม

เรายังพบนกในกลุ่มนักล่าเหยื่อ (Raptors) อีก 3 ชนิดด้วยกันในป่าเต็งรังเสียมปัง ได้แก่ เหยี่ยวรุ้ง (Crested Serpent-Eagle) , เหยี่ยวต่างสี (Changeable Hawk Eagle ) และ นกอินทรีเล็ก (Booted Eagle) ซึ่งสองชนิดแรกเป็นตัวประจำถิ่น ส่วนชนิดหลังเป็นนกอพยพบินมาโชว์ตัวเหนือแค้มป์ที่พักกลางท้องทุ่ง ให้ชมกันค่อนข้างนานทีเดียว

แน่นอนว่า...อาจมีเซอร์ไพร้ส์อะไรมากกว่านี้ เพราะอย่าลืมว่า ในพื้นที่กว่า 800,000 ไร่ ของเขตป่าคุ้มครองเสียมปัง มีการสำรวจพบนกในราว 300 ชนิดเลยทีเดียว

สภาพป่าเต็งรังทางภาคเหนือของกัมพูชา แม้ไม่ห่างไกลจากชายแดนไทย แต่ในความรู้สึก...ไม่เหมือนป่าเต็งรังที่ราบในอิสานที่เคยเดินมาก่อนในเมืองไทย คือที่หน่วยพิทักษ์ป่าซับสะเดา อุทยานแห่งชาติทับลาน หรือนี่จะเป็นสถาพป่าเต็งรังสมบูรณ์ที่เคยพบอยู่ทั่วทั้งภาคอิสาน แต่ปัจจุบันหมดสิ้นไปแล้ว เหลือเพียงหย่อมน้อยๆ ที่ซับสะเดา

สิ่งมหัศจรรย์อีกประการที่เราเห็นในป่าแห่งนี้ ก็คือ ขี้ไส้เดือนกองใหญ่เป็นร้อยๆพันๆ ที่ผุดขึ้นจากดินเป็นรูปทรงกลม สูงประมาณครึ่งศอก อยู่กลางป่าเต็งรังแห่งนี้ มองดูไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งผมเรียกมันว่า "Tower of Earth-worm"

กองขี้ไส้เดือนใหญ่ขนาดนี้ พบได้ทั่วไปในป่าเต็งรังเสียมปัง

น.สพ.เกษตร เล่าให้ฟังว่า กองขี้ไส้เดือนใหญ่ขนาดนี้ ไม่เคยเห็นในป่าเมืองไทยมาก่อน ซึ่งเขาเองก็เคยเห็นเป็นครั้งแรกเหมือนกัน การมีขี้ไส้เดือนเยอะขนาดนี้ มีส่วนช่วยทำให้โครงสร้างของดินในป่าดีขึ้น โดยไส้เดือนจะชอนไชทำให้ดินร่วนซุย ทำให้การระบายน้ำและอากาศไปสู่ดินได้ดีขึ้น นอกจากนั้น เมื่อพิจารณาจากปริมาณของกองขี้ไส้เดือนทั้งขนาดและส่วนสูงแล้ว น่าจะช่วยชะลอการไหลของน้ำฝนที่ตกลงในป่าได้เป็นอย่างดี เหมือนป่ามีฝายธรรมชาติ ยังไงยังงั้นเลยทีเดียว

ในช่วงที่ต้องเลี้ยงลูก เจ้านกช้อนหอยใหญ่ ก็ได้ใช้ไส้เดือนนี่แหละ เป็นอาหารป้อนลูกน้อยด้วย... เรื่องนี้ผมไม่ได้คิดเองเออเองหรอก เจ้าหน้าที่  BirdLife Cambodia คนหนึ่งเล่าให้ฟัง

 ทางขวาคือ น.สพ.เกษตร สุเตชะ กรรมการสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติฯ ส่วนคนซ้าย อ้ายไหม เรนเจอร์เขตฯเสียมปัง

 

ใครไม่เคยอยากให้ลองสักครั้ง...ผูกเปลนอนกลางทุ่งโล่งริมป่า ฟังเสียงหริ่งหรีดเรไรขับกล่อมกลางดึก เสียงนกป่าแว่วมาแต่ไกล ทั้งนกเค้าภูเขา(Mountain Scops Owl), นกทึดทือพันธุ์เหนือ (Brown fish owl), นกตบยุงหางยาว (Large-tailed Nightjar) ตื่นเช้าขึ้นมารับอรุณรุ่ง ล้างหน้าลางตาแล้วนั่งจิบกาแฟ เคล้าเสียงวิหคนกกานานาพันธุ์บรรเลงซิมโฟนีกันลั่นป่า อากาศก็แสนจะบริสุทธิ์ ช่างสดชื่นจริงๆ

โอ้...นั่นไงเสียงเบิกอรุณดังก้อง "แกร๋-แกร๋..." ของเจ้านกกระเรียนพันธุ์ไทย ลั่นมาจากราวป่า ตามด้วยเสียง ละองละมั่ง (Eld's Deer) ร้องแทรกขึ้นแว่วมาแต่ไกล เป็นบรรยากาศที่แสนวิเศษมากๆสำหรับนักนิยมธรรมชาติอย่างเราๆ ท่านๆ

สำหรับ ละองละมั่ง 1 ใน 19 สัตว์ป่าสงวนของไทย เป็นกวางขนาดกลาง อาศัยและหากินในทุ่งหญ้าโปร่ง ในเมืองไทยสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้วเช่นกัน ที่เราพบเห็นในป่าอนุรักษ์บางแห่ง เป็น ละองละมั่ง ชนิดสายพันธุ์พม่าและสายพันธุ์ไทยที่เพาะเลี้ยง (เพาะพันธุ์สายพันธุ์พม่าในหลอดแก้ว...ไทยทำได้เป็นประเทศแรกของโลก เมื่อปี 2554 โดยองค์การสวนสัตว์) ขึ้นมาเพื่อปล่อยสู่ธรรมชาติ แต่รูปร่างเล็กกว่าชนิดพันธุ์ในอดีตมาก

เพิ่มข้อมูลให้อีกนิด ละองนั่นเป็นตัวผู้ มีเขาโค้งยาวไปด้านหลังแล้วตีวงม้วนมาด้านหน้า ส่วนละมั่งเป็นตัวเมีย ไม่มีเขา

ขวามือนั่นแหละครับ อ้ายไหม ส่วนซ้ายมือคือ พี่ชาย นักดูนกระดับพระกาฬเรียกพี่

ในการเดินทางไปดูนกหายากที่กัมพูชาครั้งนี้ ในป่า Western Siem Pang Wildlife Sanctuary เรามีอ้ายไหม พิทักษ์ป่าหนุ่มใหญ่ ผู้มีผิวคล้ำ ร่างเล็กแต่แกร่ง เป็นไกด์นำทางให้ ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดา เพราะอ้ายไหม นอกจากจะพูดได้ถึง 4 ภาษา เช่น เขมร ลาว ไทย และอังกฤษแล้ว ยังมีความเชี่ยวชาญเรื่องนกและสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ อย่างชนิดหาตัวจับยาก แถมยังเรียนรู้เสียงสัตว์ป่า โดยเฉพาะนก ได้อย่างน่าทึ่ง

ถ้อยคำที่มักได้ยินจากปากอ้ายไหม เมื่อเราบอกว่าอยากเห็นนกตัวโน้นตัวนี้ ก็คือ "เจอแน่ 100%" ซึ่งต่อมาก็เจอจริงๆเสียด้วย เพราะอ้ายไหมนี่รู้จักถิ่นที่อยู่ประจำของนกแต่ละชนิดเป็นอย่างดี

....กว่าจะเป็นป่าแห่งความหวัง ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ช่างลำบากยากเย็นแสนเข็ญนัก ปัญหาและอุปสรรคต่างๆพรั่งพรู สะท้อนออกจากปากเจ้าหน้าที่ BirdLife ช่างไม่ผิดเพี้ยนไปจากบริบทที่เกิดขึ้นในผืนป่าของไทย ทั้งปัญหารุกป่าปลูกพืชเชิงเดี่ยวและสิ่งก่อสร้าง การตัดไม้ทำลายป่า ล่าสัตว์ (ก็ฝีมือนายทุน ข้าราชการ นักการเมือง สุมหัวกันนั่นแหละ)และความไม่เอาใจใส่อย่างจริงจังของภาครัฐ

ฟังดูแล้วก็ให้เกิดความท้อแท้ละเหี่ยใจ(แต่ไม่ถอย) ส่งข้ามพรมแดนมายังประเทศบ้านเกิดเมืองนอน เรียกว่า โคลนนิ่งพฤติกรรมกันมาก็ไม่ผิดนัก พวกอนุรักษ์ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานกันไป พวกทำลายก็ล้างผลาญกันไปไม่หยุดหย่อน กะจะเอาให้ป่าหมดสิ้นไปจากประเทศไทยให้ได้

จำได้ว่า พญาแร้งฝูงสุดท้ายในไทย ได้ตายยกฝูงจากป่าห้วยขาแข้งเมื่อเกือบ 25 ปีก่อน ด้วยมีพรานป่า เข้าไปล่าเสือโดยวิธีวางยาเบื่อ อีแร้งฝูงนี้ไปกินซากเสือเข้า ทำให้ตายยกฝูง ส่วนแร้งชนิดอื่นๆ ถ้าไม่ถูกล่า ก็ตายไปหมด เพราะกินซากสัตว์ตามท้องไร่ท้องนา ที่ตายก็เพราะสารเคมีนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ในอีกแง่มุมหนึ่งของพลิกฟื้นคืนชีวิต ..... ผืนป่าเต็งรังที่ราบต่ำของที่นี่และในที่อื่นๆ ของกัมพูชา กำลังกลายเป็น "ป่าแห่งความหวังสุดท้าย" ของประเทศไทยในอันที่จะศึกษา ค้นคว้า วิจัย เพื่อฟื้นฟูประชากรนกหลายชนิดที่สูญพันธุ์ไปแล้วให้กลับมามีชีวิตในป่าธรรมชาติ ขับขานท่วงทำนองแห่งพงไพรยามรุ่งสาง ขยับปีกแห่งเสรีภาพอันหอมหวาน เหนือน่านฟ้าแผ่นดินสยามอีกครั้ง...ก็เป็นได้

....เฉกเช่นที่เคยเกิดขึ้น และกำลังเป็นไป... 
....ดั่งรุ่งสาง...ที่เสียมปัง

 

  

M. Tallstrom
A Whiter Shade of Pale
Arr. for acoustic guitar

 

 

# 3 เรื่อง 3 รส ในซีรีส์ชุด BCST visit to Cambodia

Anlung Pring ... ใต้ฟ้าสีคราม

รุ่งสาง...ที่ Siem Pang

Kratie...กลางสายนทีแห่งชีวิต



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
BlueHill วันที่ : 03/04/2017 เวลา : 22.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 49ลุงหนอน/driftworm
ขออภัยที่ทำให้อ่านยากขึ้นครับ

ความคิดเห็นที่ 49 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 03/04/2017 เวลา : 21.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

แวะมาสวัสดีก่อนครับ
พื้นสีเข้มทำให้อ่านเรื่องยากนิด

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
BlueHill วันที่ : 02/04/2017 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 47คุณวรรณสุข
สำหรับแร้ง นักเก็บกวาดซากแห่งป่าใหญ่
ได้รู้จัก สัมผัส แล้วจะรักมันครับ

ความคิดเห็นที่ 47 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วรรณสุข วันที่ : 01/04/2017 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

นกสวยๆ ทั้งนั้นเลย
ฝูงแร้ง...ทั้งน่ากลัว ทั้งงดงาม อย่างบอกไม่ถูกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
BlueHill วันที่ : 01/04/2017 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 44wansuk
คำพูดของวันศุกร์ ทำให้นกชนิดหนึ่งที่มีแนวโน้มสูญพันธุ์สูงอย่าง นกแต้วแล้วท้องดำ ต้องคอยดูกันต่อไปว่า นกสำคัญชนิดนี้จะสูญพันธุ์ไปหรือไม่

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
BlueHill วันที่ : 01/04/2017 เวลา : 18.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 43 พีทางแก้ว
ไม่ต่างไปตากยอดเขาหรือพื้นที่ป่าหลายแห่งซึ่งเคยเป็นพื้นทีสีแดงในอดีต

ความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมือง อย่างน้อยก็ช่วยรักษาผืนป่าหลายแห่งเอาไว้

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
wansuk วันที่ : 01/04/2017 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

เมืองไทยเวลานี้ ขอเพียงรักษาธรรมชาติ ป่า สัตว์ป่าที่เหลืออยู่ไว้ให้ได้ค่ะ (ช่างยากยิ่งเสียจริงๆ )

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
ทางแก้ว วันที่ : 01/04/2017 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

การคมนาคมไม่ดี
กลับกลายเป็นข้อดี
ความหลายหลายของความเจริญ
และไม่เจริญย่อมส่งผลดีต่อโลก

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
BlueHill วันที่ : 01/04/2017 เวลา : 07.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 41คุณสุ่ย/feng_shui
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 41 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
feng_shui วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ว๊าวว สุดยอด มากๆ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
BlueHill วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

- ความคิดเห็นที่ 39 พี่สิงห์นอกระบบ
ถ้าเป็นหน้าฝน รับรองบางช่วง รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ไม่ผ่านแน่นอน
สบายดีนะครับพี่

ความคิดเห็นที่ 39 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เส้นทางโหดเอาเรื่อง หน้าฝนถ้าจะโหดกว่านี้เยอะเลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
BlueHill วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 19.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 35 tengpong

แปลกแต่จริงนะครับ เมืองไทยเราทำได้
คำว่าพัฒนา ทำให้หลายคยมองว่า คือ การทำลาย
การพัฒนาในประเทศไทย สวนทางกับการอนุรักษ์

ถ้าหมั่นเขี้ยว ลองสักบล็อกนะครับเรื่องการพัฒนาในความหมายของการทำลายธรรมชาติ

ความคิดเห็นที่ 37 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 19.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

- ความคิดเห็นที่ 34 แม่หมี
เรื่องเขียนบล็อก หากแม่หมีไม่เลิก ผมก็ไม่เลิกครับ
แต่อาจลดจำนวนการเขียนลง ไม่บ่อยเหมือนแต่ก่อนครับ

We do not see nature with our eyes
But with our understanding and our heart.

ความคิดเห็นที่ 36 เหล่าซือสุวรรณา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 19.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

- ความคิดเห็นที่ 33 เหล่าซือสุวรรณา
อีแร้งกินซากเน่า เพราะสัตว์ตาย
คนกินเนื้อสัตว์ ต้องฆ่าสัตว์
ประเมินดูแล้ว คนน่ากลัวกว่าอีแร้งเยอะครับ

บล็อกระยะนี้ เหมือนไม่มีบก.ทำงาน
ไม่แปลกใจที่คนเขียนหายไปหมดครับเหล่าซือ

ความคิดเห็นที่ 35 BlueHill , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
tengpong วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

คนรักษ์ธรรมชาติ เห็นแล้วอดสะท้อนใจไม่ได้ เมื่อหันกลับมามองบ้านเรา
คำว่า "พัฒนา" ที่ใครหลงเชื่อ มันไม่ได้ช่วยอะไรธรรมชาติเลยสักนิด

ขอบคุณครับ สาระล้วนๆ ดีต่อใจ เพลงประกอบ เพราะจนเศร้าไปกับเรื่องราว

ความคิดเห็นที่ 34 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

บ้านเราสูญพันธุ์ แต่บ้านเขายังคงเหลืออยู่

มันสะท้อนให้เห็นอะไรหลายๆอย่าง ถ้าไม่แก้ไข คนรุ่นหลังจะไม่เหลืออะไรไว้ให้ชื่นชม นก ต้นไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ

ยิ่งคุณชาลีได้ออกไปสัมผัสอย่างไร้กังวล คงจะรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ

บางทีการที่ออกจากถิ่นที่เราทำไปสู่สิ่งที่เรารักมากๆ บางทีมันอาจเป็นสิ่งดีๆสำหรับธรรมชาติ แค่การเขียนบล็อกอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า คิดเช่นนั้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 33 ทางแก้ว , BlueHill และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

โอ้ การเดินทางที่โหดขนาดนี้ ก็น่าจะอะไรต่อมิอะรในตัวพังล่ะค่ะ
อีแร้ง ดูน่ากลัวจริงค่ะ
อ่านคอมเม้นท์แล้วได้ความรู้เพิ่มเรื่อง ทำไมทิเบตต้องปลงศพด้วยวิธีนั้น
ดีนะคะ ที่มีภาพดอกไม้สวยๆ มาให้ดูสลับกัน

เรื่องเขียนบล็อกโอเคที่หลายท่านคุยกัน ดิฉันเข้ามาอ่านทุกครั้งที่มีเวลาคะ แต่อาจไม่ทั่วถึง
ช่วงนี้ดิฉันเขียนแนววิชาการภาษาจีนมากหน่อย บางเรื่องก็ไม่ได้เอามาโพสต์ในบล็อกโอเค
สังเกตเห็นเหมือนกันว่าบล็อกไม่เหมือนเดิม คนเก่าๆ ก็ไม่รู้หายไปไหนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 32 สุรศักดิ์ , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 10.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 30อาจารย์สุรศักดิ์
อาจารย์สนใจเรื่องอนุรักษ์มาก จึงตั้งคำถามมาด้วยความสงสัย
ขอขอพระคุณอาจารย์ ขอตอบเป็นข้อ ๆนะครับ

1.Big Five ก็เคยอยู่ในประเทศไทย สูญพันธุ์ไปแล้วจาก
ประเทศไทย ไปอาศัยอยู่ในกัมพูชาแทน

นกทั้ง 5 ชนิดถิ่นอาศัยในหลายๆประเทศครับ รวมทั้งไทยและกัมพูชาด้วย
ยกตัวอย่าง นกช้อนหอยดำ และ นกช้อนหอยใหญ่ อาศัยอยู่ในภูมิภาคอินโดจีน
ส่วนอีแร้งเทาหลังขาว อีแร้งสีน้ำตาล พญาแร้ง กระจายพันธุ์ในแถบอนุทวีปอินเดียและบางส่วนของอินโดจีน
ดั้งนั้น ในกัมพูชา จึงมีแร้งทั้ง 3 ชนิดอาศัยอยู่ ไม่ได้บินหนีจากประเทศไทยเราไปครับ

2.เราขาดอนุรักษ์ที่ถูกต้องใช่หรือไม่ครับ นกที่หายากจึงสูญพันธุ์จากประเทศไทยไปเรื่อยๆ
ขอเรียนตรงๆว่า ใช่ครับ ไทยขาดการอนุรักษ์อย่างเป็นระบบมานานแล้ว และไม่ได้หนักถึงความสำคัญของสิ่งมีชีวิตต่างๆที่เป็นองค์ประกอบอันสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่จะขาดชนิดหนึ่งชนิดใดไป ไม่ได้มีการคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างจริงจัง สัตว์ป่าจึงลดจำนวนลง และหายชนิดได้สูญพันธุ์ไป และหลายชนิดกำลังสูญพันธุ์ไป


3.ไม่ทราบ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าของไทยก็มีอยู่หลายแห่งมีหน้าที่รับผิดชอบครอบคลุมไปถึงเรื่องนก ด้วยหรือไม่ครับ
ใช่ครับ นกเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ดังนั้น กฎหมายต้องคุ้มครองไม่ว่านกจะอยู่ในหรือนอกเขตอนุรักษ์ครับ
แต่อย่างที่เราทราบกันว่า การบังคับใช้กฎหมายของเราค่อนข้างหย่อนยาน เอาง่ายๆครับ ในตลาดนักจตุจักร ยังมีการจับสัตว์ป่าคุ้มครองมาวางขายมานานหลายสิบปีแล้ว แม้จะมีการจับกุมบ้าง แต่ก็กลับมาขายกันตามปกติ ไม่ทราบเป็นเพราะอะไร

4.ควรจะทำอย่างไรดีในเรื่องการอนุรักษ์นกหายากของเมืองไทยเราให้อยู่กับประเทศไทยต่อไปครับ
1.บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
2.เพิ่มโทษรุนแรงต่อผู้ล่า จับ หรือฆ่า สัตว์ป่าคุ้มครอง
3.ขยายพื้นที่ธรรมชาติประเภทต่างๆให้สัตว์อาศัยอยู่
4.หยุดการตัดไม้ทำลายป่า หรือรุกป่าอย่างผิดกฎหมาย เช่น สร้างรีสอร์ท,วัด ,บ้าน โรงงาน, และปลูกพืชเชิงเดี่ยว
5. ให้ความรู้ประชาชน ข้าราชการด้วย เรื่องคุณค่าและประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติ เปิดคลาสสอนวิชาธรรมชาติศึกษากันตั้งแต่ชั้นอนุบาลเลยทีเดียว ปลูกฝังเรื่องการอนุรักษ์ตั้งแต่เด็ก

ความคิดเห็นที่ 31 สำรวจฟ้า , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 29 พี่สำรวจฟ้า
เห็นด้วยครับ มาตรแม้นป่าเมืองไทยไร้ซึ่งแร้งประจำถิ่น
แต่การ feed นกหรือสัตว์ป่าอื่น ๆอย่างในรูปแบบ ภัตตาคารแร้ง ก็น่าจะดำเนินการได้
ในเบื้องต้น ผมนึกถึงเหยี่ยว ไก่ฟ้า นกน้ำ ที่มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ครับ

ความคิดเห็นที่ 30 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ (ได้จากที่นี่เลย) "ขนุน...ผลไม้ในด้านที่เป็น Super Food  เชื่อว่ายังไม่ทราบกันอีกมาก !!รุณคลิกลิงก์บรรทัดบน

ขอบคุณมากๆ ครับ สำหรับความรู้เรื่องนกที่เสียมปัง
ที่อยู่ไกลแสนไกล อุตส่าห์รอนแรมด้วยความยากลำบาก
ไปหาข้อมูลและภาพนกสวยๆ มาฝากกัน

Big Five ก็เคยอยู่ในประเทศไทย สูญพันธุ์ไปแล้วจาก
ประเทศไทย ไปอาศัยอยู่ในกัมพูชาแทน เราขาด
อนุรักษ์ที่ถูกต้องใช่หรือไม่ครับ นกที่หายากจึงสูญพันธุ์
จากประเทศไทยไปเรื่อยๆ

ไม่ทราบ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าของไทยก็มีอยู่หลายแห่ง
มีหน้าที่รับผิดชอบครอบคลุมไปถึงเรื่องนก ด้วยหรือไม่ครับ
และควรจะทำอย่างไรดีในเรื่องการอนุรักษ์นกหายากของ
เมืองไทยเราให้อยู่กับประเทศไทยต่อไปครับ

ความคิดเห็นที่ 29 ni_gul , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สำรวจฟ้า วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 21.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ไปเก็บนกสูญพันธ์ของไทยได้หลายชนิดเลย
ผมเคยเจอแต่นกช้อนหอยดำเหลือบที่มาหากินแถวๆทุ่งนา อ.กระแสสินธ์ฝูงหนึ่งประมาณ ๑๖ ตัว
ส่วนช้อนหอยขาวเจอที่ทะเลน้อย บริเวณสะพานเฉลิมพระเกียรติ
น่าสนใจที่จะเดินทางไปชม Big Five

ประเทศไทยน่าจะเอาวิธีนี้มาทำบ้างนะครับ

ความคิดเห็นที่ 28 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 25ลุงยั้งคิด
เป็นธรรมดาของคนรักชอบการผจญภัยครับ
ยิ่งลำบากยิ่งได้รสชาติชีวิตครับ

ความคิดเห็นที่ 27 ni_gul , rkii ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 24 หนูrkii
สำหรับแร้งทั้ง 3 ชนิด มีความยาวประมาณ 75-85 ซม.ครับ
ถือว่าใหญ่เมื่อเทียบกับนกชนิดอื่นๆ แต่ยังมีแร้งและนกอินทรีอีกหลายชนิดที่มีขนาดตัวใหญ่กว่านี้ครับ

สบายดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 26 ni_gul , pom-pom ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 21pom-pom
เราอาจได้เห็นพญาแร้งกลับมาโบยบินเหนือท้องฟ้าเมืองไทยอีกครั้ง
แต่อาจต้องใช้เวลาในการรอยคอยนานถึง 10 ปีทีเดียวครับ

ความคิดเห็นที่ 25 ni_gul , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
นายยั้งคิด วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79


บุกถึงขนาดนี้เชียวหรือครับ บ.ก. ................ บรื๋อซ์ ..........

ความคิดเห็นที่ 24 ni_gul , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rkii วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rkii

อีแร้ง โอ้โฮ ตัวใหญ่จังค่ะคุณลุง นกตะกรุมก็แปลกสำหรับหนู โอ้โห สวัสดีค่ะคุณลุงหนูเองอาคิค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 ni_gul , ลิงเขียว และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 20คุณrattiya
ผมพลาดไปได้ยังไงเนี่ยครับ
ตอนแรกห่างจากตอนสอง ถึงครึ่งปี
โอ้...

ความคิดเห็นที่ 22 ni_gul , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 19คุณลิงเขียว
ก้นยังไม่ทันหายเมื่อย ก็ต้องรีบไปเขาใหญ่ต่อไป
ต่อให้เมื่อนแค่ไหน เรื่องเดินทางไปป่าเขาลำเนาไพร ขอให้บอกเถอะ จะหายปวดหายเมื่อยทันควัน

ความคิดเห็นที่ 21 ni_gul , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
pom-pom วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/POM-POM
++ ให้โลกเราสวย พวกเรามาช่วยกัน ++

อ่านจบและดูรูปแล้วรู้สึกอิ่มเอมใจ พร้อมกับเกิดความหวังมาก ๆ เลยครับ
ว่าประเทศไทยเราอาจจะมีนกที่สูญพันธุ์ไปแล้วกลับมามีชีวิตโบยบินให้เห็นกับตากันอีกครั้งเช่นเดียวกับนกกระเรียนพันธุ์ไทยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 20 ni_gul , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

"แต่ผมว่า เพื่อนๆก็คงอยากอ่านเรื่องที่คุณรัตติยาเขียน เช่นเดียวกับกับผมครับ"



http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany/2017/03/26/entry-1

อยากอ่านความคิดเห็นของคุณชาลีค่ะ "บทสนทนา"

ความคิดเห็นที่ 19 ni_gul , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว from mobile วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 20.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณมากๆเลยค่า
สำหรับภาพนกชุดนี้ที่บุกป่าไปไกลหลายร้อยกิโลเมตร

นกแร้ง..ไม่คิดเลยแฮะว่าจะไม่มีแล้วในบ้านเรา เพิ่งรู้เลยค่ะ
ที่บึงกาฬ ของป่าเมื่อก่อนก็กินได้สบายๆ
แต่ตอนนี้ป่ายางพาราเยอะ
หน่อไม้..เห็ด..ของป่านานาชนิดก็อันตรายค่ะ มีแต่สารเคมีทั้งนั้นเลย
สารเคมีจากป่ายางพาราค่ะ

เมืองรุกเข้าป่าไปไกล
แร้งเองก็ไม่มีอาหารให้กิน
ก็น่าเห็นใจพวกมันที่จะหนีไปฝากชีวิตไว้ที่ผืนป่าแห่งใหม่
อดดู
..แรงทึ้งซากวัวเลยเนาะ...
เสียดาย

เดวกลับไปอ่าน
แร้งทึ้งวัดสระเกศค่ะ

อยากตื่นขึ้นมายามเช้าในป่า จิบกาแฟชิลๆ เหมือนกันแหละเด้อ
แต่ถ้าจะให้เข้าไปลึกอย่างคุณชาลี..คงไม่อ่าค่ะ :)

ปอลิง
หายเมื่อยก้นยังคะ?
กร๊าก

ความคิดเห็นที่ 18 ชบาตานี , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 13 ครูชบาตานี
ถึงเมืองไทยไม่มีอีแร้งในป่า
แต่ก็มีอีกแร้งในเมือง คอยรุมทึ้งทุกอย่างที่ขวางหน้า

ความคิดเห็นที่ 17 ni_gul , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

- ความคิดเห็นที่ 15 คุณrattiya
แต่ผมว่า เพื่อนๆก็คงอยากอ่านเรื่องที่คุณรัตติยาเขียน เช่นเดียวกับกับผมครับ

ความคิดเห็นที่ 16 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

- ความคิดเห็นที่ 11 ครูแดง
พิธีฝังศพบนฟ้าของชาวทิเบต เห็นแล้วก็ได้แต่ปลง มรณานุสติ ไม่มีใครหนีความตายได้
ในทางธรรมชาติ ก็ถือว่า เมื่อเกิดจากธุลีดินก็นำร่างกลับคืนสู่ธุลีดิน เรียกว่ามาทางไหนก็กลับทางนั้น
สุดท้าย เลือดเนื้อที่สิ้นสูญก็ช่วยต่อชีวิตให้กับสัตว์ป่าทั้งหลาย

เคยอ่านในอินเตอร์เน็ต เขาบอกว่า ทิเบตจำเป็นต้องจัดงานศพแบบนี้ เพราะเป็นเขาหัวโล้นไม่มีไม้มาให้เผา
และที่ฝังไม่ได้ พื้นดินทิเบตเป็นภูเขาเนื้อแข็งการขุดหลุมให้ลึกพอนั้นยาก อาจทำให้สัตว์ต่างๆมาคุ้ยเขี่ยได้
และเหตุที่เขาใช้อีแร้ง เพราะส่งไปสู่สวรรค์ โดยมีอีแร้งเป็นพาหะนำไป

ความคิดเห็นที่ 15 ni_gul , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ
"เราเขียนกันเอง อ่านกันเองก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีใครมาทำหน้าที่เป็นบก. "

ถ้ารัตติยาไม่มีเวลาเขียน ก็จะตามอ่านเท่าที่มีเวลาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 19.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ความคิดเห็นที่ 7-9 คุณni_gul
เรื่องถนนดีไม่ดี มีทั้งข้อได้เปรียบเสียเปรียบครับ
คือถ้าเส้นทางราบเรียบ เจ้าหน้าที่ใช้งานได้สะดก
ขณะเดียวกันพวกล่าสัตว์ก็อาศัยตรงนี้เข้านอกออกในได้สบายเลย
ถนนขรุขระ แม้เจ็บก้นไปบ้าง แต่ก็สบายใจครับ

สำหรับเรื่องภัตตาคารแร้งในประเทศไทย
เป็นเรื่องดีมาก แต่บ้านเราต้องการฟื้นคืนประชากรแร้งกลับมาก่อนครับเป็นอันดับแรก
หลายปีก่อน เคยมีการ feed อีแร้งเหมือนกันครับในไทย แต่เป็นแรงอพยพ เพิ่มเติมอาหารให้ เพื่อช่วยชีวิตมันเอาไว้ครับ

ความคิดเห็นที่ 13 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 19.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ทึ่งมากค่ะ "ภัตตาคารแร้ง"

ความคิดเห็นที่ 12 ทางแก้ว , ชายสามหยด และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คุณfebruary26,คุณ ni_gul และคุณ Rattiya
ประเด็นบล้อกแนะนำไม่ขยับนั้น ผมมันไม่ใช่คนประเภท ตัดบัวไม่เหลือเยื่อใย เคยแจ้งไปยังผู้บริหารของเนชันทีวี 2 รอบแล้วครับ ล่าสุดก็วันนี้เองครับ ถ้าไม่มีอะไรคืบหน้า เราก็คงต้องทำใจ ได้พดคุยกับเพื่อนๆมาก่อนแล้วว่า เราเขียนกันเอง อ่านกันเองก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีใครมาทำหน้าที่เป็นบก.

คิดแบบนี้ เลยตัดสินใจกลับมาเขียนอีกครั้งหนึ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 11 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ครูแดง วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ต้องชื่นชมคนคิดตั้ง"ภัตตรคารแร้ง" เพื่อช่วยชีวิตแร้งไว้ได้
แต่ค่าใช้จ่ายคงไม่น้อยเลยนะคะ
-เคยเห็นแรงทึ้งมาจนชินตา คิดภาพออกเสมอ ... น่าเสียดายที่ไม่เห็นภาพนั้นอีกแล้ว
-เคยดูสารคดี แถบทิเบตประเทศ... จำชื่อไม่ได้ ที่เขาเอาศพคนตายไปให้แร้งกิน ซึ่งถือว่า เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยรักษาชีวิตนกแร้งไว้ แต่เมืองไทยเราคงทำแบบนั้นไม่ได้แน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 10 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 18.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ขออนุญาตคุณชาลีหน่อยค่ะ เข้ามาอ่านพบเรื่องที่คุณ Fb26 เเละคุณนิกุล เขียนเรื่องบล็อกเเนะนำไม่ขยับ
รัตติยาก็เห็นว่า..แปลกๆ..จนถึงขั้น..เอ..โอเคเนชั้น..จะไปรอดไหมเนี่ย
เสียดายนะคะ ถ้าไปไม่รอด สำหรับรัตติยาโอเคเนชั่นเป็นเเหล่งรวมของบล็อกเกอร์ที่มีคุณภาพ เป็นเเหล่งเเลกเปลี่ยนข้อมูล เเลกเปลี่ยนความคิดเห็น
รัตติยาขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน เขียนเรื่องลงบล็อกต่อไป ถึงแม้บล็อกเเนะนำไม่ขยับ ก็ค้นหาเรื่องอ่านเองเลยค่ะ
บล็อกเกอร์ให้กำลังใจบล็อกเกอร์ด้วยกันเองค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ni_gul วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
ร.๙ : ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้ (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗)

ได้เข้าใจแร้งมากขึ้น รู้แล้วละว่าทำไมมันล่าเองไม่ได้

แนวคิดภัตตาคารแร้งเพื่อพิทักษ์ห่วงโซ่อาหารสัตว์ใกล้สูญพันธุ์... เข้าท่ามากทีเดียว พวกโรงงานฆ่าสัตว์ที่มีซากเหลือล้นยากกำจัด...น่าจะเข้าร่วมด้วยนะคะ

อย่างน้อยความบรรลัยจักรของวงการแร้งบ้านเราก็ยังมีประโยชน์กับกัมพูชาและป่าแห่งความหวังนะคะ

แล้ว... การพัฒนาทางสายไหมยุคใหม่ของจีนที่เข้ามาในภูมิภาคแถบนี้ จะรบกวนผืนป่าไหมคะ? เห็นว่าเสนอสร้างทางให้ฟรีแลกกับต้นไม้ตลอดเส้นทาง... น่ากลัวพิลึก

ความคิดเห็นที่ 8 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ni_gul วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
ร.๙ : ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้ (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗)

คุณ february26 พูดถึงบล็อกแนะนำไม่ขยับ... ขืนไม่แก้ด่วน เราจะแพ้พันทิปแน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 7 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ni_gul วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
ร.๙ : ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้ (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗)

ถนนหรือทางเกวียนคะนั่น!
ทำให้นึกถึงกาญจนบุรีสมัย 30 ปีก่อนที่เคยไปเจอเลยค่ะ
ตอนนั้นไปเที่ยวถ้ำธารลอด... ยังได้เจออยู่บ้าง

ความคิดเห็นที่ 6 rattiya , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 3คุณrattiya
หลายๆประเทศคงจดจำบทเรียนการสูญเสียป่าและสัตว์ป่าในไทยไปไม่มากก็น้อยครับ อย่างไรก็ตาม หากผู้มีอำนาจหรือประชาชนไมใส่ใจ บทเรียนอันทรงคุณค่า ก็ไร้ราคาค่างวดครับ

ความคิดเห็นที่ 5 february26 , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 17.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 4 น้องfebruary26

สำหรับคำถามที่ว่า "ภาพนกได้เยอะเลย นกที่พี่เก็บภาพมาให้ชม ที่บ้านเรายังมีอยู่ไหมครับ"

ผมเขียนอธิบายไว้หมดแล้วครับ
หากมีเวลาว่าง ค่อยกลับมาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 4 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
february26 วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

สวัสดีครับพี่ชาลี

บล็อกสวยดีครับ เท่ห์ๆ [8แสนไร่ โอโห!]

เก็บภาพนกได้เยอะเลย นกที่พี่เก็บภาพมาให้ชม ที่บ้านเรายังมีอยู่ไหมครับ

**ให้รางวัลกับชีวิตนะครับ แต่ช่วงนี้ บล็อกไม่ค่องมีชีวิต เลยครับ เรื่องแนะนำต่างๆ ไม่ค่อยเคลื่อนไหวเลย โดนเฉพาะฝั่งขวามือ บ่นๆ เฉยๆ ครับ อิอิ

ขอบคุณมาก ครับพี่ชาลี นำมาแบ่งปันให้ความรู้กันครับ

ความคิดเห็นที่ 3 ni_gul , february26 และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

"จำได้ว่า พญาแร้งฝูงสุดท้ายในไทย ได้ตายยกฝูงจากป่าห้วยขาแข้งเมื่อเกือบ 25 ปีก่อน ด้วยมีพรานป่า เข้าไปล่าเสือโดยวิธีวางยาเบื่อ อีแร้งฝูงนี้ไปกินซากเสือเข้า ทำให้ตายยกฝูง ส่วนแร้งชนิดอื่นๆ ถ้าไม่ถูกล่า ก็ตายไปหมด เพราะกินซากสัตว์ตามท้องไร่ท้องนาที่ตายเพราะสารเคมีนั่นเอง"

หวังว่าประเทศกัมพูชาไม่ทำตามพี่ไทยในเรื่องนี้นะคะ(สารเคมี)

เห็นภาพ"ภัคตาคารเเร้ง(ทึ้ง)" เเล้ว..สมชื่อจริงๆคะ่

ความคิดเห็นที่ 2 ni_gul , ชายสามหยด ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 1คุณชายสามหยด
อีแร้งประจำถิ่น 3 ชนิดของบ้านเรา สูญพันธุ์ไปหมดแล้วครับ
จะมีก็บินจากเขมรเข้ามาหาอาหารบ้างชั่วคราวแถวๆพื้นที่ที่ติดกับภาคเหนือของเขมร

นอกจากนั้นก็มีอีแร้งอพยพ แตจำนวนน้อยมาก พบเห็นเพียงปีละ 1-2 ตัวเท่านั้นเองครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ni_gul , february26 และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ชายสามหยด วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

โหมีนกหายาก เยอะเลยนะครับ ขนาดอีแร้งยังมีให้เห็นเลย บ้านเราหาดูยากแล้วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน