• เจริญขวัญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-11
  • จำนวนเรื่อง : 389
  • จำนวนผู้ชม : 578363
  • ส่ง msg :
  • โหวต 603 คน
ดอกไม้ในความคิดของเจริญขวัญ
วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน 2551
Posted by เจริญขวัญ , ผู้อ่าน : 4241 , 07:05:58 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ni_gul โหวตเรื่องนี้

“อย่าดัดจริตในงานเขียน และอย่าดูถูกคนอ่าน”

เจริญขวัญ  แพรกทอง  บลาฮาสสกี้

 จากคอลัมน์ "คุยนอกรอบ" จากเวบวรรณกรรมประพันธ์สาส์น

http://www.praphansarn.com/new/c_talk/detail.asp?ID=232

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

มีนักข่าวจากเวบประพันธ์สาส์นมาขอสัมภาษณ์ค่ะ



วันนี้เราจะมารู้จักกับนักเขียนคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตคร่ำหวอดมากับวง

การวรรณกรรมอยู่พอสมควร แม้จะไม่ได้มีผลงานออกมาให้เห็นกันมาก

นัก แต่ประสบการณ์เกี่ยวกับงานเขียนและการทำงานหนังสือก็เรียกว่าไม่

น้อยเลยทีเดียว

.




แนะนำตัวสักนิด



เป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิด พ่อเป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ ส่วนแม่เป็น

อาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ จำได้ว่า ที่บ้านมีแต่หนังสือ

ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มองไปทางไหนก็มีแต่ชั้นหนังสือ ทุกคนในบ้าน

ชอบอ่านหนังสือ คงเป็นเพราะจุดนี้ที่ทำให้รักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก แค่อ่าน

หนังสือที่พ่อมีก็แทบไม่หวาดไหวแล้ว อย่างเรื่องสั้นและนิยายของคุณสุวรรณี สุ

คนธา เรื่องสั้นของต๊ะ ท่าอิฐ เรื่องสั้นของคุณรงค์ วงษ์สวรรค์ และรวมเรื่องสั้นยุค

ฟ้าเมืองไทย ฟ้าเมืองทอง ซึ่งพ่อเป็นสมาชิก ก็เลยพลอยได้อ่านมาแต่เด็ก

.

.


พ่อชอบสะสมวรรณกรรมทั้งไทยทั้งอังกฤษ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษส่วนมากจะ

เป็นของแม่ เติบโตมากับหนังสือพวกนี้แหละค่ะ อ่านหมด อ่านดะ อ่านทุกประเภท

กำลังภายในของพ่อยังอ่านเลย ฤทธิ์มีดสั้น หงส์ผงาดฟ้า มังกรหยก สมัยนั้น

แปลโดย ว.ณ เมืองลุง และน. นพรัตน์ อ่านแล้วติดหนึบหนับ ข้าวปลาไม่กิน

.

.


แต่ที่อ่านน้อยมากคือ นิยายแบบพาฝัน ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมถึงไม่ชอบอ่าน

ชอบอ่านสารคดีและเรื่องสั้นมากกว่า อาจจะเป็นเพราะที่บ้านไม่มีนิยายอย่าง

ผู้หญิงๆ เลย แม่ดิฉันก็ไม่ชอบอ่าน เลยไม่ได้โตมากับนิตยสารอย่างขวัญเรือน

หรือสกุลไทย เลยกลายเป็นคนไม่ค่อยอ่านนิยายรักเท่าที่ควร

.

.

เริ่มจับปากกาได้อย่างไร



ตอนเด็กๆ เข้าเรียนอนุบาลที่ โรงเรียนสวนเด็ก แล้วมาเข้าสาธิต มศว ปทุมวัน ที่

นี่แหละค่ะ ที่มีส่วนทำให้หันเหชีวิตมาเป็นคนเขียนหนังสือ เป็นนักเขียนเพราะ

เพื่อนแท้ๆ ตอนนั้นมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง ชื่อ พันธุมดี เกตะวันดี เป็นลูกสาวนัก

เขียนดังคือ คุณทวี เกตะวันดี หรือคุณรมย์ รติวัน เพื่อนคนนี้เขามีจุดยืนชัดเจนมา

ตั้งแต่ป.5 แล้วว่าจะเป็นนักเขียน ตอนนั้นเราเองก็ยังไม่รู้หรอกค่ะว่าอยากทำอะไร

หนักไปทางหาเรื่องเล่นสนุกไปวันๆ ตอนนั้น ครูให้ออกไปพูดหน้าห้อง เรื่องอาชีพ

ในฝัน เลยลอกคำตอบเพื่อน เพื่อนอยากเป็นนักเขียน ก็คิดว่ามันคงเท่ดี แต่ขอ

เป็นบรรณาธิการดีกว่า คงจะดีกว่า หากได้อ่านงานชาวบ้าน จากนั้นก็เหมือนผีบ้า

เข้าสิงเลย ออกหนังสือพิมพ์เอง เอากระดาษสมุดนั่นแหละ ฉีก ทำรูปแบบเหมือน

หนังสือพิมพ์เป๊ะๆ ซึ่งชื่อหนังสือพิมพ์เขามีไทยรัฐ หนังสือพิมพ์ทำมือของดิฉัน

ชื่อ "ไทยมุง" สนุกกันมาก นั่งเขียนเองทำเองทั้งเล่ม วาดการ์ตูนด้วย เพื่อนๆ

ชอบกันใหญ่ หนักไปทางเรื่องไร้สาระและซุบซิบเพื่อนในห้อง แม้จะออกมาได้ไม่

กี่เล่ม (เพราะคนเขียนเริ่มขี้เกียจ) แต่ก็ได้ใจค่ะ ผีน้ำหมึกเข้าสิงเลยทันที เริ่ม

เคลิ้มๆ อยากเป็นนักเขียนแล้ว ตั้งแต่ ป.5 แต่แรกเริ่มนี่ มาจากลูกสาวนักเขียน

จริงๆ ที่ทำให้เราอยากเป็น เพราะเพื่อนคนนี้พูดจาฉะฉานและดูเท่ห์มาก

ในสายตาเรา

.

.

เรียนที่สาธิต มศว. ปทุมวันจนถึงมัธยมศึกษาปีที่สาม ก็ออกมาสอบเข้า รร เตรียม

อุดมศึกษา พญาไท ช่วงนี้แหละค่ะ ที่เริ่มขบถต่อสังคมอย่างแท้จริง เพราะเริ่ม

อ่านงานหนักๆ ของคุณเสนีย์ เสาวพงศ์ อย่างเรื่องปีศาจ ข้างหลังภาพของศรี

บูรพา คุณอาจินต์ คุณชาติ กอบจิตติ คุณนิคม รายยวา อย่างตลิ่งสูง ซุงหนัก

งานโทนเพื่อชีวิตหนักๆ บังเอิญพอมีโชค ไปสอบติดคณะศิลปศาสตร์ ธรรม

ศาสตร์ ตอนปีหนึ่ง มีประกวดบทกวี โดยคณะวารสารศาสตร์ ดิฉันก็ลองส่งไป ได้

ที่สอง ตอนนั้น เขียนเรื่องชาวนา ความทุกข์ยากของชาวนาไทย อะไรประมาณนี้

ใบประกาศที่ชนะการประกวดก็ยังเก็บไว้เลย นานๆ หยิบออกมาดู ก็ขำๆ เพราะ

ตอนนั้นเขียนตามขนบแท้ๆ ไม่เคยเรียนรู้ชีวิตชาวนาจริงๆ เลย
.

.

.

.
พอปีสอง ย้ายมาเรียนท่าพระจันทร์ เป็นช่วงที่ไปนั่งฟังปาฐกกถาหรือเสวนาทุกวัน

ซึ่งคนที่ชอบไปฟังเสวนาคงจะทราบว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถือเป็นแหล่ง

แห่งการเสวนา เพราะมีทุกวัน คณะนั้นคณะนี้ ไม่เคยขาด ถือเป็นแหล่งความรู้ที่มี

ค่ามาก ถือเป็นการเรียนรู้นอกตำราและทุกสาขาวิชาการ การเมือง เศรษฐศาสตร์

สังคม ดิฉันโดดเรียนไปฟังหมดแหละค่ะ ต้องขอโทษอาจารย์ไว้ตรงนี้ด้วย หากมี

อาจารย์ได้มาอ่านเจอ ศิษย์ผิดไปแล้ว สมควรตาย (หัวเราะ)
.

.


นอกจากฟังเสวนาแล้ว ไปดูงานแสดงศิลปะทุกแห่ง (ไม่ค่อยเข้าห้องเรียนเท่า

ไหร่) ไม่อยู่ตึกกิจกรรมก็ห้องสมุดหรือไม่ก็ไปดูงานศิลปะ ไม่ไกลหรอกค่ะ แถวหอ

ศิลป์ ถนนเจ้าฟ้า หรือไม่ก็ในศิลปากรนี่ก็เยอะ คะแนนเข้าห้องเป็นศูนย์มาตลอดสี่

ปี จนบางวิชา อาจารย์ต้องส่งม้าเร็วมาตามที่ตึกกิจกรรม คิดดูแล้วกันว่าดิฉันขี้

เกียจมากขนาดไหน

.

.

ช่วงที่อยู่ตึกกิจกรรมนี่แหละค่ะ ที่บ่มเพาะให้ชีวิตหักเหอีกครั้ง ที่ชุมนุมวรรณศิลป์

มีพี่ๆ หลายคนที่ปัจจุบันเป็นนักเขียน เท่าที่จำได้หลักๆ นะคะ มีพี่เฉินซัน พี่โกศล

อนุสิม พี่เดี่ยว สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ พี่ช้าง ซึ่งปัจจุบันทำงานที่สารคดี พี่แป๊ด

บรรณาธิการระหว่างบรรทัด พี่ตี๋ จิตติ หนูสุข อดีตบรรณาธิการดอกหญ้าและดับ

เบิ้ลนายย์ พี่ไก่ พี่ฟ้า (ปัจจุบันทำงานให้สมาคมเกี่ยวกับภาษาและหนังสือ) พี่

เอียด นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว ส่วนเราเป็นเด็กกว่าใครเพื่อน นั่งรวมกลุ่มกันก็ปากอ้า

ตาค้างตลอด เวลาเค้าคุยกัน เขาคุยกันเรื่องนักเขียนต่างชาติและวรรณกรรมโลก

ตอนนั้นก็เป็นเด็กปีสอง นั่งฟังตาปริบๆ ไม่รู้เรื่องเลย ใครเหรอ เฮอร์มาน เฮสเส

ใครน่ะ ตอลสตอย ใครหว่า ชื่อ มิลาน กุนเดอรา สรุปคือ อายค่ะ เค้าพูดจากันน้ำ

ไหลไฟดับ เรานั่งโง่งมอยู่คนเดียว เลยไปขวนขวายหาหนังสือยากๆ อ่านเข้าใจ

ยากพวกนั้นมาอ่านบ้าง แล้วเก็บสะสมทุกเล่ม จนทุกวันนี้ก็ยังอ่านอยู่ ขนเอาบาง

เล่มมาอเมริกาด้วย

.

.

พอสะสมความรู้จากการอ่านแล้วคิดว่า ตัวเองเจ๋งพอแล้ว ก็เริ่มเข้าร่วมวงสนทนา

ทางวรรณกรรมกับรุ่นพี่ด้วยอย่างเขินๆ จริงๆ แล้ว มีแรงบันดาลใจมาจากความ

กลัวเชย กลัวเข้ากับพี่ๆ ไม่ได้ ปีนั้น มีเด็กปีสองหลงเข้าชุมนุมวรรณศิลป์คนเดียว

เอง ถ้าเข้ากับพี่ๆ ไม่ได้ หัวเน่าแน่นอน

.

.

ตอนนั้น ที่ชุมนุมมีสมุดเล่มใหญ่ๆ อยู่เล่มหนึ่ง ใครจะเขียนอะไรก็ได้ ดิฉันก็

เพ้อเจ้อไปตามประสาเด็กปีสอง เขียนกลอนรักหวานแหวว แบบวัยหวาน เธอกับ

ฉันนี่แหละค่ะ โดนเลยค่ะ โดนสับ โดนด่าไม่มีชิ้นดี ก็พี่ๆ นั่นแหละ มาอ่านแล้ว

วิจารณ์อย่างไม่ปราณี บอกตรงๆ ว่า แรงมาก แรงจนน้ำตาตก แอบไปนั่งทำหน้า

หมาเหงาอยู่หลังตึกกิจกรรมคนเดียว(หัวเราะ) จากนั้นก็ฮึดเขียน เขียนๆๆๆๆ แบบ

ไม่ยอมเว้ย มาด่าได้ไง โดนด่าหนักๆ เข้าเลยปรับแนวไปเรื่อยๆ พอดีตอนนั้น

อ่านงานแนวเพื่อชีวิตหนักๆ ด้วย เลยค่อยๆ ปรับๆ แก้ๆ เขียนไปเรื่อยๆ แก้ไป

เรื่อยๆ หาแนวทางของตัวเองไป

.

.

หลังจากนั้นก็เริ่มไปรับจ๊อบนอกมหาวิทยาลัย เป็นกองบก. นิตยสารสำหรับนัก

ศึกษา ด้านเรื่องสั้นและบทกวี ชื่อ U-Magazine ถ้าจำไม่ผิด จากนั้น เริ่มส่งงาน

ไปลงตามที่ต่างๆ ส่วนมากเป็นสนามสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์และลลนา ได้เงินมา

บ้าง พอชื่นใจ ตอนนั้น ใช้นามปากกาหวานแหววแต๋วจ๋ามาก คือ "พิมพ์ทราย"

และ "พิมพ์ทราย สิมิลัน" หลังๆ ก็มาใช้ชื่อจริงดีกว่า พ่อแม่อุตส่าห์ตั้งมาให้
.

.


ช่วงปีสามถึงช่วงเรียนจบใหม่ๆ จะเขียนบทกวีเป็นหลัก ตอนนั้น ส่งไปลงสยามรัฐ

สัปดาหวิจารณ์ เพราะถือว่า เป็นสนามที่คัดงานคุณภาพ โดย คุณไพลิน รุ้งรัตน์

ถ้างานออกแนวหวานๆ หน่อย ก็จะส่งไปลง "ลลนา" และก็ได้ลงตีพิมพ์เรื่อยๆ ทั้ง

สองสนาม จากนั้นก็ส่งไปจุดประกายวรรณกรรม กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร

Writer

.

.

พอเรียนปีสี่ ก็เริ่มเขียนสารคดีชิ้นแรก โดยส่งไปให้บรรณาธิการนิตยสาร "นะคะ"

พี่บรรณาธิการก็กรุณารับงานเขียนไว้สองสามชิ้น จำได้ว่า เป็นงานเขียนสารคดี

ชิ้นแรกในชีวิต เรื่อง หุ่นกระบอกไทย ลมหายใจยังไม่สิ้น ซึ่งก็ได้ลงตีพิมพ์ที่

นิตยสาร”นะคะ” ได้เงินมากินขนม แล้วเลยเขียนสารคดีอีกสองสามเรื่องให้ "นะ

คะ" ต้องขอบคุณความเมตตาของพี่บรรณาธิการในครั้งนั้นด้วย ที่เมตตาให้ เด็กปี

สี่ที่ไร้ประสบการณ์อย่างดิฉันได้มี "ที่อยู่ที่ยืน" บนถนนวรรณกรรม

.

.



ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา


จากนั้นมาก็เขียนสารคดีบ้าง บทกวีบ้าง แต่ไม่ได้จริงจังอะไรนัก ตามประสาคน

เรื่อยเปื่อยล่องลอย พอดีช่วงนั้นเรียนจบแล้ว ทำงานประจำกองบรรณาธิการที่

สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช เป็นลูกน้องคุณอนุช อาภาภิรมย์ แล้วต่อมาก็ทำงาน

อีกหลายอย่างมาก เหมือนกรรมกรทางวรรณกรรม ไปทำงานเป็นรองบรรณาธิการ

อยู่สำนักพิมพ์สายน้ำ ตอนนั้นเลยมีโอกาสได้แปลวรรณกรรมเยาวชน แปลออก

มาสองเล่ม คือ อาถรรพ์รัสปูติน กับตะลุยแดนมังกร ทั้งสองเรื่องอ่านแบบสบายๆ

ผจญภัยแบบเด็กๆ

.

.


หลังจากทำสำนักพิมพ์แล้ว เพื่อนก็ชวนไปทำงานนิตยสาร Decade ช่วงนั้น ปลื้ม

มาก เพราะมีโอกาสได้ทำงานกับนักเขียนคนหนึ่งในดวงใจคือ พี่ไพวรินทร์ ขาว

งาม ปลื้มงานพี่เค้ามานานแล้ว ได้แต่อ่านงานมานาน พอได้เจอตัวจริง ทำงาน

ร่วมกัน ยิ่งนับถือพี่ไพวรินทร์เป็นทวีคูณ แต่งานไม่ค่อยเดินหรอกค่ะ หนักไปทาง

สังสรรค์และเฮฮาทุกเย็น Decade ยุคดิฉันเป็นหลังยุคคุณเนตรดาว แพทยกุล มา

แล้วนะคะ เป็นยุคสนุกสุดใจ เย็นๆ มีทั้งนักเขียนนักแปล คนนั้นคนนี้มาร่วมวงถอง

สุรากันประจำ เมาจัดๆ ก็นอนกันที่ออฟฟิศ ทำจนนิตยสารเจ๊งแหละค่ะ ถึงได้

กระจัดกระจายกันไป เลยย้ายมาทำงานเอ็นจีโอ เป็นประชาสัมพันธ์ให้มูลนิธิเด็ก

ก็สนุกไปอีกแบบได้ทำงานกับลุงเทพสิริ สุขโสภา นักเขียนและนักวาด แต่ดิฉัน

เป็นคนขี้เบื่อ เบื่อก็เปลี่ยนงาน อาจจะโชคดีตรงที่เพื่อนเยอะ เลยมีเพื่อนชวนไป

ทำงานโน่นนี่ตลอด ไม่ต้องสมัครงานเองเท่าไหร่

.

.

ออกจากมูลนิธิเด็กก็เพื่อนรุ่นพี่อีกนั่นแหละ ชวนไปทำนิตยสารใหม่ชื่อ THE

EARTH 2000เป็นนิตยสารแนวเดียวกับสารคดี ตอนนี้ ได้เขียนสกู๊ปยาวๆ แบบ

ยี่สิบหน้าเอสี่เลย เกือบทุกเล่มนี่ได้ปั่นแต่งานสารคดีปก ขนาดยาว ตอนนั้นงาน

หลักคือสารคดี แต่ก็ยังเขียนบทกวีและบทความลงทางนิตยสารเล่มอื่นบ้างนิด

หน่อย ช่วงนั้นก็เลย ทำงานควบกันสองแห่ง ประจำกองบก. THE EARTH 2000

และเป็นคอลัมน์นิสต์ให้ Bangkok Today (ยุคนั้น)
.

.


เริ่มเปิดคอลัมน์ของตัวเองแล้ว เป็นงานเขียนเชิงปรัชญา ชื่อ ดอกไม้ในความคิด

ซึ่งเป็นแนวปรัชญาการใช้ชีวิต บวกมุมมองทั่วไปในเรื่องทั่วไป เรื่องง่ายๆ ใกล้ๆ

ตัวที่เรามองข้ามอาจจะแปรเป็นพลังใจให้เราสู้ชีวิตได้อย่างคาดไม่ถึง เหมือน

ดอกไม้ริมทาง ที่งดงามอย่างง่ายๆ แต่คนไม่ยอมเสียเวลาชื่นชม มักมองข้ามไป

เพราะเจนตา จึงพลาดความงามนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

.

.


ดิฉันเชื่อว่าทุกคนมีดอกไม้ในความคิดของตัวเอง แต่จะรดน้ำให้เบ่งบานหรือ

ปล่อยให้เหี่ยวเฉานี่ แล้วแต่ทัศนคติในการมองโลกของแต่ละคน
.

.


ประมาณปี 2538 เห็นจะได้ ผันตัวเองมาเป็นคนข่าวและคอลัมนิสต์ให้กับหนังสือ

พิมพ์วัฎจักรรายวัน ก็โยกคอลัมน์นี้มาเขียนใน วัฏจักรวันอาทิตย์ เซกชั่น "กระแส

ชีวิต" ตอนทำงานข่าวก็เป็นงานเชิงสกู๊ป เขียนลงเต็มหน้า หน้าสี ถ่ายภาพเอง

ส่วนมากเป็นสกู๊ป บทความ สารคดี สารคดีเชิงท่องเที่ยว และบทกวี บทกวีนี่ ต้อง

เขียนประกอบภาพทุกอาทิตย์เลย แบบ PHOTO ESSAY เขียนสดๆ บ้าพลังมาก

ช่วงนั้น เขียนได้ เขียนดี เพราะต้องเขียนทุกวัน เสียดายที่ไม่ได้เก็บต้นฉบับพวก

นั้นไว้เลย ตอนนั้น คอลัมน์ดอกไม้ในความคิด ซึ่งเขียนประจำทุกวันอาทิตย์ ได้

รับความนิยม จนสำนักพิมพ์ดอกหญ้า (เวลานั้น) ติดต่อขอตีพิมพ์เป็นเล่ม
.

.

หลังจากอิ่มตัวจากงานข่าว ดิฉันลาออกมาเรียนต่อปริญญาโทที่มหิดล สาขาสิ่ง

แวดล้อม ตอนนั้น รู้สึกว่า เราพอแล้ว อิ่มแล้วกับอาชีพเขียนหนังสือ อยากลอง

เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยดูบ้าง แต่เรียนจบมาแล้ว ไม่ได้เป็นค่ะ (หัวเราะ) บุคลิกบู๊

เกินไป เค้าไม่รับ

.

.

หลังจบปริญญาโทออกมาแล้วก็ยังเขียนบทกวีบ้าง แต่น้อยมาก อาจจะเพราะอิ่ม

ตัว สมัยที่ทำข่าว ก็ทำข่าวแวดวงวรรณกรรมด้วยค่ะ เห็นอะไรต่ออะไรมากเข้า

เลยอยากใช้ชีวิตเรียบง่ายมากกว่าจะเข้าไปคลุกคลีกับคนในแวดวง เหมือนสมัย

ก่อน มีความรู้สึกว่า ความเป็นนักเขียนไม่ใช่แค่เสนอหน้าไปตามแวดวง

วรรณกรรมหรือจับกลุ่มดื่มกินร่วมกับนักเขียนแค่นั้น หากแต่การลงมือทำงานหนัก

ต่างหากที่คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นนักเขียน แต่สมัยก่อน ดิฉันทำข่าวสาย

วรรณกรรมด้วย จึงเป็นภาวะที่เลี่ยงไม่ได้กับการต้องพบปะกับนักเขียนในแวดวง

พออิ่มตัวแล้ว อยากนั่งทำงานเงียบๆ นอกแวดวงมากกว่า
.

.

จากนั้น จบออกมาก็ทำงานให้นิตยสารแฟชั่นพักหนึ่งแล้วไปทำงานอยู่บริษัทใน

เครือแปลน รับจ๊อบงานเขียนคอลัมน์ในนิตยสารเล่มอื่นไปด้วย ทำงานหลักไป

ด้วย

.

.



ผลงานเขียนรวมเล่ม



ถ้าจะนับงานเขียนแบบเป็นตีพิมพ์เป็นเล่มก็ห้าเล่ม แบบเนื้อๆ ไม่นับเล่มที่มีงานตัว

เองแทรกปนอยู่พอเป็นกระสาย ก็มีงานแปลวรรณกรรมเยาวชนสองเล่มคือ

อาถรรพ์รัสปูติน และ ตะลุยแดนมังกร พิมพ์โดยสำนักพิมพ์สายน้ำ (2533) อีก

เล่มคือ ตำนานนักเดินทาง เล่มนี้ เป็นรวมบทสัมภาษณ์ โดยเขียนร่วมกับคุณนิ

พัทธ์พร เพ็งแก้ว เป็นการรวมเล่มจากคอลัมน์ในนิตยสาร "THE EARTH

2000" (2538) พิมพ์ที่สำนักพิมพ์ของนิตยสารค่ะ

.

.

ส่วน“ดอกไม้ในความคิด" เป็นรวมบทความเชิงปรัชญา (2544) พิมพ์ที่สำนัก

พิมพ์ดับเบิ้ลนาย ในปี 2546 ซึ่งได้รับรางวัล เซเว่น Book Awards ที่จัดขึ้นเป็นปี

แรก เป็นรางวัลหนังสือดีด้านปรัชญา

.

.

เล่มหลังสุด เที่ยวท่องห้องสมุด พิมพ์ที่สำนักพิมพ์เวลาดี สำนักพิมพ์ในเครือ

แปลนพริ้นติ้ง (2547) และยังมีงานเขียนด้านบทกวีที่ได้รับการตีพิมพ์ตามหน้า

นิตยสารทางการเมืองและวรรณกรรมในสมัยนั้น เช่น สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ เน

ชั่นสุดสัปดาห์ และ Writer กระจัดกระจายอยู่ ยังไม่ได้รวมเล่ม ไม่กล้ารวมเล่ม

กลัวสำนักพิมพ์เจ๊ง (หัวเราะ)

.

.

ที่ชอบเขียนจริงๆ คือแนวไหน


หากจะถามว่า ชอบเขียนหนังสือแนวไหน ก็แนวปรัชญานิดๆ นี่แหละค่ะ ส่วนมาก

เอาเรื่องใกล้ตัวมาเขียน อิงหลักปรัชญาง่ายๆ ให้คนอ่านแล้ว รู้สึกว่า เออ...มัน

เป็นอย่างนี้เอง ปรัชญาไม่ได้ยากอย่างที่คิด ไม่อยากให้คนคิดว่า ปรัชญาเป็น

เรื่องที่ต้องปีนบันไดขึ้นไปอ่าน จริงๆ แล้ว ปรัชญาซุกซ่อนอยู่ทุกหนแห่ง เป็นเรื่อง

ง่าย เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันแท้ๆ

.

.



ชีวิตปัจจุบัน


หลังจากแต่งงานกับนักเขียนอเมริกันแล้วย้ายมาอยู่ที่อเมริกาหลายปีแล้วค่ะ มาปี

แรกๆ ก็ทำร้านขายงาน handmade สินค้าไทย พวกผ้าไหม ไม้แกะสลัก เครื่อง

เงิน ทำร้านด้วยเงินส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับเงินสามี ทำอยู่นานพอสมควร พอดี พ่อ

ป่วยเป็นมะเร็ง เลยปิดร้าน บินกลับไปดูแลพ่อจนสิ้น ตอนนี้ กำลังมองหาลู่ทาง

ใหม่ๆ ในชีวิตให้ตัวเองอยู่

.

.

ทำงานมาหลายอย่าง ชอบงานแบบไหนมากที่สุดเพราะอะไร



อยากจะบอกว่า ชอบทุกงานค่ะ ทุกงานมีคุณค่าในตัวมัน ไม่ว่าจะเป็นงานหนังสือ

หรืองานค้าขาย คนค้าขายก็กลายมาเป็นคนเขียนหนังสือได้ คนเขียนหนังสือก็

กลายมาค้าขายได้ อย่ายึดติดว่า ถ้าเราทำอาชีพใดอาชีพหนึ่งแล้ว จะต้องตายตัว

เสมอไป ไม่งั้นโลกนี้จะมีกวีหมี่เป็ดหรือคะ ขออนุญาตแซวเพื่อนหน่อย (หัวเราะ)

.

ชีวิตมีความหลากหลายนะคะ การมีชีวิตอยู่คือการได้ใช้ชีวิตที่หลากหลาย ได้ดู

โลกที่มีความแตกต่าง ได้พบปะผู้คนที่ไม่เหมือนเรา เป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น

การได้เรียนรู้โลกที่แตกต่างออกไปจากโลกวรรณกรรมทำให้ตระหนักว่า โลกเรานี้

ช่างกว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน แม้โลกวรรณกรรมนั้นงดงาม แต่โลกใบอื่นก็น่า

สนใจเช่นกัน

.

.


เทคนิคและวิธีการทำงานเขียน



งานยุคแรกที่เป็นบทกวี ส่วนมากผุดพุ่งออกมาตามสิ่งเร้าที่เข้ามากระทบในเวลา

นั้น ผิดหวัง โกรธ กลัว เสียใจ สมหวัง เป็นเรื่องของการนำอารมณ์ที่เริงโรจน์ใน

เวลานั้น มาถักร้อยเข้าด้วยกันในรูปแบบของถ้อยคำ ดิฉันเขียนรวดเดียวจบ

ปล่อยอารมณ์ให้พุพลั่งหลั่งไหลออกมาเหมือนตาน้ำ พออารมณ์นิ่งกว่าเดิมแล้ว

ถึงค่อยมาเกลารอบสอง งานระยะหลังเป็นงานสารคดี จะเก็บข้อมูลเบื้องต้นก่อน

อ่านละเอียด ออกภาคสนาม แล้วตกตะกอนซักพัก รอให้ใจนิ่งๆ แล้วถึงจะเขียน

เขียนแล้วก็ขัดเกลาไปเรื่อยๆ ช่วงขัดเกลานี่ นานกว่าเขียนอีกค่ะ

.

.


ระหว่างงานเขียนเองกับงานแปลคิดว่าอะไรยากกว่ากัน



ยากง่ายไปคนละแบบค่ะ งานแปล นอกจากจะมีทักษะภาษาอังกฤษในระดับดีแล้ว

ทักษะภาษาไทยต้องดีมากด้วย คนส่วนมากมักคาดไม่ถึง คิดว่า คนแปลงาน

ต้องเก่งภาษาอังกฤษอย่างเดียว สมัยดิฉันทำงานสำนักพิมพ์ เรียกนักแปลมาชี้จุด

บกพร่องหลายคนแล้ว เพราะแปลออกมาแล้วอ่านไม่รู้เรื่อง
.

.


ส่วนงานเขียนนั้น เราสามารถแสดง "ตัวตน" ออกมาได้ชัดเจนมากกว่าการแปล

งาน เพราะเป็นชิ้นงานของเราเอง และยังคงต้องใช้ความจัดเจนทางภาษาเช่นกัน

เพื่อ "สื่อ" สิ่งที่อยู่ในใจและในความคิดเราออกมาให้ผู้อ่านได้รับรู้ ถามว่า ยาก

ไหม ยากนะ เพราะการ"สื่อสาร" ให้ตรงใจนั้นไม่ง่าย นักเขียนบางคนที่ยังหาหน

ทางของตัวเองไม่เจอ ก็เหมือนการคลำๆ เขียนไป "ตามขนบนิยม" มากกว่าจะสื่อ

สารได้อย่างสง่างามจากถ้อยคำของเราเอง นักเขียนทุกคนต้องหา "ทาง" ของตัว

เองให้พบค่ะ ถึงจะพ้นไปจากเงานักเขียนอื่นได้ ซึ่งเรื่องนี้แหละ ที่ยากที่สุด

.

.

พูดถึงความเป็นไปได้ที่จะผลักดันหนังสือไทยไปขายต่างประเทศ


นี่แหละค่ะ ที่ดิฉันจับตามองอยู่ ตลาดหนังสือของอเมริกาดูเหมือนกว้าง แต่ก็แคบ

คนอเมริกันไม่สนใจเรื่องราวของคนชาติอื่นมากนัก หากจะมีอเมริกันที่สนใจ

วัฒนธรรมของชาติอื่นก็นับเป็นส่วนน้อยมาก เอาง่ายๆ ทุกวันนี้ เวลาดิฉันบอกว่า

มาจากไทยแลนด์ คนยังคิดว่า ดิฉันมาจากไต้หวันอยู่เลย บางทีต้องเหน็บไปแรงๆ

ว่า เออ ไอมาจากไทยแลนด์ ใกล้เวียดนาม ประเทศที่พวกยูแพ้สงครามมาน่ะ รู้จัก

รึยัง (หัวเราะ)

.



คนอเมริกันไม่ได้เก่ง ไม่ได้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ไม่ได้รวยล้น ไม่ได้รอบรู้ หรือมีชีวิต

ความเป็นอยู่หรูเริดเหมือนในหนังฮอลลีวู้ดหรอกค่ะ นั่นมันภาพลวงตา ดิฉันว่า

ประเทศนี้เหมือนหมาพันทาง เคยบอกสามีบ่อยๆ ว่า น่าจะตั้งฉายาให้อเมริกาว่า

เป็น Mutt Country (ประเทศหมาพันทาง) เพราะผสมปนเปกันไปหมดทุกเชื้อ

ชาติ ไม่มีเอกลักษณ์ เอ...หรือความมั่วและจับฉ่ายแบบนี้คือเอกลักษณ์ก็ไม่ทราบ

ได้

.

.


วกมาเรื่องหนังสือต่อ ประการแรก การแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ง่าย

เลย ต้องหาคนที่เก่งทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ขั้นที่เรียกได้ว่า แตกฉานทั้ง

สองภาษา และยังต้องมีความชำนาญในการดึงเอา "กลิ่นอายแบบไทยๆ" จากต้น

ฉบับให้ไปปรากฏในงานแปลภาษาอังกฤษให้ได้ด้วย เรียกว่า งานต้นฉบับเขียน

บรรยายถึงส้มตำปลาร้า คนแปลต้องทำให้ฝรั่งอ่านแล้วได้กลิ่นปลาร้าปลาแดกได้

ด้วย นี่ไงคะ ที่ยากทั้งความแตกต่างเชิงวัฒนธรรมและกระบวนการคิด

.

.

ประการที่สองวรรณกรรมไทยที่ดีมากๆ และได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ จะ

กลายเป็นกี่เปอร์เซนต์ ในตลาดวรรณกรรมโลก เพราะแม้ในตลาดหนังสือ

ของอเมริกันเอง นักเขียนก็แก่งแย่งกันสุดขีดเพื่อจะให้เอเยนต์ของตัวเองส่งเรื่อง

ไปเสนอต่อสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ คือนักเขียนคนไหนเริ่มมีชื่อเสียง รัศมีจับ เอเยนต์ก็

จะมาหาทันที พวกนี้เหมือนเห็บคอยดูดเลือดหมาอ้วนๆ หล่อเลี้ยงชีวิต นักเขียน

ส่วนมากที่มีชื่อเสียงมักจะมีเอเยนต์ เพราะตนเองเข้าไม่ถึงสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ใน

อเมริกา ซึ่งส่วนมากกระจุกตัวกันอยู่ในนิวยอร์ก พวกทำสำนักพิมพ์พวกนี้แหละที่มี

คอนเนคชั่นกันเอง ซึ่งนักเขียนทั่วไปเข้าไม่ถึง ฟังดูแล้วหลายด่านไหมคะ เอาแค่

นักเขียนอเมริกันจะแจ้งเกิดเอง ยังยากแบบหืดขึ้นคอ แล้ววรรณกรรมต่างชาติคง

มีโอกาสน้อยยิ่งกว่าน้อย นอกจากฮือฮาแบบตบหน้าโลกจริงๆ อย่าง Stanic

 Verses ของ Salman Rushdie ที่ถูกประเทศมุสลิมแบนจนเป็นข่าวไปทั่วโลก จะ

มีบางสนพ. เท่านั้นนะคะ ที่เห็นว่า เป็นทางเลือกของนักเขียนจากประเทศอื่น

อย่าง สนพ. ของ City Lights Bookstore ที่ก่อตั้งโดยเหล่ากวี Beat Generation

ดิฉันเคยไปที่ร้านหนังสือนั่น เห็นหนังสือวรรณกรรมจากนักเขียนชาติอื่นๆ พิมพ์

โดยสนพ. City Lights วางขายอยู่เยอะพอสมควร

.

.


ปัจจุบันยังเขียนหนังสืออยู่ไหม


ยังเขียนอยู่นะคะ แต่น้อยลง เพราะมีโลกใบอื่นเข้ามาให้เล่นสนุก ส่วนมาก จะ

เขียนก็ต่อเมื่อมีงานเข้ามา อย่างมีคนขอให้เขียนเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ เอาไปลง

นิตยสาร ก็เขียนให้ คือ ต้องมีใบสั่งน่ะค่ะ หรือไม่ก็ไปเจออะไรแปลกๆ ในอเมริกา

ก็เอามาเขียนเล่าในบล็อค

.



เมื่อเร็วๆ นี้ ก็เขียนบทความร่วมกับสามีเป็นภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับโครงการ

ในหลวงค่ะ มีบริษัท IT World ในอเมริกา ซึ่งสามีเขียนคอลัมน์ให้เป็นประจำ

ติดต่อมาให้เขียน แล้วสามีมาปรึกษาว่า เขียนเกี่ยวกับอะไรดีที่เป็นด้าน

เทคโนโลยี เลยนึกถึงโครงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมของในหลวงขึ้นมาได้

เลยชงเรื่องให้สามี หาข้อมูล นั่งอธิบายประเด็นให้เกิดความชัดเจน แล้วติดต่อ

ประสานงานระหว่างประเทศให้ พร้อมทั้งนัดสัมภาษณ์ คุณขวัญแก้ว วัชโรทัย จน

เรียบร้อย เมื่อเราเดินทางมาไทยเมื่อต้นปี เลยช่วยกันทำบทความชิ้นนี้ให้บริษัท

และถวายบทความนี้แด่ในหลวงเป็นพระราชกุศล พร้อมสมทบเงินค่าเรื่องส่วน

หนึ่งเข้าโครงการบางโครงการของพระองค์ท่านด้วย

.

บทความชิ้นนี้ สามีเขียนเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ดิฉันเขียนนิดหน่อยในส่วนข้อมูลดิบ

เพราะยังไงภาษาอังกฤษก็ไม่ใช่ภาษาแม่ของเรา ความจัดเจนทางภาษาย่อมสู้

เจ้าของภาษาไม่ได้แน่นอนแล้วสามีช่วยแก้ไขให้ สนุกค่ะ ที่ได้ทำงานร่วมกัน ได้

ฝึกภาษา และได้โปรโมทเรื่องดีๆ ของในหลวงและเมืองไทยไปในตัว

.

.



งานอดิเรกยามว่าง


หัดทำกับข้าวแปลกๆ ค่ะ ลองทำดู หาสูตรทางอินเตอร์เน็ต ลองไปเรื่อยๆ เพิ่ง

ลองทำไก่ต้มเป๊ปซี่ไป แปลกแต่อร่อยดี นอกจากทำกับข้าวแล้วก็อ่านหนังสือ

แปลหนังสือ (อย่างน้อยก็พยายามแปล) แล้วก็สะสมโปสการ์ด เวลาไปเที่ยวหรือ

เพื่อนไปที่ไหนมานี่ ก็จะส่งโปสการ์ดมาให้ ดิฉันก็ส่งโปสการ์ดจากที่ต่างๆ ส่งไป

ให้เพื่อน แลกกัน

.

.


ในฐานะที่ใช้ชีวิตคู่อยู่กับนักเขียนชาวต่างชาติ ช่วยแสดงความคิดเห็น

เรื่องความแตกต่างระหว่างนักเขียนไทยและฝรั่ง



สำหรับนักเขียนไทยแล้ว การเขียนหนังสืออย่างเดียวเพื่อเลี้ยงชีพนี่ ยังค่อนข้าง

ลำบากอยู่ ถึงจะมีชื่อเสียงก็เถอะ หนทางนี้ยังแคบอยู่สำหรับนักเขียนบ้านเรา นัก

เขียนไทยส่วนมากจึงต้องมีงานหลักอย่างอื่นด้วย แต่ในส่วนของนักเขียนฝรั่งนั้น

การเขียนหนังสืออย่างเดียวสามารถหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างสบายๆ

.

สามีดิฉันทำงานที่บ้าน แต่เป็นเวลา คือ ตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงหกโมงเย็น อาบน้ำ

แต่งตัวอย่างดีเลย มานั่งเขียนหนังสือที่โต๊ะทำงาน มีวินัยในตัวเองมาก ไม่

เหมือนดิฉัน (หัวเราะ)

.

แต่อาชีพนักเขียนที่อเมริกานั้นหมายความว่า คุณต้องมีชื่อ

เสียงและฝีมือในระดับหนึ่ง หากคุณเป็นนักอยากเขียนที่ยังไม่ได้รับการยอมรับ

ทางมาตรฐานทางวรรณกรรมของที่นี่ ก็ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้เช่นกันค่ะ ต้อง

ผ่านการทำงานหนัก ผ่านการยอมรับจากแวดวง มีผลงานตีพิมพ์เป็นที่ยอมรับใน

วงกว้างมาแล้ว จากนั้น งานก็จะเข้ามาเอง

.

.

แต่ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนไทยหรือนักเขียนฝรั่ง อย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ คุณจะ

ต้องก้าวจากความเป็น "นักอยากเขียน" มาเป็น "นักเขียน" ตัวจริงให้ได้ด้วยการ

พิสูจน์ตนเองจากการเคี่ยวกรำตัวตนให้เป็นที่ยอมรับ
.

.


ความคิดเห็นเรื่องสื่ออินเตอร์เน็ตกับงานเขียนของคนรุ่นใหม่


ตอนนี้ การโพสต์งานทางหน้าอินเตอร์เน็ตเป็นกระแสที่มาแรง เป็นไปตามแรงขับ

เคลื่อนของคนในสังคม ซึ่งสังคมอินเตอร์เน็ตเป็นสังคมของชนชั้นกลางและคน

รุ่นใหม่ เด็กรุ่นใหม่เติบโตมากับคอมพิวเตอร์ คนรุ่นนี้ต้องการจะสื่อออกมาให้โดน

ใจ จึงใช้ภาษาที่แตกต่างจากงานเขียนแนวขนบ อีกทั้งเด็กรุ่นใหม่รู้จักอินเตอร์

เน็ตมากกว่าคนรุ่นก่อน

.

.

การจะสื่องานเขียนออกมาด้วยวิธีโพสต์นั้นง่าย และเร็ว

กว่าการรอบ.ก.พิจารณางาน ข้อดีคือ มีงานออกมาเสนอคนอ่านได้อย่างไม่มีข้อ

จำกัดใดๆ ทั้งสิ้น ข้อเสียคือ ผลงานแต่ละชิ้นจะไม่มีคนที่รู้มากกว่า หรือจัดเจน

ทางงานวรรณกรรมคอยแนะนำ และไม่มีประสบการณ์ในการขัดเกลา เพราะการ

โพสต์งานในอินเตอร์เน็ตต้องเขียนให้สั้น หวือหวา และเรียกร้องความสนใจเพื่อ

เรียกคนอ่าน จากจุดนี้ ทำให้ดิฉันมองว่า เด็กปัจจุบันไม่มีความอดทนในการรอ

คอยเท่าไหร่

.

.

การเขียนงานตามบล็อคถือเป็นโอกาสอย่างหนึ่ง เป็นทางเลือกหนึ่ง จะเขียนดี

เขียนเลว นั่นอีกเรื่อง แต่คนที่โพสต์งานทางอินเตอร์เน็ตต้องไม่หลงกับคำชมและ

จำนวนคอมเมนต์ เพราะนั่นคือ ภาพลวง คือมายาทางอินเตอร์เน็ต คนเขียน

บล็อคที่มีจำนวนคอมเมนต์เยอะๆ หรือคนมาคลิกดูมากๆ ผลงานอาจจะไม่ได้ดี

เด่นจริงๆ ก็ได้ หากแต่เป็นไปตามระบบ"คอมเมนต์ตอบแทน" ฉันไปคอมเมนต์

บล็อคเธอ เธอมาคอมเมนต์บล็อคฉันนะ แล้วก็ยอกันไปมา คล้ายๆ กับเป็น

มารยาทในสังคมโลกเสมือน

.

.

อย่าหลงเสียงชื่นชมจากคอมเมนต์หรือจำนวนผู้ชม ถ้าคุณหลงตรงนั้นแล้วไม่

พัฒนาตัวเอง เท่ากับว่า คุณฆ่าตัวตายทันที เพราะไม่ได้มีอะไรการันตีชัดเจนเลย

ว่า งานของคุณดีจนสามารถแจ้งเกิดในวงวรรณกรรมได้ อย่าหลงติดกับดักมายา

แห่งโลกเสมือนอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้คุณขาดความเจริญเติบโตในจิต

วิญญาณภายในและทางงานเขียน เพราะอัตตาจะแผ่ขยายอย่างช้าๆ จนเต็มพื้นที่

ใจ และจะทำให้คุณไม่เติบโตและตีบตันในการสร้างงานวรรณกรรม
.

.


คิดว่าการมีบ.ก.สำหรับหนังสือเล่ม สำคัญแค่ไหน


ดิฉันเติบโตมากับระบบสำนักพิมพ์และการบรรณาธิกรณ์ ไม่คุ้นชินเท่าไหร่กับ

ระบบหนังสือทำมือ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ไม่เห็นด้วยกับการทำหนังสือทำ

มือ หนังสือทำมือถือเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้ตลาดหนังสือมีความหลากหลาย

เป็นสีสัน เป็นความงามอีกแง่ของโลกวรรณกรรม

.

.

แต่ดิฉันยังเชื่อมั่นในระบบบรรณาธิการ เพราะระบบนี้ นอกจากจะมีคนมาคอยชี้

แนะและขัดเกลาแล้ว โดยตัวระบบเองสอนให้เรารู้จักความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อ

คนเขียนหนังสือรุ่นก่อนหน้าเรา และทำให้เรารู้จักการรอคอย มันเป็นความท้าทาย

ที่นักเขียนหรือนักอยากเขียนทั้งหลายต้องพิสูจน์ตัวตน และ "ผ่าน" ให้ได้

.

.

สมัยดิฉันนี่ มีคำว่า "ตะกร้าสร้างนัก

เขียน" คนที่อยากเป็นนักเขียนต้องมีแรงอึดและฮึดสูงมากๆ ส่งไปครั้งแรก ไม่

ผ่าน กลับมาปรับปรุงและพัฒนาเนื้องาน ส่งไปอีก ส่งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะแจ้งเกิด

อย่างเต็มภาคภูมิในฐานะนักเขียน ตรงนี้แหละค่ะ ที่สอนคนรุ่นดิฉันให้เรียนรู้การ

รอคอยอย่างสงบ เรียนรู้ที่จะรอคอยทั้งความผิดหวังและสมหวัง รวมทั้งเรียนรู้ที่จะ

รับฟังคำชี้แนะทั้งด้านบวกและลบเพื่อขัดเกลาผลงาน

.

.

ตรงนี้เองที่นักเขียนรุ่นใหม่ขาดไป เพราะพอเขียนงานได้พอสมควร ไม่ง้อระบบ

บรรณาธิการ ไม่ง้อระบบการคัดกรอง รวมเล่ม พิมพ์เอง ไม่ได้เรียนรู้จากคำชี้แนะ

และไม่ได้เรียนรู้ที่จะรอคอย และตรงนี้แหละที่ทำให้ขาดจากรากเหง้าการศึกษา

งานวรรณกรรมเดิมและกลุ่มคนวรรณกรรมเดิม เพราะในเมื่อนักเขียนใหม่ไม่ง้อ

บรรณาธิการแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรู้จักนักเขียนรุ่นเก่าหรือศึกษางานนักเขียนคนอื่น

แต่อย่างใด เพราะถือว่า ไม่สำคัญและไม่มีความจำเป็นต่อการพัฒนางานเขียน

ของตน

.

.

แม้หนังสือทำมือนั้นคือทางเลือกหนึ่งในท่ามกลางความหลากหลายของโลก

วรรณกรรมและเป็นการฝึกคิด ฝึกทำงาน ได้ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ในแง่ดีนั้น

ก็มีข้อเสียด้วย นักเขียนใหม่ๆ ที่เติบโตมากับหนังสือทำมือโดยไม่ง้อระบบ

บรรณาธิการ หรือนักอยากเขียนที่โพสต์ลงอินเตอร์เน็ตแล้วหลงติดอยู่กับคำชื่น

ชมหรือจำนวนคอมเมนต์ อาจทำให้เกิดอัตตาอย่างเงียบๆ และส่งผลให้กร่างเกิน

ชิ้นงาน การมีคนที่มีความจัดเจนในวิชาชีพมาคอยชี้แนะข้อดีข้อด้อยของงาน น่า

จะเป็นเรื่องที่ดีกว่าการทำกันเอง ยอกันเองแน่นอน ไม่ใช่ว่ารังเกียจระบบหนังสือ

ทำมือหรือวรรณกรรมทางอินเตอร์เน็ตหากอยากฝากไว้ว่า อย่าละเลยระบบ

บรรณาธิการเท่านั้นเอง

.

.


การเป็นนักเขียนดูเหมือนจะเป็นความใฝ่ฝันของเด็กรุ่นใหม่มากขึ้น มีอะไร

จะชี้แนะนักอยากเขียนคนอื่นๆ บ้าง



ทำงานให้มาก พูดให้น้อย ปล่อยให้ผลงานพูดแทนเราดีกว่า ผลงานและการทำ

งานหนักจะพิสูจน์คุณค่าของความเป็นนักเขียนที่แท้ หากรักจะเขียนหนังสือ ต้อง

เป็นนักอ่านที่หลากหลาย อ่านให้ได้ทุกแนว ตั้งตั้งแต่วรรณกรรมโลกไปจนถึงหนู

หิ่น จากนั้นก็ต้องฝึกเขียนเพื่อหาแนวทางของตัวเอง ต้องพยายามหา "ลายมือ"

ของตัวเองให้ได้ ต้องพูดแบบโฆษณาหน่อยค่ะว่า ทางใคร ทางมัน (หัวเราะ) ที่

สำคัญ อย่าดัดจริตในงานเขียนและอย่าดูถูกคนอ่าน

ตีพิมพ์ในเวบวรรณกรรมประพันธ์สาส์น


http://www.praphansarn.com/new/c_talk/detail.asp?ID=232



 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 127 (0)
plejang วันที่ : 21/12/2008 เวลา : 07.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plejang
::  Plejang  ::  + + ... ข อ ใ ห้ รั ก จ ง เ จ ริ ญ ....+ + ::

สวัสดีค่ะ..

อืม อืม อืม อ่านถึงบรรทัดนี้แล้วทำให้ต้องหยุดคิดทบทวน

"ภาพลวง คือมายาทางอินเตอร์เน็ต คนเขียน

บล็อคที่มีจำนวนคอมเมนต์เยอะๆ หรือคนมาคลิกดูมากๆ ผลงานอาจจะไม่ได้ดี

เด่นจริงๆ ก็ได้ หากแต่เป็นไปตามระบบ"คอมเมนต์ตอบแทน" ฉันไปคอมเมนต์

บล็อคเธอ เธอมาคอมเมนต์บล็อคฉันนะ แล้วก็ยอกันไปมา คล้ายๆ กับเป็นมารยาทในสังคมโลกเสมือน"



ตอนแรกที่เข้ามาเขียน หรือ อ่าน blog ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ...ว่าเค้ามี comment ด้วยเหรอ แล้วบางที่ก็มีการตอบ comment รวมไปถึง ตอบเองใน blog ของตัวเองด้วยหรือ..งง ยอมรับว่า งง ตอนแรก..ถึงแม้จะเคยเป็นอาจารย์สอนคอมพิวเตอร์..แต่ไม่ค่อยมีเวลา..ที่จะสนใจเท่าไหร่ เกี่ยวกับ blog เนื่องจากงานอื่นก็เยอะแยะมากมาย เพิ่งจะมีโอกาสมาเล่นในช่วงว่าง..ว่า อ๋อ ...blog เป็นอย่างนี้นี่เอง....เค้ามีสังคมกันด้วยเหรอ...เนี้ย...

จริง ๆ ความตั้งใจที่เปิ้ลเข้ามาเขียน เพราะอยากเขียน diary online เพราะก่อนหน้านี่เปิ้ลเขียนระบายความอึดอัดใจใน diary is แต่เนื่องจากว่า เปิ้ลไม่ได้เป็นสมาชิกที่เสียเงิน จำนวนของเนื้อที่ในการเขียนก็ลดลง...เลยหาที่ใหม่..เปิ้ลเลยมาลงสมัครไว้ที่นี่...แล้วก็ได้เขียน บ้า ๆ บอ ๆ ไป..ตามประสา...ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมีใครมาได้อ่าน..เพียงเป็นแค่สิ่งระบาย....เท่านั้นค่ะ...

แต่พอเล่น ๆ ไป อืม อืม อืม...อย่างนี้เอง...บางที่ก็ได้รับมิตรภาพจากเพื่อนที่ไม่รู้จัก ซึ่งบางทีเราก็ไม่รู้ว่าเค้าจริงใจกับเราหรือไม่...แต่เราก็ต้องระมัดระวังตัวให่ดี ...พอได้มาอ่านของพี่ แล้วย่อหน้าที่ ที่ พี่เขียนไว้ ทำให้ยิ่งต้องมานั่งคิด...แล้วก็คิดว่าจริงอย่างที่พี่ได้เขียนไว้....แต่บางที่...การไม่ตอบ...ก็ทำให้รู้สึก...ละอายแก่ใจ..เหมือนกันที่เค้ากรุณาเข้ามาอ่านและเมนท์ให้เรา แม้บางคนอาจจะเข้ามาไม่ได้อ่าน แต่ ประทับรอยยิ้มไว้ก็ตามนะค่ะ...

ขอบคุณมากมายค่ะ ...entry นี้ทำให้ได้รุ้ความเป็นมาความเป็นไป...รวมไปถึงได้แง่คิดดี ๆ ของการเล่นเน็ตด้วยค่ะ

เปิ้ลค่ะ


ความคิดเห็นที่ 126 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 18/10/2008 เวลา : 01.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

อีกครั้งนะคะ

สำหรับคนที่มาอ่านรอบหลัง

แปะไว้อีกรอบ จะได้เข้าใจตรงกัน

................

ขอชี้แจงเรื่อง "ความดัดจริตในงานเขียน" หน่อยนะคะ

ดิฉันไม่ได้หมายว่า ห้ามแรดหรือดัดจริตในลีลาหรือสำนวน

การเขียน เพราะแค่ละคนย่อมมีลีลาและ "ท่วงทำนอง"

ของตนเอง

แต่หมายถึง

นักเขียนทุกคนจะต้องถ่องแท้ในสิ่งที่ตนจะเขียน

เขียนในเรื่องที่ตนรู้

เขียนเถอะคุณ ตราบเท่าที่มีแรงกาย แรงใจ

เขียนในเรื่องที่คุณอยากเขียน เขียนในเรื่องที่คุณรู้จริง

นี่แหละค่ะ ฝากไว้เท่านี้

เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่

ความคิดเห็นที่ 125 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

ได้รู้จักมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 124 (0)
ลิลิตดา วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phenvipa

คุณบีคะ
เห็นด้วยมากๆกับคอมเม้นต์ของคุณบีเรื่องเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะผลักดันหนังสือไทยไปขายต่างประเทศ ...

เสียดายที่วันนั้นเราได้คุยกับแป๊ปเดียว เสียงพี่ก็ออกอาการหมดสภาพ แต่ตอนนี้คอหายเจ็บแล้วค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วง วีคเอ็นด์นี้จะมีงานที่พี่จะเข้าแสดงร่วมกับศูนย์ัวัฒนธรรมไทยที่เบิร์กเล่ย์ อาทิตย์หน้าจะโทรไปคุยใหม่ ดีใจนะคะที่เราสามารถติดต่อกันแค่ปลายนิ้วกดโทรศัพท์...talk to you later, bye ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 123 (0)
mesa วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanjorn

อีจำปีโดนรถชน...เลยหดหู่เล็กน้อย...

ยังไม่ตายหรอกแก แต่ไม่ยอมลุกไปไหน ได้แต่นอนทำตาปริบๆดูแม่ กำลังดูแลหมาอยู่ ทีตอนมันดื้อล่ะแช่งมันวันละสามรอบ ตอนนี้ล่ะทำเป็นเศร้า สมน้ำหน้าตัวเองจังนิ

ความคิดเห็นที่ 122 (0)
tiki_ทิกิ วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tikithai

ตามมาอ่านจาก bloggang ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 121 (0)
พู่กัน วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 22.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkue

มาชื่นชม
และขอบคุณสิ่งดี ๆ ครับพี่
ขอให้สนุกกับงานนะครับ

ความคิดเห็นที่ 120 (0)
เด็กชายนะโม วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 13.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rattamontri
นครพนม

โอ้โหย อะไรจะฮอตขนาดนี้อาจารย์
ส่วนผมไม่มีอะไรหรอก
ก็ดัดจริตเขียนหนังสือบ่อยๆ
โดยเฉพาะกวี

มาทักทาย
คนเขียนหนังสือคับผม

ความคิดเห็นที่ 119 (0)
ใต้ดวงตะวัน วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sidalai
แม่นสิเฮียนฮ่ำฮู้จากเจ็ดวัดพระฤๅษี...คันบ่มีสำนึกฮักแพงเมืองบ้าน...จักมื้อซุ้มเข้าสิฮู้เหมื่อ...เองนา...เฮียนสูงเผิดแฮงฮ้าย...ใจเจ้าแห่งต่ำลง...

ว๊าวววเอ็นทรี่นี้122เม้นท์ แล้ว...

ความคิดเห็นที่ 118 (0)
skinhead วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

โหล โหล

ความคิดเห็นที่ 117 (0)
น้ำพี้ วันที่ : 28/09/2008 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nampeewriter

ว้าว...โดนใจสุด ๆ "อย่าดัดจริตกับงานเขียนและอย่าดูถูกคนอ่าน"
ประสบการณ์แบ่งปันเพียบ เป็นเข็มทิศให้กับนัก(อยาก)อยากเขียนได้ดีค่ะ เอาไปเล้ย...หนึ่งโหวต

ความคิดเห็นที่ 116 (0)
แก้วตา วันที่ : 28/09/2008 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tto-okk
"เกียทซ์บอกกับฉันว่า หากคุณประสงค์จะเดินสิ่งหนึ่งที่จำเป็นคือ ความขรุขระ"

ฝนตกจั่กๆๆๆๆ
ไม่รู้จะทำไร
เลยมาเดินเล่น







ความคิดเห็นที่ 115 (0)
moonlight วันที่ : 28/09/2008 เวลา : 14.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangjan
 <º))))>< ใต้ฝันสีทองของ แสงจันทร์  ><((((º>  เรียงคำ...ลำนำเพลง 

ตะกี๊ไปบ้านคุณกบมา เลยซิ่งมาที่บ้านคุณบีก่อนจะแล่นไปทำงานต่อ ชะแว้บมานานแระ

entry นี้ โดนใจจังเลยเค่อะ จะว่าเรากระแดะมะ ขอโหวต ขอโหวต งิงิ

เมื่อสองวันก่อน เราออกไปโปรยข้าวให้นก เห็นรถคันที่ชนเจนนี่ผ่านมา
แม๊ อยากจะเอาข้าวสารซัดมัน ไล่เสนียดจัญไร อ้าว.... จิตตก ซะแล้วเรา
ที่เห็นแล้วยั๊วๆ ไม่ใช่อะไรหรอก คิดถึงที่คนพวกนั้น หัวเราะชอบใจ
เห็นเป็นเรื่องสนุกสนาน พูดอีกว่า มีอีกไหม กูจะชนให้ดู
ในวันเดียวกัน เขาชนเจนนี่ และหมาของเพื่อนบ้าน
เจนนี่ของเราโชคร้าย เพราะตัวเล็ก ส่วนหมาเพื่อนบ้าน เห็นเจ้านายเขาว่า เท้าเละ
เพิ่งจะเดินได้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง
เพราะงี้ เห็นแล้วโมโหจี๊ดเลย ภาวนาไป โกรธหนอ ....

วันนี้แอมเริ่มกินเจแล้วนะคะ คุณบี ส่วนพี่ๆ เขาขอกินจำเจ ว่าไม่ไหว

คุยนานไม่ได้ ต้องไปทำงานต่อแล้วค่ะ

คิดถึงนะคะ / แอม

ปล.entry นี้ชอบจัง ได้ข้อคิดมากมายเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 114 (0)
สุกรวดี วันที่ : 27/09/2008 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rojanar

กลับมาอีกรอบ ก็ชอบนี่นะฯ
เออ กำลังสงสัยตัวเองว่า เข้าข่ายข้อไหนบ้าง...
ตอนไม่เล่นเน็ตอ่าน ทุกอย่างที่มีให้อ่าน
ไม่เว้นแม้กรอบประกาศ ชื่อผู้ถึงแก่กรรมฯ

ปัจจุบันบ้ากลอน

ความคิดเห็นที่ 113 (0)
เพียงลมพัดผ่าน วันที่ : 27/09/2008 เวลา : 02.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daija
navy

ดีจังเลยนะคะ

เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ


ความคิดเห็นที่ 112 (0)
ภีม วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 21.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peem
....ไม่ต้องเก่งกว่าใครในวันนี้...แต่ต้องเก่งกว่าตัวเองในเมื่อวาน....


ความคิดเห็นที่ 111 (0)
redribbons07 วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07


มาทักทายส่งความขอบคุณในกำลังใจค่ะ


และส่ง tag ที่คุณสามารถเขียนได้สบาย ๆ สไตล์คุณค่ะ


http://www.oknation.net/blog/redribbons07/2008/09/26/entry-1



ความคิดเห็นที่ 110 (0)
mesa วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 11.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanjorn

บี...

โล่งอกจริงๆที่ของส่งถึงมืออย่างปลอดภัย อิอิ

แบบว่าอยากให้แกฟังเพลงลูกทุ่งในแบบที่แกชอบ

เพลงน้ำค้างเดือนหกเป็นเพลงโปรดชั้นเพลงนึงเลยล่ะขอ
บอก

แต่มีอีกเพลงนึง "น้องเป็นสาวขอนแจ่น ได้แต่นอนตะแคง ยามมื่อแลงฝันหวาน " แหมรู้อีกว่านอนตะแคง เพียงแต่ไม่ค่อยฝันหวานว่ะ ออกแนวทริลเลอร์+สยองขวัญ มากกว่า ฮ่าๆ ฟังรึยัง

ตอนนี้กำลังทุกข์ใจเรื่องหมา จำไอ้ดินกับอีจำปีจำปาได้ใช่ไหม มันนิสัยแย่มากๆ ปากไม่อยู่สุข ชอบไปกัดทึ้งต้นไม้ชั้นตายเป็นแถบเลยแก สอนไม่จำ ไอ้ดินมันไม่เท่าไหร่หรอกแต่มันไม่แมนเลยแก ปกครองนังสองสาวนั่นไม่ค่อยได้ อีสองตัวเลยได้ใจใหญ่ เวลาชั้นกลับจากที่ทำงานเจอต้นไม้โดนทึ้งแล้วเหนื่อยใจทุกที เคยขู่มันว่าจะเอาไปส่งท่าแร่ มันก็ทำหน้าเฉยไม่รู้ไม่ชี้ สงสัยไม่รู้จักท่าแร่เสียแล้วนังสองตัวนี่ เดี๋ยวพาขึ้นรถไปดูสถานที่จริงซะเรย โมโหมากแต่ทำอะไรมันไม่ได้ ทำไงได้รักมันไปแล้วนี่ ได้แต่แยกเขี้ยวยิงฟันใส่มันไปตามเรื่อง ต้องเปลี่ยนแผนหาไม้มาทำชั้นวางต้นไม้แทน แต่คนที่จะลงมือทำให้ ดันไม่ค่อยว่างเสียอีก งานชุกทั้งงานราษฎร์งานหลวง

ไอ้โมมันสอบเสร็จแล้ว แต่ไม่ค่อยได้อยุ่บ้าน ออกไปแรด เอ๊ย ซ้อมดนตรีทุกวัน แล้วก็ออกเดินสายแสดง หากินอยู่เลาะเลียบลำน้ำโขงนี่แหละ งานไหลเรือไฟที่จะมาใกล้ๆนี้มันก็จะไปเล่นเหมือนกัน ได้แต่ใบประกาศเกียรติคุณแต่ไม่เคยได้ตังค์เลย พับเผื่อย...

ไปกินข้าวเที่ยงก่อนเน้อ เหล่าญาติๆในท้องมันร้องระงมแย้ววววว

ความคิดเห็นที่ 109 (0)
lumpao วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lumpao
 

ก็เห็นเขาเรียกๆ กัน เลยทำเนียนเรียกตาม
ขออภัยหลายๆ จ๊ะ
คุณเจ๊

ความคิดเห็นที่ 108 (0)
ฮอยล้อ วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 08.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hoylaws

ผมว่าเขาถามถูกคน เพราะความรู้ที่มีและประสบการณ์ที่เล่า จะส่องประกายสู่มวลมิตร ผู้ยังคงก้าวเดินบนถนนสายวรรณกรรม
ที่ผู้เฒ่าว่านั้นถูก ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์ไม่รู้ สิ่งที่มนุษย์ไม่รู้ก็เพราะมนุษย์รู้ยังไม่ถึง สักวัน..ก็เกิดจากการเรียนรู้จากการฟัง การอ่าน (นำกลับมาใคร่ครวญ) และลงมือปฎิบัติ
ผมนั่งจ๋องหน้าเครื่องคอมพ์ เรียกว่าหลายชั่วโมงยังตรวจแก้เรื่องสั้นตัวเองไม่จบ ตกบ่ายไปเดินในสวนสาธารณะ ค่ำลงดูทีวี แป็บเดียวจะห้าเดือน เถอะจะไปปั่นจักรยานแล้วหละ ปั่นมันแถวตลาดหมู่บ้านและท่งนานี้ก็ได้
มาเข้าห้องเล็กเชอร์ช้าไปนิด แต่ก็มาคือเก่า

ความคิดเห็นที่ 107 (0)
เอื้อยนาง วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 04.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ouynang

เหมือนถูกเปิดดวงตาที่สามเลยนะเนี่ย
เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เลยว่างานบรรณาธิการยังจำเป็นมากสำหรับงานเขียน
ตอนนี้ในด้านหนึ่งเอื้อยนางทำหน้าที่บรรณาธิการ
และมีเวลาก็เขียนงานตัวเองไปได้บ้างตามแต่เงื่อนไขทางอารมณ์ เขียนแล้วก็ยังหาบรรณาธิการอยู่ดี อย่างน้อยก็เพื่อนคนพิสูจน์อักษร
ตัวอย่างงานเขียนที่ไม่มีบรรณาธิการ ก็งานในบล็อกที่เจริญขวัญก็อ่านนั่นไง ตัวเองมาย้อนอ่านแล้วบางทีต้องหยุดไว้ก่อนก็มีค่ะ
เรื่องภาษอังกฤษที่ไม่ใช่ภาษาพ่อภาษแม่ของเรานั้นเจอมาแล้ว เมื่อเอาเรื่องของชาวโรตารีสโมสร เซนต์เฮเลนส์มาเขียนเผยแพร่เป็นภาษไทย แล้วเอาไปอวดเขา มีรูปภาพ เหตุการณ์ของพวกเขาด้วย ครั้นเขาบอกว่าแปลเป็นภาษอังกฤษให้หน่อยจะได้นำลงในจุลสารของเขา เรากลับอึ้ง และมือชาทำไม่ได้มาจนทุกวันนี้
ขอบคุณที่ให้ข้อคิดดี ๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 106 (0)
วิทย์_แดงจันศรี วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wit
witdaeng.tarad.com : หนังสือเก่าหนังสือมือสอง 

"ไอมาจากไทยแลนด์ ใกล้เวียดนาม ประเทศที่พวกยูแพ้สงครามมาน่ะ รู้จัก รึยัง" เจ๊บีของแท้

กะลังทำงานอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองอยู่เหมือนกันครับพี่ หลายถ้อยคำในบทสัมภาษณ์เป็นแนวทางสำหรับนักอยากเขียน...แหล่มไปเลย

ความคิดเห็นที่ 105 (0)
johnrit วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kajohnrit
kajohnrit

เป็นบทสัมภาษณ์ที่ดีครับ

ความคิดเห็นที่ 104 (0)
GPEN วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/comicbook

อ่านแล้วชอบที่บอกมามากครับ เห็นด้วยมากๆหลายๆเรื่อง...

เลยอยากมาขอให้เล่นกับโลกใบอื่นให้น้อยลง
และกลับมาเขียนให้มากๆครับ...
ไม่ได้ล้อเล่นนะครับ อยากอ่านจริงๆครับ ป็นนิยายยิ่งดี

ความคิดเห็นที่ 103 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8


...มาอ่านอีกครั้งด้วยความซาบซึ้งในประวัติศาสตร์ชีวิต...

...แล้วก็ขอขอบคุณที่ช่วยโหวตเรื่อง 125 ปีไปรษณีย์ไทย...36 ปี เป๊ปซี่คอลเลคชั่นให้ผม....

ความคิดเห็นที่ 102 (0)
lumpao วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lumpao
 

ว่าจะมาเม้นคืน

ตอบแทนความอารีย์ที่แวะเข้าไปเยี่ยมบ้าน

ดันมาให้ป้าเคาะกระโหลกซะนี่

เลยเปลี่ยนเป็นมาสวัสดีแทนคะ



ความคิดเห็นที่ 101 (0)
จันทร์วารี วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

สวัสดีค่ะพี่สาว สบายดีนะคะ

ได้รู้จักประวัติพี่ละเอียดก็วันนี้แหล่ะ อิอิ


หนูเป็นนักอยากเขียนค่ะ คงพัฒนาเป็นนักเขียนยากค่ะ แล้วก็ขี้เกียจด้วย เอิ๊กๆๆๆ

แต่ว่าดัดจริตนี่มันติดตัวมาแต่เกิดหง่ะค่ะ แก้ไม่หายซักที


ความคิดเห็นที่ 100 (0)
เพลงฝน วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hyacinth
   เรามีตาคนละดวง มีโลกคนละใบ และเราไม่ใช่คนเดียวกัน จึงมีชุดความจริงต่างกันก็เท่านั้นแหล่ะ 

เงาบ่ายฉบับเต็มไปหาแล้วเน้อ

ขอบคุณที่ช่วยกระตุ้นน่ะเจ๊

"ไอ้ปลายอย่ามัวแต่คิดไปเขียน" (ฮา)
เพราะคำนี้เลยนะนี่เลยเขียนไปพร้อมพอกหน้าด้วยครีมหน้าเด้งสูตรเจ๊ไป คิ้กๆๆ
หิวข้าว หิวกาแฟแล้ว ออกไปหาข้าวกับกาแฟกินก่อนนะ

ความคิดเห็นที่ 99 (0)
mesa วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanjorn

เออ...ลืมบอก...

ชอบสีบ้านใหม่ของแกนะ แบบว่าเข้มขรึมดี

อันเก่าแสบตาว่ะ

ความคิดเห็นที่ 98 (0)
mesa วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanjorn

บี...

ชั้นตื่นเช้าทุกวันแหละ ยกเว้นวันหยุดอาจสายหน่อย...

แต่ช่วงเช้าต้องจัดการกับเรื่องต่างๆภายในบ้านก่อนไปทำงาน ไปเปิดเน็ตที่ทำงานโน่น ตอนนี้กำลังจัดการเรื่องสอบ กรอกคะแนน ฯลฯ เลยไม่ค่อยมีเวลา รวมทั้งอากาศแถวๆนี้ค่อนข้างแปรปรวน เน็ตอืดมาก บางทีใช้ไม่ได้เลย ก็เลยห่างๆหายๆไป

ไว้ว่างๆ ทุกอย่างโปร่งโล่งก่อนแล้วค่อยคุยกันนะ..

(จดหมายถึงแกรึยังอะ...กลัวของไม่ถึงมือแกเหมือนกัน)

ความคิดเห็นที่ 97 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 10.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

100

เย้

ความคิดเห็นที่ 96 (0)
คนสวย วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 23.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ratana

อ่านบทสัมภาษณ์ไป ก็มีมโนนึกถึงเจ้าของบ้านหลังนี้ไป ชื่นชมและยินดีที่ได้รู้จักเพิ่มขึ้น ในใจคนสวยนั้นชื่นชมอยู่นานแล้ว ซึ่งคุณคงสัมผัสได้

ความคิดเห็นที่ 95 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

ปกติ กินอะไรก็กิน พวกลิ้นจระเข้
มาบัดนี้เริ่มอยากข้าวสวยร้อนๆ กับปลาเค็ม แกงส้ม กุ้งเผา น้ำจิ้มแซ่บๆ ริมหาดบางแสนอ่างศิลา แถวบ้าน อิอิ
อยู่บนเขา ไกลทะเลซะด้วย...
.....หุหุ โฮ่ะๆ...

แต่เรื่องรูปยังไม่โอเค กำลังงมต่อ ไม่เหมือนที่เคยใช้เลย


ความคิดเห็นที่ 94 (0)
ล้านเล็กๆ วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lan-car-fair

อย่าดัดจริตในการอ่านบล็อกเอ็นทรี่นี้...

และ...

อย่าดูถูกคนโพสต์

ปล. แม้ว่าเจ้าของบ้านนี้จะ...ก็ตาม โย่ๆไปก่อนนะ

ความคิดเห็นที่ 93 (0)
ครูเก๋ วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

ดม้นท์ แก้คำผิดค่ะ เม้นท์

ความคิดเห็นที่ 92 (0)
ครูเก๋ วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

ตามมาอ่านเพราะชื่อเรื่องค่ะ

ไม่รู้นะคะตัวเองเขียนอะไรแบบดัดจริตรึเปล่า
แต่ที่เขียนก็เพราะอยากเขียน บ่นมั่ง ด่ามั่ง ชมมั่ง
เล่าให้ฟังเฉยๆมั่ง มีสาระมั่ง ไร้สาระมั่ง
แล้วแต่อารมณ์และความอยากน่ะค่ะ

แต่สำหรับเรื่องเม้นท์ในบล็อก
เป็นคนให้ความสำคัญกับทุกเม้นท์ค่ะ
ปกติ(ถ้าไม่ได้ยุ่งหัวบาน) ก็จะตอบทุกเม้นท์
ไม่ได้ปั่นเม้นท์นะคะ แต่อยากแสดงความใส่ใจกับทุกคนที่มาอ่านเรื่องของเรา แล้วก็จะตามไปเยือนบ้านของเขาบ้าง

เป็นเรื่องที่เสียเวลาอยู่เหมือนกันค่ะทำแบบนี้
แต่ถ้าไม่ทำแล้ว จะรู้สึกแย่เอามากๆ

เพราะเวลาไปอ่านงานใคร เค้าไม่ตอบเม้นท์เราเลย
รึไม่มาทักทายเราที่บล็อกบ้างเลย
ก็จะรู้สึกว่า ช่างเป็นคนที่ไม่แคร์คนอื่นเสียจริงๆ
(อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ)

ป.ล.ว่าจะแค่มาอ่านดันดม้นท์(บ่น)เสียยาว


ความคิดเห็นที่ 91 (0)
spyone วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

โดน..

spyone เป็นนักอยากเขียนค่ะ..ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ลาออก..

บางครั้งชีวิตการทำงานนั่งโต๊ะก็ทำลายความฝันเราค่ะ..

จะมุ่งมั่นกับการเขียนมากกว่านี้

จะได้ลาออกจากนักอยากเขียนสักที

โหวตให้ค่ะ..ด้วยความเคารพ

ความคิดเห็นที่ 90 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ยาวดีจังพี่บี แต่ได้รู้ประวัติและแนวคิดครบถ้วน

พี่บีเคยอยู่ไทยวัฒนาพานิชด้วย บ้านผมอยู่แถวนั้น
ใกล้ๆ ร้าน กระเพราะ ราดหน้า ผัดซีอิ๊ว อร่อยๆ
ไม่รู้พี่บีเคยไปทานไหมนะ?

แต่รูปนี้เคยเห็นแล้ว ไม่เห็นจะน่ากลัวเลยครับ

ขออนุญาตโหวตครับ ไม่ได้โหวตตามกระแสนะพี่
โหวตเพราะอ่านแล้วได้มุมมองชัดเจนจริงๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 89 (0)
hopebaby วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hopebaby
คนบ้าเยอะจริงๆ...ให้ตายเหอะโรบิน

ผมแวะมาอ่านบทสัมภาษณ์แล้วตั้งแต่วันที่เพิ่งโพสต์ลงมานั่นแหละครับ มีข้อคิดที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพวกนักเขียนยังเติร์กยังสตาร์อยุ่เยอะทีเดียวครับป้า ระบบบรรณาธิการกลั่นกรองงานเขียนมีส่วนช่วยอย่างมากให้นักเขียนเติบโต อดทน และยืนเท้าติดดินมากกว่าล่องลอยเคว้งคว้างอยู่บนอากาศ ยังไงก็ตามสังคมคนเขียน-คนอ่าน(สมัยใหม่)ก็ควรมีบรรณาธิการคุณภาพอย่างคุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี ซักจำนวนหนึ่งนะครับป้า

หลานๆสบายกันดีครับ
อ้อ...รู้สึกภูมิใจที่ได้รู้จักกันครับ

ความคิดเห็นที่ 88 (0)
hopebaby วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hopebaby
คนบ้าเยอะจริงๆ...ให้ตายเหอะโรบิน


ดีก้าบป้า


ความคิดเห็นที่ 87 (0)
ปราณชลี วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

พระเจ้าเล่นตลก, เม้นต์ซะยาว แต่พอจะส่ง 'ไวรัส' ที่แฝงตัวอยู่ในเครื่องข้าพเจ้าตั้งแต่วันวานโฉบเอาไป 'รับประทาน' ก่อนซะแระ ฮือๆๆ
แต่เอาเถอะ เหมือนจะห่างหายไปนานแต่คงได้พบเจอเสมอๆ ในความคิด, ข้าพเจ้าว่าเป็นบทสัมภาษณ์ที่อ่านแล้ว 'อิ่ม' นะครับ ได้สาระและหลากหลายรสชาติมาก พร้อมทั้งเปิดเปลือยชีวิตและโลกด้านในของผู้ให้สัมภาษณ์อย่างชวนให้ติดตาม เรื่องราวความเป็นมาเป็นไปในวงการเขียนไทย-เทศก็เปี่ยมนัย
ดีใจและมิถือว่าเสียเวลาที่ได้ 'อ่าน' ทุกอักษร
"มิตรภาพสวยงามเสมอ" ขอบคุณครับ.

ความคิดเห็นที่ 86 (0)
tatuk วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

โหย...ยาวว่ะ (บันทึกอัตชีวประวัติของชีวิตเลยนี่)
อ่านจนปวดตา กว่าจะจบ
อย่างว่าแหละเนาะ
คนจริงอย่างเจ้เจริญขวัญ บลาฮาสสกี้ (ว้าว)
เป็นของแท้อย่าแน่นอน



ความคิดเห็นที่ 85 (0)
เพลงฝน วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 23.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hyacinth
   เรามีตาคนละดวง มีโลกคนละใบ และเราไม่ใช่คนเดียวกัน จึงมีชุดความจริงต่างกันก็เท่านั้นแหล่ะ 

จริงเหรอเจ๊
กินเป็ดที่ถูกพี่หมี่กระทำชะแหละแล้วพูดเพราะจริงเหรอ
งั้นจะย้ายสะมะโนครัวตามใจไปอยู่ปักต์ใต้แระ
คิ้กๆๆ

ความคิดเห็นที่ 84 (0)
zab วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zab

บัตรประชาชนลืมไว้ที่เมืองไทยคุณก็ไปดู Personal No. ที่ Passport ของคุณดู

ความคิดเห็นที่ 83 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

# 85

ที่ผิดสำแดงเนี่ย เพราะเพิ่งกินบะหมี่ร้าน หมี่เป็ด ศิริวัฒน์ ที่หาดใหญมาไง (วะ)

ไม่น่าถาม


ความคิดเห็นที่ 82 (0)
หมี่เป็ดสิวะ! วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meepedsiva

อูยยยย มีคะมีขาด้วยเว้ยเฮ้ย


กินไรผิดสำแดงอ๊ะป่าว

ความคิดเห็นที่ 81 (0)
ตาพรานบุญ วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ta-pran-boon
ตาพรานบุญ

ขอบคุณที่แวะไปอ่านเรื่องราวของผม
พี่อธิบายความเป็นอเมริกันพันทางได้ใจจริงๆ
ถ้าชอบทำอาหาร
อย่าลืมสูตรไข่พระอาทิตย์ของในหลวงล่ะ
อร่อยแบบง่ายๆ
ทำให้คนใกล้ตัวทานสิ

ความคิดเห็นที่ 80 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 15.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ตอนนี้ พี่ย้ายมาทำงานแถวๆ พระนคร(เขต)

ใกล้ๆธรรมศาสตร์ครับ

เรื่องเขาวงพระจันทร์ ท้าวกกขนาก ผมเขียนไว้เมือ มกราคม 51 ดูเหมื่ออยู่หน้าหาครับ น้ำส้มสายชูห้ามขายที่ตลาดลพบุรี

ที่บ้าน ปลูกใต้ถุนสูง ข้าวของพวกต้นไม้ คงตายไปครับ เพราท่วมแช่นาน

ความคิดเห็นที่ 79 (0)
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/untameheart

"ทำจนนิตยสารเจ๊งแหละค่ะ ถึงได้กระจัดกระจายกันไป" (- -'')

"ไม่ได้เป็นค่ะ (หัวเราะ) บุคลิกบู๊เกินไป เค้าไม่รับ"(- -'')

""คอมเมนต์ตอบแทน" ฉันไปคอมเมนต์
บล็อคเธอ เธอมาคอมเมนต์บล็อคฉันนะ แล้วก็ยอกันไปมา คล้ายๆ กับเป็น
มารยาทในสังคมโลกเสมือน" จริงๆ ครับ แฮะๆ พูดโดนใจเหลือเกิน

อ่านแล้วอมยิ้ม ถ้อยคำลื่นไหลเหลือเกิน
ชื่นชมในผลงานของพี่นะครับ แฮะๆๆ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 78 (0)
วาริท_วิมล วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waritwimol
Right to Respect

เป็นแนวทางที่มีคุณค่าสำหรับคนรักการเขียน และอ่าน

หวังว่าสักวันจะได้ลองเดินในเส้นทางนั้นบ้างครับ


ขอบคุณนะครับที่แวะไปทักทาย

ความคิดเห็นที่ 77 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 76 (0)
ใต้ดวงตะวัน วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sidalai
แม่นสิเฮียนฮ่ำฮู้จากเจ็ดวัดพระฤๅษี...คันบ่มีสำนึกฮักแพงเมืองบ้าน...จักมื้อซุ้มเข้าสิฮู้เหมื่อ...เองนา...เฮียนสูงเผิดแฮงฮ้าย...ใจเจ้าแห่งต่ำลง...




ว๊าวววววววววววววววว

ขอบคุณที่ทำให้รู้จักกันมากขึ้นอีกขั้นหนึ่งนะคะ
พี่เจริญขวัญ
ปลื้มๆๆ

ป.ล.มาช้าเพราะงานเยอะมั๊กๆ

คิดถึงนะคะ

ความคิดเห็นที่ 75 (0)
roselobster วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

ตามมาตอบค่ะป้าบี
กุ้งมี สองบ้านจ้า
บ้านหลักทาสีดำ
บ้านหลังน้อยทาสีขาวเอาไว้เทส ทดสอบโค๊ดแต่งบ้านเพื่อน ๆ ค่ะ

http://www.oknation.net/blog/RoseLobster/2008/09/22/entry-1

ขอบคุณค่ะป้าบี

ความคิดเห็นที่ 74 (0)
บางอ้อ วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 08.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

ขอบคุณมากค่ะที่ไปเที่ยวบ้านอ้อ พยายามเที่ยวโน่นเที่ยวนี้เมื่อยังประคองตัวเองไปไหวน่ะค่ะ พ้นจากนี้ไม่กี่ปีคงไปดมฝุ่นขนาดนี้ไม่ไหวแล้ว

ความคิดเห็นที่ 73 (0)
ญิ๋งณัฐ วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 07.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ


สวัสดีค่ะพี่

แวะมาอ่าน ชัดเจน แจ่มแจ้ง
โหวดให้ นะคะ

ไม่กล้าเขียน ... ตามใจเลยคราวนี้

ณัฐเห็นด้วยทุกประการ เลยนะเจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 72 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 05.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

บีเอ๋ย ขอบคุณขนาด มีโอกาสจะเนรคุณ โฮ่ะๆ

....เกรงจาย มีอยู่ ห้าโร้ยกั่วลูปเอ็ง...น้อยปายโหน่ย อ่าๆๆๆ

เดี๋ยวพี่ลองพยายามดูก่อน สำเร็จผลประการใดแล้วจะเรียนมาเพื่อทราบจ้า

ขอบคุณนะที่รัก...เลยเผื่อไปถึงที่รักของที่รักด้วย แม้จะถูกจิก...จ้ะ

ความคิดเห็นที่ 71 (0)
naijoe วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 02.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naijoe

เป็นเรื่องราวที่น่าศึกษาไว้เป็นแนวทางจริงๆครับ...

ขอบคุณครับ...



ความคิดเห็นที่ 70 (0)
สนิมกฤช วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanimkrit

เข้าใจครับผม..

ความคิดเห็นที่ 69 (0)
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

คลิกไปอ่านแล้ว
เต็มอิ่ม จุใจ ละเอียดลออ
ตรงไหนจะทำให้ฝันร้ายน้อ

ความคิดเห็นที่ 68 (0)
ปัณณ์ วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 17.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/punn


ในฐานะผู้เขียน....เขียนตามใจตัวเองบ่อยๆ ค่ะ
ถ้าให้ต้องมาเขียนเรื่องราวที่ไม่รู้ หรือไม่ถนัด
จะติดขัดตลอด แต่สิ่งที่ชอบและถนัดจะลื่นไหล
ดีมาก...ส่วนผู้อ่าน...ก็ได้แต่หวังว่า ผู้ที่เขามาอ่าน
จะชอบผลงานของเรา....หรืออย่างน้อย คนที่ชอบ
งานสไตล์แบบที่เราถนัดจะเข้ามาอ่าน หรือเลือกอ่าน
งานของเราบ้าง

ความคิดเห็นที่ 67 (0)
นางสาวสักร์วา วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Prapaiphan
อั ศั ดิ์  -๑- รั ษ์ สั


สวัสดีค่ะ
ขอบคุณสักวาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 66 (0)
ฝนเดือน วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fontree

อ่านที่ประพันธ์สาส์นแล้ว ตามมาดูอีกครั้งด้วยความชื่นชม

ความคิดเห็นที่ 65 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 11.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ขออภัย "อย่างเป็น" ตั้งใจว่าจะพิมพ์ "อยากเป็น"

ความคิดเห็นที่ 64 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

"เหมือนกรรมกรทางวรรณกรรม"

คนจำนวนมากอย่างเป็นกรรมกรทางวรรณกรรมแบบนี้แต่ไม่สามารถเป็นได้

ชื่นชมผลงานและศรัทธาความคิดในการใช้ชีวิตแบบนี้มาก

ความคิดเห็นที่ 63 (0)
mesa วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanjorn

แหล่มเลย....

บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ก็เป็นปรัชญาหน่อยๆเหมือนกันนะ (ที่จริงไม่หน่อยล่ะ)

สุวรรณี สุคนธา เป็นนักเขียนที่เท่มากในความคิดของชั้น เป็นนักเขียนหญิงในดวงใจของชั้นเลยล่ะ...

ชั้นหายจากบล็อกไปนานโข ไม่อยากบอกเลยว่ายุ่งหลายๆ ชีวิตชั้นช่วงนี้อะไรๆมันดูอีนุงตุงนังไปหมดเลย
แกคงเข้าใจชั้นนะ

ความคิดเห็นที่ 62 (0)
skinhead วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

โอ...นี้เรามีโอกาสสัมผัสนักเขียนอย่างใกล้ชิดขนาดนี้
ปลื้มครับ

ความคิดเห็นที่ 61 (0)
ซันญ่า วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

ที่ชอบเขียนจริงๆ คือแนวไหน


หากจะถามว่า ชอบเขียนหนังสือแนวไหน ก็แนวปรัชญานิดๆ นี่แหละค่ะ ส่วนมาก

เอาเรื่องใกล้ตัวมาเขียน อิงหลักปรัชญาง่ายๆ ให้คนอ่านแล้ว รู้สึกว่า เออ...มัน

เป็นอย่างนี้เอง ปรัชญาไม่ได้ยากอย่างที่คิด ไม่อยากให้คนคิดว่า ปรัชญาเป็น

เรื่องที่ต้องปีนบันไดขึ้นไปอ่าน จริงๆ แล้ว ปรัชญาซุกซ่อนอยู่ทุกหนแห่ง เป็นเรื่อง

ง่าย เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันแท้ๆ

คุณพี่ขา นั่งอ่นนาน ๆช้าๆ ตั้งใจอ่านจริงๆค่ะ
+1 ให้เลย ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
ผู้หญิงคนหนึ่ง วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 05.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sthnc
ใจเป็นใหญ่

ที่รัก....
คิดถึงและชื่นชม
จาก....
คนอยากเป็นกรรมกรในเส้นทางวรรณกรรม

ความคิดเห็นที่ 59 (0)
ศาลาไทย วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 01.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/salathai
Happiness Always : มีความสุขสม่ำเสมอ

แวะมาบอกเป็นคำตอบจากบล็อกนู้นว่า

แหะ ๆ หลานรหัส 3806611574 ฮิ ๆ
เป็นสาว สิน-สาด เช่นกันเจ้าค่ะ

ว่าแต่นับไปนับมา ก็สิบกว่าปีแล้วเหมือนกันหนอ

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
จุ่มเท้าทะเลฝัน วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovemyself
อย่าคิดรำคาญ เพราะเดี่ยวก็ไป แค่พักร้อนผ่อนคลายเท่านั้นเอง

บรรณาธิการ ต้องแน่นำ และรับรองผลงานนั้นได้จริง
ความศักดิสิทธิ์ก็มี กำลังใจก็เกิด และที่สำคัญ รูปแบบที่ดีจะมีพลัง ใช้ในการพัฒนางานเขียนได้อย่างต่อเนื่อง
คงเป็นการสรุปได้เท่าที่ความรู้ความสามารถมีนะ และขอบคุณนะ สำหรับบทสัมภาษณ์ที่มีค่ายิ่งต่อนักเขียนทุกรุ่น และบรรณาธิการทุกคน

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
thesaint วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 00.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


----เป็นบทสัมภาษณ์ที่ให้มุม ของตัวผู้ถูกสัมภาษณ์ที่รอบด้านทีเดียวครับ (สมัยวัยรุ่นผมเคยอ่านนะดีเคด)-----

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
sat11 วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 00.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saturday11


ไปส่องมาแล้วค่ะป้า

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
hooknoi วันที่ : 22/09/2008 เวลา : 00.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

อ่านเอนทรี่นี้ได้ทั้งความรู้และได้ข้อเตือนใจ โดยเฉพาะช่วงท้ายที่เรียกว่าโดนใจและตรงประเด็นมาก

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
ภู_เชียงดาว วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 23.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phuchiangdao

เยี่ยม!!!

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
ปลิวลม วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 23.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pliewlom

แวะมาอ่าน

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
driftworm วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

โง่ไปถนัด รู้งี้คลิกไปอ่านตามลิ้งค์แต่แรกแล้ว ตัวเบ้อเฮิ่มม

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
driftworm วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ตัวหนังสือมันเล็ก อยู่บนพื้นมืดๆอีกด้วย แล้วเรื่องก็ย้าวยาว จึงอ่านกวาดดดด แต่พอถึงที่พูดเกี่ยวกับบล๊อก อ่านแกะทุกตัวซักหน่อย

ไม่ต้องไปวางคห.ตอบแทนที่บล๊อกผมนะ เพราะผมจัดการปั่นเองแล้ว กะให้ได้สักห้าร้อย เอ็นทรี่ใหม่เลยไปสี่ห้าเอ็นทรี่แล้ว ผมก็กลับมาคิดต่อในเอ็นทรี่เดิมได้ ๕๕๕๕

ผมเขียนชิ้นแรก ๕ บรรทัด พี่อนุชลงให้ในชัยพฤกษ์ "นักศึกษาและประชาชน" เลย ลงชื่อในจดหมายและตั๋วแลกเงินไปรษณีย์เองด้วย แต่ผมไม่ได้เก็บไว้ ๕๕๕๕๖๖๗๗ ตอนนั้นเรียน ม.๗

อีกชิ้นหนึ่งลง นสพ.อธิปัตย์ ยุคบัณฑิต เองนิลรัตน์ ยาว ๗ บรรทัด

อีกชิ้นลงที่ปาจารยสาร เพื่อนเอาไปลงให้ แฮ่ๆๆๆ ลงแล้วก็ลงไป ไม่มีเช็ค ฮี่ๆๆ

เฮยยยย เหนื่อยลูกตา เดี๋ยวค่อยมาอ่าน ค.ห. (ผมให้ความสำคัญกับ ค.ห.) คิกคิก

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guide007
ฉันถอดเสื้อสีแล้ว!!!! คุยกับฉันได้ไหมเพื่อนมนุษย์!!!!

อ่านแล้วเหมือนที่นักเขียนรุ่นพี่ๆ หลายคนคอยเตือน

อย่าหลงอัตตา

อย่าหลงจำนวนคนมาอ่าน

เป็นมายา

มายา

มายา


ความคิดเห็นที่ 49 (0)
สุกรวดี วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 21.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rojanar

ที่บ้านมีนักเขียน อยู่2 คน
คนหนึ่งรับหน้าที่ เขียนเช็ค
อีกคนก็-เขียนกลอน

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
undertaker วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/undertaker
ความสุข หาก"ขอ"กันได้ โลกนี้ก็คงไม่มีความทุกข์

.
เธอว่า เอไอจี จะร่วงตาม พี่น้องเลห์แมน ไปไหม?
.
อันนี้ พี่สุนันท์ ฝากถาม
คริคริ

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
undertaker วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/undertaker
ความสุข หาก"ขอ"กันได้ โลกนี้ก็คงไม่มีความทุกข์

.
น่าน.....
ที่ให้สัมภาษณ์ หัวหน้าแดน (คห ๓๑) น่ะ.....เด็ดสุด!
ฉันฟันธงเลย
.
.
กรั๊กๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
สีคาร วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seekran

มาเก็บแรงบันดาลใจจากนักเขียนครับ..ป้า

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
ศาลาไทย วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/salathai
Happiness Always : มีความสุขสม่ำเสมอ

โหวต +1

ฮิ ๆ ชื่นชมเป็นการส่วนตัว
อ่านคอลัมน์ + บล็อกคราวนี้ สนุกแบบลุ้น ๆ
อ้าว เอ๊ะ เรียนที่เดียวกัน
อ้าว รุ่นพี่เรานี่หว่า ฮ่า ๆ



แหะ ๆ สงสัยต้องกราบงาม ๆ
เรียกแค่ พี่คงไม่ได้ เรียกน้าก็คงน้อยปายยย

อิ ๆ ย้อเย่นนนนน

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ปรัชญาไม่ได้ยากอย่างที่คิด ไม่อยากให้คนคิดว่า ปรัชญาเป็น

เรื่องที่ต้องปีนบันไดขึ้นไปอ่าน จริงๆ แล้ว ปรัชญาซุกซ่อนอยู่ทุกหนแห่ง เป็นเรื่อง

ง่าย เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันแท้ๆ

.................................................................


.. เห็นด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
จอมโจรเทวะ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpkk

เป็นครั้งแรกที่อ่านบทความยาว ๆ ได้จนจบ..

พูดได้คำเดียวว่า..


คุณเจริญขวัญเก่งจังค่ะ..




ความคิดเห็นที่ 42 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ขอบคุณมากค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

#42

ดิฉันไม่ได้เป็นคนตั้งชื่อเองค่ะ

น้องนักข่าวที่สัมภาษณ์เป็นคนตั้งให้

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
Je@b วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wujira

ตั้งชื่อเรื่องได้แรงจริง ๆ พี่ ....

แวะมาขออ่านด้วยคนนะคะ :)

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FriendlygirL
         Leave Well Enough Alone        

แวะมาให้กำลังใจกันอีกครั้งค่ะ คุณเจริญขวัญ


ความคิดเห็นที่ 38 (0)
บางอ้อ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 19.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/acharawadee

มาอ่านและเรียนรู้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 19.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

#31

รู้ชัด รู้จริง



ขอชี้แจงเรื่อง "ความดัดจริตในงานเขียน" หน่อยนะคะ

ดิฉันไม่ได้หมายว่า ห้ามแรดหรือดัดจริต

แต่หมายถึง นักเขียนทุกคนจะต้องถ่องแท้ในสิ่งที่ตนจะ
เขียน

เขียนในเรื่องที่ตนรู้

เขียนเถอะคุณ ตราบเท่าที่มีแรงกาย แรงใจ

เขียนในเรื่องที่คุณอยากเขียน เขียนในเรื่องที่คุณรู้จริง

นี่แหละค่ะ ฝากไว้เท่านี้

เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่


ความคิดเห็นที่ 36 (0)
คมเย็น วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komyen

อยากชื่นชมบทกวีใหม่ๆ
ของคุณเจริญขวัญบ้าง

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
naitiwa วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...

แวะมาเยี่ยมชมครับ แหะ แหะ
สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
เพลงฝน วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 17.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hyacinth
   เรามีตาคนละดวง มีโลกคนละใบ และเราไม่ใช่คนเดียวกัน จึงมีชุดความจริงต่างกันก็เท่านั้นแหล่ะ 

มาอีกรอบเจ๊

เขียนบล็อกใหม่เสร็จจนได้ คิ้กๆๆ
แบบว่าไม่อยากให้ใครมาเห็นสงครามในทุ่งดอกไม้ของเรา (ฮา)
และแบบว่าอยากด่าแต่ด่าไม่เป็นเลยใช้นังละมุนไปด่าใครโดยละม่อนแทน กรั่กๆๆ

ไม่เกี่ยวกับการเมืองนะ
ไม่เกี่ยวกับกางมุ้งด้วย
เกี่ยวกับการมองอันมีผลมาจากคอมเม้นต์โล่ห์ยอมเยี่ยมนั่นล่ะ
อ่ะคริคริคริ (วันนี้ขอหัวเราะแบบดัดจริตสักวันเถอะเจ๊)


ความคิดเห็นที่ 33 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 16.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8


...อือมม์ ประวัติเราคล้ายๆกันเลย....

...จำได้ว่าตอน ป.6-ป.7 คุณครูถามว่าอยากเป็นอะไร ก็ตอบไปว่าอยากเป็นนักประพันธ์ เพื่อนๆหันมามองกันใหญ่ว่าอาชีพอะไรของมันฟ่ะ....

...แต่ตามความฝันมาไม่เคยสำเร็จ เพราะจุดหักเหอยู่ที่ตอนสอบเข้าโรงเรียนศุลกากรกับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทราวิโรฒ คณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาไทย คุณครูภาษาไทยที่สอนมายังพูดถึงอยู่ทุกวันนี้ เพราะลุ้นอยู่...

...ทุกวันนี้ก็เลยได้แต่เขียนกลอนไปตามเรื่องตามราวที่อยากเขียน ช่วงนี้หันมาแต่งเพลงบ้าง เพราะดูมันท้าทายแล้วก็เข้าถึงชาวบ้านที่เขาไม่รู้เรื่องโคลงกลอนดี...

...ว่าแต่ตำรา "ไก่ต้มเป๊ปซี่" นี่เอามาจากไหนหรือ....???

...55555....

...ปล.ฝากปักป้ายเชียร์หน่อนะครับ...

http://www.oknation.net/blog/mindhand/2008/09/18/entry-1

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
แก้วตา วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 16.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tto-okk
"เกียทซ์บอกกับฉันว่า หากคุณประสงค์จะเดินสิ่งหนึ่งที่จำเป็นคือ ความขรุขระ"

ประมาณปี 2538 เห็นจะได้ ผันตัวเองมาเป็นคนข่าวและคอลัมนิสต์ให้กับหนังสือพิมพ์วัฎจักรายวัน ก็โยกคอลัมน์นี้มาเขียนใน วัฏจักรวันอาทิตย์ เซกชั่น "กระแสชีวิต"

ตอนนั้นหนูเป็นลมเป็นแล้งอยู่ไหนหว่า
อิอิ

หนูเป็นเอ็นจีโอที่ชอบเขียนกวี
และหวังว่าชีวิตจะร่ำรวย
ด้วยทางลัด
^^"

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

มาอ่านงานเขียนไว้ประเทืองอารมย์ เห็นด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
หัวใจใบไม้ป่า วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krung

เห็นด้วยครับ
แต่จะยาวจะสั้นพลังขอให้เป็นงานที่ทรงพลัง ซึ้งต้องฝึกฝน งานร่วมสมัย และก้าวสมัยเป็นสิ่งที่ควรไปให้ถึง

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ปรัตยา วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 13.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

นี่คือบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมจากเว็บประพันธ์สวน

ถาม : ไม่ทราบว่าคุณเจริญขวัญมีเทคนิคในการเผางานอย่างไรคะ?

นักเขียนส่วนใหญ่จะมีไฟในตัวค่ะ พอเวลานั้นมาถึงไฟจะพวยพุ่งออกมาจากก้น ทำให้ความคิดแล่นปรู้ดปร้าด เขียนงานเป็นร้อยหน้าได้ในคืนเดียวค่ะ พอรุ่งเช้างานก็จะสุกได้ที่ผิวเนียนสวย

ถาม : ทำไมถึงแต่งงานกับนักเขียนอเมริกันคะ?

คือดิฉันแรงคะ คนไทยไม่มีใครเอา และอย่างที่ดิฉันเคยให้สัมภาษณ์ในเว็บประพันธ์สาส์นค่ะ ว่าฝรั่งอเมริกันมันไม่ค่อยฉลาดนักหรอก

ถาม : คิดอย่างไรกับบล็อคโอเคเนชั่นคะ?

ที่เขียน ๆ มานี่ไม่ค่อยได้คิดหรอกคะ ปกติก็ไม่ค่อยชอบคิดอะไรอยู่แล้ว แต่บล็อคของดิฉันไม่ค่อยดังหรอกคะ ปั่นเมนต์ไม่เก่ง เลยไม่ได้ฉลองล้านคลิ๊กกะเค้าสักทีคะ




อ่า .... ขี้เกียจพิมพ์แระ พอแล้วน่า ...



ความคิดเห็นที่ 28 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

"ดอกไม้ในความคิด"







ความคิดเห็นที่ 27 (0)
แม่จิตร วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maejitr

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 13.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ผมเป็นนักอยาก นานแล้ว แต่เขียนไม่เป็น

ตอนนี้ย้ายที่ทำงาน จึงบ้าถ่ายภาพครับเมื่อว่างงาน

ลองแวะไปบ้านนี้นะครับ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nakornrajsima

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
wadwangnoy วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy

เจริญพร

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ธรรมพยนต์ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/speechthai

เป็นนักเขียนนี่ยากนะครับ...ทำไงดีไม่ให้คนอ่านหาว่าดัดจริตเขียน....มิให้ถูกหาว่าดูถูกคนอ่าน..อ่านแล้วได้คิด..ได้คิด ....................ธรรมพยนต์..

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FriendlygirL
         Leave Well Enough Alone        

กรี๊ดดดดดดด ดัดจริตมาเม้นต์ให้ค่ะ คนเม้นต์ดัดจริตแล้วไม่รู้ว่าคนเขียนดัดจริตหรือป่าว แฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มาทักทายกันด้วยความจริงใจ (อันนี้ไม่ดัดจริตค่ะ)

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
บุญชัย วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 10.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonchai
 

ยินดีที่ได้รู้จักคุณเจริญขวัญมากขึ้น..
เขียนได้น่าอ่าน.. ตรงๆและลงตัวครับ..

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
Phrachan วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 10.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Phrachan

ขอมาเรียนรู้แบบครูพัก ลักจำที่นี่ด้วยคนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
redribbons07 วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 10.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ขอบคุณสำหรับข้อเขียนที่ให้ข้อคิดค่ะ

โดนใจมาก ๆ ค่ะ


"อย่าดัดจริตในงานเขียนและอย่าดูถูกคนอ่าน"



+1 vote





ความคิดเห็นที่ 19 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

ชัดเจนค่ะ

หลายคนคงได้ประโยชน์จากบทสัมภาษณ์ที่มีคำแนะนำ
เยี่ยม ๆ หลายจุดทีเดียวค่ะ



ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 10.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

#18

เจ๊ไม่ค่อยดัดจริตหรอก แต่เจ๊ยึดคติ

"แรดอย่างสงบ ตบเมื่อจำเป็น"


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
หนุ่มใต้ใจดี วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sijo

ชัดเจน

ครับป้า


ความคิดเห็นที่ 16 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


อุ้ยตาย !!!

นี่เรามีปฏิสัมพันธ์กะนักเขียนกะเขาด้วย อิอิอิ

ทำไงดีพี่ หนูไม่อยากดัดจริตใส่ใคร

แต่

หนูตะแหลเข้าเส้นอ่ะดิเนีย อิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
roselobster วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 09.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

ป้าบี
สวัสดีค่ะ
นักเขียนโดยสายเลือดเลยนะค่ะ
มีความสุขในทุก ๆ วันนะเจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Supawan วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 09.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ชอบบทความที่เขียนวันนี้จริงๆค่ะ ... ตรงใจมากค่ะ ที่บอกว่างานเขียนต้องไม่ดูถูกคนอ่าน แม้จะไม่ใช่นักเขียน เป็นแค่คนอยากเขียน ...

เข้ามาเขียนเพราะไม่ได้ทำงานแล้ว เลยไม่อยากให้ตัวเองว่าง ... ชอบอีกแง่มุมที่เขียนถึงคนอเมริกันค่ะ อ่านแล้ว connect ได้เลย เพราะเคยใช้ชีวิตกับคนอเมริกันมาแล้วเป็นเวลานาน ...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

สวัสดีตอนเช้าสดใส
ครึ้มฝนหน่อยๆจากแดนอีสานครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ชื่อเย็นเป็นยามโปรดเรียกพ้มว่ายามเย็น วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/YAM-YAN

อาจไม่เห็นด้วยทั้งหมด .... เพราะเคยปฏิเสธงานเขียนที่ได้รางวัลมาพักหนึ่งแบบว่าเบื่อ .... เลยมานั้งคุยกับเครื่องในตัวเองพักใหญ่ ... ไม่รู้จะเอาอะไรกับมันดี ..วันดีคืนดีลองหยิบหนังสือเหล่านั้นที่เคยปฏิเสธขึ้นมาอ่านอีก จึงสรุปว่าเพราะมันง่าย และใกล้ตัวนี้เองมันจึงได้ "โนเบล"...ถึงอย่างไรก็ยังนิยมความคิดของคุณเจริญขวัญครับ +1..ครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เพลงฝน วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hyacinth
   เรามีตาคนละดวง มีโลกคนละใบ และเราไม่ใช่คนเดียวกัน จึงมีชุดความจริงต่างกันก็เท่านั้นแหล่ะ 

ไม่พูดมากนะวันนี้
ไม่เขียนมากด้วย

ขอวางมาดเท่ๆ แล้วยิ้มให้กับบทสัมภาษณ์อย่างเดียวพอ

ไม่ได้หรอกพวกคุยแล้วหัวเราะเหมือนเมามาลีฯ แบบหนูเนี่ย
ขืนหลุดพูดออกไป เดี๋ยวหมดสิทธิ์เข้าวงการนี้
กรั่กๆๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Dogstar วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

ถ้าโหวตได้หลายๆครั้งในคราวเียว จะโหวตวห้เลย วันนี้ชอบบทความที่คุรเขียนมากๆ ชอบรูปที่ในบล็อกวันนี้ ชอบโทนสีของบล็อกที่ ขรึมและ
สวยแบบคนที่รู้จักดลกได้ดีแล้ว
ะที่สุด dogstar เป้นที่ชอบเขียนและชอบเล่าและไม่แคร์จำนวนที่จะมีคนมาชม มาอ่าน หรือมาออกความเห้นเขียนเพราะอยากช่วยคนบางกลุ่มที่ไม่มีโอกาสแสดงกิจกรรมให้ใครๆหรือสังคมวงกว้างได้รู้ค่ะ และเขียนเพื่อตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


โดนใจ

อย่างแรง




ความคิดเห็นที่ 8 (0)
วาดวลี วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 08.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwalee

พี่บีคะ
ขอบคุณทัศนะความเห็น คำวิจารณ์ แนะนำ และแง่คิดค่ะ
อ่านอย่างเพลิดเพลินและจุใจ : )

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 08.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

ชอบและชื่นชมบทความนี้ค่ะ ในส่วนตัวเป็นนักเขียนที่ดีกับเขาไม่ได้เพราะเป็นนักเล่าเรื่องที่ถูกผลักดันให้มาเขียน ขอเป็นแบบสมัครเล่นดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อังศนา วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 07.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam

..เป็นบทสัมภาษณ์ที่อ่านแล้วอิ่มค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เด็กชายนะโม วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 07.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rattamontri
นครพนม

ได้คำป้องปรามจากนักเขียนรุ่นเก่า
มีคำแนะนำที่ดี
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับอาจารย์
งานผมถนัดไปแนวกวีมากกว่า

สวัสดียามเช้าคับ
ยิ้มให้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

.....ใครเหรอ เฮอร์มาน เฮสเส
ใครน่ะ ตอลสตอย
ใครหว่า ชื่อ มิลาน กุนเดอรา
......เฮมมิงไฮเวย์....ยิบรอนราน...

บางครั้ง ชื่อเหล่านี้ก็ทำให้เราดูโอ่อ่า แต่บ่อยกว่าที่ทำให้เราดูโง่ๆ ไงไม่รู้ บีเอ๋ย อิอิ

บางทีก็อยากได้แค่เพลิดเพลินอารมณ์...สบายใจไทยแลนด์ก็พออ่ะนะ

นึกถึง...สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย

แบบว่า...มีไว้กันหมากัดบ้างก็ดี อิอิ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลานเทวา วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 07.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

อ่านแล้วนะป้า
ก็ยังดัดจริตเขียนอยู่
แต่ไม่ได้ดูถูกคนอ่าน นะ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เด็กหญิงหว่านกล้า วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 07.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weed
V.-บทเพลงหัวใจของเด็กเดินทาง-.V : กลุ่มเขียนข้าว

จี๊ดโดน !!

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 21/09/2008 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

โดนใจอีกแล้ว คุณเจริญขวัญ
.
.
.
โหวตโลด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]