• เจริญขวัญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-11
  • จำนวนเรื่อง : 389
  • จำนวนผู้ชม : 595297
  • ส่ง msg :
  • โหวต 603 คน
ดอกไม้ในความคิดของเจริญขวัญ
วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน 2553
Posted by เจริญขวัญ , ผู้อ่าน : 3267 , 09:38:23 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ni_gul , hopebaby และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 

.
.
ฤดูร้อน 18 มิถุนายน 2010

(1)

เสียงประกาศภายในเครื่องบินสายการบินเดลต้า แอร์ไลน์เตือนให้ผู้

โดยสารรู้ว่า ขณะนี้ เรากำลังร่อนลงสู่มหานครนิวยอร์ก ฉันละสายตา

จากนิตยสารที่กำลังอ่านอยู่ แนบหน้ากับกระจกมองลงเบื้องล่างอย่าง

ตื่นเต้น ภาพหมู่ตึกสูงระฟ้าที่กระจายตัวอยู่ในทุกหย่อมย่านของมหานคร

แห่งนี้ ทำให้หัวใจเริ่มฮัมเพลง New York New York เคล้าไปกับ

เสียงกระหึ่มของเครื่องบินอย่างสุขสม
.
.

Start spreading the news,

I’m leaving today

I want to be a part of it - new york, new york

These vagabond shoes, are longing to stray

Right through the very heart of it - new york,new york

.

.


นึกย้อนไปเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ฉันกลับมาสู่แผ่นดินอเมริกาอีก

ครั้งหลังจากกลับไปอกสั่นขวัญแขวนกับสงครามระหว่างสีอันเป็นโศก

นาฏกรรมบนแผ่นดินไทยอยู่ 3 เดือน เชื่อว่า ทุกหัวใจคงอดหลั่งน้ำตา

ไม่ได้กับความสูญเสียทั้งปวงที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นในช่วงชีวิตของเรา

.

.



ฉันลูบไล้ทักทายโต๊ะเขียนหนังสือตัวเก่าอย่างแสนรัก พลันสายตาก็เห็น

ตั๋วเครื่องบินและตั๋วละครบรอดเวย์ The Phantom of the opera 2 ใบ

นอนยักคิ้วพลางกวักมือให้แต่ไกลบนตัวแม่ขวัญเรือน คอมพิวเตอร์คู่

ทุกข์คู่ยาก เลยหยิบมาดูมือไม้สั่น ก่อนที่ฉันจะเต้นระบำไปรอบบ้าน

เสียงนายลิงลอยมากำกับว่า นี่เป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานปีนี้

พลันสวรรค์ก็ชะลอลงมาอยู่ตรงหน้า นี่เองคือ บันทึกอีกหน้าหนึ่งของ

การเดินทาง Once upon a time in New York

.

.

.

.

(2)

ฉันนั่งครวญเพลงหงิงๆ มาในใจยังไม่ทันจบเพลงดี ล้อเครื่องบินก็

กระแทกรันเวย์โครมคราม ช่างสมเป็นสายการบินอเมริกันโดยแท้ เชื่อ

ฉันเถอะว่า ไม่มีกัปตันชาติไหนที่จะนำเครื่องลงจอดได้นุ่มนวลเท่า

กัปตันสัญชาติไทยอีกแล้ว เพราะมารยาทอย่างไทยๆ มันแทรกซึมอยู่ใน

สายเลือดของคนไทยทุกคน ทุกจริตกริยาและท่วงท่าการกระทำ ไม่ว่า

การเดินหรือการกิน ที่ละเมียดละไมไม่เร่งร้อน แต่อดแปลกใจไมได้ว่า

ช่วงเหตุการณ์เดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำไมเราฆ่ากันได้อย่างเหี้ยม

เกรียมนัก ทั้งๆ วิถีไทยเราเปี่ยมไปด้วยความละมุนละไมอยู่ในสายเลือด

เช่นนี้

.

.


อาจจะเป็นเพราะการก่อสงคราม ไม่ว่าจะที่ใด ล้วนเป็นเช่นนี้คือ เป็น

กิจกรรมที่เราต้องฆ่าคนที่ไม่เคยรู้จัก เกี่ยวพันในสิ่งที่ไม่เคยเกี่ยวข้อง

แย่งชิงในสิ่งไร้สาระ ล้มตายในดินแดนที่ไม่เคยรู้จัก ทำตามคำสั่งของ

คนที่ไม่ใช่คนใกล้ชิด และสูญเสียในสิ่งที่เคยมีอยู่ ความแตกต่างในกระบวน

คิดทำให้เราแบ่งข้างคนละสี แล้วจับอาวุธสู้รบกันเอง

.

.




ช่วงที่เราไปนิวยอร์กกันนั้นเป็นหน้าร้อนซึ่งเป็นฤดูยอดนิยมที่

อเมริกันชนไปพักผ่อนหย่อนใจ ตามกำลังเงินในกระเป๋า สนามบินใน

วันนี้จึงค่อนข้างคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งอเมริกันเองและจาก

ชาติอื่น
.

.


พอหลุดออกมาจากสนามบิน La Guardia ได้ เราก็ลากกระเป๋าหลุนๆ

ออกมามองหาแท็กซี่ แต่เมื่อบวกลบคูณหารดูแล้ว ด้วยความงก เราจึง

เลือกที่จะนั่งรถบัสปรับอากาศเข้าไปในแมนฮัตตัน แทนที่จะเรียกแท็กซี่

ไปส่งที่โรงแรม เพราะราคาถูกกว่าตั้งครึ่ง หากแต่หนุ่มผิวดำร่างยักษ์ยืน

เรียกแขกโหวกเหวกด้วยสำเนียงนิวยอร์กเกอร์แถบฮาเร็มที่จ้องเราเขม็ง ทำให้

เราเดินเข้าไปจ่ายเงินค่าตั๋วรถบัสอย่างงวยงงเหมือนถูกมนต์ดำ หลังจาก

จ่ายค่าตั๋วเสร็จสรรพ  สายตาขุ่นขึ้งคู่นั้นก็มีผลให้เรายัดสัมภาระและโยนตัว

เองเข้าไปในรถอย่างเร่งด่วน

.

.




เมื่อเรียกแขกจนพ่อคุณพอใจแล้ว นั่นแหละ ถึงได้ผันตัวเองไปเป็น

โชเฟอร์กระชากรถออกไปเหมือนเพิ่งโดนเมียตบบ้องหูมาหมาดๆ เพราะ

คุณท่านอยากจะเบรคก็เบรค อยากจะจอดก็จอด เล่นเอาผู้โดยสาร

พร้อมใจกันพึมพำด่าเป็นภาษาของตนเองโดยพร้อมเพรียงกัน ยิ่งกว่า

การประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ

.

.


โชเฟอร์ผิวหมึกพาเราไปปล่อยไว้ตรงหน้าสถานีรถไฟแกรนด์เซ็นทรัล

ซึ่งไม่ว่าจะซ้ายขวาหน้าหลังล้วนเป็นถนนที่คับคั่งจอแจไปด้วยการ

จราจรทั้งสิ้น ผู้โดยสารคนอื่นก็ยืนทำหน้าหมาหลงงงงันไปพร้อมกับ

พวกเรา ไม่มีใครดีไปกว่าใครเลย จนอดรนทนไม่ไหว ต้องเร่ไปถามคน

แถวนั้นว่า จะไปโรงแรมที่พักได้ยังไง พอรู้ความ เราถึงเดินลาก

สังขารไปขึ้นรถตู้ของโรงแรม ซึ่งบริการรับส่งฟรี และจอดอยูู่อีกฟาก

หนึ่งของถนน แม้จะบริการฟรี ก็ต้องทิปคนขับเอาเองตามความหล่อ

ของคนขับและบริการที่ได้รับ

.

.

.


คราวนี้คนขับเป็นแขกอินเดียหัวล้าน ตัวดำเป็นเหนี่ยงแบบที่บ้านเราเรียก

ว่า แขกกะลิง พูดไปพยักหน้าไป ชวนปวดหัวที่สุด เพราะหน้าที่ยักขึ้น

ยักลงตามแบบ อีนี๋ นะนายจ๋า แถมยังอารมณ์ร้ายใจทมิฬจนทำให้คิด

ว่า แป้งทำโรตีที่บ้านบังแกคงหมด เลยอารมณ์ค้าง ส่งผลให้บังขบ

เขี้ยวเคี้ยวฟันโกรธาผู้โดยสารได้ขนาดนั้น แถมยังหันมาชี้นิ้วใส่ฉันหลุด

คำสบถดิบๆ ใส่หน้าว่า "อีนี่ ยูมันเครซี่มั่กๆ หนา นายจ๋า"

.

.

ก็บังเล่นจับฉันกับนายลิงแยกจากกันคนละคัน แล้วเอาชายหน้าเหี้ยมเหมือนผู้

ร้ายฆ่าหั่นศพแปดศพติดต่อกันแถมหนวดเฟิ้ม กลิ่นเต่าแรง สามีชาวบ้านที่

ไหนไม่รู้มานั่งข้างฉันนี่หว่า ก็ต้องโวยเป็นธรรมดา ถ้าเอาหล่อๆ แบบแบรด

พิตต์มา จะไม่ว่าเลยซักคำ

.

.



พอคนเต็ม บังก็ยักหน้ายักตาเหล่มองผู้โดยสารแวบหนึ่ง แล้วสะบัดหน้า

ออกรถพรืดไปด้วยแรงแห่งความหิวโรตี

.

.


ฉันขัดใจบังเหลือกำลัง บ่นดังๆ ว่า ถ้าทิปบังนี่แค่ 50 เซนต์ จะโดนถีบ

มั้ยวะ เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมชะตากรรมในรถที่โดนบังถ่มคำ

แรงๆ ใส่อย่างถ้วนหน้า นี่นะ บัง ถ้าฉันไม่เห็นแก่มหาตมะคานธี และรวี

ชังการ์ เพื่อนร่วมชาติของบังแล้วล่ะก็ ฉันจะทิปแค่ 50 เซนต์จริงๆ คอย

ดู แต่พอรับทิปจากมือฉันไปแล้ว บังก็ดูอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา

แถมลงท้ายด้วยคำว่า sir และ madam เสียงอ่อนเสียงหวานจนน่าถีบ

.

.




เราบอกบังให้จอดตรงหัวมุมถนนสาย 54 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม

Warwick โรงแรมเก่าที่เราหลงใหลในความเก่าแบบคลาสสิก คงเป็น

เพราะเราสองคนชอบสะสมของเก่า เลยชอบอะไรเก่าๆ ไปด้วย

ทุกอย่าง ยกเว้นแฟนเก่าที่ถ้าหากเอามาประเคนใส่ถาดทองคำถวายคืน

ก็ยังไม่คิดอยากเอากลับมาเชยชม

.

.

.

.

โรงแรมวอร์วิคเป็นโรงแรมสะสวยเก่าแก่ตั้งอยู่กลางแมนฮัตตัน ระหว่าง

ถนนสายที่ 54 กับ 65 อยู่ไม่ไกลนักจากไทม์สแควร์และบรอดเวย์ แบบ

ที่เรียกได้ว่า พอเดินหนึ่งเมื่อย ก่อตั้งในปี 1926 โดยนักหนังสือพิมพ์ชื่อ

ดัง William Randolph Hearst

.

.

.

.

นับแต่นั้นมา โรงแรมแห่งนี้ได้กลายเป็นที่พำนักของดาราใหญ่น้อย เช่น

เอลวิส เพรสลีย์ เดอะ บีเทิลส์ และแครี่ แกรนท์ ด้วยความสำคัญและ

ความสวยงามแบบคลาสสิกนี่เองที่ทำให้โรงแรมแห่งนี้ได้รับการจด

ทะเบียนเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งในอเมริกา

.

.


หลังจากผจญเวรผจญกรรมกับพ่อตูดหมึกและบังบ้าจนความดันขึ้นแล้ว

เราก็อาบน้ำแต่งตัว และพยายามไม่ทำหน้าบ้านนอกตื่นกรุงให้มากนัก

ออกไปเดินชมเมือง สิ่งที่เห็นจนชินตาในแมนฮัดตันและแตกต่างไป

จากโซนอื่นในอเมริกาคือ แท็กซี่สีเหลืองและรถเข็นขายฮอตด็อก ที่

ประดับอยู่ทุกหัวระแหง ถึงจะเป็นหาบเร่แผงลอย แต่สนนราคาก็ใช่ว่าจะ

ถูก หากเทียบกับค่าครองชีพในเมืองขนาดกลางของรัฐอินเดียน่าอย่าง

บ้านฉัน

.

.

.

.

เราเดินไปจนสุดถนนและไปโผล่ตรงถนนสายที่ 5 อันโด่งดังหรือหากจะ

ให้ได้อารมณ์ความดัดจริตอย่างสุดขีด ก็สมควรคว้าลิปสติกสีแรดๆ

ออกมาระบายเรียวปากจนฉ่ำแล้วเผยอปากมันเยิ้มชุ่มสีออกเล็กน้อย

ปานกำลังจิบยินโทนิค จากนั้นก็ถ่มความสำออยออกมาเป็นสำเนียง

อเมริกัน-นนทบุรี ว่า ฟิฟธ์ อเวนิว

.

.



บนย่านฟิฟธ์ อเวนิวนี้ ฉันพลันตระการตาไปกับร้านแบรนด์เนมชั้นนำที่

ขนมาประดังสุมใส่ทุกพื้นที่บนถนนสายนี้วูบวาบมลังเมลือง เหล่าแม่

นางแสนรวยที่เดินฉับๆ สวนไปมา ล้วนแต่งตัวสะสวย แข้งขายาวเพรียว

ชวนมอง ไม่มีใครเลยที่จะน่องทู่ หน้าตาราวหมูป่าอย่างฉัน

.

.

.

.


ถนนสายแฟชั่นแห่งนี้อยู่ระหว่างถนนสายที่ 34 และ 59 และเป็นถนน

สายที่แพงสุดในโลก นอกเหนือจากร้านรวงทันสมัยสวยงามแล้วยังมี

โบสถ์คาทอลิก Saint Patrick's Cathedral ที่สร้างในปี 1858 ตั้งอยู่ฝั่ง

ตรงข้ามของอาคาร Rockefeller Plaza และที่ประทับใจกะเหรี่ยงไทย

แลนด์อย่างยิ่งคือ รูปปั้น Atlas holding the world หน้าตึก ซึ่งแน่นอน

ว่า ฝูงนักท่องเที่ยวเข้าไปชักภาพถ่ายรูปกับอีตาแอตลาสผู้มีกรรมกัน

อย่างสนุกสนาน

.






ภาพโบสถ์เก่าและอาคารสมัยใหม่บนถนนสายเดียวกันให้อารมณ์เหมือน

ชมภาพเขียนแนวเซอร์เรียลิสต์อันแปร่งปร่า เหมือนการสังวาสระหว่าง

โลกใหม่และโลกเก่า ภาพหญิงผู้เคร่งศาสนาเดินสวนไปมากับสาวทัน

สมัยในชุดหรู ทำให้โลกสองใบทับซ้อนอยู่มิติเดียวกันอย่างน่าพิศวง

.

.


เราชักม้าชมเมืองกันอย่างไม่รีบร้อน เพราะช่วงที่เราไปถึงโรงแรมที่พัก

นั้นก็บ่ายคล้อยแล้ว เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก่อนค่ำในการเดินดูโน่นนี่

อย่างเรื่อยเปื่อย

.

.

.

.

จากแผ่นพับที่หยิบมาจากโรงแรม ให้รายละเอียดว่านิวยอร์กเป็นเมืองที่

มีประชากรมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้แล้วยังเป็นที่สุดของที่

สุดในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องตึกสูงเสียดฟ้า ซึ่งข่มเราให้ตัวเล็กลง

อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ทำให้เราตระหนักดีถึงความไร้ตัวตนของตนเอง

หากเทียบกับโลกใบนี้

.

.


ผืนน้ำสีครามงดงามของมหาสมุทรแอตแลนติกที่เห็นเมื่อยามเครื่องบิน

ลดระดับความสูงลงเพื่อเตรียมตัวลงจอด ทำให้รู้ว่า นิวยอร์กตั้งอยู่่บน

ชายฝั่งมหาสมุทรและมหานครแห่งนี้แบ่งเขตปกครองออกเป็น 5 เขต

คือ เดอะบรองซ์ บรูคลิน แมนฮัตตัน ควีนส์ และสแตตัน ไอส์แลนด์

.

.



นอกจากจะเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดแล้ว สัดส่วนพื้นที่ต่อ

ประชากรยังถือว่าหนาแน่นที่สุดในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย โดยแมนฮัตตัน

เป็นย่านที่แพงและหรูหราที่สุด ส่วนในเขตฮาเร็มเป็นโซนของคนผิวดำ

และในเขตควีนส์นั้นเป็นย่านของพวกระดับบลูคอลลาร์หรือชนชั้นกลาง

มีซีรีย์เรื่องหนึ่งคือ King of Queens เป็นซีรีย์ตลกเบาสมองสะท้อนให้

เห็นวิถีชีวิตของคนในควีนส์โดยผูกเรื่องเข้ากับชุมชนในย่านนี้ นอกจาก

นี้ ยังมีแบ่งโซนออกเป็นลิตเติ้ลอิตาลี่ หรือไชน่าทาวน์ ตามเชื้อชาติ

ดั้งเดิมของคนที่อาศัยในเมืองนี้ด้วย

.

.



ที่นี่ มีบริการรถไฟใต้ดินตลอด 24 ชั่วโมง บวกกับการจราจรจอแจและผู้

คนที่พลุกพล่านอยู่ตลอดเวลา ทำให้นิวยอร์กกลายเป็นเมืองที่ไม่เคย

หลับ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและย่านธุรกิจสำคัญอันดับหนึ่ง

ของประเทศ เหล่ามะกันชนจึงเรียกนิวยอร์กอย่างน่ารักน่าเอ็นดูว่า

กอร์ตเทม (Gotham) บ้าง บิ๊กแอปเปิล (Big Apple) บ้าง ตามอารมณ์

บรรเจิดในขณะนั้น

.

.

.

.
หากเราหลับตาแล้วนึกย้อนกลับไปในอดีต จะเห็นว่าผู้ที่เดินขวักไขว่อยู่

ในย่านแมนฮัตตันปัจจุบัน ไม่ใช่ฝรั่งดั้งโด่งอย่างทุกวันนี้ หากแต่เป็น

อินเดียนแดงเผ่าเลนาเป (Lenape) ที่อาศัยดินแดนแห่งนี้อยู่นานนับ

พันปี ก่อนที่จิโอวานี เดอ เวเรซาโน่ (Giovanni da Verrazzano) นัก

เดินเรือชาวอิตาเลียนจะค้นพบนิวยอร์กในปี 1524

.

.


ป๊าป๋าอิตาเลียนจีโอวานีได้รับคำบัญชาจากราชวงศ์ฝรั่งเศสให้มา

ออกรอบเดินสายล่าดินแดนและผลประโยชน์เข้าแผ่นดินตนเอง จนมา

เจอนิวยอร์กเข้าเลยทำให้ความโลภบังตา ใคร่อยากได้แผ่นดินของคน

อื่นจนตัวสั่น

.

.


ชาวยุโรปเข้ามาตั้งรกรากอย่างจริงจัง โดยเริ่มก่อตั้งชุมชนค้าผ้าขนสัตว์

ของชาวดัตช์ปี ค.ศ. 1614 แล้วตั้งชื่อดินแดนนี้ใหม่อย่างเก๋ไก๋ว่า "นิว

นีเดอร์แลนด์" (Nieuw Nederland) และเรียกท่าเรือทางตอนใต้ของ

เกาะแมนฮัตตันว่า “นิวอัมสเตอร์ดัม” (Nieuw Amsterdam)

.

.


จากนั้น Peter Minuit ซึ่งเป็นผู้ปกครองอาณานิคมนี้ได้ซื้อเกาะแมนฮัต

ตันทั้งหมดจากอินเดียนแดง เมื่อปี ค.ศ. 1626 ในราคากันเองมากคือ

ซื้อด้วยลูกปัดที่ทำจากแก้วในราคา $24 เท่านั้น   ซึ่งอินเดียนหน้า

ซื่อเผ่านั้นไม่รู้ประสีประสาในเรื่องการซื้อขาย ได้ลูกแก้วสีสวยๆ มาเชย

ชมก็ดีใจปานได้แก้ว กว่าจะรู้ว่าเสียรู้ ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากกัดกราม

กรอดแล้วเดินปัดตูดล่าถอยไปตั้งหลักที่อื่น

.

.


.

.
คงเป็นเพราะโลภจนเกินเหตุที่หักคออินเดียนแดงซื้อแผ่นดินมาในราคา

แสนถูก กรรมเลยสนองทันตาเห็น ต่อมาอีกไม่นาน พวกอังกฤษก็ทน

ไม่ไหวที่เห็นพวกดัตซ์นั่งกินเค้กก้อนใหญ่สบายอกสบายใจต่อหน้าต่อ

ตา เลยรวบหัวรวบหางเข้ายึดครองอาณานิคมแห่งนี้ ในปี ค.ศ. 1664

และเปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่า “นิวยอร์ก” เพื่อเกียรติให้กับดยุคแห่งยอร์ค

และอัลแบนี (English Duke of York and Albany)
.

.


หลังจากนั้น ทั้งสองชาติก็ทำสัญญาประชาชั่ว ยื่นหมูยื่นแมวกันบนความ

เดือดร้อนของชาวบ้านที่ไม่ได้เป็นคนผิวขาว คือ ในช่วงปลายสงคราม

แองโกล-ดัตช์ ชาวเนเธอร์แลนด์ได้ล่าถอยไปยึดครองเกาะรัน ซึ่งเป็น

ส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซียปัจจุบัน แลกกับการให้อังกฤษยึดครอง

นิวอัมสเตอร์ดัม หรือนิวยอร์กในดินแดนอเมริกาเหนือ ส่งผลให้ต่อมาใน

ปี ค.ศ. 1700 ประชากรอินเดียนแดงเผ่าเลนาเปลดลงเหลือเพียง 200

คน คาดว่า ที่เหลือคงเสียชีวิตจากการกระอักเลือดด้วยความแค้น

แน่นอกที่โดนคนขาวปู้ยี่ปู้ยำใช้เล่ห์เหลี่ยมขโมยแผ่นดินของตน

.

.

.

.

นิวยอร์กเติบโตอย่างรวดเร็วกลายเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ที่สำคัญยิ่ง

ต่อมา อาณานิคมในอเมริกาทั้งสิบสามแห่งภายใต้การปกครองของ

อังกฤษต้องการแยกตัวออกเป็นอิสระ จอร์จ วอชิงตัน ผู้

บัญชาการกองทัพภาคพื้นทวีปของฝ่ายอาณานิคม (Continental

Army) เป็นผู้นำประกาศอิสรภาพในวันที่ 4 กรกฎาคม 1776

.





เหตุการณ์หลังจากนั้นก็มันพ่ะย่ะค่ะอยู่นาน เพราะทหารทั้งสองฝ่ายจับ

อาวุธขึ้นต่อสู้กันจนกระทั่งสงครามได้สิ้นสุดลงในปี 1783 โดยชัยชนะ

เป็นของอดีตอาณานิคม

.

.



ภายหลังสงครามยุติลงได้มีการจัดประชุมและประกาศให้นิวยอร์กเป็น

เมืองหลวง จนถึงปี 1790 ก็ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา

(United States Constitution) เป็นครั้งแรก และจอร์จ วอชิงตันได้รับ

เลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหรัฐอเมริกาไป

อย่างไม่พลิกโผ ถือเป็นการเริ่มต้นดินแดนใหม่ที่คนทั้งโลกเรียกขาน

ว่า "สหรัฐอเมริกา" ก่อนที่จะแผ่ขยายอาณาเขตของตนเองจาก 13 รัฐ

ไปถึง 50 รัฐกับอีกหนึ่งเขตปกครองกลาง

.

.


.

.

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 20 วอลล์สตรีท

(Wall Street) ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งเงินตรา เพราะกลายเป็น

ศูนย์กลางที่มีอิทธิพลต่อระบบการเงินของโลกมาตั้งแต่สงครามโลกครั้ง

ที่ 2 และเป็นที่ตั้งของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE: New York

Stock Exchange) ซึ่งฉันเองไม่ค่อยสนใจนักกับการไปเยี่ยมชมตลาด

หุ้นที่นี่ เพราะโดยส่วนตัวแล้ว นิยมเล่นแต่หวย ตามประสาคนเบี้ยน้อย

และไม่หวังรวยหุ้นแต่อย่างใด
.

.


ในปัจจุบัน นิวยอร์กมีสถานที่สำคัญมากมาย รวมทั้งตึกที่เคยสูงที่สุดใน

โลก ก่อนถูกตึกแฝดเปโตรนาสในมาเลเซียเฆี่ยนยับอย่างไม่เห็นฝุ่น

อย่างตึกเอ็มไพร์สเตท (Empire State Building) แต่กระนั้น ความ

ตระหง่านและชื่อเสียงของตึกนี้ยังฝังแน่นอยู่ในใจทุกคนไม่รู้ลืม อีกทั้ง

ตึก WTC (World Trade Center) ซึ่งถล่มลงมาจากเหตุการณ์ 9/11 ก็

เป็นอีกตึกหนึ่งที่ทุกคนในโลกยังจดจำ

.

.



นอกจากนี้ นิวยอร์กยังเป็นบ้านเกิดของวัฒนธรรมหลากหลายกระแสไม่

ว่าจะเป็นงานวรรณกรรมและทัศนศิลป์ที่เรียกว่า ฮาเล็ม เรอเนสซองค์

(Harlem Renaissance) งานภาพเขียนที่เรียกว่าศิลปะกึ่งนามธรรม

(Abstract Expressionism) รวมทั้งยังเป็นบ้านเกิดของละครบรอดเวย์

อีกด้วย และละครบรอดเวย์นี่เองที่ฉุดมือเราให้เดินทางหลายพันไมล์มา

เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

.

.


พออ่านข้อมูลเกี่ยวกับนิวยอร์กจบ ก็หิวข้าวพอดี อีกอย่าง สายการบินใน

ประเทศฝรั่งอั้งม้อนี่ ไม่แจกอะไรเลย 7-8 ชั่วโมงนี่ก็ไม่มีหรอกที่จะแจก

ของกิน แจกแค่ถั่วคั่วเค็มปี๋ถุงเล็กๆ แบบซองละบาทอย่างของบ้านเรา

ก้บน้ำ เท่านี้เอง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมต้องแจกถั่วทุกเที่ยวบิน

ทั้งๆ ที่พอกินถั่วแล้ว อาจจะมีมลพิษทางกลิ่นในเที่ยวบินนั้นได้ แต่ก็นั่น

แหละ  เวลาแอร์โฮสเตสแจกถั่วทีไร พวกเราก็เคี้ยวถั่วหงุบหงับๆ

ไปเสียทุกครั้ง

.

.


พอท้องร้องอุทธรณ์ จากที่เคยเพลินชมโน่นนี่นั่น ตาและตีนก็พลัน

เปลี่ยนจุดหมายจากของสวยงามเป็นของกิน แต่..โอ้แม่เจ้า นานๆ

กะเหรี่ยงอย่างเราจะเข้ามหานครทั้งที ก็นึกอยากกินอะไรที่มันดูดีมีชาติ

ตระกูล แต่จากเมนูอาหารที่แปะไว้หน้าภัตตาคารแบบดินเนอร์ท่าม

กลางแสงเทียน แต่ละจาน ราคาพันกว่าบาทขึ้นไปแทบทุกร้าน

.

.

หลังจากเดินสำรวจราคาอยู่พักหนึ่ง สองยาจกจากรัฐบ้านนอกก็แฉลบเข้า

ร้านอิตาเลี่ยนชื่อร้าน Pasta's Lover ที่ตกแต่งได้น่ารัก ดูอบอุ่น และ

บรรยากาศน่านั่ง ส่วนราคา เริ่มไม่คิดมากแล้ว หลังจากเดินขาลากมา

ทั้งวัน ขอให้มีที่นั่งจิบอะไรเย็นๆ เถอะ ทุกร้านในแมนฮัตตันแน่น

ขนัด เพราะเป็นคืนวันศุกร์นั่นเอง
.

.


เราสั่งไวน์มากินแกล้มกับเฟตตูชินี่กุ้งราดซอสอัลเฟรโดอย่างเอร็ดอร่อย

ให้คุ้มกับที่ผจญกรรมตลอดวันจากอินเดียน่ามานิวยอร์ก อร่อยอย่าง

เป็นบ้าเป็นหลังจนแทบเลียจาน ด้วยความหิวแทบจะเป็นลม เลยไม่ได้

ถ่ายรูปอะไรมาให้ดู อีกอย่างก็อายคนอื่นด้วย เพราะไม่มีใครที่ไหนเค้า

ทำกัน แต่ละคนนั่งสบตาซึ้งกันท่ามกลางแสงเทียน จะให้ฉันลุกยงโย่ยง

หยกขึ้นมาถ่ายรูปอาหารก็ใช่ที่
อ.

.


ออกมาจากร้านแล้วเดินอ้อยสร้อยชมเมืองยามราตรีกันต่อ อากาศ

นิวยอร์กในช่วงหน้าร้อนก็ไม่ร้อนจัด พอกับอากาศในเมืองหิมะที่ฉัน

อาศัยอยู่ ทั้งภูมิอากาศและโซนเวลาก็ใช้แบบเดียวกัน คือ ใช้ Eastern

Time Zone สำเนียงพูดก็ไม่ต่างกันมาก ไม่เหมือนสำเนียงฝรั่งจากรัฐ

ทางใต้ ซึ่งเรียกพวกอเมริกันจากรัฐทางเหนือ เหมารวมไปตั้งแต่

อีสต์โคสต์ไปจรดมิดเวสต์ ไม่ว่าจะจากรัฐไหนว่า เป็นพวกแยงกี้ทั้งสิ้น
.

.

หากสำเนียงที่ฟังยากที่สุดเห็นจะเป็นสำเนียงฮาเร็ม คนนิวยอร์กพูดสั้น

และห้วนกว่าผู้คนแถบมิดเวสต์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มาเจอสำเนียงคนดำ

แถวฮาเร็มนี่ อึ้งกิมกี่ไปเลย ฉันยืนงงงวยฟังเด็กดำร้องขายน้ำบรรจุขวด

อยู่หน้าเซ็นทรัลพาร์กอยู่นาน ตะแคงหูฟังอย่างดิบดีก็ยังไม่เข้าใจว่าพูดอะไร

จนนายลิงมาเฉลยนั่นแหละ ถึงได้กระจ่าง

.

.

.

.

เราเดินอ้อยอิ่งกลับโรงแรมในคืนค่ำแสนรื่นรมย์ พลันสายตาก็ประสบ

กับขอทานทั้งแบบบรรดาศักดิ์ คือ แต่งชุดเอลโม่มายืนขอเงินและมา

แนวลำลอง คือ เดินออกจากบ้านได้ก็แบมือขอเลย แบบไม่แคร์สื่อ ทำ

ให้ประจักษ์สัจธรรม ไม่ว่าจะเป็นเมืองไหนๆ ทั้งเจริญหรือด้อยพัฒนา

ตราบใดที่มีความเหลื่อมล้ำทางสังคม ก็ไม่มีวันแก้ปัญหาขอทานได้

.

.



ใครก็ตามที่ชอบบอกว่า ขายหน้าฝรั่งที่เมืองไทยเราไม่สะสวยงด

งาม สกปรกไปด้วยคนจรจัดและขอทานเกลื่อนถนนหนทาง ฉันอยากจะ

บอกว่า ไม่ต้องอายหรอก เพราะที่ไหนก็มีทั้งนั้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่

ในซีกโลกตะวันตก เป็นเหมือนดัชนีชี้ชัดถึงความไม่สมดุลแห่งการ

พัฒนาที่หลงใหลเพียงแค่เปลือกความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็น

ตัวประจานให้โลกรู้ถึงความไร้เดียงสาในแนวคิดแห่งการพัฒนาที่บิด

เบี้ยวและเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างบอดบ้า อันนับวันมีแต่จะ

ทำลายโลกใบนี้ให้แล้งร้อนไปทุกหย่อมหญ้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต
.

.


เราเดินทอดน่องไปตามถนนหนทางในแมนฮัตตันจนถึงเที่ยงคืน

แล้วกลับโรงแรม แต่กระนั้น ราตรีนี้ยังยาวนานนักสำหรับเหล่านิวยอร์ก

เกอร์ แสงสีวิบวาวของไฟนีออนปลุกเร้าคนราตรีให้ลุกขึ้นสยายปีก

บรรเลงเพลงรัตติกาลที่มีลีลาเฉพาะตน เคล้าไปกับลมกลางคืนโชย

ชื่นมาจากมหาสมุทรแอตแลนติก ต่อลมหายใจมหานครแห่งนี้ให้ไหว

ระริกผ่านวันและคืนไปอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง

.

.

ตีพิมพ์ครั้งแรก : คอลัมน์ Hello America

Vote Magazine

ปักษ์หลัง มกราคม 2554

  ปักษ์แรก กุมภาพันธ์ 2554

.

.

.

.

 เอ็นทรี่หน้าพาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา

Metropolitan Museum of Art @ New York

(หากไม่ขี้เกียจเขียนซะก่อน)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ไอลี่ วันที่ : 10/02/2011 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ilyy
เรื่องเล่าของฉันสีน้ำ

เล่าได้สนุกและมันส์มากๆ เลยค่ะ มีอีกไหมคะ อยากอ่านอีก

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ni_gul วันที่ : 07/10/2010 เวลา : 04.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

อยากไป จะต้องไปให้ได้ในสักวัน
คุณแม่อายุตั้งกว่า 70 ได้วีซาตลอดชีวิต
เพื่อนของท่าน อายุ65 ปี เกษียณราชการแล้ว(มีเงินบำนาญ) อาจเพราะยังโสดและคนไทยยังดูเด็กกว่าอายุ เขาไม่ออกวีซาให้(กลัวไปตั้งรกรากที่โน่นละมัง)
แล้วไอ้เราจะขอได้ไหมนะ เห็นคิวย้าวยาว

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 04/10/2010 เวลา : 06.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

คิดว่าปีหน้านี้จะไปมหานครนิวยอร์คนะ 30 ปี ที่พี่ชายมีบ้าน

อยุ่ชานเมืองนครนิวยอร์ค และซืออพาร์มเมนต์ในกลางย่านธุรกิจการเงินให้ลูกสาว ที่ทำงานอยู่ละแวกนั้นและอีกคนทำอยู่แอกซอน
พี่บอกว่าจะขายบ้านไป เพราะชราภาพ สู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว
แต่ลูกห้ามไว้ ผมจึงอยากไปสักคราปีหน้านี้

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
วันดีเสมอ วันที่ : 03/10/2010 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yutthawinai

นิวยอร์กเป็นศูนย์กลางหลาย ๆ อย่าง..

แต่ไม่เคยคิดจะไปเลยครับ

สวัสดีครับคุณเจริญขวัญ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ธีร์/อันมัย วันที่ : 03/10/2010 เวลา : 06.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teeanmai
คนเช่นไร แสดงออกเช่นนั้น

หยิกกัดแต่พองาม
อ่านแล้วมีอารมณ์ตามอักษร
ขอให้แข็งแรงและมั่นยืนครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ฮอยล้อ วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hoylaws

บีเริ่มด้วยภาษากวีเลย มุมมองทางการเมืองที่กล้าคิดกล้าเล่า ต้องมีคนจริงใจประมาณนี้พูดถึงบ้านเมือง ไอ้ที่ว่ารักบ้านเมืองประมาณน้ำตาไหลกลางสภานะขอร้องเลย หลูโตนลูกหลานแน

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 30/09/2010 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

คนแถวนี้รึเปล่าที่คิดเกมให้คนปลูกผักบนหน้าจอ.. ฮ่าๆ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ฝนเดือน วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fontree

เอนทรี่นี้ยาวมากเลยเพื่อน....ว่าแต่ว่ามีข่าวดีเกี่ยวกับอะไร งานหรือความรัก? ส่วนหนังสือของสไตน์แบค ชอบถึงชอบมาก

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ฝนเดือน วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fontree

เอนทรี่นี้ยาวมากเลยเพื่อน....ว่าแต่ว่ามีข่าวดีเกี่ยวกับอะไร งานหรือความรัก? ส่วนหนังสือของสไตน์แบค ชอบถึงชอบมาก

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 07.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

อรุณสวัสดิ์ครับ แวะมาอ่านงานเขียนแบบครูเขียน

ผมกลับไปนอนเขลง(นอนเล่น) กับพ่อ 4-5 วัน

ช่างมีความสุขใจจริงๆ มือไปคว้าอัลบั้มเล่มใหญ่ๆ

ภาพถ่ายที่พ่อยื่นแอคชั่น ถ่ายคู่กับตึกแฝดนั้น
ในอัลบั้ม จำนวนนับสิบๆภาพ มันหายไป เมื่อ
ตึกแฝดถล่มลง ใครๆมาดึงออกไป เหลื่ออยู่ภาพเดียว
เป็นภาพมุมไกล เสียดายมาก ถามน้องคนเลี้ยงดูพ่อทราบว่าใครมาเห็นภาพนี้ดึงออกไป
อนิจจามักง่ายจังคนเรา

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ภูสีคราม วันที่ : 27/09/2010 เวลา : 05.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bleuemontagne
เครื่องประดับคือภาษา

สำนวนแบบนี้จะหาผู้ใดเทียบ
น่าจะส่งไปลงต่วยตูน

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สายน้ำพระจันทร์ วันที่ : 26/09/2010 เวลา : 16.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sainam-prachan
ความคิด มุมมองของผงธุลีในโลก


อืมมมมมมมมม....
คุณบีเขียนได้มันส์มาก
(หลังจากได้อ่านแบบน้ำจิ้มใน PC)

ไม่ได้เลียนแบบพี่ทีเค
แต่อ่านแล้วรู้สึกแบบนั้น
หลายรสชาติ
เหมือนทั้งสารคดีท่องเที่ยว เอี่ยวการเมือง
เรื่องประวัติศาสตร์ ชาติชนที่ถูกย่ำยี
(อ่านเรื่องอินเดียนแดงแล้วนึกถึงเรื่องลิตเติ้ลทรี)
เบาสมองแบบเข้มข้น ..แสบคัน
เป็นความรู้ที่ย่อยง่าย .. สนุก เพลิน และได้คิด

ขอบคุณอย่างยิ่งค่ะ ..
แบบว่าไปเองคงไม่ได้รสชาติขนาดนี้
เพราะไม่มีปัญญาไป ..อิ อิ

ว่าแต่เหตุการณ์บ้านเมืองเราที่คุณบีกลับมาเจอ ..
ประวิตศาสตร์ชาติไหนก็คงไม่มีแบบนี้
และคงไม่สามารถอ้างอิงด้วยทฤษฎีใดใด
นอก ..ทิดดี .. มั้ง

มั่งมีและมีความสุขกับกิจการนะคะ ..
เมืองไทย ยังมีฝน ..และคน ...

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ทั้งสองคน

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
hopebaby วันที่ : 25/09/2010 เวลา : 00.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hopebaby
คนบ้าเยอะจริงๆ...ให้ตายเหอะโรบิน

อ่านมันดีป้า..จั๊กกะจี้สุดๆ
จะรอติดตามตอนต่อไป..ยังไงถ้าอัพเดทแล้วแวะบอกด้วยก็ดีเน่อเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้เกาะติด..

Goodnight

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 21.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

ขอบคุณค่ะ ที่แวะมาคุยกันม่วนๆ เจ้าของบ้านมัวแต่ไปเก็บผักหักฟืนอยู่ในฟาร์มวิลล์ กว่าจะย้ายก้นเข้ามาได้ก็สายโด่ง..

สามีเผลอ..แล้วเจอกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
moonlight วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangjan
 <º))))>< ใต้ฝันสีทองของ แสงจันทร์  ><((((º>  เรียงคำ...ลำนำเพลง 

โผล่หน้ามาให้เห็น ว่าชั้นรู้ว่าหล่อนอัพแล้วนะยะ
แต่บ่ายนี้ ถึงเวลา กาแฟโอชะของชั้นแล้ว เดี๋ยวจะกลับมาอ่านใหม่นะทูนหัว
แต่เมื่อไหร่ยังบ่แน่เด้อ แล้วแต่เวลาจะมาได้
เมื่อคืนหนูใหญ่ อึนุ่มนิ่มอีกอ่ะ แต่สีสันดีขึ้น (วุ้ย ดีใจ)
ถ้ายังออกมาลักษณะนี้หลายๆวัน ชั้นคงต้องปรึกษาหมออ่ะ
ก็ไอ้พี่ชาย ดันถามชั้นว่า แกได้กลิ่นเหมือนหนูตายในสวนป่าววะ
ชั้นงี้ใจหายเลย กลัวเขาไปกินเข้า
อีกข้อสงสัยก็คือ นังเหมียว มาแอบฉกปลาคราฟชั้นอีกละป่าวก็ไม่รู้
กินแล้วทิ้งร่องรอยไว้ เจ็บใจชะมัดเลยแกเอ๊ย
ไปหละ เผลอเม้าท์จนได้ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
bon09 วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

อ่านเรื่องของสองยาจกจากรัฐบ้านนอกแล้ว ตาร้อนขึ้นทันที เพราะเป็นสองยาจกที่ได้ไปดูละครบรอดเวย์ The Phantom of the opera ที่ New York
โอ! ทำไมเราไม่เกิดเป็นยาจกบ้างนะจะได้ไปเที่ยว New York บ้าง



ฟังเพลงย้อนยุคที่
http://www.onehitwondercenter.com/

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
chettapat วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chettapat
เชษฐภัทร วิสัยจร

แอร์ สายการบิน เดลต้า บริการไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย

ขึ้นแล้วเครียด

ปล. อยากดูแฟนท่อม ออฟ โอเปร่า ครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
mesa วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanjorn

อ่านจบแล้ว บอกได้คำเดียว "แหล่ม"

อย่าขี้เกียวจนะแก จะรออ่านตอนต่อไปด้วยความระทึกตึ๊กตั๊กในหทัย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
mesa วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanjorn

ฮา...

ปลวกบี แกอุตส่าห์ถีบให้แล้ว ยังว่าแกกะลุงลิงเซ่อ(เป็น)หมาดำอีกต่างหาก เออมันร้ายจริงๆวุ้ยโชเฟอร์เมืองนิ้วโยกเนี่ย

ปล.การอ่านจะรื่นรมย์มากกว่านี้ ถ้าไม่พูดถึงเรื่องการเมืองการมุ้งอีรุงตุงนังของประเทศสารขัณฑ์ว่ะแก

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปรัตยา วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 11.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

คราวหน้าขอเป็นตอนตะลุยย่านฮาเลมดีกว่านะ




ความคิดเห็นที่ 6 (0)
โกศล วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 11.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kosol
  เชิญแวะเยี่ยมบ้านของกระผมครับ www.kosolanusim.org 

พวก บ.ก.ส.น.พ.อยู่ไหน รีบมาหาเรื่องไปพิมพ์ขายเร็วๆ

เรื่องในบล็อกนี้เป็นสารคดีชีวิตที่ แน่น เนียบ เนียน ทั้งเรื่องและภาพ บล็อกเกอร์บีเธอเขียนเป็น Exotic photo essay ชั้นเลิศทีเดียวเจียว

พูดจริง ไม่ได้โม้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

ช่างเป็นศูนย์กลาง
ทางศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
อันหลากหลายโดยแท้

เอ้อ, เมื่อไหร่คนบ้านไร่จะได้มีโอกาสไปเยือนมั่งน่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
driftworm วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เกร็ดข้อมูลเยอะ .. อิ่ม .. (ไม่เรอหรอก อิอิ)
จนเีขียน คห.ไม่ถูก
แบบว่า อ่านถึงนี่ คิดสนทนาโต้ตอบอยู่ในใจ .. อีกย่อหน้าถัดมา มีอีก .. มีอีก .. มีอีก ..

ถึงกลางเรื่อง เหมือนตัวเองเดินเฉียด'รงค์ วงศ์สวรรค์นิดๆ
ชอบเรื่องของฝรั่งที่เป็นอีกด้านของเหรียญ ซึ่งไม่ค่อยมีคนเขียนถึง ทั้งที่น่าจะมีพูดกันบ่อยๆให้ปรับทัศนคติกันไปเลย
เออ..จะพูดได้บ่อยอย่างมีรส ก็ต้องในข้อเขียนแบบไม่เชิงวิชาการซีแฮะ
ไอ้แบบเป็นข้อสรุปจากที่ประชุม สัมมนา ดูงานชุกชุมทั้งตาปีนี่ ไม่มีพลานุภาพอะไรเลย
.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

...อ่านจบก็ตัดสินใจได้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ไปเที่ยว "นิวยอร์คซิตี้"...

...กลัวเจอบังบ้ากับไอ้ตูดหมึก...

...เดี๋ยวก็ได้ไปร่ายรำศิลปะแม่ไม้มวยไทยโชว์ฝรั่งให้ดูฟรีๆ...!!!

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

นานๆ อัพบล็อคที เลยงงๆ ย่อภาพผิดๆ ถูกๆ

ขอแปะให้เสสร็จก่อนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 09.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

สงคราม มันฆ่าความอ่อนโยน ความห่วงหาอาทร ให้มอดไหม้ลงไปไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม
...
เพื่อเล่าให้ฟังว่า แขกอินเดียนี่ขี้โกงสุดๆ
ถ้าคุยกับเขาแล้วเขาพยักหน้า แสดงว่าไม่ใช่
ถ้าส่ายหย้าแสดงว่าใช่
..

.
ปล. ยังอ่านไม่จบนะครับพี่
แปะไว้ก่อน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]