• เจริญขวัญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-11
  • จำนวนเรื่อง : 389
  • จำนวนผู้ชม : 602491
  • ส่ง msg :
  • โหวต 603 คน
ดอกไม้ในความคิดของเจริญขวัญ
วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม 2553
Posted by เจริญขวัญ , ผู้อ่าน : 4990 , 03:43:14 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน moonlight , hopebaby และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

.
.
19 มิถุนายน 2010

(
1)

The Phantom of the Opera is there, inside my mind

.

.

เมื่อสมัยที่ฉันเรียนอยู่ปีสามมหาวิทยาลัยละแวกท่าพระจันทร์ มีเพื่อนซื้อ

เทปเพลงละครบรอดเวย์ The Phantom of the Opera พร้อมนวนิยาย

เล่มหนาเรื่อง "ผลพวงแห่งความคับแค้น" หรือ The Grapes of wrath

ของจอห์น สไตน์เบ็คให้เป็นของขวัญวันเกิด จำได้ว่า ดีอกดีใจล้นพ้น

เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ฉันชื่นชอบงานวรรณกรรมของจอห์น สไตน์เบ็ค

เป็นทุนเดิม สำหรับเพลงในเทป   เพิ่งได้ฟังเป็นครั้งแรกก็ตอนได้รับ

มานั่นแหละ แต่ความงามแห่งเส้นเสียงของทุกเพลงในเทปม้วนนั้น ยัง

พลิ้วไหวตราตรึงอยู่ทุกห้วงทำนองของห้องใจมาตราบนานเท่านาน เป็น

เพลงที่ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อย่างไม่รู้เบื่อ

.

.

นับแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ก็ยังรู้สึกว่าเพลงนี้เปี่ยมพลัง

อัดแน่นวิญญาณไปทุกจังหวะจะโคนและทุกถ้อยแห่งเนื้อเพลง ช่างเป็น

ความมหัศจรรย์อย่างล้นเหลือ
.


.

เพลงประกอบละคร The Phantom of the Opera นั้นไม่เพียงสะท้าน

สะเทือนในใจฉัน หากแต่ยังประกาศความเป็นอมตะไปทั้งโลกกลายเป็น

มนตราน่าหลงใหลดึงดูดผู้คนให้ไปสัมผัสความงามอมตะถึงถิ่น คือ โรง

ละครมาเจสติกที่นิวยอร์ก

.

.
.
.

นับตั้งแต่วันที่ฉันได้ฟังเพลงละคร The Phantom of the Opera ก็

หลงใหลจนถอนใจไม่ขึ้น แอบหวังลมๆ แล้งๆ ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อนว่า

สักวัน จะเก็บเงินไปอเมริกามาดูละครเรื่องนี้เพื่อบรรลุความฝันของตัว

เองให้ได้

.


.

บางที ต้องขอบคุณเรื่องตลกของโชคชะตา ฉันผู้ซึ่งไม่เคยคิดว่าจะต้อง

ย้ายตัวเองมาอยู่ในแผ่นดินอื่น กลับต้องมาอาศัยอยู่บนแผ่นดินแปลก

หน้า และวันนี้แหละที่ความฝันเล็กๆ แต่ลึกเร้นของฉันจะกลายเป็นจริง

.

.

In sleep he sang to me

In dreams he came

That voice that calls to me and speaks my name

And do I dream again for now I find

The Phantom of the Opera is there

Inside my mind

.

.

เขาขับขานสู่ข้าในห้วงแห่งนิทรา

และปรากฏกายในเพลงฝัน

เสียงนั้นเพรียกพร่ำย้ำชื่อ

หรือเป็นเพียงอีกคราที่ฝันไป

ฉับพลัน จึ่งตระหนักว่า ปีศาจแห่งโรงละครอยู่ภายในใจของข้าเอง

.


.

.
.

(2)

Sing once again with me..Our strange duet

.

.


เราฝ่าการจราจรยามเย็นของมหานครนิวยอร์กอย่างทุลักทุเล เนื่องจาก

รถติดเป็นแพไม่แพ้กรุงเทพ เมื่อออกจากเซ็นทรัลพาร์ก เหลือเวลาอีก

ไม่มากนักจะถึงเวลาแสดงละคร ตามแผนเดิมคือ เราจะต้องกลับ

โรงแรมอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวใหม่ให้สดชื่น เพราะกรำเหงื่อมาทั้ง

วันใน Metropolitan Museum of Art และการไปดูละครบรอดเวย์นั้น

ไม่ใช่แค่การไป "ดู" ละคร หากแต่เป็นการไป "ดู" ผู้มาชมละครด้วย

.

.


เพราะโดยธรรมเนียมของการดูละครบรอดเวย์ ผู้คนมักจะแต่งตัวมา

อย่างหรูเริดอลังการ ทั้งไฮโซไฮซ้อหรือแม้แต่คนโลว์โซอย่างฉัน ก็

ต้องงัดมาประชันกันเต็มที่ เพราะไม่มีใครบ้าใส่เสื้อกล้ามตราห่านคู่และ

กางเกงขาก๊วยมาดูละครบรอดเวย์แน่นอน แม้จะอยากทำอย่างงั้นจนตัว

สั่นก็ตาม

.

.
.
.

การแต่งตัวสวยหล่อมาดูละครบรอดเวย์ถือเป็นหนึ่งในมารยาทสังคม

ที่สุภาพชนพึงปฏิบัติ แม้กระทั่งการไปดูละครบรอดเวย์ในเมืองหิมะ

ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่ฉันอาศัยอยู่ในรัฐอินเดียน่า ทุกครั้งที่ไปดูละคร ฉัน

ยืนตัวลีบแอบจ้องแม่นางแสนรวยเดินฉับๆ เข้ามาในโรงละครอย่างตื่น

ใจในชุดเสื้อโค้ทขนมิงค์และขนหมาจิ้งจอกแพงระยับ ในขณะที่ฉันมี

เพียงเสื้อโค้ทขนหมา (ที่บ้าน) คลุมห่มมาอย่างเจียมๆ เท่านั้นเอง

.

.


หากแต่ด้วยการจราจรที่หวิดจราจลในย่านแมนฮัดตันยามเย็นก็ระงมไป

ด้วยเสียงแตรแผดเข้าใส่กันอย่างบ้าคลั่งและเสียงก่นด่าแบบสหประชา

ชาติคือ เริ่มต้นด้วยภาษาอังกฤษก่อนแล้วตามด้วยภาษาบ้านเกิดของ

คนขับแท็กซี่และคู่กรณี ทำให้เราเปลี่ยนแผนกันอย่างกระทันหันเพราะ

ไม่ไว้ทั้งคนขับและการจราจร เลยบอกแท็กซี่ให้ไปส่งที่ย่านบรอดเวย์

แทน จะได้ไม่ต้องย้อนกลับไปกลับมา

.


.

ในความคิดอันโง่เง่าของฉัน ซึ่งไม่เคยมานิวยอร์กมาก่อนเลยในชีวิต

คิดเอาเองว่า บรอดเวย์คือ ชื่อของโรงละครโรงใหญ่โรงหนึ่ง และเป็นที่

ซึ่งละครทุกเรื่องต้องมาแสดงที่นี่ และฉันคิดแบบนี้มาตลอด แต่แท้จริง

แล้ว บรอดเวย์คือ ถนนสายหนึ่งที่มีโรงละครหลากหลายเปิดแสดงละคร

หลายเรื่องไม่ซ้ำกัน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ยกเว้นแต่โรงละครมา

เจสติกเพียงโรงเดียวที่ยืนโรงแสดงละครเรื่อง The Phantom of the

Opera ต่อเนื่องยาวนานมากว่า 20 ปี และนานกว่าละครทุกเรื่องที่

เคยเปิดแสดงมาในบรอดเวย์

.

.


ละครบรอดเวย์ถือเป็นละครเพลงยอดนิยมของอเมริกาโดยมีการกำหนด

รูปแบบการแสดง เพลงและการเต้นรำ ไว้อย่างตายตัวไม่ว่าจะเปิดการ

แสดงกี่รอบก็ตาม

.

.


ในส่วนของ The Phantom of the Opera หรือ Le Fantôme de

l'Opéra นั้นเป็นวรรณกรรมฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งประพันธ์

โดยนักเขียนชาวฝรั่งเศสนาม   กาสตง เลอรูซ์ ในปี 1909 เป็น

นวนิยายแนวโกธิกแบบลึกลับสยองขวัญซึ่งอิงจากเรื่องจริงในโรงอุปรา

กรการ์นิเย่ของฝรั่งเศส เนื้อเรื่องบรรยายถึงความรักสามเส้าระหว่างชาย

อัปลักษณ์ชื่ออีริค คริสทีน ดาเอ้ นักร้องอุปรากรสาวสวยซึ่งเป็นลูกศิษย์

ของตน และราอูล หนุ่มรูปงามซึ่งเป็นเพื่อนวัยเยาว์ของคริสทีน โดยใน

ท้ายที่สุด รักสามเส้านี้ก็ปิดฉากลงด้วยโศกนาฎกรรม

.

.

.
.
ด้วยความรวดร้าวรันทดแต่จับใจเช่นนี้เองทำให้มีการนำมาดัดแปลงเป็น

ภาพยนตร์ ละครเวที และละครเพลงอยู่บ่อยครั้งตลอดช่วงระยะเวลาที่

ผ่านมา และยังมีบทประพันธ์ที่เกี่ยวข้องอีกหลายเรื่อง เช่น The

Phantom โดย Susan Kay และ Phantom of the Manhattan

.

.

The Phantom of the Opera ถือเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่ง

เนื่องจาก กาสตง เลอรูซ์ได้เขียนขึ้นจากแรงบันดาลใจที่ได้เห็น

เหตุการณ์จริงเมื่อสามสิบก่อน นั่นคือ การที่โคมระย้าประกอบการ

แสดงเรื่อง"เฟ้าส์" ถล่มลงมาและทำให้มีผู้เสียชีวิตคนหนึ่งและบาดเจ็บ

อีกหลายคน ผนวกกับการจมน้ำตายของคนกลุ่มหนึ่งในคลองใต้โรง

ละคร รวมถึงการพบศพเคาท์ฟิลลิปป์ซึ่งเป็นผู้อุปถัมป์โรงละครที่ปากท่อ

ระบายน้ำและที่สำคัญที่สุดคือเสียงลือเสียงเล่าอ้างเกี่ยวกับเรื่อง "ผี" ใน

โรงละคร เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นคือ จุดเริ่มต้นของนิยาย

โศกนาฎกรรมเรื่องนี้

.

.

มีการนำ The Phantom of the Opera มาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี

1925 และ Andrew Lloyd Webber นำมาสร้างเป็นละคร

เพลงบรอดเวย์ในปี 1986 โดยเปิดแสดงเป็นครั้งแรก ที่โรงละคร Her

Majesty's Theatre ในกรุงลอนดอน ปรากฏว่าได้รับความนิยมอย่าง

ท่วมท้น

.

.


อีกสองปีต่อมาคือ เมื่อปี 1988 จึงเปิดการแสดงในฝั่งอเมริกาที่โรง

ละครมาเจสติกซึ่งได้รับความสำเร็จถล่มทลายไม่แพักัน จากนั้นก็แสดง

ติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 20 ปีจนถึงปัจจุบัน นับเป็นละครเพลงที่เปิด

การแสดงนานที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของละครบรอดเวย์

.

.


The Phantom of the Opera เด่นดังยิ่งขึ้นเมื่อได้รับรางวัล Olivier

Award ในปีแรกที่เปิดการแสดงคือ ปี 1986 และได้รับรางวัลนี้ซ้ำอีก

ครั้งในปี 2002 อีกทั้งได้รับรางวัลโทนี่ในปี 1988 จากนั้นก็เปิดการ

แสดงไปทั่วโลกและมีผู้ชมกว่าร้อยล้านคน

.

.

ช่วงแรกที่เปิดการแสดงในอังกฤษนั้น Sarah Brightman นักร้องโอ

เปร่าขวัญใจของฉันเป็นผู้รับบทคริสทีน Steve Barton รับบทสุดหล่อรา

อูล และ Michael Crawford รับบทแฟนธ่อมยอดอัจฉริยะอัปลักษณ์

เมื่อย้ายมาเปิดการแสดงละครเพลงเรื่องนี้ที่อเมริกา ก็ยังหาใครเหมาะ

สมกับบทบาทนี้ไม่ได้เท่านักแสดงทั้งสาม ทั้งสามคนเลยย้ายวิกมา

แสดงที่อเมริกาด้วยในช่วงแรก ดังนั้น ชื่อเสียงของทั้งสามนักแสดงจึง

หอมหวลขจรไกลไปทั้งฝั่งอังกฤษและอเมริกา  ให้คนทั้งโลกได้ชื่น

ชมบทบาทและพลังเสียงอันเหลือกินเหลือใช้ โดยเฉพาะของแม่เจ้า

ประคุณ Sarah Brightman

.

.

Sing once again with me,

Our strange duet.

My power over you,

Grows stronger yet.

And though you turn from me,

To glance behind.

The Phantom of the Opera is there,

Inside your mind
.

.

.

จงเปล่งเสียงอีกครา

นี่คือการขับขานอันแปลกแปร่งแห่งเรา

พลังอำนาจข้ากำลังครอบงำเจ้า

แม้ว่าเจ้าจะผินหลังลอบชำเลืองมา

แต่ปีศาจแห่งโรงละครก็ยังอยู่ที่นั่น..ภายในใจของเจ้า

.

.
.
.
(3)
.
.
I am the mask you wear
.
.

เราไปถึงโรงละครก่อนเวลาเล็กน้อย  เดินดูโน่นนี่เรื่อยเปื่อยเป็นการ

ฆ่าเวลา  เพราะเราไม่ต้องยืนรอหน้าโรงเพื่อจองตั๋วอย่างคนอื่น เรื่อง

นี้ต้องยกเครดิตให้นายลิงที่แอบจองตั๋วล่วงหน้าหลายเดือนเพื่อเป็นของ

ขวัญวันครบรอบแต่งงาน เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่า ฉันใฝ่ฝันอยากดูละครเรื่อง

นี้ขนาดไหน ทุกวันที่โทรกลับมาหาฉันที่เมืองไทย นายลิงไม่เคยแพร่ง

พรายเลยแม้แต่น้อย หากแต่รอให้ฉันมาเจอของขวัญชิ้นพิเศษสุดนี้ด้วย

ตัวเอง ในวันแรกที่กลับมาถึงเมืองหิมะ

.

.

เพราะนายลิงจัดแจงจองตั๋วล่วงหน้าหลายเดือน เลยได้ที่นั่งชั้นเยี่ยม

แบบสองแถวแรกตรงกลางจากขอบเวที ซึ่งเราสามารถมองเห็นนักแสดง
.
ทุกคนและทุกรูขุมขนได้อย่างชัดเจนรวมทั้งการบรรเลงดนตรีในหลืบข้าง
.
ล่างเวทีด้วย และนี่คือของขวัญมหัศจรรย์ที่ทำให้ฉันบรรลุความฝันในวัย
.
เยาว์

.

.

.
.
โรงละครมาเจสติกเป็นโรงละครขนาดย่อมและค่อนข้างเก่า แตกต่างไป

จากภาพฝันของฉันอย่างสิ้นเชิง เพราะด้วยความเพ้อเจ้อของฉันอีกนั่น

แหละที่คิดเอาเองว่า ละครที่ยิ่งใหญ่อย่าง The Phantom of the

Opera น่าจะจัดแสดงในโรงละครที่หรูหราอลังการกว่านี้

.

.

แม้จะใกล้เวลาแสดงแล้ว แต่ขบวนแถวของผู้รอซื้อตั๋วเข้าชมก็

ยังยาวเหยียดและไม่มีทีท่าว่าจะบางตาลง เราไปรออยู่ในโซนของผู้ชม

แถวหน้า รอเรียกเป็นอันดับแรก โดยมีหนุ่มผิวหมึกร่างมหึมาส่งเสียง

โหวกเหวกบอกกฏในการชมละครให้ชาวโลกได้รับรู้ เช่น ห้ามถ่าย

รูปอย่างเด็ดขาด ทั้งก่อนการแสดงและระหว่างการแสดง แล้วก็กำชับ

กำชาด้วยหน้าตาขึงขังดำเกรียมว่าห้ามเอาอาหารเข้าไปกินในโรงละคร

เข้าใจไหมหือ ไอ้พวกผิวเหลือง นอกจากพ่อหมึกจะร้องบอกกฏกติกา

มารยาทในการชมแล้ว ยังมีสาวน้อยขายดอกกุหลาบผ้าสีแดงสด

สัญลักษณ์ของละครเรื่องนี้อยู่หน้าโรงด้วย

.

.

พอพ่อหมึกประกาศเรียกคนดูแถวหน้า เราก็เดินทำตัวลีบๆ ผ่านพ่อเจ้า

ประคุณไปอย่างหวาดๆ เมื่อเดินไปตามซอกแคบๆ ซึ่งเป็นที่นั่งชั้นล่าง

แถวหน้าสุดแล้ว ก็ต้องผ่านป้าที่ยืนคอยแจกสูจิบัตรเล่มบางๆ เอา

ไว้พัดโบกคลายร้อนและไว้อ่านเล่นเย็นๆ ใจด้วยว่า ใครเป็นใครใน

ละคร The Phantom of the Opera ปี 2010 เพราะหากจะให้สุดที่รัก

Sarah Brightman มาร้องอยู่ทุกรอบก็คงตับทรุดเหมือนกัน จึงจำต้อง

หานักแสดงใหม่ๆ เสียงดีๆ มีพรสวรรค์มาแทนป้าซาร่าห์

.

.

.
.
สำหรับบทบาทแฟนธ่อมนั้น ผู้รับบทคือ John Cudia ซึ่งเมื่อถอด

หน้ากากแล้ว หล่อกว่าราอูล ผู้เป็นพระเอกซะอีก ส่วนนางเอกในบท

คริสทีนคือ Jennifer Hope Wills และราอูล หนุ่มขุนนางรูปหล่อผู้อาสา

พาคริสทีนหนีจากเงื้อมมือของแฟนธ่อม รับบทโดย Ryan Silverman

ซึ่งน่าเสียดายว่า บางช่วงของการแสดง แอบเห็น Ryan Silverman

แต๋วแตกโดยไม่ตั้งใจ หมดอรรถรสในการหลงรักไปโดยปริยาย

.

.

เราเดินไปยังที่นั่งแถวหน้าอย่างตื่นเต้น ในขณะที่คนอื่นเดินหาที่นั่ง

ของตนในแถวอื่นๆ ข้างหน้าฉันเป็นคู่หญิงชายแต่งตัวดีคู่หนึ่ง ซึ่งหญิง

สาวสวมสร้อยไข่มุกและแต่งตัวได้น่ารักชวนมองที่สุด ส่วนข้างหลัง

เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่า ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง

นัก เพราะดูจากทั้งกลุ่มมีหัวหน้ากลุ่มเป็นคนคุมมา พอมาถึงที่นั่งก็

หัวเราะกิ๊กกั๊ก ออกมายืนถ่ายรูปกันอย่างไม่แคร์สายตาทั้งฝรั่งทั้ง

กะเหรี่ยงที่เหล่มองอย่างขัดใจในความไม่มีมารยาทของคนกลุ่มนี้ จน

สุดท้าย นิโกรร่างยักษ์คนที่เห็นก่อนเข้าโรงนี่แหละ เดินมากรรโชกคำ

แรงๆ ใส่ ทำให้เจ้าหล่อนชาวยุ่นสงบไปได้ครู่ใหญ่ แต่จากนั้น ก็เริ่มส่ง

ของกินให้กันเสียงจุ๊บจั๊บๆ อย่างน่าโมโห

.

.



พอเห็นแบบนั้น ฉันก็เลยเริ่มทำตัวเสื่อมตาม ด้วยการแอบถ่ายรูปฉาก

หน้า ก่อนการแสดงไว้หลายรูป แต่ก็ไม่ค่อยชัดนัก เพราะรีบแอบถ่าย

อย่างว่องไว พอหันไปดูข้างหลัง ก็ต้องหัวเราะออกมาดังๆ เพราะไม่มี

ใครสนใจทำตัวตามกฏที่พ่อมืดอุตส่าห์สาธยายเลยด้วยซ้ำ มีแต่จะตั้ง

หน้าตั้งตาถ่ายรูปกันเอง และถ่ายรูปข้างในโรงละครกันจ้าละหวั่น แรกๆ

ก็โกรธ แต่นึกอีกทีก็น่าเห็นใจ เพราะสำหรับคนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ การ

มาอเมริกานั้นก็แสนลำบากยากเย็น เมื่อมีโอกาสได้เข้ามาในโรง

ละครบรอดเวย์แล้ว ก็ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งไม่รู้ว่า จะได้มาเยือนอีก

เมื่อไหร่ ทุกคนเลยพร้อมใจกันละเมิดกฏอย่างที่เห็น

.

.


ก่อนการแสดง มีหนุ่มสะพายกระบะคล้องหน้าขายของพวก ดมอม

หม่อง แบบบ้านเรา เพียงแต่พ่อหนุ่มน้อยขายของเล็กๆ น้อยๆ อย่างน้ำ

ดื่มหรือลูกอม เท่านั้น

.

.

พอเพลง Overture เริ่ม นัยน์ตาก็รื้นอย่างช่วยไม่ได้ ด้วยหัวใจพองโต

คับอกและความเต็มตื้นที่แล่นขึ้นมาจนท้นหัวใจ เมื่อนึกย้อนไป 20 ปี

ก่อน สมัยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปีสามที่ฝันลมๆ แล้งๆ ว่า วัน

หนึ่งจะต้องมาดูละครเรื่องนี้ให้ได้ อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อคลื่น

แห่งความปีติมาถึงขีดสุด หยาดน้ำตาที่ขังคลอเริ่มหยาดรินช้าๆ แต่ฉันก็

รีบปาดมันออกไป เพราะ ณ ขณะนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาอันพึงโศกเศร้าแต่

อย่างใด


Those who have seen your face,

Draw back in fear.

I am the mask you wear

.

.

ผู้คนที่เห็นใบหน้าของท่านต่างพากันหลบหนีด้วยความสยดสยอง
.
แต่ข้าคือโฉมหน้าของท่าน

.

.
.
.
(4)

It's me they hear
.
.
หลังจากปาดน้ำตาสองสามหยดที่ค้างขังในดวงตาแล้ว ฉันก็เพ่งความ

สนใจไปที่การแสดงอย่างเต็มหัวใจให้สมกับที่รอคอยมานานถึง 20 กว่า

ปี

.

.
.
.
คนที่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้ คงจำได้ว่า ฉากแรกเป็นฉากที่เดินเรื่องจาก

ท้ายเรื่องมาสู่ต้นเรื่องด้วยการเปิดประมูลข้าวของทุกชิ้นในโรงละคร ซึ่ง

ฉากในละครบรอดเวย์ก็จัดไว้เช่นนั้นคือ เริ่มต้นด้วยการประมูลสิ่งของ

โดยซ่อนโคมระย้าอันงามระยับไว้ใต้ผ้าคลุม และเมื่อราอูลในวัยชรามา

ดูการประมูล จนถึงตอนเปิดผ้าที่คลุมโคมระย้าออกมา ทุกอย่างก็

อลังการมลังเมลืองเหมือนเมื่อครั้งที่โรงละครในเรื่องเปิดการแสดง

ละครแบ่งออกเป็นสององก์ใหญ่ๆ คือ

.

.

Act One

- Prologue

- Overture

- Hannibal

- Think of Me (Part 1)

- Think of Me (Part 2)

- Angel of Music

- Little Lotte/The Mirror (Angel of Music)

- The Phantom of the Opera

-The Music of the Night

-I Remember/Stranger than You Dreamt It

-Magical Lasso

-Notes/Prima Donna

-Poor Fool, He Makes Me Laugh (Il Muto

-Why Have You Brought Me Here

-All I Ask of You

-All I Ask of You (Reprise)/Chandelier Crash

.

.
ซึ่งนอกจากเพลงThe Phantom of the Opera ที่ประทับใจคนทั้งโลก

แล้ว ยังมีอีกหลายเพลงที่กลายมาเป็นเพลงยอดนิยม เช่น Think of Me

ซึ่งหากใครที่เสียงไม่ถึงแล้วมาร้องเพลงนี้ มีสิทธิ์ดับอนาถกลางเวทีได้

อย่างแน่นอน เพราะโหนเสียงขึ้นไปสูงปริ๊ด คือ ต้องเสียงดีจริงๆ ถึงจะ

ร้องเพลงนี้ได้เต็มปอด ส่วนอีกเพลงที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือ

Angel of Music และ All I Ask of You ซึ่งเป็นเพลงหวานซึ้งน่ารักใน

การเข้าด้ายเข้าเข็มจู๋จี๋กันระหว่างราอูลกับคริสทีน ในขณะที่แฟนธ่อม

ซุ่มมองอยู่ในมุมมืดด้วยความริษยาคั่งแค้น

.

.
.
.
ความน่าทึ่งของการจัดฉากอยู่ที่การชักรอกโคมระย้าจากพื้นเวที

หลังจบฉากการประมูล ขึ้นไปแขวนไว้เหนือหัวผู้ชม โดยเฉพาะเหนือกะ

บาลฉันพอดี คงเป็นสิทธิพิเศษที่ผู้ชมแถวหน้าจะได้รับความหวาดเสียว

แบบเฉี่ยวหัวเช่นนี้ เพราะพอถึงฉากที่แฟนธ่อมอาละวาดตัดโคมระย้าทิ้ง

ลงมา โคมระย้าเจ้ากรรมที่ห้อยเหนือหัวพวกเราก็แล่นวืดจากเพดาน

เฺฉียดหัวพวกเราไปแค่คืบ ท่ามกลางเสียงร้องวิ๊ดว๊ายของสาวญี่ปุ่นแถว

หลังและเสียงร้องหาพระเจ้าของคนดูมะริกันแถวเดียวกับฉัน ขนาดนาย

ลิงยังทำคอย่น หลับตาปี๋ เพราะนึกว่าจะเอาชีวิตไม่รอดแล้วจากโคม

ระย้าในเรื่อง แน่นอนว่า ฉากนี้ คนดูตบมือกันเสียงขรมถมเถอย่าง

ประทับใจ ยกเว้นบรรดาคนดูแถวหน้าที่ต่างพากันเอามือกุมหน้าอกให้

แน่ใจว่า หัวใจยังเต้นดีอยู่

.

.
.
.
ส่วนอีกสองฉากที่น่าประทับใจไม่แพ้กันคือ ฉากที่แฟมธ่อมพายเรือพา

สาวคริสทีนไปที่รังของตน ขณะที่พายเรือไปนั้น พลันเชิงเทียนก็โผล่

พ้นน้ำขึ้นมาทีละกิ่งช้าๆ จนวูบวาบสว่างไสวงดงามไปทั้งเวที

.

.

และอีกฉากที่ลืมไม่ลงคือ ตอนที่ราอูลและคริสทีนร้องเพลงพรอดรักกัน

ไปมา แฟนธ่อมก็แอบดักฟังอยู่บนหน้าจั่วหลังคา ในฉากนี้ แฟนธ่อมขึ้น

ไปแอบอยู่บนขอบโค้งของเวทีด้านบน ซึ่งสลักเป็นเทพคิวปิดกางปีก

ทาสีทองแอร่มอร่าม พอราอูลและคริสทีนจากไปแล้ว ฝ่ายจัดฉากก็

ค่อยๆ โรยตัวคิวปิดซึ่งแฟนธ่อมเกาะอยู่บนหลังลงมาจากขอบโค้งของ

เวทีด้านบน คือ เป็นความเนียนจนเราคิดไม่ถึงว่า จะมีการแอบซ่อนอยู่

บนขอบบนเช่นนั้นได้ พอฝ่ายฉากหย่อนแฟนธ่อมลงมาสู่พื้นเวทีแล้ว

ทั้งโรงละครแทบจะถล่มทะลายด้วยเสียงปรบมือชื่นชม

.

.


หลังจบองก์ที่หนึ่ง ก็พักเบรคให้คนดูช่วงสั้นๆ แล้วเปิดสู่ความอลังการใน

องก์สองทันที

.

.

Act Two

- Entr'acte

- Masquerade /Why So Silent

- Notes II

-Twisted Every Way

- A Rehearsal for Don Juan Triumphant

-Wishing You Were Somehow Here Again

-Wandering Child/Bravo, Monsieur!

-The Point of No Return

-Down Once More/Track Down This Murderer

-Final Lair 

หากใครที่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้ คงจะจำฉากงาน

เต้นรำสวมหน้ากากได้ หากคิดว่า ฉากในภาพยนตร์นั้นตระการตา

มโหฬารแล้ว อยากให้ทุกคนมีโอกาสได้มาดูฉาก Masquerade

 ในละครเรื่องนี้จริงๆ เพราะไม่มีคำไหนจะสรรหามาบรรยาย

ความหรูหราอลังการฉากนี้ได้เลย นอกจากคำว่า สุดยอดแห่งความ

บรรเจิดเพริดแพร้ว

.

.

ฉากนี้เปิดฉากขึ้นด้วยหญิงสาวแต่งตัวในชุดลิงและถือหีบเพลงกรุ๋งกริ๋ง

มาด้วยโทนเสียงหวานใสของกล่องดนตรี แล้วกระหึ่มด้วยการประสาน

เสียงที่ยอดเยี่ยมในเวลาต่อมา เป็นฉากซึ่งราอูล คริสทีนและทุกคนออก

มาเต้นรำสวมหน้ากาก ราอูลอยากให้คริสทีนประกาศข่าวหมั้นของตน

แก่ทุกคน แต่คริสทีนซึ่งหวาดหวั่นต่อแฟนธ่อมก็ยังไม่กล้าบอกใคร

หากแต่แฟนธ่อมกลับมาปรากฏตัวกลางงานเต้นรำทำเอาวงแตก และ

หลังจากนั้น ก็เป็นปมขัดแย้งแย่งกันไปมาระหว่างรักสามเส้าไปจนจบ

เรื่อง

.

.

โดยฉากจบปิดท้ายได้สวยงามมาก คือ สปอตไลท์สาดส่องไปที่เก้าอี้

ตัวหนึ่งซึ่งมีดอกกุหลาบแดงวางอยู่บนนั้น แทนการหายตัวไปอย่าง

ปริศนาของแฟนธ่อมและแน่นอนว่าจบลงท่ามกลางประทับใจของคนดู

โดยทั่วหน้ากัน เพราะทุกคนพร้อมใจกันลุกขึ้นยืนปรบมืออย่างต่อเนื่อง

ยาวนานเป็นเวลาหลายนาที

.

.

It's me they hear

my (your) spirit and my (your) voice,

In one combined.

The Phantom of the Opera is here (there)

Inside my (your) mind

.

.

เสียงที่พวกเจ้าสดับ คือเสียงแห่งข้า

จิตวิญญาณและเสียงของข้าและเจ้ากลายเป็นหนึ่งเดียว

ปีศาจแห่งโรงละครอยู่ที่นี่และที่นั่น

ภายในใจของเจ้าและของข้าเอง


.

.


(5)

Sing for me!
.
.

เมื่อฉากสุดท้ายปิดม่านลง แต่เพลงที่บรรเลงโดยนักดนตรีเบื้องล่างเวที

ยังไม่จบสิ้น ฉัน นายลิงและคนดูแถวหน้าอีกสามสี่คนจึงเดินไปดูนัก

ดนตรีเหล่านั้นทำหน้าที่ รอจนสิ้นเสียงเขบ็ดสุดท้ายในดนตรีแล้ว เหล่า

ฝรั่งและกะเหรี่ยงมุงกลุ่มเล็กๆ จึงตบมือให้เกียรติ

.

.
ไม่ทันจะโบกมือลา วงเล็กๆ ก็ต้องแตกกระจายเมื่อนิโกรร่างยักษ์เจ้าเก่า

โผล่มาตวาดแว้ดว่า เฮ้ย กลับกันได้แล้ว ละครจบแล้ว ความหยาบ

คายของพ่อหมึกทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า โรงละครจ้างไว้ไล่แขกโดยตรง

รึไง เพราะหาความอ่อนหวานในน้ำเสียงไม่ได้เลย แต่ก็ช่างเถอะ ฉันพอ

ใจแล้วกับชีวิตในค่ำคืนนี้

.

.
.
.
เมื่อเดินทะลุออกจากถนนย่านบรอดเวย์มาสู่ถนนใหญ่ เพียงชั่วกาแฟ

เดือด เราก็ถึงไทม์ สแควร์ อันไม่เคยหลับและเจิดจ้าไปด้วยแสงนีออน

เริงแรงล่อเหล่าแมลงราตรี ฉันพลันสังเกตเห็นชายชุดดำสวมหน้ากาก

คาดครึ่งหน้าในมือถือดอกกุหลาบแดงสดราวสีเลือดยืนแอบอยู่ในซอก

หลืบสลัวลางแห่งมหานครพลางจ้องดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วยสายตา

คมกริบแกมเยาะโลก

.

.
.
.
สายตาแรงกล้าของชายคนนั้นทำให้ฉันเพ่งมองอย่างงงงัน แต่เพียงชั่ว

พริบตา..เมื่อจ้องไปยังจุดนั้นอีกครั้ง ชายชุดดำก็หายลับไปในท่ามกลาง

แสงนีออนพันหมื่นดวงกลางจตุรัส ฉันตอบตัวเองไม่ได้ว่า ภาพที่เห็น

คือ ภาพแห่งความจริงหรือมายาแห่งบรอดเวย์ยังติดตามมาสู่โลก

ปัจจุบัน
.
.
.

The Phantom of the Opera is there

Inside my mind


.

.

The Phantom of the Opera is there
.
Inside my mind
.
.
ตีพิมพ์ครั้งแรก :Vote Magazine
.
คอลัมน์ "Hello America"
.
ปีที่ 6 ฉบับที่ 143  ปักษ์หลังกรกฎาคม 2554
 



.
.




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
เก็ดถวา วันที่ : 22/01/2011 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gedtawa
ความใฝ่ฝันแสนงามแต่ครั้งเคยเนา ชื่นหวานในใจเราอยู่มิเว้นวัน 

เจ๊.. เพิ่งได้เข้ามาอ่าน
อ่านไปด้วยหัวใจริษยาผสมกับอาการตื่นเต้นเลยทีเดียว
ไม่อยากพลาดเรื่องเล่าซักตัวอักษร

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
mesa วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanjorn

มาอ่านแล้วแก แต่ไม่สุนทรีย์ในอารมณ์นัก เป็นไข้ไม่หายสักที ปวดเบ้าตามากๆ ช่วงนี้อาจจะหายไปบ้าง แกคงเข้าใจนะ นอนอย่างเดียวแหละแก

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ไพศาล_เหล็มสัน วันที่ : 16/10/2010 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TePee
ก ลุ่ ม ค น ไ ม่ บ า ย

ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ดูบ้างม่าย สักครั้งในชีิวิต


ความคิดเห็นที่ 22 (0)
moonlight วันที่ : 16/10/2010 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangjan
 <º))))>< ใต้ฝันสีทองของ แสงจันทร์  ><((((º>  เรียงคำ...ลำนำเพลง 

เช้านี้...

ต้นไม้ของครอบครัวฉัน หักไปอีกกิ่งแล้วนะเพื่อน

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
Cat@ วันที่ : 15/10/2010 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ก้อๆ มาบอกว่า เราซื้อฝักทอง
เตรียม ลุ๋ยวันฮาโลวีน อิๆ
ไม่หนุกเหมือนเมก้า แต่ขอ บ้านิดหน่อยยังดี
ยังติดใจ ภาพ วันฮาโลวีนของตัวเองเล้ย ทำได้ดี
เอาไว้จะเข้าไป ดูให้ลุก เกิดไอเดีย


...

เชิญค่ะ
แม่แคท ..มาพร้อมกับเมนู
เมนู เรืองของกล้วยๆ มาเป็นกล้วยอบเชย ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
moonlight วันที่ : 15/10/2010 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangjan
 <º))))>< ใต้ฝันสีทองของ แสงจันทร์  ><((((º>  เรียงคำ...ลำนำเพลง 

หวัดดีจ้า

ชั้นอ่านด้วยความเพลิดเพลินมาก สมแล้วที่หล่อนดองไว้ จนเกือบขึ้นเกลือ
ตาไวเหลือเกินนะยะ หล่อน ที่แอบเห็น พ่อราอูล แต่วแตก

... @ * / # % & * @ ...

เบบี๋ที่ร้ากกกกกก

นี่ถ้าฉันไม่คิดว่า หล่อนชอบพิมพ์ผิด(เพราะฟามชราของสายตา)
ฉันคงตกใจกับคำว่า "เห็นหายใจก็ตกใจ " เป็นแน่แท้
ฉันไม่หายใจสิยะ หล่อนถึงค่อยตกใจ อิอิ
พี่ชายฉันคงต้องนับถอยหลัง หากแกไม่ยอมสู้อะไรสักอย่าง
จริงๆฉันเป็นโรคคันหูคันตาบ่อยมาก เลยพยายามจะปิดๆลืมๆมันไปบ้างน่ะ
ไม่งั้นเปลืองคัตตั้นบัทเหลือเกิน ทำหล่นก็ไม่ได้ สำลีหายทู้กที
สงสัยๆนังโช่เอาขี้หูชั้นไปกิน

คิดถึงจ้า ไปด้อมๆมองๆหาอยู่นะ แต่มะเห็นหล่อนโผล่มาจั๊กที

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ภูมิรพี วันที่ : 15/10/2010 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/morningmoon

น่าใฝ่ผันจริง ๆ นะครับเนี่ย
แค่สัมผัสบรรยากาศจากตัวอักษรก็ยังอดตื่นใจไม่ได้
...

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
วิทย์_แดงจันศรี วันที่ : 15/10/2010 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wit
witdaeng.tarad.com : หนังสือเก่าหนังสือมือสอง 

พี่บีบายดี...ยังเทียวไปเทียวมาครับ...หนังสือยังไม่ได้พิมพ์...ช่วงนี้งานเข้าอีกแล้ว ปวดหัวตุบๆอิรุงตุงนังไม่รู้อะไรเป็นอะไร เหนือย (แล้วจะมาบ่นอยู่บ้านคนอื่นทำไมเนี่ย ฮา) ไปแระพี่บี รับประทานสวัสดี

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ฝนเดือน วันที่ : 15/10/2010 เวลา : 09.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fontree

เคยดูหนังจากแผ่นซีดี ชอบฉาก บรรยากาศ เพลง และบทกวีในเสียงเพลง ของเขาดีจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
hopebaby วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hopebaby
คนบ้าเยอะจริงๆ...ให้ตายเหอะโรบิน

แวะมาอีกทีลืมกดโหวต


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Joseph วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Joseph
God Bless You, Michael Joseph

แวะมาอ่านเรื่องยาวๆๆ ครับ....

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
hopebaby วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 15.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hopebaby
คนบ้าเยอะจริงๆ...ให้ตายเหอะโรบิน

Review ยาวมากแต่ก็ละเอียดสมกับความภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติครั้งนึงในชีวิต หวังว่าจะมีประโยชน์แก่คนหลังๆที่กำลังจะไป..

ดูแฟนท่อมต้องกินใบกระท่อมไปด้วยจึงจะสมราคาคนหรูหราอย่างเรา

555

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

คุณเจริญขวัญโชคดีจังที่ได้ดูละครเรื่องนี้สมดังความฝัน
ขอบคุณมากที่เล่าทุกบรรยากาศให้ฟัง คล้ายกับได้ติดสอยห้อยตามไปนั่งดูอยู่ตรงนั้นด้วยเลยทีเดียว บรรยายได้ละเมียดจริง ๆ ค่ะ

เคยได้ยินเรื่อง The Phantom of the Opera นี้มานานมาก ได้แต่ดูเป็นภาพยนตร์ที่เพิ่งฉายไปหลายปีก่อนยังรู้สึกประทับใจไม่ลืม


และชื่นชอบ เซอร์ Andrew Lloyd Webber มานาน ฝีมือในการทำเพลงดนตรี สุดยอดจริง ๆ ค่ะ

ขอบคุณด้วยการโหวตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
market วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

เขียนบรรยายได้เห็นภาพพจน์ อ่านแล้วเคลิ้ม อยากแต่งตัวสวยไปนั่งอยู่แถวหน้ากับเค้าบ้างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SNOW_Noi วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snownoi
เรารักในหลวง 

อ่านที่คุณป้าเล่าเสมือนว่าได้ไปชมเองเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
pukpik วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

The Phantom of the Opera is there

Inside my mind






หลงรักเพลงนี้มาก

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
pukpik วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

ชอบ The Phantom of the Opera มากค่ะ

เรื่องไหนที่ชอบจะซื้อ DVD เก็บไว้ ชอบฟังเพลง ชอบเนื้อเรื่อง ชอบฉาก ชอบบทละคร


อยากดูละครเวทีแต่ไม่มีโอกาสเลย



ปล : ชอบลิงตัวนั้นมาก ดูขลังๆดี

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปรัตยา วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 09.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

โอ ... โอมายก็อด ... (เสียงกระซิบ)


... ถอนหายใจเฮือก ก่อนเมนต์ ...



The Phantom of the Opera

เป็นโอเปร่าเรื่องที่ตั้งใจไว้ว่าจะไปดูที่บรอดเวย์ให้ได้เช่นกัน รู้จักเรื่องนี้มานาน ชอบมาก ดูดีวีดีที่รุ่นพี่ที่อเมริกาเอามาฝากซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างไม่มีเบื่อ ถ้าโรงละครมันอยู่แถว ๆ นนทบุรี คงไปดูบ่อย ๆ เป็นแน่

พล็อตเรื่องที่ลงตัว เพลงที่เร้าใจ ฉากและเครื่องแต่งตัวที่อลังการ


ผมชอบตอน Masquerade ที่สุด ตื่นตาตื่นใจมาก





ชอบบทส่งท้ายที่เธอเขียนนะ




ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 08.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

สารภาพว่ายังไม่เคยได้ดูหนังเรื่องนี้ครับพี่
แต่อ่านเรื่องนี้แล้ว ความรู้สึกอยากดูมันพุ่งดีกรีขึ้นมาปรี๊ดๆเลยครับ
..
ตาเหยี่ยวจริงเลยพี่มีเห็น ราอูล(Ryan Silverman )แต๋วแตกด้วย
+ โหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ปวิภา วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 06.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...คลายระลึกถึง...ด้วย...ร่วมระลึกถึงสิ่งที่รัก...
มีความสุขในการทำงาน นะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 05.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

หากโลกนี้ กลมจริง อย่างที่ใครๆ พูดกัน อยากขอบคุณซักล้านครั้งสำหรับ บู้ นิพนธ์ เพื่อนชายคณะนิติศาสตร์ที่สรรหาผลงานวิเศษสุดยอดมาให้ในทุกวาระสำคัญ

นานเหลือเกิน ที่ไม่เคยได้ยินข่าวคราวกันเลย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 05.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

อ่านช้าๆๆ..
ราวกับไปลุ้นดูด้วยคน..
บรอดเวย์ที่เคยฝัน..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จันทร์วารี วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 04.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

อู้ยยยย ยาว อ่านไม่จบ

เดี๋ยวกลับมาอ่านอีกรอบ ง่วงแย้ว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 04.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/untameheart

สวัสดีครับ

รู้สึกตื่นเต้นไปด้วยเลย
เล่าได้เห็นภาพและสนุก
ทำให้อยากไปดูบ้าง

คงรู้สึกดีมากๆ ที่ความฝันเป็นจริงแบบ surprise

ชอบที่บอกว่า"ฉันพอใจแล้วกับชีวิตในค่ำคืนนี้"

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Dogstar วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 04.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

ฮะฮ้่า อิจฉาๆด้อกสตาร์ดูเรื่องนี้แล้วน้ำตาซึมเพื่อนอังกฤษที่พาไปดู หัวเราะชอบใจและบ่นว่าอืดอาด ภาษา
ไม่ดี ฉากละครแต่ละฉากเยี่ยมยอด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]