*/
  • ชายสามหยด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaysamyod@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-02-16
  • จำนวนเรื่อง : 375
  • จำนวนผู้ชม : 1582014
  • จำนวนผู้โหวต : 1159
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1159 คน
หัวโบราณ

เพลงเพราะๆ จาก Jack Johnson

View All
<< พฤศจิกายน 2016 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน 2559
Posted by ชายสามหยด , ผู้อ่าน : 1361 , 15:22:44 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน Chaoying , ลิงเขียว และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

 

วันพุธที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๙  ที่ผ่านมา ททท.จับมือกับพันธมิตร จัดกิจกรรมพิเศษเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมให้คนไทยได้ตามรอยพ่ออย่างพอเพียง

เพื่อเป็นการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อพสกนิกรไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานเปิดโครงการ "ก้าวแรกสู่ ๙ ที่ยิ่งใหญ่" ตามรอยเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเยี่ยมราษฎรไปทุกภูมิภาค โดยได้เชิญคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมการเดินทางไปในครั้งนี้ด้วย

นาย นิธี สีแพร ผู้อำนวยการฝ่ายการส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว (ททท.) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ "กล่าวแรกสู่ ๙ ที่ยิ่งใหญ่" ว่า เพื่อเป็นการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรไปทุกๆ พื้นที่ตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปล้วนมีความหมายและคุณค่า ทั้งการเยี่ยมเยือนช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาจากภัยพิบัติต่างๆ การรับรู้และเข้าถึงความเป็นอยู่ สถานการณ์ ปัญหา และทรงช่วยเหลือหาทางแก้ไข จนกลายเป็นโครงการพัฒนาต่างๆ ตามแนวพระราชดำริ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" หลายๆโครงการเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญที่ราษฎรนำมาประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิต ซึ่งโครงการ "ก้าวแรกสู่ ๙ ที่ยิ่งใหญ่" ในครั้งนี้ ได้ทำการคัดเลือกโครงการหลักๆ ที่มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎร จากในอดีตเป็นพื้นที่ ที่ประสบปัญหามากมาย บางพื้นที่มีปัญหาดินเปรี้ยว ดินเค็ม การบุกรุก ทำลายธรรมชาติ หรือบางพื้นที่ปลูกพืชเสพติด แต่ปัจจุบันพื้นที่เหล่านั้นได้รับการพัฒนาและฟื้นฟูจนมีคุณค่ายิ่งต่อการดำรงชีวิตของราษฎร และเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้คน รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่ทาง ททท. ได้คัดเลือกมานำเสนอในวาระถวายความอาลัย ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จำนวน ๙ เส้นทาง 

ทั้งนี้ ททท. จึงจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศึกษาตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ที่พระองค์ท่านเคยเสด็จฯ ไป ซึ่งมีจำนวน ๙ เส้นทาง ครอบคลุมทั้ง ๕ ภูมิภาคทั่วประเทศไทย โดยจะเริ่มจากภาคกลาง จ.ราชบุรี และ เพชรบุรี  เป็นลำดับแรก

เส้นทางที่กำหนดขึ้นล้วนแล้วแต่เป็นการเสด็จเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ราษฎรทั่งทั้งประเทศ โดยมิทรงรู้สึกเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งยังจัดทำโครงการส่วนพระองค์กว่า ๔,๐๐๐ โครงการ และถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เกิดจากน้ำพระทัยอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน ที่เปรียบประดุจครูผู้ยิ่งใหญ่ ที่ทรงให้ความรู้คนไทยทั่วหล้าเรียนรู้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง

และเพื่อให้คนไทยได้สัมผัสแผ่นดินก้าวแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร ครั้งแรกในสมัยพระองค์ท่าน เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๔๙๗ โดยเป็นการไปเยี่ยมและพระราชทานความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่ตลาดบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๔๙๗ ยังความปลาบปลื้มให้แก่พสกนิกร และสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งชาวบ้านโป่งได้น้อมนำน้ำพระราชหฤทัยของพระองค์ที่ได้รับในครั้งนั้น มากลายเป็นพลังของความรักความสามัคคี ช่วยกันสร้างความเจริญให้กับแผ่นดินเกิด ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านโป่งอยู่ดีกินดี

 

เยี่ยมชมตลาดบ้านโป่ง...ที่ซึ่งพระองค์ เสด็จเยี่ยมราษฎรครั้งแรกในรัชกาล


อำเภอบ้านโป่ง เป็นอำเภอสำคัญอำเภอหนึ่งในจังหวัดราชบุรี เดิมชื่อ อำเภอท่าผา ต่อมาได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปยังตำบลบ้านโป่งเพื่อให้ใกล้สถานีรถไฟบ้านโป่งมากขึ้น จึงเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอบ้านโป่ง ปัจจุบัน บ้านโป่งเป็นอำเภอเป็นศูนย์กลางความเจริญและการคมนาคมทางภาคตะวันตกของประเทศไทย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์โดยสารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการผลิตปลาสวยงามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีสถานีชุมทางรถไฟที่แยกไปได้ถึงสามเส้นทาง


ภาพเก่าเล่าอดีต ของชาวบ้านโป่ง

วงเวียนน้ำพุในอดีต ปัจจุบันคือวงเวียนช้าง 
ชาวบ้านโป่งจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระองค์ รอบวงเวียนช้าง

 

เดินชมตลาดบ้านโป่ง เส้นทางที่เกิดอัคคีภัย ๙ กันยายน ปี ๒๔๙๗

 

โจรปล้นสิบครั้ง ไม่เท่าไฟไหม้บ้านโป่งครั้งเดียว

 

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

 

นาย นิธี สีแพร ผู้อำนวยการฝ่ายการส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว (ททท.)และชาวบ้านโป่ง

 

 

ชาวบ้านโป่ง(ที่อยู่ในเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่)
นายอำเภอบ้านโป่ง และนายกเทศมนตรี อ.บ้านโป่ง

มาเล่าถึงวันที่ในหลวงและพระราชินีเสด็จช่วยเหลือชาวบ้านโป่งที่ถูกไฟไหม้
เล่าถึงเหตุการณ์ในวันเกิดอัคคีภัยปี ๒๔๙๗ 

 

เสด็จเยี่ยมราษฎรครั้งแรกในรัชกาล...ทรงขับรถพระที่นั่งถึงที่ไฟไหม้ตลาดบ้านโป่ง!!!

จากการสำรวจของโพลล์ต่างๆเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พบว่า การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมประชาชนในท้องถิ่นต่างๆของประเทศ เป็นพระราชกรณียกิจที่คนไทยประทับใจมากที่สุด และมีความสุขเมื่อได้รับฟังเรื่องราวเหล่านี้ ซึ่งทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนี้มาอย่างต่อเนื่อง
       
       หลังกลับจากการรักษาพระองค์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเสด็จกลับมาประทับในพระราชอาณาจักรอย่างถาวร และทรงว่าราชการด้วยพระองค์เองแล้ว ได้มีหลายประเทศทูลเชิญให้เสด็จไปเยือน แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรในภาคต่างๆก่อนจะเสด็จไปต่างประเทศ
       
       ในขณะที่เตรียมหมายกำหนดการจะออกเยี่ยมราษฎรภาคต่างๆอยู่นั้น ก็ได้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นที่ตลาดบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ในวันที่ ๙ กันยายน ๒๔๙๗ ราษฎรได้รับความเดือดร้อนจากไฟไหม้ในครั้งนี้อย่างมาก ต่อมาในวันที่ ๑๓ กันยายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินี ได้เสด็จไปเยี่ยมและพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัยที่นั่น ซึ่งนับได้ว่าเป็นการเสด็จเยี่ยมราษฎรอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรัชกาล
       
       สมัยนั้น ตลาดบ้านโป่งไม่ได้หลบเข้าไปอยู่ห่างจากเส้นทางลงสู่ภาคใต้อย่างในปัจจุบัน ถนนเพชรเกษมที่ล่องลงใต้ต้องผ่านตลาดบ้านโป่ง ซึ่งเป็นชุมทางการค้าสำคัญริมแม่น้ำแม่กลอง มีตลาดล่างและตลาดบนอยู่ติดกัน แต่แล้วทั้ง ๒ ตลาดแม้จะมีถนนคั่นกลาง ก็ราบเรียบเป็นเถ้าถ่านภายในเวลาเพียง ๔ ชั่วโมงด้วยอัคคีภัย ทำให้หลายคนหมดเนื้อหมดตัวจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่ก็เป็นเหตุการณ์สร้างประวัติศาสตร์จารึกอยู่ในความทรงจำของชาวบ้านโป่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปเยี่ยมราษฎรผู้ประสบความเดือดร้อนโดยไม่มีหมายกำหนดการ และไม่มีใครคาดคิด
       
       อัคคีภัยครั้งนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อราว ๑๔.๓๐ น.ของวันที่ ๙ กันยายน ต้นเพลิงเกิดจากร้านโชห่วยค้าทั้งปลีกและค้าส่งประเภทอาหารกระป๋อง และไปขาดทุนจากการทำเหมืองที่ปิล็อก กาญจนบุรี ก่อนหน้านั้นประมาณ ๑ เดือนก็เคยเกิดไฟไหม้ที่ร้านนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ชาวบ้านช่วยกันดับทัน ครั้งนี้ไฟได้โหมขึ้นอย่างรวดเร็วจนตั้งสติกันไม่ทัน จังหวัดราชบุรีและนครปฐมที่อยู่ใกล้ ก็มีรถดับเพลิงจังหวัดละคันเท่านั้น ต้องโทรเลขขอจากกรุงเทพฯให้มาช่วย ซึ่งก็ส่งมาได้แค่ ๒ คัน แต่กว่าจะได้รับโทรเลขและกว่าจะเดินทางมา ๗๐ กิโลเมตร บ้านเรือนร้านค้ากว่า ๘๐๐ หลังของทั้งสองตลาดที่ส่วนใหญ่เป็นไม้ ก็ราบเรียบเป็นเถ้าถ่านไปหมดแล้ว มีคนตาย ๓ คน รวมทั้งลูกเสือ ๑ คนที่เข้าไปช่วยชีวิตคนอื่น ประชาชนกว่า ๖,๐๐๐ คนประสบภัย ทรัพย์สินเสียหายกว่า ๖๐ ล้าน มีผู้ประกันไฟไว้เพียง ๑๑๕ ราย เป็นเงินรวม ๓,๗๗๕,๐๐๐ บาท อาแป๊ะแก่คนหนึ่ง มีร้านขายผ้า ๒ คูหาอยู่ติดกับร้านต้นเพลิง และยังเป็นประธานโรงเจ มีหน้าที่เก็บรักษาเงินบริจาคจำนวนมากของโรงเจไว้ แต่ก็ขนอะไรไม่ทัน สูญทั้งทรัพย์สินของตัวเองและของโรงเจจนหมด เสียใจถึงกับยอมตายในกองเพลิง แต่เพื่อนบ้านช่วยกันอุ้มออกมาได้
       
       ตำรวจจับเจ้าของร้านต้นเพลิงซึ่งกำลังหลบหนี ยอมรับว่าเผาเพื่อหวังเอาเงินประกันเพียง ๓๐,๐๐๐ บาท
       
       ทางจังหวัด กรมประชาสงเคราะห์ กรมอนามัย และกองอาสากาชาด ได้ระดมความช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้าย สร้างเพิงให้อาศัยชั่วคราว และแจกเสื้อผ้าอาหาร แม้จะพอทุเลาความเดือดร้อนลงได้บ้าง แต่หลายคนก็หมดอาลัยตายอยากกับชีวิตที่หมดสิ้นทุกอย่าง ทั้งทรัพย์สินและที่อยู่อาศัย
       
       แต่ในขณะที่ชาวตลาดบ้านโป่งกำลังท้อแท้สิ้นหวังกันอยู่นั้น ในวันที่ ๑๓ กันยายน เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินี ทรงขับรถพระที่นั่งมายังที่เกิดเหตุด้วยพระองค์เอง พร้อมด้วยสมุหราชองครักษ์ โดยไม่มีใครได้รู้ล่วงหน้า ทั้งนี้ทรงมีพระราชประสงค์มิให้เจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังมีภาระช่วยเหลือราษฎร ต้องวางมือมารับเสด็จ ทรงขับรถพระที่นั่งออกจากพระที่นั่งอัมพรสถานโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถวายอารักขาก็ไม่ทราบ ตามมาทันก็เมื่อทรงแวะเสวยพระกระยาหารที่พระที่นั่งชาลีบรมอาสน์ พระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม
       
       รถยนต์พระที่นั่งได้วนรอบบริเวณที่เกิดอัคคีภัย ทรงไต่ถามทุกข์สุขของผู้ประสบอัคคีภัย นายแม้น อรจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ซึ่งกำลังดูแลการช่วยเหลือประชาชนอยู่ ได้เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลถวายรายงาน และอัญเชิญเสด็จไปประทับบนที่ว่าการอำเภอบ้านโป่งซึ่งรอดจากไฟ ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน ๑ แสนบาท พร้อมให้เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุ อ.ส. นำเสื้อผ้าอาหารและยารักษาโรคไปพระราชทานแก่ผู้ประสบทุกข์ เสด็จกลับเมื่อเวลา ๑๕.๓๐ น.
       
       การเสด็จเยี่ยมตลาดบ้านโป่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินี ในขณะที่ราษฎรกำลังทุกข์สาหัสครั้งนี้ ทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวสิ้นหวังของชาวตลาดบ้านโป่ง กลับมีชีวิตชีวา มีพลังที่จะเผชิญชีวิตกันต่อไป และเป็นเรื่องราวที่เล่าถ่ายทอดให้ลูกหลานได้รับรู้ถึงความประทับใจมาจนทุกวันนี้
 
 
 
 
 
ทั้งตลาดล่างตลาดบนสองฟากถนนราบหมด
 
 
 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขับรถพระที่นั่งมายังที่เกิดเหตุ
 
 
 
ผู้ว่าฯราชบุรีเชิญเสด็จฯประทับบนที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง
 
 
 
ทรงประทับบนที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง
 
การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่ตลาดบ้านโป่งครั้งนี้ จึงนับเป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เสด็จพระราชดำเนินออกเยี่ยมราษฎร
       
       ต่อมาในวันที่ ๒๐-๒๑ กันยายน ๒๔๙๘ ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรจังหวัดนครปฐมและสุพรรณบุรี
       
       วันที่ ๒๗-๒๙ กันยายน ๒๔๙๘ เสด็จไปเยี่ยมราษฎรในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา
       
       วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๔๙๘ เสด็จเยี่ยมราษฎรจังหวัดนครนายก
       
       ในวันที่ ๒-๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๘ เสด็จเยี่ยมราษฎรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งนับเป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่เสด็จเยี่ยมภาคอีสาน
       
       ในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์-๑๗ มีนาคม ๒๕๐๑ หลังจากทรงผนวชและลาสิขาบทแล้ว ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในภาคเหนือ
       
       และในวันที่ ๖-๒๗ มีนาคม ๒๕๐๒ เสด็จเยี่ยมราษฎรในภาคใต้ ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมนานาประเทศ โดยเสด็จสาธารณรัฐเวียดนามใต้เป็นประเทศแรกในวันที่ ๑๘-๒๑ ธันวาคม ๒๕๐๒
       
       การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรทั้ง ๔ ภาคครั้งแรกเมื่อ ๖๑ ปีก่อนนี้ นับเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ ซึ่งพระราชปณิธาน พระราชอัธยาศัย ได้แสดงออกปรากฏอย่างชัดเจน ทรงห่วงใยทุกข์สุขและการทำมาหากินของประชาชน ทรงปรารถนาที่จะหาทางช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งพระราชอัธยาศัยอันงดงาม เป็นแบบฉบับของกษัตริย์ประชาธิปไตย ทรงวางพระองค์เป็นคนไทยคนหนึ่ง ที่มีตำแหน่งเป็นประมุขของประเทศ ไม่เหลือความเป็นสมมุติเทพเช่นสมัยอดีต ทรงนับญาติลุงป้าตายายกับราษฎรตามธรรมเนียมไทย ไม่เหลือช่องว่างระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนอีกต่อไป เป็นที่ปลาบปลื้มของราษฎรที่เข้าเฝ้า และเป็นความประทับใจที่จดจำไว้เป็นความสุขชั่วชีวิต อันเป็นส่วนหนึ่งที่พระองค์ทรงเป็นที่รักเคารพ เทิดทูนไว้เหนือเกล้าของชาวไทยในปัจจุบัน
 
การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่ตลาดบ้านโป่งครั้งนี้ จึงนับเป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เสด็จพระราชดำเนินออกเยี่ยมราษฎร และยังมีเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศึกษาตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ที่พระองค์ท่านเคยเสด็จ อีกมากมาย ที่ให้เราชาวไทยคอยติดตามไปกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 

ขอขอบคุณภาพเก่าเล่าเรื่อง และข้อมูล จากอินเตอร์เน็ต มากครับ
 
กดติดตามแฟนเพจได้ที่
https://www.facebook.com/soksagtravelling/
(เที่ยวซอกแซก ZogZagTravelling)

https://www.facebook.com/anontaseeha/
(ชายสามหยดพาเที่ยว)

 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 ชายสามหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 20/11/2016 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

พ่อหลวงทรงขับรถมาเอง ..ว้าว..
คิดถึงพ่อที่สุด
มีนาคม 2502 พระองค์เสด็จไปเมืองตรังด้วยค่ะ

ชายสามหยด น้องบ่าวที่รัก..หากว่าง เชิญชวนไปปลูกหญ้าทะเลตรังกันอีกนะ 10-12 ธ.ค. นี้
แล้วไปตามรอยพ่อหลวง ที่ น้ำตกกระช่อง จ.ตรัง กันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชายสามหยด วันที่ : 18/11/2016 เวลา : 14.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

ความคิดเห็นที่ 4

สวัสดีครับคุณรัต...นักเดินทางตัวเขื่อง

ก้าวของพ่อ เป็นก้าวที่งดงาม สร้างงานให้กับปวงชนชาวไทยให้ยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ให้อยู่ดีกินดี และเป็นก้าวที่เต็มเปรี่ยมไปความเมตตาปรานี ต่อประสกนิกรของพระองค์ท่าน ถ้ามีโอกาสผมจะตามรอยพ่อเพื่อไปดู ไปชม สิ่งที่พ่อได้สร้างไว้ให้คนรุ่นหลังครับคุณรัต

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ชายสามหยด วันที่ : 18/11/2016 เวลา : 14.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

ความคิดเห็นที่ 3

สวัสดีครับ...แม่หมี

ขอบพระคุณมากครับผม

ใช่ครับ...พระองค์จะอยู่ในใจเราชั่วนิรันดร์

ความคิดเห็นที่ 4 ชายสามหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 18/11/2016 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

"ก้าวแรกสู่ ๙ ที่ยิ่งใหญ่"อย่างนี้..คุณชายคงต้องก้าวตามรอยพ่อไปทั่วประเทศ..แน่นอน..
รักพ่อ..ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 ชายสามหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 18/11/2016 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ก้าวแรกของพ่อ

พ่อไม่เคยหยุดก้าวเดินไปหาประชาชน

ทรงมีน้ำพระทัยเมตตายิ่ง

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ยิ่งได้อ่ายยิ่งประทับใจ

พระองค์จะอยู่ในใจเราชั่วนิรันดร์

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชายสามหยด วันที่ : 17/11/2016 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

ความคิดเห็นที่ 1

สวัสดีครับพี่...ลูกเสือหมายเลข9

เช่นเดียวกันครับคิดถึงพ่อหลวงทุกลมหายใจ

ความคิดเห็นที่ 1 ชายสามหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/11/2016 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คิดถึงในหลวง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน