*/
  • ชายสามหยด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaysamyod@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-02-16
  • จำนวนเรื่อง : 375
  • จำนวนผู้ชม : 1582017
  • จำนวนผู้โหวต : 1159
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1159 คน
หัวโบราณ

เพลงเพราะๆ จาก Jack Johnson

View All
<< มีนาคม 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 30 มีนาคม 2560
Posted by ชายสามหยด , ผู้อ่าน : 6761 , 10:22:34 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน ฟ้าน่าน , february26 และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้



แว๊ป!!...แรก ที่ผมอ่านไลน์ มีเพื่อนรุ่นน้องส่งมาให้ ว่า... "สนใจไป ชัยปุระ 7-12 มีนา ไหมครับพี่?" 

"ชัยปุระ"... ผมนี่หลับตาจินตนาการเป็นชื่อโรงแรมหรูๆ บนเกาะที่ไหนสักแห่งในประเทศไทย

"แหม๋!!... สงสัยจะชวนเราไปพักโรงแรมหรูชื่อ ชัยปุระ ไปใช้ชีวิต สโลว์ไลฟ์สัก 2-3 วัน บนเกาะสวยๆ ทางภาคใต้แหงมๆ" (คิดในใจ)

ว่าแล้วก็เปิดเน็ต เข้าไปถามลุงกูเกิ้ล พิมพ์ "ชัยปุระ"

เฮ้ย!!...นี่มันเป็น เมือง เมืองหนึ่งที่อยู่ในรัฐราชสถาน ของประเทศอินเดีย นี่หว่า...ไม่ใช่โรงแรมหรูอย่างที่จินตนาการเว้ยเฮ้ย

แหม๋!...ผมนี่กำลัง นอนฝันกลางวันอยู่เลยว่า อยากไปเดินตะลุย ถ่ายภาพแนว Street Life ที่ประเทศอินเดียบ้างสักครั้ง...เห็นหลายคนที่ถ่ายมา เสื้อผ้าอาภรณ์นี่สีสันสุดๆ คนเร่ร่อนก็เยอะ ขอทานก็แยะ...เอาเป็นว่า มีหลากหลายวิถีให้เลือกถ่าย ในประเทศอินเดีย...ผมตอบตกลงร่วมเดินไปกับทริปนี้ ทันที

เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการขอวีซ่า อุ๊!!...แม่เจ้า รูปถ่ายทำเรื่องขอวีซ่าไปอินเดีย พึ่งรู้ ว่าต้องใช้ขนาด 2 คูณ 2 นิ้วเท่านั้น ผมกะว่าจะลักไก่ เอารูปเดิมที่มีอยู่แล้วขนาด 2 นิ้วมาตรฐาน...แต่ใช้ไม่ได้ ต้องไปถ่ายใหม่ ให้มีขนาด 2 คูณ 2 นิ้ว เป๊ะๆ...อืม! แค่ถ่ายรูปขอวีซ่าอินเดีย ก็เริ่มมันส์แล้วครับ ฮ่าาาๆๆ


 รูปถ่ายติดวีซ่า นี่...ดาราบอลรี่วู๊ด ชัดๆ ฮ่าาาๆๆ

 วีซ่าผ่าน...สแกนนิ้วผ่าน... กลับบ้านไปจัดกระเป๋า เตรียมตัวขึ้นเครื่องไป "ตะลุยแดนภารตะ...ชัยปุระ นครสีชมพู" สิครับ...รอไร!!

 

 

ทริป..."ตลุยแดนภารตะ ...ชัยปุระ นครสีชมพู" ครั้งนี้ ผมมีเพื่อนร่วมทริปซึ่งล้วนเป็นบล๊อกเกอร์ดัง จากเพจที่มีคนติดตามมากมายในกลุ่ม Media & Blogger Club  อาทิเพจ ...  Travelistaนักเดินทาง ... Lovelytrip ... กินแก้มตุ่ยตะลุยเที่ยว ... ช่างภาพขาลุย ...รีวิววนไปByrinsayoyolive ...เพจน้องใหม่มาแรง "หมีคิดดัง" และผมจากเพจเล็กๆ  ...ชายสามหยดพาเที่ยว ครับ

 


 

 

ทริปนี้ เราบินสู่แดนภารตะ ไปกับสายการบิน ...Thai Smile เที่ยวบิน WE337 แหม๋!!...จากที่เคยสัมผัสมาเขาเป็นสายการบินที่ จองตั๋วง่ายมาก สะดวกรวดเร็ว  มีการบริการที่คุ้มค่า คุ้มราคา จริมๆ...ดูทรงแล้วอีกไม่นาน Thai Smile น่าจะเป็นสายการบินชั้นนำของเอเซีย แน่นอน

 



 

 

วันเดินทางผู้โดยสาร เต็มลำ ส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดีย ผมนี่เริ่มได้กลิ่นตั้งแต่ทางเดินเข้ามายังเกรทแล้วหล่ะ ...อยู่บนเครื่อง พวกพี่ๆชาวอินเดียนี่ยิ่งครึกครื้นใหญ่ รู้จักกันหมดเกือบทั้งลำ เดินขวักไขว่ไปมา เห็นน้องๆแอร์โฮสเตสเดินผ่านนี้ พ่อคุณจ้องเลย ตาไม่มีกระพริบด้วย...สักพักเดี๋ยวขอน้ำ เดี๋ยวเบียร์ เดี๋ยววิสกี้  ผมหล่ะสงสารน้องแอร์โฮสเตสสุดๆ พลอยไม่ได้นั่งไปด้วย ต้องคอยบริการตลอดเวลา ...สักพัก เดี๋ยวผลัดกันผลุดลุกไปเข้าห้องน้ำอีก เอากับพี่เขาสิ... แต่ดีแล้ว ผมหล่ะกลัวพี่เขา อั้นไม่ไหว จะฉี่แถวที่นั่งเอา

ว่าก็ว่านะผมนี่คอเบียร์ ขอมาได้กระป๋องเดียว พอจะขออีกกระป๋อง เบียร์หมดซะแล้ว...รู้งี้ ขอเผื่อก็ดี ฮ่าาาๆๆ

เครื่องขึ้นจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ สี่ทุ่มนิดๆ  ใช้เวลาเอกเขนก หลับๆ ตื่นๆ บนเครื่องประมาณ 4 ชั่วโมง  ล้อก็แตะรันเวย์สนามบิน ชัยปุระ แล้วหล่ะครับ

 

 

 

 

 อาหารอร่อย แอร์โฮสเตสบริการเยี่ยม ตลอดการเดินทาง...มีข้อมูลให้อ่านเพรียบ

 ถึงสนามบิน ชัยปุระ ...เราผ่าน การตรวจคนเข้าเมือง ได้ไม่ยาก และใช้เวลาไม่นาน ...เราได้รับ การต้อนรับอย่างดีเยี่ยมด้วยพวงมาลัย ดอกดาวเรือง จากทีมไกด์ชาวอินเดีย

สนามบิน ชัยปุระ หรือ Jaipur International airport  อยู่ห่างจากตัวเมือง ชัยปุระ 13 กิโลเมตร สนามบินแห่งนี้ เป็นสนามบินเดียวของรัฐราชสถาน

 

 ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น

 

เราเช๊คอินเข้าที่พักในตัวเมืองชัยปุระ Fortune Select Metropolitan Hotel เวลาก็ปาตี 3 เข้าไปแล้วกว่าจะได้นอน เกือบตีสี (ผมดูเวลาในเมืองไทยนะ) ที่ชัยปุระ เวลาจะช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชั่วโมง...พรุ่งนี้เรามีนัด เดินทางออกท่องเที่ยวแดนภารตะ ในเวลาท้องถิ่นตอน 9 โมง ...ผมนี้ชักรู้สึกตื่นเต้นแล้วหล่ะครับ กับอินเดีย ครั้งแรกในชีวิต


"ตลุยแดนภารตะ...ชัยปุระ นครสีชมพู"  ...วันแรก 

แม้จะนอนดึก แต่ผมก็ยังคงคุ้นชินกับเวลาในเมืองไทยทำให้ผมตื่นเช้า ทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลานัดหมาย 9 โมงเช้า ผมตื่นหกโมงเช้าตามเวลาในเมืองไทย ที่ชัยปุระ พึ่งจะเป็นเวลาตีสี่กว่าๆเอง

นั่งเล่นคอมสักพักเปิดม่านส่องหน้ามองผ่านกระจก มันเป็นวันแรกที่ผมได้ทักทายกับดวงตะวันแห่ง ดินแดน...ภารตะ

 

 แสงแรกของวัน...ในดินแดนภารตะ

 อาหารอินเดียมื้อเช้า...ไม่พ้นแผ่นโรตี หรือแผ่นนาน ตักราดด้วยแกงกลิ่นฉุนเครื่องเทศคล้ายแกงกะหรี่ ไข่เป็ดต้ม ซุปอะไรไม่รู้หนืดๆคล้ายกระเพาะปลาแต่รสชาดไม่ใช่...อาหารหลายอย่างผมอธิบายไม่ถูก ที่ผมพอจะกินได้ในมื้อแรกก็คือ กาแฟ ไส้กรอก ขนมปังและไข่ทอดออมเร็ท ส่วนอย่างอื่นได้แค่ชิม ...ถ้าใครจะไปเที่ยวอินเดียผมแนะนำว่า ให้พก น้ำเผา น้ำพริกปลาร้า หรือสารพัดน้ำพริก ไปด้วยนะครับ...ยังพอแก้เลี่ยนได้บ้าง ฮ่าาาๆๆๆ

 

 

 

 อาหารมื้อเช้า ก่อนออกเดินทาง ตลุยแดนภารตะ พระเอกคือโรตี และแผ่นนาน

 

หลังจากจัดการกับอาหารมื้อเช้าเรียบร้อย ผมรีบปรี่ไปเดินเตร่แถวหน้าโรงทันที...เดินลัดเลาะกำแพง ไปได้ไม่ไกล รู้สึกฉุนๆ กลิ่นอะไรบางอย่างข้างกำแพงสงสัยจะหมักหมมไว้นานมาก แสบจมูก ทนไม่ไหวจนต้องเดินกลับ มาปักหลักบริเวณแยกหน้าโรงแรม ซึ่งเป็นที่โล่งกว่า...ยืนดูวิถียามเช้าของชาว ภารตะ ท่ามกลางเสียงแตรรถนานาชนิด  ...สักพักมีกลุ่ม เด็กหน้าตามอมแมมเดินมาสะกิดแขน ปากบอกว่ามันนี่ มันนี่ พร้อมกับทำมือห่อๆ เหมือนกับหยิบข้าวใส่ปาก

 

 พี่บังรับซ่อมรองเท้า หน้าโรงแรม

 

 เดินขอเงินจนประชิดรั้วของโรงแรมกันเลยทีเดียว

 


คนอินเดีย ชอบให้เราถ่ายรูปให้ครั

 ผมว่าคนอินเดีย เป็นคนชอบถ่ายรูปนะ เห็นผมถือกล้อง เดินถ่ายริมถนน นี้เรียกเลย...เรียกให้เราเข้าไปถ่ายให้ แล้วก็เดินไป ทั้งที่ยังไม่เห็นรูปว่าเป็นยังไง พอถ่ายคนหนึ่ง อีก 2-3 คนก็กรูเข้ามาให้เราถ่ายให้บ้าง...เอ่อ! สนุกดี

มีครั้งหนึ่งพี่คนขับรถในโรงแรม เห็นเรายืนถ่ายรูป เขาบอกจะให้เอามั้ย ผมส่งกล้องไปให้ เขาถ่ายให้เราอย่างมีน้ำใจแต่...ยื่นมือมาขอทิป...แหม๋!!

 

 

 

 บรรยากาศหน้าโรงแรมตอนเช้า

 เริ่ม ตะลุยแดน ภารตะ...กันเลยดีกว่าครับ

เราออกจากโรงแรมด้วยรถมินิบัสคันโต มีไกด์ชื่อ "ราจีฟ" คอยบรรยาย ภาษาอังกฤษ ออกทองแดงอินเดียแบบหนักๆ...ให้เราฟัง ผมมันขาประจำที่มักจะเป็นนักเรียนหลังห้องแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วครับ เลยนั่งเบาะหลัง คอยลั่นชัตเตอร์ ถ่ายภาพวิถีชาวภารตะ ริมถนน โยกไปมาทั้งด้านซ้าย ด้านขวา...เพลินยาวไป

เท่าที่ผมสังเกตุ ที่อินเดียมีคนจรจัด คนไร้บ้านเยอะมาก นอนตามเกาะกลางถนนบ้าง ริมฟุตบาทบ้าง ตามสวนสาธารณะบ้าง บางครอบครัวก็กางเพิงหุงหาอาหารริมทาง แม้แดดจะร้อนแรงเพียงใดก็ไม่หวั่น...ยิ่งภาพยืนยิงกระต่าย ข้างกำแพงของชายอินเดีย นี่ผมเห็นเป็นระยะๆ คงเป็นเรื่องปกติธรรมดาของที่นี่มังครับ

 

 

 

 

 

 วิถีริมถนน...ชัยปุระ

 

Hawa Mahal (พระราชวังแห่งสายลม)

มินิบัส พาเราฝ่ามหาสงครามการจราจร ในใจกลางเมืองชัยปุระที่คับคั่ง มีทั้งรถเข็น รถลาก รถอูฐ รถลา หมา วัว คนข้ามถนน ขอทาน จักรยาน สามล้อ ตุ๊กๆ ฯลฯ โอ๊ย!...อีกมาก ผมสาธยายไม่หมด ต้องตีตั๋วบินไปดูให้เห็นกับตาว่ามันส์ขนาดไหน...แต่ก็มาถึงจนได้ "ฮาวามาฮาล หรือพระราชวังแห่งสายลม" อันสวยงาม

 


ชัยปุระ แห่งรัฐราชสถาน ได้ชื่อว่า "นครสีชมพู" (Pink City) เขามีที่มานะจ๊ะ! ว่าทำไมถึงเรียกว่า "นครแห่งสีชมพู" ...เนื่องมาจากในปี ค.ศ.1876 มหาราช ซาราม ซิงห์ (Maharaja Ram Singh) ได้รับสั่งให้ประชาชนทาสีชมพูทับบนสีปูนเก่าของบ้านเรือนตนเอง เพื่อแสดงถึงไมตรีจิตครั้งต้อนรับการมาเยือนของเจ้าชายแห่งเวลล์ เจ้าชายมงกุฏราชกุมารของอังกฤษ ซึ่งภายหลังคือกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7

และ "ฮาวามาฮาล หรือ พระราชวังแห่งสายลม" แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ หรือ แลนด์มาร์ค แห่งเมือง ชัยปุระ จนได้ชื่อว่า "นครสีชมพู" ...ซึ่งผมลองเพ่งมอง เลี่ยงมอง แอบมอบ เหลือบมอง (ยังไม่ตีลังกามอง) ยังไง ก็ไม่ใช่สีชมพู...แต่เห็นเป็นสีอิฐ ออกส้ม...เอ๊ะ! หรือกาลเวลา นานวันเข้าทำให้พระราชวังแห่งสายลม ถูกผงฝุ่นเกาะ จนต้องเปลี่ยนสี

 

 

 

Hawa Mahal (พระราชวังแห่งสายลม)  เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่ในเมือง ชัยปุระ รัฐราชสถาน สร้างในปี ค.ศ.1799 โดยมหาราชาสะหวาย ประธาป สิงห์ (Maharaja Sawai Pratap Singh) ออกแบบโดย ลาล ซันด์ อุสถัด (Lal Chand Ustad) โดยถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฏพระนารายณ์ โดยมีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นคือด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูงห้าชั้นและมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง มีหน้าต่างขนาดเล็กตกแต่งด้วยลายฉลุเป็นช่องลม จำนวน 953 บาน โดยลวดลายฉลุของหน้าต่างขนาดเล็กมีเพื่อนางในวังสามารถมองทะลุออกมาเห็นชีวิตภายนอกบนท้องถนนได้โดยไม่มีใครสังเกตุเห็นจากด้านนอก เนื่องจากนางในเหล่านั้นต้องมีความเคร่งครัดในการคลุม "ปูร์ดาห์" (ผ้าคลุมหน้า)


พระราชวังแห่งนี้ มีความสูงถึง 5 ชั้น สร้างโดยหินทรายสีชมพู และสีแดง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง "ชัยปุระ" โดยเป็นส่วนหนึ่งของซิตี้พาเลส (City Palace) ซึ่งอยู่ในบริเวณติดกันกับเซนานา (Zenana) หรือฮาเร็ม

 

  

  

  

 

 

 

 วิถีชาว ชัยปุระ หน้า "ฮาวามาฮาล หรือ พระราชวังแห่งสายลม"

 

  นี่ไม่ใช่ดาราบอลลี่วู๊ดหรอกนะ..."ชายสามหยด" เองแหล่ะ ฮ่าาาๆๆ 

 

 สาวๆ บล๊อกเก้อร์ดังจาก Media & Blogger Club

 

  บล๊อกเก้อร์ "ช่างภาพขาลุย" กับ หัวงู เอ้ย! ...งูเห่า โดนไป 100 รูปี กับภาพเล่นกับงูภาพนี้

 

 

 มนต์ปี่ เรียกงู ปกติเคยเห็นแต่ในหนังสือการ์ตูน

  


 

 

 ขอทานหน้า ฮาวามาฮาล จ่ายไป 50 รูปี(25 บาทไทย) ผมจัดไปซะหลายช๊อต หลายมุม ฮ่าาาๆๆ

 

 

 

 

 

 ร้านค้า ของที่ระลึกหน้า ฮาวามาฮาล มีหลายร้าน ให้เลือกซื้อ

 

รอบๆบริเวณ Hawa Mahal ถือว่าเป็นย่านการค้า ของชัยปุระ ที่ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ การจราจรคับคั่งหนาแน่น เพราะเป็นย่านที่อยู่ใจกลางเมืองและใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ฮาวามาฮาล ซิตี้พาเลซ หรือจันทาร์ มานทาร์ สถานที่ท่องเที่ยวด้านดาราศาสตร์ก็อยู่ไม่ห่างกันมากนัก อ่อ!...ยังมีหอคอยสูง สวาร์กาสูลี ก็อยู่บริเวณใกล้ๆ นี้เช่นกัน...เพื่อนๆ คอยติดตามไปชมด้วยกันครับ เวลาเที่ยวตะลุย ชัยปุระยังเหลืออีกหลายวัน

 

 

  

 

  รอยยิ้ม...ภารตะ

 


พระราชวังแอมเบอร์ (Amber Palace) และ ป้อมปราการแอมเบอร์ (Amber Fort)


เราเดินชม เดินถ่ายรูปบริเวณ ฮาวามาฮาล(พระราชวังแห่งสายลม) กันประมาณ 30 นาที ก่อนรถมินิบัส จะพาเราลัดเลาะออกนอกเมืองไต่ขึ้นเนินเขาเพื่อไปชม ป้อมปราการแอมเบอร์ และ พระราชวังแอมเบอร์

เมืองชัยปุระ หรือไจร์ปู เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม สวยงามด้วยพระราชวังและป้อมปราการ

ป้อมปราการแอมเบอร์ (Amber Fort) ตั้งอยู่ห่างจาก ชัยปุระ 11 กิโลเมตร เป็นป้อมปราการที่มีชื่อเสียงที่สุดของรัฐราชสถาน แอมเบอร์ เดิมเป็นเมืองหลวงก่อน ชัยปุระ

ป้อมปราการแอมเบอร์ และพระราชวังแอมเบอร์ สร้างด้วยหินทรายสีแดงและหินอ่อน ด้านหน้ามีทะเลสาบมอล์ตา (Maota) มองดูสวยงามมาก

 

 พระราชวังแอมเบอร์ ตั้งตะหง่านอยู่บนเนินเขา ด้านหน้าเป็นทะเลสาบมอล์ตา

 

 

 ป้อมปราการ แอมเบอร์ฟอร์ท มีกำแพงเหมือนกำแพงเมืองจีนยาวถึง 13 กม.

 

ในอดีตก่อน Amber เคยเป็นที่รู้จักในชื่อ Dhundar มหาราชาแมนซิงห์ ได้สร้างป้อมแห่งนี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1592 และ มหาราชาใจซิงห์ ได้ขยายและปรับปรุงใหม่ในภายหลัง ในขณะที่โครงสร้างเก่าจำนวนมากได้ถูกทำลายจากการทำสงคราม รุกราน มาตั้งแต่สมัยโบราณ

ป้อมปราการแอมเบอร์ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบราชบุตร เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานของทั้งโมกุล(อิสลาม) และฮินดู ที่เข้ากันอย่างสวยงามลงตัว เป็นป้อมปราการที่ตั้งเด่นตะหง่านอยู่บนยอดเขาที่ห้อมล้อมไปด้วยทิวเขารอบด้าน มีกำแพงเหมือนกำแพงเมืองจีน ซึ่งมีความยาวถึง 13 กิโลเมตร

 

 ทะเลสาบ มอล์ต้า หน้าพระราชวังแอมเบอร์ และ ป้อมปราการแอมเบอร์ฟอร์ท

 

 

 

 นั่งช้างขึ้นไปชมพระราชวัง แอมเบอร์

 เราเดินทาง ขึ้นไปชมพระราชวังแอมเบอร์ และ ป้อมปราการแอมเบอร์ฟอร์ท ด้วยการนั่งช้าง ค่านั่งช้างอยู่ที่ 600 รูปี มีจ่ายทริป ให้ครวญช้างอีกต่างหาก คนละ 100 รูปี (ถ้าไม่มีทริปมีหวังครวญพาช้างวิ่งไม่ให้ลงแน่ ฮ่าาาๆๆ)

ใครที่ชอบถ่ายรูปผมแนะนำให้เดินขึ้นไปเรื่อยๆ จะชิวกว่า ผมยังมานึกเสียดายทีหลัง งั้นคงเดินเก็บภาพเพลิน แต่ไปกันเป็นหมู่คณะแบบนี้ไปพร้อมๆกันก็ดี นั่งช้างผมว่าก็ได้ภาพในอีกมุมมอง

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 บรรยากาศ  ทิวทัศน์ ในขณะนั่งช้างขึ้มไปชมพระราชวังแอมเบอร์ และ ป้อมปราการแอมเบอร์

 

เหลือระยะทางอีกประมาณ 10 เมตร จะถึงจุดลงจากหลังช้าง พี่ครวญช้างหันมาทำนิ้วโป้งเขี่ยๆ ไปมาระหว่างนิ้วกลางและนิ้วชี้ กระดิกหัว 2-3 ที่ แล้วบอกว่า ทิปๆ

อุเหม๋!! ดูซิ กลัวเราไม่ให้ทิปไปได้ ทั้งๆที่ก่อนขึ้น ไกด์ก็กำชับแล้วว่าตอนลงให้ทิปเขาด้วย 100 รูปี (กำหนดด้วย ฮ่าาาๆๆ)

เราลงช้างที่ลานกว้าง บริเวณนี้มีคนเดินขายของ นานา ชนิด อืม...ผมพึ่งสังเกตเห็นว่า คนที่เดินขายของที่ระลึกส่วนใหญ่จะเห็นมีแต่ผู้ชาย ขายร่มปักเลื่อมสีสดๆ ขายผ้าปักลายสวยๆ ขายภาพวาด ขายหมวกแขก พัดหางนกยูง ฯลฯ ...ผู้ชายทั้งน้านนน  แล้วผู้หญิงอินเดียไปไหนกันหมดนะ หรืออยู่บ้านเลี้ยงลูก

 

 ลงจากหลังช้างที่ลานนี้



ถ่ายสาวๆภารตะ ทางขึ้นบันได พระราชวังแอมเบอร์

 
ใครไปเที่ยวอินเดีย ผมว่าไม่ควรพลาดที่จะใส่ชื่อ ชัยปุระ ไว้อีกเมือง เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่สวยงามมากโดยเฉพาะพระราชวังแอมเบอร์ และป้อมปราการแอมเบอร์ฟอร์ท แห่งนี้ เมื่อได้ขึ้นไปข้างบนแล้วรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเจ้าชาย หรือมหาราชายังไงไม่รู้ เมื่อทอดสายตามองลงไปเบื้องล่างจะเห็นทะเลสาบ บ้านเมือง และเทือกเขาที่มีแนวกำแพงป้องกันข้าศึกยาวสุดลูกหูลูกตา ป้อมปราการตั้งตหง่านล้อมรอบรั้ววังอีกที ...ทำให้นึกถึง การสู้รบสัพประยุทธ ข้าศึกมาโอบล้อม แต่ไม่สามารถ ตีฝ่าแนว กำแพงสูงนี้ได้
 











 
ลานหน้าพระราชวังแอมเบอร์ มองลงไปที่ทะเลสาบมอล์ต้า สวยงามมาก
 

"แอมเบอร์ฟอร์ท"
มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4 ตารางกิโลเมตร ข้างบนมองเห็นทะเลสาบ มอล์ต้าซึ่งแหล่งน้ำสำคัญที่ใช้หล่อเลี้ยงประชาชน และ พระราชวังแอมเบอร์
 
ในพระราชวังแอมเบอร์ จะเห็นช่องฉลุตามหน้าบันของอาคารอยู่มากมาย ...คือมหาราชาของชัยบุระม่อยากให้ประชาชนหรืออาคันตุกะ มองเห็นหน้านางใน หรือนางสนมไง ก็เลยทำเป็นช่องให้พวกนางยืนแอบมองผู้คน เหตุการณ์ หรือการแสดงบนลานได้โดยคนที่อยู่ข้างล่างไม่สามารถมองเห็น ก็คงเป็นขนบธรรมเนียมของเขาด้วยแหละ
 



ช่องรังผึ้ง มีไว้สำหรับนางในส่องมองดูเหตุการณ์เบี้องล่าง
 


ห้องโถง หรือท้องพระโรงในพระราชวังแอมเบอร์สร้างด้วยหินอ่อน และหินทรายสีแดง แกะสลักสวยงาม ห้องโถงนี้เปิดรับลม 3 ด้านอีกด้านสามารถมองเห็นเบื้องล่างได้อย่างสวยงามีไว้สำหรับต้องรับอาคันตุกะผู้มาเยือน จัดเลี้ยง ประชุม บรรยากาศดีมาก มีลมโกรกตลอดเวลา
 




เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่าง ฮินดู และอิสลาม
สวยงามมาก
 

ประตูพระราชวังเดิม ทำด้วยไม้จันทร์และงาช้างส่วนที่เป็นผนัง เพดานในห้องโถงชั้นใน ประดับด้วยแก้ว ที่ถูกแกะสลักเป็นภาพดอกไม้สวยงาม เหตุผลที่ห้องโถงนี้ประดับด้วยแก้วระยิบ เพราะในสมัยโบราณพระราชินี ไม่ได้รับอนุญาตให้นอนในที่โล่ง แต่อยากจะเห็นดาวที่ส่องแสง กษัตริย์จึงให้สถาปนิกออกแบบด้วยกระจกแกะสลักนี้ขึ้นมา เมื่อยามจุดเทียน แสงเทียนจะสะท้อนกระจก ระยิบยับคล้ายดวงดาวบนท้องฟ้า



ประตูทำด้วยไม้จันทร์และงาช้าง


 
ผนังเพดานติดกระจกแกะสลักสวยงาม
 


เดินชมพระราชวังแอมเบอร์เพลินๆสายตาผมเหลือบไปเห็นแม่หญิงภารตะ ที่ใส่ชุดสีสันสดใส ตัดกับผนังปูนของพระราชวังมีพร๊อพแบบจัดเต็มบนหัวเทินด้วยกะละมัง ...โอ!นี่มันสวรรค์ของคนชอบถ่ายภาพแนวสตรีทแบบผมชัดๆ ผมเดินรี่ ตามเธอไปทันทีแช๊ะ!...แรก ได้ภาพเบื้องหลัง ก็โอนะ กำลังเดินเข้าช่องประตูที่โค้งงาม...ผมเดินตามติดๆ จะไปถ่ายข้างหน้าให้ได้ พอเธอหันกับมา ผมนี้รีบยกกล้องเลย กดเช๊ะ! อืม...ภาพไม่สวย พอเงยหน้าขึ้นมาจากกล้องเห็นเธอเดินรี่เข้ามาหาผมทันที ทำนิ้วโป้งถูไปมา เป็นแพทเทิล เดียวกันกับครวญช้างเด๊ะ! พร้อมกับพูดว่า "มันนี่ มันนี่" พร้อมกับกระดิกหัว 2-3ที...ผมนี้เดินหลบแทบไม่ทัน ฮ่าาาาๆๆๆ
 
พอเดินไป อีกจุด ผมเหลือบไปเห็นแม่นางภารตะในชุดสีสดอีกแล้ว แต่ครานี้ เธอถือไม้กวาด ผมคิดในใ"เอ่อ...น่าจะเป็นแม่บ้านมาเดินกวาดขยะมั้ง เดินหามุม Candid เอาดีกว่า"ผมนี้เห็นเธอโพสท่าหน้าประตู ให้ฝรั่งถ่ายสวยงามมาก ผมรีบกดชัตเตอร์รัวๆๆ เลยถ่ายเสร็จเห็นเธอเดินไปเก็บเงินกับฝรั่ง คิดในใจรอดแล้วเรา ที่ไหนได้เธอเดินตามผมยิกๆ ผมเดินหนีแทบจะวิ่ง แต่ก็ไม่รอด ฮ่าาาๆๆ...ต้องแก้ตัวว่าไม่ได้ติดเงินมา เงินอยู่บนรถ เธอกระดิกหัว 2-3 ที แล้วอมยิ้มเดินจากไป

สรุปใครยกกล้อง ถ่ายใครที่เป็นชาวอินเดียมีสิทธิ์ โดนเรียกเก็บทิปหมด ฮ่าาาาๆๆๆ

 






แม่นางภารตะในชุดโบราณ สวยงาม
 


ผมเดินวนเวียน เก็บภาพในพระราชวังบ้างนอกวังบ้าง เพื่อเอามาฝากเพื่อนๆ ที่เมืองไทยจะได้รู้ว่าแต่ละซอกมุมของเมืองชัยปุระ นั้นสวยงามขนาดไหน ถ่ายชัดบ้าง ไม่ชัดบ้างเพราะส่วนใหญ่ใช้เลนส์มือหมุน บางครั้งก็โฟกัส ไม่เข้าแต่ภาพอารมณ์มันได้ก็ไม่อยากทิ้งเสียดาย ฮ่าาาาๆๆ

 

ทริปนี้เลยลงภาพรัวๆ กันไปเลยใครอยากได้ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับป้อมปราการแอมเบอร์ฟอร์ท เสริจถามลุงกูเกิ้ล รับลองเด้งขี้นมาเพรียบ
 











เดินถ่ายภาพเพลินเลย เยอะมากครับ
 
 


ตอนขึ้นมาที่พระราชวังแอมเบอร์ เรานั่งช้างตอนลงเรานั่งรถจิ๊ปครับ บนนี้มีรถจิ๊ปไว้คอยบริการลักษณะคล้าย 2 แถวบ้านเราเดินลงมาจากพระราชวังประมาณ 50 เมตร ก็เจอวินรถจิ๊ปแล้ว ค่าบริการคนละ 20 รูปีเองเป็นเงินไทยก็ 10 บาท แต่ต้องรอรถเต็มซะก่อนถึงจะออก
 


ช่วงที่เดินลงมาที่วินรถจิ๊ปก็มีของวางขายมากมาย  ศิลปินเปิดหมวกก็เยอะบางวันก็มีเป่าปี่เรียกงู แสดงระบำภารตะ ชมกันเพลินไปเลย แต่อย่าให้เขาโชว์พิเศษนะพอโชว์เสร็จ เขาจะเอานิ้วโป้งขยี้ไปมาระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง แล้วบอกเราว่า"มันนี่ มันนี่ ทิป...ทิป" ประมาณว่านี่โชว์พิเศษนะโว้ย ฮ่าาาๆๆ
 





ขึ้นรถจิ๊บลงมาจากพระราชวัง คนละ 20 รูปี เต็มออก เต็มออก
 





ฝั่งตรงกันข้ามกับพระราชวังแอมเบอร์มีนกพิราบเยอะมาก จะมีพ่อค้าแม่ค้านั่งขายอาหารนก

 




 
ก่อนกลับเข้าเมือง ชัยปุระแวะเก็บภาพหน้าพระราชวังแอมเบอร์อีกนิดหน่อย


 

แหม๋!!...ก่อนออกจาก พระราชวังแอมเบอร์ และป้อมปราการแอมเบอร์ของลงรูปตัวเองซะหน่อย
ภาพสวยๆโดย..."หมีคิดดัง" และ"ช่างภาพขาลุย" ครับ

 

ลงเขามาจาก พระราชวังแอมเบอร์ และป้อมปราการแอมเบอร์ฟอร์ท เราแวะชม Jal Mahal ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของวันที่เราแวะเที่ยวเพราะเป็นทางผ่าน ...ถ้าใครไปเที่ยว ชัยปุระ แล้วจะต้องแวะชมให้ได้จะเลือกชมตอนขาขึ้นไปชม แอมเบอร์ฟอร์ท หรือขาลงมาก็ได้แล้วแต่สะดวก เพราะ Jal
Mahal ตั้งอยู่ในจุดที่เราต้องผ่านอยู่แล้ว
 
Jal Mahal เป็นพระราชวังที่มีความสวยงามน่าเที่ยวชมมากความโดดเด่นของ Jal Mahal คือตั้งอยู่กลางทะเลสาบ ManSagar Lake คนท้องถิ่นรวมถึงนักท่องเที่ยวมักเรียกกันว่า The Water Palace พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยมหาราช สวาย ใจสิงห์ที่ 2 (Maharaja Sawai Jai Singha 2)
ตัวอาคารใช้หินทรายโทนสีเปลือกไข่ในการก่อสร้าง
 



Jal Mahal พระราชวังกลางน้ำ (The water Palace)

 

บริเวณฝั่ง ด้านหน้าของพระราชวัง JalMahal มีการวางขายของแบกะดิน ประเภทรองเท้าเครื่องประดับ ฯลฯ และยังมีร้านถ่ายภาพที่รับถ่ายโดยแต่งพร๊อพ ในชุดอินเดียโบราณต่อๆหน่อยก็จะได้ราคาถูก คือ 100 รูปี(50 บาท) ต่อภาพ ถ่ายเสร็จ เขาปริ้นให้เลยครับ
 
ด้านบนฟุตบาท ก็มีรถเข็นขายมะพร้าว ชา ผลไม้ถั่ว จิปาถะ ...และมีบริการนั่งอูฐเที่ยวด้วยครับ









ที่ JalMahal มีการวางขายของแบกะดินคล้ายตลาดนัดเล็กๆ มีจัดพร๊อพ ถ่ายชุดโบราณ ด้วยครับ
 

วันแรกของการออกไปท่องแดนภารตะ ชัยปุระ ของผมและเพื่อนบล๊อกเกอร์...ไปชมในแต่ละสถานที่ สุดอลังการงานสร้างมากครับ เห็นว่าในอีก2-3 วันที่เหลือ แต่ละที่ก็สุดยอดไม่แพ้กัน
 

กลับถึงโรงแรมที่พักผมนี้รีบ ส่งภาพไลน์ ลงเฟสอวดเพื่อนๆ ที่เมืองไทยแบบ รัวๆๆๆๆ เลยครับ แหม๋!!...สัญญาณ นี้ลื่นปรื๊ดปร๊าดไม่มีสดุด เพราะผมมี Pocket WiFi ของ GlobalWifi ติดตัวอยู่ตลอดเวลา พกพาสะดวกอืม!!...ของเขาดีจริงๆครับ ถ้าเพื่อนๆ ไปต่างแดนหาติดตัวไว้สักชุด เล่นเน็
ถ่ายทอดสด รับประกันไม่มีสดุด ...ติดตามกันต่อ นะครับ "ตลุยแดนภารตะ...ชัยปุระ นครสีชมพู" ยังมีอะไรดีๆ อีกเยอะเลยคร้าบบบ
 
ติดตามแฟนเพจเฟสบุ๊คได้ที่
 
https://www.facebook.com/soksagtravelling/
(เที่ยวซอกแซก ZogZagTravelling)
https://www.facebook.com/anontaseeha/
(ชายสามหยดพาเที่ยว)

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 12/05/2017 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

แวะตามมาอ่าน คำอธิบายครับผม

ความคิดเห็นที่ 12 ชายสามหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ภาพสวยงาม

สถานที่งดงาม

อ่านเพลิน แม่หมีว่าคุณชายฯ ยิ่งเขียนยิ่งน่าอ่าน

เอิมมม.... "นี่ไม่ใช่ดาราบอลลี่วู๊ดหรอกนะ..."ชายสามหยด" เองแหล่ะ ฮ่าาาๆๆ "

แม่หมีว่า มาดให้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 ชายสามหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 17.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ศิลปะที่ผสมผสานระหว่าง ฮินดู และอิสลาม สวยไปอีกเเบบหนึ่งค่ะ
เเต่ถ้าจะไปเที่ยวก็คงไม่สนุกก็ตรงที่ต้องจ่ายทิปแทบทุกอย่างนี้เเหละค่ะ
ไม่เคยไปอินเดีย แต่ได้ยินคนที่ไปทำงานที่อินเดียเล่าให้ฟัง ขอทานเยอะมาก ถ้าให้เงินขอทานไปคนหนึ่งเเล้วเขาก็จะไปบอกต่อกัน คราวนี้เเหละไปไหนมาไหนไม่ได้เลย ขอทานมายืนรอเลย ผลสุดท้ายคนที่เล่าให้ฟังบอกว่า ขออยู่แต่ในโรงเเรมดีกว่า มียามเฝ้า ขอทานเข้าไปขอเงินไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ชายสามหยด วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

ความคิดเห็นที่ 7

สวัสดีครับพี่...hayyana

ขอบพระคุณมากครับผม

บนเครื่องบน ชาวอินเดียนี้สั่งพนักงานแอร์โฮสเตส ตลอดครับเห็นแล้วเหนือยแทน ฮ่าาาๆๆ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ชายสามหยด วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 17.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

ความคิดเห็นที่ 6

สวัสดีครับพี่โต้ง...สำรวจฟ้า

ขอบพระคุณมากครับผม

ที่อินเดีย ขอทานเยอะมากครับ และเป็นนักตื้อในการขายชั้นยอดจริง เรื่องตื้อนี่อินเดียเขาเก่งมากครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ชายสามหยด วันที่ : 31/03/2017 เวลา : 17.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

ความคิดเห็นที่ 4

สวัสดีครับพี่สาว...ชบาตานี

ขอบพระคุณมากครับผม

หน้าตาผมแสดงหนังอินตระเดีย ได้เลยนิ ฮ่าาาาาๆๆๆ อีนี่เหมือนแขกมากจ๊ะนายจ๋า

ความคิดเห็นที่ 7 ชายสามหยด , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
hayyana วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

สุดยอดเลยครับ
แขกเรียกใช้คนอื่นเหมือนแกล้งให้เดือดร้อนนี่เหมือนจะเป็นวัฒนธรรมเลย ต้องเจอดี

ความคิดเห็นที่ 6 ชายสามหยด , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สำรวจฟ้า วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

สุดยอดจริงๆชาวอินเดีย อะไรๆกต้องเงิน อาจเป็นว่าฐานะความยากจนจึงทำให้เป็นอย่างนั้นก็ได้ หรือว่าอาจเป็นวิถ๊คิดของเขาที่จะต้องตีค่าการให้ทุกอย่างเป็นเงินตรา

สไตล์จุกจิกกวนใจอินเดียกับอียิปต์ใกล้เคียงกัน

ความคิดเห็นที่ 5 ชายสามหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ni_gul วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

หูย! พ่อคู้ณ! เล่าเก่งเหลือเกิน ได้บรรยากาศคนอินเดียมาก
อินเดี๊ยอินเดียจนแทบจะได้กลิ่นติดจมูกขึ้นมาเลย
นิกุลเคยเจอกรุ๊พนักท่องเที่ยวชาวอินเดียสมัยทำงานโรงแรมค่ะ...
ตอนกรูมาขอกุญแจงี้ เสียงรัวลิ้นมาตั้งแต่ 10 เมตรก่อนถึงเคาน์เตอร์เลย
แถมพักโรงแรม 4 ดาว แต่ขอขันน้ำทุกห้อง!
แม่บ้านงี้ส่ายหัวเป็นอินตะระเดียตามกันเป็นแถว ฮ่ะๆๆๆ เอิ๊กๆ
เล่าเก่งจังค่ะ สถาปัตยกรรมชัยปุระสวยจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 ชายสามหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 19.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

หน้าตาเหมือนอาบังแบบนี้
รับรอง อยู่แดนภารตะได้สบายเลยนิน้องบ่าวเหอ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชายสามหยด วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 18.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

ความคิดเห็นที่ 1

สวัสดีครับพี่ชาลี...BlueHill

อินเดีย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีอารยธรรมเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยพุทธกาล และอีกอย่างที่ พี่ต้องชอบมากคือ อินเดียนกเยอะมากครับ เพราะคนที่นี่เขานับถือสัตว์ต่างๆ ในป่าธรรมชาติที่ผมนั่งรถผ่าน จะเห็นนกยูง และนกอื่นๆ ออกมาเยอะเลยครับ อีกทั้งเหยี่ยวบินในตัวเมืองก็เยอะ เป็นฝูงๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ชายสามหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อินเดีย... บ้านเมืองเปี่ยมศิลและวัฒนธรรมทีงดงามจริงๆครับ
น่าไปเยือนจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ชายสามหยด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 30/03/2017 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อินเดีย... บ้านเมืองเปี่ยมศิลแะ วัฒนธรรมทีงดงามจริงๆครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน