เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย
พบเห็นเรื่องใดร้อยเรียงเป็นเรื่องราว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/charun2495
วันพุธ ที่ 11 กรกฎาคม 2561
Posted by พบเห็นเรื่องใดร้อยเรียงเป็นเรื่องราว , ผู้อ่าน : 257 , 23:43:12 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          หลังจากที่กลุ่มบริษัทเอกชนทั้งไทยและต่างชาติ ต่างให้ความสนใจเข้ามาซื้อซองประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) กันอย่างคึกคัก ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. ถึง 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ก็ได้เวลาปิดการขายเพื่อนับจำนวนผู้มาซื้อซองทั้งสิ้น 31 ราย 

ตัวเลขบริษัทที่เข้ามาซื้อซองทั้ง 31 รายนี้ คงทำเอาการรถไฟ ฯ ยิ้มแก้มปริ เพราะไม่คิดว่าจะมีบริษัทต่างๆให้ความสนใจในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางในไทยมากขนาดนี้ โดยจากรายชื่อทั้ง 31 รายที่เข้ามาซื้อซอง มีทั้งบริษัทไทยและต่างชาติเป็นสัดส่วนเกือบเท่ากันอย่างละครึ่ง โดยมาจากหลายสายธุรกิจ เช่น งานด้านรับเหมา, กลุ่มนักลงทุน, ธุรกิจรถไฟฟ้า, พลังงาน, อสังหาฯ,ค้าวัสดุ และธุรกิจหลากหลาย  

 

  

      ซึ่งคาดการณ์ว่าสุดท้ายแล้ว เมื่อถึงกำหนดวันยื่นซอง จะเหลือกลุ่มบริษัทที่จะเข้ามายื่นซองประมูลจริงๆเพียงไม่กี่ราย เนื่องจากโครงการประมูลรถไฟความเร็วสูง เป็นการลงทุนที่ใช้เงินทุนจำนวนมาก ระยะเวลาคุ้มทุนนานหลายปี บริษัทต่างๆที่เข้าซื้อซอง บางรายอาจข้ามาซื้อซองเพื่อศึกษารายละเอียด ข้อกำหนดต่างๆ  เพื่อต้องการเป็นซับคอนแทร็กต์ให้กับผู้ชนะประมูลก็เป็นได้ 

 

 

ซึ่งขณะนี้สื่อต่างๆได้มีการวิเคราะห์ศักยภาพของบริษัทต่างๆ ที่น่าจะหันมาจับมือเป็นพันธมิตรกันบ้างแล้วส่วนผู้เล่นหลักๆ

 ซี.พี.- บีทีเอส – อิตาเลียนไทยฯ –ทีพีไอ - ช.การช่าง - เทอดดำริ

โดยกลุ่มทุนยักษ์ที่เป็นตัวเต็งแถวหน้าในเกมส์การประมูลครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นสองเจ้าสัวอย่าง กลุ่มซีพี และบีทีเอส ที่ฝ่ายนึงแม้ไม่มีประสบการณ์ด้านระบบราง แต่ก็มีพันธมิตรต่างชาติที่แข็งแกร่ง ส่วนอีกฝ่ายก็อาศัยว่ามีประสบการณ์ในระบบรางเมืองไทยมานาน บวกกับมีพันธมิตรขั้วเดิมที่จับมือกันเหนียวแน่น อย่างซิโน-ไทย และราชบุรีโฮลดิ้ง 

 

 

เมื่อต่างฝ่ายต่างมีจุดแข็งกันคนละอย่าง  เรามาย้อนดูวิสัยทัศน์ของสองยักษ์ชิงไฮสปีด ว่าเค้ามีมุมมองต่อการประมูลขนส่งระบบรางครั้งนี้ว่าอย่างไร

 

ย้อนคำสัมภาษณ์ของเจ้าสัวธนินทร์ ที่เคยกล่าวถึงการลงสู้ในสนามแข่งประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ว่าพันธมิตรจากต่างชาติที่จะผนึกกำลังกันสู้ศึกประมูลในครั้งนี้คือ จีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส

“ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินของประเทศไทย ถือเป็นหัวใจของเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่ง ซี.พี.ต้องการจับมือนักลงทุนจีนและญี่ปุ่น ในการเข้าร่วมลงทุนโครงการนี้ บริษัทจากจีนและญี่ปุ่นต่างต้องการร่วมเป็นพันธมิตรกับไทย เป้าหมายคือพื้นที่อีอีซี และรองรับตลาดเกิดใหม่ โดยจะพัฒนาและเปลี่ยนผ่านพื้นที่เขตเศรษฐกิจย่านดังกล่าวให้เป็นโครงการร่วมลงทุนจากหลายฝ่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 

ซี.พี.เป็นพันธมิตรกับนักลงทุนจีนเป็นอันดับต้น ๆ โดยร่วมกับ “อิโตชู” บริษัทเทรดดิ้งรายใหญ่ของญี่ปุ่น และเป็นผู้บริหารร้านเซเว่นอีเลฟเว่นกว่าหมื่นสาขา  การลงทุนโครงการนี้ไม่ใช่มีเพียงบริษัทเอกชนไทย แต่เราต้องการให้มีนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาร่วมด้วย อีอีซีจะเป็นโมเดลการพัฒนาร่วม ทั้งทุนท้องถิ่นและบริษัทต่างชาติ จึงพยายามทำให้พื้นที่นี้ดึงดูดความสนใจจากต่างชาติทั่วโลกให้เข้ามาลงทุน”

“ผมต้องการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง ที่ร่วมกับบริษัทจีนและญี่ปุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งจีนและญี่ปุ่นได้นำเสนอเทคโนโลยีด้านรางรถไฟไฮสปีดจากประเทศตัวเอง ทั้ง 2 ประเทศจึงแข่งขันกันหนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการลงทุนโครงการนี้ในอีอีซี การแข่งขันของประเทศทั้งสองก็จะลดลง และมีสปิริตในการร่วมมือกัน อย่างอิโตชู ดูเรื่องการพัฒนาที่ดินและรัฐวิสาหกิจจากจีน จะดูเรื่องเงินลงทุนและการผลิตรถ ส่วนระบบจะใช้ “อัลสตรอม” ประเทศฝรั่งเศส "

 

ส่วนทางด้านเจ้าพ่อระบบรางเมืองไทย อย่างเจ้าสัวคีรี บีทีเอสนั้น ก่อนหน้านี้ประกาศชัดว่าจะขอท้าชิงเข้าประมูลไฮสปีดและจะอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเจ้าสัวซีพี (แปะลิ้งค์ข่าวฐาน)  แต่ท่าทีล่าสุดเมื่อวันที่ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเหตุการณ์บีทีเอสขัดข้องเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น  กลับดูโอนอ่อนและเผยว่า ยินดีผนึกกับทุกขั้ว ทั้งซีพี ,ปตท. หรือเซนทรัลพัฒนาฯ โดยเจ้าตัวบอกพร้อมเปิดกว้าง กับทุกพันธมิตรทั้งไทยและต่างชาติ

 

“ปตท.เป็นบริษัทใหญ่ ต้องรอเสนอเข้าบอร์ดก่อน หากตัดสินใจร่วมกับเราก็ยินดี ส่วนซีพีคุยกันตลอด ผมกับเจ้าสัว (ธนินท์ เจียรวนนท์) กินข้าวคุยกันบ่อย คุยทุกเรื่องทั้งบ้านเมือง รถไฟความเร็วสูง ส่วนจะจับมือกันมั้ย ต้องดูความจำเป็นกับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจริง ๆ แล้วผมจับมือได้กับทุกคน ใครที่เป็นพาร์ตเนอร์ที่มีศักยภาพและจริงใจก็ร่วมทุนได้หมด ส่วนสัดส่วนการถือหุ้น ต้องดูความสามารถทางการเงิน การทำงาน ใครเก่งด้านไหน”

 

               นอกจากสองกลุ่มขั้วตัวเต็งข้างต้นแล้ว ก็ยังมีกลุ่มย่อย

                ที่คาดว่าน่าจะตบเท้าเข้ายื่นซองประมูลในวันที่ 12 พ.ย นี้เช่นกัน

 

  • กลุ่มช.การช่าง และ BEM กำลังหาพันธมิตรเพิ่มจากยุโรป ญี่ปุ่น และจีน
  • กลุ่มอิตาเลียนไทย  ร่วมกับบริษัทยุโรป อาทิ บจ.Salini Impregio S.p.A. จากอิตาลี และ บจ.ทรานเดฟ กรุ๊ป จากฝรั่งเศส ที่เคยยื่นประมูลโมโนเรลสายสีชมพูและสีเหลืองมาแล้ว และอาจมี บจ.ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย)
  • กลุ่มเทอดดำริ และ บจ.WANNASSERINTERNATIONAL GREEN HUB BERHADจากมาเลเซีย

 

           

 

              ข้อมูลข้างต้นเป็นแค่เพียงการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่กลุ่มทุนต่างๆจะร่วมมือกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ที่จะตกลงกันได้ด้วยดีหรือไม่ ซึ่งต่อจากนี้ ทางผู้ซื้อซองทุกรายก็จะศึกษารายละเอียด รวมถึงทำเอกสารข้อเสนอต่างๆ เช่น รายละเอียดว่าจะพัฒนาโครงการอย่างไร โครงสร้าง งบประมาณ การเงิน และที่สำคัญคือ จะของบสนับสนุนจากรัฐเท่าไหร่ โดยจะมีกำหนดยื่นซองประมูลวันที่ 12 พ.ย. นี้โดยจะมีกำหนดยื่นซองประมูลวันที่ 12 พ.ย. นี้และจะเปิดซองการประมูลในวันที่ 13 พ.ย. ซึ่งจะมีการประกาศผลผู้ชนะประมูลในเดือน ธ.ค.นี้  ไม่ว่าสุดท้ายแล้วฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ แต่สาธารณะประโยชน์เหล่านี้ เมื่อครบระยะเวลาการครอบครอง ก็ต้องตกเป็นของรัฐบาล เป็นสมบัติของชาติบ้านเมืองเราต่อไปไม่ใช่หรือ? 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน