• ชะเอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : cha_araya@msn.com http://www.chatturat.com/
  • วันที่สร้าง : 2008-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 90505
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เมืองดอกไม้หมายเลขเก้าสิบก้าว
แล้วแต่จะคิดดอกไม้ทุกชนิดมีปริศนา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chawalachaimeerang
วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1663 , 23:44:13 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แต่นั้น ภูมีเจ้าคนิงใจ ตั้งเที่ยงซาติที่กรรม คอบเนื้อ ลือห้าม ห่อนเป็น นี้เดท้าวกล่าวแล้ว ผายสู่ พาชีม้าจึงพาบาไป ซ่วงกะบวน ถายหน้าอาชะไนยผ้าย เวหา เหาะหอบทะยานแล่นผ่าย ผายฟ้า ล่วงบนดงขวางขั้น ไพรสัณฑ์ แลนซ่องเหลียวล่ำไม้ ลำเลี้ยน ป่าเลียนผ่อเห็นวันซอดไม้ ลับเหลี่ยม เมือแลง แลเยออาชะไนยผาย เหาะไป เร็วรีบเถิงแดนด้าว ดงขวาง แสนย่านเป็นด่านด้าว เขาข้วง ป่าหลวงเป็นไพรกว้าง ดงขวาง ลัดล่วงมีหมากไม้ เหลือล้....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 722 , 13:46:02 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แต่นั้น ราชาเจ้า จนใจคึดคั่งเสด็จสู่ ปราสาทแก้ว นางน้อย แม่เมืองภูมีต้าน จานาง น้องนาถเจ้าอย่าคึด คั่งแค้น นำท้าว ลูกลุน พี่ท้อนท้าวหากเป็นแนวเซื้อ โพธิญาณ องค์ประเสริฐอันจักตกต่ำต้อย เสียหน้า อย่าหวัง พี่ท้อนแต่นั้น นางคราญได้ สัญญา ตั้งเที่ยงคึดเถิงลูกน้อย พลอยห้อง ดุ่งเดียวสัพพะกอดเกี้ยว กลอนใหม่ มาแถลงเดียงกลอนสาส์น กล่าวมามิเสี้ยงกุมารท้าว บาบุญ องค์ประเสริฐตามม้าแก้ว พาผ้าย เผ่นพะโยมภูมิท้าว ทร....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 680 , 10:52:30 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พอเมื่อ กาลฤดูถ้วน สงกรานต์ ปีใหม่ มาแล้วหลายขวบเข้า เดือนตั้ง ถ่ายฤดูศรีคานแก้ว บาคาน สอนบ่าวได้สิบสี่ขวบเข้า ปีนี้ ฮ่วมมา นี้แล้วศรีสงวนท้าว โฉมงาม เสมอหล่อฮุ่งค่ำเช้า เทียวเฝ้า พ่อพระองค์พระก็มีคำห้าม กุมาร แมนหล่ออย่าได้ไปแอ่วเล่น โฮงม้า กาบมะณี แท้เนออันว่า กุมารท้าว คนิงดู เห็นหลากพระพ่อห้าม คำนี้ ดังได นี้เดบาคึดฮ่ำ แล้วลุกเลิก ลาลงยอมือทูล กราบลง เลยไหว้บาก็ลงเถิงห้อง สนามไชย เซาแว่คึดฮุ่งแจ้....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 714 , 10:50:01 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พอเมื่อ มึนนานได้ ทรงครรภ์ คัพภวีกหนักหน่วงท้อง คีงเนื้อ หล่าเหลืองกาละดูถ้วน สิบสองเดือน ทัดเทียงนงนาถน้อย กาลถ้วน ล่วงเถิงนางก็หนหวยฮ้อน เถิงยาม ใกล้เที่ยงจันทร์เศษถ้วน สูรย์ตั้ง แม่นยาม ท่านแล้วเดือนสิบสองคั้ง เจียระภูม วันตรุษนางนาถน้อย จวนท้อง ทอดนอนฝุงพี่เลี้ยง ฟ้าวแต่ง เดาดาเขาก็ตีตะโพนพิณ เสพสวน เสียงห้าวดาดีตั้ง ภาแพ ฮับราชเสพแจ่มเจ้า เชิญน้อย ออกมานางคานน้อย เททวง กั้นสวาทเถิงเที่ยงล้ำ วันก....

อ่านต่อ

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 830 , 12:51:08 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แต่นั้น เกสสัตถาท้าว ยอมือ ทูลบาทขอพระผายโผดเลี้ยง หอมข้า อย่าไล แด่เนอชาติที่สงสารนี้ ไปมา ปิ้นไป่ บ่เที่ยงหมั้น ไขใบ้ บอดเบา แท้แล้วแม่นว่า อาคมแก้ว ศรพระขรรค์ ดวงประเสริฐขอให้พระสอนสั่ง ให้ความฮู้ คู่ครอง พระเอยแต่นั้น อินทาต้าน สำแดงบอก กรรมหลังเวรบาศรี แต่ปาง ปฐมพุ้นยามเมื่อปางปฐมเค้า บาลง ไปเกิดทรงกำเนิดซั้น เซียงล้าน โลกคน แท้แล้วบาได้ทำเพียรสร้าง โกศล อนันต์เนกก็เล่าทำโทษฮ้าย กรรมข้อง คอบคีง ....

อ่านต่อ

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 742 , 18:45:53 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พระก็หนี จากบ้าน นานยิ่งหลายเดือนยังค่อยเทียระคาคง ต่าวคืน หอมข้า แด่ฤาเมื่อนั้น ภูวนาถเจ้า เสด็จสู่หอแสงเสนาไหล แห่นำ แหนเฝ้าอันว่าภูมีขึ้น เกยขวาง คนคั่งเสเนตล้น แหงนเจ้า ลุ่มเทิงขุนหลวงขึ้น ทูลทัน ผายโผดเสเนตล้อม แหงนซั้น นั่งฟังภูเบศหนีจากบ้าน วางไพร่ เดินไพรยังค่อยศรี เสถียรสุข บ่มีโพยต้อง แด่ฤาอันหนึ่ง พระได้ไปเถิงไท้ มหารัศมี ตนประเสริฐผายโผดให้ เฮียนได้ ดั่งประสงค์ แด่ฤาแต่นั้น ราชาต้าน ขานขุ....

อ่านต่อ

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 785 , 14:09:26 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ท้าวก็เดิน ดุ่งดั้น มาแต่แดนใดตนเดียวปลอม ปรารถนา ใดบ้างแต่นั้น ราชาต้าน ขานคำ ฮับพากย์เฮาก็เนา แห่งห้อง พาราพุ้น กว่าไกล แท้แล้วแล้วเล่าไปเถิงไท้ มหารัศมี ตนประเสริฐขอฮ่ำฮู้ เฮียนแก้ว ศาสตระศิลป์ก็จิ่งลาจากเจ้า ตนประเสริฐ โพธิญาน เดินคีรี ล่วงไพร พงกว้างไปเถิงท้าว สุบัน พญาใหญ่ท่านก็เนา อยู่ห้อง เขากว้างจิ่มกะแส พุ้นดายแต่นั้น สองก็ฮักขอดมั่น เฮียงฮ่วม เกลอสหายเลยเล่ามีคำฮัก เสี่ยวเฝือ แฝงชั้นแต่นั้....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 728 , 13:31:05 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แต่นั้น ครุฑใหญ่ต้าน คำขอดไมตรีบายธนูศิลป์ ยื่นสหาย ดวงกล้าครุฑก็มี คำต้าน สหายแพง บนบอกดูขนาดกล้า ธนูหน้า เดชแข็งแม่นจักแยงยิงพื้น ผาหลวง หลุบหล่มแม่นจักยิง แม่น้ำ นองบ้า ก็ขาดเขินอันหนึ่ง เจ้าจงไปยามเชื้อ สหายแพง พันธุราชท่านก็เนาอยู่สร้าง แดนด้าว เขตขัณฑ์ท่านนั้นเตโชกล้า ลือซา เซ็งโลกใต้ลุ่มฟ้า สรวงเซื้อ ศาสตระศิลป์ให้เจ้ายามแก้ว สหายแพง ฮักขอด กันแล้วอย่าได้ไป จวบผ้อ มารฮ้าย หลีกไกล แด่เทอญสองสั่....

อ่านต่อ

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1357 , 00:00:46 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บัดนี้ สัพพะสอดเกี้ยว กลอนเก่า มาแถลง ก่อนแล้วพี่จักเดียง กลอนสาร กล่าวมา มีเสี้ยงแม่นว่า ราชาผ้าย เวหา ปอมเมฆ เหลียวล่ำเยี่ยม โฮงกว้าง เฮือเฮืองเมืองหลวงกว้าง รุงรัง ล้านย่านผาสาทตั้ง ลุ่มฟ้า เขียวสิ่ว ซั่วตาอันว่าราชาท้าว คนิงใจ ดูหลากฮ้อยแม่น ผาสาทเจ้า ผีเสื้อ ยักษ์หลวงกูจักเอา ตนเข้า ไปถึง ผีใหญ่กูบ่มี หย่อนย่าน ผีเสื้อ ท่อใด ว่าดายค้อมว่า ท้าวฮ่ำแล้ว ต้านต่อ อาชไนยเจ้าจงเอา โตไป จอดศาล หอกว้างแต....

อ่านต่อ

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1106 , 15:33:05 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อนั้น นางก็ยก มือไหว้ เทโว น้อมเหนี่ยวขอแก่ พระบาทไท้ อย่าได้ เที่ยวเดิน เทาะนาอันจักไล เมืองไว้ วางอวน ปะไป่ สันนี้น้องก็เป็น ผู้ใบ้ หอมข้า ไพร่ไท ได้ลือแต่นั้น ราชาต้าน เมียขวัญ น้าวจูบพี่จักไป แอ่วเต้า มิซ้า ซิต่าวมา พี่แล้วให้น้องเพียร พลสร้าง นครศรี ตุ้มไพร่พี่บ่ตั้ง อยู่ซ้า คนิงน้อง พี่แพง พี่แล้วแต่นั้น นางนาถไท้ ทูลบาท บาศรียอชุลีกร กราบลง เลยไหว้ขอให้ราชาท้าว ไปเปียว มาเที่ยวน้องก็ยัง โส....

อ่านต่อ

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1131 , 15:09:38 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ศรีสุมังคละ เลิศล้ำ สิทธิเดช ลือชานาโถสุด ยอดญาน ไตรแก้วสวัสดีน้อม ในธรรม พุทธบาทคุณพระยก ใส่เกล้า ถนอมไหว้ สู่ยามยินฮ่วนฮ่วน เสียงฟ้า ฮ้องฮ่ำ ระงมฝนกาละดู ปีเถิง ถ่ายมา เติมตั้งเชษฐมาสถ้วน ฝนฮวย ย้อยหยาดครืนครืนฟ้า เสียงห่าว ทั่วทะรังข้าขอยก มือไหว้ เทโว เยี่ยมยั่งเห็นฮุ่งญาน ยอดแก้ว ตามไต้ ยื่นถวายขออย่ามี โพยต้อง โรคาสักสิ่งโพยพยาธิไข้ ในเนื้อ อย่าเบียน แด่เนอขอให้ลุ ถึงม่อง ได้ดั่ง ใจจงคงอยู่ใน ส....

อ่านต่อ

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1259 , 13:56:15 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  ผมร้องไห้รำพันเพราะเพื่อนจากไปอย่างไม่มีวันกลับ “กันช่วยเพื่อนได้เท่านี้แหละเพื่อนเอ๋ย ไม่น่าด่วนตายไปก่อนกัน น่าจะรอกันก่อน” ผมนั่งซบหน้ากับหัวเข่า ร้องไห้อย่างมิอายคำหล้า จนเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ที่ผมนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น จนกระทั้งได้ยินเสียงคำหล้าพูดขึ้นว่า “พี่หยุดร้องไห้เสียเถอะ มีคนขี่ม้ามา จะเป็นหมู่สายหรือเปล่าก็ไม่ทราบ” ผมเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แล้วเพ่งมองไปข้างหน้า พลันนั้นเองผมก็เห็นค....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 923 , 13:53:57 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักสูงอยู่แล้วในยามปกติ ตอนนี้มันยิ่งสูงขึ้นไปอีก เนื่องจากฝนตกลงมา น้ำขึ้นเกือบถึงฝั่ง ไหลเชี่ยวกรากน่าสะพึงกลัว ในยามนี้ไม่มีใครกล้าหาญที่จะข้ามไปฝั่งโน้น มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่กล้าทำ ขืนข้ามไปก็เหมือนฆ่าตัวตาย ฤดูฝนก็เป็นอย่างนี้เอง ฝนตกไม่เว้นแต่ละวัน เมื่อฝนตกน้ำในแม่น้ำก็สูงขึ้น ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ผมคุกเข่าก้มลงใช้ปากเป่าไฟที่ก่อขึ้นด้วยฟืนอันเปียกชื้น ไฟติดยากเหลือเกิน พยาย....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 930 , 13:52:30 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หมู่บ้านแห่งนั้นเป็นชุมชนเล็ก ๆ ประมาณห้าสิบกว่าหลังคาเรือน มีผู้ใหญ่บ้านปกครองหนึ่งคน มีร้านค้าสองสามร้าน แต่ละร้านขายของจิปาถะและรับซื้อพืชไร่ ควบคู่กันไป ชาวไร่ที่กระจัดกระจายกันอยู่ตามป่า ถ้ามีเวลาว่างมักจะพากันมาที่นี่ นอกจากพืชไร่มาขายได้เงินแล้ว ก็ซื้อของกินของใช้กลับไปยังไร่ เพราะที่นี่มีของกินของใช้ทุกอย่าง เป็นศูนย์กลางของชาวบ้านป่าเมื่อแผลถูกยิงหายดีแล้ว หมู่สายก็ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งน....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 934 , 13:50:57 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ความรักที่มีต่อคำหล้าเป็นรักที่บริสุทธิ์ ตั้งแต่รู้จกกันมา ได้อยู่ใกล้ชิดกันผมไม่เคยล่วงเกินอะไรเธอมากไปกว่า การกอดจูบในบางครั้งบางคราว ผมรักเธอเกินไปจนไม่กล้าทำอะไรนอกเหนือไปกว่านั้นจะมัวอ้อยอิ่งอยู่ก็ไม่ได้ จึงตัดสินใจเหวี่ยงตัวขึ้นนั่งบนหลังม้า มองดูสมพันธ์เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยก็พยักหน้าให้ตามผมมา ผมกระตุ้นให้ม้าออกวิ่ง พอพ้นประตูไร่ก็หันกลับไปมอง เห็นพ่อกับแม่และคำหล้ายังยืนมองผมอยู่ผมหยุดม้าบอก....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1094 , 13:48:12 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เราสามคน หมายถึงผมกับสมพันธ์ และคำหล้าได้อาศัยในร่มไม้ชายคาของพ่อกับแม่ผู้อารีย์ ถึงหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ  มีความสุขสบายดีจนไม่อยากจะจากที่นี่ไป สมพันธ์หายป่วยแข็งแรงพอที่จะขี่ม้าได้แล้วเช้าวันนี้อากาศปลอดโปล่งกว่าทุกวัน ขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกมีสีแดง พระอาทิตย์จวนจะขึ้นแล้ว ผมผูกเบาะเข้ากับหลังม้าแทนอาน มองดูสมพันธ์ก็เห็นเขากำลังทำอย่างเดียวกับผม เราเอาผ้าขาวม้ามาเย็บแล้วเอานุ่นยัดเพื่อให้นั่งสบายขึ้น....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 947 , 13:46:34 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ผมก็ให้คำหล้าขับเกวียน ตัวผมเองขี่ม้าตัวที่เอามาด้วยเดินไปข้าง ๆ เกวียน เพื่อนเก่าของพ่อขี่ม้านำหน้า ม้าอีกตัวผูกติดกับเกวียนให้เดินตามหลังไปคำหล้าขับเกวียนไปตามทาง ผมขี่ม้าเดินคลอไปอย่างคนมีความหวัง ผมแน่ใจว่าเพื่อนเก่าของพ่อคนนี้เป็นคนดีแน่ คงจะดีใจที่พวกเราไปพักอยู่ด้วยจะได้มีความอบอุ่นสักครู่เพื่อนเก่าของพ่อก็ชักม้ามาเดินเคียงกับผม แล้วบอกว่า“พ่อมีที่ดินทำกินอยู่หลังเน....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 805 , 13:44:49 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมจำเป็นต้องเอาเกวียนไปด้วย เพราะสมพันธ์ยังไม่สร่างจากพิษไข้ ความคิดของผมสับสน ก่อนเกวียนจะออกเดินทางผมหันไปพูดกับชายเจ้าของกระท่อมว่า“เจ้าชื่อหยัง มาทีหลังจะได้เรียกถูก”“เฮาชื่อถา สูล่ะชื่อหยัง”ผมไม่ตอบคำถามแต่บอกเฒ่าถาว่า“ช่วยดูแลผู้หญิงดี ๆ เด้อ”แล้วผมกระตุ้นวัวให้ลากเกวียนเดินกลับไปทางเก่า เสียงดุมกับเพลาเกวียนสีกันดังออดแอด ใจผมพะว้าพะวงกลัวว่าหล่อนจะไม่ปลอดภัย กว่าจะถึงทางแยกก็ไกลโข ออกจากไร่เฒ....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 857 , 13:43:06 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ได้ยินแต่เสียงหริ่งเรไรกรีดเสียงร้องตามภาษาของมัน มองดูสมพันธ์ก็เห็นนอนหลับตาขดตัวอยู่ภายในเต้นท์ จะหลับหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ผมกับคำหล้านิ่งกันไปสักครู่ ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมา ร่างของเราทั้งสองเบียดกันอยู่ในความมืดคำหล้าไม่แสดงอาการหวาดกลัว หรือตกใจแต่อย่างใดเมื่ออยู่ใกล้กับผม ผมก็ไม่แสดงอาการลวนลามเธอ เราเห็นอกเห็นใจกันเมื่อยามมีทุกข์ ตอนหนึ่งผมบอกเธอว่า “พ่อเคยเล่าให้ฟังตอนแ....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 774 , 13:41:07 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ผมขอเล่าย้อนหลังสักเล็กน้อย เรื่องนี้พ่อเป็นคนเล่าให้ผมฟัง ภายหลังเหตุการณ์คลี่คลายลง ผมได้พาเมียกลับไปอยู่บ้านกับพ่อ เรื่องราวต่างๆจึงเปิดเผยขึ้น ต่อไปนี้เป็นเรื่องที่พ่อเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อเห็นคนขี่ม้าเข้าประตูไร่มาพ่อก็เข้าใจว่าต้องเป็นหมู่สายมาตามตัวผมเป็นแน่ พ่อไม่มีความวิตกอะไรเตรียมรับสถานการณ์เต็มที่ พ่อกับลูกจ้างกำลังซ่อมประตูคอกวัวอยู่ หมู่สายดึงบังเหียนม้าชักวนให้วกไปทางที่พ่อทำงานอยู่ ม....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 750 , 13:38:21 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ผมไม่สนใจคำพูดของสมพันธ์ เข้าไปยืนใกล้ประทุนเกวียนคู่กับหญิงสาวแล้วมองเข้าไปข้างใน ชายคนหนึ่งนอนเจ็บอยู่บนฝูกเก่าๆ ร่างกายผอมซูบ เวลาไอมีเลือดออกมาจากปาก ภาพที่เห็นทำให้ผมตกตลึง คนป่วยเป็นวัณโรค ชายผู้นี้เป็นวัณโรคอย่างแรง เขาคงมาหาอากาศบริสุทธิ์เหมือนกับคนอีกหลายคนในสมัยนั้นที่เชื่อกันว่า อากาศบริสุทธิ์จะช่วยให้โรคนี้หายวันหายคืน ในวัยเด็กผมก็เคยเห็นคนเป็นโรคชนิดนี้ออกไปนอนสูดอากาศบริสุทธิ์ตามป่าเข....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 730 , 13:36:20 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 “ลูกควรจะผละจากเขานานแล้ว ขืนอยู่ด้วยกันเขาจะพาลูกไปพบจุดจบ” นี่คือคำสั่งของพ่อ แต่ผมบอกกับพ่อว่า “เรื่องนี้ผมรู้มานานแล้วครับ อยากจะเลิกกับเขาตั้งร้อยครั้งพันครั้ง แต่ก็ทำไม่ลง เขายังต้องการความช่วยเหลือ ขาดผมเขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้หรือ? เราอยู่ด้วยกันมานานเกินไปแล้วพ่อ อะไรที่มันจะเกิดขึ้นก็ต้องเผชิญด้วยกัน” พ่อมองดูผมด้วยดวงตาเศร้า ๆ ผมไม่เคยเห็นพ่อร้องไห้ นอกจากเมื่อตอนที่แม่ผมตาย พ่อพูดด้วยน้ำตา....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 851 , 13:29:58 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 “ผมไม่ได้ทำผิด ผมถูกใส่ร้าย” สมพันธ์ยืนยันหนักแน่น แต่น้าผินไม่ได้ยินเสียแล้ว หล่อนเบือนหน้าเข้าฝาแล้วร้องไห้โฮ “น้าผิน ผมมาคราวนี้อยากจะขอยืมเงินน้าผินบ้างเพื่อเป็นทุนหนี แล้วผมจะใช้คืนให้เร็วที่สุด ความจริงไม่น่าจะต้องยืมน้าเลยแต่เราถูกโกง ค่าแรงรับจ้างเลี้ยงวัวทั้งปีเราไม่ได้รับ เรื่องนี้แหละเป็นต้นเหตุให้เกิดความยุ่งยากถึงกับฆ่ากันตาย” พอสมพันธ์พูดจบผู้เป็นน้าก็หันมาเกรี้ยวกราดกับหลานชายอย่างนึก....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1361 , 13:28:09 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หมู่สายพูดเสียงดังฟังชัด เสียงของเขาหนักแน่นราวกับหินผา “เก็บปืนดีกว่าไอ้หนุ่มน้อย พวกมึงกล่าวหาลุงก่อเรื่องเป็นหนี้ เราไม่รู้เห็นด้วย สิ่งที่เรารู้ก็คือตัวบทกฎหมาย การกระทำของพวกมึงอยู่ในข่ายปล้นทรัพย์ เลิกทำเสียเถอะ” “ผู้หมู่ครับ เราถูกโกงค่าแรง” ผมพูดขึ้น “เราเป็นฝ่ายมาตามเอาเงิน” หมู่สายจ้องดูผมไม่วางตา สายตาของเขาแข็งกร้าว จนผมไม่กล้ามองประสาน “กูจำพวกมึงได้” เขาว่า “ตำรวจได้คุมตัวเข้าห้องขัง เม....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 927 , 13:24:23 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตำรวจถามว่า “เกิดเรื่องอะไรกันขึ้น”  ลุงก่อชิงพูดขึ้นก่อน “สองคนนี้รับจ้างเลี้ยงวัวให้ผม ผมเพิ่งไปต้อนวัวมาขาย ค่าจ้างจ่ายกันเรียบร้อยแล้ว แต่มันยังตามมาทวงอีก” ผมแย้งทันที “โกหก พวกผมทำงานสิบเดือน ได้รับค่าจ้างเดือนเดียว ” นายตำรวจมองดูเราทั้งสองก่อนพูดว่า “กูพอจะจำพวกมึงได้ เคยเห็นพวกมึงเมื่อปีกลาย มึงเสียพนันที่หลังตลาดจนหมดตัว” “ใช่แล้วครับผู้หมวด” ลุงก่อสอด “ผมให้งานเขาทำตั้งแต่วันนั้น ทำให้เขาไ....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1574 , 10:36:10 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คนเรานั้นเลือกที่เกิดไม่ได้ บางคนเกิดมาสมบูรณ์พูนสุขทุกอย่าง บางคนเกิดมายากจนข้นแค้นแทบไม่มีอะไรจะกิน ผู้ที่แข็งแรงชอบเอารัดเอาเปรียบคนที่อ่อนแอ โลกนี้จึงไร้ความยุติธรรม เมื่อมีการข่มเหงน้ำใจกันใครเล่าจะยอม เมื่อมีการโกงกันอย่างหน้าด้าน ๆ ลูกผู้ชายยอมไม่ได้ การประหัตประหารจึงเกิดขึ้น ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตาย       คนจนมักเป็นฝ่ายเสียเปรียบในด้านกฎหมาย ไม่ผิดก็ถูกยัดเยียดให้เป็นผู้ผิด จึงต้องหนีเอาต....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 3867 , 01:59:58 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                 ภาพประกอบโดย : สุภี ปสุตนาวินบ่ายวันหนึ่งไอ้ช่วยแบกปืนเดินขึ้นมาบนกระท่อมของผม ขณะนั้น ผมกำลังทำความสะอาดปืนอยู่ตรงระเบียง ตาสุ่ยกำลังค้นหาอะไรของแกเสียงกุกกักอยู่ในกระท่อม พอนั่งลงไอ้ช่วยก็ถามขึ้นว่า      “คืนนี้ออกส่องสัตว์ดีไหมนาย?”      “ออกส่องที่ไหน?” ผมถามบ้าง      “ก็แถวโป่งแหว่ง หนองไฮที่เราเคยไป”      “น่าส่องนักหรือ?” ผมสงสัย      “ปีกลายนี้เราก็ได้กวางแถวนั้น ปีนี้น่าจะไป....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 2750 , 01:23:38 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                ภาพประกอบโดย : สุภี ปสุตนาวินภูเขาลูกนั้นยืนทะมึนขวางกั้นเป็นทิวยาวเหยียด มองแต่ไกลจะเห็นเป็นสีเทาหม่น ๆ ตัดกับขอบฟ้าไกลลิบ       จากหมู่บ้านของเราแม้จะมองเห็นเช่นนั้น แต่กว่าจะเดินไปถึงก็ครึ่งค่อนวัน เรียกว่าใกล้ตาแต่ไกลตีน      เขาลูกนี้มีแต่สิ่งเร้นลับ      บนเขาเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยแผ่กิ่งก้านปกคลุม บางแห่งมีแอ่งน้ำ ร่องหินแตกธารน้ำเล็ก ๆ ไหลรินออกมาตลอดปี จนตะไคร่น้ำจับเป็นสีเ....

อ่านต่อ

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 10861 , 23:59:23 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภาพประกอบโดย : สุภี ปสุตนาวินเมื่อผมกับตาสุ่ยและไอ้เขียวหมาพรานพากันเดินเข้าไปยังมู่บ้านแห่งนั้น หมาไทยห้าหกตัววิ่งมาเห่าล้อมหน้าล้อมหลัง ไอ้เขียวของเราเตรียมจะเข้าต่อสู้แต่ตาสุ่ยปรามมันไว้ จึงเพียงแต่แยกเขี้ยวคำรามอยู่ใกล้เจ้าของ     หญิงวัยกลางคนวิ่งลงจากเรือนมาไล่หมา ตาสุ่ยถามหนทางไปบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน หยฺงคนนั้นก็ชี้ทางให้ เรามองไปสักครู่ก็มองเห็นกลุ่มคนนั่งบ้างยืนบ้างอยู่เต็มลานบ้าน     พอพวกเขา....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 5100 , 20:26:16 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        ภาพประกอบโดย : สุภี ปสุตนาวินผมกับตาสุ่ยมาถึงหมู่บ้านซับบอนเมื่อตอนบ่าย หลังจากออกเดินทางกันแต่เช้ามืด     ภารกิจของเราก็คือติดตามลูกหนี้รายหนึ่ง เขารับรองจะเอาน้ำผึ้งมาให้เราสองปี๊บ ตามราคาที่ตกลงกัน แต่ขอเบิกเงินไปก่อนอ้างว่ามีธุระจำเป็น เมื่อเลยกำหนดนัดหมายยังไม่ได้รับของ ผมจึงชวนตาสุ่ยติดตาม    หมู่บ้านซับบอนเป็นหมู่บ้านที่เริ่มบุกเบิก ผู้คนเพิ่งอพยพเข้าไปอยู่ไม่นาน เป็นบ้านป่ากลางดงดิบ อ....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 9207 , 18:58:39 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                                                                         ภาพประกอบโดย : สุภี ปสุตนาวินเย็นวันหนึ่งตาสุ่ยบอกผมว่า    “นายครับ ผมอยากได้ปืนสักกระบอก”    “จะเอาไปทำอะไร?”    ผมถามด้วยความสงสัย เพราะอยู่ด้วยกันมาก็นานแล้ว ตาสุ่ยไม่เคยพูดว่าอยากได้ปืน    “ผมอยากมีไว้ป้องกันตัว ขณะนี้ผมมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จะต้องมีอาวุธประจำตัวจึงจะเหมาะสมเผื่อมีโจรมาปล้น ผมจะเอาอะไรไปคุ้มครองลูก....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 9703 , 18:45:17 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                            ภาพประกอบโดย : สุภี ปสุตนาวินอยู่บ้านป่าเป็นพรานแทบทุกคน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่จะเป็นพรานรุ่นไหนระดับไหนนั้น ค่อยพูดกันอีกทีหนึ่ง    ความจำเป็นบังคับให้พวกเขาต้องล่าสัตว์เป็นอาหาร ตั้งแต่สัตว์เล็ก ๆ กบ เขียด อึ่งอ่าง แย้ บึ้ง นก อีเห็น กระต่าย ไล่ไปตามลำดับขึ้นไปจนถึงเก้ง กวาง หมูป่า วัวกระทิง และเสือโคร่ง    ใครยิงสัตว์ใหญ่ได้ มีผลงานมากก็เลื่อนอันดับขึ้นไป ได้รับความย....

อ่านต่อ


/2
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]