• ชะเอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : cha_araya@msn.com http://www.chatturat.com/
  • วันที่สร้าง : 2008-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 99611
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เมืองดอกไม้หมายเลขเก้าสิบก้าว
แล้วแต่จะคิดดอกไม้ทุกชนิดมีปริศนา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chawalachaimeerang
วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 2299 , 18:20:25 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


              ภาพประกอบโดย : สุภี ปสุตนาวิน



ไกลออกไปทางทิศตะวันตก จากหมู่บ้านของเราเดินทางค่อนวัน ที่นั่นเขาเรียกภูขี้เถ้า ผางอบ ดอยเปลือย เป็นภูเขาใหญ่บ้างเล็กบ้างสลับกัน ติดเป็นทิวยาวเหยียด
    บนภูเขาแห่งนั้น มีป่าไม้นานาชนิด พวกไม้ไผ่ป่า ไม้รวก ไม้บงขึ้นเต็มไปหมด ลำต้นของมันงามเหลือเกิน เหมาะที่จะเอามาใช้งานเป็นอย่างยิ่ง
    ต่ำลงไปเบื้องล่างตามหุบเขา มีสายน้ำไหลรินตลอดปี น้ำใสไหลเย็นเป็นที่พักผ่อนอาบกินทั้งคนและสัตว์
    ผมกับตาสุ่ยพากันไปที่นั่นบ่อย ๆ มันเป็นที่อยู่ของคนภูเขาเผ่าหนึ่ง เป็นชนกลุ่มน้อยมีภาษาพูดของตัวเอง ยากที่เรา ๆ ท่าน ๆ จะเข้าใจ
    จะว่ากะเหรี่ยงหรือ? ผมก็ว่าไม่ใช่ แต่งตัวคล้ายพวกแม้วทางภาคเหนือ ผมไม่ทราบประวัติว่าพื้นเพพวกนี้มาจากไหน
    เมื่อผมเข้าไปทำไร่ในปีนั้น ก็ได้ยินใครต่อใครพากันเรียกพวกนี้ว่า ‘ซาบน’ คงจะมาจากคำว่า ‘ชาวบน’ เพราะพวกนี้ชอบอยู่ที่สูง ๆ บนภูเขา
    พวกนี้มีความเป็นอยู่ล้าหลังมาก บ้านของคนพวกนี้ก็คือป่าที่รกทึบมืดครึ้มด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย และซอกหินที่มีน้ำซึมซับอยู่ตลอดปี
    คนพวกนี้จะอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง ปลูกกระท่อมเพิงพักอยู่ชั่วคราวปลูกพืชไร่ปีสองปีก็ย้ายไปอยู่แห่งใหม่
    ที่ผมกับตาสุ่ยเข้าไปหาคนพวกนี้ ก็เพื่อเอาสินค้าไปแลกกับของป่า มีหวาย ขี้ผึ้ง น้ำมันยาง น้ำผึ้ง ขี้ไต้ แก่นคูณ และหนังสัตว์
    สินค้าของพวกเราก็มีพวกเสื้อผ้า ยารักษาโรค และเกลือ ถ้าให้เงินดูเหมือนพวกนี้จะไม่ต้องการเท่าไหร่ มีเงินแล้วไม่รู้จะไปซื้อของที่ต้องการได้ที่ไหน สมัยนั้น จุดที่ผมเล่านี้ มันอยู่ไกลสุดกู่กลางดงดิบแท้ ๆ ยากที่คนจะบุกบั่นเข้าไปถึง
    ที่น่าอัศจรรย์ก็คือ คนภูเขาพวกนี้ร่างกายแข็งแรง สามารถอาศัยอยู่ในป่าทึบที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย งูและแมลงมีพิษและไข้ป่าที่รุมเร้าอยู่ตลอดฤดูกาลพวกเขาอยู่กันได้ ไม่เดือดร้อนอะไร
    ถ้าเป็นคนอย่างพวกเราผู้เจริญเคยอยู่แต่ในเมือง ลองเข้าไปอยู่อย่างนั้นบ้าง ผมว่าต้องพลาดท่าเสียทีกับพวกโรคภัยไข้เจ็บแน่ ๆ หรือไม่ก็พวกสัตว์ร้ายนานาชนิด
    ทั้งนี้ก็เพราะคนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ถ้าเข้าไปอยู่ป่าก็พยายามจะทำให้ป่ากว้างใหญ่ให้มาเข้ากับตัวของเรา ซึ่งเป็นไปได้ยาก
    ส่วนคนภูเขาพวกนี้ พยายามทำตัวให้กลมกลืนเข้ากับป่า คนภูเขาพวกนี้ถือว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของป่า จึงดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นสุขตลอดมา
    อาวุธคู่มือของคนภูเขาพวกนี้ก็คือ หอก ธนู ลูกดอก หน้าไม้และแหลนหลาว ช่างเหล็กของพวกเขาได้รับการถ่ายทอดวิชาสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
    เครื่องมือเครื่องใช้ ประกอบขึ้นอย่างง่าย ๆ ตามมีตามเกิด เครื่องสูบลมใช้หลอมเหล็กทำด้วยหนังกวาง ค้อนทุบตกแต่งและทั่งตีเหล็ก เป็นปุ่ม ๆ แสดงว่าใช้งานมานาน เขาใช้เครื่องมือตีเหล็กเหล่านี้แหละ สร้างเครื่องมือล่าสัตว์ขึ้นมาใช้เอง
    หมู่บ้านของคนภูเขา มีเป็นหย่อม ๆ กระจัดกระจายทั่วไปในดงดิบบนหลังเขา กระท่อมแต่ละหลังมุงด้วยใบไม้หรือไม่ก็หญ้าแฝกหญ้าคา
    ฝาบ้านกั้นด้วยใบชาดใบกุง ซึ่งมีทั่วไปในป่า รูปร่างของกระท่อมเป็นเพิงหมาแหงน ปลูกติดกับพื้นดิน สร้างพอได้อยู่ชั่วคราว อย่างดีที่สุดก็ใช้ไม้รวกไม่ไผ่ทำ วัสดุต่าง ๆ เท่าที่หาได้ในป่าทั้งนั้น พวกเขาทำที่อยู่อาศัยไม่พิถีพิถันอะไรเลย
    ตามปกติ คนภูเขาพวกนี้จะไม่ยอมออกจากดงทึบที่อยู่อาศัย นอกจากมีความจำเป็นต้องติดต่อแลกเปลี่ยนสิ่งของจากชาวบ้าน ชาวป่าอย่างพวกเราซึ่งอยู่ในป่าเหมือนกัน แต่พวกเราเป็นคนที่เจริญแล้ว และอยู่ห่างจากพวกเขาออกมาอีก
    สิ่งที่คนภูเขาต้องการมากที่สุดก็คือเกลือ เกลือที่ดูเหมือนจะไร้ค่าสำหรับในเมือง แต่คนภูเขาต้องการมันมากมันมีค่าสูง เกลือเพียงหนึ่งหรือสองกำมือ บางทีเราก็แลกกับน้ำผึ้งป่าได้ตั้งสอง-สามกระบอกไม้ไผ่
    พวกพรานอย่างผมหรือคนอื่น จึงชอบแลกเปลี่ยนสิ่งของกับคนพวกนี้ ก็มันกำไรนี่ครับ แม้จะลำบากตอนเข้าไปและตอนลำเลียงออกมา คิดแล้วก็คุ้มกันอยู่ ใครไม่ทำก็โง่ละ
    แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกคนเสมอไป บางคนมีความโลภเห็นแก่ได้ในสิ่งไม่บังควร เข้าไปได้เพียงครั้งเดียว กลับไปอีกก็เป็นอันตราย
    ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ค่อยมีพรานหรือพ่อค้าคนไหนกล้าเข้าไปติดต่อกับคนพวกนี้ ถ้าเข้าไม่ถูกทางมันมีอะไรรอบตัว
    เมื่อคนอื่นทำไม่ได้จึงเป็นโอกาสของผมกับตาสุ่ย เข้าไปติดต่อทำมาหากินค้าขายกับคนภูเขาพวกนี้ ไปบ่อย ๆ จนคุ้นเคยกันดี หัวหน้าเผ่าต้อนรับผมกับตาสุ่ยเป็นกันเอง เพราะไปคราวใดเราก็มีของฝากพิเศษไปกำนัลหัวหน้าเผ่าทุกคราว
    การติดต่อค้าขาย คนภูเขาก็พูดภาษาคนเมืองอย่างเราแต่สำเนียงแปร่ง ๆ พอฟังรู้เรื่อง ส่วนภาษาพวกเขา เขาพูดติดต่อกันเอง เราไม่สามารถรู้ได้
    แม้จะมีความเป็นอยู่ล้าหลัง แม้จะยอมแลกของมีค่ากับเครื่องยังชีพในราคาถูกก็ตาม แต่เท่าที่ผมสังเกต คนพวกนี้ก็มีศีลธรรมเหมือนกัน
    เคยมีพรานและพ่อค้าของป่าบางคน เอาของไปขอแลกกับผู้หญิงของเขา ปรากฏว่าพวกนั้นโกรธมาก ไม่คบหาอีกเลย ดีไม่มีจะได้เป็นศัตรูกัน
    แต่ถ้าถูกใจ เห็นว่าเราเป็นมิตรแท้ เขาก็อยากหาคู่นอนให้เหมือนกัน แต่ผมกับตาสุ่ยไม่สนในข้องแวะกับสิ่งเหล่านี้ ปฏิเสธความหวังดีของเขาไป
    เราคงคบหาและค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ด้วยความสนิทสนมและถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน
    คนภูเขาพวกนี้เป็นพวกขี้อาย หวาดระแวงตลอดเวลา แต่ถ้าสามารถผูกมิตรทำให้เขาไว้วางใจได้แล้ว จะได้รับประโยชน์จากพวกนี้มากทีเดียว ไม่ว่าการแกะรอยสัตว์ หาของป่าที่ต้องการมาให้ ตลอดจนเป็นแบบอย่างให้เราในการดำรงชีพในป่า
    คนภูเขาที่ว่านี้ ดำรงชีพอยู่ด้วยการล่าสัตว์ ดักสัตว์ ทำไร่บนภูเขาเล็ก ๆ น้อย ๆ ปลูกข้าวไร่พอได้กินไม่เป็นโล้เป็นพาย แต่กลับไม่ขาดแคลนพืชผัก เพราะหาได้ทั่วไปในถิ่นที่พวกเขาอาศัยอยู่
    แต่พวกเขากลับขาดแคลนเนื้อสัตว์ทั้ง ๆ ที่มีอาชีพเป็นพราน และมีสัตว์ให้ล่ามากมาย เหตุที่เป็นดังนี้ ก็เพราะอาวุธที่ใช้ล่าสัตว์และเครื่องมือดักสัตว์ล้าสมัยยังไม่มีคุณภาพดีพอ
    อาวุธล่าสัตว์ของคนภูเขา ที่ยิงได้ระยะไกลก็คือหน้าไม้และธนูอาบยาพิษ เขาทำจากซากแมลงมีพิษสีเหลืองเข้ม มันจะได้ผลดีอยู่ อาจทำให้สัตว์ที่ถูกยิงเป็นอัมพาตหรือตายได้ในทันที
    แต่ถ้ายาพิษค้างนานก็เสื่อม หรือสัตว์ใหญ่เกินไปบางทียาพิษก็ไม่ค่อยได้ผล ส่วนใหญ่จึงได้สัตว์มาทำอาหารโดยการดัก ในป่าบางแห่งจึงเต็มไปด้วยกับดัก ทั้งบนต้นไม้และพื้นดิน การเดินป่าต้องระมัดระวังเหลียวซ้ายแลขวา มีคนเดินป่าตายเพราะโดนกับดักสัตว์มามากต่อมาก
    กับดักสัตว์ต่าง ๆ ทำขึ้นแบบง่าย ๆ ที่ดักบนต้นไม้เป็นหอกถ่วงน้ำหนักด้วยท่อนไม้ แขวนให้ใบหอกทิ่มปลายลงมาจากกิ่งไม้ เหนือด่านสัตว์มีเถาวัลย์พาดขวางทางไว้ แล้วโยงไปถึงหอก
    มีไม้ขัดเป็นไก ถ้าสัตว์เดินมาถูกเถาวัลย์ จะไปกระตุกปลดไก แล้วหอกก็พุ่งลงมาแทงสัตว์ทันที
    อีกแบบหนึ่งก็เหมือนจั่นห้าว ทำคันโก่งเหมือนสายธนู เอาหอกปลายแหลมเป็นลูก เอาเถาวัลย์พาดทางเดินของสัตว์เช่นกัน แล้วโยงอีกเส้นไปปลดไก พอสัตว์เดินผ่านเท้าไปเตะเถาวัลย์ ก็สะเทือนไปถึงเส้นปลดไก แล้วหอกที่ถูกรั้งไว้ด้วยสายธนูก็วิ่งออกจากแล่ง
    ส่วนตามพื้นดินนั้น พวกเขาขุดหลุมพรางเอาไว้ เอาไม้ไผ่มาจักเป็นตอกเส้นใหญ่ ๆ สานเป็นตาตะแกรง ลิดใบไม้วางตรงกลางแล้วเอาไปวางพาดบนปากหลุม
    เอาดินวางบนตะแกรงที่มีใบไม้รอง เกลี่ยดินให้เสมอกันกับพื้นดินสัตว์เคราะห์ร้ายตัวใดก้าวมาเหยียบที่หลุมพราง ก็จะยุบลงไปถูกไม้เสียบที่ปักไว้ก้นหลุมเสียบเอา หลุมพรางชนิดนี้เคยมีสัตว์ใหญ่ ๆ ตกลงไป เช่นวัวกระทิง หมูป่า กวางหรือเก้ง ถ้าได้สัตว์ใหญ่ ๆ อย่างว่า ก็สบายกันไปหลายวัน
    คนภูเขาพวกนี้ชอบกินเนื้อลิงมาก แต่กว่าจะได้มากินแต่ละครั้งแทบเลือดตากระเด็น เพราะลิงเป็นสัตว์อยู่สูงและแสนรู้ มันรู้ว่าคนเป็นศัตรูและจ้องจะเอาชีวิตมัน มันยิ่งซ่อนเร้นหลบหลีกไปไกล
    กว่าจะได้กินลิงกินค่างแต่ละตัว พวกเขาต้องใช้ความอดทน ซ่อนตัวอยู่ในที่ลับ คอยให้ลิงเผลอลงมาใกล้ ๆ จึงใช้หน้าไม้ยิงเอา
    ครั้งหนึ่งตาสุ่ยช่วยยิงลิงให้ตัวหนึ่งแต่ลิงติดค้างอยู่สูงมาก พวกนั้นไม่ย่อท้อ ปีนต้นไม้ขึ้นไปเอาซากลิง คล่องแคล่วพอ ๆ กับลิง
    เนื่องจากอาหารการกินฝากไว้กับป่า จึงมีการขาดแคลนอยู่บ่อย ๆ พวกเขาต้องออกหาจับพวกแมลง สัตว์เลื้อยคลาน หาไข่นก ไข่ไก่ป่า และเที่ยวยิงพวกสัตว์เล็ก ๆ กินไปตามเรื่อง แต่ถ้าโชคดีได้สัตว์ใหญ่สักตัวพวกเขาจะพากันสนุกสนานเป็นพิเศษ
    ผมกับตาสุ่ยเคยไปนอนค้างอ้างแรมกับคนพวกนี้ พาพวกเขาออกล่าสัตว์ ให้พวกเขาเก็บของป่ามาให้ เราจึงเป็นมิตรที่ดีต่อกัน
    กลางดงดิบที่คนภูเขาอาศัยอยู่ นอกจากเป็นถิ่นของสัตว์ป่าต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นที่อาศัยของแมลงและสัตว์เลื้อยคลานที่มีพิษ เช่น งู งูนานาชนิดพิษของมันร้ายแรงพอที่จะทำให้คนตายได้ในชั่วพริบตา เช่น งูจงอาง งูเห่า ผมเห็นคนภูเขาจับงูได้อย่างสบาย เขามีวิธีของเขา จับงูเป็น ๆ นี่แหละครับ จับได้แล้วก็เอามาฆ่าทำอาหารกิน
    พวกงูเห่า เวลาพบคนจะชูหัวแผ่แม่เบี้ย มันสามารถพ่นพิษใส่ศัตรูได้ง่าย ๆ เวลามันโกรธหรือตกใจ มันจะชูคอแผ่แม่เบี้ยขึ้น แต่แทนที่มันจะฉกเหมือนงูทั้งหลาย มันกลับเอาหัวเอนไปข้างหลัง ชี้เขี้ยวตรงไปยังศัตรูของมันแล้วหกล้ามเนื้อรัดต่อมน้ำพิษ มีน้ำสีเหลืองพุ่งออกจากรูที่ปลายเขี้ยวเป็นสองสาย
    ถ้าถูกตามผิวหนังก็ไม่สู้จะร้ายแรงนัก หากบังเอิญถูกบาดแผลที่เรามีอยู่ก่อนแล้ว พิษจะซึมเข้าสู่หัวใจอย่างรวดเร็ว ร้ายที่สุดก็คือถ้าถูกนัยน์ตาจะบอดทันที
    อาจมีคนนึกว่า ตาอยู่ที่สูงทำไมถูกพิษงูได้ แต่ความจริงเจ้างูเห่านี้ไม่รู้เป็นอย่างไร ดูเหมือนมันจ้องจะเล่นงานลูกตาศัตรูของมัน ไม่ว่าคนหรือสัตว์
    ดูเหมือนกับว่ามันรู้จุดอ่อนของศัตรูและยิงได้แม่นยำเสียด้วย การฉีดพิษครั้งแรก ผู้รู้บอกว่า มันอาจฉีดได้ไกลถึงเก้าฟุต ครั้งที่สองราวห้าฟุตครั้งที่สามอาจหยุดอยู่แถวปากของมัน
    ถ้าเป็นอย่างผู้รู้ท่านว่า เวลาท่านพบมันหรือบังเอิญเผชิญหน้ากับงูเห่าก็ขอให้ระวัง ๆ กันไว้เดี๋ยวจะพลาดเข้าถูกมันพ่นพิษใส่ตา
    ผมเห็นคนภูเขาหลายคนสามารถจับงูเห่าและสารพัดงู ล้วนแต่งูมีพิษเป็น ๆ แต่บางคนก็พลาดท่าเสียที โดนงูเล่นงานต้องอาศัยหมองูรักษา
    ประเพณีอย่างหนึ่งของคนภูเขาคือการนับถือผี หากคนในหมู่บ้านเจ็บป่วยลง ก็จะหาหมอผีประจำหมู่บ้านมาขับไล่ ทำพิธีรมควัน ผมเคยนำยาแก้ไข้แก้ปวด ยาแก้บิดท้องร่วงเข้าไปบำบัดรักษาคนพวกนี้ ใหม่ ๆ ไม่มีใครยอมรับ ต่อมาก็ดีขึ้น
    ถ้าคนในหมู่บ้านตายลง เขาจะฝังไว้ในกระท่อมที่คนนอนตาย แล้วอพยพเคลื่อนย้ายไปอยู่แห่งใหม่ การเคลื่อนย้ายก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพราะทุกคนไม่ได้มีสมบัติอะไรนอกจากหม้อข้าวหม้อแกง เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ผ้าพันกาย
    เวลาหนุ่มสาวแต่งงานเป็นผัวเป็นเมียกัน ก็มีการกินเลี้ยงรื่นเริงกันตามประเพณีของเขา แต่แล้วพอพิธีสิ้นสุดลง หนุ่มสาวจะต้องออกไปสมสู่หลับนอนกันกลางป่า ทำซุ้มนอนตามพื้นดิน หักเอากิ่งไม้ใบไม้มาปูนอน ครบสามคืนจึงพากันกลับเข้ามายังหมู่บ้าน เริ่มดำเนินชีวิตเป็นคู่ผัวตัวเมีย
    เกิดเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นสังคมใด เหล่าใด อยู่บนเขา หรืออยู่ในเมือง ชีวิตย่อมผูกพันไว้กับครอบครัวและชุมชน มีหัวหน้าปกครองคอยดูแลทุกข์สุข ชีวิตมนุษย์เริ่มจากการเป็นผัวเป็นเมีย แล้วก็มีลูก กลายเป็นพ่อแม่ลูกผูกพันกันไว้ด้วยความรัก
    ต่างก็ต้องดิ้นรนหาใส่ปากใส่ท้องและสืบพันธุ์กันตามธรรมชาติ เพื่อให้เผ่าพันธุ์ยังคงอยู่ ไม่สูญสิ้นไปจากโลกนี้ คนภูเขาก็เช่นเดียวกับคนในเมือง
    ผมเองแม้จะเป็นคนในเมือง ผู้ได้รับการศึกษาดีและผ่านความเจริญมา ผมก็ไม่เคยดูถูกดูหมิ่นคนภูเขาพวกนี้ กลับเวทนาสงสารที่เขาต้องมีชีวิตอยู่ตามธรรมชาติแท้ ๆ
    การแสดงออกอย่างน้ำใสใจจริงที่ผมมีต่อคนพวกนี้ ทำให้มิตรภาพของเรายั่งยืนตลอดมา คนเราไม่ว่าคนเมืองหรือคนภูเขา ความรู้สึกนึกคิดไม่ได้แตกต่างกันเลย คือใครดีต่อเราเราก็ดีด้วย
    ความเอื้ออารีซึ่งกันและกัน ความไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน อยู่ที่ไหนก็มีความสุข ทุกครั้งที่ผมกับตาสุ่ยทำประโยชน์ให้แก่คนภูเขา พวกเขาจะสำนึกในบุญคุณ ไม่เคยลืม มักจะหาทางตอบแทนเราเสมอ
    ผมรักคนภูเขาพวกนี้ พวกเขาไม่ใช่คนป่าเถื่อนอะไร หากเรามีความบริสุทธิ์ใจต่อเขา เขาก็คือเพื่อนร่วมโลกผู้แสนดี ผมติดต่อค้าขายกับคนพวกนี้อยู่ระยะหนึ่ง ก็ไม่ได้กลับเข้าไปอีกด้วยเหตุผลบางประการ แต่ก็ยังมีคนภูเขาบุกบั่นลงมาติดต่อค้าขายกับผมถึงในไร่ ผมกับตาสุ่ยก็ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเองกับทุกคน หลายปีต่อมาจึงเลิกติดต่อกัน.

 
    
     





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 08/05/2009 เวลา : 18.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/folkner
..เขียนเพลง เขียนกวี ชีวิตนักดนตรีบ้านนอก..

หวัดดีครับ พี่ชะ
แวะมาเยี่ยมเยือนหวังว่าคงสบายดีนะครับ
ติดดามงานเพลงทั้งในอัลบั้มของพี่ อัลบั้มมาลีฮวนน่า และจากนักร้องของค่ายอาร์สยาม อยู่ตลอดครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]