• ชะเอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : cha_araya@msn.com http://www.chatturat.com/
  • วันที่สร้าง : 2008-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 99482
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เมืองดอกไม้หมายเลขเก้าสิบก้าว
แล้วแต่จะคิดดอกไม้ทุกชนิดมีปริศนา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chawalachaimeerang
วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1386 , 13:56:15 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  ผมร้องไห้รำพันเพราะเพื่อนจากไปอย่างไม่มีวันกลับ “กันช่วยเพื่อนได้เท่านี้แหละเพื่อนเอ๋ย ไม่น่าด่วนตายไปก่อนกัน น่าจะรอกันก่อน” ผมนั่งซบหน้ากับหัวเข่า ร้องไห้อย่างมิอายคำหล้า จนเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ที่ผมนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น จนกระทั้งได้ยินเสียงคำหล้าพูดขึ้นว่า “พี่หยุดร้องไห้เสียเถอะ มีคนขี่ม้ามา จะเป็นหมู่สายหรือเปล่าก็ไม่ทราบ” ผมเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แล้วเพ่งมองไปข้างหน้า พลันนั้นเองผมก็เห็นค....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1050 , 13:53:57 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักสูงอยู่แล้วในยามปกติ ตอนนี้มันยิ่งสูงขึ้นไปอีก เนื่องจากฝนตกลงมา น้ำขึ้นเกือบถึงฝั่ง ไหลเชี่ยวกรากน่าสะพึงกลัว ในยามนี้ไม่มีใครกล้าหาญที่จะข้ามไปฝั่งโน้น มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่กล้าทำ ขืนข้ามไปก็เหมือนฆ่าตัวตาย ฤดูฝนก็เป็นอย่างนี้เอง ฝนตกไม่เว้นแต่ละวัน เมื่อฝนตกน้ำในแม่น้ำก็สูงขึ้น ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ผมคุกเข่าก้มลงใช้ปากเป่าไฟที่ก่อขึ้นด้วยฟืนอันเปียกชื้น ไฟติดยากเหลือเกิน พยาย....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1041 , 13:52:30 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หมู่บ้านแห่งนั้นเป็นชุมชนเล็ก ๆ ประมาณห้าสิบกว่าหลังคาเรือน มีผู้ใหญ่บ้านปกครองหนึ่งคน มีร้านค้าสองสามร้าน แต่ละร้านขายของจิปาถะและรับซื้อพืชไร่ ควบคู่กันไป ชาวไร่ที่กระจัดกระจายกันอยู่ตามป่า ถ้ามีเวลาว่างมักจะพากันมาที่นี่ นอกจากพืชไร่มาขายได้เงินแล้ว ก็ซื้อของกินของใช้กลับไปยังไร่ เพราะที่นี่มีของกินของใช้ทุกอย่าง เป็นศูนย์กลางของชาวบ้านป่าเมื่อแผลถูกยิงหายดีแล้ว หมู่สายก็ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งน....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1039 , 13:50:57 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ความรักที่มีต่อคำหล้าเป็นรักที่บริสุทธิ์ ตั้งแต่รู้จกกันมา ได้อยู่ใกล้ชิดกันผมไม่เคยล่วงเกินอะไรเธอมากไปกว่า การกอดจูบในบางครั้งบางคราว ผมรักเธอเกินไปจนไม่กล้าทำอะไรนอกเหนือไปกว่านั้นจะมัวอ้อยอิ่งอยู่ก็ไม่ได้ จึงตัดสินใจเหวี่ยงตัวขึ้นนั่งบนหลังม้า มองดูสมพันธ์เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยก็พยักหน้าให้ตามผมมา ผมกระตุ้นให้ม้าออกวิ่ง พอพ้นประตูไร่ก็หันกลับไปมอง เห็นพ่อกับแม่และคำหล้ายังยืนมองผมอยู่ผมหยุดม้าบอก....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1197 , 13:48:12 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เราสามคน หมายถึงผมกับสมพันธ์ และคำหล้าได้อาศัยในร่มไม้ชายคาของพ่อกับแม่ผู้อารีย์ ถึงหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ  มีความสุขสบายดีจนไม่อยากจะจากที่นี่ไป สมพันธ์หายป่วยแข็งแรงพอที่จะขี่ม้าได้แล้วเช้าวันนี้อากาศปลอดโปล่งกว่าทุกวัน ขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกมีสีแดง พระอาทิตย์จวนจะขึ้นแล้ว ผมผูกเบาะเข้ากับหลังม้าแทนอาน มองดูสมพันธ์ก็เห็นเขากำลังทำอย่างเดียวกับผม เราเอาผ้าขาวม้ามาเย็บแล้วเอานุ่นยัดเพื่อให้นั่งสบายขึ้น....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1057 , 13:46:34 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ผมก็ให้คำหล้าขับเกวียน ตัวผมเองขี่ม้าตัวที่เอามาด้วยเดินไปข้าง ๆ เกวียน เพื่อนเก่าของพ่อขี่ม้านำหน้า ม้าอีกตัวผูกติดกับเกวียนให้เดินตามหลังไปคำหล้าขับเกวียนไปตามทาง ผมขี่ม้าเดินคลอไปอย่างคนมีความหวัง ผมแน่ใจว่าเพื่อนเก่าของพ่อคนนี้เป็นคนดีแน่ คงจะดีใจที่พวกเราไปพักอยู่ด้วยจะได้มีความอบอุ่นสักครู่เพื่อนเก่าของพ่อก็ชักม้ามาเดินเคียงกับผม แล้วบอกว่า“พ่อมีที่ดินทำกินอยู่หลังเน....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 902 , 13:44:49 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมจำเป็นต้องเอาเกวียนไปด้วย เพราะสมพันธ์ยังไม่สร่างจากพิษไข้ ความคิดของผมสับสน ก่อนเกวียนจะออกเดินทางผมหันไปพูดกับชายเจ้าของกระท่อมว่า“เจ้าชื่อหยัง มาทีหลังจะได้เรียกถูก”“เฮาชื่อถา สูล่ะชื่อหยัง”ผมไม่ตอบคำถามแต่บอกเฒ่าถาว่า“ช่วยดูแลผู้หญิงดี ๆ เด้อ”แล้วผมกระตุ้นวัวให้ลากเกวียนเดินกลับไปทางเก่า เสียงดุมกับเพลาเกวียนสีกันดังออดแอด ใจผมพะว้าพะวงกลัวว่าหล่อนจะไม่ปลอดภัย กว่าจะถึงทางแยกก็ไกลโข ออกจากไร่เฒ....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 971 , 13:43:06 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ได้ยินแต่เสียงหริ่งเรไรกรีดเสียงร้องตามภาษาของมัน มองดูสมพันธ์ก็เห็นนอนหลับตาขดตัวอยู่ภายในเต้นท์ จะหลับหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ผมกับคำหล้านิ่งกันไปสักครู่ ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมา ร่างของเราทั้งสองเบียดกันอยู่ในความมืดคำหล้าไม่แสดงอาการหวาดกลัว หรือตกใจแต่อย่างใดเมื่ออยู่ใกล้กับผม ผมก็ไม่แสดงอาการลวนลามเธอ เราเห็นอกเห็นใจกันเมื่อยามมีทุกข์ ตอนหนึ่งผมบอกเธอว่า “พ่อเคยเล่าให้ฟังตอนแ....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 871 , 13:41:07 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ผมขอเล่าย้อนหลังสักเล็กน้อย เรื่องนี้พ่อเป็นคนเล่าให้ผมฟัง ภายหลังเหตุการณ์คลี่คลายลง ผมได้พาเมียกลับไปอยู่บ้านกับพ่อ เรื่องราวต่างๆจึงเปิดเผยขึ้น ต่อไปนี้เป็นเรื่องที่พ่อเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อเห็นคนขี่ม้าเข้าประตูไร่มาพ่อก็เข้าใจว่าต้องเป็นหมู่สายมาตามตัวผมเป็นแน่ พ่อไม่มีความวิตกอะไรเตรียมรับสถานการณ์เต็มที่ พ่อกับลูกจ้างกำลังซ่อมประตูคอกวัวอยู่ หมู่สายดึงบังเหียนม้าชักวนให้วกไปทางที่พ่อทำงานอยู่ ม....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 841 , 13:38:21 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ผมไม่สนใจคำพูดของสมพันธ์ เข้าไปยืนใกล้ประทุนเกวียนคู่กับหญิงสาวแล้วมองเข้าไปข้างใน ชายคนหนึ่งนอนเจ็บอยู่บนฝูกเก่าๆ ร่างกายผอมซูบ เวลาไอมีเลือดออกมาจากปาก ภาพที่เห็นทำให้ผมตกตลึง คนป่วยเป็นวัณโรค ชายผู้นี้เป็นวัณโรคอย่างแรง เขาคงมาหาอากาศบริสุทธิ์เหมือนกับคนอีกหลายคนในสมัยนั้นที่เชื่อกันว่า อากาศบริสุทธิ์จะช่วยให้โรคนี้หายวันหายคืน ในวัยเด็กผมก็เคยเห็นคนเป็นโรคชนิดนี้ออกไปนอนสูดอากาศบริสุทธิ์ตามป่าเข....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 831 , 13:36:20 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 “ลูกควรจะผละจากเขานานแล้ว ขืนอยู่ด้วยกันเขาจะพาลูกไปพบจุดจบ” นี่คือคำสั่งของพ่อ แต่ผมบอกกับพ่อว่า “เรื่องนี้ผมรู้มานานแล้วครับ อยากจะเลิกกับเขาตั้งร้อยครั้งพันครั้ง แต่ก็ทำไม่ลง เขายังต้องการความช่วยเหลือ ขาดผมเขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้หรือ? เราอยู่ด้วยกันมานานเกินไปแล้วพ่อ อะไรที่มันจะเกิดขึ้นก็ต้องเผชิญด้วยกัน” พ่อมองดูผมด้วยดวงตาเศร้า ๆ ผมไม่เคยเห็นพ่อร้องไห้ นอกจากเมื่อตอนที่แม่ผมตาย พ่อพูดด้วยน้ำตา....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 946 , 13:29:58 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 “ผมไม่ได้ทำผิด ผมถูกใส่ร้าย” สมพันธ์ยืนยันหนักแน่น แต่น้าผินไม่ได้ยินเสียแล้ว หล่อนเบือนหน้าเข้าฝาแล้วร้องไห้โฮ “น้าผิน ผมมาคราวนี้อยากจะขอยืมเงินน้าผินบ้างเพื่อเป็นทุนหนี แล้วผมจะใช้คืนให้เร็วที่สุด ความจริงไม่น่าจะต้องยืมน้าเลยแต่เราถูกโกง ค่าแรงรับจ้างเลี้ยงวัวทั้งปีเราไม่ได้รับ เรื่องนี้แหละเป็นต้นเหตุให้เกิดความยุ่งยากถึงกับฆ่ากันตาย” พอสมพันธ์พูดจบผู้เป็นน้าก็หันมาเกรี้ยวกราดกับหลานชายอย่างนึก....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1472 , 13:28:09 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หมู่สายพูดเสียงดังฟังชัด เสียงของเขาหนักแน่นราวกับหินผา “เก็บปืนดีกว่าไอ้หนุ่มน้อย พวกมึงกล่าวหาลุงก่อเรื่องเป็นหนี้ เราไม่รู้เห็นด้วย สิ่งที่เรารู้ก็คือตัวบทกฎหมาย การกระทำของพวกมึงอยู่ในข่ายปล้นทรัพย์ เลิกทำเสียเถอะ” “ผู้หมู่ครับ เราถูกโกงค่าแรง” ผมพูดขึ้น “เราเป็นฝ่ายมาตามเอาเงิน” หมู่สายจ้องดูผมไม่วางตา สายตาของเขาแข็งกร้าว จนผมไม่กล้ามองประสาน “กูจำพวกมึงได้” เขาว่า “ตำรวจได้คุมตัวเข้าห้องขัง เม....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1038 , 13:24:23 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตำรวจถามว่า “เกิดเรื่องอะไรกันขึ้น”  ลุงก่อชิงพูดขึ้นก่อน “สองคนนี้รับจ้างเลี้ยงวัวให้ผม ผมเพิ่งไปต้อนวัวมาขาย ค่าจ้างจ่ายกันเรียบร้อยแล้ว แต่มันยังตามมาทวงอีก” ผมแย้งทันที “โกหก พวกผมทำงานสิบเดือน ได้รับค่าจ้างเดือนเดียว ” นายตำรวจมองดูเราทั้งสองก่อนพูดว่า “กูพอจะจำพวกมึงได้ เคยเห็นพวกมึงเมื่อปีกลาย มึงเสียพนันที่หลังตลาดจนหมดตัว” “ใช่แล้วครับผู้หมวด” ลุงก่อสอด “ผมให้งานเขาทำตั้งแต่วันนั้น ทำให้เขาไ....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1775 , 10:36:10 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คนเรานั้นเลือกที่เกิดไม่ได้ บางคนเกิดมาสมบูรณ์พูนสุขทุกอย่าง บางคนเกิดมายากจนข้นแค้นแทบไม่มีอะไรจะกิน ผู้ที่แข็งแรงชอบเอารัดเอาเปรียบคนที่อ่อนแอ โลกนี้จึงไร้ความยุติธรรม เมื่อมีการข่มเหงน้ำใจกันใครเล่าจะยอม เมื่อมีการโกงกันอย่างหน้าด้าน ๆ ลูกผู้ชายยอมไม่ได้ การประหัตประหารจึงเกิดขึ้น ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตาย       คนจนมักเป็นฝ่ายเสียเปรียบในด้านกฎหมาย ไม่ผิดก็ถูกยัดเยียดให้เป็นผู้ผิด จึงต้องหนีเอาต....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 4207 , 01:59:58 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                 ภาพประกอบโดย : สุภี ปสุตนาวินบ่ายวันหนึ่งไอ้ช่วยแบกปืนเดินขึ้นมาบนกระท่อมของผม ขณะนั้น ผมกำลังทำความสะอาดปืนอยู่ตรงระเบียง ตาสุ่ยกำลังค้นหาอะไรของแกเสียงกุกกักอยู่ในกระท่อม พอนั่งลงไอ้ช่วยก็ถามขึ้นว่า      “คืนนี้ออกส่องสัตว์ดีไหมนาย?”      “ออกส่องที่ไหน?” ผมถามบ้าง      “ก็แถวโป่งแหว่ง หนองไฮที่เราเคยไป”      “น่าส่องนักหรือ?” ผมสงสัย      “ปีกลายนี้เราก็ได้กวางแถวนั้น ปีนี้น่าจะไป....

อ่านต่อ

Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 3072 , 01:23:38 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                ภาพประกอบโดย : สุภี ปสุตนาวินภูเขาลูกนั้นยืนทะมึนขวางกั้นเป็นทิวยาวเหยียด มองแต่ไกลจะเห็นเป็นสีเทาหม่น ๆ ตัดกับขอบฟ้าไกลลิบ       จากหมู่บ้านของเราแม้จะมองเห็นเช่นนั้น แต่กว่าจะเดินไปถึงก็ครึ่งค่อนวัน เรียกว่าใกล้ตาแต่ไกลตีน      เขาลูกนี้มีแต่สิ่งเร้นลับ      บนเขาเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยแผ่กิ่งก้านปกคลุม บางแห่งมีแอ่งน้ำ ร่องหินแตกธารน้ำเล็ก ๆ ไหลรินออกมาตลอดปี จนตะไคร่น้ำจับเป็นสีเ....

อ่านต่อ


/1
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]