• ชะเอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : cha_araya@msn.com http://www.chatturat.com/
  • วันที่สร้าง : 2008-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 99510
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เมืองดอกไม้หมายเลขเก้าสิบก้าว
แล้วแต่จะคิดดอกไม้ทุกชนิดมีปริศนา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chawalachaimeerang
วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1041 , 13:52:30 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หมู่บ้านแห่งนั้นเป็นชุมชนเล็ก ๆ ประมาณห้าสิบกว่าหลังคาเรือน มีผู้ใหญ่บ้านปกครองหนึ่งคน มีร้านค้าสองสามร้าน แต่ละร้านขายของจิปาถะและรับซื้อพืชไร่ ควบคู่กันไป ชาวไร่ที่กระจัดกระจายกันอยู่ตามป่า ถ้ามีเวลาว่างมักจะพากันมาที่นี่ นอกจากพืชไร่มาขายได้เงินแล้ว ก็ซื้อของกินของใช้กลับไปยังไร่ เพราะที่นี่มีของกินของใช้ทุกอย่าง เป็นศูนย์กลางของชาวบ้านป่า
เมื่อแผลถูกยิงหายดีแล้ว หมู่สายก็ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งไกลจากไร่พ่อสังข์ประมาณสิบกิโลเมตร ผมมารู้ความเป็นไปของหมู่สาย ก็ตอนที่ผมได้กลับมาอยู่กับครอบครัวของพ่อสังข์เป็นครั้งที่สอง พร้อมกับคำหล้า ผมได้ยินจากปากคำของพ่อสังข์บ้าง จากคำหล้าและผู้คนทั่วไปในชุมชนแห่งนั้น พอที่จะปะติดปะต่อกันได้ดังนี้
หมู่สายยังอาฆาตเราทั้งสองอยู่ ช่างไม่คิดถึงตอนที่ผมช่วยเหลือเมื่อครั้งสมพันธ์ยิง ถ้าพ่อสังข์และคำหล้าไม่มีคุณธรรม คงปล่อยให้เขาตายตั้งแต่คราวนั้น เขาคอยสืบข่าวของผมกับเพื่อนว่าไปอยู่ที่ไหน จะได้ติดตามโดยไม่ต้องเดาสุ่ม
ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครเจตนาที่จะให้เมียเขาตาย แต่เขายังคุมแค้นจะฆ่าผมให้ได้ พ่อสังข์ไม่ได้ปิดบังความเป็นไปของหมู่สาย เมื่อมีคนถามก็เล่าให้ฟังจนสิ้น เขาลาออกก่อนที่เมียเขาจะตาย การตามฆ่าคนครั้งนี้ หมู่สายทำไปโดยพละการ มีเพื่อนตำรวจที่เป็นสายตรวจแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนไม่ขาด และขอร้องให้เลิกล้มความคิด เดี๋ยวจะกลายเป็นผู้ร้ายฆ่าคน แต่เขาไม่ยอมเลิก
“ทำไมตำรวจเก่ามาอยู่ที่นี่นานนัก” ผู้คนมักจะถามกัน แม้ไหล่ซ้ายจะยังเจ็บอยู่ ถ้าบางคนช่างสังเกตจะเห็นเขาออกไปซ้อมยิงปืนนอกหมู่บ้าน นัยน์ตายังคมกริบมือยังยังเที่ยงตรง
หมู่เช่ากระท่อมหลังเล็ก ๆ อยู่ แม้จะเป็นราษฎรเต็มขั้น ก็ไม่ได้ผูกมิตรกับผู้คนทั่วไป นอกจากชาวไร่สองคนที่เคยรู้จักกันมาก่อน ตั้งแต่ครั้งยังเป็นตำรวจ สองคนนั้นแวะเวียนมาเยี่ยมด้วยความเป็นห่วงอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่หมู่สายจะใช้เวลาให้หมดไปกับการตระเวนไพร ยิงนกป่ามาเป็นอาหาร เป็นการซ้อมมือไปในตัว
คนที่ช่างสังเกตจะรู้หมู่สายสนใจกับถุงเมล์ที่ผู้ใหญ่รับหน้าที่เดินเมล์เอง บ้านของผู้ใหญ่บ้านกลายเป็นที่ทำการไปรษณีย์ด้วย หมู่สายจะไปถึงเป็นคนแรกเมื่อถุงเมล์มาถึง
พอผู้ใหญ่บ้านเปิดถุงเมล์ หมู่สายจะคอยดูจดหมายที่จ่าหน้าซองถึงพ่อสังข์ ถึงกับสั่งผู้ใหญ่บ้านไว้ว่า “ถ้ามีจดหมายที่ว่านี้มาด้วยให้บอก”
เขาคอยดูว่าผมจะส่งจดหมายมาถึงคำหล้า โดยจ่าหน้าซองถึงพ่อสังข์
หมู่สายทำตัวให้เป็นที่สงสัยของผู้คน ครั้งแรกก็คือการรอคอยจากใครคนหนึ่ง ต่อมาผู้คนก็เลิกสนใจ พากันเดาว่า หมู่สายคงรอหนังสือเรียกตัวกลับเข้ารับราชการ เพื่อจะได้ตามจับผู้ร้ายโดยไม่ผิดกฏหมาย แต่บางคนก็วิจารณ์ว่า
“เขารอให้บาดแผลหาย ขณะนี้กำลังส่งคนออกไปสืบข่าวติดตามผู้หลบหนี เมื่อรู้แล้วจะได้รีบตามไป”
ผู้ใหญ่บ้านทำตัวเป็นบุรุษไปรษณีย์ ไม่ยอมพูดอะไรในเรื่องนี้ หมู่สายไม่ใช่นักดื่ม คงคิดว่าภารกิจที่ทำอยู่ไม่เหมาะกับการกินเหล้า จึงไม่ประมาท
เขาเป็นคนว้าเหว่เหมือนกัน เมื่อมีเพื่อนสนิทมาเยี่ยมก็จะพาไปกินเหล้าเฮฮาเสมอ ด้วยเหตุนี้เองเย็นวันหนึ่ง ขณะนั่งกินเหล้าอยู่ในร้านค้าประจำหมู่บ้าน ก็ให้บังเอิญไอ้เฒ่าทรยศพ่อค้าวัวลุงก่อนั้นเอง ไม่รู้โผล่มาจากไหนเดินเข้ามาในร้านเหล้า เมื่อพบหน้ากันต่างคนก็ต่างแปลกใจ
ลุงก่อมากับพ่อค้าวัวด้วยกันสามคน ลุงก่อเป็นฝ่ายตกใจที่เห็นหน้าหมู่สาย หลังจากความตายของนางมาลีเมียหมู่สายในครั้งนั้น แกหวิดโดนยิงตายเหมือนกัน ผู้กองที่สถานีตำรวจบอกหมู่สายว่าลุงก่อโกงค่าแรงผมกับสมพันธ์จริง หมู่สายก็ยังเชื่อว่าผมเป็นคนลั่นกระสุน แต่ก็ยังดีที่เข้าใจว่า ต้นเหตุเริ่มเรื่องมาจากไอ้ลุงก่ออัปรีย์คนนี้ มันโกงค่าแรงผม เมื่อเจอหน้าความแค้นผุดขึ้นทันที
หมัดอันทรงพลังของสิบตำรวจตรีสาย จึงต่อยเข้าที่ใบหน้าไอ้คนโกงลงไปนอนคลุกฝุ่น โดยไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้ เลือดกลบปากแดงฉาน
พอได้สติก็ลุกขึ้นยืนตัวสั่นหน้าซีด หมู่สายสำทับ
“กูบอกมึงแล้ว อย่ามาให้กูเห็นหน้าอีก” คราวนี้ไอ้ตัวแสบยิ่งตกใจ ตัวสั่นหน้าซีด พูดเสียงสั่นว่า
“ผู้หมู่ครับ ผมพยายามหลบไม่พบหน้าคุณ ตามที่สั่ง ไม่นึกว่าคุณอยู่ที่นี่”
พูดจบก็มองดูเจ้าลูกโม่หกนัดที่อยู่กับเอวหมู่สาย หมู่สายมองหน้าอย่างจงเกลียดจงชัง พลางนึกในใจ
“ไอ้ห่านี้เองเป็นต้นเรื่อง”
ลุงก่อมี .38 ซ่อนอยู่ที่เอวเหมือนกันแต่ไม่กล้าชักออกมาแข่งกับหมู่สาย จึงพยายามจะหนีไปแต่ถูกห้ามไว้
“อย่าเพิ่งไปกลับมาก่อน สองคนนั้นยืนยันว่ามึงเป็นคนลั่นกระสุน มึงจะรับหรือไม่รับ”
ลุงก่อยืนตัวสั่นเมื่อหมู่สายเค้นเอาความจริง ก็ได้แต่อ้ำอึ้ง ในที่สุดก็พูดออกมา
“พวกนั้นต่างหากเป็นคนลั่นกระสุน พวกมันมีปืนทั้งสองคน”
“ไอ้โกหก พวกนั้นมีปืนคนเดียว” หมู่สายว่า “แต่ก็ยืนอยู่ห่าง ๆ ปืนกระบอกที่ลั่นเป็นกระบอกที่มึงดึงออกมาจากในถุงจริงไหม?”
“พวกนั้นแหละยิง ผมไม่ได้ยิง”
พ่อค้าวัวเจ้าเล่ห์ยืนก้มหน้า ไม่กล้ามองหน้าหมู่สาย หมู่สายมองไปยังชายสองคนที่มาด้วยกัน ถามว่า
“แกสองคนกำลังจะซื้อขายวัวกับคนคนนี้จริงไหม? ระวังนะมันเป็นคนโกง”
สองคนนั้นมองหน้าหมู่สายด้วยท่าทางตื่น ๆ หมู่สายจึงถามซ้ำ คนหนึ่งจึงตอบในอาการรีรอว่า
“เขาบอกว่าที่แห่งหนึ่งมีวัวน่าซื้อ”
“อย่าติดต่อกับมัน” หมู่สายบอก “แม้แต่ค่าแรงลูกจ้างเลี้ยงวัวมันยังโกง”
“นี่ผู้หมู่อย่ามาประจานผมนะ”
หมู่สายหันมามองด้วยสายตาชิงชัง คำพูดของลุงก่อสดุดลงตรงนั้น หมู่สายพูดเฉียบขาด
“ไปเสียเดี๋ยวนี้ ไปจากที่นี่ ไม่อย่างนั้นกูจะฆ่ามึง”
พูดจบก็หมุนตัวกลับเดินออกไปจากร้านเหล้า ชวนพรรคพวกให้ลุกตาม เสียงเจ้าของร้านตระโกนลั่น!
หมู่สายหมอบลงกับพื้นพร้อมกับชักปืนออกยิง เสียงปืนสองกระบอกดังขึ้นพร้อมกัน ลุงก่อไม่ใช่นักเลงปืนจึงยองหมู่สายไม่ถูก ส่วนหมู่สายยิงลุงก่อตัดขั้วหัวใจ ตายคาที่
หมู่สายเดินเข้าไปหาคู่อาฆาตที่กำลังจะตาย ถามว่า
“มึงใช่ไหมที่ลั่นกระสุนจนเมียกูตาย”
ลุงก่อพยายามจะพูดแต่พูดไม่ได้เพราะขาดตายเสียก่อน หมู่สายมองดูรอบ ๆ แล้วพูดว่า
“ทุกคนเป็นพยานนะ เขายิงผมก่อน ผมจำเป็นต้องยิงป้องกันตัว” คนทรยศจึงต้องตายฟรีไป
พ่อสังข์เข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่บ่อยนัก ตั้งแต่ออกพ้นไร่เมื่อตอนหายป่วย หมู่สายกับพ่อสังข์พบกันครั้งเดียว ทั้งสองเพียงแต่ยิ้มให้กันไม่ได้ทักทายปราศัยแต่อย่างใด ต่างฝ่ายต่างไปตามทางของตน
พ่อสังข์ต้องดูแลไร่และสัตว์เลี้ยง จึงไม่ค่อยได้เข้ามายังหมู่บ้านถ้าไม่จำเป็น วันนี้พ่อสังข์ขับเกวียนขับเกวียนเข้ามายังหมู่บ้าน เพื่อนำพืชไร่มาขาย และหาซื้อของใช้ที่จำเป็นกลับไปยังไร่ คำหล้าขอติดตามมาด้วย ก็ให้บังเอิญพบกันจนได้ หมู่สายยิ้มให้คนทั้งสองอย่างสุภาพ
คำหล้ามิได้ปริปากว่าอย่างไร ในใจของเธอยังหวาดกลัวหมู่สายอยู่ไม่หาย เมื่อตอนที่เขานอนป่วยอยู่ที่ไร่ของพ่อสังข์ เธอก็อยู่ห่าง ๆ
เขาตลอดเวลาราวกับว่าเขาเป็นงูพิษ
 ตอนนั้นหมู่สายคงจะเสียใจ ยิ่งหลังจากฆ่าลุงก่อตายโดยไม่มีความผิดแล้ว เดินทางไปทางไหนมีแต่คนหวาดกลัวทั้งหมู่บ้าน เขาต้องการให้คนนับถือไม่ใช่กลัว แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อความกลัว เป็นเหตุที่ติดตามมาจากการกระทำของเขา
 เขาไม่เคยกลับไปยังร้านขายเหล้าแห่งนั้นอีก เจ้าของร้านคุยฟุ้งตลอดเวลาถึงเหตุการณืที่เกิดขึ้น ผู้คนยิ่งสนใจอยากรู้อยากเห็น หมู่สายไม่ค่อยพอใจในการกระทำของตนนัก เขาไม่ใช่คนขี้อวด การฆ่าคนไม่ใช่ของดีเลย เขาต้องเสียใจทุกครั้งที่ต้องทำลงไป ฆ่าคนอื่นหมู่สายก็คิดอย่างนั้น แต่สำหรับผมกับเพื่อน ที่เขาเข้าใจว่าเป็นเหตุให้เมียของเขาตาย เขากลับไม่ยอมให้อภัย ความจริงลุงก่อตัวต้นเหตุก็ตายไปแล้ว ทุกอย่างน่าจะสิ้นสุดกันเสียที
 เมื่อเห็นเกวียนพ่อสังข์และคำหล้าเข้ามายังหมู่บ้าน หมู่สายคงนึกได้ว่าวันนี้ผู้ใหญ่บ้านกลับจากไปประชุมที่อำเภอ ขากลับคงจะแบกถุงเมล์มาด้วย การที่หมู่สายพักอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้อย่างรอคอย ก็เพื่อจะรอดักจับจดหมายของผมที่เขียนถึงคำหล้าคนรักนั้นเอง
 พ่อสังข์มาบ้านผู้ใหญ่บ้านวันนี้ก็เพื่อจะถามถึงจดหมาย เผื่อจะมีมาถึงแกบ้าง ก็ช่างเป็นการบังเอิญเหลือเกิน ที่เมล์เที่ยวนั้นมีจดหมายของผมติดมาด้วย ผมจ่าหน้าซองถึงพ่อสังข์ให้ส่งต่อคำหล้า
 หมู่สายมานั่งคอยอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านก่อนแล้ว จะคอยจดหมายของผม หรือรอรับคำสั่งเรียกตัวกลับเข้ารับราชการ ก็ไม่มีใครรู้ เมื่อผู้ใหญ่บ้านเปิดถุงเมล์ออก ก็พบจดหมายจ่าหน้าซองถึงพ่อสังข์หนึ่งฉบับ จดหมายฉบับนี้ผมฝากคนที่ไว้ใจได้ ให้เขานำไปส่งให้ที่ทำการไปรษณีย์
 คำหล้าเล่าให้ผมฟังตอนหลังว่า
 “ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปรับจดหมายฉบับนั้นจากผู้ใหญ่บ้านที่กำลังคัดเลือกจดหมาย ก็ถูกหมู่สายกระชากเอาไปเปิดอ่านก่อน เขารีบอ่านอย่างรวดเร็ว แล้วจึงคืนจดหมายให้ฉัน”
 ในจดหมายฉบับนั้นนอกจากรำพันถึงความรักความคิดถึงแล้ว ตอนท้าย ๆ ของจดหมายผมได้บอกว่า
 “ไร่นี้น่าอยู่มาก มันซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาทางตอนใต้ท่าข้ามของแม่น้ำป่าสัก พี่หวังว่าน้องคงจะชอบ เจ้าของไร่ยกที่ดินให้กับพี่แปลงหนึ่ง ให้พี่หักร้างถางพงเอา พี่ปลูกกระท่อมขนาดเล็กหนึ่งหลัง แต่ก็กว้างพอสำหรับเราสองคน พี่คิดว่าเราอาจจะข้ามฟากไปทางลพบุรี เล่าความจริงทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองฟัง แล้วขอความคุ้มครอง พี่จะดพ้นมลทิน แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกัน ตราบชั่วฟ้าดินสลาย”
 “น้องคงไปหาไร่นั้นไม่พบ เพราะฉะนั้นพี่จะไปรอน้องอยู่ตรงทางข้ามแม่น้ำป่าสัก ถ้าเดินทางตามรอยเกวียน ไปทางตะวันตกเรื่อย ๆ
ก็จะพบแม่น้ำป่าสัก มีท่าข้ามอยู่แห่งเดียวเท่านั้น พี่จะรอพบน้องอยู่ที่นั่น อย่าลืม”
 “พี่เป็นห่วงกลัวน้องจะมาไม่ได้ ให้พ่อสังข์มาส่งหรือใครสักคนที่ไว้ใจได้ก็จะดี พี่จะไปถึงที่นั่นในวันที่สิบเดือนกันยายน ขับเกวียนมานะ รีบๆ หน่อยพี่จะคอย”
    รักและคิดถึง
    สามารถ
 คำหล้าเล่าให้ผมฟังว่า
 “ฉันตกใจมากพอได้รับจดหมาย วันที่สิบกันยายน ก็เมื่อวานนี้เอง จดหมายไปตกค้างอยู่ที่ไหนหนอ จึงมาถึงเอาป่านนี้ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้รับเสียเลย” นี่คือเรื่องที่คำหล้าเล่าให้ผมฟัง และยังเล่าต่อไปอีกว่า
 “ฉันตกใจอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าพี่ไปรออยู่ที่นั่นตั้งแต่วันที่สิบกันยายน และหมู่สายแย่งจดหมายไปอ่านแล้วรีบผลุนผลันออกไป หมู่สายคงไปหาพี่ที่นั่นแน่แล้ว ก็เป็นความจริงอย่างที่ฉันคาดคะเน
 “ฉันกับพ่อตามไปพบหมู่สายที่บ้านพัก พบเขากลางทางขอร้องไม่ให้เขาตามไปทำร้ายพี่ แต่หมู่สายไม่ฟังเสียงฉันแม้แต่น้อย ฉันพยายามอ้อนวอนอย่างไรก็ไม่ได้รับความปราณี ฉันบอกเขาว่า ถ้าคุณฆ่าพี่สามารถตาย เมียของคุณก็ไม่ฟื้นขึ้นมา ฉันรักพี่สามารถมากคุณก็รู้ คุณรักเมียของคุณมากเท่าไหร่ ก็คงไม่น้อยกว่าที่ฉันรักเขา”
 “หมู่สายเอาหูทวนลมเดินหนี ฉันฉุดมือเขาไว้ ยืนดักหน้าหน้า มือยังกุมแขนเขาอยู่ เขาพยายามจะสลัดแขนให้หลุด แต่ฉันก็คว้าไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาจึงจำเป็นต้องหยุดฟังฉันพูด”
 “เธอพูดกับเขาว่าอย่างไร?” ผมถามเธอก็บอกว่า
 “ฉันพูดกับเขาตรงไปตรงมาเลยว่า ทำไมหมู่ไม่ให้อภัยพี่สามารถ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ทำให้เมียคุณตาย ลุงก่อพ่อค้าวัวต่างหากเป็นคนลั่นกระสุน”
 “เขาก็บอกฉันว่า เธอรู้เท่าที่เขาเล่าให้ฟัง เรื่องมันสลับซับซ้อน ถ้าไม่ใช่เขาเมียฉันก็ไม่ตาย ใครจะยิงไม่สำคัญ พวกเขาทั้งหมดต้องรับผิดชอบ เมื่อมีส่วนร่วมฆ่า ก็ต้องมีส่วนร่วมใช้หนี้ชีวิต”
 “พี่สามารถเคยช่วยเหลือคุณ คุณจะไม่กรุณาเขาบ้างเชียวหรือ?” “เขาช่วยเหลืออะไรฉัน?”
 “ตอนที่พี่สมพันธ์จะฆ่าคุณ พี่สามารถเข้าขัดขวาง เขาเอาลูกกระสุนออกจากแผลให้คุณด้วย เมื่อเขาไม่พูดฉันก็บอกว่า พี่สามารถยังทิ้งเงินไว้กับพ่อก่อนไป เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลคุณ
 “เขายังเถียงว่าเขาไม่ได้รับเงิน ฉันจ่ายของฉันเองไม่ต้องมายุ่ง ฉันก็เลยพูดว่า พี่สามารถเขามีน้ำใจเขาไม่ต้องการให้เธอตาย หมู่สามารถก็ยังเถียงข้าง ๆ คู ๆ ว่า เงินของเขาซื้อชีวิตเมียของฉันกลับคืนไม่ได้ เธอตายไปแล้วทำอย่างไรก็ไม่ฟื้นขึ้นมา”
 คำหล้ายังเล่าให้ผมฟังต่อไปว่า
 “ตอนนั้นฉันไม่กลัวเขาเลยพี่ คิดอย่างเดียวที่จะยับยั้งเขาไว้ไม่ให้ตามมาพบพี่ จึงบอกเขาว่า ถ้าพี่สามารถตายไปเมียคุณจะฟื้นขึ้นมาหรือ? เขานิ่งคิดก่อนพูดว่า ฉันเสียใจแม่น้องสาว แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เลือดต้องล้างด้วยเลือด
 “นับว่าเธอกล้ามาก” ผมกล่าวชม คำหล้าก็เล่าต่อว่า
 “เมื่อพูดอย่างไรหมู่สายก็ไม่ยอมฟัง ความกลัวตั้งแต่แรกกลายเป็นความโกรธและความเกลียดชัง”
 “ตอนนั้นฉันลืมตายเลยพี่ มันโมโหจริง ๆ เลยด่าเขาไปอย่างรุนแรงว่า คนเนรคุณ ฉันกับพ่ออุตส่าห์ช่วยชีวิตไว้ก็เพื่อจะให้เห็นคุณงามความดีของเรา รู้อย่างนี้ปล่อยให้ตายเสียก็ดี เขานิ่งฟังไม่ได้โต้ตอบ คนนอกกฏหมาย คุณไม่ยอมรับความจริง เพราะคุณไม่มีเหตุผล คุณไม่มีคุณธรรมประจำใจ สักแต่ว่าเกิดมาเป็นคน”
 “เมื่อความโกรธพุ่งขึ้นมา ไม่รู้าคำพูดมาจากไหน ฉันด่าเขาไม่ยั้งเลยพี่” เธอบอก เมื่อผมไม่ว่าอะไรเธอก็เล่าต่อ
 “ฉันใส่เขาไม่ยั้งตามเคย คุณอ้างว่าทำเพื่อภรรยา ยังกับว่าฆ่าคนอื่นแล้ว ภรรยาคุณจะฟื้น คุณเป็นคนมีนิสัยโหดร้ายมาก ดีแล้วที่ภรรยาของคุณตายเสียก่อน ไม่อย่างนั้นจะต้องทรมานใจ ที่ต้องทนอยู่กับคนอย่างคุณ”
 “หมู่สายโกรธจัด ยกมือขึ้นทำท่าจะฟาดใบหน้าของฉัน แต่ก็ยังไว้ทัน เอาซี ฉันท้าทาย จะตบหรือจะยิงก็ตามใจ ถ้าคุณฆ่าฉันได้ฉันก็ฆ่าคุณได้เหมือนกัน หมู่สายหน้าแดงรีบผละหนีอย่างรวดเร็ว ฉันตะโกนไล่หลังอย่างไม่กลัวตาย ถ้าคุณฆ่าพี่สามารถได้ฉันก็ฆ่าคุณได้เช่นกัน ไม่เชื่อก็คอยดู”
 “เสียงฟ้าร้องดังขึ้นคล้ายฝนจะตก หมู่สายรีบเดินหนีต่อไป คงไม่อยากได้ยินเสียงฉันด่าว่าเขาอีก เขาคงจะอายคนถ้าตบตีผู้หญิงกลางถนน ฉันกำหมัดแน่น มองดูเขาเดินไปอย่างไม่สะทกสะท้าน”
 “พอดีพ่อสังข์เดินมาข้างหลัง เอามือวางลงบนบ่า ฉันจึงรู้สึกตัวหันหน้ามาหา พ่อก็บอกว่า ใช้เหตุหลกับเขาไม่ได้หรอกลูก มีทางเดียวที่จะหยุดเขาได้คือฆ่าเขาเสีย”
 “ฉันคิดอะไรได้บางอย่างจึงบอกพ่อว่า พ่อคะบางทีพ่อจะ...พูดได้แค่นั้นพ่อสังข์ก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า โอ จะให้พ่อฆ่าเขาหรือ พ่อแก่แล้วคำหล้า พ่อทำให้ลูกได้ทุกอย่างเว้นแต่ฆ่าคน”
 “ฉันเลยบอกพ่อว่า หนูไม่ได้บอกให้พ่อฆ่าใคร แต่หนูคิดว่าเราต้องบอกให้พี่สามารถรู้โดยเร็ว หนูจะให้พ่อช่วยบางอย่างเท่านั้น พ่อสังข์ก็บอกว่า ท่าข้ามลำน้ำป่าสักอยู่ไกล เกวียนของเราสู้ม้าหมู่สายไม่ได้หรอก เราก็ขี่ม้าไปซิ ฉันบอก”
 “พ่อสังข์ก็ยังบ่ายเบี่ยง คงทายใจฉันไม่ถูก พูดขึ้นมาว่า ลูกเอ๋ยพ่อแก่แล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนทำได้แน่ เดี๋ยวนี้คงไม่ไหว หมู่สายไปถึงก่อนพ่อแน่
 ฉันก็เลยบอกว่า แต่หนูไปได้นะพ่อ หนูยังแข็งแรง มาอยู่กับพ่อตลอดสามเดือน หนูหัดขี่ม้าทุกวันพ่อก็เห็น หนูเตรียมตัวของหนูไว้ว่า สักวันหนึ่งจะได้ขี่ม้าไปตามพี่สามารถ พ่อก็ว่า ไปได้จริงหรือลูก เป็นสาวเป็นนาง พ่อเป็นห่วงมาก ฉันก็เลยรับรองกับพ่อว่า หนูเข้มแข็งขึ้นมาก ขี่ม้าได้เก่ง และมีเหตุผลที่จะไป”
 “เหนือสิ่งอื่นใดก็คือหนูรักพี่สามารถ ถ้าเขาจะตายจริง ๆ ก็ขอให้หนูได้ตายพร้อมกับเขา”
 ผมฟังคำหล้าเล่าแล้วก็ตื้นตันใจ ไม่เสียแรงที่ผมรักเธอ ผมไม่เคยรักผู้หญิงคนใดมาก่อนเลยในชีวิต คงจะเป็นเพราะบุพเพสันนิวาส ที่ทำให้เราได้มาพบกัน ผมฟังเธอเล่าต่อไป
 “พ่อสังข์มองดูฉันอย่างไม่น่าเชื่อ คงจะเข้าใจในความรักของหนุ่มสาวเช่นเรา ได้แต่ออกความเห็นว่า หนทางกลางป่าอันตรายนะลูก แต่ถ้าหนูจะไปจริง ๆ พ่อก็ไม่ห้าม อนุญาตให้หนูเอาม้าขี่ไป พ่อเห็นใจในความรัก ถ้าไม่ห่วงแม่อยู่ทางนี้อีกคน พ่อก็จะตามไปส่ง”
 “ฉันก็บอกว่าหนูอยากพิสูจน์ตัวเองว่าเข้มแข็งแค่ไหน หนูควรจะไปกับเขาตั้งแต่ครั้งนั้น ถ้าจะตายเพราะทำความดีหนูก็ไม่เสียดายชีวิต ด้วยเหตุนี้เองฉันจึงขี่ม้าบุกป่าฝ่าดงไปหาพี่ เป็นห่วงพี่กลัวพี่จะเป็นอันตราย ถูกหมู่สายตามมาฆ่ามากกว่าคิดถึงอันตรายของตัวเอง”
 ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่คำหล้าเล่าให้ผมฟัง เมื่อเราได้อยู่กินเป็นผัวเมียกันแล้ว ยามใดที่มีเรื่องสะเทือนใจผมก็นึกถึงคุณงามความดีของเธอที่บุกบั่นไปพบผมคราวนั้น เพื่อจะเตือนให้ผมทราบล่วงหน้าในเรื่องที่หมู่สายจะตามไปฆ่า โอ้เมียรัก เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ห่วงใยผม มากกว่าชีวิตของตนเอง ชาตินี้ผมจะไม่ลืมคุณงามความดีของเธอเลย





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kkkk วันที่ : 09/05/2009 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jjjj
ช่วยกันคิด วันละนิด จิตแจ่มใส                                                                                                             

เรื่อง โอ้เมียรัก..ตอนที่ 13 มาอ่านให้แล้วนะคะ
ท่าน ชวาลา.. ทางสู้ที่แท้จริง..ติดตาม..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]