• ชะเอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : cha_araya@msn.com http://www.chatturat.com/
  • วันที่สร้าง : 2008-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 98896
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เมืองดอกไม้หมายเลขเก้าสิบก้าว
แล้วแต่จะคิดดอกไม้ทุกชนิดมีปริศนา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chawalachaimeerang
วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1377 , 13:56:15 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 ผมร้องไห้รำพันเพราะเพื่อนจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
 “กันช่วยเพื่อนได้เท่านี้แหละเพื่อนเอ๋ย ไม่น่าด่วนตายไปก่อนกัน น่าจะรอกันก่อน”
 ผมนั่งซบหน้ากับหัวเข่า ร้องไห้อย่างมิอายคำหล้า จนเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ที่ผมนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น จนกระทั้งได้ยินเสียงคำหล้าพูดขึ้นว่า
 “พี่หยุดร้องไห้เสียเถอะ มีคนขี่ม้ามา จะเป็นหมู่สายหรือเปล่าก็ไม่ทราบ”
 ผมเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แล้วเพ่งมองไปข้างหน้า พลันนั้นเองผมก็เห็นคนขี่ม้ามาอย่างที่คำหล้าบอก หมู่สายนั่นเอง เขาขี่ม้าตรงมายังเรา
 “จะทำอย่างไรดี” คำหล้าถามขึ้นเบา ๆ
 ผมก็พูดขึ้นอย่างหนักแน่นว่า
 “ถ้าเป็นเมื่อก่อนพี่คงหนี แต่เดี๋ยวนี้ไม่หนีแล้ว ไม่รู้จะหนีไปไหน เบื่อหน่ายเต็มที”
 “ฉันมีปืนนะพี่ พ่อสังข์ให้มา” คำหล้าบอก
 “เราจะไม่ใช้ปืนหรอกคำหล้า” ผมบอก “ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น พี่ไม่คิดจะสู้รบปรบมือกับใคร” คำหล้าก็ไม่วายจะแนะนำผมว่า
 “เรื่องนี้หมู่สายทำด้วยพละการ พี่ยังไม่ได้เป็นผู้ต้องหาของตำรวจ ฉันได้ยินพ่อสังข์ดพูดอย่างนั้น เขาตามฆ่าพี่ด้วยแรงพยาบาทส่วนตัว”
 ผมมองร่างของสมพันธ์ที่นอนตาย ก่อนจะพูดว่า ฎถ้ารู้อย่างนี้แต่แรกก็ดี สมพันธ์จะได้ไม่ตาย”
 “ตอนนี้พี่มีสิทธิ์ป้องกันตัว” คำหล้าบอก “อีกอย่าง หมู่สายก็ฆ่าลุงก่อมาแล้ว เขามีความผิดอยู่เหมือนกัน พี่จะปล่อยให้เขายิงฝ่ายเดียวโดยไม่หาทางป้องกันตัวเองบ้างหรือ?”
 คำพูดของคำหล้าก็มีส่วนถูก แต่ผมสั่นหัวแล้วลุกขึ้นยืน บอกคำหล้าว่า
 “พี่จะลองสู้กับเขาด้วยมือเปล่า ๆ ดู เขาจะยิงคนที่ไม่มีอาวุธเชียวหรือ?”
 “พี่หนีไปดีกว่าฉันจะรับหน้าเขาเอง ไปซิพี่ เอาม้าตัวที่ผูกอานแล้วนั่นแหละขี่ไป”
 “ไม่หรอกคำหล้า ถ้าพี่หนีก็คงไปไไม่ด้ไกล ถึงอย่างไรเขาก็ตามทัน พี่หนีมาไกลพอแล้ว ไม่เห็นได้ประโยชน์อะไร เรื่องที่มันจะเกิดก็ให้มันเกิดดีกว่า หันมาเผชิญหน้าดีกว่า ให้มันสิ้นสุดกันตรงนี้เสียเลย”
 พูดจบผมก็ยืนรอหมู่สายอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้จะคิดไปอย่างนั้น แต่ใจหนึ่งก็อดหวั่นไหวไม่ได้
 หมู่สายชักม้าเดินตรงเข้ามา ปืนสั้นของเขาเสียบไว้ในซองที่เอว เขาลงจากหลังม้า กระชับปืนในมือย่างสามขุมเข้าหาผมกับคำหล้า ห่างกันราวยี่สิบก้าว มองดูสมพันธ์ที่นอนตายอยู่ครู่หนึ่ง ผมจึงพูดขึ้นว่า
 “ใช่แล้วครับ สมพันธ์ตายแล้ว คุณต้องการฆ่าก็สมใจคุณแล้วเวลานี้”
 “ฉันฆ่าเขาอย่างไร?” น้ำเสียงหมู่สายปกติ
 “ด้วยความกลัว เขาตายเพราะกลัวคุณจะมาฆ่า ยิงผมเสียซิครับ คุณจะได้หายแค้น”
 หมู่สายเบือนหน้าไปทางอื่น ผมก้าวออกไปยืนกลางแจ้ง กอดอกพูดอย่างไม่กลัวตาย
 “ที่นี้เหลือแต่ผมคนเดียว คุณจะทำอย่างไรก็เชิญ ผมไม่หนีคุณแล้ว”
 “เอาปืนออกมาสู้กัน” หมู่สายบอก
 “ผมไม่มีปืนหรอก และไม่เคยมี”
 “แต่เพื่อนมึงมี ไปเอามาซิ กูให้เวลา”
 ผมยืนเฉยจนกระทั่งหมู่สายบอกซ้ำ ให้ไปเอาปืน ผมจึงยืนยันอีกครั้งว่า
 “เราไม่มีปืนหรอกครับ เป็นความสัตย์จริง”
 “กูไม่เชื่อ จะรอจนมึงชักปืนออกมา”
 “คุณจะไม่ได้เห็นหรอกครับ ผมไม่คิดจะแตะต้องปืน” ผมพูดด้วยเสียงเครียด
 “ตั้งแต่คุณมาลีตาย ผมตกอยู่ในนรกตลอดเวลา ต้องหลบหนีคุณกลัวคุณจะตามมาฆ่า วันหนึ่งตั้งหลายครั้งที่ตกใจ เมื่อเห็นคนแปลกหน้า”
 “ผมต้องคอยเหลียวหลังอยู่เสมอว่าเมื่อไหร่คุณจะตามมาฆ่า ภาพคุณมาลีก็คอยหลอกหลอนผมอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้ผมจึงเบื่อหน่ายต่อการหนี อยากจะให้คุณฆ่าให้ตาย จะได้รู้แล้วรู้รอด อยู่ไปก็มีแต่ความทุกข์ คุณต้องการฆ่าผมก็เอาเลยครับ”
 พูดจบผมก็ร้องไห้ด้วยความขมขื่น สงสารตัวเองและเพื่อน ที่ต้องมาตายโดยไม่จำเป็น ความเสียใจความน้อยใจ ทำให้ผมระบายคำพูดออกมา
 “ผมบอกคุณตั้งร้อยครั้งพันครั้งว่า ไม่ได้เป็นคนลั่นกระสุน พ่อค้าวัวต่างหากเขาเป็นเจ้าของปืน เขาถือปืนจะยิงผม สมพันธ์กอดเขาไว้ ปืนจึงเบนไปถูกคุณมาลี บอกคุณแล้วคุณก็ไม่เชื่อ ความจริงก็เป็นอย่างนี้”
 “ชาตินี้ผมมีกรรม ถึงคราวที่จะต้องตาย ผมก็ไม่เสียดายชีวิต เอาเลยยิงผมได้เลย”
 ผมคอยให้หมู่สายทำอะไรต่อไป โดยยืนหลับตา ไม่อยากเห็นตอนหมู่สายยกปืนขึ้นยิง เมื่อเห็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นผมก็ลืมตา แล้วเดินหันหลังให้หมู่สายไปยังม้าตัวที่ผูกอาน คือม้าของคำหล้า
 คำหล้ายืนห่างออกไป หมู่สายยกปืนขึ้นเล็งมาที่ผม ได้ยินเสียงคำหล้าร้องขึ้น
 “อย่านะคุณ ถ้าคุณยิงฉันยอมตายพร้อมกับเขา เราอาจตายพร้อมกันทั้งสามคน”
 คำพูดของคำหล้าเป็นปริศนา คล้ายกับว่ามีอีกคนหนึ่งคอยซุ่มยิงอยู่ หมู่สายลังเล เขาเข็ดแล้วกับการลอบยิง ยังกลัวศัตรูที่มองไม่เห็นตัว แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ที่เป็นเรื่องระแวง นอกจากพูดกับผมอย่างสำทับ
 “หันหน้ามาซิ กูไม่อยากยิงคนข้างหลัง”
 ผมหันหน้ามาเผชิญกับเขาอย่างลืมตาย คำหล้าล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ดึง 38 ลูกโม่ออกมา เสียงขึ้นนกดังกริ๊ก หมู่สายตอบโต้โดยอัตโนมัต เขาวาดปืนไปทางหญิงสาวแล้วเหนี่ยวไก เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกันสองนัด
 พอเสียงปืนสงบ ปรากฏว่าทั้งคำหล้าและหมู่สายโดนปืนด้วยกันทั้งคู่ ผมสบถออกมาอย่างหยาบคาย คล้ายกับด่าตัวเอง พอได้สติก็พูดขึ้นว่า
 “เกือบจะฆ่ากันโดยไม่เจตนาอีกแล้ว”
 ปืนของหมู่สายที่ยิงออกไปเมื่อสักครู่ กระเด็นไปตกที่พื้นดิน ถ้าพลาดอีกนิดเดียวอาจจะตายด้วยกันทั้งคู่ พอได้สติผมก็ตะโกนขึ้นสุดเสียง
 “คำหล้า ๆ”
 แล้วรีบถลันเข้าไปหา คว้าร่างของเธอไว้ทัน ก่อนที่จะล้มลงไป เธอถูกยิงที่ไหล่ซ้ายเลือดแดงฉาน
 หมู่สายก็โดนยิง ที่แขนขวาด้านที่กำปืน พอนึกได้ผมก็ผละจากหญิงสาว เดินไปหยิบปืนของหมู่สายมาเสียบไว้ที่เอว พูดอย่างห่วงใย
 “เจ็บมากไหมคำหล้า” หล่อนไม่พูด
 มีเลือดไหลออกมาที่ไหล่ซ้ายชุ่มเสื้อชั้นนอก ผมจัดแจงห้ามเลือดและตกแต่งบาดแผลให้เธออย่างลวก ๆ แล้วจึงเดินมาหาหมู่สาย ซึ่งขณะนี้หมดพิษสงแล้ว ผู้หมู่ใช้มือซ้ายกุมบาดแผลไว้ เมื่อเห็นผมเดินเข้าไปก็ขยับหนี
 ผมยกมือห้าม พูดอย่างมีไมตรี ด้วยน้ำเสียงปกติ หมู่สายลังเลเหมือนไม่ไว้ใจ ผมจึงพูดขึ้นว่า
 “เมื่อสักครู่นี้ ผู้หมู่กับคำหล้าคงไม่เจตนาจะยิงกัน” เขาพยักหน้าแทนคำตอบ พูดจบผมก็เอื้อมมือไปตกแต่งบาดแผลให้เขา “นี่แหละครับอุบัติเหตุ” ผมพูดพลางก็เช็ดเลือดให้เขาไปพลาง สีหน้าของเขาเริ่มดีขึ้น เบือนหน้าไปทางหญิงสาว แล้วพูดขึ้นว่า “เธอเจ็บมากไหม” “ก็พอ ๆ กับคุณนั่นแหละ” หมู่สายมีสีหน้าสลด ผมจึงบอกว่า
 “ไม่เป็นไรหรอกครับ โชคดีที่คุณยกปากกระบอกปืนเบนไปนิด กระสุนจึงไม่ตรงหัวใจ”
 เขาพูดต่อไปอย่างที่ผมไม่คิดว่าเขาจะพูด
 “ฉันตกใจหมดเมื่อปืนลั่น คิดว่าไม่เขาก็เราต้องตายกันไปข้างหนึ่ง ดีที่หล่อนไม่ยิงซ้ำขณะที่ปืนอยู่ในมือ ฉันเสียใจมากในการกระทำครั้งนี้ และขอบใจเธอทั้งสอง
 ผมประคองคำหล้าไว้ในวงแขน รู้สึกเบาใจเมื่อน้ำเสียงของหมู่สายค่อยอ่อนลง ผมจึงพูดเพื่อให้เขาเข้าใจอีกครั้งว่า
 “นี่แหละครับอุบัติเหตุ เมื่อปืนลั่นขึ้นตอนที่คุณมาลีตาย ผมไม่ได้เป็นคนถือปืน พ่อค้าวัวต่างหากถือปืน เขาจะยิงผม สมพันธ์กลัวผมตายจึงเข้ากอดข้างหลังพ่อค้าวัว ในขณะที่เขาเหนี่ยวไก ปืนจึงเบนออกนอกทาง พลาดจากผมไปถูกคุณมาลี”
 “ผมบอกคุณตั้งหลายครั้ง คุณก็ยังเชื่อว่าผมเป็นคนลั่นกระสุน”
 หมู่สายริมฝีปากสั่น เมื่อประจักษ์กับความจริง เขาเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ในที่สุดก็พูดขึ้น
 “บาดแผลของฉันพอทนได้ ส่วนของผู้หญิงคงจะเจ็บมาก เราควรจะช่วยกันทำแผลให้น้องสาว เสียก่อน” ผมจึงบอกว่า
 “คุณไม่ต้องห่วง ผมดูแลเธอได้ ถ้าผู้หมู่เสร็จธุระแล้วก็ขอเชิญกลับไปได้”
 หมู่สายสะดุ้ง ไม่มีแววอาฆาตเหลืออยู่เลย เขาคงสำนึกได้ จึงบอกเราทั้งสองว่า
 “ฉันหมดธุระแล้ว กำลังจะไปจากที่นี่”
 พูดจบก็มองดูสมพันธ์ที่นอนหมดลมหายใจอยู่บนพื้นดิน แล้วหันมามองหญิงสาวอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “หมดเรื่องแค่นี้ ฉันไปละ”
 เขาเหวี่ยงตัวขึ้นบนหลังม้า ตวัดสายตามองดูทางข้ามของลำน้ำป่าสักอันโหดร้าย แวบหนึ่ง แล้วก็รั้งสายบังเหียนม้าเหยาะย่างกลับไปตามเส้นทางสายเก่าที่เขาผ่านมา โดยไม่ยอมกลับไปมองข้างหลังอีกเลย
     
ปัจฉิมลิขิต

 เมื่อหมู่สายจากไปแล้ว ผมก็จัดการตกแต่งบาดแผลให้คำหล้า มีกระสุนฝังใน ผมจัดการแคะมันออก พ่อสังข์ผู้มีประสบการณ์เคยบอกผมว่า
 “ระวังเลือดจะออกจากแผล ถ้าห้ามเลือดไม่หยุด คนป่วยก็ตาย”
 ผมจึงทำด้วยความระมัดระวัง บังเอิญมีเหล้าป่าติดมาด้วยจึงเอามาเช็ดแผล ผมจะต้องพาคำหล้ากลับไปยังไร่พ่อสังข์โดยเร็ว เพื่อรักษาบาดแผล
 ครั้งแรกก็กะกันไว้ว่า พอคำหล้ามาถึงก็จะพากันเดินทางไปยังไร่ที่หุบเขา ดำเนินชีวิตกันอยู่ที่นั่น เมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนไปผมก็ไม่จำเป็นต้องกลับไปยังที่เก่า เพื่อหลบซ่อนตัวอีกต่อไป
 คิดถึงเพื่อนรักที่ต้องจากไป เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เล็กจนโต ไม่นึกว่าจะต้องพลัดพรากจากกันในสภาพเช่นนี้ เขาตายเพื่อให้ผมมีชีวิตอยู่หรือ? คิดแล้วผมก็น้ำตาไหล จึงบอกคำหล้าว่า
 “เราจะต้องรีบเดินทางไปจากที่นี่ พี่จะฝังศพสมพันธ์เสียก่อน คำหล้าไปคอยพี่อยู่ในที่พักชั่วคราวก่อนนะ”
 ผมจัดการฝังศพเพื่อนรัก ไม่ช้าก็เสร็จ จึงบอกเขาว่า
 “อยู่ที่นี่นะสมพันธ์ กันไปก่อน ถ้าชาติหน้ามีจริง ให้เราได้เกิดมาเป็นเพื่อนกันอีก”
 ผมเก็บข้าวของที่นำมาบรรจุลงในย่าม ของอะไรที่เป็นส่วนตัวของสมพันธ์ ผมได้นำไปฝังไว้กับตัวเขาจนหมด นอกจากม้าตัวเดียว ผมจำเป็นต้องนำมันกลับไปด้วย
 ม้าตัวนี้มีความฉลาดและเก่งกว่าเจ้าของ เมื่อตอนที่สมพันธ์บังคับมันขี่ข้ามน้ำ มันจะไม่ลงแล้ว แต่ทนเฆี่ยนตีไม่ไหว แต่พอลงน้ำเห็นว่าไปไม่ไหวก็ดิ้นกระเสือกกระสน ว่ายน้ำกลับมายังที่เก่าได้ แต่สมพันธ์ผู้เป็นเจ้าของ ถูกกระแสน้ำพัดไปจนเสียชีวิต
 เราออกเดินทางทันทีเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อย ผมให้คำหล้าขี่ม้าตัวเก่าของเธอนำหน้า ส่วนผมขี่ม้าตามหลัง และจูงม้าของสมพันธ์มาด้วย ขณะที่นั่งมาบนหลังม้า ผมได้แต่ครุ่นคิด
 ผมนึกถึงตัวเอง ตั้งแต่เกิดมาก็เป็นกำพร้าแม่ พ่อเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ พ่อรักผมมากเกินกว่าที่จะคิดมีเมียใหม่ ทั้ง ๆ ที่ชาวไร่ทั่วไป ไม่มีใครอยู่เป็นหม้ายได้นานเหมือนพ่อ
 พออายุได้สิบสองปีผมก็หนีออกจากบ้าน เที่ยวไปทุกหนทุกแห่ง ทำงานแลกข้าวไปวัน ๆ ทั้ง ๆ ที่อยู่กับพ่อ พ่อก็ไม่ได้ดุด่าว่ากล่าวอะไร
 ผมต้องการจะไปเผชิญกับชีวิตในโลกกว้าง พ่อก็ไม่เคยไปตามให้กลับบ้าน คงคิดว่าลูกผู้ชายปล่อยให้ออกไปดำรงชีวิตด้วยลำแข้งของตัวเองก็จะดี จะได้เป็นคนแข็งแกร่ง รู้จักแก้ปัญหา
 จนกระทั่งผมมาพบกับสมพันธ์ ซึ่งเราก็หัวอกเดียวกัน สมพันธ์ยิ่งร้ายกว่าผม เขาเป็นกำพร้าทั้งพ่อทั้งแม่ อยู่กับน้าสาวคนปากร้ายไม่มีความสุข จึงหนีออกจากบ้าน เราไปด้วยกันทุกหนทุกแห่ง
 เมื่อตอนเป็นเด็กจรจัด ที่นอนของเราก็คือตลาดสดในเมือง ตอนกลางคืนไม่มีแม่ค้าขายของ เรายึดแผงวางของนั่นแหละเป็นที่นอน ต้องตื่นแต่เช้า เพราะแม่ค้ามาขายของที่ตลาด
 เราก็ช่วยแม่ค้ายกของยกเข่งผัก ปลาทูและอะไรต่าง ๆ มีผู้หยิบยื่นเงินให้ เราก็ได้ซื้ออาหารกินพอประทังชีวิต ทำอยู่เช่นนั้นวันแล้ววันเล่าในตลาดสด กลางวันเราก็วิ่งเล่นกันอยู่แถวนั้น โดยไม่อนาทรร้อนใจว่าพรุ่งนี้จะมีอะไรกิน
 คิดถึงความหลังที่ผ่านมา แล้วก็ถามตัวเอง ผมทำเช่นนั้นทำไม ในเมื่อผมยังมีพ่อมีบ้านของตัวเอง กลับไปอยู่บ้าน ช่วยพ่อทำงานไม่ดีกว่าหรือ?
 ทำไมผมต้องมานอนบนพื้นกระดานแผงลอยอันสกปรก ให้ยุงกัดเหมือนหมา
 ความจริงเราก็ไม่ผิดอะไรกับหมา เพราะหมาก็นอนเช่นเดียวกับเรา คือนอนแผงถัดไป บางทีก็มีขอทานเร่ร่อนเข้าไปนอนด้วย ผมทำเช่นนั้นทำไม ในเมื่อผมก็มีบ้านอยู่ ผมให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้
 แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ผมทิ้งสมพันธ์ไปไม่ได้ สมพันธ์ยังต้องการความช่วยเหลือจากผม เขาเป็นคนที่น่าสงสารมาก อยู่กับน้าก็ไม่มีความอบอุ่น น้าใจร้ายด่าว่าเขาทุกวัน ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ สมพันธ์ไม่มีทางที่จะกลับเข้าไปอยู่ในบ้านได้ จึงต้องระเหระหนเร่ร่อนอยู่อย่างนั้น ผมลืมชวนสมพันธ์กลับไปอยู่บ้านด้วย
 เมื่อคบกันนานเข้า จะทิ้งเพื่อนกลับไปหาพ่อ ผมก็สงสารเลยอยู่ด้วยกันมา จนกระทั้งได้ไปรับจ้างเลี้ยงวัวกลางโคก รายแรกได้เงินดีแต่สมพันธ์กลับเอาไปเล่นการพนันเสียหมด
 รายที่สองเราก็ถูกโกงค่าแรง จึงตามล่าตามล้างกัน จนเป็นอุบัติเหตุให้ผู้หญิงให้ผู้หญิงคนหนึ่งตาย สามีของผู้หญิงมีความแค้นจึงตามล่าเราทั้งสอง
 ชีวิตที่ผ่านมามีแต่ความทุกข์ใจตลอดเวลา ได้เห็นน้ำใจของคนหลายจำพวก อย่างลุงก่อต้นเหตุ เขาเจตนาโกงค่าแรงผมกับเพื่อนชัด ๆ คนอย่างนี้ตายเสียได้ก็ดี เขาช่างไม่มีความเมตตาสงสารคนที่ต่ำต้อยกว่า โกงได้แม้กระทั้งค่าแรงของลูกแจ้ง
 หมู่สายก็มีแต่ความอาฆาตจองเวร จนลืมนึกถึงข้อเท็จจริง กว่าความจริงจะเผยออกมา ผมก็เกือบตายไปแล้ว ผมยังยึดมั่นในคุณงามความดี ถ้าปล่อยให้สมพันธ์ฆ่าหมู่สายตาย ตอนอยู่บ้านพ่อสังข์ เหตุการณ์หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไปอีกก็ไม่ทราบ
 เมื่อพบคำหล้ากับพ่อของเธอกลางป่า ผมก็ได้ช่วยเหลือเธออย่างมนุษย์ธรรมที่พึงมีต่อกัน ไม่นึกเลยว่าต่อมาเราจะได้พึ่งพาอาศัยกันในวาระสุดท้าย ถ้าคำหล้าไม่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง หมู่สายอาจจะยิงผมตายทันทีก็ได้ อาจจะเป็นเพราะชาติปางก่อนเราเคยทำบุญร่วมกันมา ชาตินี้เราจึงได้พบกัน
 นึกถึงเฒ่าถาตัวแสบ คราวนั้นก็เหมือนกัน ผมเกือบจะถูกยิงตาย ดีแต่ว่ามีไหวพริบทัน
คนอย่างเฒ่าถาก็เป็นอันตรายอย่างยิ่ง มีอย่างที่ไหน ไม่เคยมีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน คิดเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว คนตกทุกข์ได้ยากมาหา มีแต่คอยซ้ำเติม แต่ก็ดีอย่างที่มีม้าให้ผมยึดมาขี่ คงสาสมกับที่เขาทำความเจ็บแค้นให้ผม
 คิดถึงพ่อสังข์กับแม่สวย สองคนนี้เป็นบุคคลที่ผมจะเทิดทูนไว้เหนือชีวิต ถ้าไม่ได้สองคนนี้ สมพันธ์จะต้องตายเพราะพิษไข้แต่คราวนั้น ถ้าไม่ใช่สองคนนี้ คำหล้าก็จะไม่มีที่อยู่ผมเองก็ไม่รู้จะหลบไปอยู่ที่ไหน และก็สองคนนี้อีกเหมือนกัน ที่ให้ม้าและปืนกับคำหล้าขี่ไปบอกผมว่าหมู่สายจะตามไปฆ่า
พูดถึงคำหล้าผมก็ตื้นตันใจ ใครจะคิดบ้างว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เท่านี้จะมีความเด็ดเดี่ยวขนาดนั้น เธอขี่ม้ารอนแรมไปหาผมระยะทางเป็นร้อยกิโลเมตรในป่าเปลี่ยว ผมจึงคิดว่าเธอมีบุญคุณต่อผมมาก ในชีวิตนี้ผมจะอยู่กับเธอตลอดไป แม้จะทุกข์ยากอย่างไรก็จะใช้สติปัญญา ไม่ทอดทิ้งเธอเด็ดขาด
ผมพาคำหล้ารอนแรมมาจนถึงไร่พ่อสังข์ คำหล้าได้รับการรักษาบาดแผลที่ถูกยิง จนหายเป็นปกติ ผมนึกถึงบุญคุณของพ่อสังข์แม่สวย ที่เคยให้ความอุปการะยามตกยาก เมื่อแผลของคำหล้าหายดีแล้ว เราก็แต่งงานเป็นผัวเมียกัน โดยพ่อสังข์แม่สายจัดการให้อย่างเงียบ ๆ
ผมนึกถึงบุญคุณท่านทั้งสอง เลยอยู่รับใช้ท่านอีกหนึ่งปี จึงขอลากลับไปอยู่กับพ่อที่บ้านไร่ พ่อดีใจมากในการกลับมาของผม ได้ลูกสะไภ้มาฝากด้วย ต่อมาเราก็มีลูกเล็ก ๆ ด้วยกันสองคน พ่อได้มอบที่ดินทั้งหมดและฝูงวัวให้ผม ส่วนท่านอยู่เฉย ๆ คอยเลี้ยงหลานเล็ก ๆ ที่กำลังซน  


จบบริบูรณ์





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
J1214 วันที่ : 09/05/2009 เวลา : 17.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214


ตาแฉะ....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เพลงผ้า วันที่ : 09/05/2009 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

สวัสดีพี่ชะเองค่ะ...
เพลงมาทักทายค่ะ...

สบายดีนะคะ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]