• ชะเอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : cha_araya@msn.com http://www.chatturat.com/
  • วันที่สร้าง : 2008-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 99003
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เมืองดอกไม้หมายเลขเก้าสิบก้าว
แล้วแต่จะคิดดอกไม้ทุกชนิดมีปริศนา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chawalachaimeerang
วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1767 , 10:36:10 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


คนเรานั้นเลือกที่เกิดไม่ได้ บางคนเกิดมาสมบูรณ์พูนสุขทุกอย่าง บางคนเกิดมายากจนข้นแค้นแทบไม่มีอะไรจะกิน ผู้ที่แข็งแรงชอบเอารัดเอาเปรียบคนที่อ่อนแอ โลกนี้จึงไร้ความยุติธรรม เมื่อมีการข่มเหงน้ำใจกันใครเล่าจะยอม เมื่อมีการโกงกันอย่างหน้าด้าน ๆ ลูกผู้ชายยอมไม่ได้ การประหัตประหารจึงเกิดขึ้น ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตาย
       คนจนมักเป็นฝ่ายเสียเปรียบในด้านกฎหมาย ไม่ผิดก็ถูกยัดเยียดให้เป็นผู้ผิด จึงต้องหนีเอาตัวรอด
      กฎหมายมีสองราคา ผู้รักษากฎหมายย่อมเข้าข้างผู้มีเงิน คนจนมีแต่ทางเสียเปรียบ ตามมาสิครับผมจะเล่าให้ฟัง เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวผมเอง แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาหลายปีแล้ว แต่ภาพเหตุการณ์ครั้งนั้นยังติดตาผมอยู่ ผมต้องเสียเพื่อนรักไปอย่างไม่มีวันกลับ ขณะข้ามแม่น้ำหนีการตามล่า
      เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๕
      ตอนนั้นอยู่ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง การเดินทางจากอำเภอจัตุรัสไปหนองบัวระเหวไม่ใช่ของสนุกเลย ถ้าไม่เดินกับเท้าหรือขี่ม้าก็นั่งเกวียนกันไป เป็นเส้นทางทุรกันดานมาก ถ้ามุ่งไปทางตะวันตกเรื่อย ๆ จะพบภูเขาขวางกั้น ถ้าข้ามภูเขาไปอีกก็จะถึงแม่น้ำป่าสัก
      พวกกองเกวียนได้อาศัยเส้นทางสายนี้ ไปมาติดต่อค้าขาย ตลอดเส้นทางมีแต่ป่าและอันตรายทุกชนิด ไม่จำเป็นแล้วไม่มีใครอยากจะเหยียบย่างเข้าไป ในสมัยนั้นป่ายังรกเสือยังชุม
      แค่ตำบลหนองบัวระเหวก็ว่าไกลสุดกู่แล้ว ป่ายังไม่ถูกทำลายเหมือนเช่นทุกวันนี้ มันเป็นป่าช้างดงเสือ การไปนอนค้างอ้างแรมในป่าประมาทไม่ได้ ต้องขัดห้างนอนบนต้นไม้สูง ๆ
      ห่างจากตำบลหนองบัวระเหวออกไป มีหมู่บ้านกระจัดกระจายกันอยู่ทั่วป่า ล้วนแต่เป็นหมู่บ้านที่ผู้คนอพยพเข้าไปหาที่ทำกินใหม่ ๆ ถึงแม้จะเป็นบ้านป่าเมืองดงอย่างนั้นก็ตาม ผมกับสมพันธ์ก็ได้ไปรับจ้างเลี้ยงวัวกับชาวไร่คนหนึ่ง ทางเหนือแม่น้ำชีเลยหนองบัวระเหวขึ้นไป เราสองคนไม่ได้นึกหวาดกลัวอะไรเลย เมื่อต้องไปนอนเลี้ยงวัวอยู่ในป่าที่ห่างไกลชุมชน ผมกับสมพันธ์ได้อาศัยแพซุงล่องมาตามลำน้ำชีเพื่อรับเงินค่าจ้าง
      สัมพันธ์ตื่นเต้นเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง พูดออกมาดัง ๆ “คือเมืองสวรรค์แท้น้อ” สมพันธ์ตื่นตาตื่นใจกับผู้คนและของกินของใช้ ผู้คนคับคั่งเพราะเป็นชุมชนค้าขายทั้งทางบกและทางน้ำ เรือแพขึ้นล่องเป็นประจำ น้ำขึ้นไม่สูงนักเพราะไม่ใช่ฤดูฝน เพียงครึ่งฝั่งยังไหลเอื่อย ๆ ลงไปทางใต้ ผมพูดกับสมพันธ์ว่า
      “ถ้าเรามีเงินอยู่ในเมืองก็น่าอยู่หรอก แต่ถ้าไม่มีเงินก็เหมือนหมาอดโซ”
      พวกผมสองคนไม่ค่อยมีเงินติดกระเป๋า เลี้ยงวัวอยู่ป่าดงเงินไม่มีความหมาย มีแล้วก็ไม่รู้จะไปซื้ออะไร จึงไม่ได้เบิกกับนายจ้างเลย สมบัติติดตัวของเราก็มีแต่เพียงผ้าพันกายเท่านั้น
      ผมชื่อสามารถ อายุเพียงสิบแปดปี ส่วนสมพันธ์นั้นก็อายุเท่ากันกับผม แต่ชอบบอกกับคนอื่นว่าอายุยี่สิบปี เขาชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่
      ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราเผชิญทั้งโชคดีและโชคร้าย ก่อนหน้านั้นเราเป็นลูกจ้างเลี้ยงวัวบนที่ราบสูงติดกับแม่น้ำชีตอนบน ไม่ไกลจากหนองบัวระเหวมากนัก เจ้าของวัวเป็นคนบ้านค่ายจังหวัดชัยภูมิ เมื่อขายวัวให้พ่อค้าต้อนลงไปขายทางลพบุรี แล้วเราก็หมดงาน
      สมัยนั้นถนนสายสีคิ้ว - ชัยภูมิกำลังเริ่มก่อสร้าง เมื่อได้เงินแล้วเราขออาศัยรถกระบะบรรทุกของกรมทาง มุ่งหน้าเข้าอำเภอจัตุรัสเพื่อจะหางานอื่นทำ จนแล้วจนรอดเราก็ยังไม่ได้งานทำ สมพันธ์ตัวแสบถูกชายผู้หนึ่งชวนให้ไปเล่นการพนันทายไพ่สามใบ ที่เปิดเล่นอยู่หลังตลาด กว่าผมจะรู้สมพันธ์ก็ถลุงเงินค่ารับจ้างเลี้ยงวัวจนเกรี้ยง
      ผมรู้สึกหงุดหงิด งานก็ไม่มีทำเงินก็หมด จะเอาอะไรกินเข้าไป ก่อนที่เราทั้งสองจะอดตาย ก็ได้พบกับพ่อค้าวัวคนใหม่ ในตลาดหลังที่ทำการอำเภอ ชื่อลุงก่อ กำลังหาลูกจ้างเลี้ยงวัวอยู่พอดี แกเช่าที่ดินของผู้ใหญ่ปิ่นเหนือสนามบินขึ้นไป มีหญ้าและน้ำบริบูรณ์ รอบ ๆ สนามบินเป็นที่เลี้ยงวัวของเรา ผมเห็นเครื่องบินมาลงสนามเป็นครั้งแรกในชีวิต เป็นเครื่องบินเครื่องยนต์เดี่ยว นั่งได้หนึ่งหรือสองคน ใบพัดทำด้วยไม้และเหล็ก ส่วนลำตัวหุ้มด้วยผ้าทาสีเหลืองบ้างเขียวบ้าง เราตื่นเต้นทุกครั้งที่มีเครื่องบินมาลง
      เครื่องบินทุกลำจอดอยู่กลางแจ้ง ผมกับสมพันธ์มีโอกาสได้เข้าไปลูบคลำ มีทั้งปีกชั้นเดียวและสองชั้น บางครั้งใต้ท้องเครื่องบินก็เป็นที่หลบแดดหลบฝนของพวกเรา
      หลังฤดูเก็บเกี่ยวผ่านไป ลุงก่อเจ้าของวัวได้พาชายผู้หนึ่งไปที่คอกวัวเพื่อตกลงซื้อขายกัน แล้วต้อนลงไปขายทางลพบุรี แกบอกว่าขายวัวเที่ยวนี้ไม่มีกำไรเลย แต่ผมไม่เชื่อ คนเจ้าเล่ห์ย่อมพูดได้สารพัด แกบอกเราสองคนก่อนจากไปว่า
      “พวกมึงเก็บข้าวของเครื่องใช้ให้ผู้ใหญ่ปิ่นเสียนะแล้วค่อยตามไป กูจะจ่ายค่าจ้างให้พวกมึงที่ตลาดหลังอำเภอในวันศุกร์ คอยรับเงินที่นั่น”
      เป็นโชคดีของผมกับสมพันธ์ ที่ผู้ใหญ่ปิ่นคนใจดีมาที่คอกวัว แกบอกผมว่า  “ไม่ต้องเก็บของอะไรหรอก ทิ้งไว้ที่นี่แหละ พวกมึงสองคนรีบตามไปเอาเงินเสียเร็ว กูเห็นพวกมึงจมอยู่แต่ในป่า รีบไปฉลองตัวเอง ได้เงินแล้ว กินเผื่อกูบ้าง”
      อีกสาม - สี่ชั่วโมงผ่านมา ผมกับสมพันธ์จึงได้มาปรากฏตัวอยู่ที่ตลาดหลังอำเภอตามนัด สมพันธ์เอาลิ้นเลียริมฝีปากเบา ๆ และเบิ่งมองร้านขายเหล้าเป็นแห่งแรก พลางบอกผมว่า
      “ลุงก่อคงรับเงินแล้วแต่ทำไมไม่เห็นเอามาจ่ายให้เรา”
      “แกนัดจ่ายให้เราวันศุกร์ไม่ใช่หรือ?” ผมย้อนถาม
      “จ่ายวันนี้หรือวันศุกร์ก็ไม่ต่างกัน ว่าแต่แกได้รับเงินค่าวัวแล้วน่าจะจ่ายให้พวกเราทันที”
      เราทั้งสองไม่มีอะไรเหมือนกันเลยเว้นแต่อายุ ผู้คนมักชอบสมพันธ์มากกว่าผม เพราะเขาเป็นคนพูดจ้อตลอดเวลา จนบางทีก็หาสาระมิได้ เป็นคนร่างเตี้ยล่ำสัน ใบหน้ากลมแต่ลาย เพราะเคยเป็นฝีดาษมาก่อน ผมหยิก นัยน์ตาสดใส ชำนาญการต้อนวัวสมพันธ์ไม่ใช่คนเอาการเอางานมากนัก แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธที่จะไม่จ้าง เพราะสมพันธ์จับวัวบังคับฝูงวัวได้เก่ง เหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ชาวนาต้องจ้างสมพันธ์ก็คือ อยากได้ผมไปทำงานด้วย เราไม่เคยแยกกัน ถ้าจ้างผมก็ต้องจ้างสมพันธ์ แต่ถ้าสมพันธ์ออกจากงานผมก็ออกตาม
      ผมไม่ใช่คนช่างพูดและไม่ชอบแย่งใครพูด ถ้าสมพันธ์อยู่ด้วยผมจะหุบปากนิ่ง รูปร่างผมสูงโย่งกว่าสมพันธ์แต่ไม่โอ้อวด ในขณะที่สมพันธ์คุยฟุ้งเรื่องงานผมจะก้มหน้าก้มตาทำ ยามเดินทางผมจะใช้สายตามองจนสุดขอบฟ้า ในขณะที่สมพันธ์ชอบมองต่ำ ๆ และเดินก้มหน้า
      เราสองคนใช้ชีวิตวัยเด็กในป่าเขาและทุ่งกว้าง ตระกูลของเราเป็นชาวไร่ชาวนาที่ยากจน พ่อผมเลี้ยงวัวฝูงเล็ก ๆ ในไร่แห่งหนึ่ง ส่วนสมพันธ์เติบโตในถิ่นคนยากจน โดยมีน้าผู้หญิงเป็นคนเลี้ยงดู
      จนอายุได้สิบเอ็ดสิบสองปี จบ ป.๔ แล้ว สมพันธ์ก็ไปเป็นลูกจ้างเลี้ยงควายที่หมู่บ้านไกลออกไป น้าสาวของเขาเป็นคนเสือกไสให้ไป นาน ๆ เขาจึงใช้ความกล้า กลับไปเยี่ยมน้าสาวปีละครั้งหรือสองครั้ง พอให้รู้ว่าคนทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นก็รีบเผ่นออกจากบ้าน นับว่าชีวิตของเขาต้องลำบากแต่เล็กแต่น้อย
      “เพื่อนเป็นคนดีมาก” สมพันธ์พูดต่อหน้าผมบ่อย ๆ “แต่เวลาร้ายกันไม่สู้เพื่อนหรอก”
      วันนั้นผมกับสมพันธ์ได้เข้ามาในตลาดตัวอำเภอ ตรงที่เป็นสระน้ำที่เราเคยมาแต่ก่อนจนได้งานทำ สองฝั่งถนนเต็มไปด้วยอาคารร้านค้า ผู้คนจอแจ นอกจากอาคารร้านค้าแล้ว ยังมองเห็นที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจและโรงเรียนกับวัดอยู่ไม่ไกลกัน เห็นคนหาบกระบุงตะกร้านำมาวางขายริมถนนผู้คนขวักไขว่ เกวียนเทียม วัวคู่หนึ่งจอดอยู่ใกล้ร้านขายก๋วยเตี๋ยว บนเกวียนมีถ่านอยู่สองสามกระสอบ เจ้าของเกวียนแบกกระสอบถ่านเข้าไปเทหลังบ้านให้ลูกค้า
      สมพันธ์มองเข้าไปในร้านขายเหล้าอย่างไม่แยแส
      “อย่าตามใจตัวเอง” สมพันธ์ว่า
      ผมได้ยินแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ก็หลังร้านขายเหล้าแห่งนี้แหละ ที่สมพันธ์เคยเสียการพนันเมื่อคราวที่แล้ว ผมจึงบอกเขาว่า
      “ไปหาอาบน้ำกันดีกว่า”

ด้านหลังอำเภอมีสระน้ำขนาดใหญ่ เห็นคนอาบน้ำอยู่ริมสระ โดยเอาถังตักน้ำขึ้นมาอาบบนขอบสระนั้นเอง ผมเข้าไปขอยืมถังตักน้ำจากหญิงชราคนหนึ่งตักอาบ
      เราสองคนมีเงินติดตัวเพียงเล็กน้อย ลุงก่อจ่ายให้เราล่วงหน้าไม่กี่บาท ถ้าได้รับอีกคราวนี้จะเป็นเงินก้อนโต ก่อนออกจากคอกวัวผมเอาเงินออกมานับหลายครั้ง คราวนี้ผมก็นับอีก ผมอยากเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เป็นสิ่งแรก เพื่อสวมแทนชุดเก่าที่ใช้สมบุกสมบันมานาน
      อาบน้ำเสร็จผมก็เข้าไปในร้านตัดผม อยู่ป่ามานานผมยาวมาก ช่างตัดผมยังไม่ว่าง ผมจึงหย่อนก้นลงนั่งบนม้ายาว สำหรับให้ลูกค้านั่งคอย แล้วหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาพลิกดูรูปภาพภายใน แต่ก็ไม่มีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจ จึงดูผ่าน ๆ แล้วพับเก็บไว้ที่เดิม
      ผมคิดถึงพ่อ และหวังว่าจะพบคนรู้จักในเมืองนี้ จะได้ถามข่าวถึงพ่อ แต่ก็ไม่พบใครเลย ส่วนพ่อนั้นผมไม่หวังว่าจะพบอยู่แล้ว พ่อของผมเป็นชาวไร่เลี้ยงวัวอยู่ในป่า ไม่ชอบเข้ามาในเมืองเสียด้วย
      ขณะที่นั่งคอยช่างตัดผมอยู่นั้น ผมรู้สึกสนใจชายคนหนึ่งที่นอนอยู่บนม้าตัดผม กำลังให้ช่างตัดผมโกนหนวดเคราให้อยู่ ผมพอจะเดาได้ว่าเป็นคนรูปร่างสูง สวมกางเกงสีกากีรองเท้าหุ้มข้อ ดูเหมือนกับคนเคยสวมเครื่องแบบมาก่อน
      “ถ้าไม่ใช่ครูประชาบาลก็ต้องเป็นตำรวจ” ผมคิดในใจ
      ช่างตัดผมคุยไม่หยุดปาก ช่างเหมือนสมพันธ์ไม่มีผิด ได้ยินช่างตัดผมเรียกชายคนที่นอนให้โกนหนวดอยู่ว่า “พี่หมู่” แต่ชายคนนั้นพูดไม่ได้ เพราะกำลังถูกโกนหนวดด้วยมีดโกนอยู่ ช่างตัดผมจึงคุยเรื่อยเปื่อย บางทีก็เรียก “พี่หมู่” บางทีก็เรียก “พี่สาย”
      “ออกจากราชการแล้วคิดจะไปทำอะไรดู” ช่างตัดผมถามลูกค้าซึ่งกำลังนอน
      “คิดว่าจะหาที่ทำไร่เลี้ยงวัว ทางหนองบัวระเหว”
      “พี่หมู่แต่งงานใหม่ ๆ คงจะมีความสุขดีนะครับ”
      ช่างตัดผมยังคุยต่อ แม้ว่าลูกค้าจะคุยด้วยไม่สนิทก็ไม่คำนึงถึง จนกระทั่งลูกค้าลุกขึ้นนั่งเมื่อโกนหนวดเสร็จ จึงตอบช่างตัดผมว่า
      “ผมชอบชีวิตอิสระจึงลาออกจากราชการ หวังจะประกอบอาชีพส่วนตัว ผมมีไร่และฝูงวัวอยู่แล้ว เมียผมคงจะชอบ เราจะออกไปเป็นชาวไร่ เมียผมคงจะชอบเพราะได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา”
      “พี่หมู่จะไปที่ไร่วันไหนครับ” ช่างตัดผมถาม
      “ว่าจะไปพรุ่งนี้พร้อมกับพวกเกวียนอพยพ”
      การตัดผมได้สิ้นสุดลง ลูกค้ายืนขึ้น ผมจึงเห็นว่าชายคนที่ช่างตัดผมเรียก “พี่สาย” นั้น เป็นชายร่างสูง อาจจะสูงกว่าผมนิดหน่อย ดวงตาสีเหล็กแสดงว่าเป็นคนจริง คงจะผ่านความเป็นความตายมามาก
      ดวงตาที่คมกริบ บ่งบอกลักษณะว่า เคยผจญกับเหตุการณ์เลวร้ายมามาก เขามองผมนิดหนึ่งเหมือนไม่ได้ตั้งใจ นัยน์ตาไม่ส่อแววเป็นศัตรูเลย แต่เหมือนจะบอกว่าเขาอ่านใจคนอื่นออก
      ผมรีบยกมือไหว้เขา แปลกใจตัวเองอยู่ว่า คนแปลกหน้าผู้นี้มีดีอะไรนักหนา จึงทำให้ผมเกิดความครั่นคร้ามขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
      เมื่อผมยกมือไหว้เขาก็ไหว้ตอบ พร้อมกับกล่าวคำสวัสดี เขาพูดกับผมแค่นั้นเอง เมื่อควักเงินออกจากกระเป๋าจ่ายให้ช่างตัดผมแล้วก็เดินออกจากร้านตัดผมไป การพบกันครั้งแรกกับชายผู้นี้ ผมไม่คิดว่าจะต้องกลายมาเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันในเวลาต่อมา เมื่อคนที่ชื่อหมู่สายออกจากร้านไปแล้ว ผมก็ขึ้นนั่งบนม้าตัดผม มองดูใบหน้าในกระจกไม่น่าทัศนาเลย
      “ตัดให้สั้นเลยหรือ?” ช่างตัดผมถาม
      “เอาให้สั้นพองาม ๆ” ผมบอก
      ผมมองออกไปทางหน้าร้านที่ชายผู้นั้นเดินออกไป แล้วถามช่างตัดผมว่า
      “คนนั้นเป็นใคร?”
      “อ๋อ พี่หมู่สายนั้นหรือ?” ช่างตัดผมบอก “แกเป็นตำรวจเก่า เคยตามผู้ร้ายมามาก คงจะขัดใจกับผู้บังคับบัญชาเลยลาออก แต่เสียงหนึ่งก็ว่าเมียของแกขอร้องให้ลาออก หล่อนกลัวสามีจะถูกผู้ร้ายยิงตาย” ช่างตัดผมคุยจ้อเช่นเคย เขาบอกผมว่า
      “หาคนดีเช่นสิบตำรวจตรีสายคนนี้ไม่มี ถ้าเขาเป็นศัตรูกับใครคนนั้นก็แย่ แต่เขาไม่เคยรังแกคนดี ๆ เขาเคยติดตามผู้ร้ายระยะทางเป็นร้อย ๆ กิโลเมตร เคยช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกข่มขืนพาไปหาหมอ แล้วตามลากคอไอ้บ้ากามมาเข้าห้องขัง จนได้รับการสรรเสริญจากคนทั่วไป น่าเสียดายที่เขาลาออก เขาเกลียดพวกทำผิดกฎหมาย ต้องตามล่าให้พบ ไม่มีใครหนีเขาพ้น”
     “ครั้งหนึ่งเขาตามขโมยลักวัวไป กลับมาพร้อมกับวัวสองตัวและผู้ร้ายที่ขโมยวัวไป เขายิงปืนแม่น ไปทางไหนไม่ค่อยหาเพื่อน ชอบบุกเดี่ยว พวกหัวขโมยเพียงแต่ได้ยินชื่อของเขา ก็หัวหดไปตาม ๆ กัน”
      ช่างตัดผมขยับกรรไกรหั่นผมออกไปเรื่อย ๆ ผมไม่มีเรื่องจะคุยกับเขาจึงปล่อยให้เขาเล่าไปคนเดียว เขาบอกผมว่า
      “เมียหมู่สายให้ผัวทิ้งปืน คงกลัวเป็นหม้าย เพราะพี่หมู่เก่งเกินไป”
      ตัดผมเสร็จแล้วผมก็เดินออกมาจากร้าน มองหาสมพันธ์ไม่รู้หายไปไหน ตอนที่ให้ช่างตัดผม สมพันธ์ขอไปเดินดูตลาด บอกให้ตัดผมก็ไม่ตัด บอกว่ายังไม่ถึงเวลา
      สมพันธ์กำลังมองดูเขาเล่นกลขายยาอยู่ โชคดีที่สมพันธ์ไม่มีเงินติดตัว ผมแบ่งให้เขาถือไว้เพียงเล็กน้อย คิดว่าเงินจำนวนน้อยคงไม่พาให้สมพันธ์เข้าวงไพ่หลังตลาดได้แต่ผมคิดผิด เมื่อผมเดินเข้าไปสะกิดแขนเขาเพื่อจะพาไปกินข้าว สมพันธ์กลับพูดว่า
      “เพื่อนยาก เงินที่เพื่อนให้ไว้กันไปทายไพ่สามใบหมดแล้ว เอาเงินมาให้กันอีกซีกันจะไปแก้มือใหม่ เอาให้เจ้ามือมันเจ๊งเลย”
      ผมพูดอย่างประชด
      “มึงนั่นแหละจะเจ๊ง”
      “โธ่ เพื่อนยาก” สมพันธ์ทำตาละห้อย เมื่อเห็นผมนิ่งเงียบ เขาก็ไม่เซ้าซี้ผมอีก
      ผมเดินนำหน้าพาสมพันธ์เข้าไปในร้านอาหาร ซึ่งมีคนนั่งกินอยู่หลายคน อยากจะสั่งเหล้าสักขวด แต่คลำดูเงินในกระเป๋าแล้วก็ไม่กล้า ถ้าได้รับเงินจากนายจ้างแล้วค่อยยังชั่ว
      ผมสั่งเกาเหลามาหนึ่งถ้วย ข้าวเปล่าสองจาน แล้วลงมือกินด้วยความหิว ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านอาหาร ที่ผมกับสมพันธ์กำลังนั่งกินข้าวอยู่ เขาก้าวเข้ามาแล้วก็หยุดชะงัก เมื่อมองเห็นเราทั้งสอง ลุงก่อนายจ้างของเรานั่นเอง เขาหมุนตัวกลับโดยเร็ว แล้วรีบเดินออกไปจากร้านมุ่งหน้าไปตามถนน ผมยืดตัวตรงหันมาบอกกับสมพันธ์
      “โน่นไงลุงก่อ ที่นัดว่าจะจ่ายเงินให้เรา”
      สมพันธ์มัวแต่ก้มหน้ากินอาหารไม่ทันสังเกต เมื่อผมพูดเช่นนั้นจึงบอกผมว่า
      “ลุงก่อคงไม่เห็นเรา”
      “แกเห็นเราแน่” ผมว่า “แต่ทำไมรีบออกไปนักก็ไม่รู้ ยังไม่ได้ถามเรื่องเงินเลย”
      สมพันธ์มีท่าทางสงสัยก่อนที่จะหลุดคำพูดออกมา
      “แกคงไม่คิดจะโกงเรา หรือเพื่อนมีความเห็นอย่างไร?” สุดท้ายเขาก็ถามผม ผมผงกหัวรีบถามว่า “เราตามไปดูดีไหม?”
      เมื่อจ่ายค่าอาหารแล้วผมกับเพื่อนก็รีบวิ่งตามไป เราทั้งสองไปทันลุงก่อที่ตรงทางแยก รีบร้องเรียก
      “ลุงก่อครับอย่างเพิ่งไป คุยกันก่อน”
      ลุงก่อหันหน้ามาทำท่าแปลกใจ บอกว่า
      “กูนัดพวกมึงไว้วันศุกร์นี่นา นี่เพิ่งวันพุธ”
      “พวกผมไม่มีเงินใช้เลย” ผมบอกไปตามตรง
      ใบหน้าลุงก่อเฉยเมย ตามองดูใครคนหนึ่งที่เดินมาตามถนน แล้วพูดเสียงดัง
      “เงินอะไรอีก”
      ผมเลือดขึ้นหน้าตอบสวนไปว่า
      “ก็เงินค่าเลี้ยงวัวนะซี ลุงนัดให้พวกผมมาเองที่นี่ พวกผมทำงานตั้งหลายเดือน เพิ่งได้รับเดือนเดียว”
      ขณะที่ผมกำลังพูด ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้รักษากฎหมาย ที่เดินตรวจอยู่แถวนั้นกำลังเดินมา ลุงก่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงขึ้นเสียงกับผม
      “กูจ่ายให้พวกมึงหมดแล้ว ยังจะเอาอะไรกับกูอีก”
      ตำรวจที่เดินมาหยุดฟัง และหันหน้ามามองด้วยความสนใจ สมพันธ์เพื่อนของผมโมโหสุดขีด เขาตรงเข้ากระชากคอเสื้อลุงก่อแล้วคำราม
      “คิดจะโกงกันหรือนี่ ลุงจ่ายให้พวกผมเดือนเดียว อีกเก้าเดือนหายไปไหน? ถ้าไม่จ่ายต้องเห็นดีกัน”
      ลุงก่อแกล้งพูดให้ตำรวจได้ยิน
      “อย่ามาจับคอเสื้อกู มึงจะจี้กูเหรอ”
      คำที่ลุงก่อสบประมาทเพื่อนผม ทำให้ผมเกือบอดใจไว้ไม่อยู่ ผมกำหมัดแน่นพร้อมกับพูดว่า
      “ลุงนั่นแหละเป็นโจร คิดจะโกงค่าแรงพวกผม”
     นายตำรวจคงได้ยินเราโต้เถียงกัน เขาตรงเข้ามากระชากมือเพื่อนผม ออกจากคอเสื้อลุงก่อ แล้วตะคอกว่า
      “ปล่อยมือเดี๋ยวนี้”
      สมพันธ์มองดูผู้บุกรุกอย่างโมโห แต่เมื่อเห็นว่าเป็นตำรวจ ก็ต้องนิ่งเงียบ คนขี้โกงฟ้องตำรวจว่า
      “ผู้หมวดครับ ดีจริง ๆ ที่คุณมาทัน ไม่อย่างนั้นมันคงฆ่าผมตาย”
      นายตำรวจมองดูเราด้วยสายตาแข็งกร้าว แล้วยัดเยียดข้อหาให้เรา นี้แหละเป็นชนวนให้เกิดการฆ่ากันตาย.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
J1214 วันที่ : 09/05/2009 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214

ถือว่าได้รับความรู้....แง่คิดบางอย่าง...มันสำคัญที่
การถ่ายทอดเรื่องราว....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]