• ชะเอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : cha_araya@msn.com http://www.chatturat.com/
  • วันที่สร้าง : 2008-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 99036
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เมืองดอกไม้หมายเลขเก้าสิบก้าว
แล้วแต่จะคิดดอกไม้ทุกชนิดมีปริศนา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chawalachaimeerang
วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1030 , 13:24:23 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตำรวจถามว่า
 “เกิดเรื่องอะไรกันขึ้น”
 ลุงก่อชิงพูดขึ้นก่อน
 “สองคนนี้รับจ้างเลี้ยงวัวให้ผม ผมเพิ่งไปต้อนวัวมาขาย ค่าจ้างจ่ายกันเรียบร้อยแล้ว แต่มันยังตามมาทวงอีก”
 ผมแย้งทันที
 “โกหก พวกผมทำงานสิบเดือน ได้รับค่าจ้างเดือนเดียว ”
 นายตำรวจมองดูเราทั้งสองก่อนพูดว่า
 “กูพอจะจำพวกมึงได้ เคยเห็นพวกมึงเมื่อปีกลาย มึงเสียพนันที่หลังตลาดจนหมดตัว”
 “ใช่แล้วครับผู้หมวด” ลุงก่อสอด “ผมให้งานเขาทำตั้งแต่วันนั้น ทำให้เขาไม่อดตาย วาสนาผมไม่ดีเอง ทำคุณกับใครไม่ขึ้น”
 “ลุงยังไม่จ่ายให้พวกผม” ผมตะโกนขึ้นอย่างเหลืออด นายตำรวจมองดูเสื้อผ้าชุดใหม่ของผมก่อนพูดว่า
 “ถ้ามึงสองคนไม่ได้รับเงินแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อเสื้อผ้า”
 “ผมยังบอกแล้วว่าผมได้รับเดือนเดียว”
 นายตำรวจมีท่าทางเอนเอียงไปกับคนขี้โกง ผมพยายามชี้แจงเรื่องเงินค่าจ้าง แต่ดูเหมือนผู้หมวดจะไม่สนใจ เขาคงเชื่อนายจ้างมากกว่าลูกจ้าง พลันนั้นผมก็นึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมาได้ จึงบอกนายตำรวจว่า
 “ผมขออ้างผู้ใหญ่ปิ่นเป็นพยาน แกรู้เรื่องนี้ดี”
 แววสงสัยปรากฏขึ้นในดวงตาของนายตำรวจ เขาพูดขึ้นว่า
 “ผู้ใหญ่ปิ่นหรือ? พอจะเชื่อถือได้ แต่เวลานี้แกอยู่ไหนล่ะ?”
 “อยู่บ้านครับ ผมขออ้างแกเป็นพยาน”
 “อย่าไปเชื่อมัน” ลุงก่อว่า “พวกนี้โกหกพอเอาตัวรอดเท่านั้น ขังมันดีกว่าจะได้เข็ด”
 สมพันธ์คนเลือดร้อน หมดความอดทน ก่อนที่ใครจะคาดคิด เขาก็เหวี่ยงกำปั้นเข้าตรงใบหน้าของคนเจ้าเล่ห์ ลงไปนั่งก้นกระแทกพื้น กำลังจะใช้เท้าขวาเตะซ้ำ ก็ถูกนายตำรวจดึงแขนไว้เสียก่อน พร้อมกับสวมกุญแจมือ
 “จบกัน” นายตำรวจว่า “กำลังจะพูดกันรู้เรื่องก็มาก่อเหตุขึ้นก่อน ไปโรงพักกันดีกว่า” คนเจ้าเล่ห์ยันกายลุกขึ้นยืน เลือดแตกปาก ผมวิงวอนนายตำรวจว่า
 “ถึงเพื่อนผมจะทำอะไรโง่ ๆ ลงไปก็อย่าได้เอาความผิดกับเขาเลย  ลุงก่อโกงพวกเราจริง ๆ ให้โอกาสผมสักครั้ง พรุ่งนี้ผมจะไปตามผู้ใหญ่ปิ่นมาเป็นพยาน”
 นายตำราจมองสมพันธ์ที่กำลังสวมกุญแจมืออยู่ อย่างไตร่ตรอง ท่าทีจะมีความเชื่อผมอยู่บ้าง จากนั้นจึงพูดว่า
 “ไปนอนห้องขังสักคืนก็แล้วกัน พรุ่งนี้จะให้คนไปตามผู้ใหญ่ปิ่นมาให้ ถ้าผู้ใหญ่ปิ่นยืนยันว่า ถูกโกงค่าแรง แล้วจะปล่อยตัวไป”
 นายตำรวจมองดูลุงก่อแล้วพูดขึ้นว่า
 “ลุงอย่าเพิ่งหนีไปไหนนะ พรุ่งนี้ไปให้การที่สถานีตำรวจ”
 ลุงก่อรับคำกับนายตำรวจ แล้วก็เอาผ้าขาวม้าเช็ดเลือดที่มุมปาก ผมมองดูด้วยความเกลียดชัง
 “คุณต้องให้ความเป็นธรรมกับผม” ลุงก่อพูดกับนายตำรวจ
 “แน่นอน” นายตำรวจรับคำ
 จากนั้นเราก็ถูกคุมตัวไปยังสถานีตำรวจ เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ผมถูกสวมกุญแจมือ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ต่างพากันมองดูเราทั้งสองขณะถูกควบคุมตัวไป เราสวนทางกับหญิงชายคู่หนึ่ง
 ชายร่างสูงที่ผมพบในร้านตัดผมนั่นเอง เขาเดินมากับผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงสวยเหลือเกิน ผู้ชายกุมแขนผู้หญิงอย่างนุ่มนวล ผมจำชายคนนี้ได้ เขาคือหมู่สายที่ช่างตัดผมบอก และเราก็ได้ยกมือไหว้ซึ่งกันและกันในร้านตัดผม
 ผู้หญิงรูปงาม คงจะเป็นภรรยาเขาดังที่ช่างตัดผมเล่า เมื่อสายตาของหล่อนมองประสานกับผม ผมก็รู้ว่าหล่อนมีความเห็นอกเห็นใจในเคราะห์กรรม แต่สำหรับหมู่สาย ไม่เห็นเขาแสดงความรู้สึกอย่างไร
 อดีตตำรวจมือปราบ มองผมด้วยสายตาแข็งกร้าว ไมตรีที่แสดงออกในร้านตัดผม ไม่เหลืออยู่เลย เขาคงคิดว่าเราสองคนเป็นฝ่ายผิด เรื่องเป็นมาอย่างไร เขาไม่สนใจที่จะรู้ คงคิดว่าผมกับเพื่อน ไปทำความผิดอะไรมา จึงถูกตำรวจจับ
 นายตำรวจที่ควบคุมผมกับเพื่อน ยิ้มให้หมู่สาย เหมือนคนคุ้นเคยกัน แต่ไม่ได้ทักทาย เมื่อเดินผ่านไปแล้ว ผมหันกลับไปมองหมู่สาย ก็เห็นเขากับเมียยืนมองผมอยู่ อย่างไม่วางตา คล้ายกับว่ามีลางสังหรณ์อะไร จะเกิดขึ้นกับตัวเขา แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ เหมือนกับมีกรรมบันดาลให้เป็นไป
 เสียงระฆังบนสถานีตำรวจ เคาะบอกเวลาดังติดต่อกันหลายครั้ง เสียงยวดยานพาหนะบนท้องถนน และเสียงผู้คนคุยกันดังเข้ามาในห้องขัง ผมลืมตามองผ่านลูกกรง ด้านที่มีหน้าต่างออกไป ดวงตะวันขึ้นสู่ฟ้าแล้ว แสงของมันส่องเข้าไปทางหน้าต่าง
 ผมลุกขึ้นจากที่นอนบนพื้นห้องขังอันแข็งโป๊ก รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว เลยยืนแอ่นหลังบิดตัวแก้อาการปวดเมื่อย อากาศยามเช้าสดชื่น การเคลื่อนไหวของผม พลอยทำให้สมพันธ์ตื่น เขามองดูผมอย่างเคือง ๆ อยู่ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นยืน มองหาผ้าขาวม้าอย่างสะลึมสะลือ
 สิบเวรวัยชราเดินเข้ามาดูในห้องขัง พร้อมกับถามว่า
 “ตื่นแล้วหรือลูก”
 สิบเวรคนนี้ คงจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อ หรืออาว์ของผม แกไขประตูห้องขังแล้วนำอาหารเข้ามาให้ โดยไม่พะวงว่าผมกับสมพันธ์จะหลบหนี
 อาหารวันนั้นมีข้าวสุก กับแกงหัวปลีใส่ปลาย่าง มองเห็นชิ้นหัวปลีมากกว่าปลาย่างร้อยเท่า
 “หวังว่าลูก ๆ คงจะพอกินได้นะ” สิบเวรพูดอย่างอาทร พูดแล้วเขาก็เดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน โดยทิ้งประตูห้องขังให้เปิดอยู่
 “อย่าเข้าใจผิดนะ” แกบอก เราไม่ได้ควบคุมผู้ต้องหาอย่างนี้ทุกคนหรอก แต่พ่อรู้ว่าพวกลูก ๆ ถูกโกงอย่างไม่เป็นธรรมจึงเกิดความเห็นอกเห็นใจ และคิดว่าพวกลูก ๆ คงไม่หนี”
 ผมกับเพื่อนกินอาหารอย่างตะกรุมตะกราม มันคงไม่ใช่อาหารดีนักหนาของคนบางคน แต่สำหรับเราคนอยู่บ้านป่าแล้วมันเป็นอาหารที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง
 ผู้คุมหรือสิบเวรใจอารี ยังมีกะใจมายืนเกาะลูกกรงพูดคุยด้วย ขณะผมกับสมพันธ์กินอาหาร
 “พ่อรู้ว่าลูกทั้งสองเป็นคนดี เรื่องเมื่อวานนี้ยังไม่ลงบันทึกประจำวัน ไอ้ก่อต่างหากเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยม มันคงโกงลูกทั้งสองแน่ ๆ”
 “มีคนไปตามผู้ใหญ่ปิ่นมาถามแล้วใช่ไหมครับ”
 “ยังเลย แต่เข้าใจว่า แกจะมาส่งหมู่สายกับเมียของเขา เดินทางกลับไปยังไร่ ผู้ใหญ่ปิ่นเป็นญาติของมาลีเมียหมู่สาย ถ้าแกมาก็จะเรียกมาบันทึกปากคำเกี่ยวกับเรื่องนี้”
 “รู้จักหมู่สายไหม เมียเขาสวยนะ สวยจนหมู่สายสละเครื่องแบบไปแต่งงานด้วย แต่ก่อนหมู่สายก็ทำงานอยู่ที่นี่ พวกลูกรู้จักเขาไหม?” สิบเวรถามผม
 “เคยรู้จักมาบ้างครับ แต่ไม่สนิทสนมกัน” ผมบอก
 “นั่นแหละนักล่าตัวฉกาจ จำเอาไว้ ไม่จำเป็นอย่าเข้าใกล้เขา เขากำจัดอันธพาลอภิบาลคนดี เดี๋ยวนี้เขาเลิกเป็นผู้รักษากฎหมาย เขาลาออก เราก็ไม่เดือดร้อน เพราะบ้านเมืองทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก”
 สิบเวรคุยกับผมเหมือนแกเป็นญาติผู้ใหญ่ จนกระทั่งนายตำรวจคนที่จับผม เดินขึ้นมาบนสถานีตำรวจ เมื่อเห็นประตูห้องขังเปิดอยู่ก็เล่นงานสิบเวรทันที
 “นี่หมู่ ที่นี่มันห้องขังนะ ไม่ใช่โรงแรม อีกหน่อยคงมีผู้ต้องหา เดินออกมาเหยียบอกหมู่ แล้วก็แย่งปืนไป”
 สิบเวรชรายืนทำความเคารพก่อนบอกว่า
 “ผมไม่ได้ทำอย่างนี้ทุกรายหรอกครับ หนุ่มสองคนนี้เป็นคนดี อย่างที่ผมบอกกับผู้หมวดเมื่อคืนนี้”
 นายตำรวจมองหน้าผมกับสมพันธ์ สลับกันไปมา เหมือนค้นหารอยพิรุธ เมื่อไม่เห็นก็บอกว่า
 “พากันออกมาจากห้องขังเสีย”
 ผมดีใจเมื่อรู้สึกว่าถูกปล่อยตัว จึงถามว่า
 “รู้เรื่องพวกเราจากผู้ใหญ่ปิ่นหรือครับ”
 “ไม่จำเป็นแล้ว” นายตำรวจว่า “นายก่อที่สั่งให้มาพบที่สถานี เพื่อสอบถามบันทึกปากคำ ปรากฏว่ามันหนีไปแล้ว แสดงว่าเป็นคนไม่บริสุทธิ์ จึงไม่กล้ามาสู้หน้ากับตำรวจ”
 ผมด่าออกมาด้วยการลืมตัว
 “ไอ้คนจัญไร มันกลัวจะจ่ายเงินให้พวกผมเลยหนีไปก่อน ผมบอกผู้หมวดแล้วว่ามันโกง ผู้หมวดก็ไม่เชื่อ” ผู้หมวดจึงบอกว่า
 “ทำใจเย็น ๆ เขาต้องจ่ายให้พวกแก ขอให้รีบตามหาเขาให้พบ” นายตำรวจค่อยพูดสุภาพ เมื่อรู้ว่าพวกผมบริสุทธิ์ “เมื่อพบตัวนายก่อแล้ว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ใกล้ที่สุด ให้ตะครุบตัวเขา ฉันจะออกหนังสือรับรองให้ เขาทำผิดกฎหมายนะ โกงค่าแรงลูกจ้างมีโทษถึงติดคุก”
 ผมกับสมพันธ์ต้องคอยอย่างกระวนกระวาย ในขณะที่นายตำรวจออกหนังสือรับรอง เรื่องลุงก่อโกงค่าแรงพวกผม และขอร้องให้เจ้าหน้าที่จัดการเรื่องนี้ให้ด้วย ก่อนยื่นหนังสือให้นายตำรวจพูดขึ้นว่า
 “อยากจะตามไปลากคอมันเสียเอง แต่ทางนี้ก็มีเรื่องยุ่ง ๆ อยู่ จะต้องไปสอบสวนคนฆ่ากันตาย”
 สมพันธ์พูดขึ้นอย่างขมขื่นว่า
 “ถ้าน้าผมรู้ว่า ผมถูกตำรวจจับต้องนอนในห้องขัง แกคงจะด่าผมไม่มีดี ทั้ง ๆ ที่ผมไม่มีความผิด”
 สิบเวรสูงอายุผู้อารีหัวเราะขึ้น บอกว่า
 “มองในแง่ดีบ้างซีพ่อหนุ่ม อยู่ในนี้ได้กินอาหารฟรีสองมื้อ และไม่ต้องเสียค่าโรงแรม”
 “ที่นอนอย่างนี้” สมพันธ์พูดอย่างดูถูก “นอนบนหินยังนุ่มกว่า”
 สิบเวรหัวเราะบอกว่า
 “เมื่อมันไม่ดี ก็อย่าหาเรื่องเข้ามานอนอีก”
 ผมรับหนังสือที่นายตำรวจออกให้ แล้วใส่ลงในกระเป๋าเสื้อ ไม่อยากอยู่บนโรงพักนาน จึงรีบชวนสมพันธ์กล่าวลานายตำรวจ และสิบเวรผู้อารี ทั้งสองอวยพรให้ผมและเพื่อนจงมีโชคดี แล้วกำชับว่า
 “อย่าลืมนะ พบเจ้าหน้าที่คนไหนจงเอาหนังสือนี้แจ้งเขา เขาอาจช่วยแกทั้งสองได้ ถ้าพบนายก่อละก้ออย่าจัดการด้วยตัวเอง ให้เป็นหน้าที่ผู้รักษากฎหมายจัดการให้ เขาคงหนีไปไหนไม่พ้นหรอก อย่าทำอะไรเขานะ”
 ผมรู้สึกโกรธขึ้นมาทันทีจึงพูดขึ้นว่า
 “เขาเป็นหนี้ผมนะครับ หนี้มากกว่าค่าจ้างเลยทีเดียว เพราะทำให้ผมต้องนอนในห้องขังหนึ่งคืน”
 นายตำรวจได้แต่ขอร้องเราทั้งสองไม่ให้ใช้อารมณ์วู่วาม ผมกับเพื่อนได้ยินแล้วก็ไม่โต้ตอบ ออกจากสถานีตำรวจ ก็เริ่มตามหาไอ้คนโกงทันที ไม่ช้าเราก็รู้ว่า มันได้อพยพครอบครัวเข้าไปหาที่ทำกินใหม่ พร้อมกับครอบครัวหมู่สาย โดยมุ่งหน้าไปทางหนองบัวระเหว ผมกับเพื่อนออกติดตามทันที มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก
 ทางเกวียนอันคดเคี้ยวลัดเลาะไปตามป่า และพุ่งขึ้นไปยังเนินเขา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำลำคลอง เราสองคนรอนแรมมาตลอดวัน ค่ำไหนนอนนั้น เราผ่านบริเวณที่ราบสูง หญ้าระบัดขึ้นงามเขียวชอุ่ม พบฝูงวัวของชาวบ้านกำลังกินหญ้าอยู่ วัวทุกตัวอ้วนพี
 เราสองคนมาถึงฝูงวัว มองเห็นกระจัดกระจายเล็มหญ้าอยู่ทั่วไป วัวอ้วน ๆ ชะแง้มองดูเรา หลายตัวตื่นพลางวิ่งหนี คนเลี้ยงวัวเป็นชาวบ้านป่า มองดูเราสองคนแล้วยิ้มอย่างมิตร แต่แฝงไว้ด้วยความหวาดระแวง คงจะมีคนแปลกหน้ามาอย่างไม่เป็นมิตร เขาจึงต้องระวังตัว ผมจึงถามแกว่า
 “เห็นพวกเกวียนเดินทางผ่านไปนานหรือยัง”
 คนเลี้ยงวัวมองเราอย่างเฉยเมย เหมือนไม่เข้าใจคำถาม สมพันธ์ถามเขาซ้ำ อย่างเดียวกับที่ผมถาม ก็ได้รับคำตอบว่า
 “ไม่นานหรอก จะสักกี่ชั่วโมงฉันก็ไม่มีนาฬิกาดู”
 สมพันธ์หน้าแดงด้วยความโกรธ กำลังจะโต้ตอบกับคนเลี้ยงวัว แต่ผมชิงพูดขึ้นก่อน
 “อย่าไปเอาเรื่องกับเขาเลย เขาบอกแค่นี้ก็ดีแล้ว ดีกว่าไม่บอกเลย”
 เราสองคนเร่งฝีเท้าต่อไป สมพันธ์หยุดพูดและเร่งฝีเท้าก้าวเดิน เขาขบกรามแน่น นั้นคือสัญญาณอันตราย ผมไม่ชอบอาการเช่นนี้ของสมพันธ์เลย สมพันธ์กำลังใช้ความคิด ในความเงียบนั้น ผมรู้ถึงกิริยาดังกล่าวของเขา ถ้าสมพันธ์มีอาการอย่างนี้ ย่อมหมายถึงอารมณ์คุ้มคลั่ง คอยเวลาที่จะระเบิดออกมา เวลาใดเวลาหนึ่ง
 อารมณ์ของสมพันธ์เป็นเช่นนี้เสมอ เมื่อไม่ได้รับความพอใจ แต่คนส่วนมากไม่มีใครรู้ เพราะมันไม่ปรากฏให้เห็นบ่อยนัก ต่างคิดกันว่าสมพันธ์เป็นคนเอะอะมะเทิ่ง เหมือนหมาเห่าแต่ไม่กัด ส่วนผมเห็นเขากัด จึงไม่อยากเห็นอีก
 เราสองคนพากันตามรอยเกวียน ที่ปีนขึ้นเนินไม่สูงนัก มองเห็นทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม กำลังพลิ้วไปตามแรงลม เป็นภาพที่งามตา แล้วสมพันธ์ก็พูดว่า
 “สามารถ กันเห็นอะไรอยู่ข้างหน้าแล้ว”
 ผมมองดูก็แลเห็นหมู่เกวียน สมพันล้วงลงไปในถุงย่าม ดึงเอาปืนสั้นกระบอกหนึ่งขึ้นมา มันเป็นปืนไทยประดิษฐ์ลูกซองสั้น รูปร่างเก่าคร่ำคร่า แต่เขาตีค่ามันสูงกว่าทรัพย์สินทุกอย่างที่มี เขาได้ปืนกระบอกนี้ มาจากคนรับจ้างเลี้ยงวัวด้วยกัน ที่ไม่มีเงินกินเหล้า มันเป็นปืนเถื่อน ดีที่ตำรวจค้นไม่พบ วันที่เข้าไปนอนในห้องขัง สมพันธ์ได้พาปืนพกกระบอกนี้ ติดตัวไปทุกหนทุกแห่ง
 เอาใจใส่ปืนกระบอกนี้ ราวกับคู่ชีวิต ไม่เคยงัดออกมาใช้ เมื่อยามโกรธ และเมื่อบางคราว ผมก็รู้สึกหนาวเยือก เมื่อคิดว่าสักวันหนึ่ง สมพันธ์จะงัดมันออกมาใช้ สมพันธ์ตรวจดูกระสุนในลำกล้อง ผมจึงกล่าวขึ้นอย่างหนักแน่นว่า
 “อย่าใช้ปืนเลยน่าสมพันธ์ ตำรวจก็บอกเราแล้ว ให้ใช้กฎหมายเล่นงานมัน บางที หมู่สายอาจช่วยเราได้”
 “ตำรวจไม่ได้ถูกโกงนี่หว่า” สมพันธ์พูด “และไม่เคยถูกยัดเข้าห้องขัง อย่างไม่เป็นธรรมเหมือนเรา”
 “สมพันธ์เก็บปืนเข้าย่ามเสียเถอะ ก่อนที่เพื่อนจะทำในสิ่งที่ไม่น่าทำ” ผมกล่าวอย่างวิงวอน และคิดว่าสมพันธ์น่าจะเชื่อฟังผมบ้าง แต่สมพันธ์กลับเอาปืนเหน็บไว้ที่เอว
 “กันไม่ยิงมันหรอก แต่อยากขู่ให้มันกลัวเท่านั้น” สมพันธ์บอกผมแล้วก้มหน้ารีบเดินต่อไป ผมเป็นฝ่ายเดินตาม เมื่อทันเขาก็พูดอีกว่า
 “สมพันธ์ฟังกันก่อน ตำรวจพูดถูกแล้ว ไม่ให้เราทำอะไรเขา ถ้าเขาตายเราก็ติดคุก”
 ขณะนี้อารมณ์ของสมพันธ์ ราวกับหมาป่า เขาไม่ฟังผมเสียแล้ว เห็นปืนกระบอกนั้นทีไร ผมใจหายทุกที กลัวเขาจะทำให้เกิดเรื่องขึ้น ทางเดียวเท่านั้น ที่จะหยุดสมพันธ์ไว้ได้ก็คือ ท่อนไม้สักท่อนประเคนเข้าตรงศีรษะของเขา
 ตอนนี้ผมก็ได้แต่คิด และคอยระวังไม่ให้เขา ใช้ปืนกระบอกนี้ทำร้ายใคร เราเป็นเพื่อนกันร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา หลายต่อหลายครั้งที่ผมอยากผละหนีจากสมพันธ์ไป ด้วยความโมโห แล้วผมก็เพียงแต่คิด และทนอยู่กับเพื่อนคนนี้ตลอดมา
 ข้างหน้าเป็นทางโค้ง สมพันธ์เดินแกมวิ่ง ผมตามเขาไปติด ๆ ในที่สุด ก็ไปดักหน้าหมู่เกวียนเหล่านั้นไว้ สมพันธ์ชูปืนคู่มือให้คนขับเกวียนเล่มหน้าเห็น แล้วสั่งให้หยุด คนขับเกวียนทั้งโกรธทั้งตกใจ ยากที่จะบอกได้ว่าอันไหนมากกว่ากัน การปล้นเกวียนเอาวัวไปเคยมีบ่อย ๆ
 “พวกมึงต้องการอะไร?” คนขับเกวียนร้องถาม “เราไม่มีเงินทองมาหรอก”
 สมพันธ์ตอบเสียงเครียด
 “อย่าตกใจน่า เราไม่ได้ปล้นเพื่อหวังเงินทองอะไร”
 “งั้นเก็บปืนเสีย เดี๋ยวเกิดลั่นขึ้นมาถูกใครก็ไม่ดี”
 ผมเดินเข้าไปใกล้สมพันธ์ บอกเขาว่า
 “เก็บปืนเสียก่อนดีกว่า”
 ภายในประทุนเกวียน ผมแลเห็นใบหน้าของผู้หญิง ที่กำลังตกประหม่า นางมาลีเมียหมู่สายนั่นเอง หล่อนเกาะแขนสามีไว้แน่น หมู่สายจ้องมองมายังเราทั้งสอง นัยน์ตาท้าทาย อย่างไม่หวั่นเกรง แต่เขาก็ทำอะไรผมไม่ได้ เพราะไม่มีปืน
 คนที่นั่งข้างหลังหมู่สาย คือไอ้คนทรยศที่พวกผมตามหา ไอ้ลุงก่อนั่นเอง มันพยายามหมอบลง ให้พ้นสายตาเรา คนขับเกวียนที่มีหนวดหนาพูดเสียงห้าว
 “ถ้าพวกมึงไม่ได้มาปล้น ก็เก็บปืนเสีย เดี๋ยวเกิดโป้งป้างขึ้นมาอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อถูกคนตาย โทษถึงติดคุกเชียวนะ”
 ผมคิดว่าถึงคราที่จะต้องพูด ถ้าปล่อยให้เพื่อนขี้โมโห พูดคนเดียว คงจะมีเรื่อง
 “เราไม่ทำร้ายใครหรอก แต่ในเกวียนเล่มนี้ มีผู้โดยสารคนหนึ่ง ที่เป็นหนี้เรา เรามาตามเอาเงิน”
 “ฟังให้ดี” คนขับเกวียนพูด “ปัญหาส่วนตัวพวกมึงอย่าให้คนอื่นเดือดร้อน”
 สมพันธ์โบกปืนในมือบอกว่า
 “เราพากฎหมายมาพร้อม” เขาคงหมายถึงหนังสือที่ตำรวจออกให้ “ลุงก่อลงจากเกวียนมาหาเราหน่อย เรามีเรื่องจะต้องคุยกัน”
 ลุงก่อโผล่หัวออกมา พ้นประทุนเกวียนเล็กน้อย ตะโกนว่า “พวกมึงโกหก พวกมึงจะมาปล้นกู”
 “จะลงหรือไม่ลง” สมพันธ์สำทับ “ไม่ลงมาเดี๋ยวยิงเข้าไปในเกวียน”
 พูดจบสมพันธ์ก็กระชับปืนในมือ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]