• ชะเอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : cha_araya@msn.com http://www.chatturat.com/
  • วันที่สร้าง : 2008-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 99050
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เมืองดอกไม้หมายเลขเก้าสิบก้าว
แล้วแต่จะคิดดอกไม้ทุกชนิดมีปริศนา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chawalachaimeerang
วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 1467 , 13:28:09 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


หมู่สายพูดเสียงดังฟังชัด เสียงของเขาหนักแน่นราวกับหินผา
 “เก็บปืนดีกว่าไอ้หนุ่มน้อย พวกมึงกล่าวหาลุงก่อเรื่องเป็นหนี้ เราไม่รู้เห็นด้วย สิ่งที่เรารู้ก็คือตัวบทกฎหมาย การกระทำของพวกมึงอยู่ในข่ายปล้นทรัพย์ เลิกทำเสียเถอะ”
 “ผู้หมู่ครับ เราถูกโกงค่าแรง” ผมพูดขึ้น “เราเป็นฝ่ายมาตามเอาเงิน”
 หมู่สายจ้องดูผมไม่วางตา สายตาของเขาแข็งกร้าว จนผมไม่กล้ามองประสาน
 “กูจำพวกมึงได้” เขาว่า “ตำรวจได้คุมตัวเข้าห้องขัง เมื่อวันก่อนนั้น ใครเป็นผู้ผิด ก็มีประจักษ์พยานอยู่”
 ผมล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อเชิ้ต พลางบอกหมู่สายว่า
 “ผมมีหมายจับตัวลุงก่อ ที่ตำรวจออกให้ ถ้าผู้หมู่ไม่เชื่อ จะดูกับผมก็ได้”
 สมพันธ์มีท่าทางหงุดหงิด บอกผมว่า
 “ลืมเรื่องจดหมายเสียเถอะ หาทางให้ไอ้คนทรยศ ลงจากเกวียนดีกว่า ให้มันเอาเงินมาให้เรา”
 “มีผู้หญิงอยู่ในเกวียน เก็บปืนเสียเถอะ หมู่สายบอกแกมขอร้อง
 คำร้องขอของผม ที่ให้สมพันธ์เก็บปืน ไม่ได้ผล แต่สุ้มเสียงของหมู่สาย น่าสะพรึงกลัว สมพันธ์จึงลดปากกระบอกปืนลง แต่ยังขยับตัวเข้าไปหาเกวียน แล้วร้องบอก
 “ลุงก่อลงมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นจะยิงเข้าไปจริง ๆ”
 ลุงก่อลุกออกจากที่นั่นหน้าซีด บอกเสียงสั่น ๆ
 “อย่ายิงเข้ามา เดี๋ยวจะลงไป”
 เมื่อตีนเหยียบดิน ไอ้คนเจ้าเล่ห์ก็บอกคนขับเกวียน และหมู่สายว่า
 “พวกเรามีหลายคน ไม่กล้าสู้กับมันหรือ?”
 “เราไม่มีปืนสักกระบอก” คนขับเกวียนออกความเห็น “คนอื่น ๆ ก็ไม่มี”
 ผมกลั้นลมหายใจ กลัวจะเกิดเรื่องขึ้น เมื่อรู้ว่าพวกเกวียนไม่มีปืน ก็คิดว่าเหตุการณ์คงจะจบลงง่าย ๆ ผมเดินเข้าไปใกล้เกวียนตรงที่ลุงก่อยืนอยู่ ห่างกันเพียงสามก้าว ความโกรธของสมพันธ์ เปลี่ยนเป็นความหวัง เขาก็ขยับเข้าไปใกล้เช่นกัน บอกเสียงชัดเจน
 “จ่ายมาสองร้อยบาทค่าแรงที่พวกเราเลี้ยงวัว”
 “เงินอยู่ในถุง” คนเจ้าเล่ห์ตอบเสียงสั่น
 เขาหมุนตัวกลับ แล้วสอดมือเข้าไปในประทุนเกวียน สมพันธ์เหน็บปืนเข้าที่เอว แล้วสืบเท้าเข้าไปใกล้คนเจ้าเล่ห์ เพื่อดูเงินในถุง
 คนเจ้าเล่ห์ควานมือลงไปในถุง แทนที่จะหยิบเงินออกมาให้เรา กลับเป็นถือปืนพก ออกมาหนึ่งกระบอก พูดกับเราว่า
 “นี่แหละเงินเอาไหม?”
 พูดไม่พูดเปล่า แถมจ้องปืนมายังผม ผมไม่รอช้ากระโดดเข้าแย่งปืน ลุงก่อลั่นไกนัดแรก บังเอิญนกปืนสับลงไปในช่องว่างของลูกโม่ เขาทำว่างไว้เพื่อความปลอดภัย และลืมเรื่องนี้ไปสนิท ผมจึงรอดตาย
 ผมกอดเขาไว้แน่น ปล้ำกันอุตลุด ผู้หญิงร้องหวีดเพราะตกใจ หมู่สายพาภรรยาลงจากเกวียน ไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้ห่างจากการต่อสู้ ในขณะเดียวกันเขาก็ร้องเตือน
 “ระวังปืน!”
 ปืนนัดที่สองดังขึ้น เพราะตอนนี้นกสับลงไปในช่องกระสุนของลูกโม่พอดี ไม่ได้ว่างอย่างนัดแรก วัวเทียมเกวียนตกใจออกวิ่ง คนขับเกวียนดึงมันไว้ไม่อยู่ เสียงปืนทำให้วัวตกใจ
 ไอ้คนเจ้าเล่ห์มันอัดเข่าเข้าที่ท้องของผม ผมตัวงอล้มลงก้นกระแทก ไอ้ลุงก่อยกปืนขึ้นจะยิงผม สมพันธ์กระโดดเข้ากอดทางด้านหลัง กระสุนที่ออกจากลำกล้องจึงเบนไป
 ประกายไฟจากลำกล้องปืน ทำให้ตาผมพร่าไปชั่วขณะ แรงระเบิดกระเทือนแก้วหู แต่ผมก็ยังได้ยินเสียงร้องของผู้หญิง ดังแว่วมาจากทางด้านหนึ่งของเกวียน
 วัวเทียมเกวียนเล่มที่สองตกใจเช่นเดียวกัน มันลากเกวียนวิ่งไปอีก คนขับต้องดึงเชือกไว้ไ ม่ให้มันวิ่งต่อไป เมื่อเกวียนเคลื่อนที่ออก ผมก็มองเห็นความหวาดกลัวของคนเจ้าเล่ห์ ลุงก่อตัวอัปรีย์อยู่ในลักษณะตกใจ รีบโยนปืนทิ้ง ผมลุกขึ้นยืน
 นางมาลีเมียหมู่สาย ถูกกระสุนปืนที่หน้าอกเลือดแดงฉาน หมู่สายประคองเมียไว้ เมื่อหล่อนสิ้นใจ จึงวางลงกับพื้นหญ้าอย่างทะนุถนอม
 เราสามคนคือผมกับลุงก่อและสมพันธ์ เมื่อกี้ต่อสู้กันเอาเป็นเอาตาย บัดนี้ต่างพากันยืนตัวแข็งเงียบงัน พวกเรามองเห็นเลือดสีแดงไหลเปรอะเสื้อด้านนอก หน้าของหล่อนขาวซีด นัยน์ตาค้าง คงจะมองหมู่สายเป็นครั้งสุดท้าย
 หมู่สายร้องเรียกเมียหลายครั้ง ดึงศพเข้ามาแนบชิดราว กับจะแย่งความตายกับพญามัจจุราช แต่พญามัจจุราชไม่ยอมคืนชีวิตให้ หล่อนจึงต้องจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์ ของคนที่อยู่เบื้องหลัง
 ไอ้คนทรยศเริ่มได้สติ หลังจากตกตะลึงไปชั่วขณะ มันตะโกนเสียงดังก้อง ใส่ร้ายผมทันที
 “บักสามารถเป็นคนยิง มันเป็นคนลั่นปืน”
 ถ้อยคำโกหกจากฝ่ายตรงข้าม ทำให้ผมตกตะลึง ผมพูดอะไรไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง มันตกตะลึงไปหมด พอจะอ้าปากพูด ความตกใจก็ทำให้พูดไม่ออก
 “ผมไม่... ไม่... ผมไม่มีปืน เขามีปืน เขาจะยิงผม”
 ตอนนี้ผมพูดไม่ทัน ลุงก่อจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบ เขาพูดคล่องกว่าผม ทำให้ผู้หมู่หลงเชื่อ ผมเห็นดวงตาของหมู่สาย มองมาที่ผมอย่างจงเกลียดจงชัง
 หมู่สายหลั่งน้ำตาข้างศพภรรยาของเขา ผมก็พลอยร้องไห้ไปด้วย บอกหมู่สายว่า
 “ผู้หมู่ครับ ผมไม่ได้เป็นคนลั่นกระสุน”
 ผมกล่าวด้วยความจริงใจ แต่ดูเหมือนหมู่สายจะไม่ได้ยินเสียแล้ว ผมจึงหันมาพูดกับคนขับเกวียน ให้เขาเป็นพยาน โดยบอกกับเขาว่า
 “บอกผู้หมู่ซิว่า เห็นใครเป็นคนเหนี่ยวไก”
 คนขับเกวียนตกใจหน้าซีดบอกว่า
 “เราดูบ่ทันดอก ว่าใผเป็นคนยิง เพราะมัวแต่บังคับวัวอยู่ แต่พวกมึงเอาปืนมาปล้น เรื่องจึงเกิดขึ้น”
 หมู่สายซบหน้าลงกับอกเมีย พลางร้องไห้ ทุกคนเงียบกริบ จนกระทั่งคนขับเกวียน เข้ามายืนใกล้ ๆ บอกว่า
 “เอาศพขึ้นเกวียนกลับไปบ้านดีกว่า”
 หมู่สายเงยหน้าขึ้นน้ำตาอาบแก้ม ผละออกมาจากร่างภรรยาซึ่งหาชีวิตไม่ ตาจ้องปืนพกที่ลุงก่อโยนทิ้งไว้ ผมมองเห็นความประสงค์ของหมู่สายเกี่ยวกับปืนกระบอกนั้น จึงปราดเข้าไปหยิบมันมาเสียก่อน ก่อนที่หมู่สายจะหยิบมันขึ้นมายิงผม
 ผมเสียใจอย่างสุดซึ้ง ในการตายของผู้หญิง จึงบอกหมู่สายว่า
 “ผู้หมู่ครับ ลุงก่อนั่นแหละเป็นคนยิง ผมไม่มีปืนจะยิงได้อย่างไร ลุงก่อโกหกที่บอกว่าผมยิง”
 น้ำตาของลูกผู้ชายหลั่งลงอีกครั้ง ความโกรธทำให้หมู่สายลืมพิจารณา คงคิดว่าผมเป็นคนยิง สายตาที่มองมายังผมอย่างอาฆาตมาดร้าย
 “กูจะต้องฆ่าพวกมึงให้ได้ มึงฆ่าเมียกู”
 คำพูดของหมู่สาย ทำให้ผมหวาดกลัวขึ้นมาทันที
 “กูจะพาเมียกลับบ้านเสียก่อน เมื่อจัดการเรื่องศพเรียบร้อยแล้ว กูจะตามฆ่าพวกมึง มึงสองคนจะอยู่หรือหนีไปไหน ก็อย่านึกว่าจะพ้นมือกู กูจะพยายามหาพวกมึงให้พบ พบเมื่อใดกูฆ่าเมื่อนั้น”
 ผมจะพูดอ้อนวอนอย่างไร หมู่สายก็ไม่รับฟัง คนขับเกวียนสองคนกับไอ้ลุงก่อคนทรยศ ช่วยกันยกร่างผู้หญิงขึ้นเกวียน และหันเกวียนกลับคืนทางเก่า คนขับเกวียนหันมาทางผม บอกด้วยความหวังดีว่า
 “เข้ามอบตัวกับตำรวจเสีย เล่าความจริงทั้งหมดให้ตำรวจฟัง ศาลคงจะกรุณาติดคุกไม่กี่ปี แต่ถ้าอยู่ข้างนอก หมู่สายฆ่าพวกมึงแน่ ไม่เชื่อก็คอยดู”
 กล่าวจบก็กระตุ้นวัวให้ออกเดิน ผมกับสมพันธ์มองดูจนเกวียนลับตาไป แล้วสมพันธ์ก็พูดปนร้องไห้ เป็นการทำลายความเงียบขึ้นว่า
 “สามารถกันผิดเอง กันควรจะเชื่อเพื่อน”
 สมพันธ์ร้องไห้น้ำตาอาบหน้า ความกลัวเข้าครอบงำ ความรู้สึกเปลี่ยนเป็นคนละคน ราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ เขาบอกผมว่า
 “เราต้องหนีไปซ่อนตัวที่ไหนสักแห่ง ต้องรีบด้วย อาจข้ามภูเขาไปซ่อนตัวทางอำเภอหล่มสัก หรือจะเข้าเขตนครไทยไปพิษณุโลก ที่นั่นมีภูเขาสูง เขาคงตามเราไม่พบ เรารีบไปกันเถอะ”
 ผมฟังแล้ว ก็พูดขึ้นด้วยความตกใจว่า
 “ไปถึงที่นั่นแล้วจะทำอย่างไร ซ่อนตัวอยู่แต่ในป่าจะเอาอะไรกิน คนรู้จักก็ไม่มี เงินก็ไม่มี แต่ถ้าพบคน เขาก็คงคิดว่าเราเป็นโจรหลบหนี อาจฆ่าเรา หรือจับตัวส่งตำรวจก็ได้ มันมีแต่ป่าและคนเถื่อน หาความปลอดภัยได้ยาก”
 “เราไม่ได้กลัวกฎหมาย” สมพันธ์ว่า “แต่กลัวหมู่สาย เขาคงจะตามฆ่าเราแน่ ๆ ป่าทั้งป่าเขาไม่เคยกลัว เขาต้องตามหาเรา เราต้องหาที่ซ่อน อย่าให้เขาพบตัวได้ ทุกแห่งที่เราไปจะต้องเป็นป่าทึบ”
 สมพันธ์พูดไปร้องไห้ไป
 “เราจะทำอย่างไรดี กลับเข้าเมืองก็ไม่ได้ ไปอยู่ป่าดีกว่า ป่าออกกว้างใหญ่เขาคงตามเราไม่พบ”
 สมพันธ์หวาดกลัวจนตัวสั่น พูดอยู่แต่คำเดียว
 “เขาจะต้องฆ่าเรา เขาจะต้องตามล่าเรา เขาเคยเป็นตำรวจ เคยตามผู้ร้ายมาก่อน เขาคงไม่ปล่อยให้เราพ้นมือ”
 ผมก็คิดอย่างที่สมพันธ์คิด คือหมู่สายจะต้องตามฆ่าเรา เราจะต้องรีบหนี พอสติของผมกลับคืนมา จึงรู้ว่าตัวเองกำลังถือปืนพกของลุงก่อคนทรยศอยู่ ผมมองดูมันอย่างขยะแขยง แล้วเหวี่ยงมันเข้าป่าไป ผมก้าวเดินไปข้างหน้า สมพันธ์เดินตาม เดินไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จุดหมายปลายทางอยู่ที่ไหน พอเดินไปได้สักครู่ จึงคิดได้ว่า จะต้องไปบ้านญาติคนหนึ่งของสมพันธ์
 ผมกับสมพันธ์มาถึงบ้านโนนน้อย ตำบลลุ่มน้ำชี ในตอนกลางคืน เดินเลียบฝั่งลำชี เพื่อหาทางข้ามไปฝั่งข้างโน้น มองเห็นกระท่อมนาที่ไม่มีคน อยู่ท่ามกลางความมืด รู้สึกเหนื่อยอ่อน อยากจะพักนอนที่นั่นสักครู่ แต่ต้องการให้ไปถึง บ้านญาติของสมพันธ์โดยเร็ว
 มองข้ามแม่น้ำชี เห็นหมู่บ้านเป็นเงาตะคุ่ม อยู่กลางความมืด แสงตะเกียงที่จุดไว้ มองเห็นพอวอมแวม แสงตะเกียงเจ้าพายุก็มี แต่คงจะเป็นของร้านค้าขายของในตำบลนั่นเอง
 ผมกับสมพันธ์เดินเลียบฝั่งแม่น้ำไปเรื่อย ๆ สมพันธ์พาผมหยุดพัก ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ริมฝั่ง มองดูแม่น้ำชีไหลเอื่อย ท่ามกลางความมืด สะพานข้ามแม่น้ำก็อยู่ใกล้ ๆ แต่สมพันธ์ไม่พาผมไปที่นั่น เราหลบคนเดินทาง ที่สัญจรไปมาบนถนนทั้งวัน แล้วสมพันธ์ก็บอกผมว่า
 “กันได้ยินเหมือนเสียงคนเดิน เราอย่าไปที่นั่นเลย” เมื่อเห็นผมพยักหน้าเขาก็พูดต่อ “เราอย่าข้ามสะพานดีกว่า ลงจากสะพานแล้ว มีร้านค้าอยู่เต็ม ผู้คนพลุกพล่าน มีทางข้ามตื้น ๆ อยู่แห่งหนึ่งใต้ลงไป ถ้าไปทางนั้นไม่พบใครแน่”
 เราสองคนถอดเสื้อผ้าออกห่อไว้ในผ้าขาวม้า แล้วเอามันวางบนหัวพากันเดินลุยน้ำไป ลำน้ำชีที่กำลังไหลไม่แรงนัก ตรงนั้นน้ำลึกแค่หน้าอก เราต้องเดินตัดกระแสน้ำที่ไหลพอเอื่อย ๆ เมื่อขึ้นถึงฝั่งก็เอาเสื้อผ้ามาสวมใส่ การหลบ ๆ ซ่อน ๆ ของเราถูกสุนัขที่ไม่มีเจ้าของเห่าเสียงดัง
 ผมจุ๊ปากปรามมันเบา ๆ อยากได้ท่อนไม้สักท่อนขว้างปามัน แต่ก็มองหาไม่เห็น ชายคนหนึ่งที่มีบ้านอยู่แถวนั้นโผล่หัวออกมาทางหน้าต่างแล้วตะโกนไล่หมาให้หยุดเห่า เขาคงไม่เห็นพวกเราแน่ มองเข้าไปในวัดเห็นกุฏิพระและศาลาการเปรียญหลังใหญ่ ตั้งทะมึนอยู่ท่ามกลางความมืดมองเห็นพอสลัว ๆ วัดนั้นอยู่ห่างจากแม่น้ำชีออกมาเล็กน้อย
 หมู่บ้านเลียบไปตามฝั่งลำน้ำทางทิศใต้ เป็นบ้านเรือนที่ปลูกกันอย่างถาวร ผมเคยมาที่นี่ เป็นตำบลที่ใหญ่มาก มีสองหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านมีสองคน หลังฤดูเก็บเกี่ยวมีงานประจำปี แข่งขันกลองยาว ดึงเชือกชักคะเย่อ ระหว่างสองหมู่บ้าน
 ชาวบ้านสนุกสนานกัน แต่บางครั้งก็กระทบกระทั่งกันบ้างเพราะแย่งผู้หญิงคนเดียวกัน ลูกทุ่งก็ต้องใช้อารมณ์เข้าใส่กัน มีการชกต่อยตีรันฟันแทงกันถือเป็นเรื่องธรรมดา คนทำผิดยินดีจ่ายค่ารักษาพยาบาล เรื่องไม่ค่อยถึงตำรวจ
 ตั้งแต่ปืนกระบอกนั้นลั่นถูกคนตาย ผมกับสมพันธ์ไม่ได้พูดอะไรกันเลย ต่างคนต่างเศร้าโศกและตกใจกลัว พยายามขจัดภาพหลอนออกจากมโนภาพ ผมจำไม่ได้ว่ากี่ครั้งแล้วที่มองเห็นใบหน้าขาวซีดของผู้หญิงคนนั้น หล่อนตายในขณะที่ไม่สมควรจะตาย บัดนี้อารมณ์กดดันของเราทั้งสองก็ระเบิดออกมา สมพันธ์พูดอย่างขมขื่นว่า
 “กันเจ็บปวดเหลือเกินที่จะต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพื่อนเองก็ต้องลำบากเพราะกัน กันเคยเดินผ่านหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยความคึกคะนอง ตะโกนร้องเพลงลูกทุ่งเสียงดังไม่ต้องกลัวใครจะหนวกหู”
 ผมรู้ถึงความเจ็บปวดและหวาดกลัวของเพื่อน เขาเติบโตที่นี่ เที่ยวเดินเล่นทุกซอกทุกมุมของหมู่บ้าน สนุกสนานในวัยเด็ก ท่ามกลางความมืดสมพันธ์พูดว่า
 “กันไม่อยากจากที่นี่ไปเลย แต่อยู่กับน้าผินก็มีแต่เรื่องหนักใจ กันรักที่นี่มาก เคยตกปลาในแม่น้ำ รู้จักขี่วัวควายและชื่อหมาจรจัดทุกตัว กันยังจำเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้”
 “เหตุการณ์ที่เราผจญอยู่นี้คงคลี่คลายสักวัน” ผมพูดปลอบใจเพื่อนและปลอบใจตนเอง สมพันธ์พูดเสียงสั่นว่า
 “ดูสายตาหมู่สายแล้ว กันคิดว่าจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาที่นี่อีก”
 คำพูดของสมพันธ์คล้ายเป็นลางสังหรณ์ แล้วเขาก็ไม่ได้กลับมาที่นี่อีกจริง ๆ เขาจบชีวิตลงอย่างอนาถ
 พวกผมคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ กลัวคนจะเห็น เมื่อเดินอยู่บนถนนหากได้ยินเสียงคนเดินมาจะต้องหลบทันที ผมได้ยินเสียงผู้หญิงร้องออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง หล่อนคงถูกสามีตีเพราะได้ยินเสียงโต้เถียงกันอย่างรุนแรง
ผมรู้สึกขมขื่นเมื่อนึกถึงโชคชะตา ผู้หญิงอย่างมาลีเมียหมู่สายไม่น่าจะตาย ผู้หญิงที่หากินปลิ้นปล้อนหลอกลวงผู้อื่นไปวัน ๆ น่าจะตายมากกว่า ผมก็คิดเรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้น เมื่อถึงคราวที่จะต้องตายใครจะมาห้ามได้ ลุงก่อต่างหากน่าจะตายแทนนางมาลี
เราแฝงตัวเข้ามาในความมืดจนถึงบ้านหลังหนึ่ง น้าผินเป็นสาวแก่อยู่ตัวคนเดียวที่บ้านหลังนั้น อยู่ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ บนบ้านดับไฟมืด ผมกับสมพันธ์มุดรั้วเข้าไปทางด้านหลัง สมพันธ์เตือนผมว่า
“ระวังเด้อ เดี๋ยวจะชนเสาเรือน”
เราเดินเลาะไปตามริมรั้วจนถึงบันใดขึ้นเรือน สมพันธ์จึงเรียกเจ้าของบ้านด้วยเสียงอ่อนโยนว่า
“น้าผิน น้าผินครับ ผมมาแล้ว”
ไม่นานก็ได้ยินเสียงกุกกักในห้อง แสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันก๊าดถูกจุดขึ้นแล้วถือเดินออกมา น้าผินเปิดประตูอย่างระวังระไว ส่องตะเกียงดูคนมาเรียกเสียก่อน พร้อมกับจับบานประตูไว้เพื่อจะต้องปิดโดยเร็วเมื่อไม่ชอบมาพากล
หล่อนเตรียมตัวจะเข้านอน เมื่อรู้ว่าเป็นใครมาหาก็ถามขึ้นเป็นภาษาท้องถิ่นว่า
“บักสมพันธ์แม่นบ่ มึงมาแต่ใส”
“น้าผินอย่าเพิ่งถามอะไรผมเลย ผมขอเข้าไปคุยในเรือนได้ไหมครับ นี่ก็เพื่อนผมเอง”
เมื่อสมพันธ์แนะนำผมก็รีบยกมือไหว้ หล่อนไม่ไหว้ตอบแต่ถอยหลังออกจากประตูให้เราทั้งสองเข้าไปเข้าใน
น้าผินมีผมสีดอกเลา อายุในราวสี่สิบกว่าปี วางตะเกียงลงกับพื้นแล้วนั่งลง เมื่อเราทั้งสองเข้าไปแล้วสมพันธ์จึงงับประตูขัดกลอน
“พวกสูไปใสมา” น้าผินถามขึ้นเสียงเฉียบขาด “ไปกินเหล้ามาบ่ ถ้าบ่กินก็ดีแล้ว ไปใสมาดึกดื่นปานนี้ คนดี ๆ เขานอนกันหมดแล้ว”
สมพันธ์หลบตาลงต่ำ เขามองมาที่ผมเหมือนอยากให้พูดแทน แต่ผมปิดปากเงียบปล่อยให้สมพันธ์พูดคนเดียวอย่างที่เคยเป็นมา ผมกลัวผู้หญิงปากร้ายคนนี้มาก ถ้ารู้ความจริงหล่อนคงจะเล่นงานหลานชายเป็นแน่แท้
แล้วก็จริงอย่างที่ผมคิด หล่อนมองพวกเราทีละคนก่อนจะถามขึ้นว่า
“มีเรื่องอะไรกัน พูดมาซิ”
“มีเรื่องยุ่งยากนิดหน่อยครับน้า” สมพันธ์บอก
“เรื่องยุ่ง” หล่อนทวนคำ แล้วมองดูผมอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนที่จะมองไปยังหลานชายแล้วพูดว่า
“กูว่าแล้วบ่วันใดก็วันหนึ่ง มึงต้องไปคบกับคนบ่ดีแล้วนำความเดือดร้อนมาให้กู มึงไปทำอีหยังมา”
สมพันธ์เสียงสั่นบอกน้าว่า
“ความจริงพวกผมไม่ผิด พวกผมโดนใส่ร้าย”
“มึงบ่ต้องมาตั๊ว (โกหก) กู บอกกูมาตามตรง มึงไปเฮ็ดอีหยังมา”
“มันเป็นอุบัติเหตุครับ ผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าตาย คนที่มันยิงตะโกนขึ้นว่าพวกผมยิงทั้งที่พวกผมไม่ได้ยิง มีคนเชื่อเขาเราจึงหนีมาพึ่งน้าผิน ถ้าไม่หนีเราก็ถูกเขาฆ่าตาย”
น้าผินของสมพันธ์ยกมือลูบแก้มของตัวเอง ท่าทางหวาดกลัว หล่อนอุทานออกมาอย่างตกใจ
“ฆ่ากันตายหรือ มึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับเขาได้อย่างไร?”






แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]