• ชะเอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : cha_araya@msn.com http://www.chatturat.com/
  • วันที่สร้าง : 2008-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 99043
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เมืองดอกไม้หมายเลขเก้าสิบก้าว
แล้วแต่จะคิดดอกไม้ทุกชนิดมีปริศนา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chawalachaimeerang
วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 835 , 13:38:21 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


 ผมไม่สนใจคำพูดของสมพันธ์ เข้าไปยืนใกล้ประทุนเกวียนคู่กับหญิงสาวแล้วมองเข้าไปข้างใน
 ชายคนหนึ่งนอนเจ็บอยู่บนฝูกเก่าๆ ร่างกายผอมซูบ เวลาไอมีเลือดออกมาจากปาก ภาพที่เห็นทำให้ผมตกตลึง คนป่วยเป็นวัณโรค ชายผู้นี้เป็นวัณโรคอย่างแรง เขาคงมาหาอากาศบริสุทธิ์เหมือนกับคนอีกหลายคนในสมัยนั้นที่เชื่อกันว่า อากาศบริสุทธิ์จะช่วยให้โรคนี้หายวันหายคืน
 ในวัยเด็กผมก็เคยเห็นคนเป็นโรคชนิดนี้ออกไปนอนสูดอากาศบริสุทธิ์ตามป่าเขา คงจะป้องกันโรคนี้ไม่ให้ติดต่อไปถึงผู้อื่นด้วย แล้วก็สวดมนต์อ้อนวอนขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรง บางคนก็ตายบางคนก็หาย โรคนี้เป็นโรคติดต่อถึงกันจึงมักแยกคนป่วยไปอยู่ไกลๆ
 ขณะที่ผมกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น หญิงสาวก็เอื้อมมือมาแตะที่ริมฝีปากพ่อ ผมมองดูด้วยความสงสัย
 “รู้สึกตัวไหม?” ผมถามขึ้นเบาๆ
 “เป็นบางครั้งค่ะ” หญิงสาวตอบ “ตอนนี้พ่อรู้ว่าฉันอยู่ด้วยแค่นั้นเอง และพ่อกำลังจะจากไป จากไปอย่างไม่มีวันกลับ”
 หล่อนร้องไห้สอึกสอื้น ผมชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆคนป่วย แม้จะรู้ว่าโรคนี้ติดต่อกันผมก็ไม่แสดงความรังเกียจจนออกนอกหน้า ผมดูหน้าคนป่วยแล้วก็รู้ว่าคงจะตายในไม่ช้านี้
 ผมมองหน้าหญิงสาวอีกครั้ง เธอพยักหน้าเหมือนกับว่าเข้าใจ เธอบอกผมว่า
 “มีคนบอกว่าอากาศบริสุทธิ์ตามป่าจะทำให้โรคนี้หาย พ่อก็หวังอย่างมาก จึงอุตส่าห์มาถึง
ที่นี่”
 “ไม่มีญาติพี่น้องเลยหรือ? จึงไม่มีใครตามมา”
 “ฉันไม่มีญาติพี่น้องดอกค่ะ” หล่อนบอก “ฉันมีแต่พ่อ เมื่อพ่อตายก็ไม่มีใครอีก”
 คนป่วยไอขึ้น หญิงสาวได้แต่จับมือพ่อมากุมไว้ หล่อนเงยหน้าอย่างคนสิ้นหวัง
 “พี่ช่วยพ่อบ้างไม่ได้หรือ?” หล่อนหันมาถาม
 “ไม่ได้หรอก” ผมบอกไปตามตรง “พี่ไม่มีความรู้ทางนี้ ถ้าช่วยได้ก็มีแต่สวดมนต์อ้อนวอน ขอให้วิญญานของพ่อเธอไปสู่สุคติ”
 ผมมองดูผู้ป่วยอีกครั้ง ก็คิดว่าคงไม่มีชีวิตอยู่ถึงพรุ่งนี้
 ฝนหล่นเม็ดลงมาเปาะแปะ เมื่อผมผละออกมาจากเกวียน สมพันธ์ก็เดินเข้ามาหาบอกผมว่า
 “สามารถ เพื่อนไม่รู้อะไรหรือ? คนเป็นวัณโรคเขาห้ามเข้าใกล้”
 “ผู้หญิงต้องการความช่วยเหลือ พ่อของเธอกำลังจะตาย” ผมบอก
 “ระวังเขาจะเอาเพื่อนไปด้วยถ้าได้รับเชื้อจากเขา เราหนีไปเถอะเดี๋ยวโรคติด”
 “ผู้หญิงต้องการความช่วยเหลือ” ผมย้ำคำพูดเดิม
 “เราจะทำอะไรให้เขาได้ ห้ามไมให้เขาตายได้หรือ?” สมพันธ์ว่า “ไม่ได้หรอก” ผมพูดอย่างใจเย็น “แต่เราควรอยู่เป็นเพื่อนเขา คิดเห็นหัวอกลูกผู้หญิงบ้าง”
 “เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรา” สมพันธ์ว่า “ก่อนเรามาเขาก็อยู่ตามลำพัง ถ้าเราจากไปเธอก็อยู่ของเธอได้ ไม่เห็นแปลดอะไร”
 ผมเองก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงผู้นี้มีอะไรดึงดูดใจให้ผมทิ้งเธอไปไม่ได้ ผมจึงบอกสมพันธ์ว่า
 “กันทำเช่นนั้นไม่ได้หรอก ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ เมื่อก่อนเธออยู่กับพ่อ เมื่อพ่อตายเธอจะอยู่กับใคร”
 “เรามีเรื่องยุ่งยากอยู่นะ” สมพันธ์ให้สติผม ก่อนที่ผมจะพูดอะไรออกไป หญิงสาวก็กวักมือเรียกให้ผมไปหาที่เกวียน “พี่ๆมานี่ก่อน”
 ผมผละจากสมพันธ์รีบเดินเข้าไปหา ชายชราคนป่วยไอหนักขึ้นติดๆกัน หญิงสาวพูดแผ่วเบากับพ่อว่า “มีคนมาช่วยพ่อแล้ว”
 ผมยืนอยู่ข้างชานเกวียนตรงที่นั่งคนขับ หญิงสาวนั่งอยู่บนชานเกวียนปลายตีนของพ่อเธอ
 ดวงตาของชายชราลืมขึ้นเล็กน้อย มองดูลูกสาวแล้วก็มองดูผม พูดเสียงดังแต่กระซิบว่า
 “เจ้าเป็นไผ?” “ผมชื่อสามารถครับ” ผมบอก
 “ช่วยลูกพ่อแนเด้อ” ชายชราพูดเป็นภาษาท้องถิ่น “ผมรับรองครับผมจะช่วยเธอ”
 “อย่าทิ้งมันเด้อ” ชายชราพูดย้ำ
 ผมกลืนน้ำลายลงคอ ผมกำลังให้สัญญาที่ไม่อาจรักษาไว้ได้ ผมกำลังหลบหนีจากการตามฆ่า แต่ผมก็แข็งใจบอกไปว่า
 “ครับ ผมจะไม่ทอดทิ้งเธอ”
 ฝนกำลังลงเม็ดปรอยๆ คนป่วยหายใจผะงาบๆ และเสียงร้องไห้ของหญิงสาวแข่งกับสายฝนที่ตกพรำลงมา สมพันธ์ยืนตากฝนอยู่ข้างนอก ผมมองดูเพื่อนก็เห็นยืนกอดอกหนาวสั่น แม้ข้างเกวียนมีผ้าเต้นท์กางอยู่พอหลบฝนได้ สมพันธ์ก็ไม่ยอมเข้ามา กลัวจะติดเชื้อโรค
 ผมเรียกสองสามครั้งให้เข้ามาหลบฝน เมื่อเขาไม่ยอมเข้ามาผมก็ปล่อยเลยตามเลย
 “สมพันธ์เข้ามาหลบฝนที่นี่ดีกว่า”
 “บ่ๆ เฮายินดีตากฝน ถ้าเพื่อนมีหัวคิดก็ไม่ควรไปหลบอยู่ที่นั่น”
 ผมเองก็เริ่มหนาว เราสองคนผมหมายถึงผมกับหญิงสาว นั่งเบียดกันอยู่ใต้ผ้าใบคอยหลบฝนที่สาดเข้ามา ผ้าใบผืนนี้มุงต่อจากล้อเกวียนด้านหนึ่งกันฝนได้ไม่ดีนัก
 ฝนตกทีไรนึกถึงตอนที่จะปล่อยวัวออกไปเลี้ยง ฝนตกอย่างนี้ชอบที่จะนอนห่มผ้าขดตัวอยู่ในที่พัก การต้อนฝูงวัวออกไปกินหญ้ากลางสายฝนไม่ใช่ของสนุกเลย
 ผมพยายามเรียกสมพันธ์หลายครั้ง เห็นเขายืนตากฝนกลัวจะเป็นตระคิวตาย แต่ก็ไม่ได้ผลเขากลัวเชื้อวัณโรคมากกว่าการเป็นหวัด
 ผมละสายตาจากสมพันธ์มองดูหญิงสาว อยากจะช่วยเหลืออะไรเธอให้ดีกว่านี้ก็ยังนึกไม่ออก เมื่อผู้ป่วยมีอาการอย่างนี้ใครก็ช่วยไม่ได้ ถึงหมอเองก็เถอะ การรอคอยเป็นสิ่งดีที่สุดผมจึงนั่งรอ ในที่สุดมฤตยูก็เข้ามาในประทุนเกวียนคร่าชีวิตของชายชราไปเงียบๆ
 เมื่อฝนหยุด เราทั้งสองลุกไปชะโงกดูคนป่วย ก็พบว่าเขาตายเสียแล้ว คงจะตายตอนที่เรานั่งหลบฝนอยู่ข้างล่างนั่นเอง
 ผมสงสัยว่า ถ้าความตายมาถึงคงจะได้เป็นการหยุดพักเสียที มีชีวิตอยู่ก็ต้องโลดแล่นหนีตายจนไม่มีที่ซุกหัวนอน
 เมื่อรู้ว่าพ่อตาย หญิงสาวก็ร้องไห้กระซิกๆอยู่ข้างศพพ่อ ผมวางมือลงบนศรีษะของเธอ ไม่รู้จะปลอบโยนหญิงสาวอย่างไรดี เมื่อนึกคำพูดไม่ออกก็ได้แต่ลูบเส้นผมเบาๆด้วยความเวทนา
 ฝนหยุดตกแล้ว ผมเดินออกมากลางแจ้งแหงนหน้ามองท้องฟ้า ดวงตะวันโผล่ออกมาจากกลุ่มเมฆนิดหนึ่ง มองเห็นแสงรุ้งกินน้ำเป็นรูปโค้ง อยู่ฟากฟ้าข้างโน้น
 นี่เป็นความตายครั้งที่สองที่ผมได้ประสพพบมา เมื่อหันกลับไปดูที่เกวียน ก็เห็นหญิงสาวหยุดร้องไห้แล้ว แต่ยังนั่งเงียบขรึมอยู่ตรงชานเกวียน ผมจึงพูดขึ้นว่า
 “น้องคงอยากนำศพพ่อกลับไปยังบ้านเก่า ถ้าเช่นนั้นพี่จะตามไปส่ง บ้านอยู่ไกลไหม?”
 “ที่บ้านเก่าฉันไม่มีพี่น้อง ไม่รู้จะนำศพกลับไปทำไม แต่ถึงมีก็ไม่น่านำไป กว่าจะถึงศพก็คงเน่า” ผมจึงถามว่า
 “น้องจะจัดการอย่างไรกับศพพ่อและตัวเอง” ก็ได้รับคำตอบว่า
 “ฉันอยากฝังศพพ่อไว้ที่นี่ คงไม่มีใครมารบกวนว่าเป็นที่ดินของเขา อีกอย่างหนึ่งฉันไม่มีเงินค่าฝังศพพ่อเลย”
 “แต่น้องต้องจัดการเรื่องศพ” ผมบอก
 “เมื่อเรามาพักที่นี่พ่อก็พอใจ เมื่อเราฝังพ่อไว้ที่นี่พ่อก็คงจะชอบใจเช่นกัน”
 ผมกับศพคนตายไม่ค่อยชอบกันอยู่แล้ว มีศพคนตายในหมู่บ้าน ผมไม่ค่อยไปเผาหรือฝังไม่รู้กลัวอะไร ทำเหมือนกับว่าตัวเองจะตายไม่เป็น
 เมื่อมาประสพเหตุการณ์เช่นนี้ผมจะละเลยได้อย่างไร ตัวผมเองก็ไม่รู้จะตายวันไหน ขณะนี้ก็หนีการตามล่าอยู่ หญิงสาวพูดขึ้นว่า
 “พี่จะช่วยฉันฝังศพพ่อได้ไหม?”
 ทั้งๆที่ไม่อยากแตะต้องศพผมก็จำใจบอกว่า
 “ได้ พี่จะช่วยเอง”
 ผมมองดูท้องฟ้าอีกครั้งและบอกหญิงสาวว่า
 “อีกไม่นานฝนก็จะตก เราต้องรับลงมือขุดหลุม”
 ผมมองไปรอบๆเพื่อหาจอบกับเสียม เห็นสมพันธ์เพื่อนรักยืนอยู่ใต้ต้นไม้เสื้อผ้าเปียกฝน
 “หนาวไหมเพื่อน” ผมร้องถาม “น่าจะเข้าไปหลบฝนด้วยกัน” สมพันธ์สั่นหัวถามผมว่า
 “เมื่อไหร่เราจะไปจากที่นี่”
 ผมอยากหัวเราะออกมาดังๆ อยากหัวเราะที่เห็นสมพันธ์ลืมความหิวเสียสนิท ไม่พูดเรื่องหิวอีกเลย เมื่อสมพันธ์ถามผมจึงบอกว่า
 “พ่อผู้หญิงตายช่วยฝังศพเขาก่อน”
 สมพันธ์ตกตลึง “สามารถไปกันเถอะเดี๋ยวหมู่สายจะตามมา”
 “กันทิ้งเธอให้อยู่กับคนตายไม่ได้หรอก” ผมบอกเสียงเรียบๆ “เราเป็นลูกผู้ชายไม่ช่วยเหลือเพศที่อ่อนแอกว่าได้อย่างไร”
 สมพันธ์ทำท่าจะโต้เถียงผม และใช้กำลังบังคับ แต่ผมไม่กลัว เมื่อความเห็นไม่ตรงกันก็ต้องต่อยกัน พอเห็นผมเอาจริงสมพันธ์ก็เงียบ
 “ช่วยกันบ้างซีถ้ารักกันจริง” ผมพูดท่าทางขึงขัง สมพันธ์จึงลงมือช่วยขุดหลุมพร้อมกับบอกว่า “กันขุดหลุมอย่างเดียวนะ ขอปฏิเสธไม่แตะต้องศพ”
 เขาอยากจะพูดกับผมอีกแต่จามขึ้นเสียก่อน ผมจึงพูดว่า “ไม่น่าจะสวมเสื้อผ้าเปียกอย่างนี้เลย กันไปเอาของพ่อผู้หญิงมาเปลี่ยนให้เอาไหม?”
 “อย่าเลย” สมพันธ์บอก “ขอบใจเพื่อนมาก กันไม่เอาหรอก แตะต้องนิดเดียวก็ไม่เอา เดี๋ยวโรคติดกัน”
 พูดจบก็ลงมือขุดหลุมเพื่อฝังศพ เราเลือกใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อวิญญานของผู้ตายจะได้รับแต่ความร่มเย็น
 ผมเพิ่งบอกกับหญิงสาวเป็นครั้งแรกว่าผมหิวข้าว ไม่ได้กินข้าวแต่เมื่อวานนี้ หล่อนตำหนิตัวเอง “ขอโทษด้วยนะพี่ ฉันลืมถามพี่ไปว่ากินข้าวหรือยัง”
 “มัวแต่มีเรื่องทุกข์ร้อนอยู่ใครจะมามัวห่วงแต่ห่วงการกิน” ผมบอก
 “เดี๋ยวนะพี่ฉันจะไปหาข้าวให้กิน”
 พูดจบหล่อนก็เดินผละไป สมพันธ์ลงมือขุดหลุม ผมเดินไปช่วยหล่อนจัดอาหาร มีข้าวจ้าวหุงใหม่ๆกับน้ำพริกปลาร้าผักป่า เมื่อเสร็จแล้วก็เรียกสมพันธ์ไปกิน
 กินข้าวเมื่อตอนกำลังหิว อะไรๆก็ดูอร่อยไปหมด อิ่มข้าวแล้วสมพันธ์ไปขุดหลุมต่อ ผมมองดูหญิงสาวแล้วถามเธอว่า
 “มีอะไรให้พี่ช่วยอีกไหม?”
 “ไม่มีดอกพี่” หล่อนบอก
 “ถ้าอย่างนั้นพี่จะไปช่วยเพื่อนขุดหลุม”
 “เพื่อนของพี่ตากฝนน๊ะ” หล่อนพูดอย่างกังวล “ฉันจะหาเสื้อผ้าแห้งๆของพ่อให้เปลี่ยน”
 “เขาไม่เอาหรอก อย่าเลย” ผมว่า “เขาอาจจะกลัวอะไรเกินกว่าเหตุเดี๋ยวจะบอกเขาว่าเธอมีน้ำใจ”
 “คุยกันมาตั้งนานยังไม่รู้จักชื่อเธอเลย”
 “ฉันชื่อคำหล้า พ่อชื่อคำรณ”
 “ชื่อคล้องจองกันดีแท้” ผมกล่าวยิ้มๆ
 ผมกับสมพันธ์หย่อนศพนายคำรณลงในหลุม ครั้งแรกสมพันธ์ปฏิเสธ เมื่อผมถลึงตาใส่เลยหน้าม่อยไป หญิงสาวร้องไห้กับศพพ่อ ผมต้องคอยปลอบโยนและให้กำลังใจ
 สมพันธ์โกยดินลงหลุมอย่างขมักเขม่น คงจะให้สิ้นสุดกันเสียเร็วๆ หล่อนชำเลืองดูผม สายตาเราประสานกันแน่นิ่ง ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวผมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
 “ขอบคุณพี่ทั้งสองมาก” พูดจบหล่อนก็หมุนตัวกลับไปยังเกวียน ผมช่วยสมพันธ์กลบดินหลุมศพจนเสร็จเรียบร้อย จึงตัดหนามมาสะไว้ กลิ้งหินก้อนใหญ่ๆมาทับป้องกันหมาจิ้งจอกคุ้ยศพกินตอนกลางคืน
 “คนตายก็มีแค่นี้เอง” สมพันธ์เพิ่งพูดเป็นครั้งแรก “หมายถึงอะไร?” ผมถาม
 “ก็คิดดูซิ” สมพันธ์ว่า “เขาตายไปโดยไม่ทิ้งอะไรไว้ให้ผู้อยู่ข้างหลังนึกถึงมากนัก มีแต่เกวียนเล่มหนึ่งกับวัวสองตัว และลูกสาวอีกคน ไม่ช้าสิ่งเหล่านี้ก็จะเลือนหายไปจากความทรงจำ คิดแล้วไม่คุ้มกับที่เกิดมาเลย”
 “ช่างเถอะ อย่าคิดอะไรมาก” ผมว่า “คนอย่างเราถ้าตายไปก็คงไม่มีอะไรเหลือไว้ให้คนข้างหลังระลึกถึง แม้แต่ชื่อก็ไม่มีใครรู้จัก แต่ชายผู้นี้เขาดีกว่าเรา สิ่งที่เขาทิ้งไว้ข้างหลังไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองหรอก ของเหล่านี้มันสูญหายไปได้”
 “แต่ชายผู้นี้เขามีลูกสาว ลูกสาวเขาจะต้องจดจำเขาไว้ตราบชั่วชีวิต วันหนึ่งเมื่อนางมีลูกนางก็จะเล่าเรื่องต่างๆให้ลูกฟัง ชื่อของเราที่มาช่วยฝังศพก็จะมีคนกล่าวถึง”
 พูดจบผมก็ชวนสมพันธ์กลับมาที่เกวียน หญิงสาวเก็บข้าวของบรรจุลงในเกวียนเรียบร้อย ผมจึงถามขึ้นด้วยความห่วงใย
 “เธอจะทำอย่างไรต่อไปอีก” หล่อนก้มหน้า
 “ฉันก็ไม่รู้ ไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย รู้แต่ว่าจะทนอยู่ที่พ่อตายแห่งนี้ต่อไปไม่ได้”
 “ถ้าอย่างนั้นไปกับพี่ก่อน พอพบบ้านคนได้ขายวัวกับเกวียนแล้ว ค่อยกลับไปบ้าน”
 “ฉันไม่มีบ้าน ไม่มีคนในครอบครัวอีกเลย ไม่มีพี่น้องปู่ย่าตายาย ฉันเป็นคนเมืองอื่นพ่อกับแม่อพยพมาอยู่ต่างถิ่น ตั้งแต่เกิดมาพ่อก็ไม่เคยพากลับไปบ้านเก่า จึงไม่รู้ว่ามีญาติพี่น้องอยู่ที่ไหนบ้าง” พูดจบหล่อนก็ก้มหน้านิ่ง
 “ถ้าอย่างนั้นเข้าเมืองหางานทำเป็นลูกจ้างเขาก็คงได้”
 หล่อนพยักหน้าน้ำตาไหลพราก ท่าทางเหมือนคนหลงทาง หล่อนยังสาวและสวย ตัวคนเดียวแท้ๆ เป็นคนแปลกหน้าในต่างถิ่นที่ไม่มีญาติพี่น้องเลยสักคน หล่อนจะเอาตัวรอดจากปากเหยี่ยวปากกาได้หรือ คิดๆก็น่าสงสาร
 “ฉันต้องหาที่อยู่สักแห่ง จากนี้ไปตัวอำเภอไกลไหม?” หล่อนถาม “ไกลมากทีเดียว ถ้าจะไปจริงๆก็ต้องเดินทางรอนแรมไปถึงสองคืน”
 หล่อนเองก็ไม่มั่นใจ ไปแล้วจะหาที่อยู่ที่กินได้อย่างไร มีแต่คนแปลกหน้า หล่อนตัดสินใจพูดว่า
 “พี่ทั้งสองไปกับฉันไม่ได้หรือ? พอให้ฉันได้มีที่อยู่ที่กินแล้วจะไปไหนค่อยไป ฉันจะไม่ลืมบุญคุณพี่ทั้งสองเลย ไปกับคนอื่นฉันกลัว”
 ผมเห็นสมพันธ์ทำท่าจะพูดเลยชิงพูดขึ้นก่อน
 “คำหล้า พวกพี่กำลังจะมุ่งหน้าไปทางตะวันตก หมายเอาแม่น้ำป่าสักเป็นจุดหมายปลายทาง เราไปกับเธอไม่ได้หรอก”
 “ฉันมีเงินไม่มากนักแต่จะให้พวกพี่เท่าที่มีเป็นค่าตอบแทน ถ้าขายวัวขายเกวียนได้อีกฉันก็จะแบ่งให้พี่ทั้งสอง ขอแต่เพียงพี่ทั้งสองช่วยฝากฝังให้ฉันได้มีที่อยู่ที่กินก็พอ”
 “เงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ” ผมว่า “พวกพี่ช่วยเหลือก็ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน แต่พวกพี่กลับเข้าเมืองไม่ได้ มีคนเขาตามหาตัวเราอยู่”
 “ฉันไม่คิดว่าพี่ทั้งสองจะต้องคอยหลบซ่อน พี่ทั้งสองดีต่อฉันอย่างนี้ จะทำความผิดได้อย่างไร”
 ผมฟังแล้วก็หัวใจหดหู่จึงบอกเธอว่า
 “เราทำผิดจริงแต่ไม่ได้เจตนา มันเป็นอุบัตเหตุ” ผมไม่อยากเล่าให้มากไปกว่านั้น รู้สึกดีใจที่หญิงสาวผู้นี้ไม่ได้ถามซอกแซกเหมือนกับผู้หญิงทั่วๆไป
 ท่าทีอันเยือกเย็นของสมพันธ์ทำให้ผมอดแปลกใจไม่ได้ สมพันธ์พูดกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า
 “เราจะเอาวัวมาเทียมเกวียนให้ แล้วเธอขับมันไปเอง พวกพี่ก็ช่วยได้แค่นี้”
 ผมรู้ได้ทันทีว่าสมพันธ์จะขับไล่ไสส่งหญิงสาวไปให้พ้นความรับผิดชอบ ผมหันเกวียนให้หล่อนสมพันธ์จูงวัวมาเทียม เมื่อเสร็จแล้วก็ปลดไม้ค้ำเกวียนออกสอดไว้ในบ่วงตรงกลางแอกเกวียน
 “ขอบคุณพี่ทั้งสอง ฉันจะไม่ลืมเหตุการณ์ครั้งนี้เลยชั่วชีวิต” ผมก็ตอบหล่อนว่า
 “พี่ก็หวังว่าคำหล้าจะไม่ลืมพี่ ถ้ามีคนถามถึงก็อย่าได้บอกเขาเป็นอันขาดว่าพบพี่กลางทาง”
 “ฉันจะไม่บอกเขาหรอก”
 เรายืนดูวัวลากเกวียนออกไปจากที่นั่น เสียงดังออดแอดไปตามทางขรุขระมุ่งหน้าไปทางเชิงเขา มองดูแล้วช่างอ้างว้างหดหู่หัวใจ สมพันธ์พูดขึ้นว่า
 “สามารถ ผู้หญิงคนนั้นจะไปคนเดียวได้จริงๆหรือ?”
 “ไม่รู้ซิ” ผมบอก “เธอไม่มีทางเลือก ถ้าเราเอาเธอไปด้วยเธอคงจะดีใจ”
 ความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นกับผมไม่มีครั้งใดจะเหมือนครั้งนี้ ผมบอกกับสมพันธ์โดยไม่ต้องคิดว่า
 “เอาผู้หญิงไปด้วย ปล่อยไปเช่นนี้ไม่ได้ เธอไม่ปลอดภัยแน่” “เราจะกลับเข้าเมืองไม่ได้” สมพันธ์แย้ง “เราจะพาเธอไปทางตะวันตกด้วย” ผมบอก
 “เมื่อพบไร่ที่ไหนสักแห่งจะฝากเธอไว้กับคนที่พอวางใจได้ ให้เขาดูแลเธอดีกว่าจะปล่อยไปตามยถากรรม” “สามารถ กันว่าเพื่อนรักผู้หญิงคนนี้เสียแล้ว” สมพันธ์ไม่วายกระแนะกระแหน แต่ผมไม่สนใจ
 “กันจะไม่มีความสุขเลยถ้ารู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไปตกระกำลำบาก หรือมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ ไปเถอะเพื่อนรีบไปช่วยผู้หญิงคนนั้น”
 สมพันธ์บ่นอุบอิบอย่างไม่เห็นด้วย แต่ก็จำใจเดินตามผมซึ่งมุ่งหน้าไปยังเกวียนเล่มนั้น




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]