• ชะเอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : cha_araya@msn.com http://www.chatturat.com/
  • วันที่สร้าง : 2008-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 99061
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
เมืองดอกไม้หมายเลขเก้าสิบก้าว
แล้วแต่จะคิดดอกไม้ทุกชนิดมีปริศนา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chawalachaimeerang
วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2552
Posted by ชะเอง , ผู้อ่าน : 862 , 13:41:07 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ผมขอเล่าย้อนหลังสักเล็กน้อย เรื่องนี้พ่อเป็นคนเล่าให้ผมฟัง ภายหลังเหตุการณ์คลี่คลายลง ผมได้พาเมียกลับไปอยู่บ้านกับพ่อ เรื่องราวต่างๆจึงเปิดเผยขึ้น ต่อไปนี้เป็นเรื่องที่พ่อเล่าให้ผมฟังว่า
 เมื่อเห็นคนขี่ม้าเข้าประตูไร่มาพ่อก็เข้าใจว่าต้องเป็นหมู่สายมาตามตัวผมเป็นแน่ พ่อไม่มีความวิตกอะไรเตรียมรับสถานการณ์เต็มที่
 พ่อกับลูกจ้างกำลังซ่อมประตูคอกวัวอยู่ หมู่สายดึงบังเหียนม้าชักวนให้วกไปทางที่พ่อทำงานอยู่ ม้าหมู่สายตัวใหญ่อ้วนพี นอกจากบรรทุกหมู่สายบนหลังแล้วยังมีถุงอาหารและเสื้อผ้าพ่วงมาด้วย ปืนลูกซองยาวห้อยมากับอานม้า
 ลูกจ้างพ่อมองดูเป็นคนแรก ส่วนพ่อก้มหน้าทำงานต่อไป หมู่สายคงจะสืบรู้ไร่ของพ่อจนแน่ชัดจึงได้ตามมาถูก ลูกจ้างของพ่อพึมพำเบาๆพ่อจึงเงยหน้าขึ้นก็เห็นหมู่สายเอื้อมมือไปแตะปืน พ่อยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า
 เมื่อเห็นหน้าถนัดหมู่สายก็คงรู้ว่าคนนี้แหละคือพ่อของผม เพราะใบหน้าของเราพ่อลูกคล้ายคลึงกัน เขาเห็นผมสองครั้ง ครั้งแรกบนถนนในเมืองตอนถูกตำรวจจับ ครั้งที่สองตอนปืนลั่นถูกคุณมาลีเมียของเขาตาย เขาจำผมได้ก็คงจำพ่อผมได้เช่นกัน
 “หวัดดีครับ” พ่อพูดพร้อมกับยกมือไหว้ ไม่แสดงอาการว่าเป็นศัตรูกับผู้มาเยือน
 “ลงจากม้าก่อนซิครับ กินน้ำกินท่าแล้วค่อยไป”
 หมู่สายไม่ได้รีบร้อนทำตาม แต่นั่งนิ่งบนหลังม้า ตามองกวาดไปบริเวณรอบๆ
 “ไม่ต้องสำรวจหรอกครับ ไม่มีใครอีกแล้วนอกจากเราสองคน” พ่อพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
 หมู่สายมองดูลูกจ้างของพ่อ เห็นว่าเป็นคนไม่มีพิษสงอะไรสีหน้าค่อยดีขึ้น
 “ไม่มีใครทำอะไรคุณหรอก คุณหมู่สาย”
 หมู่สายรู้สึกแปลกใจที่พ่อผมรู้จักชื่อ จึงถามว่า
 “ลุงรู้จักชื่อผมหรือ?”
 “ไม่เคยเห็นแต่รู้ว่าคุณเป็นใครและมาทำอะไรที่นี่ ลูกผมไม่อยู่หรอกครับ ถึงอยู่เขาก็ไม่ลอบยิงคุณข้างหลังแน่ เขาไม่ใช่คนแบบนั้น”
 หมู่สายมองดูพ่อแล้วแลหาปืนไปรอบๆ พ่อพูดว่า
 “ไม่มีปืนหรอกครับ ผมกับลูกจ้างกำลังซ่อมคอกวัว ไม่ได้เตรียมสู้รบปรบมือกับใคร”
 “ถ้าลุงรู้ว่าผมมาทำไมละก้อ ลุงอาจจะยิงผมก็ได้”
 “ไม่หรอกครับ” พ่อพูดพร้อมกับส่ายหัว “ผมอยากพูดกับคุณมากกว่า เชิญซิครับคุณ”
 “ลุงแน่ใจหรือว่าเราจะไม่เป็นศัตรูกันถ้ารู้ความจริง”
 “ผมได้ยินว่าคุณเป็นคนมีเหตุผล ความจริงถ้าผมได้อธิบายอะไรให้คุณฟังแล้ว คุณอาจจะเปลี่ยนใจมาเป็นมิตร”
 หมู่สายไม่ตอบ พ่อก็ไม่รอฟัง รีบบอกหมู่สายว่า
 “เอาม้าไปผูกไว้ แล้วลงมากินข้าวกับผมก่อน ผมจะทำอาหารให้กิน คุณมาเหนื่อยควรจะได้พักผ่อนทั้งคนและม้า เชิญซิครับ”
 เขาคงจะแปลกใจกับการต้อนรับของพ่อ จึงถามว่า “ลุงชวนผมกินข้าวด้วยจริงๆหรือ?”
 “ก็ชวนจริงๆซิครับจะมีอะไรอีก” พ่อยืนยัน
 “ผมมาตามลูกของลุง ไอ้สามารถนั่นแหละ ถ้าลุงรู้คงไม่ชวนผมกินข้าวด้วยแน่ๆ”
 “ผมรู้แล้ว” พ่อยืนยัน “ผมรู้เรื่องทั้งหมดจากลูกผม กำลังจะขอร้องให้คุณเลิกติดตาม”
 “ไม่ได้หรอก พวกมันฆ่าเมียผม”
 ก็ต้องคุยกันก่อน” พ่ออ้อนวอน “กินข้าวกินน้ำใจเย็นๆก่อนแล้วค่อยพูดกัน ถ้าลูกผมทำผิดจริงๆจะตามฆ่ามันผมก็ไม่ว่า”
 หมู่สายลงจากหลังจากหลังม้า ยืนบนพื้นดินอย่างใคร่ครวญ แล้วจึงผูกม้าไว้ตรงชายคากระท่อม ให้มันกินหญ้ากินน้ำ จากนั้นจึงเดินตามพ่อไปทางเรือนหลังใหญ่ อย่างระมัดระวัง
 หมู่สายชำเลืองดูทางกระท่อมที่ผูกม้าไว้บ่อยๆ คงฉุกคิดขึ้นมาว่า ผมสองคนอาจจะซ่อนตัวอยู่ที่นั่น แต่โดยสัญชาตญานเขาก็รู้ว่าพ่อผมไม่ได้โกหก คงคิดว่าพวกผมเปิดไปแล้ว
 พ่อบุ้ยปากไปทางโอ่งน้ำหน้าบ้าน ที่นั่นมีถังตักน้ำ และกระบวย ชามซักผ้า พ่อบอกว่า
 “คุณคงจะร้อนและเหนื่อย มาอาบน้ำเสียก่อนซิครับ ได้ลูบเนื้อลูบตัวเสียหน่อยจะได้สดชื่น เชิญเลยครับ”
 หมู่สายค่อยไว้วางใจในท่าทีของพ่อ พ่อเป็นคนมีคุณธรรม ถ้าจะลอบยิงหมู่สายตอนอาบ
น้ำหมู่สายก็ตาย แต่พ่อไม่ทำพ่อมีคุณธรรมสูง ผมเองคงจะสืบทอดความรู้สึกนึกคิดมาจากพ่อ คือไม่ยิงคนที่ไม่มีทางต่อสู้
 พ่อรอจนหมู่สายอาบน้ำเสร็จจึงพาขึ้นบ้าน เอาเสื่อมาปูให้หมู่สายนั่ง ขันตักน้ำมาวาง ตัวเองเตรียมเข้าครัว
 “นั่งพักผ่อนก่อนนะครับ” พ่อบอก “ถ้าเมื่อยก็เอนหลังนอนเล่นไปก่อน ผมจะดูในครัวว่าเราจะมีอะไรกิน”
 ระหว่างทำอาหารอยู่ในครัว พ่อแอบมองหมู่สายทางประตู เห็นมองดูรูปถ่ายเก่าๆบนฝาเรือน มีภาพแต่งงานพ่อกับแม่ ต่อมาก็มีรูปของผมสมัยเป็นเด็ก เมื่อไม่เห็นผู้หญิงเขาก็คงคิดว่าแม่ผมตาย
 เขาเป็นคนฉลาดไม่ถามอะไรซอกแซกแต่สังเกตเอาเอง เช่นหยากไย่และข้าวของที่วางระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ ถ้ามีผู้หญิงอยู่คงไม่ปล่อยให้รกรุงรังอย่างนี้
 บ้านที่มีผู้หญิงจะต้องมีระเบียบเรียบร้อยกว่านี้ ถ้วยชามคงไม่วางระเกะระกะ พ่อบอกว่า เขาคงจะนึกถึงตัวเองที่ขาดแม่บ้าน
 ต่อมาอีกหลายปีมีคนเล่าให้ผมฟังเรื่องหมู่สายแต่งงานกับเมียคนที่ตาย เขาเล่าให้คนอื่นฟังว่า การตกลงแต่งงานกับมาลีทำให้เขาตกใจไม่น้อย เพราะอยู่คนเดียวมานาน ชีวิตของเขาหยาบกร้าน ไม่เคยข้องแวะกับผู้หญิงคนไหน ท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆเพื่อตามสืบจับคนร้าย ออกบ้านนอกก็พักบ้านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือครูประชาบาล
 กินอยู่อย่างง่ายๆไม่มีพิถีพิถันอะไร เมื่อแต่งงานแล้วก็คิดว่าจะปรับตัวเสียใหม่ให้เป็นที่พอใจของภรรยา โดยเฉพาะคุณมาลีสาวสวย ไม่เป็นการเหมาะสมที่จะให้เมียปรับตัวเข้ากับตน เขาสิควรจะเป็นฝ่ายปรับตัวเข้าหาหล่อน ที่ลาออกจากตำรวจก็เพราะตามใจเมีย เขาคงไม่คิดว่าจะได้ร่วมชีวิตกับเมียสาวในระยะเวลาอันสั้น และบัดนี้พ่อก็ได้ต้อนรับผู้หมู่ด้วยน้ำใสใจจริง
 “ฝีมือทำกับข้าวของผมไม่ค่อยดีหรอกครับ” พ่อบอก “อุตส่าห์กินก็แล้วกัน ลำบากอย่างนี้แหละถ้าไม่มีแม่บ้าน” พ่อกล่าวด้วยน้ำเสียงธรรมดา
 ผู้หมู่ไม่ใช่คนกินจุและกำลังหิวมา จึงกินอาหารเพียงเล็กน้อย การกินอาหารกับพ่อคงเป็นการฝืนใจกิน ลูกจ้างของพ่อเข้ามากินด้วย มองดูก็เป็นปกติธรรมดา หมู่เองก็คงจะแปลกใจในการต้อนรับของพ่อซึ่งไม่จำเป็นเลย เขากินอาหารช้าๆทนกลืนลงไปเพราะรู้ว่ามันจำเป็นสำหรับร่างกาย
 พ่อนั่งกินข้าวไปเงียบๆ แต่ผู้หมู่คงรู้ว่าพ่อกำลังคิดอย่างไรในตัวเขา เขาก็ระวังตัวเช่นกัน
 กินอาหารเสร็จแล้วลูกจ้างเก็บสำรับเข้าครัว พ่อเอนหลังพิงเสาเรือน มองดูผู้หมู่แล้วพูดขึ้นว่า
 “การสูญเสียภรรยาเป็นเรื่องลำบาก อันนี้ผมรู้เพราะเคยประสพมาก่อน”
 ผู้หมู่นิ่งฟังสักครู่ก็ตอบขึ้นว่า
 “งั้นลุงก็เข้าใจความรู้สึกของผม และสิ่งที่ผมกำลังจะทำ”
 “เด็กทั้งสองไม่ได้ตั้งใจให้ภรรยาของคุณต้องตาย ถ้ารู้ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้คงไม่หยุดเกวียน พวกเขารู้ตัวว่าผิดจึงไม่พยายามสู้รบปรบมือกับคุณ พยามหนีให้พ้น คุณไม่คิดจะให้อภัยเด็กบ้างหรือ ในเมื่อเขาไม่ใช่คนเหนี่ยวไก พ่อค้าวัวต่างหาก”
 “เขามีส่วนฆ่าผู้หญิงที่ไม่มีความผิด เขาสมควรที่จะต้องตาย” ผู้หมู่ว่า
 “มันเป็นอุบัตเหตุต่างหาก” พ่อบอก “พวกเขาไม่ได้ตั้งใจทำ ไอ้พ่อค้าวัวมันโกงเงินเด็กทั้งสองจริงๆ และมันนั่นเองทำปืนลั่นใส่เมียของคุณ”
 “เขาคงเล่าเรื่องนี้ให้ลุงฟัง ลุงไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ จะเชื่อถือได้อย่างไร”
 “ลูกผมไม่เคยโกหก ผมเองก็ไม่เคยโกหก เมื่อผิดก็ยอมรับผิด ไม่ผิดก็ไม่ยอมรับ”
  “ลุงพูดเข้าข้างลูกเกินไป” ผู้หมู่ว่า “สองคนนั้นไม่ใช่เด็กๆแล้ว จะทำอะไรลงไปน่าจะมีความคิด”
 “พวกเขายังเป็นเด็กอยู่นะครับ” พ่อว่า
 “เขาเป็นผู้ใหญ่ในแง่กฏหมาย” หมู่เถียง
 “กฏหมายที่ไหน?” พ่อโต้แย้ง “ถ้าลูกผมผิดจริง ทำไมไม่เอากฏหมายมาจัดการ ทำไมไม่เอาตำรวจมาร่วมตามจับมันมาลงโทษ”
 สิบตำรวจสายอดีตมือปราบขบกรามแน่นด้วยความโกรธ พูดกับพ่อว่า
 “จริงอยู่กฏหมายอาจจะมีความเห็นอย่างเดียวกับลุง หลายคงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เอาผิดกับเด็กทั้งสองไม่ได้ แตเมียผมตาย ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง ถ้าไม่ใช่สองคนนั้นเมียของผมก็ไม่ตาย”
 “ถ้าคุณฆ่าลูกผมแล้วเมียคุณฟื้นหรือ?”
 “ไม่ฟื้นแน่แต่ผมก็ได้แก้แค้นคนที่ทำให้ผมเจ็บช้ำ เขาเป็นต้นเหตุให้เมียผมตาย”
 “ขอคุณพระคุณเจ้าจงคุ้มครองลูกผมด้วย”
 พ่อพูดพร้อมกับพนมมือขึ้นเหนือหัว หมู่สายโกรธจัดเขาไม่อาจนั่งโต้เถียงกับพ่อได้ มันเหมือนการต่อรองราคาวัว เขาคงคิดว่าภรรยาตายทั้งคนจะต้องตามแก้แค้นให้ได้ เขาลุกขึ้นยืนบอกพ่อว่า
 “ผมจะออกเดินทาง เสียใจที่ทำตามลุงขอร้องไม่ได้”
 พ่อยืนขึ้นด้วย และขอร้องให้ผู้หมู่คิดดูให้ดี แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล
 “ผมคิดมาหลายวันแล้ว” ผู้หมู่ว่า “คิดจนไม่เป็นอันหลับอันนอน พวกเขาฆ่าเมียผมผมก็ต้องฆ่าเขา ผมเสียใจอยู่อย่างเดียวคือเขาเป็นลูกของลุง”
 ผู้หมู่เดินออกไปที่ประตู ความรักลูกทำให้พ่อลืมตัวไปชั่วขณะ พ่อเคลื่อนไหวลุกลี้ลุกลน จนหมู่รู้ด้วยสัญชาตญานของตำรวจเก่า แม้จะหันหลังให้แต่ก็ชักปืนพกออกมา
 พ่อเพิ่งปลดลูกซองเดี่ยวออกจากตาขอที่แขวนไว้ข้างฝา กำลังจะหมุนตัวกลับมา หมู่สายก็ขึ้นนกปืนสำทับพ่อ “หยุด อย่าทำอะไรบ้า ๆ ผมไม่อยากฆ่าลุง”
 พ่อตกตลึงอยู่กับที่ แต่ยังถือปืนไว้ในมือ มองเห็นปืนหมู่สายแล้วก็ผิดหวัง พ่อได้สติเปลี่ยนใจเก็บปืนเข้าที่แล้วพูดว่า
 “ถ้าคุณฆ่าผมผมก็ฆ่าคุณ เรามาตายพร้อม ๆ กันดีไหม?”
 “ลุงไม่มีโอกาสยิงผมแน่ อย่างเสี่ยงเลยลุง”
 “ลูกทั้งคนจะไม่ให้ผมเสี่ยงได้อย่างไร?”
 “ลุงไม่มีโอกาสหรอก” หมูสายย้ำอย่างหนักแน่น “ผมจะยิงตัดขั้วหัวใจของลุงก่อน ลุงไม่ทันได้ยิงผมหรอก แต่ผมไม่อยากทำ เชื่อผมเถอะ ผมไม่อยากทำ”
 เขาคอยจนพ่อผมผ่อนตาม เมื่อเดินออกมาข้างนอกโดยไม่มีปืน จึงขอร้องให้พ่อผมเดินไปส่งถึงที่ม้าผูกอยู่ พ่อเองก็น้ำตาไหลพราก ยอมจำนนต่อผู้มาเยือน ทั้ง ๆ ที่พยายามจะช่วยผมเต็มที่
 หมู่สายปีนขึ้นบนหลังม้า แล้วหันมาพูดกับพ่อ
 “ลุงเป็นคนกล้าเหลือเกิน ผมหวุดหวิดเกือบจะได้ฆ่าลุง คงเป็นการฆ่าที่ทำให้ผมเสียใจตลอดชีวิต ผมไม่ตำหนิลุงหรอก ที่ลุงทำไปก็เพราะรักลูก แต่ลุงก็ทำได้เพียงแค่นี้” พ่อจึงพูดขึ้นว่า
 “คราวนี้ผมพลาดไป คุณคงตามฆ่าลูกผมได้ตามใจปรารถนา”
 หมู่สายทำท่าจะผละไป แต่นึกขึ้นได้ จึงลจากหลังม้าเอาสายบังเหียนคล้องไว้กับรั้ว ตัวเองเดินขึ้นไปบนบ้าน หยิบเอาปืนลูกซองของพ่อผมลงมา แล้วบอกว่า
 “ผมจะเอาปืนนี้ไปวางไว้ที่ประตูไร่ ขอให้ลุงหรือลูกจ้างตามไปเอา ตอนที่ผมจากไปแล้ว”
 พ่อมีท่าทางผิดหวังแต่ฏยังแข็งใจพูดว่า
 “คุณหาพวกนั้นไม่พบหรอก ป่าออกกว้างใหญ่ พวกเขาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนก็ได้”
 “ผมจะตามเขาจนพบ” ว่าแล้วก็ควบม้าฝุ่นตลบออกไปทางประตูไร่
 ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่พ่อผมเล่าให้ฟัง กลับมาฟังเรื่องของผมต่อดีกว่า
 คืนนั้นเป็นคืนเดือนมืด ท้องฟ้าอึมครึมเต็มไปด้วยเมฆฝน ลมพัดหวนกลับ ต้นไม้ใหญ่น้อยเอนลู่ไปตามลม คำหล้าหลบอยู่บนเกวียน ผมกับสมพันธ์นั่งอยู่ข้างเกวียนที่มีผ้าเต้นท์มุงเป็นหลัง
คา ฟังเสียงร้องอยู่ครืน ๆ
ประกายฟ้าแลบทำให้เห็นก้อนเมฆบนท้องฟ้า เมฆเหล่านี้คงจะกลายเป็นเม็ดฝนในเวลาต่อมา เสียงฟ้าคำรามอยู่ห่างจากพวกเราไม่มากนัก ฟ้าแลบแต่ละครั้งแผ่นดินสั่นสะเทือน
อาการเป็นหวัดของสมพันธ์เพิ่มความรุนแรงยิ่งขึ้น ผมรู้จากเสียงจามและไอของเขา เขาจามและไอถี่ขึ้น
“ฝนต้องตกแน่ ๆ” ผมเอ่ยขึ้น ตามองฝ่าความมืดออกไปข้างหน้า อยากให้สมพันธ์ขึ้นไปนอนบนเกวียนคงจะบรรเทาการเป็นหวัดลงได้บ้าง แต่สมพันธ์ไปยอมไป เขาคงกลัวติดโรคจากคนตาย
กองไฟใกล้จะมอดลงทุกที แต่ยังมีแสงสว่างพอวอมแวมให้เห็น หญิงสาวนั่งอยู่บนชานเกวียน มองดูกองไฟอย่างเศร้าโศก สมพันธ์พูดกับผมเป็นเสียงกระซิบว่า “สามารถ ผู้หญิงคนนี้ทำให้เราเดินทางช้าลง เธอเป็นตัวถ่วงของพวกเรา”
“เราไม่อาจทอดทิ้งเธอไปได้” ผมว่า
“เพื่อนรักผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม?” สมพันธ์ถาม
ผมไม่ตอบแต่เลี่ยงบอกไปว่า
“พรุ่งนี้คงจะพบบ้านคน กันจะฝากเธอไว้”
สมพันธ์มองมาทางผมอีก ถามอย่างคาดคั้นว่า
“รักผู้หญิงคนนี้แล้วละซิ”
ผมเองก็บอกไม่ถูก จะว่ารักหรือก็ไม่ใช่ ผมเป็นห่วงเธอมากกว่า กลัวจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ยังสาวและสวยอย่างเธอ ในป่าดงพงพีหากจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะหันหน้าไปพึ่งใคร สมพันธ์ยังพูดพร่ำรำพันต่อไปว่า
“ถ้าแกมัวแต่ห่วงผู้หญิงอย่างนี้ อีกหน่อยก็ลืมเพื่อนเท่านั้นเอง”
ผมไม่ได้โต้ตอบกับสมพันธ์ ยังสงสัยอยู่ว่าเขาโกรธผมหรือเปล่าที่พูดเช่นนั้น จึงทนฟังเขาพูดต่อไป
“ถ้าผู้หญิงคนนี้แก่งัก หรือเป็นสาวทึนทึก เพื่อนจะห่วงใยสักแค่ไหน? รักผู้หญิงมากกว่าเพื่อนก็บอกมาซะ กันจะได้จากไปตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด”
ผมไม่โต้ตอบกับสมพันธ์เลยสักคำ ทั้ง ๆ ที่มีคำตอบมากมาย ผมเฉยลูกเดียว
สมพันธ์ไอขึ้นถี่ ๆ การไอนี้แหละทำให้เขาหยุดพูด ผมลุกขึ้นยืนและเดินไปหาคำหล้า หญิงสาวคงได้ยินคำพูดของสมพันธ์ตลอด เธอไม่แสดงอะไรออกมา และไม่พูดอะไรเลยสักคำ เป็นผู้หญิงที่เก็บปากเก็บคำดีแท้ ได้แต่นั่งนิ่งหน้าตาเฉยเมย
“เราจะช่วยอะไรเธอได้บ้างคำหล้า” ผมถามขึ้น หล่อนตกใจนิด ๆ มองหน้าผมก่อนตอบว่า
“ไม่มีดอกพี่ ขอบคุณที่พี่เป็นห่วง ฉันคิดว่าพี่ทั้งสองคงจะช่วยให้ฉันได้มีที่พักพิง มีที่อยู่ที่กินเท่านั้น ฉันยอมทำงานให้เขาเพื่อแลกค่าข้าว”
“มีหน้าอะไรคุยกับพี่บ้างก็ได้ นั่งซึมอย่างนี้มันทำร้ายตัวเอง”
“ฉันอยากจะคุยกับพี่แต่มันยังไม่ถึงเวลา พ่อตายไปใหม่ ๆ ฉันยังวิตกทุกข์ร้อนว่าต่อไปจะอยู่กับใคร ใครจะปกป้องคุ้มครองฉัน ใครจะรักและสงสารฉันเหมือนพ่อ ฉันมีปัญหาร้อนแปดที่จะต้องคิด จึงไม่มีอารมณ์ที่จะพูดคุยเล่นหัวกับพี่”
“พี่สงสารเธอ” ผมบอก “อยากจะช่วยให้ถึงจุดหมายปลายทาง”
“ฉันทำให้พี่เดินทางล่าช้าหรือเปล่า?”
“ช่างเถอะ อย่าไปนึกถึงมันเลย”
ผมเองก็ห่วงหน้าพะวงหลัง กลัวหมู่สายจะตามมาผมก็กลัว ห่วงผู้หญิงคนนี้ก็ห่วง ถ้าเธอขับเกวียนไปในป่าลำพังคนเดียว หากพบผู้ชายใจสัตว์ก็ไม่พ้นที่จะตกเป็นเหยื่อโลกีย์ ผมกับเพื่อนมีคุณธรรมพอ จึงไม่คิดจะทำชั่วกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้า
หญิงสาวจ้องดูกองไฟที่ใกล้จะดับ กลิ่นควันไฟผสมกับกลิ่นฝนได้กลมกลืนกันดี หญิงสาวพูดว่า
“พ่อชอบฝนมาก พ่อบอกว่าฝนชะล้างโลกห้สะอาดเพื่อเริ่มต้นใหม่ ทันทีที่ฝนตกลงมาก็ชำระล้างทุกสิ่งทุออย่าง เพื่อที่โลกจะได้เริ่มต้นใหม่”
ผมพยักหน้าเห็นพร้องด้วย บอกหล่อนเบา ๆ ว่า
“ถ้าพี่ได้เริ่มต้นใหม่ก็จะดี พี่เองก็มีทุกข์ไม่แพ้น้อง” ผมไม่ได้ตั้งใจพูด แต่คิดว่าให้หญิงสาวได้ฟังความทุกข์ของผู้อื่นบ้างก็จะดี เธอจะได้ลืมความทุกข์ของตัวเอง หล่อนมองผมอย่างเห็นอกเห็นใจแล้วถามว่า
“พี่เริ่มต้นใหม่ไม่ได้หรือ?” ผมสั่นหัวบอกว่า
“ปัญหาของพี่ต้องใช้อะไรที่แรงกว่าน้ำฝนชำระล้างจึงจะสะอาด โดยเฉพาะคนที่ตามล่าพี่จะต้องล้างกันด้วยเลือด”
“พี่มีญาติพี่น้องไหม?” หล่อนเปลี่ยนเรื่องถาม
“มีพ่ออยู่คนเดียว” ผมบอก “ซึ่งได้ลาจากกันแล้วก่อนเดินทางมาที่นี่ สงสัยว่าจะไม่ได้กลับไปพบกันอีก”
“ถ้าอย่างนั้นชีวิตของพี่กับฉันก็คงไม่แตกต่างกัน เราเป็นลูกกำพร้าที่ไร้ญาติขาดมิตร
ลมเย็นพัดมากลางดึก คำหล้ากระชับเสื้อให้แน่นเข้าเพื่อความอบอุ่น ผมจึงพูดกับเธอว่า
“คนเราเลือกที่เกิดไม่ได้ ไม่มีใครอยากเกิดมามีชีวิตอย่างพวกเรา แต่เราก็ต้องอดทนสักวันหนึ่งคงจะได้พบแสงสว่างบ้าง แล้ววันหนึ่งเราคงจะมีความสุข แต่ตอนนี้ยังเป็นไปไม่ได้ก็ต้องทนไปก่อน”
ขณะที่พูดกันอยู่นั้นหล่อนนั่งหย่อนขาอยู่บนชานเกวียน ผมยืนอยู่บนพื้นดิน ร่างของเราทั้งสองแนบชิดกัน




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]