• สรร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-09-30
  • จำนวนเรื่อง : 90
  • จำนวนผู้ชม : 231643
  • จำนวนผู้โหวต : 62
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม 2552
Posted by สรร , ผู้อ่าน : 29346 , 23:18:30 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรื่องพื้นฐานหลายเรื่อง อาจจะไม่น่าสนใจมากนักในแง่ประเด็นความรู้ใหม่ ๆ เหมือนกับคนทั่วไปที่เข้าฟังบรรยายเรื่องที่พอจะรู้อยู่แล้ว ก็ออกจะเบื่อ ๆ

สำหรับคนทำงานสาธารณสุข ถ้าเห็นหัวข้อนี้แล้วรู้สึกอย่างนั้นล่ะก็ ลองท้าทายตัวเองอย่างนี้มั้ยครับ สมมุติว่าพรุ่งนี้จะต้องไปบรรยายเรื่องนี้ให้กับเพื่อนร่วมงานระดับจังหวัดฟัง จะอธิบายอย่างไรจึงจะเข้าใจได้ดีที่สุด สิ่งที่เห็นต่อไปนี้น่าจะปรับปรุงอย่างไรเพื่อสื่อสารให้ดีกว่านี้ (พูดอีกอย่างคือ ถ้าแม่นเนื้อหาแล้ว ลองคิดลีลาที่จะสื่อความให้ง่าย ๆ สวย ๆ ว่างั้นเถอะ)

ระบาดวิทยาคือการศึกษาเกี่ยวกับการกระจายและสาเหตุของการเกิดโรคใน ประชากร โดยมีจุดหมายเพื่อใช้ประโยชน์ในการควบคุมป้องกันโรค

จากความหมายข้างต้นมีศัพท์หลายคำที่จะขยายความดังต่อไปนี้

          การศึกษา - ระบาดวิทยามีความเป็นวิทยาศาสตร์ ได้รับการยกให้เป็น “ศาสตร์พื้นฐาน(basic science)” ของการสาธารณสุข มีระเบียบวิธีและข้อปฏิบัติที่รองรับความเป็นเหตุเป็นผล

          การกระจาย - วิชาระบาดวิทยาคำนึงถึงความถี่ของการเกิดโรคและรูปแบบ(pattern)ของโรคในประชากร คำว่าความถี่ไม่ได้หมายความเฉพาะจำนวน แต่ยังรวมถึงอัตรา(rate) และความเสี่ยง(risk)ต่อการเกิดโรคของประชากรด้วย อัตราเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับนักระบาดวิทยาเพราะทำให้เปรียบเทียบโรคระหว่างกลุ่มประชากรได้
          คำว่ารูปแบบ (pattern) หมายถึง ลักษณะการเกิดโรคในแง่เวลา บุคคล และสถานที่ (time, place, and person)
          ในเรื่องเวลา อาจพิจารณาการเกิดโรคได้ตั้งแต่รายปี รายเดือน (หรือฤดูกาล) รายวัน หรือแม้แต่รายชั่วโมงในบางกรณี เช่น การรู้ว่าอุบัติเหตุจราจรเกิดในชั่วโมงใดของวันมากที่สุด เป็นต้น 
          ส่วนเรื่องบุคคล อาจพิจารณาปัจจัยเชิงประชากร เช่น อายุ เพศ สถานภาพสมรส การศึกษา รายได้ รวมถึงพฤติกรรมและปัจจัยในสิ่งแวดล้อมที่บุคคลสัมผัส
          ตัวอย่างเรื่องสถานที่ เช่น การพิจารณาลักษณะทางภูมิศาสตร์ ความแตกต่างของสภาพชนบทกับในเมือง ที่ตั้งของโรงเรียนหรือที่ทำงาน
          การกระจายของการเกิดโรคในแง่ต่าง ๆ ที่กล่าวมา รวมเรียกว่าเป็น ระบาดวิทยาเชิงพรรณนา ซึ่งเป็นการตอบคำถามเกี่ยวกับโรคว่า “อะไร, ใคร, เมื่อใด, และที่ใด”

          สาเหตุ - ระบาดวิทยาเป็นเครื่องมือในการค้นหาสาเหตุหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรค หรือปัญหาสุขภาพ ระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์จึงเป็นการหาคำตอบว่า “ทำไม และ อย่างไร” โดยการเปรียบเทียบกลุ่มประชากรหาความแตกต่างของอัตราการเกิดโรค และความแตกต่างของลักษณะทางประชากร พันธุกรรม ภูมิคุ้มกันโรค พฤติกรรม สภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในทางอุดมคติ ข้อค้นพบทางระบาดวิทยาช่วยให้การควบคุมป้องกันโรคดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

          โรค - ในอดีตนั้น ระบาดวิทยาให้ความสำคัญกับการระบาดของโรคติดต่อ ต่อมาได้ขยายขอบเขตมาถึงการเกิดโรคติดต่อที่เป็นโรคประจำถิ่น(endemic) และโรคติดเชื้อที่มีโอกาสแพร่กระจายได้น้อย(noncommunicable infectious disease) และเมื่อไม่นานมานี้ วิธีการทางระบาดวิทยาได้ถูกประยุกต์ใช้กับโรคเรื้อรัง การบาดเจ็บ ความผิดปกติแต่กำเนิด อนามัยแม่และเด็ก อาชีวอนามัย และอนามัยสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน รวมไปถึงเรื่องพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ (เช่น ปริมาณการออกกำลังกาย การใช้หมวกนิรภัยของผู้ใช้จักรยานยนต์ เป็นต้น) ดังนั้น เราจึงเห็นงานทางระบาดวิทยาที่พูดถึงการกระจายของปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จำนวนมาก

          ประชากร - ความสนใจสถานะสุขภาพของกลุ่มคนในภาพรวมมากกว่าการเน้นเรื่องการดูแลรักษารายบุคคล

          การใช้ประโยชน์ - ระบาดวิทยามิได้เป็นเป็นเพียง “การศึกษา” เท่านั้น แต่ในฐานะที่เป็นหลักวิชาอย่างหนึ่งของงานสาธารณสุข ระบาดวิทยาให้การชี้นำมาตรการทางสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม การใช้ข้อมูลระบาดวิทยาเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ คล้ายคลึงกับการรักษาผู้ป่วยของแพทย์ที่ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ นักระบาดวิทยาต้องอาศัยการศึกษาเชิงพรรณนาและการศึกษาเชิงวิเคราะห์ในการวินิจฉัยสถานะสุขภาพของชุมชน และต้องอาศัยประสบการณ์บวกกับความคิดสร้างสรรค์ในการวางแผนควบคุมและป้องกันโรคในชุมชน

 

แปล และเรียบเรียงจาก - - Principles of Epidemiology, CDC, USA

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน