• สรร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-09-30
  • จำนวนเรื่อง : 90
  • จำนวนผู้ชม : 231761
  • จำนวนผู้โหวต : 62
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม 2552
Posted by สรร , ผู้อ่าน : 3060 , 00:56:22 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

เมื่อเดือนเมษายน-มิถุนายน 2552 ความวิตกเรื่องการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อบอวลอยู่ทั่วทุกหนแห่ง มีการเก็บข้อมูลผู้ป่วยดูว่าอาการเป็นอย่างไรบ้าง ผมเคยเขียนบล็อกนำเสนอไว้บ้างแล้วกรณีที่เกิดในโกเบ ประเทศญี่ปุ่น

จนขณะนี้ เรื่องการระบาดดูคลายความกังวลไปบ้าง แต่ก็มีการเตรียมรับมือเต็มที่ รวมถึงมีคำถามเรื่องวัคซีนที่ประเทศไทยจะสั่งซื้อเข้ามาและการทดสอบวัคซีนของบ้านเราเอง

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2552 วารสารการแพทย์ชื่อดัง The New England Journal of Medicine ได้ตีพิมพ์บทความแสดงลักษณะของผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ประเทศจีน เป็นบทความโดย นพ. Bin Cao และคณะ (คลิกที่นี่ไปอ่านบทความต้นฉบับที่เว็บhttp://content.nejm.org/cgi/content/full/NEJMoa0906612 หรือดาวน์โหลดจากลิงค์นี้ PDF)

บทความนี้มีคุณค่าแก่การศึกษา เพราะ จำนวนผู้ติดเชื้อที่เก็บข้อมูลมามีมากกว่า 400 ราย และเป็นผู้ติดเชื้อที่ผลทางห้องปฏิบัติการยืนยันแล้วทั้งสิ้น

สำหรับนักวิชาการ นอกจากความรู้จากเนื้อหาแล้ว การเรียนรู้ลีลา วิธีการเขียนบทความนำเสนอก็น่าสนใจมากทีเดียวครับ


ผู้ติดเชื้อเป็นชายมากกว่าหญิงเล็กน้อย หนึ่งในสามเป็นผู้ที่ตรวจจากจุดผ่านแดนเข้าประเทศ(แสดงว่ามีอาการขณะผ่านแดน) หนึ่งในห้าตรวจวินิจฉัยพบขณะแยกกัก(แสดงว่า เป็นกลุ่มที่มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อ หรือเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงแล้วแยกกักไว้ก่อน และระหว่างนั้นก็ไดผลแล็บวินิจฉัยยืนยัน) ส่วนอีกประมาณครึ่งหนึ่งคือผู้มีอาการป่วยไป รพ. หรือนอนรักษาในโรงพยาบาลแล้วได้รับการตรวจยืนยันว่ามีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

สิ่งที่ต้องตระหนักประการหนึ่งคือ การกำหนดนิยามเรื่องไข้ว่าใช้อุณหภูมิเท่าใด

หลาย ๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย กำหนดนิยามการเฝ้าระวังผู้มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ว่า มีไข้ 38 เซลเซียสขึ้นไปร่วมกับอาการอื่น อย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ ไอ มีน้ำมูก หรือ เจ็บคอ

ดังนั้น ถ้าจะเปรียบเทียบการศึกษาจากคนละที่ ต้องดูรายละเอียดให้เปรียบเทียบกันได้

กลุ่มอายุผู้ติดเชื้อยืนยัน เห็นได้ว่า กลุ่ม 15-30 ปีมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงที่สุด

และอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นนี้ว่า ถ้าจะเทียบเคียงเรื่องไข้กับการเฝ้าระวังในประเทศไทยต้องปรับนิยามให้ตรงกันก่อน

ผมเลยทำแท่งในแผนภูมิเรื่องไข้แยกให้เห็น
พิจารณาที่แท่งสีน้ำเงิน กรณีเรื่องไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป มีผู้ติดเชื้อเพียง 36% หรือประมาณหนึ่งในสามเท่านั้น

นั่นหมายความว่า ถ้าลักษณะการติดเชื้อในประเทศอื่น ๆ เป็นเหมือนประเทศจีนในการศึกษาครั้งนี้ล่ะก็ การใช้เกณฑ์ไข้ 38 องศาขึ้นไปเป็นเกณฑ์หลักในการเฝ้าระวัง จะทำให้มีความไวต่ำเพียงร้อยละ 36 เท่านั้น (หมายความว่า ผู้ติดเชื้อจำนวนสองในสามจะไม่ผ่านเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวัง)

บทความตีพิมพ์โดยองค์การอนามัยโลก สรุปลักษณะผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่โกเบ 40 กว่าราย พบว่า เกือบ 90% มีไข้ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ความแตกต่างระหว่างการศึกษานี้ คนทำงานสาธารณสุขควรรู้จักตั้งคำถาม ตั้งสมมติฐาน และค้นหาคำตอบต่อไป

ความแตกต่างที่เห็นชัดเจน และผู้เขียนบทความได้อภิปรายไว้คือ แนวทางปฏิบัติในการแยกกักผู้ป่วยหรือผู้สงสัยว่าติดเชื้อ ของประเทศจีน แตกต่างจากของสหรัฐฯ และเม็กซิโก ทำให้เปรียบเทียบลักษณะผู้ติดเชื้อกันไม่ได้

สมมุติว่า การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในประเทศต่าง ๆ มีลักษณะไม่แตกต่างกันกับประเทศจีน กล่าวคือ เพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่มีไข้ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ถ้าหากประเทศเหล่านั้น ยังใช้เกณฑ์หลักในนิยามผู้ป่วยสงสัยเป็น ไข้ 38 องศาสขึ้นไป จะมีผลอย่างไร
- ย้ำคำตอบที่กล่าวไปแล้ว คือ จะมีผู้ติดเชื้อถึงสองในสามที่ไม่ผ่านเข้าสู่การเฝ้าระวัง การควบคุมโรคจะทำได้ยากขึ้น เพราะมีคนที่แพร่เชื้อในชุมชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ผลเสียก็อาจจะไม่ส่งผลรุนแรงมากนักเพราะ กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไข้ต่ำมักจะมีอาการไม่รุนแรง และจากภาพรวมที่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ก็เป็นตัวบ่งชี้ว่า ผลกระทบที่จะทำให้คนเสียชีวิตก็ไม่สูงไปด้วย และการเกิดภูมิคุ้มกันจากการรับเชื้อโดยธรรมชาติก็อาจส่งผลดีอีกด้านเช่นกัน (ดังที่ NIH สหรัฐอเมริการเคยเผยแพร่ผลการศึกษามาแล้ว)

ขอยกเอารูปที่เคยแสดงในบล็อกมาให้ดูอีกครั้งว่า ผู้ป่วยที่โกเบมีอาการต่างจากที่จีนอย่างไรบ้าง



(หมายเหตุ ผมเป็นสมาชิกชมรมพัฒนาระบาดวิทยาแห่งประเทศไทย ขออนุญาตแถลง Disclaimer ครับ) 

ชวนชมเอ็นทรี่อื่น ๆ ครับ
  



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
สรร วันที่ : 27/12/2009 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chawetsan
  คิดอย่างบ้าน  ๆ   สร้างสรรค์สังคม อุดมปัญญา

(0)
ตอบคุณ ting ความเห็นที่ 4
ดูแลตัวเองให้ดีอย่างที่บอกมาก็เรียกว่าดีมากแล้วครับ

ข้อแนะนำสำหรับการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ คือ
-ล้างมือด้วยสบู่(ให้นานพอและบ่อย ๆ) เชื่อว่าวิธีนี้ลดและป้องกันการแพร่ติดต่อของโรคได้ 70-80%
-ไอจามปิดด้วยต้นแขน หรือปิดด้วยทิชชู่แล้วทิ้งทันที
-ป่วยเป็นหวัดให้หยุดงาน หยุดเรียน สวมหน้ากาก
เรื่องอื่น ๆ ก็อย่างที่คุณ ting ว่ามานั้นก็ถูกแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 6
บายศรัย วันที่ : 27/12/2009 เวลา : 07.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baisrai
Living to practise the Lord Buddha's truth!

(0)

Thank you and have a happy new year!
ความคิดเห็นที่ 5
โคมทอง วันที่ : 27/12/2009 เวลา : 05.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

(0)
มาติดตามเรื่องราวของไข้หวัดที่มาแรงที่สุดแห่งปีค่ะ...

...ขอบคุณค่ะที่นำข้อมูลมาเผยแพร่
ความคิดเห็นที่ 4
ting วันที่ : 27/12/2009 เวลา : 05.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

(0)
ประชาชนต้องระวังตัวเองให้มากด้วยการ
ทำอย่างไรบ้าง
คุณหมอหรือผู้รู้กรุณาบอกด้วยคะ
แต่ทางนี้ระวังสุขภาพเสมอคะ
ด้วยการพักผ่อนให้เต็มที่
ทำความอุ่นให้ร่างกายพอเพียง
ทำสมาธิให้จิตสบายๆ ทานแค่อิ่ม
รู้จักพอเพียงก็มีสุขภาพดีนะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
สรร วันที่ : 27/12/2009 เวลา : 01.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chawetsan
  คิดอย่างบ้าน  ๆ   สร้างสรรค์สังคม อุดมปัญญา

(0)
เพิ่มเติมสำหรับนักระบาดวิทยา
การศึกษาของจีน มี inclusion criteria ต่างจากที่เม็กซิโก อเมริกา และญี่ปุ่น ก็ย่อมส่งผลเรื่อง selection ของกลุ่มประชากรที่ศึกษาต่างกัน

กลับไปทบทวนเรื่อง selection bias & information bias กันอีกทีก็จะเข้าใจกันยิ่งขึ้น
ความคิดเห็นที่ 2
สรร วันที่ : 27/12/2009 เวลา : 01.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chawetsan
  คิดอย่างบ้าน  ๆ   สร้างสรรค์สังคม อุดมปัญญา

(0)
ขอบคุณพี่สวรรค์ที่มาเจิมเอ็นทรี่
ชมรมคนนอนดึก

Viral shedding ในบทความนี้ สูงสุดนานถึง 17 วัน
มีตารางแสดงปัจจัยที่สัมพันธ์กับการมี viral shedding เกิน 14 วันด้วยครับ

ถ้าพี่จะลองส่งร่างหรือตารางผลการศึกษามาให้ผมช่วยเขียนก็ยินดี ช่วงนี้พอจะเขียนได้บ้างแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 1
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 27/12/2009 เวลา : 01.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

(0)
น่าสนใจมากครับ

พี่เขียนเรื่อง 2009ลงในคลินิคฉบับเดือนมกราคม 2553

ไข้น้อยกว่า 38 c พบ 26.7%
ไข้น้อยกว่า 37 c พบ 15%

จะเขียนเรื่องผลของoseltamivir ต่อ viral shedding

อยู่ช้าหน่อย เคยไป เป็น poster present แล้ว

ถ้าน้องสรร ช่วยด้วย paper น่าเสร็จเร็วขึ้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน