• สรร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-09-30
  • จำนวนเรื่อง : 90
  • จำนวนผู้ชม : 231682
  • จำนวนผู้โหวต : 62
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม 2553
Posted by สรร , ผู้อ่าน : 10076 , 23:59:19 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

    แนวคิดทางระบาดวิทยามีกำเนิดมาช้านาน สืบย้อนไปได้ถึงยุคของฮิปโปเครติสและนักปราชญ์อื่น ๆ      อย่างไรก็ตาม การได้รับความยอมรับและเห็นความสำคัญอย่างจริงจังเพิ่มจะปรากฏเมื่อยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในที่นี้จะกล่าวถึงเรื่องราวสำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองพอสังเขป

      ฮิปโปเครตีส (400 ปีก่อนคริสตกาล) ได้พยายามอธิบายการเกิดโรคด้วยหลักเหตุผลโดยไม่อิงความเชื่อเรื่องเทพเจ้า ในบทความของเขาเรื่อง “On Airs, Waters, and Places” โดยได้ระบุไว้ว่าปัจจัยในสิ่งแวดล้อมและผู้ป่วย เช่น พฤติกรรมต่าง ๆ อาจมีผลต่อการเกิดโรค

     นอกจากนี้แล้วยังมีหลักฐานที่เกี่ยวกับแนวคิดทางระบาดวิทยายุคแรก ๆ คือ จอห์น กรอนท์(John Graunt) พ่อค้าชาวลอนดอนที่ได้ตีพิมพ์ผลงานสำคัญเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลการตายเมื่อปี ค.ศ. 1662 (พ.ศ. 2205) เขาเป็นบุคคลแรกที่แสดงรูปแบบ(pattern)การเกิด การตาย และการเจ็บป่วยในเชิงปริมาณ นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างเพศ การตายของทารกที่สูงมาก ความแตกต่างของเมืองกับชนบท และการผันแปรตามฤดูกาล ไม่มีการศึกษาวิเคราะห์เพิ่มเติมต่อจากของเขา จนกระทั่งกลางทศวรรษที่ 1800 วิลเลียม ฟารร์(William Farr) เริ่มการเก็บข้อมูลสถิติการตายในประเทศอังกฤษอย่างเป็นระบบ ฟารร์ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งสถิติชีพและการเฝ้าระวังยุคใหม่ และเขาได้พัฒนาพื้นฐานการใช้ประโยชน์ข้อมูลการจำแนกโรคและสถิติชีพหลายอย่าง ซึ่งใช้งานได้อย่างดีมาจนถึงปัจจุบัน เขาได้ขยายการวิเคราะห์ทางระบาดวิทยาของการป่วยและการตาย โดยศึกษาผลของสถานภาพสมรส และอาชีพ นอกจากนี้เขายังได้พัฒนาแนวคิดและเทคนิคทางระบาดวิทยาหลายอย่างด้วย

     ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น มีวิสัญญีแพทย์คนหนึ่งชื่อ น.พ. จอห์น สโนว์ (John Snow) ได้สอบสวนโรคในกรุงลอนดอนหลายครั้ง ทำให้เขาได้รับการขนานนามว่าเป็น “บิดาแห่งระบาดวิทยาภาคสนาม” (Father of Field Epidemiology) เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์ถึง 20 ปี

     จอห์น สโนว์ได้สอบสวนการเกิดอหิวาต์สองครั้งเพื่อหาสาเหตุของการเกิดโรคและป้องกันการเกิดซ้ำ ผลงานของเขาแสดงให้เห็นขั้นตอนการศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนาเพื่อสร้างสมมติฐานจนกระทั่งนำไปสู่การพิสูจน์ด้วยระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ ในที่นี้จะขอนำผลงานของเขามาศึกษาเฉพาะการสอบสวนครั้งแรกเท่านั้น


แผนที่ของจอห์น สโนว์ แสดงผู้ป่วยอหิวาตกโรคในบริเวณโกลเด้นสแควร์

        สโนว์ทำการศึกษาการระบาดของอหิวาตกโรคในพื้นที่โกลเด้นสแควร์ของกรุงลอนดอน เมื่อปี ค.ศ. 1854 (พ.ศ. 2397) เขาเริ่มต้นการสอบสวนโดยการค้นหาว่าผู้ป่วยอหิวาต์มีที่อยู่และที่ทำงานที่ใด และทำแผนที่การกระจายของผู้ป่วย ซึ่งในทางระบาดวิทยาเรียกว่า “Spot Map” ดังรูปข้างต้น ทั้งนี้ จุดสีดำคือที่อยู่ของผู้ป่วย ถนนคือสีเหลือง บริเวณบ้านหรือตึกที่พักอาศัยคือพื้นที่สีม่วงอ่อน เนื่องจากสโนว์เชื่อว่าน้ำเป็นแหล่งแพร่โรคอหิวาต์ เขาได้เขียนตำแหน่งของปั๊มน้ำลงในแผนที่ด้วย ทำให้มองเห็นที่อยู่ของผู้ป่วยจำนวนมากอยู่ใกล้กับปั๊ม A (เป็นปั๊มน้ำของถนนบรอด -Broad street pump) มากกว่าปั๊ม B และ C เขาจึงตั้งข้อสงสัยเบื้องต้นว่าปั๊มน้ำถนนบรอดน่าจะเป็นสาเหตุของการเกิดโรค

      จากการสอบถามผู้ที่อยู่อาศัยใกล้ปั๊มอื่น ๆ พบว่า ที่ปั๊ม B พวกเขาไม่ใช้น้ำจากปั้ม เพราะมีความสกปรกมาก ส่วนปั๊ม C นั้นอยู่ไกลเกินไป ไม่สะดวกสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในโกลเด้นสแควร์ ข้อมูลนี้ทำให้เขาแน่ใจยิ่งขึ้นว่า ผู้ป่วยในโกลเด้นสแควร์ส่วนใหญ่เกิดโรคเพราะใช้น้ำจากปั๊ม A แต่นั่นก็ดูจะเป็นการด่วนสรุปเกินไป เพราะในแผนที่ของเขายังมีบริเวณที่อยู่ถัดจากปั๊ม A ไปทางทิศตะวันออก เป็นพื้นที่สองช่วงตึกที่ไม่มีผู้ป่วยอยู่เลย ทั้งที่บริเวณนั้นอยู่ใกล้กับปั๊ม A มาก อาจเป็นไปได้ที่บริเวณดังกล่าวไม่มีบ้านคน หรือถ้ามีบ้านคน แสดงว่าเขาเหล่านั้นคงมีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ปลอดภัยจากโรค

      จากการสอบสวนของเขา พบว่า ช่วงตึกที่ไม่มีผู้ป่วยเลยนั้น เป็นที่ตั้งของโรงกลั่นเหล้า ซึ่งมีบ่อน้ำลึกสำหรับใช้ในโรงกลั่น และคนงานซึ่งมีบ้านอยู่ในบริเวณเดียวกันนั้นก็ใช้น้ำบ่อนี้ด้วย นอกจากนี้ โรงกลั่นยังมีโควตาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับคนงานในแต่ละวันอีกด้วย การมีแหล่งน้ำที่ไม่ปนเปื้อนเป็นคำอธิบายที่ชัดเจนว่า ทำไมคนที่อาศัยในช่วงตึกนี้จึงไม่ป่วยเป็นอหิวาต์เลย

      เพื่อยืนยันว่าปั๊มน้ำเป็นแหล่งแพร่กระจายโรค สโนว์ได้เก็บข้อมูลแหล่งน้ำที่ผู้ป่วยดื่ม และพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดื่มน้ำจากปั๊มถนนบรอด

      ตามเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมา สโนว์ได้ถอดคันโยกปั๊มดังกล่าวออก และหยุดการระบาดครั้งนั้นได้

แปลและเรียบเรียงจาก - - Principles of Epidemiology, CDC, USA



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน