• สรร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-09-30
  • จำนวนเรื่อง : 90
  • จำนวนผู้ชม : 231673
  • จำนวนผู้โหวต : 62
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม 2553
Posted by สรร , ผู้อ่าน : 35315 , 00:35:17 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การป้องกันโรคแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่
          1. การป้องกันโรคระดับปฐมภูมิ(Primary Prevention)
          2. การป้องกันโรคระดับทุติยภูมิ(Secondary Prevention)
          3. การป้องกันโรคระดับตติยภูมิ(Tertiary Prevention)

 

          จากรูปเป็นการแสดงระดับการป้องกันโรคที่สัมพันธ์กับธรรมชาติของโรค โดยในแถวบนเป็นธรรมชาติของการเกิดโรคระยะต่าง ๆ ส่วนแถวล่างเป็นระดับการป้องกันโรค และผลกระทบของการป้องกันโรคแต่ละระดับ

การป้องกันระดับปฐมภูมินั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่เกิดโรค ดังนั้นผลที่ได้คือจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลงกว่าเดิม(หรือ ลดอุบัติการณ์) ตัวอย่างได้แก่ การให้วัคซีนแก่เด็กซึ่งยังไม่ป่วย ทำให้มีภูมิคุ้มกันโรค อัตราป่วยด้วยโรคที่มีวัคซีนที่ดีก็จะน้อยลง นอกจากนี้ การให้สุขศึกษายังถือเป็นการป้องกันระดับปฐมภูมิที่เห็นได้ชัดอีกประการหนึ่ง
          การป้องกันโรคระดับทุติยภูมิเป็นการตรวจวินิจฉัยให้ทราบตั้งแต่ในระยะเกิดโรคแล้วแต่ยังไม่มีอาการ ทั้งนี้เพื่อให้การรักษาก่อนที่การดำเนินโรคจะถึงขั้นรุนแรงเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ ตัวอย่างเช่น การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) ทำให้ทราบว่าปากมดลูกเริ่มผิดปกติระยะเริ่มแรก สามารถให้การรักษาโดยการตัดปากมดลูกออก(ได้แก่ Conization) ทำให้ไม่เกิดการดำเนินโรคที่ร้ายแรงหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ดังนั้น ผลกระทบของการป้องกันระดับนี้คือลดความชุกของโรค(ผู้ป่วยหายจากโรคมากขึ้น)และลดผลของโรค
          ส่วนการป้องกันระดับตติยภูมิเป็นการรักษาและฟื้นฟูสภาพผู้ป่วย เป็นการลดการตายหรือลดความพิการที่เกิดจากโรคนั่นเอง

          เพื่อให้จดจำและทำความเข้าใจได้ง่ายสำหรับผู้ที่เริ่มต้นศึกษาระบาดวิทยา ขอให้ท่านนึกถึงตัวอย่างของการป้องกันโรคแต่ละระดับ และอธิบายว่าตัวอย่างนั้นมีลักษณะอย่างไร ตัวอย่างที่เข้าใจง่ายดังตารางต่อไปนี้

 

          ในเรื่องของหมวกกันน็อคและการบาดเจ็บของผู้ใช้จักรยานยนต์อาจทำให้เราสับสนได้ว่า การใช้หมวกกันน็อคเป็นการป้องกันระดับใด นักวิชาการบางท่านให้เหตุผลว่า หมวกกันน็อคไม่ได้ป้องกันอุบัติเหตุ จึงไม่น่าจะเป็นการป้องกันปฐมภูมิแน่นอน เพื่อให้การพิจารณาตรงกัน ต้องมองว่าหมวกกันน็อคป้องกัน “โรค” อะไร ซึ่งโรคที่ว่านั้นคือ “การบาดเจ็บที่ศีรษะ” ไม่ใช่ “อุบัติเหตุ” ถ้าสรุปตรงกันแล้วก็จะเห็นว่า การใช้หมวกกันน็อคเป็นการป้องกันก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่การตรวจคัดกรองที่ทำให้รู้โรคขณะที่ยังไม่มีอาการ ดังนั้น หมวกกันน็อคจึงเป็นการป้องกันระดับปฐมภูมิ เหมือนกันกับการใช้วัคซีนในโรคติดต่อต่าง ๆ นั่นเอง หมวกกันน็อคอาจป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะ หรือลดความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ศีรษะได้ แต่บางกรณีก็ไม่สามารถป้องกันได้เลย เช่น ถ้าถูกรถสิบแปดล้อวิ่งทับ เป็นต้น ลักษณะเช่นนี้ก็คล้ายกับวัคซีนที่อาจจะได้ผลเต็มที่ไปเสียทั้งหมด
          (คำว่า “อุบัติเหตุ” ไม่ได้สื่อถึงผลกระทบทางสุขภาพโดยตรง อุบัติเหตุคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนโดยไม่คาดคิด เช่น การทำแก้วหล่นพื้น การพิมพ์ข้อความผิด การเฉียวชนกันของรถ เป็นต้น จะเห็นว่าบางกรณีเท่านั้นที่เกิดการบาดเจ็บ)



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน