• สรร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-09-30
  • จำนวนเรื่อง : 90
  • จำนวนผู้ชม : 231870
  • จำนวนผู้โหวต : 62
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม 2553
Posted by สรร , ผู้อ่าน : 1687 , 01:05:49 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          ความเดิมจากตอนที่แล้ว มีผู้ป่วยเพียง 4 รายจากสองรัฐที่อยู่ห่างไกลกัน วินิจฉัยด้วยอาการและความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยา ขอความช่วยเหลือในการรักษา(anti-toxin)โดยยังไม่มีผลแล็บยืนยัน(ย้อนอ่าน ตอนที่ 1 คลิก) 

         ความพยายามค้นหาสาเหตุที่รัฐเท็กซัสที่เกิดเหตุก่อนนั้น เจ้าหน้าที่ระบาดวิทยาได้สอบถามหาอาหารที่อาจจะเป็นสาเหตุของการป่วย ได้อาหารที่น่าสงสัยเป็นอาหารกระป๋องยี่ห้อหนึ่ง โชคร้ายที่กระป๋องที่ถูกเปิดไปก่อนหน้านั้นถูกทิ้งไป หาไม่เจอแล้ว เลยต้องไปหากระป๋องที่เชื่อว่าเป็นยี่ห้อเดียวกันที่ซื้อมาพร้อม ๆ กัน ได้จดวัน เวลาที่ผลิตเอาไว้ และ ส่งตรวจหา botulinum toxin ผลปรากฏว่าไม่พบ (รูปที่ 1)
รูปที่ 1

        เห็นความพยายามในวาระแรกนะครับ ที่ไม่ได้เศษอาหารมาตรวจ แล้วก็ยังหาอาหารกระป๋องที่ยังไม่เปิดมาส่งตรวจอีก
        ส่วนกรณีของคู่สามีภรรยาที่นอนป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจทั้งสองคนนั้น ในรายงานไม่ได้บอกว่าไปได้ข้อมูลจากใคร เพียงแต่บอกว่า เจ้าหน้าที่ได้ไปค้นหาอาหารในตู้เย็นของบ้านผู้ป่วย สิ่งที่พบคือ อาหารที่ยังไม่ได้ปรุงถูกเก็บไว้ในถุงพลาสติกที่ปิดมิดชิด ก็เลยไม่ทราบว่ายี่ห้ออะไร แต่…ส่งตรวจแล้วทราบผลภายหลังว่ามี Botulinum toxin
          สิ่งที่พบนอกจากอาหารในถุงนั้นก็คือ มีกระป๋องอาหารที่ทิ้งในถังขยะ ภายในกระป๋องก็ไม่มีเศษอาหารติดอยู่เลย ต้องใช้น้ำเทใส่ในกระป๋องแล้วส่งตรวจ ซึ่งผลที่ทราบภายหลังก็คือไม่พบ toxin (รูปที่ 1)
          อย่างนี้งานเข้าแล้วมั้ยนี่ เจอผู้ร้ายแต่ชี้ตัวการยังไม่ได้
          แต่ข้อมูลจากกระป๋องอาหารที่ทิ้งในถังขยะนั้น เป็นยี่ห้อเดียวกันกับที่พบในบ้านของเด็กที่เท็กซัส ที่สำคัญคือ วันเวลาที่ผลิตนั้นห่างจากที่พบในเท็กซัสเพียง 5 ชั่วโมง ชวนให้คิดได้ว่า ถ้ามีการปนเปื้อนในเวลานั้น การผลิตก็คงปนเปื้อนได้เหมือน ๆ กัน วันที่ 17 ก.ค. 2007 อย.สหรัฐทราบข้อมูลความเชื่อมโยงนี้ และถือว่าเป็นหลักฐานที่เชื่อได้ว่า อาหารกระป๋องยี่ห้อนี้เป็นสาเหตุการป่วยของทั้งสี่ราย จึงออกประกาศในวันที่ 18 ก.ค. 2007 แนะนำผู้บริโภคให้ทราบและหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารยี่ห้อนี้
          บริษัทอาหารก็เรียกเก็บผลิตภัณฑ์คืนโดยสมัครใจ (รูปที่ 2 ตั้งใจให้เป็นภาษาอังกฤษ จะได้คุ้นลีลาและการใช้คำ)

รูปที่ 2          

         ในรายงานไม่ได้ระบุว่า อย. สหรัฐไปตรวจโรงงานบรรจุอาหารกระป๋องในรัฐจอร์เจียวันที่เท่าใด แต่จากการประเมินกระบวนการแล้วมีโอกาสที่จะปนเปื้อนเชื้อและเชื้อโบทูลินุมยังคงอยู่ในกระป๋องได้ ผลของการเก็บอาหารกระป๋องที่มีลักษณะโป่งพอง 17 กระป๋อง พบท็อกซินตั้ง 16 กระป๋องเลยทีเดียว …โอ้แม่เจ้า การปนเปื้อนในประเทศไฮเทคก็เป็นได้ขนาดนี้เหมือนกัน อย่ามัวแต่เพ่งโทษเมลามีนของจีนอย่างเดียวนะคร้าบ
         ผมขอสรุปลำดับเหตุการณ์อีกทีด้วยรูปที่ 3 และมีแถมต่อท้ายมาอีกหนึ่งอย่างคือ มีการเฝ้าระวังหลังจากนั้น ยังมีผู้ป่วยที่แคลิฟอร์เนียอีกหนึ่งรายหลังการประกาศเตือนผู้บริโภคและเรียกเก็บสินค้าแล้ว อาจเป็นเพราะไม่รู้ข้อมูลหรือซื้อของไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ได้เรียนอะไรเยอะดีนะครับเรื่องนี้
รูปที่ 3

บทเรียนที่ได้ในการระบาดของโบทูบิซึมหนนี้ คือ
1. ความพยายามหาสาเหตุของการระบาด
-กระป๋องเปล่าก็ล้างน้ำส่งตรวจ
-อาหารที่เจอ toxin ไม่รู้ยี่ห้อ แต่ที่รู้ยี่ห้อก็ไม่เจอ Toxin
-ความเชื่อมโยงเรื่องวันผลิตและยี่ห้อ แม้จะไม่พบ toxin ในกระป๋องนั้น ๆ โดยตรง ก็ยังถือเป็นหลักฐานที่เชื่อถือสูง
-การยืนยันด้วยการตรวจโรงงานที่ผลิต ทำให้จับสาเหตุได้อย่างมั่นใจที่สุด

2. การรายงานไปที่ CDC ส่วนกลาง และคนส่วนกลางต้อง active ดูข้อมูลอย่างตื่นตัวตลอดเวลา การมีคนติดตามภาพรวมระหว่างรัฐช่วยให้การตรวจหาสาเหตุมาเปรียบเทียบกัน ถ้าต่างรัฐต่างสอบสวน ต่างทำงาน ไม่ส่งข้อมูลเบื้องต้นระหว่างทำงาน ผ่านไปกี่เดือนจึงจะเอาผลมาเปรียบเทียบกันเจอและสงสัยโรงงานผู้ผลิต

3. อเมริกาก็มีเหตุการณ์อาหารไม่ปลอดภัยได้ แต่ระบบตรวจจับปัญหาทำได้เร็ว มีความเป็น learning organization สูง น่าจะเป็นหลักการที่ใช้ได้ทั่วไป …นี่พูดถึงเรื่องนี้นะครับ อย่าเอาไปปนกับเรื่องซับไพรม์และการล้ม(ในที่สุดก็มีฟูกหนุนไม่ให้ล้ม)ของสถาบันการเงิน

4. บ้านเรายังไม่เห็นปรากฏการณ์อย่างนี้ เป็นจากอะไรได้บ้าง
- การป่วยจากผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องของเราอาจจะยังไม่มาก เพราะบ้านเรายังมีการทำอาหารในครัวเรือนด้วยวัตถุดิบจากตลาดอยู่มาก ไม่พึ่งพาอาหารกระป๋องมากอย่างในประเทศตะวันตก
- ความไวของการวินิจฉัยและการรายงาน ถ้าแพทย์ไม่สงสัยโบทูลิซึมในใจ แล็บก็อาจจะไม่ส่งด้วยซ้ำ

5. ถ้าเราจะมีระบบอย่างนี้ได้ ต้องทำอย่างไรบ้าง
- ระบบรายงานต้องไว แล็บต้องดี มีคนจับสังเกตเปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ การติดตามอาหารที่สงสัยต้องเกาะติดจนถึงที่สุด

แพทย์ระบาดวิทยาภาคสนามที่สร้างชื่อเสียงจากการสอบสวนโรคโบทูลิซึ่มจนได้รับรางวัล John Snow Award ที่ CDC สหรัฐฯ คือ พี่บอย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ แวะไปดูใน MMWR ได้ครับ ผมชอบนำไปยกตัวอย่างสอนตามที่ต่าง ๆ อยู่เสมอ ๆ (คลิกที่นีครับ)

ผมอยากท้าทาย ลองช่วยกันตั้งคำถาม หรือเขียนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ คลิก comment เข้ามาดูนะครับว่า คงได้อะไรดี ๆ แลกเปลี่ยนกัน
ผมฝากการบ้านว่า ลองค้นดูรูปผลิตภัณฑ์จากเว็บดูหน่อยสิครับว่า hot dog chili sauce ของ Castleberry’s Food Company (Augusta, Georgia) ซึ่งเป็นสาเหตุของการระบาดครั้งนี้มีหน้าตาผลิตภัณฑ์เป็นอย่างไร เว้นอีกสักตอนสองตอน จะหารูปมาเฉลย 
 สรร



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน