• สรร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-09-30
  • จำนวนเรื่อง : 90
  • จำนวนผู้ชม : 231619
  • จำนวนผู้โหวต : 62
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
<< กุมภาพันธ์ 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553
Posted by สรร , ผู้อ่าน : 3178 , 22:10:16 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(โพสครั้งแรก 9 พย. 2551 ที่ http://203.157.15.2/csan/?p=199)
อยากเป็นพยัคฆ์ติดปีกในการสืบค้นเว็บกันหรือยัง ใครที่ค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้เก่ง ก็จะได้เปรียบเสมือนหนึ่งนั่งอยู่ในห้องสมุดขนาดยักษ์เลยทีเดียวครับ แหล่งข้อมูลมหาศาลจะเป็นประโยชน์ในการทำงาน การหาความรู้ต่าง ๆ เราจะสามารถค้นความรู้ทั้งอย่างกว้างและเจาะประเด็นได้ กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในชั่วข้ามคืน


เว็บที่เป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูลที่นิยมกันมากที่สุดก็คือ Google (www.google.com หรือ www.google.co.th) ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นกันเลยแล้วกัน สมมติว่าเรากำลังต้องการหาข้อมูลความชุกของการติดเชื้อเอชไอวีของโลก เริ่มจากที่เข้าไปที่เว็บนี้แล้วพิมพ์คำค้นลงไป การเลือกคำค้นเป็นหัวใจของการค้นให้มีประสิทธิภาพ
ถ้าใช้คำว่า prevalence คำเดียว ซึ่งหมายถึง ความชุก ผลการค้นก็จะได้เว็บที่มีคำว่า prevalence ปรากฎอยู่ในนั้น ซึ่งก็จะรวมความชุกของโรคอื่น ๆ ที่เราไม่สนใจมาด้วย และจะมีข้อมูลเฉพาะประเทศ เฉพาะพื้นที่เข้ามาด้วย ซึ่งไม่ตรงความต้องการของเราที่ต้องการข้อมูลระดับโลก
ดังนั้นเราจึงเลือกหลาย ๆ คำมาใส่เพื่อให้มีความจำเพาะเจาะจงกับความต้องการของเรา การพิมพ์คำค้นก็ไม่ต้องสนใจการเรียงเป็นข้อความหรือประโยค ในที่นี้เราเลือกสามคำคือ HIV, prevalence, และ global(แปลว่า ในระดับโลก ของโลก) พิมพ์แต่ละคำแยกกัน ไม่ต้องมีเครื่องหมายใด ๆ กั้น (ตามรูปข้างบน)
ถ้าหน้าเว็บใดมีทั้งสามคำปรากฏอยู่ หน้าเว็บนั้นก็จะแสดงให้เห็นในลำดับต้น ๆ สามคำนี้อาจจะกระจายอยู่คนละประโยคก็ได้ หน้่าเว็บใดมีเพียงสองคำก็จะถูกแสดงในลำดับถัดไป หน้าเว็บใดมีคำเดียวก็จะลำดับหลังไปอีก ถ้าเรื่องมีความสำคัญอย่างนี้และเราพิมพ์คำค้นไม่ผิดจำนวนเว็บที่ค้นได้อาจเป็นหลักพันหลักหมื่น แต่ที่ใช้ได้จริงต้องเลือกอีกที ซึ่งมักจะเป็นเว็บลำดับต้น ๆ นั่นแหละที่ใช้ได้

จากรูปข้างบน ถ้าเราพิมพ์คำค้นแล้วคลิก search (หรือเคราะแป้นพิมพ์ Enter) จะเกิดหน้าเว็บผลการค้นหา

คราวนี้จะให้ดูหน้าแสดงผลกันว่าจะดูอะไรบ้าง
รูปข้างล่างนี้คือหน้าแสดงผล จะเห็นแบ่งเป็นย่อหน้า ๆ     โดยบรรทัดแรกของย่อหน้าที่มีขีดเส้นใต้จะเป็นหัวเรื่องหน้าเว็บนั้น(ที่ผมทำศรชี้สีแดงอันบนไว้) ซึ่งมักจะบอกหัวข้อกว้าง ๆ หน้าเว็บนั้น


ข้อความที่เชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บหรือไฟล์อื่นเราเรียกว่า ลิงค์ (Link=เชื่อมโยง) บรรทัดแรกของย่อหน้าก็คือลิงค์นั่นเอง ถ้าคลิกบรรทัดบนแล้วจะไปยังไฟล์อะไรอยู่ที่ไหน ให้ดูบรรทัดสุดท้ายของย่อหน้า ในรูปจะเห็นบรรทัดตัวอักษรสีเขียวและผมวงสีแดงไว้ ในตัวอย่างนี้เป็นไฟล์นามสกุล .htm ซึ่งเป็นหน้าเว็บนามสกุลหนึ่งนั่นเอง หมายความว่า ถ้าคลิกที่บรรทัดแรกเราจะไปยังหน้าเว็บชื่อสีเขียวนี้แหละ การประเมินความน่าเชื่อถือก็ดูจากนี้ได้ส่วนหนึ่ง คือ ถ้าเป็นเว็บขององค์การอนามัยโลก(ขึ้นต้นด้วย www.who.int) เว็บของ CDC (ขึ้นต้นด้วย www.cdc.gov ) เว็บของกระทรวงสาธารณสุข หรือของหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ก็จะช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ถ้าเป็นเว็บของหน่วยงานที่ยังไม่รู้จักก็ต้องลองคลิกตามไปดู และพิจารณาว่าเขาใช้ข้อมูลจากแหล่งใด

ถ้าคลิกลิงค์ดังกล่าวแล้วจะไปยังเว็บที่ปรากฎดังรูปข้างล่างนี้ ซึ่งมีข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่โดยคาดประมาณไว้ และในส่วนที่ไม่ได้แสดงไว้ในที่นี้ก็มีความชุกที่เราต้องการอยู่ด้วยโดยอ้างอิงมาจาก UNAIDS เราก็สามารถเก็บข้อมูลไปใช้งานได้ …และอย่าลืม copy เอาที่อยู่ของ web ไปไว้อ้างอิงที่มาด้วยนะครับ

ย้อนกลับมาที่หน้าแสดงผลทีแรกอีกครั้งครับ จะเห็นว่าบางลิงค์ที่มีวงเล็บว่า [pdf] ขึ้นหน้า ซึ่งถ้ามองดูบรรทัดสุดท้ายของย่อหน้าเดียวกันข้อความสีเขียว จะเห็นตอนท้ายมีนามสกุลไฟล์เป็น .pdf อยู่ด้วย แสดงว่า ลิงค์นี้เชื่อมโยงไปยังไฟล์เอกสารนามสกุล pdf ซึ่งใช้งานในแวดวงวิชาการกันอย่างมาก นักสาธารณสุขต้องรู้และใช้งานให้เชี่ยวชาญเลยนะครับ  (รูปข้างล่าง)

 ใครที่ยังไม่คุ้นเคยไฟล์ประเภทนี้ ก็ให้รีบไปถามไถ่จากคนใกล้ตัว ลองหาไฟล์มาเปิด บางทีใช้งานอยู่แล้วแต่เรียกชื่อไม่ถูกก็เป็นได้ ไฟล์ชนิดนี้เปิดอ่านด้วยโปรแกรม Acrobat ซึ่งดาวน์โหลดได้ฟรี และคอมพ์ส่วนใหญ่ก็จะมีโปรแกรมนี้อยู่แล้วโดยไม่ต้องโหลดเพิ่ม
เจอลิงค์อย่างนี้ผู้คนจำนวนมากจะคลิกธรรมดาเพื่อเปิดอ่าน ซึ่งบางทีต้องใช้เวลารอนานกว่าเอกสารจะเปิดให้อ่านได้สมบูรณ์ ยิ่งใช้เน็ตผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ก็จะรอนานยิ่งขึ้นไปอีก ที่ผมจะแนะนำคือ ให้คลิกขวาที่ลิงค์ แล้วเลือก save target as.. ซึ่งหมายความว่า เราจะ save ไฟล์ของลิงค์นี้มาเก็บไว้ในเครื่องคอมพ์ก่อน แล้วจะเปิดจากคอมพ์เราเองทีหลัง ไม่ต้องเปิดผ่านเว็บ จะเร็วกว่า เมื่อเราเลือก save target as.. แล้ว จะเกิดหน้าต่างให้เราเลือกว่า จะบันทึกไฟล์นั้นไว้ที่โฟลเดอร์ไหน และตั้งชื่ออะไรที่เราเข้าใจง่าย ๆ
เช่น ถ้าเราเลือกบันทึกใน My Document เมื่อสำเร็จแล้ว เราก็ไปที่โฟลเดอร์ My Document เพื่อเปิดดูไฟล์ได้ ถ้าตรงใจก็เก็บไว้ใช้ ถ้าดูแล้วไม่ตรงที่ต้องการก็ลบทิ้ง เป็นต้น

เคล็ดไม่ลับของพยัคฆ์ติดปีก…
เอ้า…พูดพื้นฐานอยู่ตั้งนาน มาดูวิธีลัดเบื้องต้นกันบ้าง
เอกสารวิชาการที่อ้างอิงทั้งหลายโดยมากจะถูกแปลงเป็นไฟล์ .pdf เพื่อไม่ให้มีการปรับแก้ข้อมูลได้ง่าย ๆ ดังนั้น ถ้าเราต้องการค้นหาไฟล์ pdf ก็ให้เพิ่มคำค้นว่า .pdf โดยเว้นวรรคจากคำค้นอื่น ๆ เหมือนคำค้นทั่วไป ผลที่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นลิงค์ของไฟล์ pdf ยกเว้นบางกรณีเท่านั้น


ดังรูปข้างบน มีลิงค์ของไฟล์ pdf หลายลิงค์ แต่ ..เฉพาะที่ผมวงสีน้ำตาลที่เป็นลิงค์ของหน้าเว็บนามสกุล .htm ซึ่งเนื้อหาในเว็บมีคำว่า pdf อยู่ในนั้นด้วย ก็เลยถูกแสดงออกมา ลิงค์นี้ไม่ใช่ไฟล์ pdf โดยตรง แต่ในหน้าเว็บอาจจะมีลิงค์ต่อไปยังไฟล์ pdf อื่น ๆ อีก

เชื่อมั้ยว่า วิธีง่ายๆ อย่างนี้ก็สร้างความแตกต่างได้มหาศาลเลย
มีสิ่งที่อยากจะบอกเพิ่มสองข้อครับสำหรับตอนนี้ 1) การค้นอินเตอร์เน็ตก็เหมือนค้นกองหนังสือ สิ่งที่ต้องการอาจจะไม่ได้ในการค้นคราวเดียว อาจต้องคัดเลือกกันหลายครั้ง 2) One who knows two languages is worth two persons. ใครที่รู้สองภาษาจะมีคุณค่าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ผมจำจากโรงเรียนสอนภาษามา ในที่นี้อยากเชียร์ให้กล้า ๆ ค้นภาษาอังกฤษ หลายเรื่องเขาใช้คำทางวิชาการที่เราคุ้นเคย จะเข้าใจง่ายกว่าอ่านข่าวภาษาอังกฤษที่่มีคำนอกวงการของเราที่ไม่คุ้นเคย แต่การค้นเฉพาะเรื่องของเราไม่ใช่อย่างนั้น หลายครั้งมีกราฟที่เข้าใจง่าย ๆ โดยไม่ต้องอ่านเข้าใจเนื้อในทุกคำ

ถ้ายังไม่กล้าจะค้นด้วยคำไทยก็ไม่ผิดกติกา แต่จำนวนเว็บที่จะเจอได้ก็จะแคบลงมาก

…ชวนคิดง่าย ๆ ไฟล์เพาเวอร์พอยท์นามสกุล .ppt ไฟล์word นามสกุล .doc ไฟล์excel นามสกุล .xls ลองเอาไปเพิ่มคำค้นดูก็สนุกนะครับ
เจ้าของไฟล์หลาย ๆ คน เวลานำเสนอในที่ประชุมจะตั้งชื่อไฟล์ให้มีชื่อแปะไว้ด้วยเพื่อให้ค้นหาง่าย จะลองคำค้น ” chawet ระบาด .ppt ” ดูว่าจะมีไฟล์เพาเวอร์พอยท์ของผมหลง ๆ อยู่ในเว็บต่าง ๆ หรือเปล่าก็ได้นะครับ (chawet มาจากส่วนหนึ่งของชื่อผมเอง …เปล่าโฆษณานะครับ ลองค้นดู ของเค้าดีจริง ๆ ฮ่า ๆ ) :D

เรื่องการค้นคว้านี้เหมือนเราเรียน ก.กา ถ้าทำนาน ๆ ไป เราก็ไม่ทันได้รู้สึกว่าเราต้องสะกดทีละคำ เราก็เลยคิดว่าไม่เห็นจะสำคัญตรงไหน บอกเล่าพื้นฐานและทางลัดเบื้องต้นอย่างนี้ ไปทำบ่อย ๆ ครับ จะคล่องเหมือนอ่านหนังสือเป็นประโยคโดยไม่ต้องมานึกสะกด 

คราวหน้า เป็นเทคนิคค้นรูปภาพจากเน็ตอย่างไรได้ประโยชน์กับงานวิชาการ

 เฉวตสรร

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
สรร วันที่ : 25/02/2010 เวลา : 00.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chawetsan
  คิดอย่างบ้าน  ๆ   สร้างสรรค์สังคม อุดมปัญญา

(0)
ขอบคุณครับคุณหนูติ๊ด นี่ก็ตัวจริงอีกคนหนึ่ง

Google เพิ่มฟังก์ชั่นเยอะแยะมาก ทั้ง google sites, docs, map, ...
ความคิดเห็นที่ 1
หนูติ๊ด วันที่ : 24/02/2010 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lunchbox

(0)
หนูติ๊ดก็ชอบใช้ Google เหมือนกันค่ะ ลองกำหนดเงื่อนการค้น ในการค้นขั้นสูง หรือ advance search จากหน้า Google ก็ช่วยให้ได้งานวิชาการตรงกับความต้องการ แล้วยังระบุประเภทของไฟล์ และความทันสมัยของข้อมูลได้ด้วยนะคะ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน