• สรร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-09-30
  • จำนวนเรื่อง : 90
  • จำนวนผู้ชม : 237266
  • จำนวนผู้โหวต : 62
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
<< มีนาคม 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 8 มีนาคม 2553
Posted by สรร , ผู้อ่าน : 4033 , 19:04:44 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(โครงการบล็อย้ายบ้าน โพสครั้งแรกที่ http://203.157.15.2/csan/?p=463 เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 51)

สวัสดีครับ

      วันนี้มีน้องสำนักระบาดวิทยาทักว่า ไม่เขียนบล็อกหลายวันแล้วนะ …มีคนคิดถึงนี่ทำให้รู้สึกดีเหมือนกันนะ เลยคึกเขียนบล็อกนี้ต่ออีก ซึ่งมีจุดเริ่มมาจากคำพูดที่หมอระบาดวิทยาภาคสนามรุ่นพี่ของผม นพ.โสภณ เอี่่ยมศิริถาวร พูดระหว่างเจอกันในการจัดหลักสูตรอบรมหัวหน้าทีม SRRT

         ที่มาของคำพูดชื่อเรื่องคือ นพ.คำนวณ ผอ.สำนักระบาดวิทยาพูดถึงว่า ช่วงปีที่ผ่านมามีแพทย์สนใจสอบบอร์ดระบาดวิทยากันมากขึ้น และดูเหมือนมีความต้องการให้จัดอบรมแบบสองสัปดาห์โดยความต้องการในใจลึก ๆ คือเพื่อให้สอบผ่านได้บอร์ดผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน ในวงที่คุยกันวันนั้นก็คุยกันหลายประเด็น

        ตอนหนึ่ง นพ.โสภณ เอ่ยออกมา ผมจำคำพูดไม่ได้ทั้งหมด แต่สรุปความได้ว่า

       ที่เราอบรม(ทีมสอบสวนหรือสอนแพทย์ระบาดวิทยาสองปี)นี่เพื่อให้ทำงานเป็น ต่างกับที่เขาอยากได้เป็นสอนสองสัปดาห์เพื่อสอบผ่าน การสอนเพื่อสอบอาจจะเน้นที่รูปแบบการศึกษา อคติต่าง ๆ การคำนวณบางอย่าง ซึ่งแบบนั้นชอบออกข้อสอบในมหาวิทยาลัย

        ส่วนการสอนเพื่อให้ทำงานได้ อยู่ที่การได้ลงมือทำจริง สอบสวนโรคสอบสวนการระบาดเป็น ซึ่งทำไม่ได้ในสองสัปดาห์

        ผมประทับใจโดยฉับพลัน นี่สิที่เรียกว่าความแตกต่างและหัวใจของระบาดวิทยาภาคสนาม เมื่อครั้งที่เรียนแพทย์ระบาดก็มีการอภิปรายของอาจารย์อยู่เหมือนกันว่า การเรียนภาคสนามน่าจะมีการบรรยายในห้องเรียนไม่เกิน 40% แพทย์ระบาดวิทยาภาคสนามก็เลยต้องนั่งเข้าเวรรับรายงานการระบาด ต้องต่อสายโทรศัพท์ประสานงาน ต้องหาข้อมูลโรคได้เร็ว ๆ จากทุกแหล่งที่หาได้ ต้องเรียนปรึกษาอาจารย์ได้ ต้องรู้ขั้นตอนทางปฏิบัติในการสอบสวน ทำงานกับคนอื่น ๆ ได้ ต้องออกพื้นที่ ต้องเก็บข้อมูลเอง ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้นั่งเรียนในห้องอย่างเดียวไม่ได้ ไม่เกิดทักษะ

        ถ้าย้อนนึกถึงก่อนที่จะมีการก่อตั้ง FETP มีนักวิชาการและแพทย์ส่วนหนึ่งที่เรียนปริญญาเอกจากต่างประเทศมา แต่ด้วยระบบที่ขณะนั้นอาจจะไม่รองรับเท่าที่ควร อยู่ๆ จะคิดเริ่มทำวิจัยที่ซับซ้อนก็ยาก ส่วนใหญ่จึงไม่ได้ใช้วิชาความรู้เท่าที่ควร การมองเห็นหลักสูตรฝึกอบรมจากการปฏิบัติอย่างระบาดวิทยาภาคสนามจึงเป็นจุดเริ่มที่สำคัญ และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

        ยกประโยคนี้มาขยายความกันเท่านี้นะครับ

สวัสดีครับ

เฉวตสรร



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
หมอรุ่งเรือง วันที่ : 13/05/2010 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/drrungrueng

(0)
ขอสนับสนุนความคิด และให้กำลังใจคุณหมอเฉวตสรรและทีมงานครับ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน