*/
  • chettapat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jaywis2000@yahoo.co.uk
  • วันที่สร้าง : 2008-01-09
  • จำนวนเรื่อง : 467
  • จำนวนผู้ชม : 460644
  • จำนวนผู้โหวต : 350
  • ส่ง msg :
  • โหวต 350 คน
<< เมษายน 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน 2554
Posted by chettapat , ผู้อ่าน : 1775 , 12:30:10 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน chettapat , BlueHill โหวตเรื่องนี้

สมัยเด็ก ๆ ตอนอยู่ชั้นอนุบาล หรือแม้กระทั่งเติบโตขึ้นชั้นประถม มัธยม ผมเคยเชื่อเสมอว่า การ "แบ่งเส้นเขตแดน" ของแต่ละประเทศตรงตามแผนที่โลกที่อ่านในหนังสือเรียนวิชาสปช. เป็นอย่างนั้นตรง ๆ เดะ ๆ มีความสัมบูรณ์ เป้นสากลและอกาลิโก

นอกจากผมจะเชื่อว่าการแบ่งเขตแดนจะตรงตามแผนที่ที่เรียนแล้ว ผมยังเคยเชื่อต่อไปอีกว่า "วิธีคิด" การแบ่งขีดแผ่นที่เช่นนี้มันเกิดขึ้นมาของมันอย่างนี้ตามธรรมชาติมาตั้งแตได้มีการบันทึกประวัติศาสตร์ คือตั้งแต่มนุษย์คนแรกจะเริ่มเขียนหนังสือได้ และมีการบันทึก

ยกตัวอย่างเช่น สมัยสุโขทัย ก็มีการ แบ่ง ตามหนังสือวิชาประเทศของเรา คือทิศเหนือจรดล้านนา ทิศตะวันตกจรดพุกาม เด็กอย่างผมก็ได้แต่จินตนาการต่อไปอีกว่าคงจะมีการเขียนแผนที่ที่ขีดแบ่งกันเด็ดขาด ประชาชนจะข้ามพรมแดน ก็ต้องมีการตั้งด่าน ในแบบทุกวันนี้ ฯลฯ

แต่พอได้ศึกษามากขึ้นมากขึ้น สิ่งที่ค้นพบก็คือ ตรรกะ การขีดแบ่งดินแดนในแบบที่ผมเคยเข้าใจสมัยประถม มัธยม ไม่ได้มีมาตั้งแต่ครั้งแรกเริ่มประวัติศาสตร์ของผุ้คนแถบนี้ อย่างน้อย ก็ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากแต่เพิ่งรับแนวคิดแบบนี้จากตะวันตกเข้ามาไม่นาน

คือสมัยก่อน แต่ละอาณาจักรไม่ได้มีการ "ตั้งด่านตรวจคนเข้าเมือง"เพื่อถามหาพาสปอร์ต อีกทั้งคนไม่ได้มีการขอวีซ่า หากจะไปค้าขายต่างแดนน

และการรบพุ่งเพื่อแย่งชิงดินแดน ก็อาจไม่ได้มีความสำคัญ เท่ากับการรบเพื่อแย่งชิงกำลังคน เพื่อเทครัวไปใช้งานโยธา หรือนำไปเป็นกำลังทหาร

ฉะนั้น การเขียนแผนที่ในแบบที่นักเรียนมัธยมแบบผมสมัยก่อนเคยเชื่อมั่น ว่ามีความเป้นสากล และอกาลิโก นั้นอันที่จริงแล้วเพิ่งมามี ในยุโรป หลังปี ค.ศ. 1648 คือหลังสงครามสามสิบปี ซึ่งเป็นสงครามศาสนา

หลังจากการรบพุ่งกันระหว่างโรมันคาธอลิก กับโปรเตสแตนต์อยู่นาน จึงมีสนธิสัญญาสงบศึกที่ชือว่าเวสต์ฟาเลีย ซึ่งได้ระบุถึงเนื้อหาสาระ ในการจัดการดินแดน และชีวิตผู้คนขององค์อธิปัตย์แต่ละองค์ โดยให้ผุ้คนที่ขึ้นตรงต่อแต่ละองค์อธิปัตย์มีสิทธิเลือกนับถือศาสนาตามศรัทธา และก็ห้ามมิให้องค์อธิปัตย์ใด ถือวิสาสะ เข้าไปแทรกแซง ชีวิตผู้คนนอกเหนือดินแดนของตนที่มีอำนาจครอบครองอยู่

จากนั้นชาวตะวันตกก็ได้นำแนวคิดนี้มาใช้กับดินแดนอาณานิคมเพื่อจัดระเบียบหน่วยการปกครอง โดยมีการอิงตามหลักดินแดน แบบเวสต์ฟาเลีย ทั้งในเอเชียใต้ หรือแม้แต่อุษาคเนย์เองก็ตาม พงศาวดารเล่ากันว่า เมื่อครั้งที่อังกฤษกำลังจะได้ดินแดนพม่าในปัจจุบัน อังกฤษได้ถามหา "แผนที่" หรือ "เส้นแบ่งเขตแดน" ระหว่างสยาม กับพม่า

คนสยามในขณะนั้น ก็งง ว่าเส้นแบ่งเขตแดนคืออะไร ก็ตอบได้ไม่เต็มปาก หากแต่โบ้ยบ้ายให้ไปตั้งต้นที่ ด่านเจดีย์สามองค์แทนโน่น

เมื่อสยามต้องปรับตัวให้มีความเป็น "สมัยใหม่" มากขึ้น เพื่อรับมือกับการก้าวรุกเข้ามาอย่างรวดเร็วของทั้งอังกฤษในพม่า และฝรั่งเศสในอินโดจีน ตรรกะการเขียนแผนที่และแบ่งดินแดนแบบตะวันตก ก้ได้เริ่มถูกนำมาเผยแพร่ในการปกครองของสยาม

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหาการขีดแบ่งพื้นที่ที่มีความคลุมเครือไม่ชัดเจนนี้ได้ส่งผลกระทบต่อการเมืองระหว่างประเทศในยุคปัจจุบันหลายจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาไทย-กัมพุชา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนแต่เป็นมรดกตกทอด ที่เจ้าอาณานิคมอย่างฝรั่งเศส ทิ้งเอาไว้ให้คนที่ต้องอาศัยอยู่ตรงนี้ต้องแก้ปัญหากันเอาเอง

--------
ในทำนองเดียวกันกับดินแดนอาณานิคมของอังกฤษในภูมิภาคเอเชียใต้ ที่ผู้คนในยุคนั้นไม่ได้มีความเข้าใจตรรกะ การจัดการพื้นที่ แบบเวสต์ฟาเลียในแบบที่ยุโรปเข้าใจ

หลังจากที่ประเทศอังกฤษได้ละทิ้งดินแดนอาณานิคม อินเดียก็ประกาศเอกราช ไม่นาน ปากีสถานก็ขอแยกตัวออกไป เนื่องจากความขัดแย้งทางศาสนา

การแยกตัวออกของปากีสถาน หรือที่ในภาพยนตร์เรืยกว่า Partition ตามชื่อเรื่องนำมาซึ่งปัญหามากมาย



ทั้งการฆ่าฟันผุ้คนต่างศาสนา ในอินเดียนับถือฮินดู ส่วนปากีสถานนับถืออิสลาม แต่ในเรื่อง Partition เป็นปัญหาระหว่าง ชาวซิกข์ กับ ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ที่ต้องพลัดถิ่น และต้องโยกย้ายจากดินแดนที่เป็นประเทศอินเดียในปัจจุบัน กับ ปากีสถาน

ระหว่างนั้น เกิดการฆ่า ข่มขืน ปล้นชิงวิ่งราวกันมากมาย



ในท้องเรื่อง ตัวละคร ต่างศาสนา คือชาวซิกข์ และชาวมุสลิมได้มีสัมพันธ์รักลึกซึ้งระหว่างกันในระหว่างที่ เริ่มมีการ "ขีดแบ่ง" ประเทศเป็นครั้งแรก หลังจากมีการปลดปล่อยอาณานิคม แม้ว่าจะมีความเกลียดชัง ระหว่างศาสนาก็ตามที

ประเด็นที่น่าสะเทือนใจก็คือว่าการขีดแบ่งพื้นที่พรมแดนสองประเทศด้วยตรรกะ แบบตะวันตกที่นำมาใช้กับชาวตะวันออก เช่นนี้ จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างอะไร จากการ "ขีดพื้นที่" แบ่งบนร่างกาย และจิตใจ ของคนรักกันสองคน

โศกนาฎกรรมที่พบเห็นในเรือง Partition ชวนให้ผมนึกถึงคำพูดของชาวเม็กซิโกที่อยู่ชายแดนสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก ระหว่างที่ข้ามพรมแดนจากเม็กซิโก เข้ามาสหรัฐอเมริกาที่ว่า

"We didn't cross the boundary, but the boundary did cross us."
พวกเราไม่ได้เดินข้ามเส้นแบ่งเขตแดน แต่เส้นแบ่งเขตแดนขีดข้ามตัวพวกเรา

คำพูดเช่นนี้ยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมความรู้ใหม่ที่ผมเพิ่งจะค้นพบว่า การแบ่งพรมแดนแบบนี้ไมได้มีมาพร้อมกับการถือกำเนิดของมนุษยชาติ

หากแต่เพิ่งมามีไม่กี่ร้อยปีมานี้ โดยจุดเริ่มต้นอยู่ทีเวสต์ฟาเลีย และก็แผร่ขยายแนวคิดแบบนี้ไปทั่วโลก

ตรรกะการแบ่งพื้นที่ดังกล่าว ก็ได้กลายมาเป็นเหตุอ้างให้ผู้คนมากมาย ต้องสังเวย น้ำตา หยดเลือด และชีวิต แม้กระทั่ง ณ เวลานี้



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
bon09 วันที่ : 13/05/2011 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนปางยาว วันที่ : 03/05/2011 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonpangyao
พเนจร ส.สะพานขาว 

สวัสดีครับ...แวะมาทักทายครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/04/2011 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

"We didn't cross the boundary, but the boundary did cross us."
พวกเราไม่ได้เดินข้ามเส้นแบ่งเขตแดน แต่เส้นแบ่งเขตแดนขีดข้ามตัวพวกเรา

คุณchettapat ยกประโยคนี้ขึ้นมาจนผมอยากดูหนังเรื่องนี้แล้วล่ะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน