• ปรัตยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-16
  • จำนวนเรื่อง : 142
  • จำนวนผู้ชม : 386129
  • จำนวนผู้โหวต : 930
  • ส่ง msg :
  • โหวต 930 คน
xbox commercial

อย่าจำกัดจินตนาการของคุณเอาไว้เพียงในโลกแห่งความเป็นจริง

View All
<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by ปรัตยา , ผู้อ่าน : 4841 , 11:50:45 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน

ทำไมน้ำมันปาล์มขาดตลาด?

บางท่านบอกว่าฝนแล้งตามด้วยน้ำท่วม บางท่านก็บอกว่าเช็คสต็อกผิด บางท่านก็บอกว่าพ่อค้ากักตุน บางท่านบอกว่ามีนักการเมืองแอบหาผลประโยชน์ แต่ปรัตยาบอกว่าเป็นเพราะรัฐบาลรักประชาชน!!

อ่าฮะ!!

ไม่ได้ประชด ไม่ได้ประชัน มาฟังกันมันส์ ๆ เร่เข้ามา เร่เข้ามา


สวัสดีครับเพื่อน ๆ บล็อกเกอร์และท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน เอนทรีนี้เขียนยากมาก ผมต้องเขียนถึงสองครั้งเลยทีเดียว ครั้งแรกเขียนอารัมภบทอย่างเดียวยาวเกือบหนึ่งหน้า A4 จำใจต้องกรีดน้ำตาขยำทิ้งเพราะเข้าเรื่องไม่ได้ (ฮา) อย่ากระนั้นเลยเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเดิมเราเข้าเรื่องกันเลยจะดีกว่าครับ
.




ผมบอกว่าปัญหาน้ำมันปาล์มขาดตลาดมีสาเหตุมาจากรัฐบาลรักประชาชน ผมมีเหตุผลครับ นายกฯ อภิสิทธิ์เป็นคนที่มีบุญแต่กรรมทับ ตั้งแต่รับตำแหน่งมา ผมคิดว่าไม่มีวันไหนเลยที่นายกฯ คนนี้จะยิ้มได้อย่างสบายใจ ประเทศไทยของเรามีแต่ปัญหาเปรียบเหมือนกับคนไข้ถูกพิษร้ายแรง ถูกพิษที่ไม่มียารักษา ถ้าไม่นับปัญหาเรื่องการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาใหญ่ที่ประเทศเรากำลังเผชิญ ซับไพร์มในอเมริกาส่งผลกระทบไปทั่วโลก ทำให้ค่าเงินดอลล่าห์ตกต่ำ แต่ละประเทศพยายามป้องกันปัญหาโดยการอัดฉีดเงินจากภาครัฐเข้าระบบเพื่อพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ล้มตามอเมริกา รัฐบาลไทยเราก็ทำหลายมาตรการครับตั้งแต่กู้เงินจำนวนมหาศาลมาทำโครงการไทยเข้มแข็งเร่งอนุมัติเร่งกินกันปากมันถ้วนหน้า ไปจนถึงยัดเงินใส่กระเป๋าคนไทยโดยตรง และที่สำคัญที่สุดที่ผมจะพูดถึงในเอนทรีนี้ก็คือ การควบคุมราคาสินค้า

หนึ่งในมาตรการที่สำคัญของรัฐบาลคือการควบคุมราคาสินค้า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมารัฐบาลเข้มงวดเรื่องการควบคุมราคาสินค้าอย่างมาก เพื่อไม่ให้คนไทยต้องซื้อของแพงในขณะที่ต้นทุนทุกอย่างของสินค้ามีราคาแพงขึ้นอย่างรวดเร็ว การควบคุมราคาสินค้าทำให้คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้สึกว่าความเป็นอยู่ยากลำบากขึ้น รู้สึกว่าเศรษฐกิจยังพอไปได้ ส่งผลทางจิตวิทยาอย่างมาก ตราบใดที่ไม่เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงคนไทยก็จะไม่ตื่นตระหนก แต่ ...

แต่การควบคุมราคาสินค้าเป็นการบิดเบือนสภาพที่แท้จริงของตลาด หากทำในช่วงสั้น ๆ ก็จะไม่เกิดปัญหาอะไร แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ทำต่อเนื่องยาวนานปัญหามันจะสะท้อนสภาวะที่แท้จริงของมันออกมาในที่สุด และการเปิดตัวของมันจะอลังการงานสร้างจนคาดไม่ถึง


น้ำมันปาล์มก็เช่นกัน การเปิดตัวของมันคือการหายไปจากชั้นวางขายสินค้าอย่างฉับพลัน ผมจะเล่าให้ฟังครับว่ากระบวนการของมันเป็นอย่างไร

น้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันพืชชนิดหนึ่ง เป็นน้ำมันพืชที่มีราคาถูกที่สุดในตลาดน้ำมันพืช เป็นของที่จำเป็นต้องกินต้องใช้ในครัวเรือน รัฐบาลไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจจึงได้ควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นพวกนี้เอาไว้ โดยที่น้ำมันปาล์มบรรจุขวดถูกควบคุมราคาเอาไว้ที่ลิตรละ 38 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ประชาชนไม่รู้สึกว่าแพงเท่าไหร่ และสอดคล้องกับราคาต้นทุนของน้ำมันปาล์มในขณะนั้น

เหมือนเคราะห์กรรมซ้ำเติมรัฐบาล ในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำลังวุ่นวายกับปัญหาการเมืองในประเทศ ได้เกิดภาวะภัยแล้ง ต่อเนื่องด้วยน้ำท่วม ผลผลิตปาล์มสดจึงได้ไม่เท่าที่คาดการณ์เอาไว้ ปัญหานี้เริ่มเปิดเผยตัวมาตั้งแต่ปลายฤดูฝน ปาล์มสดไม่พอขาย บรรดาโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มพากันแย่งซื้อปาล์มสด เพื่อสกัดน้ำมันปาล์มส่งโรงงานกลั่นน้ำมันปาล์ม ราคาผลปาล์มสดทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วจาก กก. ละ 3 บาทจนกระทั่งแตะ กก. ละ 7 บาทภายในสามเดือน ตลอดสามเดือนนี้โรงงานกลั่นน้ำมันปาล์มยื่นขอปรับราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดมาโดยตลอด เพราะราคาควบคุมของน้ำมันปาล์มบรรจุขวดลิตรละ 38 บาทนั้น เป็นราคาที่คิดตอนที่ผลปาล์มสด กก. ละ 3 บาท เป็นการคำนวนตอนผลปาล์มล้นตลาดไม่มีราคา
.


ลานเทปาล์ม.
.

ปาล์มสดมีราคาสูงขึ้น โรงกลั่นยอมกัดฟันกลั่นออกมาขายในราคาควบคุม จากที่เคยมีกำไรกลายเป็นเท่าทุน จากเท่าทุนกลายเป็นขาดทุน แรก ๆ ก็หวังว่ารัฐบาลจะยอมปรับราคาให้ ยอมขาดทุนช่วงสั้น ๆ เพื่อรักษาแบรนด์สินค้า ผลิตสินค้าออกมาเลี้ยงแบรนด์เอาไว้ แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ ธุรกิจไม่ใช่องค์กรการกุศล เมื่อขาดทุนถึงระดับหนึ่งก็จำเป็นที่จะต้องรักษาชีวิตเอาไว้ เริ่มลดกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวด สินค้าเริ่มหายไปจากชั้นวางทีละแบรนด์ แบรนด์ที่แข็งแกร่งยังพอมีวางจำหน่ายอยู่บ้างในจำนวนจำกัด ในตอนนี้โรงงานกลั่นน้ำมันปาล์มยังคงซื้อน้ำมันปาล์มจากโรงงานสกัดมากลั่น เพราะตลาดยังมีความต้องการ แต่ไม่ได้กลั่นเพื่อบรรจุขวด น้ำมันบรรจุขวดถูกควบคุมราคาแต่น้ำมันปาล์มที่ขายเป็นแทงค์ไม่ได้ถูกควบคุม ผู้ซื้อก็คือโรงงานอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันปาล์ม กลุ่มหลักก็คืออุตสาหกรรมอาหาร เช่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ต้องใช้น้ำมันทอด มันฝรั่งทอดกรอบ ขนมทั้งหลาย นมเนยที่ใช้ไขมันจากปาล์ม ไปจนถึงอุตสาหกรรมชนิดอื่นที่ใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบโดยตรงเช่นโรงงานผลิตสบู่

การซื้อขายน้ำมันปาล์มเป็นล็อตแบบไม่บรรจุขวด ทำให้โรงงานยังคงทำธุรกิจอยู่ได้ ยังเปิดกลั่น ยังเปิดสกัด ราคาผลปาล์มสดจึงพุ่งทะยานขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนอกจากจะเป็นปลายฤดุแล้ว ยังเป็นปลายฤดูที่มีปาล์มสดเข้าสู่ตลาดน้อยมาก ราคาปาล์มสดทะลุ กก. ละ 7 บาท และแล้วก็แตะ กก. ละ 11 บาท ในตอนนี้เองที่น้ำมันปาล์มบรรจุขวดหายไปจากชั้นวางอย่างสิ้นเชิง ไม่มีแบรนด์ไหนทนขาดทุนได้อีกต่อไป

รัฐบาลยอมปรับราคาน้ำมันปาล์มในที่สุด โดยปรับขึ้นทันทีลิตรละ 9 บาท จากเดิมลิตรละ 38 บาท ปรับเป็น 47 บาท โดยหวังว่าทันทีที่ยอมให้ปรับราคา โรงงานกลั่นจะยอมกลับมาผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดอีกครั้งหนึ่ง แต่อนิจจา ...


อนิจจา ... ราคาผลปาล์มสดทะลุ กก. ละ 7 บาทไปนานแล้ว โรงกลั่นจะขายน้ำมันปาล์มบรรจุขวดในราคาลิตรละ 47 บาทได้โดยไม่ขาดทุนก็ต่อเมื่อผลปาล์มสดราคาไม่เกิน กก. ละ 7 บาท แต่ในวันที่รัฐบาลยอมกลั้นใจปรับราคา ผลปาล์มสด กก. ละ 11 บาท

หลังจากขาดทุนต่อเนื่องมาเกือบ 4 เดือน คงจะมีโรงงานใจดียอมกลั่นน้ำมันปาล์มราคาลิตรละห้าสิบกว่าบาทออกมาขายในราคา 47 บาทอยู่หรอก ดังนั้นหลังจากประกาศปรับราคา น้ำมันปาล์มบรรจุขวดจึงยังคงไม่มีขายต่อไป ในตอนนี้แม้กระทั่งน้ำมันปาล์มที่ขายเป็นล็อตก็แทบจะไม่มีขายแล้ว เพราะลูกค้าที่ยอมซื้อในราคาที่เป็นจริงของมันก็เริ่มจะรับราคาไม่ไหว เริ่มไม่ซื้อ ไม่มีลูกค้าซื้อ โรงกลั่นก็ไม่รู้จะซื้อน้ำมันสกัดมาทำไม โรงงานสกัดก็ไม่รู้ว่าจะซื้อปาล์มสดมาทำไม เกษตรกรก็เริ่มไม่รู้จะไปขายใครดี (ฮา)


ไฟไหม้ก้นรัฐบาล น้ำมันปาล์มราคาแพงยังพอทู่ซี้แกล้งบื้อได้ แต่น้ำมันปาล์มไม่มีขายนี่ต่อให้แกล้งบ้าก็ไม่มีใครเชื่อ ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมเป็นต้นมาแม้ว่าน้ำมันบนชั้นวางในห้างสรรพสินค้าจะหายไป แต่น้ำมันในตลาดยังคงมีอยู่ ตลาดสว่างนี่แหละไม่ใช่ตลาดมืดอะไรหรอก น้ำมันที่ยังมีจำหน่ายเป็นน้ำมันที่มีอยู่ในสต็อกสินค้าของห้างร้านต่าง ๆ แน่นอนว่าไม่มีใครขายในราคาควบคุม แต่คนก็ยังซื้อ ของมันจำเป็นต้องใช้ แพงหน่อยก็ไม่เป็นไรคนซื้อเข้าใจแม้จะบ่นแต่ก็ไมด่า แต่ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลยน้ำมันในสต็อกพวกนี้จะหมดลงอย่างแน่นอน ในเมื่อราคาใหม่มันไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าก็ไม่มีใครยอมผลิตออกมาให้ขาดทุน ราคาควบคุมลิตรละ 47 บาท ต้นทุนลิตรละประมาณ 52 บาท ราคาขายในท้องตลาดลิตรละ 65 บาท

ในที่สุดรัฐบาลยอมนำเข้าน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์เข้ามา 30,000 ตัน กระจายให้โรงงานกลั่นผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดออกขาย เป็นน้ำมันปาล์มธงฟ้า คือมีฝาขวดเป็นสีฟ้าเพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นโครงการช่วยเหลือของรัฐบาล ซึ่งจนถึงวันนี้ผมยังคงไม่ทราบว่าน้ำมันล็อตนี้นำเข้ามาในราคาเท่าไหร่กันแน่ แม้จะมีการประกาศราคา CIF ออกมาเป็นดอลล่าห์ แต่มันไม่ใช่ราคาที่แท้จริง ราคาที่นำเข้ามันจะมีการบวกค่าขนส่ง และน้ำมันพวกนี้ต้องนำมากลั่นอีกทีจึงจะบรรจุขวดขายได้ และเท่าที่ทราบต้นทุนของน้ำมันธงฟ้าที่นำออกมาขายสูงกว่า 47 บาท ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ารัฐบาลเสนอเงื่อนไขอะไรให้กับโรงกลั่น ผมเดาเอาเองว่าคงจะหนีไม่พ้นให้ อคส. แบกภาระขาดทุน ซื้อแพงมาขายถูกให้กับโรงกลั่น และรัฐบาลก็จะตั้งงบประมาณมาใช้หนี้ให้กับ อคส. ตามเคย (ไม่มีในข่าวตามสื่อต่าง ๆ)

นำเข้าสามหมื่นตัน เกษตรกรร้องจ๊าก ผลปาล์มสดจาก กก. ละ 11 บาท ร่วงลงมาเหลือ กก. ละ 8 บาท โรงงานสกัดกดราคารับซื้อทันที เป็นผลทางจิตวิทยา แต่ 8 บาทก็ยังคงสูงเกินไปอยู่ดี การที่ราคาปาล์มยังสูงก็เพราะในช่วงนี้ยังคงไม่มีปาล์มฤดูกาลใหม่ออกสู่ท้องตลาด ในท้องตลาดจึงมีเพียงน้ำมันปาล์มธงฟ้าที่วางจำหน่ายในราคาควบคุม โรงกลั่นยังคงไม่ยอมผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดออกมาขายให้ขาดทุน


น้ำมันปาล์มธงฟ้า

.
น้ำมันปาล์มสามหมึ่นตันหมดลงอย่างรวดเร็ว รัฐบาลยังคงทำอะไรไม่ได้ ราคาผลปาล์มสดยังไม่ลดลงมาในระดับที่โรงกลั่นไม่ขาดทุน รัฐบาลเลยจำเป็นต้องประกาศนำเข้าอีกระลอก คราวนี้ประกาศนำเข้า 120,000 ตัน โดยที่ในตอนแรกจะนำเข้าน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์เหมือนล็อตแรก ตอนนี้เรื่องชักวุ่นวายกว่าเดิมครับ นั่นคือเกษตรกรเริ่มไม่ยอม ขาย กก. ละ 3 บาทมาตั้งนาน ปีนี้ถูกหวยได้ถึง กก. ละ 11 บาท เพิ่งจะยิ้มออก รัฐบาลเอาเข้ามาสามหมื่นตันหายไป 3 บาททันที แล้วนี่ถ้ารัฐบาลเอาเข้ามาแสนสองหมื่นตันมันจะหายไปอีกกี่บาท ดีไม่ดี 3 บาทอาจจะไม่ได้ เราไม่ยอม!! (ฮา) เดือดร้อนรองนายกฯ สุเทพ ต้องออกมาประกันว่าถ้าปาล์มสดลงมาเหลือ กก. ละ 6 บาทเมื่อไหร่จะหยุดนำเข้าทันที

เหมือนเป็นพระเอกตัวดำขี่ม้าขาวเลยครับ แต่ที่จริงแล้วรองนายกฯ ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะเมื่อใดก็ตามที่ปาล์มสดราคาลดต่ำกว่า 7 บาท โรงกลั่นก็จะเริ่มผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดออกขายในราคา 47 บาทได้โดยที่ไม่ขาดทุน ตอนนั้นจะนำเข้ามาทำซากอะไรหละครับ ราคานำเข้ามันตกอยู่ที่ประมาณ 48-49 บาทกลั่นแล้วตกอยู่ที่ประมาณ 52 บาท รับรองเหลือค้างสต็อก อคส. บาน สุดท้ายก็ต้องขายขาดทุนบักโกรกยิ่งกว่าเดิม อคส. เองก็กลัวเรื่องค้างสต็อกเหมือนกันครับ จากที่ตอนแรกจะนำเข้าน้ำมันกึ่งบริสุทธิ์ทีเดียวแสนสองหมื่นตัน ก็เปลี่ยนเป็นนำเข้าครั้งละสองหมื่นตัน โดยที่จะนำเข้าน้ำมันที่บรรจุขวดแล้วเข้ามาแทน เรียกว่าเอามาเลี้ยงตลาดน้ำมันธงฟ้าก็ไม่ผิด เอาเข้ามาให้พอมีน้ำมันขาย ตู๊ ๆ ไปให้รอดจนถึงเดือนมีนาคมที่ปาล์มสดฤดูการใหม่ออกสู่ท้องตลาด โดยหวังว่าราคาปาล์มสดจะลดลงไปโดยอัตโนมัติตามกลไกตลาด (สรุปว่าเกษตรกรไม่มีวันรวยจากเรื่องนี้หรอก)


รองนายกฯ สุเทพ


ปัญหายังไม่จบครับ แม้ว่ารองนายกฯ สุเทพจะไม่ได้พูดว่าจะประกันราคาปาล์มสดไม่ให้ตกต่ำ แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้เกษตรกรรับรู้แล้วว่า ด้วยราคาควบคุมใหม่ที่ลิตรละ 47 บาทนั้น เกษตรกรสามารถขายผลปาล์มสดได้แพงกว่า กก. 3 บาท และคล้าย ๆ กับว่าเกษตรกรจะคิดว่าราคาผลปาล์มสดควรจะอยู่ที่ กก. ละ 6 บาท รองนายกสุเทพขว้างงูไม่พ้นคอแน่นอนครับ เพราะราคาปาล์ดสดที่ กก. ละ 6 บาท โรงงานสกัดแทบจะไม่ได้กำไรเช่นกัน สุดท้ายแล้วก็จะหนีไม่พ้นขอปรับราคาอีกรอบ และปาล์มฤดูกาลใหม่นี้ก็จะไม่ได้มีมีเยอะจนล้นตลาด ส่วนหนึ่งเกิดจากต้นปาล์มยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อีกส่วนหนึ่งเกิดจากเกษตรตัดปาล์มที่ยังไม่ได้อายุออกขายในช่วงที่ปาล์มมีราคาแพงก่อนหน้านี้ ถ้าผมคาดการณ์ไม่ผิดน้ำมันปาล์มน่าจะขึ้นราคาอีกรอบครับ น่าจะอยู่ราว ๆ ห้าสิบกว่าบาทต้น ๆ

ผมขอไม่พูดเรื่องข่าวลือเรื่องเรือน้ำมันปาล์มนอกน่านน้ำไทย มันเป็นข่าวลือซึ่งคงจะเป็นหน้าที่ของ DSI ที่ต้องตรวจสอบกันต่อไป


ดังนั้นเลิกหวังกันได้แล้วครับว่าเราจะได้กินน้ำมันปาล์มราคาต่ำกว่า 47 บาท ต่อให้ผลผลิตปาล์มสดออกมาจนล้นตลาด น้ำมันปาล์มจะไม่มีทางต่ำกว่า 47 บาท และถ้ารัฐบาลไม่ยอมปรับราคาอีกรอบ ปรากฏการณ์น้ำมันปาล์มหาซื้อได้ยากจะมีต่อไปเรื่อย ๆ ครับ แม้จะไม่หนักหนาสาหัสถึงขนาดหาซื้อไม่ได้แบบทุกวันนี้ แต่ก็จะกระปริดกระปอยมามากมาน้อยเป็นระยะ ๆ ปาล์มสดถูกก็มามาก ปาล์มสดแพงก็มาน้อย

สาเหตุเป็นเพราะอะไร รออ่านได้ในตอนต่อไปครับ

(โฆษณา)

ตอนหน้าพบกับปัญหาน้ำมันปาล์ม ตามสไตล์ปรัตยา ภาคสอง ในชื่อตอนว่า "กองทุนน้ำมันปาล์ม ตามสไตล์ปรัตยา" ยาวอ่านกันอ้วกแตกอ้วกแตนแน่นอนครับ

----------------- อัพเดทครับ -----------------

ตอนแรกว่าจะอู้ไม่ตอบเมนต์ตามเคย แต่พอดีมีเมนต์ที่ต้องตอบอยู่ 2 เมนต์ครับนั่นคือ

ความคิดเห็นที่ 7 ของลุงตุ่ย
...
หลังจากปัญหาน้ำมันปาล์มขาดตลาด
"น้ำมันถั่วเหลือง"หายไปไหนครับ
เหลือน้ำมันรำข้าวข้าวขวดละร้อยกว่าบาทแทนครับ

และ

ความคิดเห็นที่ 9 ของคนปางยาว
 
ฉันไม่เคยใช้น้ำมันปาล์ม เคยใช้แต่น้ำมันถั่วเหลือง...แล้วทำไมไม่มีใครพูดถึงน้ำมันอื่นๆ นอกจากน้ำมันปาล์ม


--------------------------------------------------


น้ำมันถั่วเหลืองหายไปจากชั้นวาง เป็นเรื่องยาวอีกเรื่องนึงครับ ถ้าจะให้เขียนตอบกันจริง ๆ ต้องแยกเป็นอีกเอนทรีนึงเลยทีเดียว เนื่องจากผมสันหลังยาวขอตอบโดยคร่าว ๆ นะครับ

น้ำมันถั่วเหลืองเป็นนิยายคนละเรื่องกันกับน้ำมันปาล์มครับ ไม่ได้หายไปเพราะโรงกลั่นน้ำมันถั่วเหลืองนิสัยไม่ดีโก่งราคาอย่างที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจกันด้วยครับ สาเหตุที่น้ำมันถั่วเหลืองหายไปในตอนแรกเกิดจากน้ำมันปาล์มขาดตลาดอย่างที่เรารู้กัน ไม่มีน้ำมันปาล์มน้ำมันถั่วเหลืองก็ได้

แต่ที่กลายเป็นปัญหาขึ้นมาก็เพราะราคาอาหารสัตว์ครับ พาณิชย์ไล่บี้ราคาอาหารสัตว์ด้วยเช่นกัน แม้ว่าราคาอาหารสัตว์จะไม่ถูกควบคุม (เท่าที่ผมทราบมา) แต่เพื่อควบคุมราคาเนื้อสัตว์ซึ่งเป็นอาหารของคนไม่ให้สูง พาณิชย์จึงบี้ราคาอาหารสัตว์อย่างหนัก ผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์จึงได้นำเข้ากากถั่วเหลืองราคาถูกจากต่างประเทศ (พาณิชย์อนุมัติให้นำเข้าได้) มาลดต้นทุนการผลิต

การนำเข้ากากถั่วเหลืองนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา โรงงานสกัดน้ำมันถั่วเหลืองสามารถขายน้ำมันถั่วเหลืองในราคาควบคุมได้ (น้ำมันถั่วเหลืองก็เป็นสินค้าที่ถูกควบคุมราคานะครับ) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการขายกากถั่วเหลืองเป็นอาหารสัตว์ได้กำไรอีกต่อหนึ่ง ทีนี้พอพาณิชย์อนุญาตให้นำเข้ากากถั่วเหลืองราคาถูก โรงงานสกัดน้ำมันถั่วเหลืองก็อ้วกสิครับ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ไม่ยอมซื้อกากถั่วเหลืองในราคาแพง โดนกดราคากันถ้วนหน้า ในขณะที่เมล็ดถั่วเหลืองมีราคาสูงขึ้นเหมือนกับผลปาล์มสด (แม้จะไม่มากเท่า) แต่กลับขายกากถั่วเหลืองได้ในราคาต่ำ แถมยังถูกควบคุมราคา สุดท้ายก็ลงเอยแบบน้ำมันปาล์ม นั่นคือโรงงานหยุดสกัด ไม่อย่างนั้นแล้วชะตากรรมก็จะไม่ต่างจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มคือขาดทุน

บางโรงงานดิ้นหนีตายขายบรรจุขวดในราคาควบคุมขาดทุนแน่ จะขายเป็นล็อตแบบน้ำมันปาล์มก็ไม่ได้ อุตสาหกรรมไม่ใช้ เลยแอบเอามาขายเป็นล็อตในตลาดมืดให้พ่อค้าเอาไปใส่ถุงขาย (ราคาควบคุมลิตรละ 46 บาท แอบขายที่ลิตรละ 48.55 บาท เพื่อชดเชยราคากากถั่วเหลืองที่โดนกดราคา) ได้ผลครับโดนจับไปตามระเบียบ น้ำมันถั่วเหลืองจึงหายไปจากตลาดแบบถาวร ไม่มีโรงงานไหนกล้าขายในตลาดมืด

การจับน้ำมันถั่วเหลืองในตลาดมืดเป็นความหวังดี เป็นความรักของรัฐบาลเหมือนกับน้ำมันปาล์ม รัฐบาลอยากให้มีน้ำมันถั่วเหลืองบรรจุขวดขายในราคาควบคุมเพื่อให้ประชาชนไม่เดือดร้อน แต่ผลของมันกลับทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้น เพราะน้ำมันปาล์มอยู่ในสถานะไม่มีขาย ราคาในตลาดโดดไปอยู่ที่ลิตรละ 65 บาท น้ำมันถั่วเหลืองแอบขายแม้จะสูงกว่าราคาควบคุม (พาณิชย์อ้างว่าต้นทุนอยู่ลิตรละ 39 บาท แอบเอามาใส่ถุงขายไม่ยอมใส่ขวดลิตรละ 48.55 บาท เป็นการเอากำไรเกินควร - ต้นทุน 39 บาทไม่รู้ว่าคำนวนเมื่อไหร่เหมือนกับต้นทุนน้ำมันปาล์มนั่นแหละ) แต่น้ำมันถั่วเหลืองไม่อยู่ในสถานะไม่มีขาย คือสามารถผลิตเพิ่มได้ไม่จำกัด ไม่ได้ขาดแคลนวัตถุดิบเหมือนปาล์มสด หากมีน้ำมันถั่วเหลืองป้อนตลาดแม้จะแพงกว่าราคาควบคุม แต่ก็จะช่วยผ่อนคลายความขาดแคลน ทำให้ราคาน้ำมันพืชในท้องตลาดไม่สูงจนเกินไปนัก (น่าจะถูกกว่าลิตรละ 65 บาท)


จากมีทางเลือก เลยกลายเป็นไม่มีทางเลือกไปในที่สุดครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 60
J1214 วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 09.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittima1214

(0)
โหวต
ความคิดเห็นที่ 59
ปรัตยา วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 08.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

(0)
@Janni_Lee

ถ้ามีเงินมากพอก็หาซื้อได้ครับ :D


@อาคม

จริงดิ ;)


@monotone

เป็นคนมีน้ำใจจริง ๆ ครับ ยกย่อง ยกย่อง ;)


@ครูแดง

รัฐบาลไม่ได้ดีเลิศ แต่ก็ไม่ใช่ต้นตอของปัญหา บางปัญหารัฐบาลทำได้ดี บางปัญหารัฐบาลก็ทำได้แย่ จะไม่โทษรัฐบาลก็ไม่ด้ จะโทษรัฐบาลทั้งหมดก็ไม่ถูกต้องครับ


@มะอึก

อ่า ... แล้วผัดผักหละครับพี่


@oudsoft

ด้วยความยินดีครับ


@T.GAng

น้ำมันหมูเป็นน้ำมันที่กินอร่อยที่สุดครับ


@Birdybird

ที่ทุกวันนี้ปัญหามันบานปลายก็เพราะเราบิดเบือนกลไกนานเกินไปครับ


@LittleMonkey@^o^@

ไม่แทรกแซงเลย ซีพีก็รวยเละสิครับ :D


@tengpong

อ่า ... เขียนได้นะ ขอบอก :p


@BlueHill

ตอนใหม่ออกแล้ว คุณชาลีก็อ่านแล้ว คิดว่าคงสั้นถูกใจนะครับ :D



ความคิดเห็นที่ 58
BlueHill วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
ไข่-น้ำมันแพงไม่เป็นไร
ห้ามกาแฟแพงเด็ดขาด

ผมขอเสนอว่า ตอนหน้าสรุปสาเหตุราคาน้ำมันปาล์มสูงเกินเพดาน เอาแบบสั้น ๆ หน่อยนะคุณปรัต ไม่ต้องเกริ่นมาก

สงสารสายตากันบ้างซิครับ
ความคิดเห็นที่ 57
tengpong วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

(0)
เขียนทำไมยาวๆ เอาสั้นๆแต่ได้ใจความเท่าเดิมแบบนี้ได้ไหมละทั่นแมว
ความคิดเห็นที่ 56
Birdybird วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Birdybird

(0)
ขออนุญาต Copy ลงในเฟซนะครับ จะลงเป็น credit ไว้ให้นะครับ
ความคิดเห็นที่ 55
LittleMonkey@^o^@ วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 11.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monkeynoi

(0)
เคยได้ยินเจ้าสัวซีพีบอกว่า ไม่ควรแทรกแซงกลไกตลาดของสินค้าเกษตร ก็คิดว่าจริงนะ ไม่งั้นเกษตรกรก็แย่ เคยลำบากยังไง ก็ลำบาก..มากขึ้น

แต่ผู้บริโภคอย่างเรา ก็อยากได้ของถูกละเนาะ
เอนทรีคุณเหมียว ยาวมากกกก
ความคิดเห็นที่ 54
Birdybird วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Birdybird

(0)
ขอบคุณผู้เขียนมากครับ เขียนได้ละเอียด และเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลยครับ เป็นประโยชน์มาก สรุปว่า ที่เป็นอย่างปัจจุบันนี้ เพราะเรากำลังบิดเบือนกลไกตลาดอยู่ใช่ไหมครับ
ความคิดเห็นที่ 53
T.GAng วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naturegang
ร่วมท่องเที่ยวแบบฮาๆ ตามประสา "เดอะแก๊งค์"   http://www.oknation.net/blog/tripbythegang

(0)
เมื่อก่อนที่ยังไม่ฮิท น้ำมันพืช ที่บานซื้อหมูสามชั้นมาเจียว แล้วก็ได้กินกากหมูและได้น้ำมัน 5555+++
พอหันมารณรงค์กินน้ำมันพืช น้ำมันถั่วเหลืองเริ่มแพง ต่อมาก็รณรงค์กินน้ำมันปาล์มเพื่อช่วยเกษตรกรที่ผลิตปาล์ม จนตอนนี้น้ำมันปาล์มก็แพงอีก ..แล้วเหตุใด จะกลับสู่สามัญมิได้ ชิมิชิมิ..สุดท้าย..น้ำมันที่พุงของข้าพเจ้าเอง..เหลือเพรียบบบบบ
ความคิดเห็นที่ 52
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

(0)
คห.50 backpacker 4X4
ขอบคุณที่มาอธิบายอีกรอบครับ
แสดงว่าเป็นแฟนประจำของ จขบ.
(ขออนุญาต จขบ. ตั้งวงคุยนิดนะท่าน-ฮา)

พูดได้ตรงประเด็นครับ มีที่ดินแล้วไม่รู้จะปลูกอะไรดี
มันถึงจะเป็นเงินเป็นทอง ราคาสินค้าเกษตรมันถูกจริงๆ

ผมยังคิดไม่ตกเรื่องที่นาแถวบ้าน ต่อไปนี้ ดูท่าว่าจะทำได้แค่ปีละครั้ง เพราะชลประทานไม่จัดน้ำให้เลย ตอนนี้ทิ้งที่ดินไว้เปล่าๆ เพราะน้ำแห้งคลอง จะสูบจากแม่น้ำก็ไม่คุ้มค่าไฟฟ้า
จะปลูกผักก็เยอะไป ทำไม่ทัน ..เฮ้อออ..กลุ้ม..
ความคิดเห็นที่ 51
oudsoft วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oudsoft
จริงจังบ้าง หนุกหนานไปบ้าง อย่าว่ากัน

(0)
มีคนกล่าวหาว่า "รัฐบาลประชาธิปัติย์แก้ปัญหาเรื่องปาล์มได้โหลยโท่ยมาก" ลองอ่านที่
http://www.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9540000022813
ไอ้ผมก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้กะว่าถ้ามีความรู้สักครึ่งหนึ่งของท่านเจ้าของบล็อกก็จะไปเทศนาสั่งสักยกสองยก
เพราะอีตาบัณรสนี่มาช่วงหลังจากที่ม็อบพันธมิตรจุดไม่ติดก็เริ่มออกลายแขวะรัฐบาลทันทีเหมือนกันหมดทั้งค่าย Manager เลย
อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นบุญของผมที่ได้ตาสว่างเรื่องสักทีครับ ขอบคุณมาก ๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 50
backpacker4x4 วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 08.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

(0)
@เหยียบดินฯ
ไม่ได้โกรธครับ...มีคำถามแบบนั้นมาพอดี ผมเชื่อว่าหลายคนก็คงยังไม่รู้ว่า ปลูกปาล์ม ต้องทำอะไรบ้าง ก็เลยถือโอกาสแชร์เท่านั้นละครับ

คงจะสะดุดกับคำว่า ใช้ปุ๋ยอย่างเลว เลยดูเหมือนโกรธ
ผมหมายถึง ปุ๋ยอินทรีย์บ้านๆ ราคาถูกๆ กระสอบละ 5-6 ร้อยครับ ซึ่งน้อยคนนักจะใช้ ส่วนใหญ่ใช้ปุ๋ยแบรนด์เนม กระสอบละพันกว่าบาททั้งนั้น ดังนั้น ที่ผมคำนวณให้ดูคร่าวๆนั้น เป็นทุนขั้นต่ำเท่านั้นครับ

ทำทั้งปี เหลือเงินติดกระเป๋า ยังไม่พอค่าทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เลยครับ แค่ไม่ให้มันขาดทุน ก็บุญแล้ว

นี่กะว่าปีไหนขาดทุน...ก็ตัดทิ้งเท่านั้นละครับ....ปลูกสะตอดีกว่า ไม่มีการควบคุมราคา
ความคิดเห็นที่ 49
ChaiManU วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 07.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)

โหวตให้นะ เผื่อจะทำให้คุณปรัตยารู้สึกดีขึ้น

อ้อ...แต่ผมยังไม่ให้อภัย ตราบใดที่คุณยังคงรูปนายก "ของผม" รูปนั้นไว้อยู่
ความคิดเห็นที่ 48
ChaiManU วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 07.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
สวัสดีครับคุณปรัตยา ความคิดเห็นที่ 26

ขอบคุณมากครับคุณชายแมนยู เข้ามาช่วยปั่น แต่ปั่นไปก็เท่านั้นแหละครับ อ.เจิมศักดิ์ ไม่เอาเอนทรีผมไปอ่านออกอากาศทางวิทยุและโทรทัศน์หรอกครับ ;p


คุณปรัตยา ณ เชียงใหม่ คุณจะอะไรของคุณกันนักกันหนา ผมสังเกตว่า คุณพยายามจะกระแนะกระแหนกันอยู่ตลอดเวลา ผมไม่เข้าใจ คุณไม่พอใจ อะไร






อาจารย์เจิมศักดิ์เป็นการส่วนตัวรึไม่

อย่าไปว่าอะไรแกเลยครับ ผมเชื่อว่า อาจารย์แกมีความเป็นผู้ใหญ่พอ ที่จะรู้ว่า

อะไร ดี อะไร ควร



ความคิดเห็นที่ 47
มะอึก วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 07.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

(0)
อ่านเรื่องไข่..ก็ได้ความรู้..
อ่านเรื่องน้ำมันปาล์ม...ก็ได้ความรู้...

ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไร....ที่บ้านผม น้ำมันขวดเดียวใช้ไปเดือนกว่า ๆ ยังไม่หมดขวด

ทอดไข่ ก็ใช้เนยสด บางครั้งก็ต้มกิน...
.
.
ปาท่องโก๋ทอดในน้ำมันเก่า ๆ ดำ ๆ นะรึ....เมินเสียเหอะ..
.
ความคิดเห็นที่ 46
ครูแดง วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 06.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

(0)
-สวัสดียามเช้าค่ะ..

-หายเคือง(ที่แอบ)แล้วอ่านใหม่อีกรอบ...

-โหวต...เพราะได้สาระ ภาษาง่ายๆ ไม่สูงจนต้องไต่ระดับ

-ถ้าเราช่วยกันคนละไม้ละมือ ทำความเข้าใจถึงความเป็นมาเป็นไป ไม่ปล่อยปละละเลยให้คนกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่ารัฐบาลแบกภาระ(ทางอารมณ์)ทั้งหมด เพราะความไม่รู้ เหมือนที่ท่าน ปะ-รัด-ยา เขียน...ปัญหาถนนขาดแคลน(ก็คนมายึดว่าที่ของกู พวกกู)ก็คงจะลดลง...สวัสดี
ความคิดเห็นที่ 45
monotone วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 04.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/normalcode
 ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งอด 

(0)
น้ำมันขาดตลาดน่าเห็นใจร้านข้าวที่ไปกินประจำ เขาต้องใข้วันละประมาณสามขวด เซเว่นแถวบ้านก็ให้ซื้อได้แค่ขวดเดียว บางวันถ้าโชคดีก็ซื้อได้ อย่างวันนี้ผมไปเดินเล่นพอดีก็ได้มาขวดหนึ่ง ก็เลยซื้อไว้ให้แก วันนี้แปลกแฮะ ได้น้ำมันองุ่น ฝาสีเหลือง ออริจินอล ไม่ใช้ฝาสีฟ้าด้วย บางวันก็มีแต่ขวดเล็ก ราคา 38 บาท โอ้โห อยากจะกรี๊ดเป็นภาษารัสเซีย

.
ความคิดเห็นที่ 44
อาคม วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 01.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/akom

(0)
เพิ่งสร่างเมาเมื่อเย็น ตื่นมาอ่านแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 43
Janni_Lee วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 00.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mylifeanddogs
Hope, Love, and Joyfulness... It is here on earth and has four legs !

(0)
เห็นชื่อ entry บอกยาว ก็เลยแวะมาตอนมีเวลา
อ่านทุกตัวจริง ๆ ค่ะ ไม่รู้สึกว่ายาว เพราะสงสัยเรื่องนี้จริง ๆ
ตอนที่รู้ว่า ถึงแม้มีเงินก็หาซื้อน้ำมันกันไม่ได้ เป็นเรื่องที่ เกินจะคิดถึงค่ะ
อ่านจบ เลย อ๋อ อย่างนี้นี่เอง
ความคิดเห็นที่ 42
ปรัตยา วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 00.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

(0)
@backpacker4x4 &@เหยียบดินมองฟ้า

หวังว่าคงจะเคลียร์ใจกันได้นะครับ (ฮา)


@ระพิน

อ่า ... ปาล์มขาดจริง ๆ ครับ (ผมไม่โกหกหรอกน่า) :D


@ภาณุมาศ_ทักษณา

ใจตรงกันขนาดนี้ วันไหนพี่จะเลิกเขียนคอลัมน์ ยกให้ผมนะครับ หรือพี่จะเอาอย่างทมยันตีก็ได้นะครับ ให้ลูกเขียนแล้วแม่ค่อยมาลงชื่อ ผมเขียนคอลัมน์แทนให้พี่ลงชื่อ แล้วยกเงินให้ผมนะ ;P


@น.ส.คะน้า

555 รูปนายกฯ นี่ มีคนไม่ happy หลายคนแฮะ แรงจูงใจที่เลือกรูปนี้ก็เพราะเห็นว่ามันแปลกดีครับ ไม่ได้เห็นกันบ่อย ๆ คุณ ชมย. บอกว่าไม่เหมาะสม ครูแดงแอบมีเคือง 555 ผมว่าหน้าตาท่านนายกฯ ในรูปนี้น่ารักดีครับ ประมาณว่านายก ฯ อาจจะกำลังคิดในใจว่ากูไม่น่ามางานนี้เล้ยยยย 555 ผู้จัดงานก็น่ารักนะครับเอาลูกโป่งมาทำหมวกให้นายก ฯ ใส่ :p



ความคิดเห็นที่ 41
น.ส.คะน้า วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 00.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chatsha
" May the force be with you. "

(0)
ไม่เดือดร้อนค่ะ อยู่คนเดียว กินข้าวนอกบ้านตลอด
แต่พอกลับบ้านช่วงสุดสัปดาห์ ต้องนั่งฟังแม่เลคเชอร์ (บ่น) จนเบื่อกันเลยทีเดียว.... เนื้อหาก็ประมาณนี้เลย

ปล.อะไรคือแรงบันดาลใจในการเลือกรูปประกอบentry คะพี่
ความคิดเห็นที่ 40
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

(0)
คห.35-36 คุณ backpacker 4X4

ตอบเหมือนจะโกรธผมเลยนะนั่น (ฮา)
อยากรู้น่ะครับ เลยถาม จขบ. (แต่ไม่ยอมไปศึกษาให้ผมซะนี่)
คำพูดอาจแสลงหูไปบ้าง ก็ขออภัย (ผมมักโดนว่าบ่อยๆ จากความคะนอง)

ขอบคุณข้อมูลการผลิตโดยละเอียดครับ
ปาล์มนี่เขาปลูกระยะเท่าไหร่ครับ 10X10 เมตรรึป่าว
ผมอยากรู้ว่าต่อไร่ จะลงทุนเท่าไหร่ เป็นกำไรเท่าไหร่
จาก 400 ต้น/ปี ดูกำไรในราคา 4 บาท ก็ยังมากกว่าทำนา 1 ไร่ 2 รอบนะครับ
แต่มันก็น้อยอยู่ดี แสดงว่าต้องใช้ปริมาณเยอะเข้าว่า
คือเพิ่มพื้นที่ปลูก เพิ่มจำนวนต้น ไม่ต่างก่ะทำนา

เรื่องกระทบสิ่งแวดล้อม ผมเย้าเล่นหรอกครับ อย่าถือสาเลย
ทำอะไรมันก็กระทบแทบทั้งหมดแหล่ะ ที่ทำได้คือเลือกทางที่ดีที่สุด แล้วแต่ว่าใครจะคิดทางไหน

ผมยังมึนก่ะเรื่องมะละกอที่สวนอยู่เลย ไม่ใช่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ แต่ไปกระทบเรื่องแมลงศัตรูกับพืชตัวอื่น มันลามระบาดไปเรื่อย
ความคิดเห็นที่ 39
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

(0)
อ้อ มีคนมาตอบคำถามนี่เอง
จขบ. เลยไปตาม
ความคิดเห็นที่ 38
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

(0)
อื่มม์

คุณปรัตยากะผมนี่ใจตรงกันดีแท้ ๆ

ผมเพิ่งรับเชิญจากรายการ "เล่าเมาข่าว" ที่ TV Springnews ช่วง 13.00 - 13.30 น. ให้ไปคุยเรื่อง "น้ำมันปาล์ม" ติดต่อกัน 2 วันคือ จันทร์ที่ 21 ก.พ.และ 22 ก.พ.54

กะว่าจะลำดับเรื่องราวมานำเสนอซะหน่อย

อ่านเรื่องของคุณปรัตยาแล้ว คงไม่มีอะไรเล่าแล้วละครับ

มุมมองของคุณกะผมในเรื่องเศรษฐกิจ ใกล้เคียงกันจัง อิอิ

มีบางเรื่องที่ผม
ความคิดเห็นที่ 37
ระพิน วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 21.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rapin

(0)
เรื่องนี้เรื่องจิตวิทยาล้วนๆๆ ถ้าคนเราๆๆทั้งหลายไม่คิดว่ามันขาด ก็ไม่ตุน นายทุนเล็ก ขวดแค่ไม่เกินร้อยไม่ได้ซื้อเก็บแค่ขวดเดียวหรอกครับ รัฐให้ซื้อไม่เกินครอบครัวละ 2ขวด
คนหกสิบล้านหารสี่ ก็ยี่สิบล้านแล้ว ไอ้ขวดเดียวนะใช้หลายวัน อยู่แต่ไอ้กลัวนี้สิ เลยหลายคนตุนกันใว้นี้ ผมว่ามากกว่านายทุนรายใหญ่ แก้ง่ายนิดเดียว มหาดไทยนะใช้งานเสียบ้าง ให้หมู่บ้านประชาสัมพันธ์ ว่าปาล์มไม่ขาด ทำไงก็ได้ให้คนเห็นว่าไปเมื่อไหร่ก็ไม่หมด นำเข้าทุกเดือนไปเลย ไม่ต้องบอกว่า เข้ามาแค่เดือนสองเดือน แม้นในความจริงจะนำเข้ามาแค่ที่ตั้งใว้ ปล่อยข่าวมามาเยอะๆๆ เด่วนายทุนเล็กก็ไม่ตุน เด่วพวกที่ตุนรายใหญ่ รีบปล่อยมาเอง
เคยเห็นพวกสต๊อกเหล็กเวลาเหล็กขึ้นมั๊ย ตูมพักเดียวเด่วก็ตก เพราะพวกนี้ซื้อไปใช้ แล้วถ้าขวดนึงใช้หลายวัน ลำพังแม่ค้านะ เด่วปรับตัวได้
ยิ่งตื่นยิ่งแพง ผมว่านะ
ความคิดเห็นที่ 36
backpacker4x4 วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

(0)
ปาล์มกระทบสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

จริงครับที่ปาล์มใช้น้ำมาก แต่ในทางกลับกัน ในพื้นที่ปลูกเท่ากันปาล์มผลิตออกซิเจนออกมาได้มากกว่าพืชให้น้ำมันชนิดอื่น เช่นถั่วเหลือง (นอกจากผลิตออกซิเจนน้อยแล้ว ยังผลิตคาร์บอนฯ เก่งด้วย) และปาล์มให้น้ำมันได้มากกว่า เมื่อเทียบกับทรัพยากรที่ใช้ไป
ความคิดเห็นที่ 35
backpacker4x4 วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

(0)
@เหยียบดินฯ

คำถามแรก สวนปาล์มไม่ต้องการดูแลมาก?
-ดูเหมือนจะเป็นยังงั้น แต่ที่จริงแล้ว ไม่ใช่
+ตัดหญ้า ก่อนใส่ปุ๋ย ของผม 400 ต้น ค่าจ้างราวๆ 3500 บาท ทำทุก 3 เดือน
+ตัดหญ้าเสร็จ ใส่ปุ๋ย ค่าปุ๋ยอย่างเลวๆ รอบละ 6000 บาท (กรณีทำเอง ถ้าจ้างก็มากกว่านี้) ทุก 3 เดือนเช่นกัน สรุป ทุกๆ 3 เดือนมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำประมาณ 10,000 บาท
+ตัดแต่งทางปาล์ม ก่อนเข้าหน้าแล้ง ค่าจ้างประมาณ 4000

-สรุป ปาล์ม 400 ต้น ค่าบำรุงรักษาปีละ ไม่น้อยกว่า 50,000 บาท.....น้อยหรือไม่ครับ?

ไม่ทำ ไม่ใส่ปุ๋ย ไม่แต่ง ไม่ตัดหญ้าได้หรือไม่?....ได้ครับ แต่มันก็จะไม่ออกผลเช่นกัน

-ใน 1 ปี ปาล์ม 400 ต้น ได้ผลผลิตเฉลี่ยรอบละ ตันครึ่ง x 18 รอบ = 27,000 กก./ปี
ถ้าราคา กก.ละ 3 บาท x 27,000 = 81,000

81,000 บาท ลบค่าจ้างตัด กก.ละ 0.45 สต. เป็นเงิน 12,150

ดังนั้น เจ้าของสวนมีรายรับปีละ 81,000 - 50,000 - 12,150 = 18,850 บาท....นี่คือโดยเฉลี่ยที่เจ้าของสวนจะได้รับ ตลอดทั้งปีนะครับ

ดังนั้น ด้วยราคาปุ๋ย ราคาน้ำมันดีเซลปัจจุบัน ราคาปาล์ม ควรจะอยู่ที่ ไม่น้อยกว่า 4 บาทครับ
ความคิดเห็นที่ 34
ปรัตยา วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

(0)
@เพชรชมพู

ตัดใจจากน้ำมันถั่วเหลืองได้ อย่าตัดใจจากปรัตยาก็พอครับ :D


@เหยียบดินมองฟ้า

อ่า ... บ้านผมอยู่เชียงใหม่ครับ คงจะไปศึกษาตามที่วานไม่ได้ ต่อให้ไปได้ก็ไม่ไปครับ ;D


@ชายแม้น

ด้วยความยินดีครับ


@ยี่เป็งสัมทราย

ผ๋มก่อบะฮู้เหมือนกั๋นคับ :D


@จ่าจินต์

สบายดีครับหมวด ;)


ความคิดเห็นที่ 33
จ่าจินต์ วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

(0)
โหวตครับพี่..
อ่านข่าววันนี้..
สวาปาล์ม..
จริงๆๆ..
พี่สบายดีนะครับผม..
ความคิดเห็นที่ 32
ยี่เป็งสัมทราย วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 21.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yeepengsansai
yeepeng sansai

(0)
อ่านแล้วมองเห็นภาพดีแต่สงสัยว่าไอ้คนรับผิดชอบเรื่องนี้มันไม่รู้เรื่องหรือทำงานไม่เป็น ก็ได้แต่คิดว่างวดหน้าจะพยายามเลือกคนเหล่านี้ไปทำงานต่อช่วยๆกันเลือกเน่อ พี่น้อง
ความคิดเห็นที่ 31
ชายแม้น วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/changman

(0)
ขอบคุณที่ชี้แจง ได้กระจ่าง อีกครั้ง ครับ
ความคิดเห็นที่ 30
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 21.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

(0)
สวนปาล์มตามที่สูงๆ เขาใช้น้ำกันจากที่ไหนอ่ะท่าน
รอน้ำฝนเหรอ แบบสวนยางอ่ะ

ผมไม่มีเวลาศึกษา วานท่านศึกษาแทนหน่อย
ความคิดเห็นที่ 29
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

(0)
คราวนี้ มาในฐานะนักจัดการสิ่งแวดล้อม

ความว่า...

การปลูกปาล์ม มีการใช้น้ำปริมาณสูงมาก ส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนน้ำในชั้นดิน และผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำของสังคมสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ทั้งพืชและสัตว์ ปาล์มจัดว่าเป็นชนิดพันธุ์ที่สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศค่อนข้างสูง ใช้น้ำอย่างสิ้นเปลือง ...


เลิกทำสวนปาล์มซะ
ความคิดเห็นที่ 28
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 20.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

(0)
สรุปว่า "บ้านเรามักไม่ยอมรับความจริง"
ชิมิครับ ชอบฝืนๆ

เขาว่ากันว่าให้ปล่อยตามกลไกตลาดไม่ใช่เหรอท่าน
มันถึงจะยุติธรรม แฟร์ๆ
นี่เขาเรียกว่าแทรกแซง หรือมือลึกลับมากวนตลาด
(มือถึงไม่ว่า มือไม่ถึงชอบสอด-ฮา)

แล้วอีกอย่าง ก็คือ ความไม่รู้จักพอ
อันนี้เป็นกันทั่วไป หาเจอได้ง่ายตามตลาดสด(ฮา)

ถ้าทำแล้วขาดทุน ไม่ทำน่ะดีแล้ว น่าเห็นใจ
แต่ผมยังสงสัยเรื่องราคาปาล์มสด
สวนปาล์มไม่ต้องดูแลมากมิใช่หรือ
เห็นๆ เวลาออกไปทำงานน่ะ ทางใต้มีแต่สวนยางก่ะสวนปาล์ม

จะเอาราคากี่บาทถึงจะพอใจ
ฮึ..เกษตรกร

เอ่ออ..ลืมไป...ผมอยู่ข้างเกษตรกรนี่นา
ความคิดเห็นที่ 27
เพชรชมพู วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinkdiamond
                      

(0)
เมื่อวานไปซื้อน้ำมันรำข้าวขวดละ 117 บาทมาใช้แทนน้ำมันถั่วเหลือง

เหลือบไปเห็นน้ำมันถั่วเหลืองขายปี๊บละ 1000 ยังตัดใจซื้อไม่ลง

ถ้าน้ำมันที่ซื้อตุนไว้หมด คงถึงเวลาตัดใจลงล่ะค่ะคุนพรี่
ความคิดเห็นที่ 26
ปรัตยา วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 20.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

(0)
@ChaiManU

ขอบคุณมากครับคุณชายแมนยู เข้ามาช่วยปั่น แต่ปั่นไปก็เท่านั้นแหละครับ อ.เจิมศักดิ์ ไม่เอาเอนทรีผมไปอ่านออกอากาศทางวิทยุและโทรทัศน์หรอกครับ ;p


@kamolnum

คุณหนุ่มต้องถาม ผบ.ทบ. ครับรับรองเข้าใจลึกซึ้ง :D


@ATOM2010

คุณอะตอมเป็นหนุ่มโสดหละสิ ;D


@ลูกเสือหมายเลข9

ระหว่างนายกฯ กับประชาชนใครน่าสงสาร? ผมคิดว่านายกฯ ไม่น่าสงสารครับ เพราะอาสาเข้ามาทำงาน ต้องบอกว่าน่าเห็นใจครับ ส่วนประชาชนไม่รู้ว่าน่าสงสารหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ประชาชนลำบาก และจากนี้ไปจะลำบากยิ่งขึ้นครับ น้ำมันปาล์มเป็นแค่ดาบแรก ๆ เท่านั้นเอง


@market

โฮ่ง!!


@หนอนกระทู้

อนาคตรัฐมนตรีพาณิชย์เชียวเหรอครับ ขอบคุณที่อวยพรเลือกตั้งครั้งหน้าอย่าลืมเลือกปรัตยา เบอร์ 5 นะครับ :D


@popladda

อ่า ... ผมไม่ใช่คนเก่งครับ ไม่ใช่คนขยันด้วย คิดว่าเป็นคนน่ารักครับ อืมมม ใช่เลย เป็นคนน่ารักมาตั้งแต่เด็กครับ ;P


@อาคม

ตอนเย็นกลับมา ก็เมาแอ๋แระ ไม่ต้องมาหลอกให้ดีใจเรยยย :D


@ครูแดง

แหมก็ครูแดงเล่นซื้อเป็นล็อตนี่ครับมันจะหมดได้อย่างไร (ฮา) เรื่องรูปนายกฯ ผมเจตนาหนะครับ :D


@เก็ดถวา

อ่านออกเสียงรึเปล่าครับ ;)


@คมเย็น

ช่วงนี้น้ำมันหมูแพงขึ้นแล้วครับ


@Kati

อันที่จริงเรื่องน้ำมันปาล์มยังมีอีกหลายมุมมองครับ ผมตัดมาแค่สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาบานปลาย ที่เอามาเขียนบล็อกก็เพราะจนถึงวันนี้รัฐบาลยังอธิบายให้ประชาชนเห็นภาพรวมไม่ได้ว่าทำไมน้ำมันปาล์มจึงขาดตลาด รัฐมนตรีคนนี้พูดที คนนั้นพูดที ขาด ๆ วิ่น ๆ ประชาชนก็เลยสับสนครับ (ผมคิดว่ารัฐบาลอยากให้ประชาชนสับสนนั่นแหละ - ฮา - เพราะถ้าไม่สับสนรัฐบาลจะโดนด่ามากกว่านี้)


@backpacker4x4

รัฐบาลมีเจตนาที่ดีครับ แต่ฝีมือไม่ถึงเรื่องมันเลยบานปลายแบบนี้ ถ้ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบเอาใจใส่ดูแลตั้งแต่แรกน่าจะไม่วุ่นวายครับ


@ภาษาหลากสี

ผมเขียนแค่นี้ คุณหนอนกระทู้บอกว่าอนาคตรัฐมนตรีพาณิชย์ ถ้าผมตอบคำถามคุณนิดนรี ผมคงจะไปได้ถึงนายกฯ เป็นแน่ครับ :D คำถามง่าย ๆ แต่ตอบยาก หากเป็นรัฐบาลจะทำอย่างไร? ขอยกยอดไปตอบในเอนทรีหน้านะครับ ;)


@รักแห่งสยามประเ้ทศ

หมูสามชั้นคงไม่ขาดตลาดหรอกครับ แต่แพงขึ้นแน่นอนครับ ;)



ความคิดเห็นที่ 25
รักแห่งสยามประเ้ทศ วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panuwat838084
Facebook: Panuwat Sangpum

(0)
ขอบคุณมากๆ ครับ ผมก็เคยสงสัยอย่างที่หลายๆ คนสงสัยครับ ว่าน้ำมันอื่นๆ (ถั่วเหลือง รำข้าว ข้าวโพด ดอกทานตะวัน ฯลฯ) พากันหายไปไหนกันหมด อีกหน่อยผมว่าแม้แต่หมู 3 ชั้นก็อาจขาดตลาด !
ความคิดเห็นที่ 24
ภาษาหลากสี วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 17.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

(0)
อ่านแล้วน่ะ
แล้วถ้าคุณปรัตยา เป็นรัฐบาล จะทำยังไงค่ะ
ความคิดเห็นที่ 23
backpacker4x4 วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 16.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

(0)
ในฐานะของผู้มีสวนปาล์ม ขอบอกว่า
ถูกต้อง ตรงเผงเลยครับ
ปีที่ผ่านมา ฝนแล้งเร็ว ทำให้ปาล์มหมดเร็ว ไม่มีน้ำ ก็ไม่มีผล ราคาถึงแม้จะสูงเกิน 7 บาท แต่ก็มีแต่ราคา ไม่มีปาล์มไปขายครับ

จากเรื่องที่มันขาดตามเหตุผลทางธรรมชาติ กลับกลายเป็นพยายามบิดเบือนมันจนผิดธรรมชาติ ก็เลยวุ่นอย่างที่เป็นนี่แหละครับ
ความคิดเห็นที่ 22
ChaiManU วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)

ความคิดเห็นที่ 21
Kati วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kati1789

(0)
สวัสดีครับ ท่านปรัตยา

ตั้งใจอ่าน ข้อเขียนขนาดยาว
ถึงข้อสังเกตทางเศรษฐศาสตร์
ถึง กรณี การบิดเบือนกลไกตลาด
ในน้ำมันปาล์ม อย่างตั้งใจ

พบถึงคำถามในใจมากมาย
ที่ขออ่านอีกสักสองรอบ แล้ว จะย้อนมาตอบความ
ถึงสิ่งที่ รัฐบาล รัฐนาวาประชาธิปัตย์ ทำให้เกิดปัญหา
กระทั่งส่งผลต่อการฟาดฟัน ในคณะรัฐมนตรี

ประเด็นนี้ น่าสนใจอย่างยิ่งครับ ท่าน
ความคิดเห็นที่ 20
คมเย็น วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komyen

(0)
น่าจะส่งเสริมให้เจียวน้ำมันหมูมาใช้เหมือนสมัยก่อน
มีงานวิจัยใหม่ๆที่พิสูจน์ให้เห็นว่า
น้ำมันหมูไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าน้ำมันพืช
ดังที่โดนฝรั่งแหกตามานานหลายปี
ความคิดเห็นที่ 19
เก็ดถวา วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 15.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gedtawa
ความใฝ่ฝันแสนงามแต่ครั้งเคยเนา ชื่นหวานในใจเราอยู่มิเว้นวัน 

(0)
อ่านแล้วค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 18
ครูแดง วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 14.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

(0)
-จริงๆนะที่บ้านกินน้ำมันถั่วเหลือง..แล้วกินไม่เยอะ
ที่เขาเข้าคิวกันนะ ยังไม่เคยไปเข้าเลย
เพราะที่ซื้อไว้ยังไม่หมด...

-แอบไม่พอใจรูปนายกฯนะ...
ความคิดเห็นที่ 17
อาคม วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/akom

(0)
แปะไว้ก่อน ตอนเย็นกลับมาอ่านครับ
ความคิดเห็นที่ 16
ลุงตุ่ย วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 13.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

(0)
เข้าใจแล้ว

ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ 15
popladda วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 13.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lamjuan

(0)
อ่านเพลินได้ความรู้ดีมาก

ผมรู้สึกว่า คนเก่งนี่ มันเก่งมาตั้งแต่เด็กนะ คุณปรัตยาเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าครับ?
ความคิดเห็นที่ 14
ปรัตยา วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

(0)
ตอนแรกว่าจะอู้ไม่ตอบเมนต์ตามเคย แต่พอดีมีเมนต์ที่ต้องตอบอยู่ 2 เมนต์ครับนั่นคือ

ความคิดเห็นที่ 7 ของลุงตุ่ย
...
หลังจากปัญหาน้ำมันปาล์มขาดตลาด
"น้ำมันถั่วเหลือง"หายไปไหนครับ
เหลือน้ำมันรำข้าวข้าวขวดละร้อยกว่าบาทแทนครับ

และ

ความคิดเห็นที่ 9 ของคนปางยาว

ฉันไม่เคยใช้น้ำมันปาล์ม เคยใช้แต่น้ำมันถั่วเหลือง...แล้วทำไมไม่มีใครพูดถึงน้ำมันอื่นๆ นอกจากน้ำมันปาล์ม


-----------------------------------------------


น้ำมันถั่วเหลืองหายไปจากชั้นวาง เป็นเรื่องยาวอีกเรื่องนึงครับ ถ้าจะให้เขียนตอบกันจริง ๆ ต้องแยกเป็นอีกเอนทรีนึงเลยทีเดียว เนื่องจากผมสันหลังยาวขอตอบโดยคร่าว ๆ นะครับ

น้ำมันถั่วเหลืองเป็นนิยายคนละเรื่องกันกับน้ำมันปาล์มครับ ไม่ได้หายไปเพราะโรงกลั่นน้ำมันถั่วเหลืองนิสัยไม่ดีโก่งราคาอย่างที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจกันด้วยครับ สาเหตุที่น้ำมันถั่วเหลืองหายไปในตอนแรกเกิดจากน้ำมันปาล์มขาดตลาดอย่างที่เรารู้กัน ไม่มีน้ำมันปาล์มน้ำมันถั่วเหลืองก็ได้

แต่ที่กลายเป็นปัญหาขึ้นมาก็เพราะราคาอาหารสัตว์ครับ พาณิชย์ไล่บี้ราคาอาหารสัตว์ด้วยเช่นกัน แม้ว่าราคาอาหารสัตว์จะไม่ถูกควบคุม (เท่าที่ผมทราบมา) แต่เพื่อควบคุมราคาเนื้อสัตว์ซึ่งเป็นอาหารของคนไม่ให้สูง พาณิชย์จึงบี้ราคาอาหารสัตว์อย่างหนัก ผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์จึงได้นำเข้ากากถั่วเหลืองราคาถูกจากต่างประเทศ (พาณิชย์อนุมัติให้นำเข้าได้) มาลดต้นทุนการผลิต

การนำเข้ากากถั่วเหลืองนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา โรงงานสกัดน้ำมันถั่วเหลืองสามารถขายน้ำมันถั่วเหลืองในราคาควบคุมได้ (น้ำมันถั่วเหลืองก็เป็นสินค้าที่ถูกควบคุมราคานะครับ) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการขายกากถั่วเหลืองเป็นอาหารสัตว์ได้กำไรอีกต่อหนึ่ง ทีนี้พอพาณิชย์อนุญาตให้นำเข้ากากถั่วเหลืองราคาถูก โรงงานสกัดน้ำมันถั่วเหลืองก็อ้วกสิครับ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ไม่ยอมซื้อกากถั่วเหลืองในราคาแพง โดนกดราคากันถ้วนหน้า ในขณะที่เมล็ดถั่วเหลืองมีราคาสูงขึ้นเหมือนกับผลปาล์มสด (แม้จะไม่มากเท่า) แต่กลับขายกากถั่วเหลืองได้ในราคาต่ำ แถมยังถูกควบคุมราคา สุดท้ายก็ลงเอยแบบน้ำมันปาล์ม นั่นคือโรงงานหยุดสกัด ไม่อย่างนั้นแล้วชะตากรรมก็จะไม่ต่างจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มคือขาดทุน

บางโรงงานดิ้นหนีตายขายบรรจุขวดในราคาควบคุมขาดทุนแน่ จะขายเป็นล็อตแบบน้ำมันปาล์มก็ไม่ได้ อุตสาหกรรมไม่ใช้ เลยแอบเอามาขายเป็นล็อตในตลาดมืดให้พ่อค้าเอาไปใส่ถุงขาย (ราคาควบคุมลิตรละ 46 บาท แอบขายที่ลิตรละ 48.55 บาท เพื่อชดเชยราคากากถั่วเหลืองที่โดนกดราคา) ได้ผลครับโดนจับไปตามระเบียบ น้ำมันถั่วเหลืองจึงหายไปจากตลาดแบบถาวร ไม่มีโรงงานไหนกล้าขายในตลาดมืด

การจับน้ำมันถั่วเหลืองในตลาดมืดเป็นความหวังดี เป็นความรักของรัฐบาลเหมือนกับน้ำมันปาล์ม รัฐบาลอยากให้มีน้ำมันถั่วเหลืองบรรจุขวดขายในราคาควบคุมเพื่อให้ประชาชนไม่เดือดร้อน แต่ผลของมันกลับทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้น เพราะน้ำมันปาล์มอยู่ในสถานะไม่มีขาย ราคาในตลาดโดดไปอยู่ที่ลิตรละ 65 บาท น้ำมันถั่วเหลืองแอบขายแม้จะสูงกว่าราคาควบคุม (พาณิชย์อ้างว่าต้นทุนอยู่ลิตรละ 39 บาท แอบเอามาใส่ถุงขายไม่ยอมใส่ขวดลิตรละ 48.55 บาท เป็นการเอากำไรเกินควร - ต้นทุน 39 บาทไม่รู้ว่าคำนวนเมื่อไหร่เหมือนกับต้นทุนน้ำมันปาล์มนั่นแหละ) แต่น้ำมันถั่วเหลืองไม่อยู่ในสถานะไม่มีขาย คือสามารถผลิตเพิ่มได้ไม่จำกัด ไม่ได้ขาดแคลนวัตถุดิบเหมือนปาล์มสด หากมีน้ำมันถั่วเหลืองป้อนตลาดแม้จะแพงกว่าเดิม แต่ก็จะช่วยผ่อนคลายความขาดแคลน ทำให้ราคาน้ำมันพืชในท้องตลาดไม่สูงจนเกินไปนัก (น่าจะถูกกว่าลิตรละ 65 บาท)


จากมีทางเลือก เลยกลายเป็นไม่มีทางเลือกไปในที่สุดครับ
ความคิดเห็นที่ 13
หนอนกระทู้ วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gotonongkhai
ร้อยเรื่องพันราวของชาวเน็ต

(0)
แสดงวิสัยทัศน์ได้ขนาดนี้ อนาคต รมต.พาณิชย์เห็นๆ
ความคิดเห็นที่ 12
ChaiManU วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
แวะมาดูว่า ขึ้นเรื่องแนะนำรึยัง
ความคิดเห็นที่ 11
ChaiManU วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
อ่านจบแล้ว มีข้อสงสัยประการเดียวว่า

ตกลงพี่ปรัตยาเป็นสายลับปลอมตัวมา หรือว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์กันแน่ครับ


ความคิดเห็นที่ 10
market วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

(0)
เป็นเช่นนี้นี่เอง....รู้เยอะจัง
ความคิดเห็นที่ 9
คนปางยาว วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonpangyao
พเนจร ส.สะพานขาว 

(0)
ฉันไม่เคยใช้น้ำมันปาล์ม เคยใช้แต่น้ำมันถั่วเหลือง...แล้วทำไมไม่มีใครพูดถึงน้ำมันอื่นๆ นอกจากน้ำมันปาล์ม
ความคิดเห็นที่ 8
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(0)
มีภาคต่ออีก...
หนัง(ชีวิต)เรื่องนี้จะเป็นหนัง"ไตรภาค"ไหมเนี่ย ...

ปล.ระหว่าง"นายก"กับ"ประชาชน"ใครน่าสงสารกว่ากันครับ
ความคิดเห็นที่ 7
ลุงตุ่ย วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

(0)
สงสัยนะครับ
ผมไม่เคยใช้น้ำมันปาล์ม
ใช้แต่น้ำมันถั่วเหลือง
ซึ่งหายไปจากชั้นวาง
ในซุปเปอร์มาร์เก็ต
หลังจากปัญหาน้ำมันปาล์มขาดตลาด
"น้ำมันถั่วเหลือง"หายไปไหนครับ
เหลือน้ำมันรำข้าวข้าวขวดละร้อยกว่าบาทแทนครับ
ความคิดเห็นที่ 6
ATOM2010 วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ATOM2010

(0)
สวสัดีครับ..ผมอ่านแล้วครับ ..ข้อมูลน่าสนใจ..ตรงประเด็นมากๆ...คนปลูกก็อยากได้ราคาแพง คนผลิต ก็อยากได้ต้นทุนต่ำ...คนซวยเลยเป็นพ่อค้าแม่ค้า...ส่วนผมเองไม่ค่อยเดือนร้อนกับเรื่องนี้มากนักครับ..น้ำมันขวดหนึ่ง บางทีใช้ 2 เดือนยังไม่หมดเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 5
kamolnum วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

(0)
มันเป็นอย่างงี้นี่เอง


ตอนแรกสงสัยว่าทำไมไม่บริโภคน้ำมันพืชประเภทอื่น
เป็นเพราะน้ำมันปาล์มมันถูกที่สุดนั่นเอง
ความคิดเห็นที่ 4
ChaiManU วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
ตอนหน้าพบกับปัญหาน้ำมันปาล์ม ตามสไตล์ปรัตยา ภาคสอง ในชื่อตอนว่า "กองทุนน้ำมันปาล์ม ตามสไตล์ปรัตยา" ยาวอ่านกันอ้วกแตกอ้วกแตนแน่นอนครับ


งั้นรออ่านตอนจบทีเดียวเลยดีกว่า
ความคิดเห็นที่ 3
ChaiManU วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
รูปนายกฯ น่าเกลียดไปมั๊ย เปลี่ยนรูปใหม่ดีกว่ามั๊ง

ก็ยังไม่ได้อ่านอยู่ดี
ความคิดเห็นที่ 2
ChaiManU วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
เรื่องนี้ ท่าทางจะ มัน ดี

ยังไม่(ได้)อ่าน...เหมือนเดิม
ความคิดเห็นที่ 1
ChaiManU วันที่ : 22/02/2011 เวลา : 11.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
ยาววววว จัง ยังไม่(ได้)อ่าน
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน