• ปรัตยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-16
  • จำนวนเรื่อง : 142
  • จำนวนผู้ชม : 386129
  • จำนวนผู้โหวต : 930
  • ส่ง msg :
  • โหวต 930 คน
xbox commercial

อย่าจำกัดจินตนาการของคุณเอาไว้เพียงในโลกแห่งความเป็นจริง

View All
<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by ปรัตยา , ผู้อ่าน : 3475 , 15:43:12 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน

สวัสดีครับเพื่อน ๆ บล็อกเกอร์และท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน เอนทรีนี้เป็นตอนที่สองที่เขียนต่อเนื่องจากเอนทรีก่อนครับ ท่านที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรกจะย้อนไปอ่านก่อน หรือเริ่มอ่านจากเอนทรีเลยก็ได้ครับ

ตอนแรก

ปัญหาน้ำมันปาล์ม ตามสไตล์ปรัตยา
http://www.oknation.net/blog/chief-dan/2011/02/22/entry-1


มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ ขืนให้ผมเขียนอารัมภบทประเดี๋ยวก็จะออกทะเลกว้างจนกลับเข้าสู่เนื้อหาไม่ได้อีก (ฮา) จั่วหัวเรื่องไว้ว่า "กองทุนน้ำมันปาล์ม ตามสไตล์ปรัตยา" ก็เพราะหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์โดนด่าซะอ่วมที่ปล่อยให้น้ำมันปาล์มขาดตลาดและมีราคาแพง กระทรวงพาณิชย์เลยต้องคิดหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำขึ้นอีกในอนาคต (สำหรับในปัจจุบันทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากนำเข้าน้ำมันธงฟ้ามาแก้ผ้าเอาหน้ารอด) โดยที่จะของบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล 1,000 ล้านบาท มาเป็นเงินขวัญถุงเปิดกองทุน ซึ่งก็ถูกนายกฯ อภิสิทธิ์เบรคซะหน้าคว่ำหน้าหงายกลางที่ประชุม ครม. เล่นเอาเจ้ากระทรวงค้อนปะหลับปะเหลือก

กองทุนน้ำมันปาล์ม เป็นเรื่องของอนาคตครับยังไม่เกิด ที่ผมเอามาเขียนก็เพราะในทันทีที่นายกฯ อภิสิทธิ์เบรคโครงการนี้ด้วยเหตุผลที่สุดแสนจะคลาสสิกว่า "ยังไม่มีความจำเป็น" เสียงซี้ดซ้าดจากคนที่อยากได้ก็ดังอึ่งมี่ ก็ก่นด่านายกฯ นั่นแหละครับ น้ำมันปาล์มเป็นปัญหาใหญ่ขนาดนี้แล้วไยนายกฯ รูปหล่อถึงได้ไม่เห็นความสำคัญ ไม่รักประชาชนนี่หว่า (ฮา)
.
.
.
นายกรัฐมนตรี
.

ก่อนที่เราจะไปเรื่องกองทุนน้ำมันปาล์ม เรามาเข้าใจเรื่องกองทุนกันก่อนครับ กองทุนในบ้านเรามีอยู่หลายประเภทครับ เอาเงินมารวมกันทำอะไรสักอย่างล้วนเรียกว่ากองทุนทั้งนั้น แต่กองทุนที่เราจะพูดถึงกันในเอนทรีนี้ เราจะพูดกันจำกัดเฉพาะกองทุนที่เรียกว่า "กองทุนรักษาเสถียรภาพราคา" ซึ่งในเมืองไทยผมไม่ทราบว่ามีกองทุนแบบนี้กี่กองทุน แต่มีอยู่สองกองทุนที่ชื่อคุ้นหูและจะนำมาเป็นตัวอย่างในเอนทรีนี้ นั่นคือ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายนั่นเองครับ

.
กองทุนทั้งสองต่างก็เป็นกองทุนรักษาเสถียรภาพราคาเหมือนกัน นั่นคือตั้งขึ้นมาเพื่อรักษาระดับราคาไม่ให้ผันผวนมากจนเกินไป และเพื่อป้องกันการขาดแคลนสินค้าเป้าหมายของกองทุนขาดตลาด แต่มีข้อแตกต่างกันเล็กน้อยตรงวิธีการแทรกแซงครับ

กองทุนรักษาเสถียรภาพฯ ใช้หลักการคนซื้อเป็นคนจ่าย โดยที่รัฐบาลแทบจะไม่ต้องจ่ายเงิน ตรงนี้นี่แหละครับที่ทำให้กองทุนน้ำมันปาล์มต้องอกหักเพราะเริ่มมาก็ขอเงินเลย 1,000 ล้านบาท (ผมคิดว่ากระทรวงพาณิชย์กะจะเอาเงิน 1,000 ล้านบาทไปลดหนี้ให้ อคส. ซึ่งกำลังจะกระอักเลือดจากการนำเข้าน้ำมันปาล์มราคาแพงมาขายถูกแบบเนียน ๆ)

.
หลักการคนซื้อเป็นคนจ่ายนี่มันเป็นยังไงเหรอปรัตยา?

.
ง่ายมากเลยครับ รัฐบาลก็บวกเข้าไปในราคาสินค้าเลยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเอากี่บาทก็บวกเข้าไปในราคาน้ำมันขายปลีกเลย กองทุนอ้อยและน้ำตาลก็บวกเข้าไปในราคาน้ำตาลทรายขายปลีกเลย คนซื้อน้ำมันหรือน้ำตาลจึงเป็นคนจ่ายเงินเข้ากองทุน รัฐบาลจะเข้ามาช่วยเหลือกองทุนก็ต่อเมื่อสภาวะการเงินของกองทุนอยู่ในภาวะวิกฤตเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นการตรึงราคาน้ำมันครั้งก่อนตอนที่ขึ้นไปแตะ 100 ดอลล่าร์สหรัฐใหม่ ๆ รัฐบาลใช้เงินกองทุนน้ำมันจนหมด เลยต้องตั้งงบประมาณอุดหนุนกองทุน (ยกให้เฉย ๆ นั่นแหละ) 5,000 ล้านบาท ซึ่งผิดหลักการคนซื้อเป็นคนจ่าย เพราะเงิน 5,000 ล้านบาทนั้นมาจากผู้เสียภาษีทุกคนไม่ว่าจะมีรถส่วนตัวที่ต้องเติมน้ำมันหรือไม่ อันนี้เป็นการช่วยเหลือแบบตรง ๆ ช่วยเหลือแบบอ้อม ๆ ก็อย่างเช่นกองทุนอ้อยและน้ำตาลไม่มีเงินจ่ายชดเชยค่าอ้อย  รัฐบาลก็ให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลไปกู้เงิน ธกส. โดยรัฐบาลค้ำประกันให้ (ซึ่งกองทุนฯ อยากให้รัฐบาลอุดหนุนมากกว่า - ไม่ต้องใช้หนี้)

การที่รัฐบาลตั้งงบประมาณเข้าไปอุดหนุนกองทุน ไม่ใช่สิ่งที่ดีนะครับ เพราะมันก็เท่ากับว่าคนซื้อต้องจ่ายสองรอบ จ่ายเงินเข้ากองทุนยังไม่พอ ยังเอาเงินภาษีไปจ่ายอีกรอบ แถมคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องก็ต้องจ่ายด้วย เพราะเงินภาษีมาจากทุกภาคส่วนของประเทศ

ข้อดีของกองทุนฯ มีอยู่อย่างเดียวครับ คือมีเงินสำหรับเอาไปแทรกแซง ส่วนข้อเสียนั้นยาวเหยียดเริ่มตั้งแต่ข้อเสียจากการแทรกแซงเลยทีเดียว การแทรกแซงราคาเป็นการบิดเบือนกลไกราคาตลาดครับ อย่างที่ผมเล่าในเอนทรีที่แล้ว การบิดเบือนกลไกราคาตลาดหากทำระยะสั้น ๆ เป็นเรื่องที่ดีไม่มีปัญหาครับ ยิ่งสั้นเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น เป็นเหมือนกับเบาะลมลดแรงกระแทก แต่ถ้าทำต่อเนื่องนาน ๆ ล้วนแต่เป็นภัยร้ายแรง

.
กลไกราคาตลาดมันสำคัญมากนักหรือไง ทำไมถึงแทรกแซงนาน ๆ ไม่ได้?

.
ในโลกทุนนิยมที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้ กลไกราคาตลาดเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจครับ กฏแรงซื้อ-แรงขาย (Demand-Supply) เป็นแกนกลางของกลไกราคาตลาด สินค้าที่คนต้องการเยอะแต่มีน้อยจะมีราคาแพง สินค้าที่คนต้องการน้อยแต่มีเยอะจะราคาถูก ราคาสินค้าดีจะเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ผลิตผลิตออกมาจำหน่ายให้มากที่สุดเพื่อเงินในกระเป๋าที่เพิ่มพูนขึ้น ในขณะเดียวกันราคาสินค้าที่แพงก็จะทำให้ผู้บริโภคลดการบริโภคลงเพื่อความอยู่รอดยาวนานของเงินในกระเป๋าเช่นกัน ซึ่งสุดท้ายแล้วแรงซื้อและแรงขายก็จะเข้าสู่สภาวะสมดุลย์ คือมีสินค้ามากขึ้นจนราคาลดลง (supply เพิ่มราคาลด-กรณีอ้อยและน้ำตาล) หรือในกรณีที่สินค้ามีน้อยไม่สามารถเพิ่มได้ คนซื้อก็จะลดการบริโภค (demand ลด ราคาไม่เพิ่มขึ้น-กรณีน้ำมันเชื้อเพลิง)

การแทรกแซงราคาเป็นการบิดเบือนกลไกราคาตลาด กองทุนอ้อยและน้ำตาลกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่างกันตรงนี้ครับ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใช้เงินกองทุนแทรกแซงราคาจำหน่ายเพื่อช่วยเหลือคนซื้อ ส่วนกองทุนอ้อยและน้ำตาลใช้เงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนขาย

ในส่วนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะพูดสั้น ๆ นะครับ เพราะถ้าจะเล่ากันจริง ๆ เฉพาะเรื่องนี้ก็ยาวเกิน 3 เอนทรี การแทรกแซงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทำกันอยู่ 2 วิธีครับ วิธีแรกคือใช้การเก็บเงินเข้ากองทุนเป็นบัฟเฟอร์ (Buffer-ภาษาไทยเค้าว่าเป็นเบาะกันกระแทก) คือถ้าน้ำมันในตลาดโลกขึ้นราคาก็ลดการเก็บเงินเข้ากองทุนลง ถ้าน้ำมันในตลาดโลกลดราคาก็เก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่ม ทำให้ราคาน้ำมันไม่เคลื่อนไหวรุนแรง ขึ้นลงไม่เยอะ อีกวิธีนีงก็คือใช้เงินกองทุนเข้าไปตรึงราคา แปลง่าย ๆ ว่าซื้อแพงมาขายถูกนั่นแหละครับ ส่วนที่ขาดทุนก็เอาเงินกองทุนจ่ายชดเชยให้กับโรงกลั่น (ตอนโรงกลั่นกำไร ไม่เห็นมาจ่ายชดเชยให้เรามั่งเลย - ฮา)

การทำบัฟเฟอร์หรือการตรึงราคา ถ้าทำในช่วงสั้น ๆ เป็นเรื่องที่ดีครับ บิดเบือนกลไกแค่ช่วงสั้น ๆ เพื่อให้คนซื้อมีโอกาสปรับตัว ไม่ช็อคหัวใจวายกับราคาน้ำมันที่พุ่งพรวดอาทิตย์เดียวขึ้นห้ารอบ หลังจากแทรกแซงก็ต้องค่อย ๆ ปรับราคาให้สูงขึ้นทีละนิดจนกระทั่งราคาเป็นไปตามกลไกตลาดแล้วจึงหยุดแทรกแซง

แต่รัฐบาลของเรารักประชาชนครับ ยอมทำผิดหลักการทั้งหมดของการแทรกแซง ตั้งแต่ตรึงราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเพียงอย่างเดียว (น้ำมันดีเซลที่ใช้ในรถยนต์) การตรึงราคาดีเซลก็ทำทั้งสองแบบครับคืองดเก็บเงินเข้ากองทุน และเอาเงินกองทุนมาจ่ายชดเชยซื้อดีเซลแพงมาขายถูก โดยเงินที่ใช้ตรึงราคาก็เป็นเงินกองทุนที่เก็บจากคนซื้อน้ำมันเบนซิน คนใช้รถเบนซินบ้านเราเลยกลายเป็นคนอุ้มคนใช้รถดีเซล แทนที่จะเป็นคนใช้รถดีเซลอุ้มคนใช้รถดีเซลตามหลักการ เมืองนอกเบนซินถูกกว่าดีเซล เมืองไทยดีเซลถูกกว่าเบนซิน นี่คือความบิดเบี้ยวของกลไกราคาครับ

การทำแบบนี้รัฐบาลก็มีเหตุผลนะครับ เพราะราคาน้ำมันดีเซลมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการขนส่ง รถบรรทุกหนักเป็นรถดีเซลทั้งหมด ถ้าน้ำมันดีเซลแพงค่าขนส่งก็จะแพง ค่าขนส่งแพง ราคาสินค้าทุกชนิดก็จะแพง

ถ้าผิดหลักการแทรกแซงแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก็คงไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ แต่พี่ไทยของเราบิดเบือนกันมานานกว่าสามปีแล้วครับ (ผมคิดว่าน่าจะ 5 ปีด้วยซ้ำไป) ปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงตอนนี้ก็แค่รอเวลาแตกโพล๊ะเปิดตัวให้อลังการงานสร้างแค่นั้นเองครับ ผลของการบิดเบือนกลไกเป็นระยะเวลานานก็เริ่มเห็นกันแล้วครับนั่นคือ ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลไม่ลดลง (ปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นอีกต่างหาก) ในขณะที่ความพยายามในการลดการใช้น้ำมันดีเซลไม่คืบหน้า รถดีเซลไม่สามารถใช้ CNG ทดแทนการใช้น้ำมันได้ทั้งหมดเหมือนรถเบนซิน การติด CNG ในรถดีเซลไม่สามารถลดการใช้น้ำมันดีเซลได้อย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้นว่าจะออกกฏหมายบังคับให้รถดีเซลทุกคันติดตั้ง CNG หรือการใช้น้ำมันปาล์มมาผสมน้ำมันดีเซล (B2, B3, B5) ไบโอดีเซลพวกนี้ไม่ได้ทำให้ราคาน้ำมันลดลง รัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยเพิ่มอีกต่างหากเพื่อให้ราคาน้ำมันไบโอดีเซลมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซล 100% (แต่ต้องทำเพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน) น้ำมันไบโอดีเซลขายถูกว่าน้ำมันดีเซล น้ำมันดีเซลขายถูกว่าราคาที่เป็นจริง (บิดเบือนสองเด้ง) แบบนี้การใช้น้ำมันดีเซลไม่มีทางลดลงหรอกครับ มีแต่จะเพิ่มขึ้น
.
.

รถบรรทุก CNG
.

เราสูญเสียเงินไปกับการตรึงราคาน้ำมันดีเซลหลายหมื่นล้านบาท เพื่อตรึงค่าขนส่งไม่ให้เพิ่มขึ้น เพื่อตรึงราคาสินค้าไม่ให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนไม่เดือดร้อน (คนขับรถเบนซินจ่ายให้ - ฮา) น่าเสียดายครับ เงินหมื่นล้านสร้างรถไฟรางคู่ได้สบาย ๆ แต่ก็นั่นแหละครับได้อย่างก็ต้องเสียอย่างเสมอ

.

.
อย่าเพิ่งสงสัยนะครับว่าตั้งเอนทรีเรื่องกองทุนน้ำมันปาล์มแล้วทำไมเล่าเรื่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกับกองทุนอ้อยและน้ำตาลซะยาวเหยียด อ่าน ๆ ไปเถอะครับ รับรองดี (ฮา)

.

มาพูดถึงการแทรกแซงราคาน้ำตาลทรายกันบ้าง การแทรกแซงราคาน้ำตาลทรายเป็นเรื่องประหลาดครับ เพราะแทรกแซงเพื่อคนขายไม่ได้แทรกแซงเพื่อคนซื้อ คนกินน้ำตาลจ่ายเงินเพิ่มเพื่อช่วยคนปลูกอ้อยและโรงงานน้ำตาล เป็นเรื่องแปลกแต่ก็มีเหตุผลครับ

ก่อนอื่นต้องพูดถึงโครงสร้างน้ำตาลโดยรวม ๆ กันก่อนครับ ประเทศไทยเราผลิตน้ำตาลได้เยอะครับ เยอะเกินกว่าที่จะกินในประเทศได้หมด เราจึงส่งน้ำตาลขายต่างประเทศ สมัยก่อนตอนที่ยังไม่มีการวางระบบการขายน้ำตาลแบบทุกวันนี้ น้ำตาลจะขึ้น ๆ ลง ๆ ขาดตลาดเป็นพัก ๆ ขึ้นอยู่กับราคาน้ำตาลในตลาดโลก คือถ้าน้ำตาลในตลาดโลกแพง พ่อค้าก็จะพากันส่งออกน้ำตาลจนไม่มีเหลือ ทำให้น้ำตาลในประเทศขาดตลาด ไม่มีน้ำตาลกิน ที่มีขายก็ราคาแพงเว่อร์ ถ้าราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำ พ่อค้าก็จะพยายามขายในประเทศ แต่คนไทยเราไม่ได้กินน้ำตาลแทนข้าว ดังนั้นสักพักราคาน้ำตาลในประเทศก็จะตกต่ำ ขายในประเทศก็ไม่ได้ราคา ส่งออกก็ไม่ได้ราคา ส่งผลให้เกษตรกรถูกกดราคารับซื้อ เกษตรกรขายอ้อยไม่ได้ราคาปีต่อไปก็หันไปปลูกอย่างอื่นแทน ทำให้อ้อยขาดตลาด น้ำตาลก็แพงอีก เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา

รัฐบาลจึงเข้าควบคุมธุรกิจอ้อยและน้ำตาลแบบครบวงจร โดยแบ่งบริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้ทั้งหมดออกเป็น 3 ส่วน เรียกว่าโควต้าน้ำตาล

- โควต้า ก. เป็นน้ำตาลที่กำหนดให้ขายในประเทศเท่านั้น
- โควต้า ข. เป็นน้ำตาลที่บังคับผลิตเพื่อส่งมอบให้กับบริษัทอ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด เอาไปส่งออกจำนวน 8 แสนตัน เพื่อที่จะได้เอาราคาที่ส่งออกมาคำนวน เป็นราคาส่งออกของน้ำตาลในระบบทั้งหมด
- โควต้า ค. เป็นน้ำตาลที่เหลือจาก โควต้า ก. และ ข. เป็นน้ำตาลที่สามารถส่งออกได้ในแต่ละปี

การกำหนดให้มีโควต้า ข. นั้นก็เพื่อนำมาคำนวนหาราคาอ้อยครับ สมัยก่อนเกษตรกรขายอ้อยให้โรงงานได้ราคาไม่ค่อยแน่นอนและมีโอกาสขาดทุนสูง รัฐบาลเลยแก้ปัญหาด้วยการกำหนดราคารับซื้อก่อน ราคารับซื้อเป็นส่วนผสมระหว่างราคาน้ำตาลขั้นต้นกับส่วนต่างราคาน้ำตาลขั้นสุดท้าย ราคาน้ำตาลขั้นต้นก็คือตัวกำหนดราคาอ้อยขั้นต่ำสุด เป็นราคาตั้งต้นของราคาน้ำตาลในประเทศ ส่วนราคาขั้นสุดท้ายคือ ราคาน้ำตาลที่ขายได้ทั้งหมดรวมทั้งน้ำตาลที่ขายในตลาดต่างประเทศ**

ถ้าไม่มีโควต้า ข. กำหนดราคารับซื้อกันเรื่อยเปื่อยตามใจฉัน ถ้ากำหนดราคารับซื้ออ้อยสูงเกินไปแล้วส่งออกไม่ได้ราคา โรงงานก็จะเจ๊งเพราะขาดทุน ถ้ากำหนดราคารับซื้อต่ำเกินไปเพราะกลัวส่งออกไม่ได้ เกิดขายได้ราคาดี โรงงานก็รวยเละ เกษตรกรก็จนเท่าเดิมและจะถูกกดราคาไปเรื่อย ๆ

ราคารับซื้ออ้อย = ราคาในประเทศเฉลี่ยกับราคาส่งออก* ถ้าปีไหนราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำเกษตรกรก็จะได้เงินน้อย ถ้าราคารับซื้ออ้อยต่ำกว่าต้นทุนการปลูกอ้อย เกษตรกรก็จะขาดทุน กองทุนอ้อยและน้ำตาลเข้ามามีบทบาทตรงนี้นี่แหละครับ นั่นคือถ้าปีไหนที่คำนวนราคารับซื้อออกมาแล้วต่ำกว่าต้นทุนการปลูก ก็จะเอาเงินกองทุน (ที่เก็บจากคนซื้อ - ในประเทศ) มาจ่ายชดเชยให้เกษตรกร เรียกว่าการเพิ่มเงินค่าอ้อย ทำให้เกษตรกรไม่ขาดทุน ทำให้โรงงานก็ไม่ต้องแบกภาระความเสี่ยง

หมายเหตุ*

ราคาอ้อย = (0.7(ร.1 + ร.2))/อ้อยที่เข้าหีบ

โดยที่

ราคาอ้อย                   =  บาท/ตัน
      0.7                      =  สัดส่วนของชาวไร่อ้อย
       ร1                      = รายรับสุทธิจากการจำหน่ายน้ำตาลภายในประเทศ
       ร2                      = รายรับสุทธิจากการจำหน่ายน้ำตาลไปต่างประเทศ
อ้อยเข้าหีบ                 = ปริมาณตันอ้อยที่เข้าหีบในโรงงานทั้งหมด


หมายเหตุ**

การกำหนดราคาอ้อย (ขั้นต้นและขั้นสุดท้าย)

ก่อนเริ่มฤดูการผลิตน้ำตาลทรายในปีหนึ่ง ๆ นั้น คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่ที่จะต้อง จัดทำประมาณการรายได้จากการจำหน่ายน้ำตาลทรายที่คาดว่าจะผลิตได้ในฤดูนั้น เพื่อกำหนดราคาอ้อย ขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น ซึ่งวิธีการและหลักเกณฑ์ในการ จัดทำนั้น จะเป็นไปตามที่คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกำหนด โดยการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้นนั้น ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของประมาณการรายได้ และต้องคำนึงถึงต้นทุนการผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายด้วย

 เมื่อคณะกรรมการบริหารได้จัดทำประมาณการรายได้และกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและการจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้นแล้ว  จะต้องแจ้งให้แก่สถาบันชาวไร่อ้อย และสมาคมโรงงานทราบ พร้อมทั้งจัดให้มีการประชุมผู้แทนสถาบันชาวไร่อ้อย และผู้แทนสมาคมโรงงานเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อคัดค้าน โดยจะต้องมีการจัดทำหนังสือแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า สิบวันก่อนวันประชุม ซึ่งหากมีการคัดค้านให้ทำคำคัดค้านเป็นหนังสือพร้อมด้วยเหตุผลโดยละเอียด ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ก่อนวันประชุม

จากนั้นทาง สอน.จะสรุปผลการประชุมพร้อมตัวเลขประมาณการรายได้ และราคาอ้อย ขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้นเสนอต่อคณะกรรมการอ้อยและ น้ำตาลทราย เพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นต่อไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ 

เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว สอน.ก็จะประกาศราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่าย น้ำตาลทรายขั้นต้นในราชกิจจานุเบกษา โดยโรงงานจะใช้ราคาอ้อยขั้นต้นที่กำหนดไว้นี้ ในการคำนวณเงินเพื่อชำระค่าอ้อยล่วงหน้าให้แก่ชาวไร่อ้อย  และเมื่อสิ้นเดือนกันยายนของทุกปี คณะกรรมการบริหารก็จะต้องคำนวณรายได้สุทธิที่ได้จากการจำหน่ายน้ำตาลทรายในแต่ละฤดูการผลิต 

จากนั้นในเดือนตุลาคม คณะกรรมการชุดนี้จะต้องกำหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้ายเสนอต่อ คณะกรรมการชุดใหญ่ โดยในการกำหนดนั้นจะต้องคำนึงถึงรายได้สุทธิที่คำนวณไว้ ต้นทุนและผล ตอบแทนในการผลิตอ้อย ต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิตน้ำตาลทราย ราคาอ้อยขั้นต้น ผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น และเงินที่ได้รับจากกองทุน        เมื่อคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเห็นชอบกับการกำหนดราคาดังกล่าวแล้วจะต้อง นำเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เช่นเดียวกับการกำหนดราคาขั้นต้น ซึ่งหากราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้น สุดท้ายต่ำกว่าราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น กองทุนอ้อยและตาลทรายจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่โรงงานเท่ากับส่วนต่าง ๆ ดังกล่าว โดยที่ชาวไร่อ้อยไม่ต้องส่งคืน ค่าอ้อยที่ได้รับล่วงหน้าและมีราคาเกินกว่านั้นกับโรงงาน

ในทางกลับกันหากราคาอ้อยขั้นสุดท้าย และผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้ายสูงกว่าราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น โรงงานจะต้องชำระค่าอ้อยเพิ่มให้แก่ชาวไร่อ้อยจนครบตามราคาขั้นสุดท้าย

.



.
.
การเก็บเงินเข้ากองทุนก็อย่างที่บอก คือบวกเข้าไปในราคาขายปลีกเลย การเก็บเงินเข้ากองทุนเป็นการป้องกันปัญหาน้ำตาลในประเทศขาดแคลนเนื่องจากผู้ส่งออกแอบเอาน้ำตาลโควต้า ก. ไปขายต่างประเทศแบบบ้าเลือดไปในตัว (สมมุติว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีราคาดี)

ป้องกันได้อย่างไร?

การกำหนดโควต้าน้ำตาลเป็นการกำหนดตัวเลขตายตัวครับ คณะกรรมการน้ำตาลฯ จะกำหนดตัวเลขตายตัว (จากการคำนวน) เลยว่าปีนี้คนไทยจะบริโภคน้ำตาลกี่ตัน (ตัวเลข โควต้า ก.) ตัวเลขนี้จะถูกนำมาใช้ในการคำนวนจำนวนเงินที่โรงงานน้ำตาลจะต้องส่งมอบให้กับกองทุนฯ โดยรัฐบาลจะเป็นคนกำหนดว่าจะเก็บกิโลละกี่บาท พอเอาตัวเลขนี้มาบวกกับต้นทุนการผลิตน้ำตาล ก็จะกลายเป็นราคาน้ำตาลภายในประเทศ ซึ่งจะกำหนดให้มีราคาแพงกว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลก

ยกตัวอย่างสมมุติว่า ต้นทุนน้ำตาลกิโลละ 10 บาท ราคาในตลาดโลกอยู่ที่ 15 บาท รัฐบาลจะเก็บเงินเข้ากองทุนมากกว่า 5 บาท ติ๊งต่างว่าเก็บ 7 บาท ทำให้น้ำตาลโควต้า ก. (ขายในประเทศ) มีราคากิโลละ 17 บาท แพงกว่าน้ำตาลในตลาดโลก 2 บาท

โรงงานน้ำตาลหรือผู้ส่งออกจะเอาน้ำตาลโควต้า ก. ไปขายเมืองนอกก็ไม่คุ้ม เพราะไม่ว่าจะขายน้ำตาลโควต้า ก. ในประเทศ หรือแอบเอาไปขายต่างประเทศ โรงงานก็ต้องจ่ายเข้ากองทุนฯ กิโลละ 7 บาทอยู่ดี ส่งออกได้ 15 บาทก็จริง แต่ต้องจ่ายให้กองทุนฯ 7 บาท ขาดทุน 2 บาท ดังนั้นไม่ว่าราคาในตลาดโลกจะแพงแค่ไหนก็ตาม โควต้า ก. ก็จะไม่ถูกแตะต้องเพราะมันจะแพงกว่าอยู่ตลอดเวลา ทำให้น้ำตาลในประเทศไม่ขาดตลาด


ฟังแล้วดูดีนะครับ แม้ว่าคนไทยต้องซื้อน้ำตาลในราคาแพงกว่าต่างประเทศ แต่ก็ประกันได้ว่าน้ำตาลจะไม่ขาดตลาด ในขณะเดียวกันเกษตรก็อยู่ได้ โรงงานก็จะไม่มีวันขาดทุน สมประโยชน์กันทุกฝ่าย (แต่คนซื้อน้ำตาลจ่ายอยู่ฝ่ายเดียว - ฮา) ฟังดูแล้วไม่น่าจะมีอะไรบิดเบี้ยวใช่มั้ยครับ

.
มาดูความบิดเบี้ยวกันครับ

.
วิธีแทรกแซงกลไกราคาน้ำตาลนี้ถูกคิดค้นขึ้นในสมัยยังไม่ลดค่าเงินบาทครับ และในตอนนั้นราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีราคาสูง มีปัญหาน้ำตาลในประเทศขาดแคลนเป็นประจำ พอใช้วิธีนี้แทรกแซงน้ำตาลก็ไม่มีปัญหาการขาดตลาดอีกเลย เกษตรกรก็ไม่ขาดทุน ก็เลยใช้กันมาเรื่อย ๆ (แทรกแซงเป็นระยะเวลายาวนาน)

ต่อมาราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีราคาลดต่ำลง กองทุนฯ ก็เริ่มมีปัญหาเพราะต้องชดเชยราคาอ้อยมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่เก็บเงินเข้ากองทุนได้น้อยลง หนองเกือบจะแตก เกษตรกรกำลังจะออกมาเดินประท้วงราคาอ้อยตกต่ำกันอยู่แล้ว พอดีเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ไทยลดค่าเงินบาท ในช่วงนั้นรัฐบาลไม่เก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อไม่ให้ราคาน้ำตาลสูง กองทุนก็ไม่มีเงิน น้ำตาลในตลาดโลกก็ราคาไม่ดี แต่สถานการณ์กลับช่วยประคองให้ระบบไม่ล่ม ส่งออกขายน้ำตาลได้เงินดอลล่าร์น้อยก็จริงแต่พอแลกกลับมาเป็นเงินไทยได้เยอะขึ้น ถัวเฉลี่ยแล้วราคาในตลาดโลก กับราคาในประเทศมีราคาพอ ๆ กัน เลยไม่มีการแอบเอาน้ำตาลโควต้า ก. ไปขายต่างประเทศ ส่วนเกษตรกรก็อยู่ได้ไม่ต้องชดเชยค่าอ้อย รอดตัวแบบหวุดหวิด

เหตุการณ์สงบอยู่ได้ไม่นาน ราคาน้ำตาลในตลาดโลกสูงขึ้นเรื่อย ๆ น้ำตาลก็เริ่มขาดตลาด รัฐบาลจึงต้องเริ่มเก็บเงินเข้ากองทุนอีกครั้งตามกลไกแทรกแซงเดิม และแทรกแซงมาจนถึงปัจจุบัน ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน (เริ่มเผยตัว) ก็คือต้นทุนสินค้าทุกชนิดขึ้นราคา น้ำตาลก็ขึ้นราคาด้วย (ขึ้นจากต้นทุนการปลูกอ้อยที่เพิ่มขึ้น) การเก็บเงินเข้ากองทุนฯ เป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้บริโภค แต่จะหยุดเก็บก็หยุดไม่ได้ น้ำตาลในตลาดโลกมีราคาสูงถ้าหยุดเก็บจะทำให้ราคาน้ำตาลในประเทศต่ำกว่าราคาในตลาดโลก น้ำตาลโควต้า ก. จะถูกแอบเอาไปขายต่างประเทศทันทีนั่นคือจะทำให้น้ำตาลขาดตลาด
.
.


.

ยุ่งอิรุงตุงนังไปหมดครับ ปี 53 ต่อเนื่องมาถึง 54 บาทแข็ง (ส่งออกได้เงินบาทน้อยลง) ประกอบกับคาดการณ์กันว่าบลาซิลและอินเดียจะผลิตน้ำตาลได้เยอะ ราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีแนวโน้มราคาลดลง น่าจะหยุดเก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อลดภาระให้กับผู้บริโภคได้ อ้าวลานิน่ามาพอดี ปริมาณน้ำตาลในตลาดโลกลดลงน้ำตาลในตลาดโลกเลยไม่ลดราคา ทำให้หยุดเก็บเงินเข้ากองทุนไม่ได้อีก

ตอนนี้ก็รอเวลากันหละครับ ว่าหนองน้ำตาลจะแตกโพล๊ะเมื่อไหร่ และจะแตกอีท่าไหน (ที่แน่ ๆ น้ำตาลกำลังจะขึ้นราคาอย่างแน่นอน เพราะปุ๋ยจ่อขึ้นราคาแล้ว - ฮา)

.

.

เขียนเรื่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกับกองทุนอ้อยและน้ำตาลให้อ่านกันก็เพราะ กองทุนน้ำมันปาล์มมันจะมาอีหรอบเดียวกันกับสองกองทุนนี้แหละครับ อาจจะเป็นแบบใดแบบหนึ่ง หรือว่าอาจจะเป็นยำรสอร่อยของทั้งสองแบบรวมกัน แม้ว่าวันนี้กองทุนน้ำมันปาล์มจะยังไม่เกิดเพราะนายกฯ อภิสิทธิ์บอกว่ายังไม่มีความจำเป็นก็ตาม (ซึ่งผมเห็นด้วยกับนายกฯ นะ) แต่แนวคิดที่จะตั้งกองทุนมันเกิดขึ้นแล้ว และกระทรวงพาณิชย์ก็คงจะผลักดันให้มันเกิดในที่สุด

ผมทำนายว่ากองทุนน้ำมันปาล์มจะออกมาในรูปแบบคนซื้อจ่ายเพื่อช่วยคนขาย แบบเดียวกับกองทุนอ้อยและน้ำตาล แต่รูปแบบการดำเนินงานจะคล้ายกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นั่นคือเราต้องซื้อน้ำมันปาล์มในราคาที่แพงขึ้นเพื่อเก็บเงินเข้ากองทุน ถ้าปาล์มราคาตกต่ำก็จะเอาเงินกองทุนไปจ่ายชดเชยให้กับเกษตรกรเพื่อไม่ให้ออกมาประท้วง (ฮา) ถ้าปาล์มมีราคาแพงก็จะใช้เงินกองทุนตรึงราคาน้ำมันปาล์มเอาไว้ที่ราคาควบคุม จ่ายชดเชยให้กับโรงกลั่นแทน เพื่อให้น้ำมันปาล์มไม่ขาดตลาดจากการที่โรงกลั่นหยุดผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวด (เกษตรกรสามารถขายปาล์มได้ราคาดี ในขณะที่น้ำมันปาล์มไม่แพงขึ้นและไม่ขาดตลาด)

.
การเกิดขึ้นของกองทุนน้ำมันปาล์ม จะทำให้เราไม่สามารถกินน้ำมันปาล์มได้ในราคาถูกอีกต่อไป ช่วงที่น้ำมันปาล์มมีราคาถูกรัฐบาลจะเก็บเงินเข้ากองทุน ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดมีราคาทรงตัวไม่ลดลง ผลกระทบจากการบิดเบือนกลไกราคานั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ แต่จะบิดเบี้ยวแค่ไหนยังคงไม่มีคำตอบ ทั้งหมดขึ้นกับว่ากองทุนฯ จะดำเนินการอย่างไรและสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกจะเป็นอย่างไร เพราะเรื่องน้ำมันปาล์มมันเกี่ยวข้องกับหลายอุตสาหกรรม รวมไปจนถึงน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยครับ

.
ปาล์มน้ำมันเป็นเพียงดาบแรก ๆ เท่านั้น เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบิดเบือนกลไกราคาตลาดโดยการควบคุมราคา นำมาซึ่งปัญหามากมาย ยังมีสินค้าควบคุมราคาอีกหลายตัวที่เริ่มประสบปัญหาแบบเดียวกับน้ำมันปาล์ม ตัวอย่างที่เริ่มมีให้เห็นแล้วก็คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่นอกเหนือจากจะมีปัญหาเรื่องน้ำมันปาล์มแล้ว ยังมีปัญหาวัตถุดิบเช่นแป้งหมี่มีราคาสูงขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาได้เนื่องจากรัฐบาลไม่ยอมให้ปรับราคา จนตอนนี้เริ่มลดกำลังการผลิตลงแล้ว ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นสุดท้ายแล้วเราคงจะได้เห็นบะหมี่ขาดตลาดอย่างแน่นอน

แนวความคิดการตั้งกองทุนน้ำมันปาล์ม เป็นการบิดเบือนกลไกราคาตลาดโดยวิธีการแทรกแซง หากใช้ไม่ถูกวิธี หรือใช้ในระยะเวลายาวนานเกินไปก็จะทำให้เกิดปัญหาเรื้อรังแบบเดียวกับน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำตาล ก็ได้แต่หวังครับว่า รัฐบาลจะตั้งให้คนมีฝีมือเข้ามารับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในระยะยาว

.

.
สุดท้าย เอนทรีที่แล้วมีคำถามจากคุณภาษาหลากสี (นิดนรี) ว่าหากผมเป็นรัฐบาลผมจะแก้ปัญหาอย่างไร?

.
การแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มในตอนนี้ อยู่ในสภาพที่เรียกว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว ไม่ทันการณ์แล้ว ปัญหามันปะทุขึ้นมาเกินระดับที่จะเยียวยาได้ ที่ทำได้ในขณะนี้คือต้องควบคุมความเสียหายให้เกิดน้อยที่สุด ปาล์มฤดูกาลใหม่กำลังจะออกมาแล้ว เมื่อมีวัตถุดิบในการผลิตก็จะมีน้ำมันปาล์มออกมาสู่ท้องตลาด และราคาก็จะค่อย ๆ ลดลง แต่ผมจะไม่หวังพึ่งน้ำมันธงฟ้าเพียงอย่างเดียวเหมือนกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ผมจะปรับราคาควบคุมน้ำมันถั่วเหลืองให้สูงขึ้น เพื่อให้มีน้ำมันถั่วเหลืองออกสู่ท้องตลาด เนื่องจากวัตถุดิบไม่ขาดแคลน ติดขัดแค่ปัญหาราคาควบคุมจึงหยุดผลิต น้ำมันปาล์มควบคุมราคาอยู่ที่ 47 ถ้าปรับราคาควบคุมน้ำมันถั่วเหลืองให้อยู่ที่ 52-55 น่าจะมีน้ำมันถั่วเหลืองออกมาในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ส่วนในระยะยาว ถ้าหากนายกฯ ไม่ยุบสภาอยู่จนครบเทอม ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมจะปรับ ครม. เอารัฐมนตรีพาณิชย์คนนี้ออก (ก็คงต้องเจรจากับภูมิใจไทย) เอาคนที่มีฝีมือเข้ามานั่งแทน ไม่ใช่เพื่อเป็นการลงโทษหรือหาคนรับผิดชอบความเสียหาย แต่เพื่อแก้ไขปัญหาที่กำลังจ่อคิวจะเกิดอย่างเร่งด่วน ปัญหาลักษณะเดียวกันทั้งนั้น คือควบคุมราคาจนผู้ผลิตไม่สามารถแบกภาระการขาดทุนได้ การแก้ไขปัญหาไม่ได้ทำด้วยการปรับราคาควบคุม แต่ต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ ยกตัวอย่างเช่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการให้ปรับราคา แต่ต้องแก้ปัญหาเรื่องไข่และแป้งหมี่ที่มีราคาแพงให้ถูกลงเป็นต้น

.

จบแล้วครับ เอนทรีนี้ยาวมาก ต้องขออภัยเพื่อน ๆ และท่านผู้อ่านทุกท่านมา ณ ที่นี้ครับ
ขอขอบคุณภาพประกอบจากบล็อกคุณสายลมที่ผ่านมา และท่านเจ้าของภาพที่ผมไม่ทราบนามทุกท่าน และขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงในหมายเหตุจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายครับ

.
สวัสดีครับ

.
.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31
ปรัตยา วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 11.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

(0)
@ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ

อย่าหลอกเค้านะตัวเอง :D


@กำหนัน

สวัสดีครับ


@backpacker4x4

ผมคิดว่าปีนี้ปาล์มยังไม่ฟื้นตัวเหมือนกันครับ


@เป๊ปซี่

ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลครับ


@BlueHill

ผมคิดว่านักข่าวคงจะสับสนครับคุณชาลี ผมคิดว่าโรงงานในข่าวน่าจะเป็นโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มครับ ไม่ใช่โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม น้ำมันปาล์มที่ออกจากโรงสกัด ถ้าจะเอาไปทำน้ำมันพืชสำหรับรัปทานต้องส่งไปกลั่นอีกทีนึงครับ ซึ่งในตอนนี้โรงกลั่นไม่ยอมผลิตน้ำมันพืชบรรจุขวด เพราะราคาควบคุมยังคงต่ำกว่าต้นทุนน้ำมันที่กลั่นแล้วครับ

ส่วนไบโอดีเซลนั้น ไม่ได้ซื้อน้ำมันปาล์มที่กลั่นแล้ว เค้าซื้อจากโรงสกัดนี่แหละครับ ไปผ่านกระบวนการเคมีเคมีทำ B100 ครับ ราคาที่ซื้อขายเป็นราคาตามความเป็นจริงครับ


ความคิดเห็นที่ 30
BlueHill วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 10.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
มื่อเช้าฟังข่าวยังงง ๆ อยู่เ้รื่องหนึ่ง
มีการตั้งข้่อสงสัยกันว่า โีรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม 7-8 แห่ง
กลับไม่ได้ซื้อผลปาล์มไปทำเป็นน้ำมันพืช
ดันเก็บเป็นสต๊อกเอาไว้ผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงไบโอดีเซล

เรื่องนี้ ทำกันได้ด้วยหรือครับ
หมายถึงโรงงานผลิิตน้ำมันพืช
สามารถทำไบโอดีเซล ได้
ความคิดเห็นที่ 29
เป๊ปซี่ วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

(0)
...แต่สุดท้ายก็ต้องจ่ายชดเชยไปลิตรละ 9 บาทใช่ไหมครับ...

...จากกองทุนน้ำมันปาล์ม ก็เลยกลายเป็น "กองตุนเลือกตั้ง" ไป...!!!
ความคิดเห็นที่ 28
BlueHill วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 09.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
@ปรัตยา
คิดว่าคงไม่แพงเกินเงินเดือนคุณชาลีหรอกครับ

อ้าวนั่น สมเป็นสายลับปลอมตัวมาที่รู้ไปหมดทุกเรื่องในโลกใบนี้จริง ๆ
ความคิดเห็นที่ 27
backpacker4x4 วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

(0)
ตามมาอ่าน ในฐานะคนในวงการ

ปีนี้ ผลผลิตปาล์มอาจจะออกมาช้ากว่าปีก่อนๆนะครับ เพราะแล้งเหลือเกิน

เห็นด้วยกับย่อหน้าสุดท้ายครับ...วิธีแก้คือ เอา รมต.พานิชย์คนนี้ออกไป.....ผมยังไม่เห็นเจ๊ทำอะไรได้เป็นเรื่องเป็นราวเลย มีแต่มาขอขึ้นราคาให้ผู้ผลิตอยู่ร่ำไป
ความคิดเห็นที่ 26
backpacker4x4 วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 08.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

(0)
ตามมาอ่าน ในฐานะคนในวงการ

ปีนี้ ผลผลิตปาล์มอาจจะออกมาช้ากว่าปีก่อนๆนะครับ เพราะแล้งเหลือเกิน

เห็นด้วยกับย่อหน้าสุดท้ายครับ...วิธีแก้คือ เอา รมต.พานิชย์คนนี้ออกไป.....ผมยังไม่เห็นเจ๊ทำอะไรได้เป็นเรื่องเป็นราวเลย มีแต่มาขอขึ้นราคาให้ผู้ผลิตอยู่ร่ำไป
ความคิดเห็นที่ 25
กำหนัน วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

(0)
สวัสดีครับ พืชทางการเมือง
ความคิดเห็นที่ 24
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

(0)
มารับความรู้เรื่องน้ำมันปาล์ม และกองทุนน้ำมันปาล์ม...ต้องกลับมาอ่านต่ออีกครั้งครับ
ความคิดเห็นที่ 23
ปรัตยา วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 07.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

(0)
@tengpong

เป็นคำที่ดีมากครับ "กองตุน" ;)


@ลุงตุ่ย

ปัญหาเกิดจากหลายองค์ประกอบครับ ไม่ได้เกิดจากใช้คนทำงานผิด แต่ในขณะเดียวกัน ผมคิดว่า รมว. คนปัจจุบันมีความสามารถไม่เพียงพอกับการรับมือปัญหาที่กำลังจะเกิดอีกหลายเรื่องครับ


@ลูกเสือหมายเลข9

คนพวกนี้คิดแก้ไขแต่ปัญหาเฉพาะหน้าครับ ไม่ค่อยมีใครคิดถึงปัญหาที่จะตามมา


@kamolnum

ถ้าเป็นสาว ๆ จะให้แม่ไปขอแระ ;p


@khox

นานจัง (ฮา)


@BlueHill

คิดว่าคงไม่แพงเกินเงินเดือนคุณชาลีหรอกครับ :D


@ภาษาหลากสี

ลอยตัวราคาไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาครับ การลอยตัวราคาเป็นเพียงแค่การยุติการบิดเบือนกลไกราคา ส่วนการแก้ไขปัญหานั้นต้องแก้ไขที่สาเหตุครับ นั่นคือการป้องกันการขาดแคลนวัตถุดิบ (สำหรับกรณีปาล์มน้ำมัน)


@เพชรพรหมาฯ

ขอบคุณครับ


@คนขายปุ๋ย

ถ้าพาณิชย์เฉย ๆ ปัญหาก็ยังเกิดอยู่ดีครับ พาณิชย์ต้องไม่เฉยครับ ต้องพยายามแก้ไขปัญหาก่อนที่มันจะบานปลายแบบนี้ครับ


@Kati

ถ้าผมถามแล้วเค้าฟังก็ดีสิครับ :)


@นายยั้งคิด

เรื่องใครอยู่เบื้องหลังอะไรนั้นผมไม่ให้ความสำคัญครับ ผมคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เหลือบตัวนึงพยายามเอาศพเหลือบอีกตัวนึงไปสังเวยความผิดพลาด เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าครับ ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย


@ชายแม้น

ติดบล็อกนี้ไม่เป็นไร อย่ามาติดผมหละ :D


@หยียบดินมองฟ้า

คุณเหยียบฯ ไม่ค่อยได้อ่านบล็อกผมหละสิ เลยไม่รู้ว่าต้องล็อกอินอีกรอบก่อนเมนต์ (ฮา)


@ChaiManU

ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ทำแค่ "เตรียมการป้องกัน" ครับ ;)


@ครูแดง

เดี๋ยวคุณชายแมนยูคงจะเขียนอีกแน่นอนครับ :p




ความคิดเห็นที่ 22
ครูแดง วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 07.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

(0)
-ภาพนี้ดีค่ะ ขอบคุณนะคะ

-ลอกเขามา"ปัญหาของประเทศนี้คือ(ผม)ไม่เคยเห็นมีรัฐบาลไหน จะเตรียมการหรือป้องกันปัญหาอะไรล่วงหน้า อาจจะเป็นเพราะว่า การป้องกันปัญหาล่วงหน้า ไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นมาได้นั้น มันเป็นผลงานที่ไม่มีใครเห็นและซื้อใจ(ซื้อเสียง)ประชาชนไม่ได้ สู้ปล่อยให้ปัญหาเกิดก่อน(อาจจะโดยความไม่ตั้งใจ เพราะจริงๆแล้วรัฐมนตรีประเทศนี้ แทบจะหาคนมีความรู้ตรงกับงานที่ทำและรู้ปัญหาล่วงหน้าได้ยากเต็มที) แล้วค่อยมาแก้ไขทีหลัง มักจะได้รับความเห็นใจและการรับรู้ของประชาชนมากกว่า และถ้าสามารถแก้(ผ้าเอาหน้ารอด)ได้ ก็สามารถที่จะนำไปคุยโวเป็นผลงานได้มากกว่า ดังนั้นทุกรัฐบาลที่ผ่านๆมา(และเชื่อว่าทุกๆรัฐบาลที่กำลังจะมา)จะเลือกวิธีการแก้ปัญหาแบบนี้ คือรอให้ปัญหาเกิด แล้วก็ใช้วิธีการแก้ง่ายๆ คือเอาเงินมาเผา มาผลาญ อัดลงไป (พร้อมคิดในใจว่า ไม่ใช่เงินกูนี่หว่า)

-เขียนอีกนะ...
ความคิดเห็นที่ 21
ChaiManU วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 05.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
อ้อ...ลืมบอกไปว่า เอนทรีนี้ มีการปรับปรุงรูป(นายกของผม)ได้ดีกว่าเอนทรีที่แล้วนะ
ความคิดเห็นที่ 20
ChaiManU วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 05.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
กองทุนน้ำมันปาล์ม ตามสไตล์ปรัตยา
Posted by ปรัตยา , ผู้อ่าน : 129 , 15:43:12 น.


โพสท์เอนทรีตั้งแต่มเอวานบ่ายสามกว่า และขึ้นเรื่องแนะนำ(แทบจะ)ทันทีที่โพสท์ แต่มียอดผู้อ่านแค่ร้อยกว่าๆ

สะท้อนลักษณะนิสัยการอ่านของคนไทยได้ดี (เอ๊ะ ไม่ดีสิ)ว่าคนไทยส่วนใหญ่ ไม่ชอบการอ่านอะไรยาวๆ

น่าเสียดาย

ความคิดเห็นที่ 19
ChaiManU วันที่ : 24/02/2011 เวลา : 05.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)
(ทน)อ่านอยู่ตั้งนาน กว่าจะรู้ว่า ไอ้ที่ยาวๆข้างบนน่ะ แค่อารัมภบทเท่านั้น มัวชักแม้น้ำทั้งห้าท้องฟ้าตั้งเจ็ดอยู่ตั้งนาน กว่าจะลากเข้าเรื่องมาได้ เห็นใจคนอ่านมั่งสิ(โว๊ย)

ปัญหาของประเทศนี้คือ(ผม)ไม่เคยเห็นมีรัฐบาลไหน จะเตรียมการหรือป้องกันปัญหาอะไรล่วงหน้า อาจจะเป็นเพราะว่า การป้องกันปัญหาล่วงหน้า ไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นมาได้นั้น มันเป็นผลงานที่ไม่มีใครเห็นและซื้อใจ(ซื้อเสียง)ประชาชนไม่ได้ สู้ปล่อยให้ปัญหาเกิดก่อน(อาจจะโดยความไม่ตั้งใจ เพราะจริงๆแล้วรัฐมนตรีประเทศนี้ แทบจะหาคนมีความรู้ตรงกับงานที่ทำและรู้ปัญหาล่วงหน้าได้ยากเต็มที) แล้วค่อยมาแก้ไขทีหลัง มักจะได้รับความเห็นใจและการรับรู้ของประชาชนมากกว่า และถ้าสามารถแก้(ผ้าเอาหน้ารอด)ได้ ก็สามารถที่จะนำไปคุยโวเป็นผลงานได้มากกว่า ดังนั้นทุกรัฐบาลที่ผ่านๆมา(และเชื่อว่าทุกๆรัฐบาลที่กำลังจะมา)จะเลือกวิธีการแก้ปัญหาแบบนี้ คือรอให้ปัญหาเกิด แล้วก็ใช้วิธีการแก้ง่ายๆ คือเอาเงินมาเผา มาผลาญ อัดลงไป (พร้อมคิดในใจว่า ไม่ใช่เงินกูนี่หว่า)

นี่แหละรัฐบาลไทย



เอ่อ...ตกลงว่า เอนทรีนี้เขียนเรื่องอะไรครับ อ่านตั้งนานไม่เห็นมีอะไร
ความคิดเห็นที่ 18
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 23.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

(0)
ผมเขียนสามสิบบรรทัด กดคอมเม้นท์.. หาย
ไม่เขียนแล้ว

สรุปสั้นๆ ว่า
..โปรดใส่ใจการผลิต/ และใส่ใจสร้างโอกาสให้พลเมืองทั่วหน้า
..โปรดปล่อยเรื่องตลาดและราคา...ตามทฤษฎีราคา
ความคิดเห็นที่ 17
ชายแม้น วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/changman

(0)
อ่านได้ ครึ่งนึงแล้ว ขอพักสายตาก่อน

ปล. ผมติดบล๊อกนี้ซะแล้ว
ความคิดเห็นที่ 16
นายยั้งคิด วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 21.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

(0)
suthichaiyoon.com
Quotes of the Day


"เรื่องปาล์มน้ำมันขอให้ใจเย็น ๆ อีกไม่นานก็รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง เชื่อว่าตอนนี้พรรคเพื่อไทยมีข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว พรรคภูมิใจไทยเป็นเพียงแค่ทางผ่านเท่านั้น"


เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย
.......................................

ผมตัดมาจาก www.suthichaiyoon.com วันนี้ครับ
ความคิดเห็นที่ 15
Kati วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kati1789

(0)
สวัสดีครับ ท่านปรัตยา

ผมอ่านท่อนแรก
ก่อนเข้าท่อน กองทุนน้ำตาล
จนเกิดแรงบันดาลใจ อย่างล้นหลาม
จึงอยากอธิบายความ ก่อนจะกลับไปอ่านต่อ

การบิดเบือนกลไกตลาด ด้วยข้ออ้างของ นักการเมือง
ด้วยคำสวยงาม ถึงความจำเป็นทางการเมือง
และ เพื่อประชาชน นั้น
ได้ทำให้บางประเทศ ฉิบหายมาแล้ว

บทบาทหน้าที่ ของ นักวิชาการ เทคโนแครต ข้าราชการ
จึงต้องคอยย้ำเตือน กระตุกต่อม กระทั่ง ถามไถ่
ยิ่งในส่วนของสื่อด้วยแล้ว ยิ่งต้องถามใหญ่

เพราะสุดท้าย คนทั้งชาติ ต้องร่วมกันแบกภาระที่เกิดขึ้น

ปล.กลับไปอ่านมหากาพย์ภาคต่อแล้ว
จะกลับมารำพันใหม่ นะครับ ท่านปรัตยา
ความคิดเห็นที่ 14
คนขายปุ๋ย วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpm

(0)
ถ้าพาณิชย์อยู่เฉยๆ บางทีน้ำมันปาล์มอาจจะำไม่ขึ้น ไม่ขาดตลาดก็ได้เพราะไม่มีใครรู้ว่ามันจะขาดเลยไม่มีคนกักตุน ปัจจุบันขาดส่วนหนึ่งมาจาก พ่อค้ากักตุน(เพื่อกำไร) ผู้บริโภคกักตุน (กลัวขาดแคลนไม่มีกิน)
ความคิดเห็นที่ 13
เพชรพรหมาฯ วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payoungsak

(0)
ข้อมูลน่าเชื่อถือดีมากครับ
ความคิดเห็นที่ 12
ภาษาหลากสี วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 18.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

(0)
โห เขียนยาวจริงๆ ชื่นชมความอุตสาหะ
เล่าเรื่องกองทุนมาเสียยืดยาว สรุปเมืองไทยควรจะลอยตัวสินค้าทุกอย่างเลยดีมั๊ยค่ะ
แต่ก็แย่ตรงเวลาลอยตัว มักจะลอยขึ้นเร็ว ลอยลงงี้ ช้าจริงๆ
ที่ว่า การเปลี่ยน รมต. พาณิชย์ ถ้าเป็นของ ปชป. จะแก้ปัญหาได้ดีขึ้นรีเปล่าค่ะ ในเมื่อนโยบายรัฐบาลก็ยังคงเดิม คือ ตรึงราคาเพื่อผู้บริโภคอยู่ดี ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ถ้าของพาเรดกันขึ้นราคา การเลือกตั้งต้องทำงานหนักแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 11
BlueHill วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
สงสัยผมต้องกินมาม่า ราคาแพงเหมือนน้ำมันปาล์มและไข่ อีกแล้่วกระัมัี่งนี่ หากคุณปรัตยา วิเคราะห์ได้แม่นยำ
ความคิดเห็นที่ 10
tengpong วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

(0)
บ้านเรามีกองทุน(จริงๆ)ด้วยเหรอ

เห็นมีแต่กองตุน ของใครก็ไม่รู้อ่ะเพ่
ความคิดเห็นที่ 9
ปรัตยา วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

(0)
ต้องขออภัยจริง ๆ ครับ ตอนที่เขียนมาถึงเรื่องกองทุนอ้อยและน้ำตาล ผมเองก็เริ่มเบลอแล้วเหมือนกัน (ฮา) บางประโยคจึงดูสับสนและมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง ตอนนี้ผมพยายามแก้ไขแล้วส่วนหนึ่ง คิดว่าเดี๋ยวดึก ๆ จะมาตรวจทานอีกครั้งครับ


เพื่อน ๆ ท่านใดที่เห็นว่าผมเขียนตรงไหนไม่ถูกต้อง รบกวนช่วยแก้ไขให้ด้วยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ


ขอบคุณครับ


ความคิดเห็นที่ 8
BlueHill วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
-ความคิดเห็นที่ 7 น้าชใย.-ChaiManU
กะจะไม่คอมเมนต์อะไรเลยหรือครับ
โหวตอย่างเดียว คุณปรัตยา จะน้่อยใจนาครับ
ความคิดเห็นที่ 7
ChaiManU วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(0)

ความคิดเห็นที่ 6
ปรัตยา วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

(0)
ผมแก้ไขข้อมูลที่สับสนเล็กน้อย และอ้างอิงเอาไว้ในหมายเหตุตัวเล็ก ๆ (คือถ้าสนใจจริง ๆ ต้องเพ่งอ่าน - ฮา) เป็นการทรมานเพื่อน ๆ ไปในตัว

ตอนนี้ขอลี้ไปพักผ่อนก่อนละครับ กว่าจะเขียนจบแทบจะเป็นลม



ความคิดเห็นที่ 5
khox วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

(0)
ขออ่านแป๊บนะครับ (ไปอ่านย้อนหลังมาแล้วครับ)
ความคิดเห็นที่ 4
kamolnum วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

(0)
อีรุงตุงนังโดยแท้

ปล ยาวแค่ไหนก็อ่านจนจบนะ
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 16.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(0)
ต่อไปก็จะมี
กองทุนโน่น กองทุนนี่ไปเรื่อยๆ...
ประเทศกองทุน ..ไชโย
ความคิดเห็นที่ 2
ลุงตุ่ย วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

(0)
แสดงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะเรา
Put the wrong man on the wrong job.
ใช่ไหมครับ..
ความคิดเห็นที่ 1
tengpong วันที่ : 23/02/2011 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

(0)
เจิม
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน