*/
  • ครูควนฮาย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : udom_chimdee@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-19
  • จำนวนเรื่อง : 71
  • จำนวนผู้ชม : 153686
  • จำนวนผู้โหวต : 37
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


การศึกษาขั้นพื้นฐานที่รัฐจัดให้ฟรี ควรกำหนดกี่ปี
9 ปี
1 คน
12 ปี
6 คน

  โหวต 7 คน
วันศุกร์ ที่ 7 กันยายน 2550
Posted by ครูควนฮาย , ผู้อ่าน : 3052 , 12:11:01 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ชายพุงโร

          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีคทาชายหนุ่มนายหนึ่ง ฐานะเทียบยาจก ไม่สมบัติพัสฐานสิ่งใด ได้แต่ขอทานชาวบ้านกินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปวันๆ  อาศัยนอนตามศาลาวัดหรือศาลาริมทาง อีกทั้งร่างกายผอมโซ พุงโร ก้นปอด มีเครื่องนุ่งห่มห่อกายเพียงแค่ผ้าถุงผืนเดียว

          วันหนึ่ง ขณะที่เขาเดินไปขอทานชาวบ้านด้วยความหิวโซ เขาได้เป็นลมล้มพับลงนอนขวางทางเดิน และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ลูกสาวเศรษฐีทั้งเจ็ด เดินทางผ่านมาในเส้นทางนั้น เพื่อไปซื้อของในตลาด พี่นางทั้งหก เห็นสารรูปของชัยชายนายพุงโร ก็เกิดความรู้สึกเอือนอิดระอา จนท้องไส้คลื่นเหียนจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้ ทั้งหกนางบ้างกระโดดข้ามพร้อมขากถุยเสมหะ หรือถ่มน้ำลายใส่ อย่างรังเกียจ  ผิดกับสาวผู้น้องสุดท้องที่เต็มไปด้วยจิตใจงดงามโอบเอื้ออารี ไม่เพียงแต่ไม่กระทำกิริยาเหมือนดั่งพวกพี่สาวแล้ว แต่นางกลับสั่งให้คนใช้ปลุกเขาให้ลุกขึ้น เธอให้อาหารที่ติดตัวมาและมอบสไบให้เขาห่มกายคลายหนาว โดยมิมีเจตนาเป็นอย่างอื่นนอกจากความสงสาร คิดให้ทานแก่คนที่ยากไร้

          เมื่อสาวทั้งเจ็ดกลับมาถึงบ้าน พี่สาวทั้งหกได้ฟ้องบิดามารดาถึงการกระทำของน้องคนสุดท้องในทางเสียๆ หายๆ ว่า น้องนั้นได้มีใจเสน่หากับชายหนุ่มที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า อีกทั้งร่างกายน่าขยะแขยง เธอยังได้มอบสไบให้เป็นการทอดสะพานแก่ชายหนุ่ม

          เมื่อสองเศรษฐีได้ฟังดังนั้นจึงโกรธมาก แต่ถามไถ่ลูกสาวคนเล็กเพื่อให้แก้ความ และถามเธอให้แจ้งแก่ใจ ถึงแม้ลูกสาวคนเล็กจะชี้แจงความจริงอย่างไร แต่ก็ไม่อาจทัดทานแรงริษยาของพี่สาวได้ และด้วยความถือในเกียรติยศชื่อเสียงของท่านเศรษฐี จึงตัดสินใจขับลูกสาวคนเล็ก พร้อมมอบคนใช้จำนวนหนึ่งและข้าวของเท่าที่จำเป็นให้ไปอยู่กับชัยชายพุงโร  ด้วยความกตัญญูและมิอาจขัดความประสงค์ของพ่อแม่ นางก็เต็มใจออกจากบ้านเพื่อไปอาศัยอยู่กับชัยชายพุงโร

          ทั้งสองมาอยู่กันอย่างเพื่อน พร้อมคนใช้ที่ติดสอยห้อยตาม พวกเขาได้สร้างกระท่อมปลายไร่ปลายนา ชวนกันหักร้างถางป่า แผ้วถางพื้นที่ทำไร่ทำนา ปลูกผักหักฟืนเอาไปขาย เพื่อหาเลี้ยงชีพ ด้วยความสุดระกำลำบาก แต่นางไม่เคยท้อถอย

          เที่ยงวันหนึ่งขณะที่ทุกคนหลบแดดอันแผดร้อนอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ เพื่อพักกายให้หายเหนื่อยจากการตรากตรำงาน ทุกคนต่างหลับกันด้วยความอ่อนเพลีย ส่วนสาวน้อยหลับตานอนคิดอะไรอย่างเพลิดเพลิน  

          เวลาเดียวกันนั้นพญาพยาธิที่อาศัยอยู่ในท้องชัยชายพุงโรมาเป็นเวลานานมีลูกหลานบริวารมากมาย ได้โผล่หัวออกมารับอากาศบริสุทธิ์ พร้อมกันกับพญางูเห่าที่อาศัยอยู่ที่ต้นไทรแห่งนั้นโผล่หัวออกมาเจอกันเข้าพอดี

          “สูเจ้าเฝ้าทรัพย์สมบัติมานาน ผ่านกาลเลยล่วง หวงทรัพย์ผู้อื่น มิได้ชื่นใจ หากใครล่วงรู้ เอาไม้มาสุม เอาพุ่มมาสู่ ใช้ไฟเผาสู ถึงแก่มรณา ขุดเอาเงินตรา แลขุดเอาทอง ต้องเป็นเศรษฐี สร้างบุญบารมี มีศีลด้วยทาน” พญาพยาธิกล่าวเยาะเย้ย

           พญางูโกรธมาก จึงแช่งด่าพญาพยาธิว่า “มึงอยู่อาศัย ในกายยอดชาย สุขกายสบายใจ วันใดเขาเอา โกฐ ราทั้งเก้า คลุกเคล้าน้ำผึ้ง ชายหนึ่งได้กิน มึงสิ้นชีวา ร่างกายกายา ชายผ่องงดงาม” ผลการต่อว่าต่อขานของสองเดรัจฉาน ลูกสาวเศรษฐีได้ยินทุกถ้อยคำด้วยนางมิได้หลับ

          จากนั้นเป็นต้นมานางจึงเริ่มวางแผนโดยไม่ให้พญางูและพญาพยาธิรู้ อีกทั้งไม่บอกผู้ใด ทุกๆ วันหลังจากการโค่นป่าเพื่อสรางสวนไร่นา นางจะให้คนใช้และชัยชายนำไม้มาพิงไว้ที่ต้นไทรวันละท่อน

           คราใดที่นางเข้าไปในเมืองได้สั่งสมเครื่องยาสมุนไพรตามที่พญางูบอก มาบดคลุกเคล้ากับน้ำผึ้งให้ชัยชายกินทุกวัน ทำให้พยาธิทั้งหลายตายหมดเกลี้ยง บัดนี้สุขภาพร่างกายชัยชายค่อยๆ ผุดผ่องงดงามตามคำพญางู 

           ส่วนที่ต้นไทรเมื่อมีไม้ได้เพียงพอเหลือประมาณ นางจึงสั่งให้คนใช้จุดไฟเผาจนลุกช่วง พญางูไม่ทันระวี่ระวังได้สิ้นชีวาไปกับกองเพลิง

           รุ่งขึ้นนางจึงสั่งให้คนใช้นำน้ำมาดับไฟถ่าน และขุดบริเวณโคนต้นไทรได้พบไหเงิน และไหทองมากมายฝังไว้ ทุกคนจึงช่วยกันนำกลับไปบ้าน เธอแบ่งทรัพย์ส่วนหนึ่งทำบุญทำทานอุทิศให้เจ้าของทรัพย์สิน ส่วนที่เหลือนำมาปลูกสร้างบ้านเรือน ซื้อช้าง ม้า วัว ควาย และบำรุงบริวาร จนมีฐานะเทียบเท่าเศรษฐี  

            ทั้งสองจึงตกลงปลงใจอยู่กินฉันผัวเมีย โดยยังยึดอาชีพทำไร่ทำนา ปลูกฟัก แตงกวา และเศรษฐกิจพอเพียง  ด้วยเดชะบุญ ฟักต้นหนึ่งได้ทอดยอดยาวไกลไปถึงบ้านเศรษฐีผู้เป็นพ่อแม่ ซึ่งขณะนั้นลูกสาวทั้งหกได้แยกเรือนไปอยู่กับสามีทั้งหมด ปล่อยให้สองเศรษฐีชราอยู่กับคนใช้ โดยพี่ทั้งหกหาได้มาดูแลเอาใจใส่ไม่ 

           เมื่อท่านเศรษฐีได้เห็นฟักเลื้อยมาอย่างผิดสังเกตจึงสั่งให้คนใช้คนหนึ่งตามย่านฟักนั้นไปแต่คนใช้คนนั้นหายสาบสูญไปไม่กลับมา ทั้งสองจึงไห้ใช้คนใช้คนอื่นๆ ตามไปอีก จนทาสีและทาสาที่มีอยู่หายไปทีละคนจนหมดเกลี้ยงบ้าน ด้วยทุกคนเมื่อเห็นนายสาวคนเล็กต่างชื่นชมและศรัทธาในความเอื่ออารีรับคนใช้ทั้งหมดไว้และเลี้ยงดูตามฐานานุรูป  

           สองเศรษฐีจึงสงสัยว่าทำไมคนใช้ทุกคนจึงหายไปหมดและไม่กลับมารายงานตนแม้แต่คนเดียว จึงตัดสินใจชวนกันเดินตามไปด้วยตนเอง เมื่อเดินทางมาถึงต้นตอของหลุมฟัก พบบ้านเศรษฐีใหม่ หลังใหญ่โตโอ่อ่า คนใช้เต็มบ้าน และที่น่าสังเกต พบว่าคนใช้บางส่วนมาจากบ้านตน

           สองตายายจึงเดินเข้าไปไถ่ถาม  ลูกสาวคนเล็กเมื่อเห็นบิดามารดามาถึงบ้าน จึงลงจากเรือนมากราบบาทาคนทั้งสองน้ำตาไหลนองสะอื้นให้ ตักน้ำในตุ่มล้างเท้าให้และเชิญทั้งสองขึ้นเรือน ทำให้สองเศรษฐีงงไปหมดว่าลูกสาวตนกลับกลายมาเป็นเศรษฐีได้อย่างไรในเมื่อตนเองขับไล่นางไปอยู่กับชายพุงโร เมื่อตายายได้นั่งตามที่อันสมควร

           เมียชัยชายจึงเรียกสามีมาแนะนำกราบบิดามารดาของตน ทั้งสองเศรษฐียินดีเป็นอย่างยิ่งที่ลูกสาวได้สามีที่มีครบคุณลักษณะ 12 นรลักษณ์

           พ่อนางจึงเอ่ยขึ้นว่า “ข้าว่าแล้ว ลูกเราคงไม่ตาต่ำไปกินอยู่กับไอ้ยาจก ชัยชายพุงโรอย่างแน่นอน แล้วสามีของลูกเป็นใครล่ะ” ลูกสาวและชัยชายพุงโรไม่ตอบได้แต่อมยิ้ม หลังจากกินข้าวปลาอาหารจนอิ่มหนำสำราญ

           แม่เศรษฐีจึงเอ่ยกับลูกว่า “แม่ต้องขอโทษเจ้าที่เมื่อก่อนได้ขับไล่ไสส่งเจ้ามาตกระกำลำบาก แต่เจ้ากลับสบาย หลังจากเจ้าออกจากบ้านมาแล้ว นายเศรษฐีผู้นี้คงรับเจ้ามาเป็นภรรยาซินะ”  

           ลูกสาวคนเล็กได้เล่าความตามจริง ไม่ขาดตกบกพร่อง ผลทำให้เศรษฐีทั้งสองเกิดความละอาย เป็นลมสิ้นใจตายพร้อมกัน ทั้งสองสามีภรรยาแม้เสียใจเป็นล้นพ้น แต่ก็ต้องจัดการทำพิธีศพอย่างสมฐานะ นำกระดูกเถ้าถ่านสองเศรษฐีเก็บไว้บูชาตลอดไป



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
anytime วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 09.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anytime

เรื่องนี้ดีจังค่ะ ให้คติสอนใจด้วยค่ะ ดูคนใช่ดูแต่ภายนอก
แต่ว่าแอนก็เห็นด้วยกับพี่วิหคค่ะ ว่า 12 นรลักษณ์ หมายความว่าไงคะ
รบกวนครูอธิบายหน่อยค่ะ อันนี้ไม่ทราบจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vihokpludtin
..'AVihok's Family@Mafia War

ครูคะ อ่านแล้วเรียบร้อย วันนี้อ่านลื่นมาก แต่ก็เกิดสงสัยอีกแหละค่ะว่า

12 นรลักษณ์ นี้คืออะไรคะ entry หน้า ครูลองเอามาอธิบายให้ด้วยได้ไหมคะ


ความคิดเห็นที่ 18 (0)
mesa วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanjorn

นิทานสนุก แฝงคุณธรรม

เดี๋ยวจะปริ้นต์ให้เจ้าตัวเล็กอ่านให้แม่ฟัง

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ew*-* วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 00.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witita
...ต้นไม้ที่แข็งแรง ก็ย่อมมากจากรากที่ฝังแน่นในพื้นดินประเทศชาติที่เข้มแข็ง ก็ย่อมมาจากวัฒนธรรมที่แข็งแรงด้วย... (โหมโรง)

ได้อ่านนิทานก่อนนอน

แล้วแถมได้ข้อคิดดีอีก

2 in 1 จริงๆ ค่ะครู


ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ช้องนาง วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 00.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nang
...รติกาลแห่งไมตรี...จาก...บ้านน้อย  ในซอยลึก.......


แวะมาเยี่ยมถึงเรือน มาเยือนมิตร
รักและคิดถึงอยู่ ไม่รู้หาย
เพราะเป็นโรควุ้นตาเสื่อม บวกหัวใจ
ขออภัยที่ห่างหายใช่ร้างลา

วันนี้ช้องฯ..ขอกลับมารับขวัญ
กลับมายิ้มให้กัน...วันมีค่า
กำลังใจมีมาให้ ไม่สร่างซา
ถ้าหลับแล้วบุญรักษาพาฝันดี

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

สวัสดีค่ะ มาตามคำชวนคะ

มาอ่านนิทานของครู

ให้แง่คิด คำสอนดีคะ

จะเก็บปริ้นท์รวบรวมเอาไว้

ตอนลงใต้ ไปอ่านให้น้อง ๆ

เค้าฟังนะค่ะ

"นักเรียนหวาน"

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
chao-oa วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao-oa

ความคิดเห็นที่ 27
ครูควนฮาย วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 16.01 น.
http://www.oknation.net/blog/chimdee
อุดมพร ฉิมดี
ip : 203.113.17.168


อ้าว โหดร้าย หลงดีใจเสียใหญ่ เพิ่งมาเห็น ข้อความ ...คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ ...หมดแรง เอาเถอะเก็บไว้อ่านคนเดียวก็คนเดียว...คนแก่ขี้ใจน้อย...ฮิฮิ
"""""""""""""""""
กราบขออภัยครูด้วยค่ะ
ที่เจ้าโอ๋ปิดคอมเม้น
เจ้าโอ๋.. มากราบขอโทษครูค่ะ
และได้เปิดแล้วค่ะครูขา


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ปฐม วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

อืมมมมม์

ได้คิดครับ

ได้คิด

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ผู้หญิงคนหนึ่ง วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 18.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sthnc
ใจเป็นใหญ่

ขอบพระคุณคุณครูมากค่ะที่แวะไปให้กำลังใจ

นิทานสนุกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
kaekyo วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaekyoko

หนูเพิ่งอ่านได้สามเรื่องค่ะ
เรื่องดีๆมีประโยชน์ ได้ข้อคิดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
mylife วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 16.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mae23

มาอ่านนิทานค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ผู้หญิงร้อยความฝัน วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 15.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Paraneelovely
รสชาติ ความจริง บางครั้งก็ "ขมเกิน" กลิ่นของความฝันบางคราวก็ไช่ว่าจะ "หอมพอ"

ความคิดเห็นที่ 14
ครูควนฮาย วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 14.15 น.
http://www.oknation.net/blog/chimdee
อุดมพร ฉิมดี



ขอสมัครเป็นเพื่อนด้วยคนนะครับ คงไม่รำคาญนะ
....................................
ด้วยความยินดีค่ะ ......... ได้อ่านนิทาน ด้วย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
วิกูล วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 15.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wikulponang

เห็นด้วยครับกับวิหคพลัดถิ่น ขอย่อหน้า เรื่องของครูน่าสนใจ หากมีภาพประกอบนะ ผมว่าแจ่ม

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
มะอึก วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

นิทานเรื่องนี้ดีมาก....สนุก....
มีเศรษฐกิจพอเพียงซะด้วย.......

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vihokpludtin
..'AVihok's Family@Mafia War

ครูคะ

คนอื่นเขาอ่านกันหมดแล้วอ่ะ ทำไมเขาอ่านกันเร็วจัง

วิหคอ่านยังไม่หมดนะ บอกว่าให้ครู เคาะย่อหน้าบ้างอ่ะค่ะ

พออ่านไปได้นิดนึง นายเรียก หันกลับมาอีกที หาไม่เจอว่าอ่านค้างไว้ตรงไหนอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ชาลี วันที่ : 07/09/2007 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaleejang
แผ่นดินนี้สอนให้ฉันรู้จักคุณค่าของชีวิต

นิทาน ดีจัง ได้ข้อคิด ได้แง่งาม

ขอบคุณที่นำนิทานดี ๆ มาเล่านะคะ


:) ชาลี :)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Yamalee วันที่ : 07/09/2007 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MusicAndMovie
S-S-Say Say Say Say what you wanna say ^^   

นิทานสนุกจังค่ะ
จะมาคอยติดตามอ่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Chaiyon วันที่ : 07/09/2007 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Akemongkol

ได้สาระกับนิทานโบราณดีครับคุณครู

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชุติภัทร์ วันที่ : 07/09/2007 เวลา : 12.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/way1
อย่าเพิ่งตัดสินฉัน จากสิ่งที่คุณอ่าน จนกว่าคุณจะได้รู้จักตัวจริงของฉัน

นิทานของครู...

ชุฯชอบค่ะ

ตั้งใจอ่าน...คิดตาม อย่างตั้งใจ

ติดใจลูกสาวเศรษฐีค่ะ...งดงามทั้งกาย ใจ แถมฉลาดปราดเปรื่อง กตัญญูรู้คุณ คุณสมบัติเพียบพร้อมจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลานเทวา วันที่ : 07/09/2007 เวลา : 12.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

ตามมาอ่านนิทานครับครู

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน