*/
  • ครูควนฮาย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : udom_chimdee@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-19
  • จำนวนเรื่อง : 71
  • จำนวนผู้ชม : 153674
  • จำนวนผู้โหวต : 37
  • ส่ง msg :
  • โหวต 37 คน
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


การศึกษาขั้นพื้นฐานที่รัฐจัดให้ฟรี ควรกำหนดกี่ปี
9 ปี
1 คน
12 ปี
6 คน

  โหวต 7 คน
วันพุธ ที่ 26 กันยายน 2550
Posted by ครูควนฮาย , ผู้อ่าน : 2331 , 14:54:52 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สารทเดือนสิบ

.

.

การทำบุญเดือนสิบ มิได้มีอยู่ที่ภาคใต้แห่งเดียว หากมีทั่วไปทั่วไปทุกภูมิภาคในประเทศไทย อาจชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น  ภาคอีสาน เรียก บุญข้าวประดับดินและบุญข้าวสากหรือข้าวสลาก ภาคเหนือ เรียก กินก๋วยสลาก หรือทานก๋วยสลาก  ภาคกลาง เรียก สลากภัตรและสลากกระยาสารท และภาคใต้มี ประเพณีทำบุญเดือนสิบ

.

.

'งานเดือนสิบ' ของ นครศรีธรรมราช เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางที่สุด และพอจะเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อศึกษางานทำบุญเดือนสิบ  ประเพณีดังกล่าวทำต่อเนื่องกันมาช้านานตั้งแต่กาลดึกดำบรรพ์ "ทำบุญเดือนสิบ" ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเชิญผีบรรพบุรุษ คือ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่ตายไปแล้วมากินเลี้ยง แต่ทุกวันนี้มีประเพณีชิงเปรตในเทศกาลวันสารทเดือนสิบ โดยทำร้านจัด "หฺมฺรับ" คือ สำรับกับข้าว ไปวางไว้เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เปรตที่หมายถึงผีบรรพบุรุษ เมื่อวางแล้วก็มีผู้คนทั้งหลายไปแย่งสิ่งของเหล่านั้น จึงเรียกว่า "ชิงเปรต" เป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันทั่วไปในภาคใต้ โดยเฉพาะในท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการปฏิบัติประเพณีนี้อย่างจริงจังมาแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน

ประเพณีบุญสารทเดือนสิบ เป็นประเพณียิ่งใหญ่ มากในจังหวัดนครศรีธรรมราช จะมีขึ้นในวันแรม ๑๓ ค่ำ ถึง ๑๕ ค่ำ เดือนสิบในราวเดือนกันยายน หรือตุลาคมของทุกปี

ประเพณีบุญสาารทเดือนสิบเกิดขึ้นด้วยเหตุผลในทำนองเดียวกับชาวอินเดียที่มีพิธี 'เปตพลี' เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อบุพการีที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งจะถูกปล่อยตัวจากยมโลกเพื่อให้ขึ้นมาพบญาติพี่น้องและลูกหลานในเมืองมนุษย์ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือนสิบ และกลับลงไปอยู่ในนรกดังเดิม ในวันแรม ๑๕ ค่ำเดือนสิบ ลูกหลานจึงนำอาหารไปทำบุญที่วัดเพื่อเป็นการอุทิศ ส่วนกุศลให้แด่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยทำในวันแรก ที่ผู้ล่วงลับมาจากยมโลก คือวันแรม ๑ ค่ำ เดือนสิบ เรียกว่า 'วันหฺมฺรับเล็ก' และวันที่ผู้ล่วงลับจะต้องกลับยมโลกดังเดิมคือวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือนสิบ เรียกว่า วันหฺมฺรับใหญ่' (คำว่า 'หฺมฺรับ' มาจากคำว่า 'สำรับ' )

.

.

งานจะเริ่มครึกครื้นตั้งแต่วันแรก ๑๓ ค่ำ เดือนสิบ ซึ่งถือว่าเป็น 'วันจ่าย' เนื่องจากชาวเมือง จะหาซื้อสิ่งของต่าง ๆ ที่ใช้จัดหฺมฺรับในวันแรม ๑๔ ค่ำเดือนสิบ 'วันยกหฺมฺรับ' หรือ 'วันรับตายาย' จะ ยกหฺมฺรับไปวัดและนำอาหารและขนม ส่วนหนึ่งวางไว้ตามที่ต่าง เช่น ริมกำแพงวัด โคนต้นไม้ เป็นต้น เพื่อแผ่ส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้วที่ปราศจากญาติ ระยะหลังมักนิยมสร้างร้านให้ผู้คนนำขนมมาวางรวมกัน ร้านที่สร้างเรียกว่า 'หลาเปรต' (หลา คือ ศาลา)

ที่หลาเปรตจะมีสายสินจน์ผูกอยู่เพื่อให้พระสงฆ์สวดบังสุกุลเพื่อส่งกุศลให้ผู้ล่วงลับ เมื่อเสร็จพิธีผู้คน จะแย่งกันไปเอาขนมที่หลาเปรต เรียกว่า 'ชิงเปรต' เพราะมีความเชื่อว่าการกินของที่เหลือจากเซ่นไหว้บรรพชนได้กุศลแรง

.

ความเป็นมาของงานเทศกาลเดือนสิบ

 .

.

“งานเทศกาลเดือนสิบ” จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๖ ที่สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราชโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาเงินสร้างสโมสรข้าราชการ ซึ่งชำรุดมากแล้ว โดยในช่วงนั้น พระภัทรนาวิก จำรูญ(เอื้อน ภัทรนาวิก) ซึ่งเป็นนายกศรีธรรมราชสโมสร และพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการได้ร่วมกันจัดงานประจำปีขึ้นโดยได้จัดกำหนดเอางานทำบุญเดือนสิบมาจัดเป็นงานประจำปี พร้อมทั้งมีการออกร้าน และมหรสพต่างๆโดยมีระยะเวลาในการจัดงาน ๓ วัน ๓ คืน จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ทางจังหวัดได้ย้ายสถานที่จัดงานจากสนามหน้าเมืองไปยังสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ๘๔ (ทุ่งท่าลาด) ซึ่งมีบริเวณกว้าง และได้มีการจัดตกแต่งสถานที่ไว้อย่างสวยงาม รวมทั้งได้ทำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดงานไปจากเดิมหลายประการ

.


ความสำคัญของประเพณีสารทเดือนสิบ 

.

 
.

การทำบุญสารทเดือนสิบ เป็นประเพณีที่ชาวเมืองนครศรีธรรมราชได้ถือปฏิบัติด้วยศรัทธาแต่ดึกดำบรรพ์โดยถือเป็นคติว่าปลายเดือนสิบของแต่ละปี เป็นระยะที่พืชพันธุ์ธัญญาหารในท้องถิ่นออกผล เป็นช่วงที่ชาวเมืองซึ่งส่วนใหญ่ยังชีพด้วยการเกษตร ชื่นชมยินดีในพืชของตน ประกอบด้วยเชื่อกันว่า ในระยะเดียวกันนี้เปรตที่มีชื่อว่า “ปรทัตตูปชีวีเปรต” จะถูกปล่อยใหัขึ้นมาจากนรก เพื่อมาร้องขอส่วนบุญต่อลูกหลานญาติพี่น้อง เหตุนี้ ณ โลกมนุษย์จึงได้มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปไห้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย พี่น้อง ลูกหลานที่ล่วงลับไป โดยการจัดอาหารคาวหวานวางไว้ที่บริเวณวัด เรียกว่า “ตั้งเปรต” ตามพิธีไสยเวทอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้พัฒนามาเป็น “การชิงเปรต” ในเวลาต่อมา
.

เหตุผลของการจัดหฺมฺรับ

.

.

ปลายเดือนสิบอันเป็นระยะเริ่มฤดูฝน “การอิงศาสภิกษุ” ด้วยพืชผลที่ยังไม่ได้ปรุงเป็นอาหารคาวหวานสำหรับขบฉันในทันทีที่ขับประเคนนั้น ชาวเมืองมุ่งหมายจะให้เสบียงเลี้ยงสงฆ์ในฤดูกาลอันยากต่อการบิณฑบาต และเพื่อมิให้ฉันทาคติบังเกิดแก่ทั้งสองฝ่าย คือสงฆ์ และศรัทธาถวายพืชผักสดแก่สงฆ์ จึงใช้วิธี “ สลากภัต” คือจัดใส่ภาชนะตกแต่ง เรียกว่า “สำรับ” หรือ “หฺมฺรับ” การจัดหฺมฺรับ เป็นการเตรียมเสบียงอาหารบรรจุในภาชนะเพื่อนำไปถวายพระสงฆ์ในช่วงเทศกาลเดือนสิบ เป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชน หรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ได้นำกลับไปใช้สอยในนรกภูมิ หลังจากถูกปล่อยตัวมาอยู่ในเมืองมนุษย์ช่วงเวลาหนึ่ง และต้องถึงเวลากลับไปใช้กรรมตามเดิม ฉะนั้น บรรดาลูกหลานก็จะต้องจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ อาหาร ฯลฯ มิให้ขาดตกบกพร่องแล้วบรรจงจัดลงภาชนะ ตกแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้ให้สวยงาม เพื่อทำในสิ่งที่ดีที่สุดให้บรรพบุรุษ ด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความกตัญญู

.

การปฎิบัติตามประเพณีสารทเดือนสิบ



ช่วงของการทำบุญเดือนสิบ จะมีวันที่ถูกกำหนดเพื่อดำเนินการเรื่อง “หฺมฺรับ” อยู่หลายวัน และจะมีชื่อเรียกแตกต่างกัน กล่าวคือ วันหฺมฺรับเล็ก ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำเดือนสิบ เชื่อกันว่าเป็นวันแรกที่วิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วได้รับอนุญาตให้กลับมาเยี่ยมลูกหลาน ซึ่งลูกหลานจะจัดสำหรับอาหารคาวหวานไปทำบุญที่วัด เป็นการต้อนรับ บางท้องถิ่นเรียกวันนี้ว่า “วันรับตายาย”

วันจ่าย ตรงกับวันแรม ๑๓ ค่ำเดือนสิบ เป็นวันที่คนนครต้องตระเตรียมข้าวของสำหรับจัดหฺมฺรับ โดยไปตลาดเพื่อจัดจ่ายข้าวของเป็นการพิเศษกว่าวันอื่นๆ

วันยกหฺมฺรับ ตรงกับวันแรม ๑๔ค่ำเดือนสิบ เป็นวันที่ลูกหลานร่วมกันแบกหาม หรือ ทูนหฺมฺรับที่จัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว ไปถวายพระที่วัด อาจจะรวมกลุ่มคนบ้านไกล้เรือนเคียงไปเป็นกลุ่มตามธรรมชาติ หรือบางทีอาจจะจัดเป็นขบวนแห่เพื่อความคึกคักสนุกสนานก็ได้

.

วันหฺมฺรับใหญ่ หรือ วันหลองหฺมฺรับ ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำเดือนสิบ เป็นวันที่นำอาหารคาวหวานไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัดครั้งใหญ่ ทำพิธีบังสุกุล อุทิศส่วนกุศลให้บรรพชน และตั้งเปรตเพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้วิญญาณที่ไม่มีลูกหลานมาทำบุญให้ ขณะเดียวกันก็ทำพิธีฉลองสมโภชหฺมฺรับที่ยกมา

การจัดหฺมฺรับ ส่วนใหญ่การจัดหฺมฺรับ ส่วนใหญ่จะใช้ของแห้งที่เก็บไว้ได้นาน เพราะสะดวกในการจัดเก็บและรักษา โดยนิยมจัดในภาชนะกระบุง กะละมัง ถัง ถาด วิธีจัดจะใส่ข้าวสารรองชั้นล่าง ตามด้วยเรื่องปรุงพวกของแห้งที่ใช้ในครัว ชั้นถัดมาเป็นพวกอาหารแห้ง หยูกยา หมากพลู และของใช้จำเป็นประจำวัน ส่วนหัวใจของหฺมฺรับที่เป็นเอกลักษณ์ขาดไม่ได้มี ๕ อย่าง (บางแห่งมี๖อย่าง) เป็นคติความเชื่อที่ใช้รูปทรง ลักษณะของขนมเป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งจำเป็น และควรมีสำหรับเปรต คือ ขนมพอง ขนมลา ขนมบ้า ขนมดีซำ ขนมกง (ไข่ปลา) และลาลอยมัน

.

สัญลักษณ์ของขนมที่ใช้ในการจัดหฺมฺรับ

ขนมพอง เป็นสัญลักษณ์แทนเรือ แพ ที่บรรพบุรุษใช้ข้ามห้วงมหรรณพ เหตุเพราะขนมพองนั้นแผ่ดังแพมีน้ำหนักเบาย่อมลอยน้ำ และขี่ข้ามได้

.

.

ขนมลา เป็นสัญลักษณ์แทนแพรพรรณ เครื่องนุ่งห่ม เหตุเพราะขนมลามีรูปทรงดังผ้าถักทอ พับ แผ่ เป็นผืนได้ 

.

.

ขนมบ้า เป็นสัญลักษณ์แทนลูกสะบ้า สำหรับใช้เล่นต้อนรับสงกรานต์ เหตุเพราะขนมบ้ามีรูปทรงคล้ายลูกสะบ้า การละเล่นที่นิยมในสมัยก่อน

.

 

.

ขนมดีซำ เป็นสัญลักษณ์แทนเงิน เบี้ย สำหรับใชัสอย เหตุเพราะรูปทรงของขนมคล้ายเบี้ยหอย 

.

.

ขนมกง (ไข่ปลา) เป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องปรtดับ เหตุเพราะรูปทรงมีลักษณะคล้ายกำไล แหวน 

.

.

ลาลอยมัน เป็นสัญลักษณ์แทนฟูก และหมอน ซึ่งมีในบางท้องถิ่น

   .

.

.

การตั้งเปรต
.

ในการทำบุญสารทเดือนสิบ ลูกหลานจะทำขนม หรืออาหารนำไปวางในที่ต่างๆของวัด ตั้งที่ศาลาซึ่งเป็นศาลาสำหรับเปรตทั่วไป และริมกำแพงวัด หรือใต้ต้นไม้ สำหรับเปรตที่ปราศจากญาติ หรือญาติไม่ได้ทำบุญอุทิศให้ หรือมีกรรมไม่สามารถเข้าในวัดได้ พิธีกรรมทำบุญอุทิศส่วนกุศลทำได้โดยการแผ่ส่วนกุศล และกรวดน้ำอุทิศให้ เมื่อเสร็จลูกหลานจะมีการแย่งชิงขนม และอาหารกันที่เรียกว่า “ชิงเปรต”

.

.

           การชิงเปรต เป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลังจากการอุทิศส่วนกุศลแก่เปรต โดยมีพระสงฆ์สวดบังสุกุล พอพระชักสายสิญจน์ที่พาดโยงไปยังอาหารที่ตั้งเปรต ลูกหลานก็จะเข้าไปแย่งเอามากิน ซึ่งของที่แย่งมาได้ถือเป็นของเดนชาน การได้กินเดนชานจากวิญญาณบรรพบุรุษ เป็นความเชื่อที่ถือกันว่าเป็นการแสดงความรัก เป็นสิริมงคล และเป็นกุศลสำหรับลูกหลาน

**ขอบคุณภาพจาก google.co.th

***ข้อมูลจาก : www.mahatad.com



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
วรรณ วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wunwarinya07
"ความดีที่ตะกั่ว ร่ำรวยที่รื่นรมย์"

เพื่อนที่นครฯ ชวนไปเหมือนกันครับ
กำลังหาเวลาอยู่ครับครู
หลายปีก่อนเคยไปนครฯ ช่วงปีใหม่
อยากกลับเยี่ยมเยือนอีกครั้งครับครู


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 03.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

อยากไปใต้ค่ะครูแต่ว่างานและภาระมากจนเป็นข้อแม้ให้ไม่สามารถไปไหนได้
แวะมาทักทายในวันที่ยังมีสายลมพัดผ่านค่ะ
ฝันดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
คันทรี่แมน วันที่ : 28/09/2007 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countryman
ชีวิตกับเพลงของคนบ้านนอก และอื่นๆ

ผมคนภาคกลาง แต่ชอบกินขนมลา

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
มะอึก วันที่ : 28/09/2007 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ตั้งแต่ย้ายไปจัดงานเดือนสิบที่ทุ่งท่าลาด...มะอึกห่างไกล

แต่งานเดือนสิบสนามหน้าเมืองก่อนเก่า คืองานที่สนุกสนานของเด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไปชาวเมืองคอน

มะอึกเรียนที่เบญจมราชูทิศ...และกัลยาณีศรีธรรมราช
ประจักษุ์ชัดว่างานเดือนสิบคือสนามประลองที่สร้างสรรเยาวชนมาทุกยุคทุกสมัย

คิดถึงความหลังยิ่งนักครับอาจารย์
มะอีกโหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
skinhead วันที่ : 28/09/2007 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

อยากมีโอกาสไปนะครับ

ปล.ไม่เคยไปเที่ยวเลยครับคุณครูได้แค่ผ่านนะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ครูแมน วันที่ : 28/09/2007 เวลา : 01.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/manrit

ข้อมูลครบเครื่อง เรียบเรียงสุดยอดครับ อ่านแล้วได้ทั้งความรู้และประเทืองปัญญาครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เดนทิสเต้ วันที่ : 27/09/2007 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nano

วันนี้ตื่นมาอัพบล๊อคแต่เช้า ให้คุณช่วยไปอ่านและเม้น โหวตให้ด้วยนะ
.........ถ้าคุณอยากรู้ว่าความรักหายไปไหน........
นิดคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปี๊นปี๊น วันที่ : 26/09/2007 เวลา : 23.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peanpean
"ไม่ได้อะไรก็ไม่เป็นไร แค่มีคุณธรรมก็พอแล้ว" 


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
mindsoul วันที่ : 26/09/2007 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindsoul

น่ากินจังครับ

สวัสดียามค่ำครับ

เย็นด้วยธรรม

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เทพระวี วันที่ : 26/09/2007 เวลา : 19.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/all
 http://www.oknation.net/blog/esanclassic  

ทางบ้านผมก็ห่อข้าวต้มมัด
ไปวัดฟังธรรม
รอลูกหลานคืนเฮือนครับ
****************
ขอบพระคุณที่ไปเยี่ยมยาม
****************
ด้วยความเคารพ
http://www.oknation.net/blog/esanclassic

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
โม้งหัวครก วันที่ : 26/09/2007 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/think49
ข้าราชฯ

เมื่อตอนที่เป็นเด็ก รู้เพียงว่า วันนี้ จะได้เจอญาติ ๆ ฝ่ายแม่ ตั้งแต่ ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา เพราะจะนำอาหาร คาวหวาน มาร่วมทำบุญที่วัด เสร็จแล้วมีการทำบุญอุทิศให้กับ ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เมื่อเสร็จพิธี จะมีกิจกรรมให้คนที่มาทำบุญร่วมกัน คือ การไต่เสา เพื่อขึ้นไปเอาของกิน บนห้างที่ทำไว้ สนุกมาก

จากนั้น จะแยกเป็นกลุ่ม ๆ ตระกูลใคร ตระกูลมัน เลือกทำเล ที่ส่าง ๆ บริเวณวัด จัดวางสำรับกับข้าว แล้วทำพิธีไหว้เปรต ให้มารับทาน พอเสร็จ ก็จะเป็นการให้สัญญาณเพื่อให้เด็ก ๆ ลูกหลาน แย่งอาหารที่นำมาทำบุญกัน เด็ก ๆ ก็จะเลือกเล็งเอาที่ตัวเองชอบมากที่สุด เสร็จพิธี กินอาหารร่วมกัน ก็จะแยกย้าย ลากันกลับบ้าน ผมก็จะถือโอกาสไปเที่ยวบ้านเพื่อนต่อ บางปีเดินเที่ยว ตากแดด กลับมาถึงบ้าน ไข้รับประทานเลยครับ

ขนมอร่อยสำหรับผม ผมชอบขนมลามากที่สุด เพราะ หวานมัน อร่อยดี กินได้ทั้งแบบธรรมดา และแบบเคลือบน้ำตาล แต่จะกินแบบแรกมากว่า เพราะไม่เปรอะ (น้ำตาลไม่หลุดล่วงลงบนที่นอน) กินไปด้วย อ่านการ์ตูน(หน้ากากเสือ) ไปด้วย

บางปี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 26/09/2007 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8


๏ ชิงเปรตเหตุเล่าพื้น.......ประเพณี
ยมราชปลดปล่อยผี.........สู่พื้น
รับบุญรับบารมี................ญาติมิตร...อุทิศแฮ
เพียงสิบห้าวันสะอื้น..........กลับท้องนรกานต์.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน