• ชินเดช
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : newzybless@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2010-06-23
  • จำนวนเรื่อง : 124
  • จำนวนผู้ชม : 239711
  • ส่ง msg :
  • โหวต 164 คน
ชินเดช ญาณรัตน์
เสนอข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chindej
วันอาทิตย์ ที่ 16 มิถุนายน 2556
Posted by ชินเดช , ผู้อ่าน : 3707 , 12:30:45 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน ชลัยย์มาศ , ชินเดช และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

              เห็นสภาพศพของนายเอกยุทธ  ตาถลน หน้ายุบ ปากบวมเจ่อเหมือนโดนไม้หน้าสาม

             ท้องบวมฉุเหมือนสวาปาม อะไรเข้าไปมาก ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่เหลือสมบัติติดตัวซักอย่าง

              แม้แต่เสื้อผ้าที่ จะสวมใส่ก็ไม่มี ศพเหม็นคาวคลุ้งไปทั่วบริเวณ สภาพอุจาดตา และ

              น่าอเนจอนาถยิ่ง นัก ส่อให้เห็นถึงผลกรรมที่เคยทำไว้อย่างชัดเจน...กระเทือนถึง

               คน บาปอีกหลายคนไหมหนอ..บนแผ่นดินนี้?

              หากแต่เวรกรรมครั้งใหม่ของใครบางคน บางกลุ่มกับการกระทำครั้งนี้   เพิ่งจะเริ่มต้น

              อีกวาระกรรม ต่างกรรม ต่างวาระ สะสมบาปไว้อีกครั้ง

              จากวันที่หายตัว จนกระทั่งมีการมอบตัวของนาย สันติภาพ   พอประเมินตามสภาพ

              ของที่เกิดเหตุได้พอทำเนา

             1. ทีมอุ้มฆ่า มีประมาณ 4- 5 คน

             จากการคำให้การของเลขานุการของนายเอกยุทธ และนายสันติภาพคนขับรถ  

             เกลือเป็นหนอน  ลำดับเหตุการณ์ได้ดัง นี้

             - 6 มิถุนายน เวลาประมาณ 23.00น. ออกจากร้านอาหารครัวกระแต

             - 7 มิถุนายน เวลาประมาณ 3.00 น. ทีมอุ้มฆ่าออกจากบ้านพักนายเอกยุทธ

             - 7 มิถุนายน ประมาณ 9.00 น. นายสันติภาพไปรับเช็คที่สนามบินสุวรรณภูมิ

              ประตู 8

             - 7 มิถุนายน ประมาณ 13.00 น. นายสันติภาพรับเงินสดที่ประตู 8 แล้วขับรถตู้โฟล์ค

              ออกจากสนามบิน

              เหตุการณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตอนสายของวันที่ 7 มิถุนายน เมื่อพี่สาว

              นายเอกยุทธใช้ให้เลขานุการนของนายเอกยุทธนำเช็คไปให้นายเอกยุทธเซ็น

              เลขานุการกล่าวว่า

             - ที่สนามบิน เห็นรถตู้โฟล์คที่นายเอกยุทธใช้อยู่จอดอยู่บริเวณประตู 7

              ส่วนนายสันติภาพ ยืนรออยู่ที่ประตู 8 โดยไม่พบนายเอกยุทธ

             - นายสันติภาพได้บอกกับเลขานุการว่า นายเอกยุทธกำลังคุยกับเพื่อน

             ที่กำลัง จะเดินทางไปสิงคโปร์อยู่ภายในสนามบิน

             - นายสันติภาพบอกให้เลขานุการคอยอยู่ประมาณ 45 นาที เพื่อนำเช็ค

             ไปให้ นายเอกยุทธเซ็น

             - กล้องวงจรปิดของสนามบินสุวรรณภูมิไม่พบภาพนายเอกยุทธ และไม่พบ

             ข้อมูลการเดิน ทางออกนอกประเทศของนายเอกยุทธ

             - เลขานุการบอกว่า นายสันติภาพจะรออยู่ที่ประตู 8 เพื่อรับเงิน แล้ว ขับรถตู้

              คันดังกล่าวออกไปโดยไม่พบนายเอกยุทธ

              ประมวลเหตุการ์แล้ว ชี้ให้เห็นว่า

              ในช่วงเวลาดังกล่าว นายเอกยุทธ ต้องอยู่ที่สนามบิน เพื่อ เซ็นเช็ค

             - นายเอกยุทธไม่ได้อยู่ในรถตู้ เพราะนายสันติภาพไม่ได้ ถือเช็คเข้าไป

              ในรถตู้ ซึ่งเลขานุการ จะต้องเห็น และคงไม่ใช้เวลานานถึง 45 นาที

               นายเอกยุทธไม่ได้อยู่ในอาคารผู้โดยสาร เพราะกล้องวงจรปิดไม่พบภาพ

               นายเอกยุทธแต่อาจอยู่ส่วนอื่นของสนามบิน

             - นายสันติภาพใช้ เวลา 45 นาที รับ เช็คจากเลขานุการไปให้นายเอกยุทธเซ็น

              แล้วนำกลับมาให้เลขานุการ

              ดังนั้น ตลอดเวลา ในช่วงนี้ เผยให้เห็นว่า นายสันติภาพไม่ได้ลงมือเพียงลำพัง

              แต่มีทีมอุ้มฆ่าอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งคอย บอกว่าจะให้นายสันติภาพทำอะไร ซึ่งนายสันติภาพ

             ก็ร่วมมือด้วยอย่างเต็มใจ และทีม ดังกล่าวนี้ คือ ทีมสังหารที่แท้จริง

             วิธี การจัดการกับเหยื่อถ้าไม่ลืม...ช่างคุ้นๆกับการอุ้ม ..ทนายสมชาย นีละไพจิตร 

             ไม่ผิดเพี้ยน...ต่างเวลา ต่าง สถานีที่เท่า นั้น!!!

              มาดู อีก มุม  ระหว่างที่นายสันติภาพ ถือเช็คไปให้นายเอกยุทธเซ็น จะต้องมีทีมหนึ่ง

              ที่คุมตัวนายเอกยุทธไว้ ซึ่ง ไม่ได้อยู่ภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร เพราะเสี่ยงทั้งต่อ

              การหลบหนีของนายเอกยุทธ และเสี่ยงต่อความล้มเหลวในการควบคุมสถานการณ์

              ของทีมฆ่า การนำตัวนายเอกยุทธไปสู่ที่ที่ มีคนพลุกพล่าน ไม่ใช่วิธีคิดที่ถูกต้อง

              นายเอกยุทธจะต้องถูกควบคุม ตัวอยู่ในรถอีกคันหนึ่ง ที่จอดอยู่ในบริเวณที่ห่างจาก

              ประตู 8(อาจจะเป็นชั้นเดียว กัน หรือต่างชั้นกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับกล้องที่สนามบินว่า

              นายสันติภาพเดินไป ไหน เดินไปพบใครหรือไม่) จุดที่นายสันติภาพใช้เวลาเดินเพื่อ

              นำเช็คไปให้นายเอกยุทธเซ็น และเดินกลับ มา ประมาณ 45 นาที นอกจากนี้ ตลอดเวลา

              ที่นายสันติภาพ ติดต่อกับเลขานุการเพื่อรับเช็ค และรับเงินจะต้อง มีอีกทีมหนึ่งที่จอดรถซุ้ม

              จับจ้องดูเหตุการณ์ทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่า สถานการณ์ เป็นไปอย่างราบรื่น

              ดังนั้น ทีมอุ้มฆ่าจะต้องมี ประมาณ 4-5 คน คือส่วนที่ควบคุมตัวนายเอกยุทธ และส่วนที่ซุ้มดู

              สถานการณ์ แต่ไม่น่าจะมีส่วน ที่ตามประกบนายสันติภาพ เพราะนายสันติภาพร่วมมือ

              เป็นอย่างดี

              ในฐานะทีมที่ 2 (ทีมลวงว่า ฆ่าประสงค์ต่อทรัพย์)

              และจากการใช้ บ้านพี่สาว (จิราภา) ย่านลาดกระบังเป็นที่พักในวันที่ 9 มิถุนายน

              และการยินยอม ให้ตำรวจจับตัวที่สมุทรสาครในวันที่ 10 มิถุนายน อย่างไรก็ตาม

              เป็นไปได้ว่าอาจมีทีมอื่นทำหน้าที่อื่นอีก แต่ ไม่มีข้อมูลในส่วนนี้มากพอ

              2. รถตู้โฟล์ค ไม่ใช่ รถคันเดียวที่ใช้ในการก่อเหตุในคดีนี้

             เนื่องจากทีมสังหารต้องใช้รถใน การเดินทาง รวมถึงอาจต้องสับเปลี่ยนรถให้นายเอกยุทธ

             ในบางเวลา เช่น ตอนรับเช็คที่ สนามบิน ทีมสังหารจะไม่ยอมให้นายเอกยุทธเดินลงมา

            จากรถเด็ดขาดเพราะนายเอกยุทธอาจยอม เสี่ยงวิ่งหนี หรือสร้างสถานการณ์ให้ผู้คนในบริเวณนั้น

             สังเกตเห็นได้ตลอดเวลา

             การใช้ รถตู้โฟล์คยังเสี่ยงต่อการทิ้งร่องรอย บางอย่างที่นำไปสู่การพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์

             หรือหากมีการต่อสู้ขัดขืน หรือนายเอกยุทธ สร้างบาดแผลให้ตัวเอง ก็อาจจะใช้เป็นหลักฐาน

             ในทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ทั้งสิ้น แม้ทีมสังหารอาจจะมั่นใจว่าสามารถทำลายสิ่งที่อาจจะกลายมา

             เป็นหลักฐาน

             ในภายหลัง ได้ตลอดเวลาก็ตาม และรถตู้โฟล์ค ก็ได้ขับผ่านด่านตรวจและสามารถจับภาพไว้ได้

             เช่น ที่ บ้านนาเดิม จ.  สุราษฎร์ธานี

             และเวลา 10.30 น. ของวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งนายเอกยุทธ จะอยู่ในรถตู้ดัง กล่าว หรือไม่ก็ได้

             เพราะมีการใช้รถมากกว่า 1 คัน

             3. ถูกรัดคอ อำมหิตเกินกว่าฝีมือของนาย สันติภาพทางกายภาพหรือสภาพจิตใจ

             ความคิดที่ว่า อย่าให้เลือดตก นองพื้น แล้วหันมาใช้การรัดคอด้วยวัสดุ บางอย่าง ซึ่งทำให้ลิ้น

             จุกปาก ตาถลนนั้น ต้องเป็น ฝีมือของคนที่มีความเลือดเย็น อำมหิต และมีความชำนาญเกินกว่า

             จะเป็นฝีมือของ เด็กหนุ่มอายุ 24 ปี ที่แม้จะมีประวัติในคดีกรรโชกทรัพย์มาแล้วก็ตาม   

             เพราะโดยธรรมชาติพฤติกรรม นายสันติภาพสามารถใช้  อาวุธปืนปลิดชีพนายเอกยุทธ

             ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องลง แรง แต่การฆ่ารัดคอ และตีด้วยของแข็ง เป็นการฆ่า

             ที่ทิ้งร่องรอยน้อยที่สุด เพราะ ไม่มีวัตถุให้ติดตามตรวจสอบ ซึ่งการเลือกใช้วิธีนี้

             ต้องผ่านการพินิจพิเคราะห์มา อย่างดีอันเกินวิสัยของนายสันติภาพ

            4. จงใจเชือดไก่ให้ลิงดู

             ข้อพิรุธที่ซ่อนไว้ไม่มิด

             4.1 จับกุมได้ง่าย

             ขณะนี้ รูปคดีสามารถจับกุมผู้ต้องหาส่วนใหญ่ ได้อย่าง่ายดาย แม้จะมี อีกส่วนหนึ่งที่สังคม

             คิดว่า ควรจะต้องถูกสอบสวนเพื่อความกระจ่าง การจับกุม ผู้ต้องหาได้อย่างง่ายดายนี้เอง

             เป็นสิ่งที่สวน ทางกับพฤติการณ์แวดล้อมใน คืนวันที่ 6 มิถุนายน และวันที่ 7 มิถุนายน

             ซึ่งนายสันติภาพไม่อาจลงมือกระทำ การ เพียงลำพังได้อย่างแน่นอน พิรุธต่าง ๆ ที่เผยตัวออกมา

             ให้เห็น แสดงให้เห็นว่า การอุ้มฆ่าในครั้งนี้มิ ได้เจตนาจะปกปิดหลักฐานทั้งหมดแต่อย่างใด

             แต่เลือกปิดหลักฐานบางอย่างเพื่อไม่ให้สาว ไปถึงผู้กระทำผิดตัวจริง และผู้บงการเท่านั้น

              4.2 การพบศพ กับการอุ้มหาย เงียบ แตกต่างกัน

             หากนายเอกยุทธถูกอุ้มหายไปเงียบ โดยไม่ พบศพ แม้ นานไป จะน่าเชื่อว่าผู้ถูกอุ้มไม่มีชีวิตอยู่แล้ว

             แต่การพบศพ จะเป็นการแสดงหลักฐานให้ เห็นว่านายเอกยุทธตายจริง ซึ่งเป็นการสื่อสารบางอย่าง

             4.3 สภาพศพ เปลือยอุจาด

             สภาพศพนายเอก ยุทธที่ถูกถอดเสื้อผ้าออก หากเป็น นายสันติภาพ ลงมือฆ่าจะไม่พิถีพิถัน

            เรื่องการทำลายศพ ซึ่งไม่จำเป็นต้องถอดเสื้อ ผ้าออก แต่การถอดเสื้อผ้าออกนี้ อาจมีจุดประสงค์

            บางอย่างเช่น ต้องการให้เกิดความอุจาด เป็นการส่ง สัญญาณบางอย่างว่า แม้แต่ผู้มีชื่อเสียงอย่าง

            นายเอกยุทธ  ก็ต้องตายด้วยสภาพที่น่าสังเวช สภาพศพอุจาด ย่อมสร้าง ความหวาดกลัวได้มากกว่า

             การสังหารในครั้งนี้ เ ป็นการจงใจเชือดไก่ ให้ลิงดู

            5. ทีมสังหารไม่แตะเงิน มีการ จ้างซ้อน

             เป็นคำถามว่า ทำไม นายสันติภาพจึงกำหนดวงเงินแค่ 5 ล้านบาท ทั้งที่ข่มขู่ ได้มากกว่า

             นั้น และเมื่อกระจายเงินออกไปให้เพื่อนนาย สันติภาพ หากถูกจับกุมได้ ก็ต้องมีการติดตามเอาเงินนั้น

             คืนอยู่ดี หากติดตาม ไม่ได้ทั้ง หมดก็ยิ่งย้ำชัดว่า ผู้ร่วมขบวนการไม่ได้มีแค่นี้ แต่เพราะเงินจะถูกติดตาม

             ได้ง่ายนั่นเอง จึงแสดงให้เห็น ว่า นายสันติภาพถูกจ้างซ้อน รวมทั้งทีมสังหารด้วยเช่นกัน

             6. เป็ดเฉลิม และ ผบ.ตร. สรุปคดีอย่างง่ายดาย เพราะมีธงล่วงหน้า

             โดย ผบ.ตร. ตอบผู้สื่อข่าวว่า คดีนี้ไม่มีเบื้องหลัง ทางการเมือง ส่วนเฉลิม กล่าวว่า

            "หลักฐานแค่นี้ เพียงพอแล้ว" ซึ่งเป็นการ ด่วนสรุป และมีธงชี้นำ ทั้งที่ยังสามารถสอบสวนพยาน

             หลักฐานได้อีกมากมายและหาก เฉลิมเป็นญาติของผู้ตาย เฉลิมจะคิดง่าย ๆ ว่า หลักฐานแค่นี้ก็พอแล้ว

             หรือไม่ ?และเฉลิมยัง ท้าทายอีกว่า หากมีหลักฐานให้นำมาแสดงให้ดู

             ท่าทีของผู้เกี่ยว ข้องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่น่ากังขาอย่าง ยิ่ง…คง ยังเป็นคำถามให้ขบคิด

             และอย่างซ่อนพิรุธไม่ ได้!!!

             หากแต่ตุ๊กแกและจิ้งจกในแวดวงสีกากี.. ส่งเสียงเดียวกันว่า ฝีมือเหี้ยมๆแบบนี้ 

             คดีเดียวกับที่ ทนายสมชาย นีละไพจิตร หายตัวไป และไอ้เวรฆาตกรในร่างตำรวจตนนี้ 

              มันได้ดีซะด้วยซ้ำ   หลังจากตกเป็นต้องหา...ไม่มีใคร อื่น  

              พนันยิงเสยหน้าผากกันคน ละนัดไหม? อิอิ...

             และท้ายที่สุดเมื่อได้เห็น สภาพศพของนายเอก ยุทธ   ก็ ขอให้เป็น อุทาหรณ์

             แก่ปุถุชน ว่า ชีวิต เกิดมากินมาอยู่ เพื่อรอวันตายเท่านั้น ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มีแล้ว

              ก็เสื่อมได้ ไม่ ควรแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเบียดเบียนคนอื่นกอบโกยโภคทรัพย์

              จนล้นเหลือกินวิสัยมนุษย์

             สุดท้าย แล้วเอาไปไม่ได้สัก อย่าง เหลือ ที่อยู่คือความดี ความชั่ว ควรใช้ชีวิตแต่พอเพียง

             ตามกำลังฐานะและทำ หน้าที่ของตนให้ สมบูรณ์    สังคมก็จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้....

 

                                   ............................................................

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ชินเดช วันที่ : 21/06/2013 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chindej

ใครรู้ตอบด้วย...
ที่เห็นข้อความโหวต มีชื่อจขบ.(ชินเดช)ร่วมอยู่ด้วย มันเป็นไปได้ไง ผมไม่เคยโหวตให้ตัวเองเลยนิ...ใครรู้ช่วยตอบที..เปงไปได้ไง แงๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ชินเดช วันที่ : 21/06/2013 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chindej

ตอบ คห.5 พี่ดลงละคอน
สัจจะธรรมละครับ..

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ชินเดช วันที่ : 21/06/2013 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chindej

ตอบ คห.4 ตาเรน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ชินเดช วันที่ : 21/06/2013 เวลา : 16.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chindej

ตอบ คห.3ผอ.ชบาตานี
ครับ เหลือดีและชั่วเท่านั้น...
กินอาหาร เพชรทองราคาแพงที่เป็นเจ้าของครอบครองอยู่เอาไปไม่ได้สักอย่าง..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ชินเดช วันที่ : 21/06/2013 เวลา : 16.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chindej

ตอบ คห.2คุณBunjerds
ว่ากันไปตามเนื้อผ้าที่เห็นนะครับ..ขอบคุณ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชินเดช วันที่ : 21/06/2013 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chindej

ตอบ คห.1คุณแบล็คกี้
ดูเหมือนทนายของตุณเอกยุทธกำลังส่งคำถามไปแล้วนะครับกับข้อสงสัยแคลงใจการทำงานของตำรวจ...เรื่องถึงกรรมาธิการยุติธรรมของสภาฯแล้วด้วย...ผมขอร้องให้ช่วยกันเขียนช่วยกระพือข่าวต่อไป...มิฉะนั้น เรื่องนี้จะเงียบเหมือนสายลม ดังคดีทนายสมชาย นีละไพจิตร...
คนเรากินเข้าไปไม่ถึงหนึ่งร้อยบาทก็อิ่มจุกอกแล้ว พวกที่โกงกันมากๆถึงขั้นซื้อรถคันละเป็นร้อยล้านมาขับบนถนน...ขณะที่มีคนอดยาก หิวโหย ทำงานเช้าวันค่ำยังจะไม่พอกิน คนพวกนี้จิตใจมันคงวิปริตคนไปแล้วละครับ..เพราะท้ายที่สุดมันก็เหลือตัวเปล่าเปลือยเท่านั้นตอนเผา..ไม่เห็นจะเอากันไปได้สักคน...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ดงละดอน วันที่ : 17/06/2013 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

นี่แหละคือความจริง
สุดท้าย...ทุกคน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ตาเรน วันที่ : 17/06/2013 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sammaapii
เรียนฟรีจริง ๆ  ขอเชิญแวะเยี่ยมตาเรนที่  >>> http://www.webudon.net

????
เจ๋ง...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชบาตานี วันที่ : 17/06/2013 เวลา : 06.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ชีวิตคนเราก็เท่านี้
อยากได้ อยากมี สุดท้ายก็เอาอะไรไปไม่ได้ซักอย่างเดียว
คงเหลือไว้แต่ "ความดี"
คนเลวทั้งหลายพึงสังวรณ์ไว้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Bunjerds วันที่ : 16/06/2013 เวลา : 21.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunjerds

วิเคราะห์ได้ดีมากครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แบล็คกี้ วันที่ : 16/06/2013 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blacky

เขียนได้ใจความครอบคลุมดีค่ะ สำหรับคดีถ้าญาติของคุณเอกยุทธ ต้องการสืบต่อจะได้มั๊ยคะ จำเป็นมั๊ยที่จะต้องเก็บศพไว้ก่อนไม่รีบเผา หรือจะยอมยุติเพียงแค่นี้เพราะไหนๆคนตายก็ไม่ฟื้นคืนมาแล้ว มาจัดการกับมรดกของคุณเอกยุทธดีกว่า ยังงั๊นมั๊ย แต่ก็เป็นอุทาหรณ์สอนใจดีค่ะ ตอนมีชีวิตอยู่คุณเอกยุทธใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย กินอาหารดีๆ ดื่มไวน์ราคาขวดละเป็นแสน ท้ายที่สุดแล้วมันก็แค่ความสุขบนโลกมนุษย์ที่มีระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แล้วชีวิตหลังความตายล่ะคะ มันน่าคิดนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2013 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]