risk management forum
แนวคิดการบริหารความเสี่ยง การบริหารจัดการธุรกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chirapon
วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม 2557
Posted by จิรพรสุเมธีประสิทธิ์ , ผู้อ่าน : 8892 , 08:30:09 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน 4BANK โหวตเรื่องนี้

อาจารย์ จิรพร  สุเมธีประสิทธิ์

sumetheeprasit@hotmail.com

โดยปกติ อิทธิพลของบุคคลเดียวต่อองค์กร ไม่มีทางมากมายจนสั่นสะเทือนองค์กรได้ ซึ่งในตำนานย่อมไม่มีวันเป็นไปได้ ยกเว้นคน คนเดียวเท่านั้นที่อาจหาญทำจนนายจ้างที่ยิ่งใหญ่อย่างธนาคารแบริ่ง ถึงกับล่มสลาย คนคนนั้นคือ นิก ลีสัน

การกระทำที่ไม่มีจรรยาบรรณของนิก ลีสัน ทำให้เกิดผลขาดทุน 1,400 ล้านดอลล่าร์แก่ธนาคารแบริ่งในปี 1995 จากความล้มเหลวของการควบคุมภายในของธนาคารเอง โดยไม่มีเหตุอื่นภายนอกมาเป็นข้ออ้างหรือแพะรับบาปแทนได้แต่อย่างใด

กรณีของแบริ่ง แบงก์ ที่ต้องพบจุดจบด้วยการปฏิบัติงานของบุคคลเพียงคนเดียว จึงเป็นบทเรียนที่ควรแก่การศึกษามาจนถึงวันนี้ เพื่อจะได้ไม่ประมาทจนเกิดซ้ำรอยอีก

ประการที่ 1 การเติบโตของเศรษฐกิจโลก และกระแสโลกาภิวัตน์

ทำให้ตลาดการเงินระหว่างประเทศต้องปรับบทบาทและการเติบโตของตนเองให้ทัดเทียมกัน และให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้

ธนาคารแบริ่ง กำเนิดเมื่อปี 1932 เป็นธนาคาร Merchant banking Company เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ ที่ล้มเลิกกิจการจากผลขาดทุน 1,400 ล้านดอล่าร์ ที่เกิดจากการลงทุนที่ผิดพลาดและเกินอำนาจของเทรดเดอร์ของธนาคารชื่อ นิก ลีสัน ที่ลงทุนในตลาด SIMEX (Singapore International Monetary Exchange) ในหลักทรัพย์อนุพันธ์(Derivative Securities)

การล่มสลายของธนาคารนี้ถือว่าเกิดขึ้น 2 ครั้งที่พบกับฐานะล้มละลาย ซึ่งหลังจากการล้มละลายครั้งแรก ธนาคารแบริ่งถูกซื้อกิจการโดย ธนาคารเนเธอร์แลนด์ ING และในปัจจุบันก็ไม่มาภาพเป็นกิจการอีกแล้ว เพราะล่มสลายอีกครั้ง

ประการที่ 2 การกำกับกิจการธนาคารก่อนหน้าการล่มสลายของธนาคารแบริ่ง

โลกได้ยึดเอามาตรฐานความมั่นคงของธนาคาร ที่กำหนดโดย Basel Committee และประกาศใช้เมื่อเมษายน 1993 มาใช้ในการดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงแล้ว

แต่เป็นมาตรฐานที่เน้นการกำกับความเสี่ยงด้านเครดิตมากเกินไป ขณะที่ให้ความสำคัญน้อยมากกับความเสี่ยงด้านตลาดและความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ

ดูได้จากการล้มละลายของธนาคารแบริ่งที่เกิดขึ้นแบบทันทีทันใด ปราศจากสัญญาณเตือนล่วงหน้าแม้แต่น้อย

การล่มสลายของธนาคารแบริ่งมาจากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ในสัดส่วนที่สูงมากที่ชื่อตราสาร Nikkei 225  เป็นหุ้นที่ค้าในตลาดล่วงหน้าในตลาดสิงคโปร์และโอซาก้าของญี่ปุ่น

นอกจากธนาคารแบริ่งแล้ว ในคราวนั้น ยังมีการล้มที่เกิดจากตราสารอนุพันธ์ในลักษณะเดียวกันอีก เกิดกับ Orange Country ที่เป็นของรัฐบาลแคลิฟอร์เนีย และกิจการเยอรมนี ชื่อ Metallgesellschaft ด้วย

ประการที่ 3 การล้มละลายของธนาคารแบริ่ง

ให้บทเรียนสำคัญ 4 ประการ

(1)   ปลายปี 1993 แบริ่ง มีอัตราส่วนของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเกินเกณฑ์ของ Basel ที่กำหนดไว้เพียง 3% จึงถือว่ามีความมั่นคงมาจนปี 1995 และรู้ตัวว่ามีสัดส่วนของเงินกองทุนไม่พอเพียงในช่วงเวลา 2 เดือนก่อนล่มสลายเท่านั้น

ซึ่งทำให้เกิดข้อกังขาว่าการมีสัดส่วนของเงินกองทุนเพียงพอในการประเมินความมั่นคงของสถาบันการเงินจริงหรือไม่

(2)   การล่มสลายชี้ว่า ธนาคารแบริ่งมีกลไกการควบคุมภายในไม่เพียงพอในการรองรับการกำกับธุรกรรมเสี่ยงด้านการค้าของเทรดเดอร์

(3)   หน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินเองก็ล้าหลัง ตามไม่ทันพัฒนาการของเครื่องมือทางการเงินกลุ่มอนุพันธ์ จึงไม่สามารถวางหลักเกณฑ์การควบคุมและกำกับความเสี่ยงได้อย่างเพียงพอ

ซึ่งทำให้ BIS ต้องทบทวนมาตรฐาน Basel อย่างเร่งด่วน เพราะการกำกับด้วยการมีเพดานความเสี่ยงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการควบคุมความเสี่ยงของเครื่องมือทางการเงินที่มีความซับซ้อนและนวัตกรรมที่ต่างจากเครื่องมือดั้งเดิมอย่างมาก

(4)   ธนาคารทุกแห่งนำเอาเกณฑ์ตามมาตรฐาน Basel มาใช้ก็จริง แต่ใช้ตามที่มีเกณฑ์บังคับ โดยถือว่าเป็นภาระกับธนาคาร มากกว่าจะตระหนักว่าควรจะมีพัฒนากลไกการบริหารความเสี่ยงที่เพียงพอออกมารองรับโครงสร้างของสถานะความเสี่ยงของตนเองอย่างเพียงพอ และไม่ได้มีแบบจำลองการบริหารความเสี่ยงทางการเงินที่เหมาะสมกับตนเองอย่างแท้จริง

ขณะนั้น แบบจำลองการบริหารความเสี่ยงด้านตลาด ก็พอจะมีอยู่บ้างเรียกว่า Value-at-Risk หรือ VaR ที่พยายามประเมินขนาดของความเสียหายสูงสุดที่เป็นไปได้ที่จะเกิดกับพอร์ต (Portfolio) มาประกอบการดำรงเงินกองทุนของแต่ละธนาคาร

ประการที่ 4

ในยุคนั้นการค้าตราสารอนุพันธ์มีลักษณะเป็นการเก็งกำไรให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงมากกว่าเป็นกลยุทธ์การลงทุนทางการเงิน ที่นักลงทุนสามารถคาดหมายผลตอบแทนได้ชัดเจน (Expected Return)

ตราสารอนุพันธ์.ในขณะนั้น เป็นเครื่องมือที่เทรดเดอร์ใช้เก็งกำไรว่า ค่าเงินตราจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร ระหว่างเงินดอลล่าร์สหรัฐเทียบกับเงินเยน

เทรดเดอร์จึงลงทุนในตราสารอนุพันธ์ที่เป็น Stock Index โดยไม่มีหุ้นของกิจการญี่ปุ่นเป็นสถานะตั้งต้นที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการซื้ออนุพันธ์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตามที่ธุรกิจปกติใช้กัน

ตลาดตราสารอนุพันธ์ในกรณีนี้ยึดโยงกับตลาดหุ้นในบางประเทศ (ญี่ปุ่น)และในเงินเยนก็จริง แต่ไม่ได้ตั้งอยู่ในญี่ปุ่น ไปตั้งอยู่ในสิ่งคโปร์และการเคลื่อนไหวของราคา เป็นไปตามอุปสงค์อุปทานตลาดตราสารอนุพันธ์ในตลาดล่วงหน้า (Futures) เองด้วย

ประการที่ 5 การเก็งกำไรของเทรดเดอร์อย่างลีสัน

สามารถหลุดรอดพ้นจากการตรวจพบของสำนักงานใหญ่ในลอนดอนได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดหลักทรัพย์ในโอซาก้าของญี่ปุ่น ถือว่าตลาด SIMEX ในสิงคโปร์เป็นคู่แข่งของจน จึงไม่ยอมให้มีการแบ่งปันข้อมูลการซื้อขายที่แสดงสถานะการค้าตราสารอนุพันธ์ (Exposure) ของแบริ่งให้อีกฝ่ายหนึ่งรับรู้ รายงานสถานะการค้าดังกล่าวจึงไม่ได้ส่งไปที่สำนักงานใหญ่ของธนาคารแบริ่งในลอนดอน

หากรายงานสถานะการค้าของเทรดเดอร์รายลีสันในสิงคโปร์และโอซาก้า ส่งไปถึงสำนักงานใหญ่ของธนาคารแบริ่งในลอนดอน อาจจะสกัดกั้นความเสียหายได้ ไม่เกิดการเพิ่มขึ้นของสถานะของการเก็งกำไรจนเกินจะแก้ไขได้เช่นนี้

เมื่อธนาคารแบริ่งนำส่งรายงานสถานการณ์ลงทุนในหลักทรัพย์อนุพันธ์ของสำนักงานของธนาคารในสิ่งคโปร์ จึงไม่ปรากฏว่าเทรดเดอร์ของธนาคารได้ทำการค้าตราสารที่ผิดปกติแต่อย่างใด (เพราะธนาคารแบริ่งไม่ได้รับรายงานสถานะจริงทั้งหมดจากตลาดหลักทรัพย์โอซาก้าในญี่ปุ่น)เพียงแต่มีการค้าตราสารกับคู่ค้าหลายรายที่ไม่ผิดปกติ

ประการที่ 6 ญี่ปุ่นเกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวที่โกเบในปี 1995 แบบคาดไม่ถึง

ทำให้ราคาหุ้นในตลาดนิคเคอิของญี่ปุ่นตกลงมากและออกนอกช่วงปกติ

ทำให้การลงทุนในตลาดล่วงหน้าของลีสัน ที่ได้เข้าไปซื้อตราสารเพิ่มจากที่ต่ำกว่า 5,000 สัญญา ณ 13 มกราคม เป็น 20,000 สัญญาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1995 เพราะต้องการเก็งกำไรในค่าเงินเยน เกิดผลการขาดทุนจากภัยธรรมชาติในญี่ปุ่น

เมื่อความคาดหมายของลีสันผิดพลาด ธนาคารแบริ่งได้มีสถานะเปิดรับความเสี่ยงจากการลงทุนในสัญญาอนุพันธ์เพิ่มขึ้นเป็น 20% และเกินกว่าเพดานที่กำหนดถึง 8 เท่าตัว

ประการที่ 7 เมื่อลีสันได้รับรู้ว่าการตัดสินใจผิดพลาดและเกิดผลขาดทุน

ได้พยายามปกปิดความผิดและแก้ไข ด้วยการเข้าไปลงทุนในตราสารเสี่ยงสูงอื่นในรอบใหม่ โดยหวังว่าจะมีกำไรจากรอบใหม่มาหักลบผลขาดทุนที่เกิดในการลงทุนรอบแรกได้ โดยเพิ่มการลงทุนอีกเท่าตัวเพื่อให้ผลกำไรเพียงพอจะหักล้างผลขาดทุนรอบแรกได้หมด และได้เงินต้นและกำไรคืนให้แก่ธนาคารแบริ่ง

การตัดสินใจของลีสันครั้งนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการแนะนำของนักลงทุน ที่ชักชวนให้ลีสันเสี่ยงลงทุนรอบใหม่และเพิ่มเงินเดิมพันเป็น 21 เท่า

สิ่งที่น่าตกใจคือ วิธีการคิดแบบนี้ไม่ได้มีเพียง นิก ลีสันเพียงคนเดียว แต่มีเทรดเดอร์ในกิจการอื่นอีกมากมายระหว่างปี 1988-1998 ที่ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน คือเพิ่มเดิมพันเพื่อเป็นหนทางหักลบผลขาดทุนรอบแรก

ประการที่ 8 ประเด็นด้านการควบคุมภายในธนาคารแบริ่ง

ระบบการควบคุมภายในเป็นจำเลยของเรื่องนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะตรวจสอบการลงทุนที่ผิดพลาด และการตัดสินใจเพิ่มเดิมพันรอบใหม่ของนิก ลีสัน ในการค้าตราสารอนุพันธ์ในตลาดการเงินในเอเชีย

(1)   ลีสันมีความรับผิดชอบ 2 ทางพร้อมกัน คือ ตัดสินใจค้าเงินและตราสารในนามของธนาคาร และทำการเคลียริ่งสถานะ จ่ายเงินค่าซื้อและบันทึกรายการซื้อขายเองและจัดทำรายงานนำส่งเองตลอดแนว จึงทำให้ขาดขั้นตอนของการสอบทาน และทำให้ลีสันสามารถปกปิดรายการลงทุนแบบกล้าตายของตนเองได้ทั้งหมด

(2)   มีการตระหนักในจุดอ่อนของการควบคุมภายในดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 1992 และหัวหน้างานหลักทรัพย์ในสิงคโปร์ได้รายงานเตือนสำนักงานใหญ่ในลอนดอนตั้งแต่ต้นปี 1992 ว่าอาจจะมีความเสี่ยงจากการมอบหมายให้คนคนเดียวทำหน้าที่ทั้งค้าของและเคลียริ่งรายการได้เอง

(3)   อำนาจในการลงทุนค้าเงินและตราสารของลีสันเป็นไปอย่างไร้เพดานและข้อจำกัด ซึ่งเป็นวิธีการดำเนินงานที่ไม่ควรเกิดขึ้นในระบบธนาคาร

(4)   ประเด็นของจุดอ่อนนี้ไม่ได้ถูกหยิบยกเป็นประเด็นพิเศษให้ผู้ตรวจสอบภายนอกรับทราบ ผู้ตรวจสอบภายนอกจึงไม่ได้ยกประเด็นนี้ไว้ในฐานความเสี่ยง และใช้ในการตรวจสอบเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ เพราะเกรงว่าผู้ตรวจสอบภายนอกระบันทึกประเด็นนี้ไว้ในรายงานผลการตรวจสอบ บัญชี ซึ่งจะทำให้ประเด็นนี้ถูกส่งต่อไปยังธนาคารกลางอังกฤษ

(5)   ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารแบริ่งไม่ได้มีความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับวิธีการค้าตราสารอนุพันธ์ การควบคุมธุรกรรมด้านอนุพันธ์ของลีสันจึงเป็นเพียงการให้แนวทางเชิงปริมาณว่าต้องทำกำไรให้ได้ตามเป้าหมายแต่ไม่มีการกำหนดกลยุทธ์ และนโยบายการควบคุมตั้งแต่แรก

ขณะเดียวกันก็ไม่ได้วางวิสันทัศน์ในระยะยาวในเรื่องนี้ รวมทั้งความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มกิจกรรมและมาตรการในการควบคุมภายในเพิ่มเติม

ประการที่ 9 สิ่งที่ต้องมีความตระหนักเพื่อพัฒนาเป็นบทเรียนจากกรณีของลีสัน

(1)   ธนาคารแบริ่งไม่ใช่ธนาคารเดียวที่มีปัญหาวางระบบการควบคุมภายในไม่เพียงพอ และไม่ได้เป็นธนาคารเดียวที่ได้รับผลกระทบจากจุดอ่อนของการควบคุมภายใน

หลังจากกรณีของธนาคารแบริ่งผ่านไปกว่า 1 ปีได้เกิดกรณีเดียวกันที่ธนาคารซูมิโตโมที่มีผลขาดทุนถึง 1,800 พันล้านดอลล่าร์จากการดำเนินงานของเทรดเดอร์รายเดียวเหมือนกัน และก็เกิดกรณีคล้ายกันอีกในเวลาต่อมา

(2)   SIMEX ของสิงคโปร์ มีความเดือดร้อนไม่แพ้กัน ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล จนถึงกับทบทวนกฎระเบียบที่วางไว้เดิม

(2.1.)     กลไกการตรวจสอบภายในและระบบรายงาน

(2.2.)     วิธีปฏิบัติในการเคลียริ่งให้เป็นปัจจุบันตลอดเวลา

(2.3.)     การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างตลาดด้วยกันให้เชื่อมโยงถึงกัน

(2.4.)     แนวปฏิบัติที่ดีที่ควรเพิ่มเติม ในการค้าตลาดล่วงหน้า

(2.5.)     กลไกการกำกับติดตามที่มีประสิทธิภาพเพิ่ม

(2.6.)     การเพิ่มอำนาจของ SIMEX ในการเข้าไปควบคุมการดำเนินงานของกิจการสมาชิกโดยตรงในสถานการณ์ที่ผิดปกติ และเสี่ยงภัย

(2.7.)    เพิ่มเงื่อนไขในการกำกับพฤติกรรมการเก็งกำไร

(2.8.)    เพิ่มแนวทางและมาตรการที่จะจัดการเมื่อเกิดสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง

(ที่มา:Commodities Trading :Nick Leeson, Internal Controls and The Collapse of Baring Bank- Sam Bhugaloo)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
4BANK วันที่ : 11/03/2014 เวลา : 00.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

ตำราเ่ล่มนี้คงเขียนมาเพื่อเป็นตำรา จึงสรุปหัวข้อไว้ชัดเจน เหมือนกันจะบอกว่าถ้าทำแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น จริงๆแล้ว สมัยนั้นยังไม่มี internet การซื้อขายหุ้นจะใ้ช้ Trader เคาะกระดานแย่งกันไป bid offer ที่กระดาน ในทางปฎิบัติไม่สามารถแยกงาน sales กับ operation ได้ชัดเจนตามตำรา เพราะ Trade ก่อนแล้วจึงทำเอกสารตาม ตลาดหุ้นไทยสมัยก่อนก็ทำแบบนี้ แต่เนื่องจากสำนักงานใหญ่สนใจแต่ Gain กับยอด Balance เท่่านั้น Trader จึงจับแนวทางหลบได้ โดนซ่อน loss ไว้อีกบัญชีชื่อ 8888 ถ้าแผ่นดินไม่ไหว แบริ่งก็อาจจะรอดก็ได้ พอดีสายป่านหมดก่อนก็เลยหมุนไม่ทัน 555

สมัยโน่นก็พลาดอีกแบบ แต่สมัยนนี้ใช้ computer มันเร็วกว่ามาก แนวทางผิดพลาดก็จะเป็นอีกแบบ อ่าน case แบรั่งแล้วไปอ่าน case ของ เลย์แมน บราเทอร์ จะเห็นว่า มันแตกต่างกันมาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]