risk management forum
แนวคิดการบริหารความเสี่ยง การบริหารจัดการธุรกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chirapon
วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2558
Posted by จิรพรสุเมธีประสิทธิ์ , ผู้อ่าน : 1407 , 14:59:41 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อาจารย์จิรพร สุเมธีประสิทธิ์

sumetheeprasit@hotmail.com

          เมื่อโลกและประเทศไทยตัดสินใจเข้าสู่ยุคที่ 3 หรือ Third Generation ของดิจิตอล เทคโนโลยี ได้ทำให้กิจการต่างๆ ต้องปรับตัว เพื่อลดความเสี่ยงในการถ่ายโอนโมเดลธุรกิจสู่ Digital Economy และล้มเลิกโมเดลธุรกิจแบบดั้งเดิม

          ขณะเดียวกัน ประเทศที่เป็นตัวแทนของสังคมที่เรียกว่า Digital Economy และถือว่าประสบความสำเร็จในการปฏิวัติเศรษฐกิจสู่ Digital Economy ด้วยการใช้พลังงานของแรงขับเคลื่อน ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการที่ผู้บริโภคและธุรกิจที่ต้องฝ่าฟันสู่บริการในแนวดิจิตอล และพัฒนาศักยภาพและความพร้อมในการบริหารความเสี่ยงภายใต้สภาพแวดล้อมใหม่ของ Digital Economy

          ผู้ประกอบการในธุรกิจต่างๆ มีแนวโน้มที่จะต้องตระหนัก และยอมรับในบทบาทใหม่ที่ต้องมีความรับผิดรับชอบของผู้บริหารเพิ่มเติมจาก Digital Economy ทั้งในไทยและระดับโลก ด้วยการปรับทรัพยากร กระบวนการดำเนินงานและการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจในความคงอยู่ ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ

          เทคโนโลยีสำคัญในระบบ Digital Economy ประกอบด้วย (ที่มา: ดีลอยด์ ดิจิตอล รายงานเรื่อง Taking Leader in a digital Economy, November 2012

(1) Web-delivered Services

(2) Mobile Applications

(3) Social Media

(4) Machine-to- Machine

ประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจ มีหลายประการ ได้แก่

ประการที่ 1

Digitalization of Economy

มีมิติ 2 มิติที่ใช้เป็นตัวชี้วัด พัฒนาการของความเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิตอล คือ

(1) Broadband Adoption มีหน่วยนับเป็น %   ของการเติบโต

(2) Average connection speed มีหน่วยนับเป็น   Mbps

สิ่งที่ใช้เป็นตัวแทนของประเด็นนี้   คือ จำนวนสมาชิก 3G   เทียบกับประเทศอื่นๆ โดยพิจารณาจาก Wireless broadband   penetration หรือการกระจุกตัว/ความหนาแน่น   และการนำเอาเทคโนโลยี 4G มาใช้สนับสนุน Mobile   Network ที่ใช้งานในการขับเคลื่อนธุรกิจ   และเศรษฐกิจของธุรกิจประเภทต่างๆ

ประเด็นของการลงทุนในด้านโครงข่ายพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีสู่   4G   ก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ใช้ประเมินความก้าวหน้าสู่ Digital   Economy ทั้งในส่วนของ (ก) Brandwidth   และ(ข) การปรับพฤติกรรมการใช้ ทั้งที่เป็น Fixed Wireless   Connectivity โดยพิจารณาจากสัดส่วนการมี สมาร์ทโฟนที่มีมากกว่า 50%   ของการใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมด

ประการที่ 2

การตอบรับของผู้ใช้บริการในตลาด

การที่เศรษฐกิจจะปรับเปลี่ยนสู่ Digital   Economy ได้รวดเร็วมากน้อยเพียงใด   ขึ้นอยู่กับผลการตอบรับของผู้บริโภคและผู้ใช้ด้วย

ตัวชี้วัดที่สำคัญในส่วนนี้   ดูได้จาก

(1) Internet search จากอัตราการค้นข้อมูลจากช่องทางอินเทอร์เน็ต   โดยเฉพาะซื้อสินค้าออนไลน์

(2) Digital content จากการเติบโตของสัดส่วนการชมรายการการผ่าน   Online Video Content

(3) Social Media จากประสบการณ์การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของประชาชน   และสัดส่วนการเข้าสังคมออนไลน์

(4) Mobile Application จากการกระจุกตัวของสมาร์ทโฟน   และโมบายแอพพิเคชั่นของการดาวน์โหลดแอพพิเคชั่นจำนวนครั้ง

(5)    E-Commerce และ M- Commerce จากยอดขายผ่านออนไลน์ เปรียบเทียบกับยอดขายแบบดั้งเดิม   และอัตราการเติบโตของการซื้อขายผ่านดิจิตอล

ประการที่ 3

การปรับโมเดลธุรกิจของภาคเอกชนสู่ยุคดิจิตอล

เป็นการพิจารณา  การปรับตัวของกิจการขนาดย่อมสู่ระบบออนไลน์ การวางตำแหน่งทางธุรกิจบนออนไลน์   และการมีสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าส่วนใหญ่ผ่านทางเว็บไซค์   และการเปิดรับความสำคัญของสื่อสังคมออนไลน์   และใช้เป็นส่วนหนึ่งของช่องทางการดำเนินธุรกิจ   ด้วยการมีบัญชีในสื่อสังคมออนไลน์หลัก อย่าง Facebook และใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณาเพื่อบริหารต้นทุนดำเนินงานให้ลดลง   เพราะราคาถูกกว่า

ประการที่ 4

หน่วยเศรษฐกิจ   ภาครัฐบาลได้ปรับตัวสู่ดิจิตอลด้วยบทบาทเพิ่มขึ้น

ผลที่เกิดขึ้นในพัฒนาส่วนนี้คือ

(1) การส่งเสริม บริการในรูปแบบดิจิตอล

(2) การมีบทบาทของอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นในธุรกรรมทางเศรษฐกิจ

ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้ มีผลให้เกิดการเติบโตของรายได้ประชาชาติ   แต่ยังมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณธุรกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด

ผู้ประกอบการในทุกสาขาธุรกิจเริ่มยอมรับและเห็นว่าการดำเนินธุรกิจด้วยรูปแบบของดิจิตอลมากกว่าที่จะไม่ใช้ดิจิตอล

การเติบโตของดิจิตอลในภาคธุรกิจ   คาดว่าจะเติบโตในอัตราสูง ใน

(ก) ภาคบริการทางการเงิน

(ข) โทรคมนาคม

(ค) การค้าปลีก การศึกษาและการขนส่งและโลจิสติกส์

ประการที่ 5

 

(A)

ภาคธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนในระยะสั้นแต่เป็นการเปลี่ยนโฉม

 

ระดับความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลง

(B)

ภาคธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนในระยะยาวเป็นการเปลี่ยนโฉมการศึกษา

การค้าปลีก

ICTและมีเดีย

ธุรกิจการเงิน

 

การขนส่งและไปรษณีย์

บริการทางวิชาชีพ

ดูแลสุขภาพ

ศิลปะและการบันเทิง

การเกษตรกรรม

บริการสาธารณะของรัฐ

ทำความสะอาด

โรงแรม

บริการด้านอาหาร

การก่อสร้าง

การค้าส่ง

สาธารณูปโภค

(C)

ภาคธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนในระยะสั้น

และเป็นการปรับเล็กน้อย

ภาคการผลิต

เหมืองแร่

ระยะเวลาที่ต้องปรับตัวธุรกิจ

(D)

ภาคธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนในระยะยาวและเป็นการปรับเล็กน้อย

 

ที่มา   ดีลอยด์ 2012

ประการที่ 6

บทบาทของบริการบนแบบแผน   ดิจิตอล(Digital   Services)

ธุรกิจด้านบริการมีแนวโน้มที่จะขยายขอบเขตการดำเนินงานข้ามอาณาเขตเชิงพื้นที่มากกว่าธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าที่มีตัวตน   การแข่งขันจากคู่แข่งในธุรกิจบริการที่บุกตลาดระดับท้องถิ่น   จึงมีความเป็นไปได้สูง

ตัวอย่างเช่น   ธุรกิจขายปลีก ที่มีการเข้ามาแย่งตลาดจากผู้ให้บริการ Online   Commerce จากระดับโลกเพิ่มมากขึ้น   จากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่งที่ไม่แพงนัก   แม้ว่าจะต้องส่งทางไกลมากขึ้น

ประการที่ 7

การปรับตัวยังรออยู่อีกในอนาคต

กิจการประเภทต่างๆ   ยังต้องการการแสวงหาแนวทางและรูปแบบในการปรับตัวสู่ Digital   Economy รวมทั้งระบบโลจิสติกส์   ที่คาดว่าจะเชื่อมโยงกับโลกออนไลน์ให้เข้ามา Interface ให้ได้กับโลกโลจิสติกส์   เพื่อจะได้เรียกเก็บเงินค่าบริการจากลูกค้าเป็นโซลูชั่นแทน

โลกของดิจิตอลทำให้ลูกค้าจากทั่วโลก   สามารถสร้าง Content   และSoftware Application ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นรายกรณี

แต่ละนาทีที่ผ่านไป   การอัพโหลดจะต้องเพิ่มขึ้น เพื่อแสดงความสำเร็จของโลก Digital   Economy และทำให้ต้นทุนต่อหน่วยบริการลดลง   ซึ่งเท่ากับเพิ่มศักยภาพของการแข่งขัน

ประการที่ 8

โลกดิจิตอล   ไม่ได้ต่อสู้ด้วยขนาดสินทรัพย์ที่มี   แต่สู้ด้วยสิ่งที่ทำและใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ เพื่อสร้างคุณค่า

ในโลกอดีต   กิจการสู้กันไม่ได้เพราะขนาดของสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน   โดยเชื่อว่ากิจการใหญ่กว่าด้านสินทรัพย์ย่อมได้เปรียบกิจการที่เลกกว่าเสมอ   รวมถึงสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน หรือกู้ดวิลล์ของชื่อเสียงของกิจการที่สั่งสมขึ้นไปเรื่อยๆ   และได้ปรากฏอยู่ในงบการเงินของกิจการในเชิงที่ประจักษ์ชัดแก่บุคคลภายนอก

ในการทำธุรกิจแบบดิจิตอลโมเดล   กลับมาสู่ศักยภาพและความสามารถของบุคลากร เกือบทั้งหมด

คุณค่าของกิจการเป็นฟังก์ชั่นที่ขึ้นและพึ่งพาโดยตรงกับคุณค่าที่บุคลากรได้ดำเนินการและกระทำให้   เกิดขึ้นและเกิดการยอมรับจากลูกค้า

โมเดลธุรกิจแบบดิจิตอล   โครงสร้างขององค์กรแบบติดตรึงแทบไม่มีความหมาย   ในทางตรงกันข้ามทุกอย่างต้องยืดหยุ่น และสร้าง Internal Value Chain ให้เข้มแข็ง

แต่ละวันที่ดำเนินธุรกิจ   สินทรัพย์ของกิจการไหลออกไปจากกิจการทุกวัน สู่การครอบครองของลูกค้าในที่สุด

สิ่งที่กิจการต้องทำคือ   หาทางสร้างสภาพแวดล้อมการทำงาน ที่ลูกค้าตัดสินใจจะหวนคืนมาใช้บริการ   และซื้อสินทรัพย์ของกิจการกลับไปอีก

ประการที่ 9

องค์ประกอบที่กิจการต้องสร้าง   เพื่อสร้างคุณค่าและประกันในอนาคต

สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงในการดำเนินงาน   ระหว่างโลกแห่งอดีตและโลกแห่งอนาคต คือการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น   หาทางสร้างรายรับจากแหล่งรายได้ใหม่ และเพิ่มรายรับจากแหล่งรายได้เดิม และจากโมเดลธุรกิจใหม่ๆ

การจัดสรรทรัพยากรในโมเดลธุรกิจ

(1) การจัดสรรจังหวะเวลาที่เหมาะสม

(2) การปรับธุรกิจตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด   ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีต่อไปจากนี้

(3) การส่งต่อระหว่าง CEO คนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งเพื่อให้ถึงภาวะ Mature

(4) การตัดสินใจช้าไปจะยิ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าตัดสินใจเร็วไป

(5) การค้นหาทางเพิ่มปริมาณธุรกิจ   โดยลดต้นทุนการดำเนินงานต่อหน่วยลงตามลำดับ

(6) Digital Sales and Digital Marketing ทำให้บุคลากรต้องเปลี่ยนบทบาทและโฉมหน้าการเผชิญหน้ากับลูกค้า

ประการที่ 10

กิจการที่เป็นธุรกิจการผลิตต้องปรับการซื้อและจัดหาซับพลายเออร์ซอฟแวร์ก่อนการจัดซื้อวัตถุดิบเพื่อการผลิต

เพราะโมเดลดิจิตอล   ลูกค้าและผู้บริโภคพร้อมที่จะซื้อสินค้าจากแบรนด์เดิมอยู่แล้ว   ควบคู่กับความพร้อมในการเปิดรับสินค้าและบริการของแบรนด์ใหม่

ดังนั้น   กิจการจึงต้องหาทางสร้างแหล่งรายได้ใหม่ด้วยตนเอง   จากฝั่งของผู้ขายเองมากกว่าการที่ต้องไปกระตุ้นด้านผู้ซื้อเพิ่มเติม   ด้วยการพัฒนา Digital   Transformation

ประการที่ 11

วิธีคิดในด้านการตลาดที่เปลี่ยนไปด้านการกำหนดราคา

ในโลกธุรกิจใบเดิม   กิจการใช้การกำหนดราคา   โดยอิงอยู่กับต้นทุนการผลิตและการดำเนินงานของสินทรัพย์ทางกายภาพ   และด้วยการจำกัดการแข่งขันมิให้มีความรุนแรง

แต่ในโลกดิจิตอล   กิจการจะมีต้นทุนการผลิตและการดำเนินงานต่ำลง หากสามารถ

(1) เพิ่มปริมาณลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้นได้เรื่อยๆ

(2) เพิ่มจำนวนคู่แข่งขัน   เพื่อให้ลูกค้าเห็นทางเลือกหลายๆทาง

(3) สร้างสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรม

ประการที่ 12

ช่องทางที่เป็นนวัตกรรมทางธุรกิจ

(1) Multisided Business

(2) Outside-In

(3) Collaborative Consumption เน้นการแบ่งปัน   การแลกเปลี่ยนแบบ swap กัน การแลกเปลี่ยนสินค้าต่อสินค้าโดยไม่ผ่านเงิน   การยืมแทนการซื้อ

ประการที่ 13

ตัวขับเคลื่อนธุรกิจ   5 ประเภท

(1) ลงทุนในด้านศักยภาพใหม่บนโมเดลธุรกิจเดิม

(2) ลงทุนสั่งสมความสัมพันธ์กับลูกค้า

(3) เพิ่มความรวดเร็วและทันเหตุการณ์

(4) ทำความรู้จักคู่แข่งขันให้เพียงพอ

(5) ลงทุนในการสร้างอัจฉริยภาพ การดำเนินงานที่ชาญฉลาด

ประการที่ 14

องค์ประกอบการบริหารจัดการที่ต้องปรับปรุงเพื่อเพิ่มศักยภาพบนโมเดลธุรกิจเดิมคือ   24x7   Platform ได้แก่

(1) การปรับราคาขายให้เป็นปัจจุบัน (Real Time   Pricing)

(2) การบริหารความเสี่ยงบนออนไลน์   แพลตฟอร์ม

(3) การสร้างโซลูชั่นรายบุคคล ตามความต้องการที่เปลี่ยนไปแต่ละครั้งของลูกค้ารายเดิม

(4) การติดตามพฤติกรรมและรูปแบบความต้องการของลูกค้าใน   Customer   Profile

(5) การบริหารการขายและการบริการผ่าน Multi-channel   Sales and Service

(6) API-based, Technology Platform

(7) การบริหารการสื่อสารบนตลาดออนไลน์

(8) การบริหาร KM

(9) การเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของสื่อสังคมออนไลน์  

ประการที่15

องค์ประกอบของการบริหารจัดการที่ต้องปรับปรุงเพื่อสั่งสมความสัมพันธ์กับลูกค้า   (Customer   Relations) ได้แก่

(1) การพัฒนาระบบให้ต้นทุนการเปลี่ยนแหล่งผลิตรายผู้ขายและการค้นหาข้อมูลสำหรับลูกค้าในตลาดออนไลน์ลดลง   จนลูกค้าสามารถค้นหากิจการพบโดยแบกรับภาระต้นทุนที่ยอมรับได้

(2) การบวกเพิ่มราคาที่สอดคล้องกับการเพิ่มคุณค่าแก่ลูกค้า   เพราะลูกค้ายินดีที่จ่ายเพิ่มก็ต่อเมื่อประเมินแล้วว่ามีมูลค่าเพิ่มจากการซื้อสินค้าและบริการ   ในลูกค้าที่พร้อมจะเปิดรับคุณค่าใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว

(3) ผลประกอบการของการดำเนินงานของบุคลากรจะต้องเชื่อมและยึดโยงกับ   feedback   ที่กลับมาจากลูกค้าว่ามีผลตอบรับดีขึ้น อย่างไร

ประการที่ 16

องค์ประกอบการบริหารจัดการที่ต้องปรับปรุงเพื่อเพิ่มเติมความรวดเร็วและทันเหตุการณ์

ขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถประมาณการว่า Digital   Economy จะเติบโตแบบก้าวกระโดดมากน้อยเพียงใด   กิจการที่เคยค่อยๆปรับตัวตามโมเดลธุรกิจยุคเดิม อาจจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว   ซึ่งหลายกิจการทำไม่ได้เพราะไม่คุ้นเคย และไม่ได้เตรียมใจไว้สำหรับการตัดสินใจแบบฉุกเฉินและทันทีทันใด

(1) ต้นทุนสำคัญที่กิจการต้องพยายามประเมินให้ได้   คือ ต้นทุนค่าเสียโอกาส ซึ่งจะเป็นวิกฤติและผลทางลบ หากแก้ไขสถานการณ์ไม่ทัน   แต่จะเป็นผลตอบแทนของการลงทุนทันทีที่ตามสถานการณ์ทัน และแซงหน้าคู่แข่งขันได้

(2) การวางแผนที่สำคัญจะไม่ใช่การวางแผนประจำปี   และติดตรึงอยู่กับแผนงานนั้นตลอดทั้งปี   โดยยึดโยงกับตัวเลขฐานของผลประกอบการปีก่อน   ไม่สามารถช่วยให้กิจการประสบความสำเร็จจากการตอบโต้กับภัยคุกคามจากคู่แช่งขัน   ทั้งรายเก่าและรายใหม่

ประการที่ 17

องค์ประกอบของการบริหารจัดการที่ต้องปรับปรุง   เพื่อทำความรู้จักคู่แข่งขันให้เพียงพอ

(1) การยืนอยู่บนจุดเดิมตลอดเวลา   ไม่เพียงพอสำหรับการแข่งขันในอนาคต เพราะเท่ากับเป็นการละเลยคู่แข่งขัน   ที่มีสินค้าและบริการที่ทดแทนกัน

(2) คู่แข่งขันที่น่ากลัวคือคู่แข่งขันที่สินค้าทดแทนได้   โดยไม่สร้างต้นทุนเพิ่มเติม หรือมีต้นทุนต่ำกว่า จนลดภาระของผู้บริโภคได้

(3) คู่แข่งขันในธุรกิจยุคเดิม   อาจจะกลายเป็นพันธมิตรและร่วมมือกันทางธุรกิจในอนาคต   ขณะที่ลูกค้าในปัจจุบันอาจจะเปลี่ยนสภาพเป็นคู่แข่งรายใหม่ในอนาคตได้

(4) ห่วงโซ่แห่งคุณค่าในยุด Digital   Economy มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลง และบิดเบือนไปจากเดิม   จึงเป็นเรื่องที่กิจการต้องออกแบบใหม่

ประการที่ 18

การลงทุนอย่างชาญฉลาด

เป็นเรื่องที่จำเป็นในยุค Digital   Economy การสร้างทักษะและความชำนาญในการทำธุรกิจโมเดลใหม่   ไม่ได้สร้างในเวลาเพียง 1-2 ปี และต้องการการสั่งสมอย่างต่อเนื่องด้วย

                 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2015 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]