risk management forum
แนวคิดการบริหารความเสี่ยง การบริหารจัดการธุรกิจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chirapon
วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2558
Posted by จิรพรสุเมธีประสิทธิ์ , ผู้อ่าน : 1524 , 08:36:53 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

อาจารย์จิรพร สุเมธีประสิทธิ์

sumetheeprasit@hotmail.com

 

แม้ว่ากิจการทั้งหลายจะยอมรับสภาพแวดล้อมจะยอมรับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมที่เรียกว่า Digital Economy และรับรู้ว่าเทคโนโลยีที่จะประยุกต์มาใช้ในการดำเนินงานของกิจการได้อย่างเหมาะสม ไม่ได้ง่ายเพียงกระพริบตา แต่ต้องหาทางสร้างการเรียนรู้เพื่อพัฒนา ธำรงรักษา และเชื่อมโยงให้เกิดการกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันของการทำงานของเทคโนโลยี และการทำงานโดยมนุษย์

สิ่งที่กิจการต้องศึกษา ให้ความสำคัญ และเอาชนะอุปสรรค วิกฤติ ภัยคุกคามให้ได้เพื่อปรับเปลี่ยนสถานการณ์ทางลบสู่โอกาสทางธุรกิจให้ได้มีหลายประการ

ประการที่ 1 บุคลากรด้าน IT ไม่ครบวงจร และเน้นเทคนิคมากเกินไป

เมื่อโลกเข้าสู่ยุค Digital Economy และเมื่อกิจการพบว่า ต้องแปลงโฉมกิจการสู่การเป็น Digital Enterprise สิ่งที่เกิดกับประเทศที่ก้าวสู่ Digital Economy ทั่วโลก คือ ขาดบุคลากรที่จะเชื่อมโลก Digital กับโลกดั้งเดิม

(1) CIO ไม่อาจสร้างสมรรถนะ และอัจฉริยภาพที่เชื่อมโยง เทคโนโลยีที่จะลงทุนได้อย่างเหมาะสม เพื่อการทำงานร่วมกับระบบงาน บุคลากรประจำวัน

(2) บุคลากรในสายงาน IT ยังไม่หลุดออกจากประสบการณ์แบบเดิมๆ ที่มี คือ มีทักษะเฉพาะด้าน IT แต่ไม่ชำนาญในการตอบได้ว่า เทคโนโลยีจะช่วยแก้ไขปัญหาการดำเนินงานประจำวันอย่างไร

ประการที่ 2 กิจการที่เคยใช้ Outsource ในการบริหารจัดการด้าน IT จะมีปัญหา

เพราะ Outsource ทำตามเงื่อนไขของสัญญา ปฏิบัติงานด้าน IT แบบซ้ำๆ เพื่อให้มั่นใจว่า กิจการผู้ว่า จ้างจะมีความได้เปรียบด้านการแข่งขันในการควบคุมต้นทุนการปฏิบัติการด้าน IT

เมื่อกิจการจะพัฒนาสู่ Digital Enterprise จึงไม่อาจได้ประโยชน์จากเงื่อนไขในสัญญาว่าจ้าง Outsource ดังเดิมอีกต่อไป

ขณะเดียวกัน กิจการจึงต้องออกแบบ เทคโนโลยีที่จะใช้ในโมเดลธุรกิจใหม่ที่เป็นโลกดิจิตอล สร้างความเข้าใจในส่วนที่จะต้องดำเนินงานเอง และส่วนที่จะใช้ Outsource ได้เพื่อทำ TOR ในการจัดซื้อจัดจ้างด้วยเงื่อนไขใหม่ที่สอดคล้องกับ Digital Enterprise

ประการที่ 3 กิจการจะต้องเริ่มจากการพัฒนาและสร้าง KM เป็นต้นแบบด้านมูลค่าธุรกิจบนนิยามใหม่ของ Digital Enterprise

เป็นการบูรณาการอัจฉริยภาพในองค์กรที่มีเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของ Learning and Growth โดยอาจจะต้องลงทุนตามความจำเป็น โดยประเมินว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างไร โดยเฉพาะการบูรณาการในระดับผู้บริหาร ที่มีอัจฉริยภาพเพื่อธำรงรักษาไว้ และให้ผลตอบแทนบนผลประกอบการ(Performance-based) และการชนะการแข่งขัน และถ่ายโอนองค์ความรู้จากบุคคลสู่องค์กร

ประการที่ 4 การถ่ายถอดองค์ความรู้และทักษะ ความสามารถให้ทั่วทั้งองค์กร

เป็นการหมุนเวียนบุคลากรที่มีความสามารถไปสู่สายธุรกิจ หน่วยงานย่อยต่างๆ เพื่อได้มีโอกาสปรับปรุงถ่ายทอดต้นแบบของความสำเร็จไปสู่โครงการ สายธุรกิจ หน่วยงานต่างๆอย่างครบถ้วน

หรืออาจจะเป็นการหมุนเวียนไปสู่เทคโนโลยีอื่นเพื่อให้สามารถสร้างการรับรู้ ความรู้ ทักษะได้ในทุกเทคโนโลยี

ประการที่ 5 การทำให้ประเด็นทางเทคนิค อธิบายและเข้าใจง่ายด้วยการใช้คำที่ไม่ใช่เทคนิค

หากต้องการให้เทคโนโลยีแทรกเข้าไปในสายธุรกิจในระดับที่ลงลึกถึงงานประจำวันได้ ก็ต้องทำให้ทุกคนเข้าใจประโยชน์ของเทคโนโลยีในทางธุรกิจ มิใช่ทำให้คนที่ดำเนินงานของกิจการในทางธุรกิจเข้าใจศัพท์ทางเทคนิค

และเทคโนโลยีที่จะใช้ได้ในทางธุรกิจ คือเทคโนโลยีที่สามารถแสดงผลในเชิงประจักษ์ จนมีความเชื่อมั่นว่าจะเกิดคุณค่าแก่กิจการ

ประการที่ 6 การจัดตั้ง CTO (Chief Technology Office) ทำหน้าที่สนับสนุนครบวงจร

ในทุกกิจการจะต้องทำให้เห็นว่ามีผู้รับผิดชอบในการพัฒนา บริหารจัดการในลักษณะ System Admin. ที่พร้อมจะให้บริการในลักษณะ Technology Service แก่ทุกสายธุรกิจ ทุกหน่วยงานภายในองค์กรพร้อมกับวางแผนงานสนับสนุนให้ทุกคนได้รับรู้แผนงาน Technology Service Plan อย่างชัดเจนและเปิดเผยให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบอย่างทั่วถึง

ทุกครั้งที่เกิดความเปลี่ยนแปลงบ จะต้องมีการประชุม ซักซ้อมความเข้าใจ แผนงานในลักษณะที่เป็นพี่เลี้ยง ที่ปรึกษา จนกว่าผู้ใช้งานเทคโนโลยีทุกคน ทุกฝ่ายงานจะเกิดความเข้าใจ ประเมินผลแล้วพบว่า ไม่มีความเสี่ยงจากเทคโนโลยีหลักอีกต่อไป

ประการที่ 7 IT Project Portfolio and Data Management Center

เทคโนโลยีถือว่าเป็นกองกลาง ที่ทุกคนร่วมใช้งานได้ และเป็นทั้งส่วนที่เป็นความลับทางการค้าที่เข้าถึงได้เฉพาะบุคคล

ส่วนที่เป็นข้อมูลสารสนเทศส่วนกลางจะต้องมีงานบริหารข้อมูลและสารสนเทศส่วนกลาง แต่มีผู้รับผิดชอบข้อมูลแต่ละ field อย่างชัดเจน กำหนดวัน Update ข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างชัดเจน เพื่อให้รับผิดชอบในการจัดการข้อมูลในฐานะผู้จัดการข้อมูล

ประการที่ 8 การใช้เทคโนโลยีในการสร้างการสื่อสาร ติดต่อ เชื่อมโยงกับสังคม ชุมชน

การดำเนินการใดๆ บนโลกดิจิตอล ต้องทำในนามขององค์กร ในนามของสมาชิกชุมชน เช่นเดียวกับสมาชิกชุมชนอื่นๆ ผลจากการดำเนินงานในส่วนนี้จึงต้องคำนึงถึง

(1) ความคาดหวังของชุมชน

(2) การสื่อสารตีความผิดของชุมชน

(3) ผลกระทบทางลบที่กลับมาหาชื่อเสียงและภาพลักษณ์ (Reputation Risk)

(4) การเจรจา ต่อรอง เพื่อหาพวกและฉันทามติจากชุมชน สังคม

เทคโนโลยีที่จะทำงานในส่วนนี้ได้จะต้อง

(ก) เปิดกว้าง

(ข) เปิดรับ

(ค) Interactive

ที่จะให้บุคลากรแต่ละตำแหน่งได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ภายใต้การกำกับ Technology Communication Compliance ขณะเดียวกัน ก็ต้องรองรับการขยายอาณาจักร และขอบเขตของการติดต่อให้อย่างไร้ขอบเขต ไม่ทำให้เกิดการจำกัดตนเองจากโลก Online และ Digital Society

ประการที่ 9 เทคโนโลยีเป็นทรัพย์สินของกิจการและให้ลูกค้า สังคมยืมไปใช้ได้เพื่อกิจกรรมสาธารณะ

เมื่อกิจการพัฒนาเทคโนโลยีจนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างกวางขวาง ครบวงจรแล้ว สิ่งที่เกิดในกิจการอาจจะเรียกได้ว่าเป็น “Hidden Asset”

ระยะต่อไปคือ ควรจะหาทางนำเอาสิ่งที่ได้เรียนรู้ พัฒนาไว้แล้วไปเป็นเทคโนโลยีเพื่อสังคม เพื่อพัฒนาลูกค้าเป้าหมาย และสังคม สู่ Digital Economy พร้อมๆกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง และพลาดการเข้าสู่โลก Digital Economy หรือตามไม่ทัน

กิจการในลักษณะ Digital Enterprise จะต้องเปิดใจกว้างและยอมรับให้นำเอาสินทรัพย์ของกิจการไปใช้เป็นสินทรัพย์ของสังคม

ประการที่ 10 การปรับตำแหน่งทางการตลาดที่สัมพันธ์กับการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี

กิจการเพิ่งเป็นยุคเริ่มต้นของยุค Digital Enterpriseซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาอีกนับ 10 ปีต่อจากนี้ และโครงสร้างของธุรกิจดิจิตอลจะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อไปจากนี้อีกหลายอย่างหลายส่วน

ภาวการณ์ดังกล่าวจึงทำให้เทคโนโลยีมีแนวโน้มจะปรับเปลี่ยนอีกมาก การลงทุนจึงอาจจะล้าสมัยไว และอาจจะต้องมีความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงต่อไปเป็นระยะๆ

แต่ยิ่งกิจการพัฒนาเทคโนโลยีได้เร็ว มักจะเชื่อกันว่า จะเกิดแรงกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่ดีขึ้นต่อไปเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่เริ่มนับ 1 จะไม่เกิดการพัฒนาต่อยอดไปเรื่อยๆ

ประการที่ 11 แนวทางและกลยุทธ์การสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสู่ Digital Enterprise

(1) วางภาพของความต้องการในอนาคตและเปรียบเทียบกับศักยภาพในปัจจุบัน

กลยุทธ์การพัฒนาศักยภาพของเทคโนโลยี เริ่มจากการมองให้ทะลุว่า ความต้องการว่า ท้ายที่สุดแล้วผู้ที่ต้องการภายในต้องการอย่างไร ผู้บริโภคต้องการเชื่อต่ออย่างไร และต้องมีการลงทุนมากน้อยเพียงใด เทียบกับศักยภาพทางเทคโนโลยีที่มีในปัจจุบัน และเรียงลำดับความสำคัญและความเร่งด่วน ระหว่าง

(ก) นวัตกรรม หรือ

(ข) คุณภาพการใช้บริการ

(ค) ประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในในการส่งมอบคุณค่าจากเทคโนโลยี

ทั้งในด้านการบริหารด้านความปลอดภัยของ IT และศักยภาพการใช้งานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ช่องว่างความเสี่ยงและแนวทางการลดความเสี่ยง

(2) พัฒนาแผนที่เรียงลำดับความเสี่ยง ด้วย Heat Map

แสดงผลกระทบจากความเสี่ยงที่มีช่องว่างของศักยภาพคงอยู่ แนวโน้มตลาดที่จะเพิ่มช่องว่างในอนาคต ผลกระทบที่แยกเป็น

(ก) ระยะสั้น

(ข) ระยะยาว

ทั้งที่เกิดกับตัวธุรกิจเองและที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันและสภาพแวดล้อม

(3) รวบรวมข้อจำกัดและอุปสรรคในการดำเนินการ

สถานการณ์ เงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค ข้อจำกัดขัดขวางการดำเนินการ ที่อาจจะเกิดขึ้น และแนวทางการจัดการกับข้อจำกัดและอุปสรรคแต่ละเรื่อง

(4) วางเกณฑ์การประเมินผลว่า ผลที่เกิดจริงเป็นไปตามเป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จ

การวาวแผนและผลดำเนินงานที่เกิดจริงอาจจะไม่ได้สอดคล้องกัน จึงต้องพัฒนาตัวชี้วัดผลสำเร็จ เพื่อทบทวนและปรับปรุงเป็นระยะๆ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2015 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]