*/
  • โชกาดำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : build_k@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-05-21
  • จำนวนเรื่อง : 69
  • จำนวนผู้ชม : 107273
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
วันอังคาร ที่ 10 เมษายน 2561
Posted by โชกาดำ , ผู้อ่าน : 1676 , 19:53:13 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีทุกท่านที่ได้อ่าน block ของผมนะครับ ถ้าจะบอกว่าเทรนของเกมสมัยนี้ แน่นอนครับคงหนีไม่พ้น rov แน่นอน

ซึ่งเป็นเกมแนว moba ที่จะให้เราเลือกตัวละครสายต่างๆไปเพื่อไปทำสงครามกับฝ่ายตรงข้าม แต่รู้หมือไร่ครับว่า ตัวละครบางตัวนั้นมีที่มาจากตำนานโลกและวรรณกรรม ของจริงในแต่ละประเทศ ซึ่งมีใครบ้างไปดูกันเลย

 

1.อพอลโล่

อะพอลโล (อังกฤษ: Apollo) เป็นหนึ่งในพระเจ้าองค์สำคัญที่สุดในพระเจ้าโอลิมปัสในเทพปกรณัมกรีกและศาสนากรีกโบราณ ตลอดจนเทพปกรณัมโรมันและศาสนาโรมันโบราณ อะพอลโลทรงเป็นอุดมคติของคูรอส (kouros) คือ หนุ่มนักกีฬาไม่ไว้หนวด และทรงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นเทพเจ้าแห่งแสงและดวงอาทิตย์ สัจจะและคำพยากรณ์ การรักษา โรคระบาด ดนตรี กวี ฯลฯ อะพอลโลทรงเป็นพระโอรสของซูสและลีโต และมีพระเชษฐภคินีฝาแฝด คือ อาร์ทิมิสซึ่งเป็นพรานหญิงและเป็นเทพีแห่ดวงจันทร์ อะพอลโลเป็นเทพเจ้าที่ถูกปั้นด้วยทองแดงยืนคร่อมอ่าวทะเลอีเจียน ที่เกาะโรดส์ ที่มีชื่อว่า มหารูปแห่งโรดส์ นับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์โลกยุคโบราณด้วย โดยทั่วไปรูปปั้นอะพอลโลจะถือเครื่องดนตรีคล้ายพิณและมีลูกบอลทองคำที่เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์

ซึ่งตัวละครที่มีต้นแบบมาจากอพอลโล่นั่น ก็คือ yorn เทพสายแครี่ที่มีคนเล่นมากที่สุด

 

2.กษัตริย์ไมดัส

ไมดาสเป็นชื่อของกษัตริย์ที่ปกครองนครไฟร์เกีย พระองค์เป็นพระโอรสของพระเจ้ากลอดิอุส โดยไมดาสสืบทอดพระราชสมบัติต่อจากพระบิดา ซึ่งในเวลานั้นนครไฟร์เกียเป็นหนึ่งในนครที่มั่งคั่งและรุ่งเรืองที่สุดนครหนึ่งด้วยพระปรีชาสามารถในการบริหารปกครองของพระเจ้ากลอดิอุส  วันหนี่ง คิงไมดาสเสด็จประพาสยังริมฝั่งแม่น้ำซานการิอัสและได้พบ ไซเลนนัส พระอาจารย์ของเทพไดโอนีซุส เทพเจ้าแห่งไวน์และการเฉลิมฉลอง ผู้ซึ่งปลอมตัวเป็นชายชราขี้เมาผู้หนึ่งถูกมัดนอนกลิ้งอยู่กับพื้น พระองค์จึงเข้าไปช่วยแก้มัดให้แก้ท่านโดยในวันนั้น ไซเลนนัสที่กำลังเมาไวน์ได้ที่ เกิดพลัดกับขบวนของเทพไดโอนีซุสและได้ไปพบกับพวกชาวนาเข้า พวกชาวนามีความเชื่อว่า หากเจอไซเลนนัสตอนกำลังเมาให้จับตัวเขามัดไว้ โดยในขณะที่ถูกมัดนั้น จะสามารถถามเรื่องในอนาคตจากไซเลนนัสได้ หลังจากคิงไมดาสทรงช่วยไซเลนนัสเอาไว้ เทพไดโอนีซุสก็เสด็จมาถึง พระองค์ทรงโปรดปรานไมดาสเป็นอันมากที่ช่วยพระอาจารย์ของพระองค์ จึงทรงออกปากว่าจะให้พรแก่ไมดาสหนึ่งข้อตามแต่จะขอ ซึ่งเมื่อได้ยินดังนั้น คิงไมดาสก็ลืมองค์ปล่อยให้ความโลภเข้าครอบงำ จึงทรงขอพรแก่เทพไดโอนีซุสว่า ขอให้ทุกสิ่งที่ตนสัมผัสนั้นกลายเป็นทองคำทั้งหมด แม้เทพไดโอนีซุสจะทรงแปลกพระทัย แต่ก็ได้ประทานพรให้ตามที่คิงไมดาสได้ขอพรไว้ จากนั้นพระองค์และไซเลนนัสก็เสด็จจากไป ส่วนคิงไมดาสนั้นเมื่อได้พรแล้วก็ทรงทดลองด้วยการแตะของต่าง ๆ ในวังของพระองค์จนกลายเป็นทองคำไปหมด ยังความปรีดาให้แก่พระองค์เป็นอันมาก ทว่า เมื่อถึงเวลาที่จะเสวย คิงไมดาสก็ทรงพบว่า ทั้งอาหารและน้ำที่พระองค์สัมผัสกลายเป็นทองคำจนหมดสิ้น ทำให้พระองค์ไม่สามารถเสวยสิ่งใดได้เลย และที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือ พระองค์เผลอไปโอบกอดพระธิดาของพระองค์ ทำให้พระธิดากลายเป็นรูปปั้นทองคำไป พระองค์ทรงเสียพระทัยเป็นอันมาก และได้สวดอ้อนวอนขอให้เทพไดโอนีซุสทรงเมตตาลบล้างพรที่ทรงประทานให้ ในที่สุด เทพเจ้าไดโอนีซุสทรงเกิดความสงสารจึงทรงให้บอกให้คิงไมดาสไปชำระล้างพรที่แม่น้ำแพคโตลัส พระองค์ทรงทำตามที่เทพเจ้าตรัสบอก และพรวิเศษก็หายไป พร้อมกับทุกสิ่งกลับคืนดังเดิม อย่างไรก็ตาม พรของไดโอนีซุสที่ถูกชำระล้าง ก็ได้ทำให้แม่น้ำทั้งสายกลายเป็นผงทองคำ

ซึ่งตัวละครที่มีต้นแบบมาจากกษัตริย์ไมดัสก็คือ gildur ลุงทองจอมเวทย์ขาชนของเรานั่นเอง

 

3.ซีตัส

กลุ่มดาวซีตัส หรือ กลุ่มดาววาฬ เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าใต้ หนึ่งในกลุ่มดาว 48 กลุ่มที่อยู่ในรายการของทอเลมี และยังเป็นกลุ่มดาวในรายการกลุ่มดาว 88 กลุ่มที่รับรองโดยสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ในเทพปกรณัมกรีก กลุ่มดาวนี้แทนวาฬหรือสัตว์ทะเลร้าย อยู่ในบริเวณที่เรียกกันว่าทะเลท้องฟ้า ซึ่งได้ชื่อมาจากการที่กลุ่มดาวหลายกลุ่มในบริเวณนี้มีชื่อเกี่ยวข้องกับน้ำ เช่น กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ กลุ่มดาวปลา และกลุ่มดาวแม่น้ำ ซีตัส(Sea Monster, Cetus) อสุรกายผู้มีร่างน่าเกลียดมาบันดาลคลื่นลม พายุกระหน่ำน้ำท่วมกรุงเอธิโอเปียอย่างหนักหน่วง วิธีเดียวที่จะแก้วิกฤตการณ์นี้ได้ คือ กษัตริย์ซีฟีอัสต้องเสียดวงใจอันเป็นที่รักยิ่งคือราชธิดา ส่งไปสังเวยสัตว์มหายักษ์ซีตัส เพื่อความผาสุกของประชากร กษัตริย์ซีฟีอัสจึงตัดใจเอาราชธิดาไปผูกติดไว้ที่ก้อนหินชายทะเลให้ซีตัสจัดการตามต้องการ เจ้าหญิงแอนดรอมิดาถูกล่ามโซ่ไว้เพื่อรอเป็นอาหารของปิศาจในทะเล และเธอก็ได้รับความช่วยเหลือจากเพอร์ซิอัส (วีรบุรุษผู้เพิ่งกลับจากการพิชิตกอร์กอน-ปิศาจเมดูซา)

ซึ่งตัวละครที่มีต้นแบบมาจากอสุรกายซีตัสก็คือ crest ปีศาจแห่งท้องทะเลผู้เปลี่ยนร่างได้สองโหมด

 

4.พระแม่กาลี

ความเป็นมามีอยู่ว่า อสูรทารุณนี้แม้ว่าจะถูกฆ่าสักกี่ครั้งก็ไม่มีวันตาย แล้วที่สำคัญกว่านั้นเมื่อเลือดตกลงพื้นเมื่อใดก็จะทวีขึ้นเรื่อยไปไม่หมดสิ้น ความที่คิดว่ามีอิทธิฤทธิ์มากมาย ฆ่าไม่ตาย จึงทำให้อสูรทารุณเกิดฮึกเหิมในความเก่งกาจของตน จึงนำอิทธิฤทธิ์ ความเก่งกาจมาใช้ในการกลั่นแกล้ง รังแกผู้คน เทวดาทั่วไป สุดท้ายก็คิดจะครอยครองโลกทั้งสาม เมื่อเป็นดังนี้แล้วเหล่าเทวดา นางฟ้า ผู้ทรงศีลทั้งมวล จึงต้องนำเรื่องเข้าเฝ้าพระอิศวร เพื่อหาทางปราบอสูรตนนี้ เหล่าเทวดาทั้งหลาย เมื่อได้ฟังสรรพคุณของอสูร ก็ไม่มีใครกล้าอาสาออกไปสู้รบเลย จนในที่สุด องค์พระศรีมหาอุมาเทวี เทพสตรีแห่งสวรรค์ ได้มีความประสงค์ที่จะออกปราบศัตรูร้าย ซึ่งพระองค์ได้ขอพรขอต่อองค์พระศิวะผู้เป็นเจ้า เพื่อให้ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ แล้วจึงเสด็จเพื่อบำเพ็ญตบะทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ ให้มีฤทธิ์อำนาจปราบศัตรูร้ายได้ โดยได้กระทำพิธีในอุทยานเขตแดนป่าหิมพานต์ โดยพระศรีมหาอุมาเทวีได้ทรงมอบหมายให้องค์ขันทกุมาร

รับหน้าที่ดูแลไม่ให้ใครย่างกรายเข้าไปในพิธีได้โดยเด็ดขาด เมื่อเวลาผ่านไป พระศิวะ จึงเสด็จเข้าไปในอุทยานเพื่อให้รู้แน่ว่าเกิดเหตุใดขึ้น พระองค์ก็พบพระขันทกุมาร จึงสอบถามพระขันทกุมารว่าพระอุมาเทวีอยู่ที่ใด จะขอเข้าพบ พระขันทกุมารได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวตอบไป ด้วยความที่ทรงได้รับคำสั่งจากพระอุมาเทวีก่อนเข้าบำเพ็ญตบะ ว่าห้ามมิให้ใครผู้ใดย่างกรายเข้าสู่ เมื่อเป็นดังนั้นจึงเกิดการโต้เถียงขึ้น เลยเถิดถึงการปะทะกำลังกัน เหตุการณ์ผ่านไปไม่น่านนักก็ถึงเวลาที่พระแม่อุมาเทวีบำเพ็ญตบะเสร็จ จึงได้เสด็จออกมา แต่สิ่งที่ปรากฎกลายเป็นรูปกายที่เปลี่ยนไปจากเดิม เป็นพระแม่กาลี!! โดยองค์พระขันทกุมารเมื่อเห็นพระแม่กาลีก็ทรงทราบได้ว่านี่คือพระมารดาของตน เมื่อพระแม่อุมาได้ฟังคำจากพระขันทกุมารว่า พระศิวะไม่มีความเกรงใจและจะผ่านเข้าไปในพิธีให้ได้ จึงได้เกิดความโมโห ตาถลนออกนอกเบ้า หน้าตาดุดัน แลบลิ้นยาวน่าเกลียดน่ากลัว ทำปากแบะกว้างเห็นเขี้ยวโง้ว มีเลือดไหลจากมุมปากและตามมือและลำตัว ส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่ว ตรงเข้าหาพระศิวะทันทีด้วยความโมโห เมื่อพระศิวะเห็นถึงกับผงะ ตกใจหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต พระแม่กาลีก็ทรงไล่ตามเรื่อยจนพระศิวะทรงพ้นจากเขตอุทยานไป พระแม่กาลีจึงย้อนกลับไปหาพระขันทกุมาร ด้วยเห็นถึงความซื่อสัตว์ จงรักภักดี ไม่ยอมผิดคำสัตย์ที่พระองค์ทรงมอบหมายให้ถึงแม้นว่าจะเป็นพระบิดาของตนก็ตาม เหตุการณ์นี้จึงเป็นที่พอพระทัยแก่พระแม่กาลีเป็นอย่างยิ่ง จากนั้น พระแม่กาลีจึงรีบเสด็จออกจากอุทยาน เพื่อตามล่าสังหารอสูรทารุณ ซึ่งไม่นานพระแม่กาลีก็ได้เผชิญหน้ากับอสูรทารุณ และด้วยฤทธิ์อำนาจของทั้ง 2 ฝ่าย การต่อสู้ที่ยาวนานจึงเกิดขึ้น
จังหวะที่พระแม่กาลีทรงใช้ดาบฟันคออสูรขาด เลือดของอสูรก็หยดลงพื้น อสูรจำนวนมากจึงผุดขึ้นมาจากหยดเลือดเหล่านั้น อสูรที่เพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆตามหยดเลือดของอสูรทารุณ พระแม่กาลีเห็นดังนั้นจึงคิดว่าคงไม่มีวันฆ่าอสูรตนนี้ให้ตายได้เป็นแน่ 
พระแม่กาลีจึงคิดกลอุบายเพื่อเอาชัยชนะในครั้งนี้ให้ได้ โดยการตัดหัวของอสูรพร้อมทั้งดูดกินเลือดอสูรก่อนที่เลือดจะตกลงพื้น เมื่อกินจนหมดสิ้นแล้ว รูปกายของ

ซึ่งตัวละครที่มีต้นแบบมาจากเจ้าแม่กาลีหรือพระแม่ทุรคานั่นก็คือ kali เจ้าแม่สายเมจผู้ได้รับสมญาเจ้าแม่ m16


 

5.เทพีเฮร่า

เฮร่า (อังกฤษ: Hera) เป็นมเหสีและเชษฐภคินี (พี่สาว) ของซูสในพระเจ้าโอลิมปัสของเทพปกรณัมและศาสนากรีก เป็นธิดาของโครนัสและรีอา 

เฮราเป็นบุตรองค์ที่ 3 ของโครนัสและรีอา พระนางถูกโครนัสกลืนลงท้องไปตั้งแต่เพิ่งถือกำเนิดเนื่องจากคำสาปของไกอาที่ว่าบุตรของโครนัสจะโค่นอำนาจของโครนัสเหมือนกับที่โครนัสได้โค่นอำนาจของยูเรนัส แต่ต่อมาเทพีเรียได้ซ่อนซูสผู้เป็นบุตรองค์สุดท้องไว้และนำซีอุสกลับมาเพื่อแก้แค้นโครนัส และนำพี่ ๆ ที่ถูกกลืนเข้าไปอยู่ในท้องของโครนัสออกมา เทพีเฮราจึงปรากฏกายขึ้น

 

เชื่อกันว่าเทพีเฮราถูกเลี้ยงดูมาโดยไททันทีธิส และมหากาพย์อิเลียด ในครั้งที่ฝ่ายทรอยกำลังได้เปรียบเพราะซูสได้หนีจากเขาโอลิมปัสไปยังเขาไอดาเพื่อให้การช่วยเหลือชาวทรอย ฮีราได้อ้างว่าจะไปพบกับเทพีทีธิส เพื่อจะได้ขอยืมเครื่องแต่งกายที่สวยที่สุดจากอะธีน่าและสร้อยคอแห่งความปรารถนาจากอะโฟรไดท์ไปใช้ในการล่อลวงให้ซูสหันเหความสนใจจากสงครามแห่งทรอย เปิดทางให้โพไซดอนได้นำกำลังไปถล่มชายฝั่งทรอย

หน้าที่หลักของพระนางคือเป็นเทพเจ้าแห่งสตรีและการสมรส ภาคโรมัน คือ จูโน พิจารณาว่าวัว สิงโตและนกยูงเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำพระองค์ เฮร่าเป็นที่รู้จักจากธรรมชาติอิจฉาและพยาบาทของพระนาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อชายาองค์อื่น ๆ ของซูส และบุตรที่เกิดจากชายาเหล่านั้น ไม่ว่าพวกนางเป็นเทพเจ้าหรือมนุษย์ก็ตาม ตัวอย่างของผู้ที่ถูกฮีร่าปองร้ายมีมากมาย เช่น ลีโต มารดาของเทพอพอลโลและเทพีอาร์ทิมิส เฮราคลีส ไอโอ ลามิอา เกรานา ซิมิลี มารดาของเทพไดอะไนซัส ยูโรปา เป็นต้น ก็จะเจอจุดจบแบบไม่สวยงาม 

ซึ่งตัวละครที่มีต้นแบบมาจากเทพีเฮร่าก็คือ ilumia เจ้าแม่สายเมจผู้ครองใจหนุ่มๆตลอดกาล

 

 

6.ลิโป้

ลิโป้คือยอดนักรบผู้ที่ได้ชื่อว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุคสามก๊กหรือเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม จะได้ยินประโยคนี้บ่อยๆคือ "ยอดคนต้องลิโป้ ยอดม้าต้องเซ็กเธาว์"

ในหนังสือนั้นกล่าวว่าลิโป้นั้นมีฝีมือเป็นอันมาก

แต่ค่อนข้างที่จะด้อยสติปัญญานิดนึง บ้างก็บอกว่าลิโป้นั้นเป็นคนมีสติปัญญา

ไม่งั้นคงไม่ได้เป็นใหญ่ครองเมืองได้ ก็สุดแล้วแต่ผู้อ่านมองว่าลิโป้นั้นเป็นยังไง

ตัวละครลิโป้นั้นได้โผล่ครั้งแรกตอนต้นเรื่อง ในขณะที่ตั๋งโต๊ะได้เรียก

เหล่าขุนนางมาประชุมเพื่อดูความเกรงขามของอำนาจตน

ในที่ประชุมมิไม่ใครกล้าต่อต้านเลยซักคน  คงมีแต่เต็งหงวนที่กล้าท้าทายอำนาจของตั๋งโต๊ะ

เนื่องจากเต็งหงวนนั้นมีลูกบุญธรรมชื่อลิโป้

ต่อมาลิยูได้เสนอแผ่นการให้ตั๋งโต๊ะซื้อลิโป้ด้วยม้าเซ็กเธาว์

จนลิโป้ได้ตัดคอเต็งหงวนผู้ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมของตน

จนกลายเป็นตราบาบแก่ลิโป้ไปตลอดชีวิต

ต่อมาลิโป้ได้เป็นลูกบุญธรรมตั๋งโต๊ะอีกทั้งยังได้ครอบครองม้าเซ็กเธาว์

ยอดคนผสมกับยอดม้าจนไม่มีใครกล้าเป็นแข็งข้อต่ออำนาจของตั๋งโต๊ะได้เลย

เมื่อครั้งกองทัพ 18 หัวเมืองรวบรวมตัวกับต่อต้านตั๋งโต๊ะ

ลิโป้จึงได้สู้กับ 3 พี่น้องแห่งสวนท้อ เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย เข้ารุมลิโป้คนเดียว

นับว่าลิโป้นั้นสุดยอดมากที่รับเมืองยอดฝีมือทั้ง 3 คนได้

จนกระทั่งขุนนางอ้องอุ้นได้วางแผนผลาญความสำพันธ์ระหว่างลิโป้กับตั๋งโต๊ะด้วยอุบายนางงาม

คือส่งแม่นางเตียวเสี้ยนผู้ที่มีโฉมงามคอยยุยงให้ลิโป้กับตั๋งโต๊ะแตกคอกัน จนในที่สุดลิโป้ได้ฆ่าตั๋งโต๊ะซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมคนที่สอง

ลิโป้ได้ร่วมงานกับอ้องอุ้นแต่แล้วก็เสียทีให้แก่ลิฉุย กุยกี เตียวเจ หวนเตียว

 ที่เป็นลูกน้องเก่าของตั๋งโต๊ะ จนลิโป้ต้องแร่ร่อนหนีไป จากนั้นก็ไปขอเข้ากับอ้วนสุด

แต่อ้วนสุดไม่รับอยู่ด้วย ลิโป้จึงไปขออยู่ด้วยอ้วนเสี้ยว

แต่ลิโป้ก็กำเริบฆ่าทหารอ้วนเสี้ยวไปหลายคน ลิโป้จึงหนีไปอยู่กับเตียวเมี่ยว

ในจนได้พบกัยตันก๋ง ลิโป้ได้ยกทัพไปตีเมืองกุนจิ๋วที่โจโฉครองอยู่ทำให้โจโฉโกรธเป็นอันมาก

ลิโป้จึงกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งที่โจโฉต้องกำจัด

ลิโป้เสียทีโจโฉจนต้องมาอาศัยกับเล่าปี่ เตียวหุยไม่พอใจลิโป้

ลิโป้แม้จะเป็นคนเก่ง แต่ก็เป็นคนหยาบช้า ขาดคุณธรรม และไร้สติปัญญา

เป็นคนที่เลี้ยงไว้ไม่ได้ เป็นบุคคลที่เตียวหุยด่าว่าเป็น "ไอ้ลูกสามพ่อ"

จนกลายเป็นสำนวนที่ใช้มาจนทุกวันนี้  (นั่นเป็นมุมมองที่เตียวหุยมอง)

ลิโป้นั้นได้แสดงฝีมือยิงยิงเกาทัณฑ์ไปปักที่ทวนเพื่อพนันให้เล่าปี่ & อ้วนสุด เลิกรบกัน

ถือว่าลิโป้นั้นรับบทเป็นนักปรองดองช่วยเหลือชีวิตเล่าปี่ไว้ได้ ตังก๋งช่วยวางแผนให้ลิโป้

ครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ลิโป้ก็มิได้เชื่อฟังจนตัวเองต้องเข้าตาจนอยู่บ่อยๆ

จนกระทั่งเสียทีแก่ 2 พ่อลูกตันกุ๋ยและตันเต๋งที่เป็นไส้ศึกตอนลิโป้ต้องเสียเมื่อง

จนในที่สุดลิโป้ต้องเสียทีแก่เฮาเสง ซงเหียนและงกซุยที่แปลพักไปเข้าด้วยโจโฉ

จนตัวเองต้องถูกจับมัดไว้ ก่อนลิโป้จะถูกโจโฉประหาร ลิโป้ได้ขอร้องให้เล่าปี่ช่วย

โจโฉนั้นได้ถามเล่าปี่ว่าควรไว้ชีวิตลิโป้หรือไม่ เล่าปี่จึงตอบว่า

"เมื่อครั้งเต๊งหงวนกับตั๋งโต๊ะนั้น เหตุการณ์เป็นประการใด

ท่านก็กระจ่างแจ้งอยู่แล้ว ไฉนจึงมาหารือข้าพเจ้าดังนี้อีก"

จนลิโป้ต้องถูกประหารในที่สุด ตัวละครลิโป้นั้นได้เสียชีวิตลงในต้นเรื่อง

ของสามก๊กเป็นที่น่าเสียดายที่คนเก่งมีฝีมือต้องจบชีวิตต้นเรื่อง...

ซึ่งตัวละครที่มีต้นแบบมาจากยอดขุนพลลิโป้ก็คือ lubu หรือก็คือ ตัวลิโป้เองนั่นแหละ สายไฟท์เตอร์ผู้สูบเลือดคู่ต่อสู้ เพียงแค่เติมสักนิดก็ได้เขาไปครอง

 

7.เตียวเสี้ยน

มีชีวิตอยู่ในยุคสามก๊ก ได้ฉายาว่า "จันทร์หลบโฉมสุดา"

ซึ่งหมายถึง “ความงามที่ทำให้แม้แต่ดวงจันทร์ยังต้องหลบให้”

เตียวเสี้ยนเป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก

เตียวเสี้ยนเป็นหญิงรับใช้ที่พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเล็ก

ได้อ้องอุ้นรับมาชุบเลี้ยง อ้องอุ้นวางแผนให้เตียวเสี้ยนใช้มารยา

หญิงทำให้ตั๋งโต๊ะและลิโป้แตกคอกันจนฆ่ากันเองในที่สุด

สำหรับเตียวเสี้ยนนั้นไม่ได้รับการยืนยันว่ามีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์

ซึ่งตัวละครที่มีต้นแบบมาจากเตียวเสี้ยนหนึ่งในสี่นารีแดนมังกรก็คือ diao chan หรือ ตัวนางเองนั่นแหละ ซึ่งในเกมนางได้เป็นจอมเวทย์สายเมจผู้มีพลังเวทย์น้ำแข็ง

 

8.จูล่ง

จูล่ง (จีนตัวย่อ: 子龙; จีนตัวเต็ม: 子龍; พินอิน: Zǐlóng) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก ที่มีตัวตนจริง ชื่อจริงว่า เตียวหยุน (จีนตัวย่อ: 赵云; จีนตัวเต็ม: 趙雲; พินอิน: Zhào Yún) แม่ทัพคนสำคัญของเล่าปี่ และเป็นหนึ่งในห้าทหารเสือ จูล่ง ได้รับฉายาว่าเป็น "สุภาพบุรุษจากเสียงสาน" เกิดในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 2 ประมาณปี ค.ศ. 161 ที่อำเภอเจินติ้ง เมืองเสียงสาน มีแซ่เตียว (จ้าว) ชื่อ หยุน (แปลว่าเมฆ) ชื่อรอง จูล่ง หรือ จื่อหลง (แปลว่าบุตรมังกร) สูงประมาณ 6 ศอก (1.89 เมตร) หน้าผากกว้างดั่งเสือ ตาโต คิ้วดก กรามใหญ่กว้างบ่งบอกถึงนิสัยซื่อสัตย์ สุภาพเรียบร้อย น้ำใจกล้าหาญ สวมเกราะสีขาว ใช้ทวนยาวเป็นอาวุธ พาหนะคู่ใจ คือ ม้าสีขาว

จูล่งเดิมเป็นชาวเมืองเสียงสาน ต่อมาได้มาเป็นทหารของอ้วนเสี้ยว แต่อ้วนเสี้ยวหยาบช้า ไร้น้ำใจ จูล่งจึงหนีไปอยู่กับกองซุนจ้านเจ้าเมืองปักเป๋ง โดยที่ขณะนั้นกองซุนจ้านได้ทำศึกกับอ้วนเสี้ยว จูล่งยังได้ช่วยชีวิตกองซุนจ้านไว้แล้วสู้กับบุนทิวถึง 60 เพลง จนบุนทิวหนีไป ต่อมาจูล่งได้มีโอกาสรู้จักกับเล่าปี่ ทั้งสองต่างเลื่อมใสซึ่งกันและกัน เมื่อกองซุนจ้านฆ่าตัวตายเพราะแพ้อ้วนเสี้ยว จูล่งจึงได้ร่อนเร่พเนจรจนมาถึงเขาโงจิวสัน ซึ่งมีโจรป่ากลุ่มหนึ่งมีหุยง่วนเสียวเป็นหัวหน้า หุยง่วนเสียวคิดชิงม้าจากจูล่ง จูล่งจึงฆ่าหุยง่วนเสียวตายแล้วได้เป็นหัวหน้าโจรป่าแทน ต่อมากวนอูได้ใช้ให้จิวฉองมาตามหุยง่วนเสียวและโจรป่าไปช่วยรบ จิวฉองเมื่อเห็นจูล่งคุมโจรป่าจึงคิดว่าจูล่งคิดร้ายฆ่าหุยง่วนเสียว จิวฉองจึงตะบันม้าเข้ารบกับจูล่ง ปรากฏว่าจิวฉองต้องกลับไปหากวนอูในสภาพเลือดโทรมกาย ถูกแทงถึง 3 แผล (สำนวนสามก๊กฉบับวณิพกของ ยาขอบ) จิวฉองเล่าว่าคนผู้นี้มีฝีมือระดับลิโป้ ดังนั้นกวนอูกับเล่าปี่จึงต้องรุดไปดูด้วยตนเอง แต่เมื่อได้พบกันจูล่งก็เล่าความจริงทั้งหมด ตั้งแต่นั้นมาจูล่งก็ได้เป็นทหารเอกของเล่าปี่เคยรบชนะม้าเฉียวในการประลองตัวๆและยังเคยทะเลาะกับเตียวหุยตอนอยู่กับกองซุนจ้านจนเกือบสังหารเตียวหุยแต่กวนอูมาขวางไว้

ในปี พ.ศ. 751 จูล่งสร้างวีรกรรมครั้งสำคัญคือ ฝ่าทัพรับอาเต๊า บุตรชายของเล่าปี่ที่เกิดจากนางกำฮูหยิน ซึ่งพลัดหลงกับเล่าปี่ที่ทุ่งเตียงบันโบ๋ จูล่งทำการครั้งนี้เพียงคนเดียว ท่ามกลางทหารและองครักษ์มากมายของโจโฉที่ยกทัพลงทางใต้หวังรวบรวมแผ่นดิน และได้ฆ่าทหารเอกและทหารเลว ของโจโฉมากมาย ตั้งแต่ 03.00 น. จนถึง 15.00 น. ของอีกวัน จนโจโฉ ถึงกับถามชื่อขุนพลผู้นี้ ซึ่งจูล่งได้ตอบโจโฉว่า "ข้าชื่อจูล่ง แห่งเสียงสาน" โจโฉประทับใจในความกล้าหาญของจูล่ง จึงสั่งไม่ให้ใช้เกาทัณฑ์ยิง ทำให้จูล่งสามารถอุ้มเอาอาเต๊าหนีกลับมาหาเล่าปี่ได้และครั้งหนึ่งจูล่งได้ไปชิงตัวอาเต๊าคืนมาจากซุนฮูหยิน ที่ต้องกลของซุนกวนที่หวังจะดึงไปเป็นตัวประกันที่ง่อก๊ก

ภายหลังเมื่อจูล่งติดตามเล่าปี่เข้าเสฉวนและรับตำแหน่งแม่ทัพร่วมกับฮองตงไปทำศึกชิงเขาเตงกุนสันที่ฮันต๋ง จูล่งก็สร้างวีรกรรมสำคัญช่วยเหลือฮองตงซึ่งกำลังเสียทีตกอยู่ในวงล้อมกองทัพของโจโฉและตีฝ่าออกมาได้ เมื่อโจโฉนำทัพไล่ตามไป จูล่งก็นำทหารเข้าไปในค่ายและตนเองแต่ผู้เดียวออกมาขี่ม้าถือทวนอยู่หน้าค่าย โจโฉเกิดความระแวง จูล่งจึงอาศัยโอกาสนั้นให้ทหารที่ซุ่มอยู่เข้าตีทั้งสองด้านไล่ทัพโจโฉจนต้องถอยร่นไป เมื่อเล่าปี่มาตรวจค่ายที่จูล่งทำศึกก็ออกปากยกย่องจูล่งว่า มีดีไปทั้งตัว ซึ่งหมายถึงมีความกล้าหาญไปทั่วทั้งตัว จูล่งเป็นผู้ที่ติดตามเล่าปี่ตลอด แม้จะไม่ได้สาบานเป็นพี่น้องกันเหมือน กวนอูและเตียวหุย แต่จูล่งก็เรียกกวนอูและเตียวหุยว่า "พี่สองและพี่สาม" แต่กับเล่าปี่ จูล่งจะเรียกว่า "นายท่าน" เมื่อครั้งเล่าปี่ต้องการแก้แค้นให้กวนอูและเตียวหุยซึ่งถูกง่อก๊กสังหาร จูล่งเป็นผู้ที่คัดค้านและแนะนำว่าเล่าปี่ควรเห็นละความแค้นส่วนตัว และปราบวุยก๊กของโจผี ซึ่งเป็นผู้ที่ประชาชนมองว่าเป็นศัตรูแผ่นดินตัวจริง แต่เล่าปี่ไม่ฟัง เมื่อเล่าปี่นำกองทัพไปพ่ายแพ้ที่อิเหลง จูล่งซึ่งเป็นทัพหลังและเตรียมพร้อมไว้ก่อนจึงพาเล่าปี่หนีกลับมาพำนักที่เมืองเป๊กเต้เสีย เมื่อก่อนเล่าปี่จะสิ้นใจได้เรียก ขงเบ้งเข้าพบ และเรียกจูล่ง ตรัสด้วยคำพูดว่า "ท่านกับเรานั้นเป็นเพื่อนต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา แต่มาบัดนี้ ชะตากรรมกำลังพรากเราสอง ขอให้ท่านนึกถึงนำใจเก่าก่อนช่วยเหลือบุตรเราและท่านขงเบ้ง ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นอัญเชิญราชวงศ์ฮั่นกลับสู่ราชธานีลกเอี๋ยงด้วย" หลังจากที่เล่าปี่เสียชีวิตลง จูล่งเป็นทหารสังกัดของขงเบ้ง เมื่อยามศึกยังสู้แม้ตัวเองแก่แล้ว มีครั้งหนึ่ง ก่อนรบศึกกับฝ่ายวุยก็ก ช่วงนั้นขงเบ้งเลือกทหารให้ไปรบ แต่กลับไม่เลือกจูล่ง เพราะขงเบ้งว่าจูล่งแก่แล้ว แต่จูล่งกลับแย้งขี้นมา และได้เป็นทัพหน้าสมใจ แม้ในวัยชราแล้วก็ยังสามารถนำทหารเข้าต่อสู้และเอาชัยเหนือแม่ทัพหนุ่มๆของข้าศึกได้ จูล่งเสียชีวิตอย่างสงบในเมืองฮั่นจง เมื่อปี พ.ศ. 772 หลังจากที่จูล่งตาย ขงเบ้งได้รำพันออกมาว่า "แขนซ้ายข้าขาดแล้ว" และเป็นลมสิ้นสติไปด้วยความเสียใจ จูล่ง ถือได้ว่าเป็นตัวละครที่ผู้อ่านสามก๊กโดยส่วนมาก โปรดปราน ชื่นชมมากที่สุดในบรรดาตัวละครทั้งหมดในเรื่อง เนื่องจากเป็นผู้ที่มีรูปลักษณ์การแต่งกายสง่างาม ฝีมือสัประยุทธ์เป็นเลิศ และมีความซื่อสัตย์ ทำการโดยไม่เห็นแก่ลาภยศ พร้อมมีสติปัญญาเป็นเยี่ยม

ซึ่งตัวละครที่มีต้นแบบมาจากจูล่งทหารเองแห่งเล่าปี่ก็คือ zanis ขุนทวนสายไฟท์เตอร์เมื่อเรทเกมเมือไหร่ นรกแตกเมื่อนั้น

 

9.จิ้งจอกเก้าหาง

"จิ้งจอกเก้าหาง" หรือ 九尾の妖狐(คิวบิโนะโยโคะ) ซึ่งตามภาษาญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างตรงตัว 九尾 หมายถึงหาง 9 หาง ส่วน 妖狐 นั้นแปลว่า ปีศาจจิ้งจอก เป็นปีศาจในตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่น ปกติแล้ว 狐 หรือ คิทซึเนะ จะเป็นคำเรียกสุนัขจิ้งจอกทั่วๆไปซึ่งผู้คนเชื้อว่าจิ้งจอกที่อาศัยตามป่าเขานั้นจะมีพลังพิเศษต่างๆ อีกทั้งเจ้าเล่ห์ชอบแกล้งผู้คนที่เดินทางไปมาตามป่าเขาอีกด้วยปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง มีต้นกำเนิดมาจาก 3 ประเทศได้แก่ อินเดีย,จีน และญี่ปุ่น จึงทำให้เข้าใจว่าเป็นปิศาจตัวเดียวกัน โดยสืบเนื่องมาจากเรื่องของการสืบทอดวัฒนธรรมจากอินเดียไปยังจีนตามเส้นทางสายไหม และค่อยไปยังญี่ปุ่นโดยการเผยแพรทางวัฒนธรรมจากจีน

ซึ่งตัวละครที่มีต้นแบบมาจากจิ้งจอกเก้าหางผู้ทรงเสน่ห์ก็คือน้องใหม่ไฟแรงที่เพิ่งเข้าเกมไม่นานนี่เอง เธอคือ liliana นางจิ้งจอกสายเมจขวัญใจหนุ่มๆหลายคน ผู้เปลี่ยนร่างได้สองโหมดเช่นกัน

 

10.ซุนหงอคง

เห้งเจีย หรือ ซุนหงอคง เป็นหนึ่งในตัวละครเอกเรื่องไซอิ๋วซึ่งเห้งเจียเดิมเป็นหินที่ถูกแสงสุริยันจันทราอาบมากว่า 1,000 ปี วันหนึ่งจึงแตก และมีลิงตัวหนึ่งกระโดดออกมา ลิงตัวนั้นจึงได้ไปอยู่กับฝูงลิงที่เขาไม้ผล (เขาฮวยก๊วย จีนกลางว่า เขาฮัวกั่ว) และตั้งตัวเป็นหัวหน้าฝูง บรรดาลิงในฝูงนับถือเป็นท่านอ๋อง ฉายา "มุ้ยเกาอ๋อง" (พญาวานรโสภา)

วันหนึ่ง ลิงหินตัวนี้เห็นลิงในฝูงตัวหนึ่งตายลงด้วยความแก่ จึงเกิดความคิดจะออกเดินทางไปหาวิชาที่จะไม่ทำให้เจ็บ ไม่ทำให้ตาย จึงออกจากฝูงเดินทางเสาะแสวงหาผู้รู้ไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก็พบกับพระพุทธสาวกรูปหนึ่งนามว่า "โผเถโจ๊ซือ" คือ พระสุภูติ (菩提祖師 - सुभूति - Subhuti)" เมื่อเซียนรับเป็นศิษย์ ได้ฝึกวิชาต่าง ๆ เช่น การแปลงกายที่แปลงได้ 72 ร่าง, ตีลังกาได้ไกลกว่า 100,000 ลี้, ยืด-หดตัวได้, ถอนขนเสกเป็นของต่าง ๆ, ขี่เมฆวิเศษ เป็นต้น พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า "ซุนหงอคง" (จีนตัวย่อ: 孙悟空; จีนตัวเต็ม: 孫悟空; พินอิน: Sūn Wùkōng; เวด-ไจลส์: Sun Wu-k'ung; ซุน อู้คง, ฮกเกี้ยน:ซุนหงอคง)

เมื่อฝึกวิชาสำเร็จแล้ว หงอคง เกิดลำพองใจ ไปอาละวาด อวดวิชาตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งสวรรค์หรือบาดาล ทำให้ 3 โลก ปั่นป่วนไปหมด เง็กเซียนฮ่องเต้ส่งทหารสวรรค์นับ 100,000นาย และเทพต่าง ๆ ไปจับ ก็จับไม่ได้ กลับถูกเห้งเจียปราบกลับมาจนเข็ดเขี้ยวตาม ๆ กัน ในที่สุด เง็กเซียนฮ่องเต้ ต้องยอมให้เห้งเจียขึ้นเป็นใหญ่ พร้อมตั้งให้เป็น "มหาเทพ" (ฉีเทียนต้าเซิ้น แปลตามตัวว่า ผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน) จากเดิมที่เป็นเพียงคนเลี้ยงม้า (ปี้ม่าอุน) แต่หงอคงก็ยังเหิมเกริมไม่เลิก ในที่สุด องค์ยูไล(พระพุทธเจ้าในความเชื่อของชาวจีน) ต้องเสด็จมาปราบเอง โดยให้หงอคงถูกทับด้วยภูเขาห้านิ้วนาน 500 ปี และผู้ที่จะช่วยออกมาได้ คือ พระถังซัมจั๋ง ผู้เดียวเท่านั้น และเห้งเจียต้องบวชเป็นลูกศิษย์รับใช้พระถังซัมจั๋งไปชมพูทวีป และมีหน้าที่คุ้มครองพระถังซัมจั๋งไปตลอดทาง เมื่อพระถังซัมจั๋งรับหงอคงเป็นศิษย์แล้ว จึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า "เห้งเจีย" หรือ "ซุนเห้งเจีย" (อักษรจีน: 孫行者) แต่เห้งเจียก็ยังคงติดนิสัยเดิม ๆ คือ ใจร้อน ห่าม ดื้อรั้น ไม่เชื่อฟังพระถังซัมจั๋ง พระถังซัมจั๋งมีไม้ตายที่ปราบพยศเห้งเจียคือ มงคล ที่ได้รับประทานจากพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่รัดอยู่กับหัวของเห้งเจีย เมื่อเห้งเจียพยศเมื่อไหร่ พระถังซัมจั๋ง จะสวดมนต์ เห้งเจียจะเจ็บปวดมาก มงคลอันนี้จะหายไปเมื่อภารกิจได้เสร็จสิ้นแล้ว

ตลอดระยะเวลาการเดินทาง ต้องผจญกับอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะปีศาจ ที่มักปลอมตัวมาหลอกลวงให้เข้าใจผิด โดยเฉพาะกับพระถังซัมจั๋ง ซึ่งเห้งเจียมักจะมองปีศาจออกก่อนทุกครั้ง และลงมือทำร้ายไปก่อน จึงสร้างความขัดแย้งให้แก่ศิษย์ อาจารย์ คู่นี้ไปตลอด ว่ากันว่า เป็นการเจตนาสร้างความขัดแย้งของตัวละคร ซึ่งสะท้อนถึงบุคคลิกของบุคคลในลักษณะต่าง ๆ

อาวุธสำคัญของเห้งเจีย คือ กระบองวิเศษ ที่ปกติจะเก็บไว้ในรูหู สามารถยืด-หดได้ ซึ่งเดิมเป็นเสาค้ำมหาสมุทร ของเจ้าสมุทรทะเลตะวันออก (ทะเลตงไห่) และมีพาหนะเป็นเมฆวิเศษ

ซึ่งตัวละครที่มีต้นแบบมาจากซุนหงอคงวานรจอมป่วนผู้มากฤทธิ์ก็คือ wukong หรือตัวเขาเองนั่นแหละ เจ้าจ๋อผู้ทำเอาคริติคอลแตกไปตามๆกัน

เรื่องราวต่างๆยังไม่หมดเท่านี้นะครับ ไว้จะมาให้ดูอีกในครั้งต่อไปนะครับ สวัสดี



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน