• Choodech
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 139195
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
มีชีวิตต่อไปเพื่อสู้โรคมะเร็ง
Blog นี้สร้างขึ้นเพื่อเสนอข้อมูลประสบการณ์ตรงของผู้ป่วยโรคมะเร็งคนหนึ่ง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/choodech
วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม 2551
Posted by Choodech , ผู้อ่าน : 11923 , 11:56:09 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


ใครจะไปรู้ว่าผมจะได้ไปเยือนตลาดแห่งนี้ถึง 3 ครั้ง 3 ครา ใน 3 วัน ตลอดเวลา 8 วันที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในนครเมลเบิร์น ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของ CBD ห่างไปไม่ไกลนัก พอเดินได้ไม่เหนื่อย เป็นแหล่งซื้อของฝากราคาถูกที่ใหญ่ที่สุดในนครเมลเบิร์นเลยก็ว่าได้ (นอกจากถ้าคุณจะซื้อพวกเครื่องสำอางค์ คงต้องไปอีกที่หนึ่ง ซึ่งจะได้กล่าวถึงถัดไป) นอกจากจะเป็นที่ซื้อของฝากแล้ว ยังมีบริเวณที่คล้ายตลาดสดบ้านเรา ใครอยากซื้อหมู เนื้อ ผัก ไปทำกินกันเองล่ะก็ต้องไม่พลาดที่จะมาช๊อปที่นี่


5 โมงเศษของเย็นวันที่ 30 มีนาคม วันนั้นซึ่งได้กล่าวถึงไปแล้วในตอนก่อน ๆ หลังจากตะลอน ๆ เดินเที่ยวมาทั่วเมืองแล้ว ผมก็ไม่พลาดจะไปเยี่ยมชมตลาดแห่งนี้เพื่อดูว่าคึกคักแค่ไหน ระหว่างทางพบเห็นมอเตอร์ไซค์ Big Bike จึงไม่พลาดจะถ่ายเก็บไว้ เมืองนี้หามอเตอร์ไซค์ยากมากครับ และจะเป็นมอเตอร์ไซค์ใหญ่ทั้งนั้น ไม่เหมือนเมืองไทยที่มอเตอร์ไซค์เต็มบ้านเต็มเมือง ขับขี่กันยั้วเยี้ยอันตรายมากด้วย จนแอบคิดไปว่า มอเตอร์ไซค์นี่แหละตัวการทำให้ถนนหนทางบ้านเมืองเราไม่เป็นระเบียบ แต่คนไทยรายได้น้อย ไม่ซื้อมอเตอร์ไซค์ไว้เดินทางแล้วจะให้ซื้อรถราคาหลายแสนมันก็เป็นไปได้ยาก และอยากขอทุกท่านที่ขี่มอเตอร์ไซค์ อย่าขี่ให้หวาดเสียวมากนะครับ


มาถึง Queen Victoria Market แล้วก็พบกับความว่างเปล่า มันเกิดอะไรขึ้น ตลาดปิดแล้วหรือ เพิ่งจะ 5 โมงกว่าเท่านั้นเอง


เหลือบไปเห็นป้ายแล้วก็ต้องถึงบางอ้อ ที่แท้ตลาดแห่งนี้เปิดปิดเป็นเวลา วันนี้วันอาทิตย์ ปิดตั้งแต่ 4 โมงเย็น วันจันทร์กับพุธตลาดปิดซะอีกต่างหาก ถ้าจะมาช๊อปนาน ๆ ต้องมาวันศุกร์ ปิด 6 โมงเย็น เปิดปิดเป็นระเบียบแบบประหลาด ๆ ไม่เหมือนตลาดบ้านเรา เปิดแต่เช้ามืดยันมืดค่ำ สะดวกสบายกว่ากันเยอะ จริงไหมครับ


เมื่อไม่ได้เดินดูของ ก็ได้แต่ถ่ายรูปแก้เซ็ง นี่เป็นด้านหน้าของตลาดแห่งนี้ครับ


เดินไปตามถนนหนทางกลางเมือง ถ่ายรูปแก้เซ็งไปเรื่อย ๆ ...


ผ่านโชว์รูมมอเตอร์ไซค์ซูซูกิ ยืนยันให้เห็นว่ามีแต่ Big Bike เท่านั้นจริง ๆ และหลังจากผมพลาดการเดินท่องตลาดแล้ว เป้าหมายต่อไปของผมในวันอาทิตย์วันนั้น คือการขึ้นไปชมวิวยามค่ำคืนที่ตึก Eureka Tower ซึ่งผมได้นำเรียนบรรยากาศไปแล้วเมื่อตอนก่อน


กาลเวลาล่วงเวลยมาถึงวันที่ 3 เมษายน ซึ่งผมเรียนไปแล้วในตอนก่อนว่าเป็นวันที่ได้ไปดูงานที่ท่าเรือเมลเบิร์นนั้น หลังจากที่ผู้ร่วมประชุมทุกท่านอิ่มหนำสำราญกับของว่างที่แจกกินกันแล้ว ก็ได้ออกเดินทางไปยัง Queen Victoria Market และปล่อยให้ผู้ร่วมประชุมทุกท่านซื้อของฝากกันตามอัธยาศัย ก่อนไปประชุมต่อในช่วงบ่าย ระหว่างทางผ่านกงล้ออันนี้ซึ่งกำลังสร้างอยู่ในย่าน Digital Harbour ไม่รู้ว่าใช้ประโยชน์อันใดนอกจากเป็นสัญลักษณ์หรือไม่ คนขึ้นไปนั่งแบบชิงช้าสวรรค์เพื่อชมเมืองได้ไหม ใครรู้ช่วย update ด้วยครับ


คราวนี้มาไม่ผิดหวังแน่ครับ ตลาดเปิดและกำลังคึกคักทีเดียว ผมจะพาไปชมทีละส่วน ตามผมมาเลย ...


เริ่มที่อาหารกันก่อน กล้วยที่นี่ราคากิโลกรัมละ 1.80 ดอลลาร์ หรือ 52 บาท (ใช้อัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้น คือ ประมาณ 29 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ออสเตรเลียนะครับ)


นี่ขนาดว่าขึ้นป้าย Special แล้วนะเนี่ย ยังขายกิโลกรัมละ 2.50 ดอลลาร์ หรือ 72 บาทเลยทีเดียว


มาดูอาหารจำพวกเมล็ดทั้งหลายบ้าง ราคาก็ใช่ย่อยเลย ตั้งแต่กิโลกรัมละ 3 ดอลลาร์ ไปจนถึงไอ้ตัวแพงที่สุด คือ California Walnuts ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 16 ดอลลาร์ หรือ 464 บาท !!!


บรอคโคลี่ บ้านเราว่าแพงแล้ว ที่นี่แพงกว่า ขายกันกิโลกรัมละ 8.95 ดอลลาร์ หรือ 260 บาททีเดียว ใครอยากไปใช้ชีวิตอยู่ในนครเมลเบิร์นแห่งนี้ คงต้องมีทุนสำรองมาก ๆ หน่อยนะครับ


พ้นจากผักทั้งหลายไปดูอย่างอื่นกันบ้าง Cactus ที่นี่ก็แพงเหมือนกัน ซื้อบ้านเราแค่ต้นละไม่กี่สิบบาท ซื้อที่นี่ ต้นละอย่างต่ำ 5 ดอลลาร์ หรือ 145 บาท


ไปดูโซนของฝากกันบ้างดีกว่า มีร้านอยู่เยอะมาก จนต้องแบ่งโซนร้านออกเป็นหลาย ๆ แถว สินค้ามีหลากหลายตามแต่ท่านชอบจะช๊อปอะไร แต่ละร้านขายราคาไม่เท่ากันแม้ว่าจะเป็นของชนิดเดียวกัน และมีโปรโมชั่นที่แตกต่างกันด้วย งานนี้ตาดีได้ตาร้ายเสียครับ ที่สำคัญคือของฝากที่นี่ ราคาถูกที่สุดซึ่งจะหาถูกกว่านี้ที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในนครเมลเบิร์น คอนเฟิร์ม !!!


ร้านขายเสื้อผ้าก็มีครับ แต่ภาพนี้ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า ผมอยากได้รูปซ้ายมือสุดน่ะครับ อิอิ


ของที่ระลึกอื่น ๆ ครับ ร้านนี้เน้นตุ๊กตาน่ารัก ๆ ถูกใจคุณผู้หญิง


ของอื่น ๆ ก็มี หลากหลายมากครับ มีให้เลือกตามที่คุณชื่นชอบ


Gift shop มีหลายร้าน ทั้งกระเป๋าและตุ๊กตา ถูกใจคุณผู้หญิงทั้งหลายอีกเช่นกัน


แล้วผมก็ได้รกแกะจากร้านนี้ครับ ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่ารกแกะมันคืออะไร สรรพคุณอะไร เขาฝากให้ซื้อก็ซื้อ ซื้อร้านนี้ได้ถูกดี 10 ดอลลาร์ได้ยกโหล คนขายเป็นคนเอเชียเหมือนกันกับเรา พูดไทยได้บางคำด้วย


ไปดูในส่วนที่เป็นอาคารบ้างดีกว่า ในนี้มีสินค้าอีกหลายอย่างน่าสนใจรอคุณเข้าไปสำรวจ


แอบปวดฉี่พาคุณเข้าห้องน้ำก่อนดีกว่า อิอิ ฝรั่งบางคนยังงงเลยว่าเปิดน้ำยังไง ผมก็ไม่รู้นักหรอก สังเกตเห็นมีปุ่มด้านล่างซิงค์น้ำ เอาหัวเข่ายันแล้วน้ำก็ไหลออกมา มั่นใจได้เลยว่ามือไม่ได้สัมผัสก๊อกน้ำให้เสี่ยงหมุนหรือกดเปิดแบบสกปรก ๆ อย่างห้องน้ำในบ้านเมืองเรา หรือแม้แต่ที่ไหน ๆ ในโลกก็ตาม


มีคนตะโกนโหวกเหวก เขาเป็นใคร ที่แท้ก็คือคนขายเนื้อน่ะเอง ออกมาเดินตามทาง ร้องตะโกนให้คนไปซื้อเนื้อร้านเขา แทบทุกร้านมีแบบนี้ครับ


ส่วนราคาเนื้อทั้งหลายที่นี่ก็ อืม แพงเช่นเดียวกันกับผัก หมูบดถูกหน่อยแค่ 3.99 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัม (116 บาท แพงกว่าบ้านเรานิดเดียว) สเต๊คเริ่มที่ 8.99 ดอลลาร์ (260 บาท) ไปจนถึง 15.99 ดอลลาร์ (464 บาท) เนื้อแกะถูกลงหน่อย เริ่มที่ 6.99 ดอลลาร์ (203 บาท) เห็นราคาแล้วเหนื่อยแทน แต่บ้านเราอาจจะไม่แตกต่างจากนี้นักก็ได้ ผมไม่ใช่นักทานสเต๊คจึงไม่รู้รายละเอียดมากนัก


หลายท่านไปถึงออสเตรเลียแล้วคงไม่อยากพลาดร้านนี้ นี่คือร้านขายยาครับ ใครอยากได้ Blackmores ราคาถูกกว่าเมืองไทยมาก ๆ ต้องแวะร้านนี้ให้ได้เลย ตัวผมไม่ได้ซื้อเพราะกินไม่เป็น ของที่มีคนฝากซื้อมา ผมก็ซื้อไม่ถูก จึงไม่ได้ซื้อกลับไปฝากครับ (แหะ ๆ)


แล้วก็ร้านขายแอลกอฮอล์ทุกประเภท ถูกใจขาเหล้าขาไวน์ครับ


ออกมานอกตึก ไปเดินเล่นกันต่อ ผ่านวงดนตรีวงนี้ นามกรเป็นภาษาละตินอเมริกา ชื่อ Inka Marka สมาชิกมี 5 คนแต่วันนี้มาแค่ 4 คน เป็นคนเชื้อสายอเมริกาใต้ที่มาอาศัยอยู่ในออสเตรเลียแห่งนี้ เล่นดนตรีพื้นเมืองเป็นเพลงทำนองอเมริกาใต้ ซึ่งหลาย ๆ ท่านน่าจะรู้จักกันดี ผมมีตัวอย่างให้ท่านได้ฟังเพลงหนึ่งครับ (ไม่จบเพลงนะครับ)




ไม่พลาดที่จะขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักรูปหนึ่ง เพราะเพลงเขาบรรเลงและร้องเพราะมากครับ

และนี่ก็คือทั้งหมดของการมา Queen Victoria Market ครั้งที่ 2 ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้รวมถึงผมด้วย ต่างก็ได้ของติดไม้ติดมือกลับไปทุกคน แต่ผมยังคิดว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ จึงเป็นเหตุผลที่ผมต้องไปอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 ในวันถัดไป


ช่วงพักเที่ยงวันของวันที่ 4 เมษายน ผมค่อนข้างเร่งรีบ เดินทางโดยรถรางฟรี ไม่กี่สถานีก็ถึงที่หมาย เพื่อเดินต่อสู่ Queen Victoria Market อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ผมบินเดี่ยว ไปคนเดียวไม่บอกใครครับ


ลงรถรางแล้วไปสะดุดตากับป้ายราคาร้านตัดผมแห่งหนึ่ง หัวผู้ชาย เริ่มต้นที่ 20 ดอลลาร์ หรือ 380 บาทไทยบ้านเรา เห็นราคาแล้วอยากกลับบ้านเกิดไปตัดผมซะเดี๋ยวนั้น หรืออยากมาเปิดร้านเหลาหัวคนแถวนี้ดี ?


จะเดินไป Queen Victoria Market ต้องผ่าน Flagstaff Gardens เป็นสวนเปิดโล่งเดินเข้าออกได้ทุกทาง อยากให้สวนสาธารณะบ้านเราเป็นแบบนี้ ไม่ใช่มีรั้วรอบขอบชิดแข็งแรง ประตูทางเข้าอยู่ไกลโพ้นแถมมีแค่ไม่กี่ประตู บางคนบ้านหรือที่ทำงานอยู่ตรงข้ามสวนเลย แต่ไกลประตูทางเข้ามาก จึงหมดแรงจูงใจที่จะเข้าไปพักผ่อนออกกำลังกายในสวน สวนบ้านเราพอมืดค่ำลงก็เปลี่ยวและน่ากลัวเสียเหลือเกิน จุดนี้อยากให้แก้ไขปรับปรุงมาก ๆ ครับ


แม้เป็นเวลาเที่ยงวัน แต่ก็มีคนรักสุขภาพออกมาวิ่งออกกำลังกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวน้อยคนนี้ อิอิ


บรรยากาศเงียบสงบ สบาย ๆ ในสวน Flagstaff แห่งนี้ครับ


สวนแห่งนี้ยังมีมีสนามกีฬาให้วัยรุ่นมาออกกำลังกายเป็นสัดส่วนอีกด้วย


ออกจากสวน ผ่านโชว์รูม Mazda ยี่ห้อรถที่เป็นที่นิยมพอสมควรในเมืองไทย เพราะรถสวย แต่ทำไมผู้บริหารเขาไม่เอารุ่นที่สวย ๆ มาขายเมืองไทยก็ไม่รู้สิ


มาถึง Queen Victoria Market จนได้ ในภาพเป็นร้านขายไก่ ตัวเป็น ๆ นี่แหละ แม่ไก่ที่พร้อมออกไข่ ราคาเริ่มต้นที่ 6 ดอลลาร์ หรือ 114 บาท ตัวที่แพงสุดอยู่ที่ 12.50 ดอลลาร์ หรือ 362 บาท ผมไม่รู้ราคาไก่ไข่บ้านเรา จึงไม่ขอเปรียบเทียบครับ ใครไปอยู่เมลเบิร์นแล้วไม่อยากซื้อไข่ฟองละ 15 บาทมากิน ซื้อแม่ไก่มาเลี้ยงเอาไข่ น่าจะเป็นวิธีประหยัดที่ดีเหมือนกันนะครับ


ผ่านกลุ่มนักดนตรี Inka Marka กลุ่มเดียวกับเมื่อวานนี้ วันนี้สมาชิกมาครบ 5 คนแล้ว และก็อดไม่ได้ที่จะซื้อ CD เพลงของเขาติดมือกลับเมืองไทยมาด้วย ราคาที่ 25 ดอลลาร์ (725 บาท) ต่อแผ่น ซื้อมาแผ่นหนึ่งเพราะแพง แต่ก็คุ้มครับ เพลงเพราะมาก นอกจากนั้นยังได้เดินไปแถวร้าน Gift shop เพื่อซื้อกระเป๋าผู้หญิงไปฝากคนที่คิดถึงที่เมืองไทยด้วย ในราคาเดียวกันคือ 25 ดอลลาร์ (พอกลับถึงเมืองไทยแล้ว พบว่าคุณภาพสู้กระเป๋า 299 บาทบ้านเราไม่ได้ ของพวกนี้ซื้อเมืองไทยดีกว่ากันเยอะ)


หมดเงินไปเยอะเลยวันนี้ ใกล้เวลาประชุมต่อภาคบ่ายแล้ว จึงได้หันหลังกลับที่ประชุม บอกลา Queen Victoria Market แต่เพียงเท่านี้ ในภาพเป็นบรรยากาศอันน่าวุ่นวายบนท้องถนนกลางนครเมลเบิร์น เห็นไหมว่ารถก็เยอะและติดเหมือนบ้านเรานี่แหละ

ขอจบตอนเที่ยวตลาดแต่เพียงเท่านี้ แต่การเดินเที่ยวของผมยังไม่จบ ยังมีการไปช๊อปในย่าน shopping ของนครแห่งนี้ รวมถึงการเดินเที่ยวชมสถานที่สำคัญอื่น ๆ ในวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับเมืองไทย ซึ่งจะได้แสดงอย่างละเอียดในตอนถัด ๆ ไปครับ (ไปเมลเบิร์นครั้งนี้เรื่องยาวจริง ๆ) ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
โรงเรียนบ้านทุ่งคัวะ วันที่ : 30/12/2008 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thungkuaschool
เดิน-วิ่ง ไผ่โทนมินิฮาร์ฟมาราธอน # ๑๕ เสาร์ที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๖..

สวยครับสวย...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 03/12/2008 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

หูย .. มอเตอร์ไซค์ สวยมากๆๆๆ อยากได้ๆๆๆ (แต่ไม่มีตังค์ )อิอิ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 03/12/2008 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

ตลาดนี้ผมเคยไปครับ แต่วันนั้นวันพฤหัสมันปิดครับ เลยได้แต่เดินถ่ายรูปอยู่ด้านหน้า

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Choodech วันที่ : 03/12/2008 เวลา : 14.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/choodech
เธอจะมีฉันเรื่อยไปใช่ไหม ตื่นมาตอนเช้า จะเจอเธอไหม ไม่ใช่แกล้งให้หวั่นไหว แล้วก็ทิ้งกันไป

#2

คนดูน้อยเพราะไม่ค่อยอยากจะถ่ายให้ติดคนสักเท่าไร จริง ๆ แล้วคนเยอะนะ ยิ่งในอาคารยิ่งแน่น บางทีเสาร์อาทิตย์อาจจะแน่นกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ย่าดา วันที่ : 03/12/2008 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

โอ้โฮมีราคาให้ทุกอย่างเลยเยี่ยมจริงๆ
เพลงเพราะมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 03/12/2008 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คนน้อยจัง..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
market วันที่ : 03/12/2008 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

ชอบ ชอบ ชอบ ชอบ

คอมเมนต์ถูกปิด
เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก

<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ผมจะมีชีวิตอยู่เขียน Blog ได้อีกนานแค่ไหน
น้อยกว่า 3 เดือน
1 คน
3 - 6 เดือน
1 คน
6 เดือน - 1 ปี
3 คน
1 - 3 ปี
3 คน
3 - 5 ปี
0 คน
มากกว่า 5 ปี
92 คน

  โหวต 100 คน