• thammarat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : choudej@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-24
  • จำนวนเรื่อง : 41
  • จำนวนผู้ชม : 145944
  • ส่ง msg :
  • โหวต 80 คน
โลกหลายทิศ คนคิดหลายแบบ
Man was not born to be defeat. มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะพ่ายแพ้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/choudej
วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม 2552
Posted by thammarat , ผู้อ่าน : 4686 , 21:18:12 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ของขวัญจาก "ในหลวง" รางวัลชีวิต "วรรณชลี" ยอดกตัญญู นับเป็นของขวัญชิ้นสุดแสนพิเศษ ต้อนรับปี 2552 ของครอบครัว ด.ญ.วรรณชลี พิลึก หรือนา วัย 14 ปี หลังจากที่เด็กหญิงเขียนจดหมายถึง "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ขอพระเมตตาจากพระองค์ทรงช่วยเหลือแม่ที่กำลังนอนป่วยเป็นโรคกระดูกทับเส้นประสาทนานถึง 5 ปี จากจดหมายที่จ่าหน้าซองถึง "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" และเขียนที่อยู่เพียงคำว่า "สำนักพระราชวัง" ไม่มีแม้แต่รหัสไปรษณีย์ และไม่ติดแสตมป์ บัดนี้...จดหมายฉบับดังกล่าว ได้ถูกส่งกลับมา พร้อมกับถ้อยคำตอบรับจาก "สำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง" และได้ดำเนินการให้แม่ของเธอเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่เด็กหญิงไม่คิดว่า ตนผู้เปรียบดั่งละอองดิน จะได้รับพระเมตตาจาก "ฟ้า" ที่พระราชทาน "น้ำฝน" ลงมาชโลมความทุกข์ยามยากลำบาก ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แม่ของวรรณชลี นางสาวชนะ เทพแสง อายุ 47 ปี มีอาการปวดขารุนแรง แพทย์วินิจฉัยให้ผ่าตัดทันทีเพราะกระดูกทับเส้นประสาท หนึ่งอาทิตย์ให้หลัง แพทย์อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน "พอกลับมาถึงบ้าน แทนที่จะหาย แม่กลับเป็นมากขึ้น เพราะปวดขามากจนเดินไม่ได้ต้องนอนอย่างเดียว" นาเล่าถึงความหลังครั้งอายุ 9 ขวบ ดั่งโชคชะตากลั่นแกล้ง เมื่อกลับไปโรงพยาบาลเดิม แพทย์กลับวินิจฉัยว่า ไม่เป็นอะไรมาก เพียงแค่จ่ายยาให้กลับไปรับประทานที่บ้าน และนัดให้มาตรวจอีกครั้งในเดือนถัดไป แต่จนแล้วจนรอด แม่ชนะก็ไม่ได้ไปพบแพทย์ตามนัด เนื่องจากไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล จากครอบครัวที่มี 2 คนสามีภรรยาช่วยกันทำมาหากิน เมื่อคนหนึ่งล้ม ภาระทั้งหมดก็ตกอยู่กับผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวแต่เพียงผู้เดียว "พ่อต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดคนเดียว ค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่งหนูเรียน เงินเดือนช่างซ่อมรถยนต์เดือนละสี่พันกว่าบาทไม่พอพาแม่ไปหาหมอ ทำได้เพียงซื้อยาแก้ปวดให้แม่กินไปวันๆ แต่ยาก็ช่วยได้แค่บรรเทา พอยาหมดฤทธิ์ แม่ก็กลับมาปวดขาอีก" ตั้งแต่นั้นมา.... ชีวิตเด็กหญิงตัวเล็กๆ ก็ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 มาหุงข้าวทำกับข้าว ส่วนหนึ่งห่อให้พ่อไปกินที่ทำงาน อีกส่วนหนึ่งจัดสำรับให้แม่รับประทานเป็นอาหารเช้า จากนั้นอุ้มแม่ไปอาบน้ำที่ห้องน้ำแล้วอุ้มกลับมาวางไว้ที่เตียงเพื่อแต่งตัว ระหว่างที่แม่กินข้าว วรรณชลีจะปลีกตัวไปอาบน้ำแต่งตัว เสร็จแล้ว ก็ออกมาจัดสำรับอาหารกลางวันให้แม่ก่อนไปโรงเรียน พอเข็มนาฬิกาบอกเวลาเลิกเรียน วรรณชลีจะรีบกลับบ้านมาดูแลแม่ทันที อาบน้ำ ทำกับข้าว บีบนวดให้แม่ จนส่งแม่เข้านอน เด็กหญิงจึงได้มีเวลาสำหรับตัวเอง ทำการบ้าน อ่านหนังสือ ดำเนินชีวิตแบบนี้ทุกวันกระทั่งเรียนชั้น ป.5 พ่อก็ได้งานซ่อมรถที่ได้เงินเดือนดีกว่าที่ทำงานเก่า จึงย้ายครอบครัวจากเขตประเวศ กรุงเทพฯ มาอยู่ที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ด้วยหวังว่าชีวิตจะดีขึ้น หาก...ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิมสักเท่าไหร่ "บ้านที่เราอยู่เป็นห้องแถวเล็กๆ มีหน้าต่างระบายอากาศบานเดียว เพื่อนบ้านมีแต่ผู้ชาย เวลาหนูไปโรงเรียนต้องล็อคกุญแจบ้านขังแม่ไว้ เพราะกลัวจะเป็นอันตราย" ความเป็นห่วงจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ถ้าวันไหน "ฝนตก" เพราะหลังคาบ้านรั่ว "เรียนหนังสือไม่เป็นสุขเลยค่ะ อยากให้เลิกเรียนเร็วๆ มีอยู่วันหนึ่งลูกเห็บตก ลมพัดแรง พอกลับบ้านไป แม่เปียกไปทั้งตัวเลย สงสารแม่มาก" เหนื่อยกาย วรรณชลี "ทนได้" แต่ "ทรมานใจ" ที่ต้องเห็นแม่นอนร้องโอดโอยเพราะความเจ็บปวดทุกวัน ทุกคืน หัวใจลูกมันเหลือจะทานทนไหว "แม่ปวดจนช็อค ปวดจนบิดจนต้องกัดผ้า หนูนอนร้องไห้ทุกวัน สงสารแม่มาก" น้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตารื้อออกมา ชีวิตดำเนินไปอย่างไร้ความหวัง..... กระทั่งวันหนึ่ง เด็กหญิงดูรายการโทรทัศน์ "ฝนจากฟ้า" นำเสนอเรื่องราวของเด็กโดนแก๊สระเบิดเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือจากในหลวง หลังจากจบรายการ วรรณชลีไม่รีรอที่จะเขียนจดหมายถึง "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" พระผู้ทรงเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายในยามสิ้นหวัง ถ้อยคำในจดหมาย บรรยายถึงอาการป่วยของแม่ และขอพระเมตตาจากพระองค์ ช่วยแม่ของเธอด้วย "แม่จะตายหลายครั้งแล้ว เพราะปวดขาจนช็อค หนูไม่รู้จะช่วยยังไง จะไปหาหมอก็ไม่มีเงิน หนูกลัวแม่จะไม่อยู่กับหนู เลยตัดสินใจเขียนจดหมายถึงในหลวง เขียนทั้งๆ ที่รู้ว่าความหวังริบหรี่ แต่หนูก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ขนาดคนข้างบ้านยังพึ่งไม่ได้เลย" น้ำเสียงสะอึกสะอื้น หลังจากนั้นเพียง 1 เดือนเศษๆ "วรรณชลี วรรณชลี" เสียงเรียกดังมาจากหน้าประตูบ้าน เด็กหญิงลุกขึ้นเดินมาเปิดด้วยอาการสะลึมสะลือเพราะพิษไข้ เมื่อเปิดประตูออกไปก็พบอาจารย์ที่ปรึกษาประจำชั้น ม.1 ยืนอยู่ พร้อมกับยื่นซองจดหมายสีขาวให้ "มีจดหมายจากสำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง ส่งมาถึงเธอ" วรรณชลียกมือขึ้นรับซองด้วยอาการสั่นเทา แล้วรีบเปิดอ่านทันที "ถึงเด็กหญิงวรรณชลี พิลึก ตามที่ท่านทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ความว่า ติดต่อที่ โรงเรียนบัวแก้วเกษร เลขที่ .... จังหวัดปทุมธานี ขอพระราชทาน พระบรมราชานุเคราะห์ ความแจ้งอยู่แล้ว นั้น สำนักราชเลขาธิการได้รับเรื่องแล้ว จึงแจ้งมาเพื่อทราบชั้นหนึ่งก่อน สำนักราชเลขาธิการ 3 กันยายน 2551" น้ำตาใสๆ ของเด็กหญิงวัย 14 ปีไหลอาบแก้ม รีบเดินไปกอดแม่ที่นอนหลับอยู่ในบ้าน "แม่จ๋า...ในหลวงมาช่วยเราแล้ว แม่จะหายแล้วนะ แม่จะหายแล้ว...." เมื่อถามว่า "ความสุข" ของวรรณชลีคืออะไร เด็กหญิงนิ่ง ส่ายหน้าบอกว่า "ไม่รู้" แต่พอถามว่า สิ่งที่ทำให้ยิ้มได้คืออะไร วรรณชลีรีบบอกว่า "แม่ไม่ปวดขา" เมื่อก่อน...เด็กหญิงจะไปเรียนหนังสือด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่ยิ้ม ไม่เล่น ไม่คุยกับเพื่อน แต่วันนี้ หลังจากที่สำนักราชเลขาธิการส่งจดหมายฉบับที่ 2 มาบอกให้แม่ของวรรณชลีไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา และนัดให้ไปตรวจอีกครั้งในวันที่ 17 ธันวาคม ในฐานะ "คนไข้ราชสำนัก" วรรณชลีเริ่ม "ยิ้ม" ได้แล้ว....แม้จะรู้ความจริงอันแสนเจ็บปวดว่า อาการป่วยของแม่จะไม่มีวันหายก็ตาม!! "แม่อาการดีขึ้นนิดหน่อยค่ะ หมอให้ยามากิน แม่ปวดขาน้อยลง ไม่ทรมานอย่างเก่าแล้ว" ไม่เพียงพระมหากรุณาธิคุณที่ครอบครัววรรณชลีได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... หลังจากที่ได้มาเห็นสภาพครอบครัวของวรรณชลี คณะครู-อาจารย์โรงเรียนบัวแก้วเกษรก็เข้ามาช่วยเหลือเต็มที่ ด้วยการนำจดหมายจากสำนักราชเลขาธิการไปเป็นหลักฐานเพื่อยื่นขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการต่างๆ อาทิ อบต.คูบางหลวง สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี เป็นต้น ไม่นาน...แม่ของวรรณชลีก็ได้รับบริจาครถเข็น ได้รับการส่งตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว จากนั้นไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลปทุมธานี ได้รับความช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัย ย้ายบ้านจากห้องแถวสภาพโทรมๆ มาอยู่บ้านเช่าหลังเล็กๆ โดย อบต.คูบางหลวง ช่วยออกเงินค่าเช่าบ้านให้ครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้วรรณชลียังได้รับทุนการศึกษาอีก 3,000 บาทด้วย "จดหมายของพระองค์ฉบับนั้นเปิดทางให้คนอื่นมองเห็น แล้วยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ถ้าไม่ได้พระบารมีจากพระองค์ก็ไม่รู้ว่าครอบครัวหนูจะเป็นอย่างไร" วรรณชลีบอกด้วยน้ำเสียงตื้นตัน อย่างไรก็ตาม "น้ำใจ" ที่หลั่งไหลเข้าช่วยเหลือครอบครัวพิลึก ก็ไม่ทำให้เด็กหญิงยอดกตัญญูคนนี้ "ลืมตัว" เธอยังคงเป็นวรรณชลีคนเดิม ที่ตื่นตี 5 มาหุงหาอาหารและดูแลแม่เช่นเดิม รวมทั้งยังคงช่วยครอบครัวประหยัดด้วยการไม่ "กินข้าวกลางวัน" เช่นเคย "ชินแล้วค่ะ ทำมาตั้งนานแล้ว" บอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วบอกต่อว่า ได้เงินค่าขนมวันละ 40 บาท จ่ายค่ารถไป-กลับ 20 บาท ถ้าวันไหนหิวมากก็จะซื้อแซนด์วิชอันละ 10 บาทรับประทาน แต่ถ้าวันไหนหิวน้อยจะซื้อน้ำผลไม้ปั่นแก้วละ 6 บาทดื่ม และถ้าวันไหนไม่หิวก็จะไม่กินอะไรเลย จะเหลือเงินกลับบ้านประมาณ 20-30 บาททุกวัน ซึ่งเงินจากวันนี้ก็จะนำไปใช้ในวันถัดไป "หนูไม่ต้องการอะไรหรอกค่ะ ยังเหมือนเดิม ที่ต้องการที่สุด อยากให้แม่ดีขึ้นกว่านี้ ช่วยเหลือตัวเองได้ ถ้าเดินไม่ได้ ไม่เป็นไร ไม่อยากให้แม่ปวด อยากให้แม่อยู่กับหนูนานๆ และหนูก็เชื่อว่า ต่อไปนี้แม่จะดีขึ้นตามลำดับ เพราะในหลวงมาช่วยแม่แล้ว อย่างน้อยกำลังใจแม่ก็ดีขึ้นมาก พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนของพระองค์เลย" นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ ด้วยท้องฟ้าสดใส ผูกริบบิ้นด้วยรุ้งงาม ของครอบครัวเด็กหญิงยอดกตัญญู "วรรณชลี"



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 13/01/2009 เวลา : 00.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

พระองค์ทรงรักพสกนิกรของท่านโดยเสมอกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เด็กหญิงหว่านกล้า วันที่ : 12/01/2009 เวลา : 21.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weed
V.-บทเพลงหัวใจของเด็กเดินทาง-.V : กลุ่มเขียนข้าว

ซึมปริ่มขอบตา .

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]