• ชาวบ้านบัว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chumchoonbanbua@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 45
  • จำนวนผู้ชม : 177784
  • ส่ง msg :
  • โหวต 41 คน
ชุมชนบ้านบัว
ภาพเก่า เรื่องเล่า ชาวบ้านบัว ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจากปากคําสามัญชน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chumchoonbanbua
วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม 2551
Posted by ชาวบ้านบัว , ผู้อ่าน : 1594 , 10:37:01 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                          

            

                       "ลุงหล่อ" หมอยาพื้นบ้านวัย ๗๔ ปี

หลังปล่อยควายฝูงเล็กลงเล็มหญ้าริมทุ่ง  “ลุงหล่อ” ก็เดินกลับมา  แกปลดย่ามใบเก่าที่ตัดจากถุงปุ๋ยเคมีวางลงบนแคร่ไม้ไผ่  ก่อนหย่อนตัวลงนั่งรับลมทุ่งยามเย็นที่กำลังพลิ้วแผ่ว

ลุงหล่อ หรือ “ทองหล่อ ปะรินรัมย์”  วัย ๗๔ ปี  เป็นคนบ้านบัวโดยกำเนิด  ทุกวันนอกต้องจากภาระอันเหน็ดเหนื่อยจากไร่นาและฝูงควายที่ต้องดูแลทุกวันแล้ว  แกยังเป็นหมอยาพื้นบ้านอีกด้วย

คนบ้านบัวและหมู่บ้านใกล้เคียง  เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย  หากอาการไม่หนักหนาสาหัสจนเกินไปนัก  ก็มักจะเข้ามาขอคำปรึกษา  บอกเล่าอาการกับหมอยาพื้นบ้านคนนี้

ชีวิตการเป็นหมอยาพื้นบ้านของลุงหล่อ  เริ่มตอนอายุ ๒๓ ปี   ทั้งที่ตอนแรกไม่ได้สนใจอะไรมากนัก  แต่มาใจอ่อนก็ตอนที่ครูคนแรกขอร้องให้สืบทอดต่อ  โดยบอกว่าอยากให้เรียนเอาไว้ทำ “บุญ” 

            “คนที่สอนวิชาให้คนแรกคือตามา  แกเป็นคนศรีสะเกษ เป็นหมอเป่าพิษงูที่เก่งมาก  มาอยู่ทำนาที่บ้านบัวหลายปี  แต่คิดยังไงไม่รู้บอกว่าอยากกลับไปอยู่บ้านคืน  ก่อนจะไป  แกก็หาคนที่จะสืบทอดวิชาต่อ  ก็มาหาลุง  ตอนนั้นอายุประมาณ ๒๓ ปี สึกจากพระใหม่ ๆ ด้วย จำได้ว่าวันนั้นแกมาหาที่บ้านเลย  บอกว่าอยากให้เราเป็นคนสืบทอดวิชาเอาไว้” 

ลุงหล่อย้อนความหลังให้ฟังก่อนเล่าต่อว่า

“ทีแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก  แกก็พยายามอ้อนวอนบอกเรียนไปเถอะ ๆ เอาไว้ทำบุญ  พูดอยู่อย่างงั้นแหละ ไอ้เราได้ยินคำว่าบุญก็ใจอ่อน  สงสารแกด้วยก็เลยตัดสินใจเรียน  แกก็ให้เย็บกรวยดอกไม้ธูปเทียน  ให้ไปเอาเหล้าขาว ๑ ขวด  เงิน ๑ สลึง มาทำพิธีตั้งครูก็เป็นศิษย์เป็นอาจารย์กันมาแต่นั้น”

การเล่าเรียนวิชาหมอเป่าพิษงูกับตามา  เป็นวิชาว่าด้วยการเป่าทั้งงูมีพิษและไม่มีพิษ  หลักสูตรการเรียนรู้เริ่มจากเดินตามครูเข้าไปรู้จักสมุนไพรที่เป็นตัวยาและสรรพคุณของยาแต่ละชนิดทั้งที่มีอยู่ในละแวกบ้านและในป่าหัวไร่ปลายนา 

ต่อมาก็ต้องรู้วิธีการเก็บ  รวมถึงมนต์คาถาที่ใช้ร่ายกำกับ  หลังจากนั้นก็เริ่มรักษาคนป่วยโดยมีตามาคอยแนะนำกำกับ  จนในที่สุดลุงหล่อก็เริ่มเชี่ยวชาญ   ต่อมาหลังจากที่ตามาครูคนแรกเดินทางกลับบ้านเกิดที่ศรีสะเกษ  ลุงหล่อจึงรับหน้าที่เป็นหมอเป่าพิษงูมาตั้งแต่นั้น

“พอตามากลับบ้านลุงเป็นต่อจากแก ตอนนั้นประมาณ  พ.ศ. ๒๕๐๓  คนเมื่อก่อนป่วยไข้จะไปหาใคร  อนามัยก็ยังไม่มีโรงพยาบาลก็อยู่ในเมือง  ใครมาหาก็ต้องรักษาไม่เคยเกี่ยงงอน  ใครมาตามตอนไหนก็ไปตอนนั้นดึกดื่นค่ำคืนก็ยังมีเลย”  ลุงหล่อย้อนให้ฟังถึงชีวิตการเป็นหมอยาในยุคที่การสาธารณสุขไม่ทันสมัย  ต่างจากทุกวันนี้ที่อนามัยอยู่ใกล้  โรงพยาบาลก็อยู่ไม่ไกล  แต่กระนั้นความเชื่อในวิชาหมอเป่าพิษงูของแกก็ยังมีคนมาหาไม่เคยขาด

           “ตอนนี้ก็พอมีบ้าง  บางครั้งก็เดือนละคนสองคน  บางคนมาหาเราแล้วก็ไปหาหมอในเมือง  เขาอาจจะไม่เชื่อเต็มที่   ก็ไม่เป็นไรเป็นความสบายใจของเขา”

          วิธีการเป่าพิษงูของลุงหล่อ  ว่าไปแล้วก็ดูไม่แตกต่างจากคนอื่นทั่วไปนัก  เริ่มจากสอบถามอาการ ถามชนิดงูที่กัด  ตรวจสอบบาดแผล  หลังจากนั้นจึงปรุงยาแล้วเป่า  บางคนเป่าครั้งเดียวอาการก็ทุเลา  แต่บางคนอาจถึง ๒ – ครั้งแล้วแต่พิษงู  หลังจากคนไข้หายแล้วตามธรรมเนียมที่ยึดถือทั่วไปของหมอพื้นบ้านก็คือการยกครู  เรื่องนี้หมองูคนเดิมบอกว่า

“ก็มีแค่กรวยดอกไม้ธูปเทียน ๕ กรวย  เหล้าขาว ๑ ขวด ส่วนเงินจะให้หรือไม่ให้ก็ไม่ว่าอะไร หรือแม้แต่คนที่ไม่มายกครูเลยก็ไม่เป็นไร  ถือตามที่ครูบอกว่าให้ทำเอาบุญ แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีเพราะคนบ้านเราเขาถือกันมากในเรื่องนี้”

นอกจากวิชาป่าพิษงูแล้ว  ลุงหล่อยังสามารถเป่าพิษอื่น ๆ ได้อีกด้วย  ไม่ว่าจะเป็น พิษฝี  งูสงัด เด็กเป็นซาง  โดยวิชาเหล่านี้เรียนรู้จากการแลกเปลี่ยนกับ ตากลิ้ง  ตาเยียน  ซึ่งทั้งสองคนเป็นหมอยาในบ้านบัวเช่นกัน

ก่อนจะลุกออกไปต้อนฝูงควายกลับบ้าน    หมอยาคนนี้ฝากข้อคิดทิ้งท้ายให้ฟังว่า

“หมอพื้นบ้านมันเป็นของที่ปู่ย่าตายายเขาสอนสั่งกันมา  ข้อดีคือไม่ต้องไปหาหมอในเมือง  ไม่ต้องเสียเงิน  บางทีเป็นอะไรเล็ก ๆ น้อยหมอพื้นบ้านเราก็รักษาหาย  บางคนเขาไม่เชื่อเป็นอะไรหน่อยก็ไปหาหมอในเมือง  แต่พอไม่หายก็มาหาเรา ก็ไม่เคยว่าอะไร  ช่วยเท่าที่ช่วยได้”

“อยากหาคนสืบทอดต่อเหมือนกัน  แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นใคร  เพราะถ้าจะเป็นจริงก็ต้องตั้งใจ         ต้องอดทน  ของแบบนี้ไม่อยากให้ตายไปกับตัวเรา”  หมอยาพื้นบ้านแห่งบ้านบัว รำพึงเบา ๆ ก่อนจะฉวยเอาย่ามถุงปุ๋ยขึ้นคล้องไหล่แล้วก้าวเดินจากไป

ในเย็นย่ำวันนั้นยินแต่เสียงแกร้องต้อนฝูงควาย ฮุย ๆ ๆ ดังอยู่ไกล ๆ  ก่อนที่ทั้งคนและควายจะพากันเดินจากไปพร้อม ๆ กับดวงตะวันที่กำลังค่อย ๆ หย่อนตัวลงลับขอบฟ้าเบื้องไกล

                                

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chawa วันที่ : 01/05/2009 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mixedandmatch
Mixed & Matched

อยากทราบยาที่ใช้เนาะ เผื่อสูญหาย บางที่จะเอานอแรด โป๊ะแผล มันจะดูดพิษงูออกมา

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
วิทย์_แดงจันศรี วันที่ : 03/09/2008 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wit
witdaeng.tarad.com : หนังสือเก่าหนังสือมือสอง 

ภูมิปัญญาของคนเฒ่าคนแก่ควรสืบทอดไว้ไม่ให้สูญหาย

"จูงกะ" คนบ้านเดียวกันครับ
(จำคำทักทายนี้มาจากอีตาประมาณ อรัญ จริงๆผมพูดไม่ได้หรอกครับ ผมเป็น"โกนเลียว")

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ราษีไศล วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

คนศรีสะเกษ เผิ่นกลับบ้านแล้ว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มารูโกะ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maruko

คุณชาวบ้านบัว รับสืบทอดวิชา ซิคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
lumpao วันที่ : 31/08/2008 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lumpao
 

คึกแท้อีตานี่..
อิจฉาวุ้ยย..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]