• ชาวบ้านบัว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chumchoonbanbua@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 45
  • จำนวนผู้ชม : 174364
  • ส่ง msg :
  • โหวต 41 คน
ชุมชนบ้านบัว
ภาพเก่า เรื่องเล่า ชาวบ้านบัว ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจากปากคําสามัญชน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/chumchoonbanbua
วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2552
Posted by ชาวบ้านบัว , ผู้อ่าน : 2004 , 15:02:48 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

พลันได้ยินเสียงเรียกเพรียกขึ้นรถ

ต่างก็จรดย่างยันขมันขมี

บ้างก็เดินบ้างวิ่งฝุ่นธุลี

เป็นสิงคลีฟูฟุ้งจรุงมาน

 

ถึงก็ถามน้าเลียวประเดี๋ยวก่อน

ก็ไอ้ตอนรถเสียกี่สถาน

เลียวบอกว่าเพลาหลวมสวมไว้นาน

ขาดการพยาบาลมานานนม

 

ให้มันได้อย่างนี้ซีน้าเรา

แกยิ้มเหงาขอรับผิดครับผม

ต่อจากนี้จะขับท้าพญายม

เหยียบให้จมคุณคอยดูก็รู้เอง

 

อย่าอย่าน้าผมไม่เอากับน้าแน่

ก็บาดแผลที่หัวไหล่ใครข่มเหง

น้าใช่ไหมขับอะไรเสียครื้นเครง

เสียงโป้งเป้งเลื่อนลั่นสนั่นดิน

 

น้าเลียวเหลียวพยักหน้าหัวเราะแหะ

แหะไม่เจตนาฝ่ากองหิน

เพลามันหลวมล้อก็ส่ายตะกายดิน

เฮ้อ ! หมดสิ้นเคราะห์ทีแต่นี้ไป

 

ขอรวบรัดตัดความตามทำนอง

ที่เคยร้องร่ายกลอนอักษรสมัย

หากผิดพลั้งพลาดเผลอประการใด

โปรดอภัยผมด้วยช่วยต่อเติม

 

เดินทางมาช้านานก็เหนื่อยหน่าย

หวังคลี่คลายเครียดตึงจึงสร้างเสริม

ประจงเขียนเรียนริคติเติม

ใช่เหิมเกริมอวดอรรถปรัชญา

 

เมื่อรถออกบอกน้าอย่าเร็วนัก

น้าพยักบอกว่าซิ่งยิ่งผวา

เสียงโครกครากลั่นเลื่อนเหมือนก่อนมา

รถชราแก่เฒ่าดูเก่าเกิน

 

พาไปถึงชุมแพแม้วิบาก

เลียวก็ลากเพื่อนมาน่าสรรเสริญ

ถึงจะช้าไปบ้างข้างทางเดิน

ก็น่าเพลินดีออกบอกตามตรง

 

ถึงชุมแพไม่เห็นแพแม้สักหลัง

ผมก็ยั้งใจคิดพิศวง

นึกถึงคำ “แพแตก” ก็แปลกปลง

มันก็คงเหมือนเราจากเจ้ามา

 

อยู่บุรีรัมย์กรรมซัดวิบัติจาก

มาลำบากที่ปากช่องถิ่นภูผา

ถึงหกเดือนจึงเร่ร่อนจากจรมา

ได้พักพาที่ชนบทกำหนดงาน

 

แล้วแตกฉานซ่านเซ็นกระเด็นโด่ง

มาหนองคายฝั่งโขงขอบอกขาน

กลับขอนแก่นย้อนศรมาไม่นาน

ก็โผนผ่านชุมแพแลเพลิดเพลิน

 

 

รอบชุมแพแลลิ่วล้วนทิวเขา

เป็นเงื้อมเงาชมฝูงนกวิหคเหิน

หยุดเพียงครู่พวกเราก็ออกเดิน

แสนเพลิดเพลินชมป่าพนาวัน

 

มีไม้สูงพยุงยางสารพัด

ดอกกำดัดมากมีต่างสีสัน

เราชมเพลินล่วงเวลาทิวาวัน

สุริยันลับลาทิวาวาย

 

หนทางจากชุมแพไปเมืองเลย

โธ่คุณเอ่ยแสนวิบากอย่าสงสัย

เป็นอัฟริกาอิสาณให้แน่ใจ

รถคลานไปเปือกตมกระเซ็นซัด

 

ถึงคราวติดเครื่องดับขยับหยุด

อุตลุดแก้ไขดึกสงัด

ก็นึกกลัวภัยพาลสารพัด

เงียบสงัดเย็นยะเยือกกลางเปือกตม

 

หาใบไม้มาหนุนล้อพอได้

ก็ดีใจไชโยโห่กันขรม

เมื่อรถเลื่อนเคลื่อนล้อจากดินตม

พอได้ชมพฤกษาพนาวัน

 

ดวงเดือนฉายพรายแสงมานวลจ้า

จึงรู้ว่าสองข้างทางเทียบสวรรค์

มีลำลานละลานตาน่าอัศจรรย์

หมู่ลานนั้นสูงสง่าน่ารักลาน

 

 

บ้างชูชันสูงชะลูดขึ้นเสียดยอด

แลตลอดเมื่อลมฉิวเสียงหวิวหวาน

มีไผ่บงขึ้นแซมแกมตระการ

สลับลานนับแน่นทั่วแดนดง

 

ในเขตนี้รถแล่นได้เรียบหน่อย

พื้นเรียบร้อยขึ้นนิดน่าพิศวง

ดูมืดครึ้มพยับหมอกคลุมทั่วดง

ยิ่งมืดลงชักหนาวในราวไพร

 

จิตถวิลจินตนาคราวิบาก

ต้องพลัดพรากจากมิ่งมิตรพิสมัย

หนาวน้ำค้างกลางดงในพงไพร

ยังหนาวใจทับถมระทมทวี

 

กว่าจะพ้นดงลานก็นานอยู่

รถแล่นอู้ไปข้างหน้าฝ่าไพรศรี

ผ่านห้วยละหานห้วงมากี่ที

จำไม่ได้อยู่ดีเพราะมากมาย

 

กระทั่งถึงศาลาผานกเค้า

คณะเราก็หยุดพักเส้นสาย

มีศาลาให้นอนพอสบาย

พวกหญิงชายแยกพักนอนผ่อนเอาแรง

 

ยังไม่หลับก็สนทนาวิสาสะ

เคยพบปะสนิทแนบไม่แอบแฝง

ได้ความรู้หลายอย่างต่างแปลกแปลง

ธารหลายแห่งที่แท้แควน้ำพอง

 

 

ผานกเค้าคือแผ่นผาศิลาลาด

สูงผงาดเยี่ยมฟ้าท่าเปิดเผย

ที่เป็นรูปนกเค้าคนเขาเลย

เรียกจนเคยปากว่าผานกเค้า

 

ดูรายรอบขอบขันฑ์อาณาเขต

ล้วนนิเวสน์พฤกษาสิงขรเขา

มีโตรกธารน้ำไหลใสเป็นเงา

คิดว่าเราจำได้คลับคล้ายคลับคลา

 

เช้ามืดเราก็รีบเดินทางต่อ

เวลาไม่พอที่จะพิศแผ่นหินผา

พูดไปก็อาจจะคลาดคลา

จึงขอจรจากผาศิลางาม

 

เมื่อรถเคลื่อนหนาวสั่นกันทุกผู้

เสียงลมอู้วังเวงน่าเกรงขาม

ผ่านดงทึบลงทุ่งเป็นบางยาม

ก็งดงามตามประสาวนาเนิน

 

สองข้างทางไม้ไร่สูงลิบลิ่ว

ไกลออกไปก็เป็นทิวภูเขาเขิน

ยินเสียงนกวิหคไพรใจเพลิดเพลิน

ด่วนดำเนินรีบรุดสุดกำลัง

 

ถึงวังสะพุงพักหากินอาหาร

ต่างเบิกบานอารมณ์ด้วยสมหวัง

นั่งมานานเหนื่อยหน่ายคลายพลัง

ได้หยุดยั้งนั่งรอก็มีแรง

 

 

เราสองคนรับประทานอาหารเบา

ซาลาเปาคนละคู่แถมน้ำแข็ง

กินขนมปังทาเนยพอมีแรง

ข้าวราดแกงฉู่ฉี่ก็มีกิน

 

เสร็จอาหารนั่งพักต่างทักถ้อย

มองเห็นน้อยหลั่งน้ำเนตรเทวษถวิล

ผู้หญิงไร้ราคีมีราคิน

ไม่พ้นรินน้ำตามาปลอบใจ

 

ขอลาก่อนวังสะพุงมุ่งเมืองเลย

ก็เหมือนเคยมีแต่ป่าพนาสนฑ์

ทั้งนกร้องก้องป่ามหาพน

โผบินวนคลาคล่ำทิฆัมพร

 

มองซ้ายขวาหน้าหลังแลลิบลิ่ว

เป็นแถวทิวยาวทอดยอดสิงขร

ทางซ้ายมือคือยอดภูกระดึงดอน

สูงเยี่ยมเทียมอัมพรเห็นแต่ไกล

 

มีหมอกครึ้มโอบยอดกระจายจับ

เป็นพยับทั่วแคว้นแดนไศล

กระสันเสียวหนาวเหน็บช่างเจ็บใจ

กรรมอะไรจึงต้องจากพรากน้องมา

 

รถรีบรัดตัดทุ่งถึงจังหวัด

ก็รีบจัดที่พักในเคหา

อาหารการกินขนครัวมา

พวกผักปลาหลายหลากไม่ยากเย็น

 

 

บ้านพักแรมแถมครัวให้หนึ่งห้อง

เราทั้งสองไม่มีใครมาสอดเห็น

ทำอาหารกินเองทุกเช้าเย็น

สามวันเผ่นเข้าตลาดไม่พลาดเลย

 

ขี้คร้านทำมันแสนจะจุกจิก

เดี๋ยวตำพริกหันมาทำไข่ลูกเขย

ผัดคะน้าพล่ายำคนไม่เคย

โธ่คุณเอ๋ยฉุกละหุกทุกวันเชียว

 

ตัดรำคาญกินอาหารที่ตลาด

มีเกลื่อนกลาดอาหารแห้งแกงเหลืองเขียว

มีเยอะไปซื้อกินกันท่าเดียว

กระเป๋าเซียวกลวงโบ๋พิโธ่เรา

 

แปดธันวาศกสองสี่แปดสี่

เจ้ายุ่นปีแผลงฤทธิคิดโฉดเขลา

มันขึ้นบุกเมืองไทยไม่บันเบา

พวกไทยเรายืนหยัดสกัดมัน

 

เรื่องสงครามขอเรียนไม่เขียนต่อ

หันมากรอกรองพจน์บทสร้างสรรค์

เขียนนิราสเล่าแถลงแจ้งจำนรร

ให้รู้กันโดยย่อฟังต่อไป

 

เราได้รับโทรเลขให้รีบกลับ

รีบขยับไปถามเลียวกลับวันไหน

น้าก็ตอบมะรืนนี้ออกรถไป

นัดให้เราคอยท่าจะมารับ

 

 

อยู่เมืองเลยสิบเจ็ดวันพลันต้องจาก

ขอเอ่ยฝากน้องสาวคราวตกอับ

ที่ได้เอื้อเกื้อหนุนจุนสำรับ

สถานที่หลับนอนพักผ่อนกาย

 

ให้ห่วงหาตาคมแม่คมขำ

ที่ต้องจำลาจากแล้วใจหาย

โอกาสมีข้างหน้าถ้าไม่ตาย

คงวนว่ายมาประสพได้พบกัน

 

เสน่ห์สนิทมิตรธรรมนั้นล้ำค่า

ยิ่งกว่าเล่ห์เสน่หามหามหันต์

สิบสองธันว์ลาพรากจากน้องพลัน

จรจรัญตามมรรคาวนาไพร

 

ก็กลับย้อนทางเก่าที่เคยมา

ขับช้าช้าชมวิวทิวไศล

ผ่านวังสะพุงมุ่งหน้ารีบรุดไป

ผ่านป่าใหญ่ถึงผานกเค้าแมว

 

พอเย็นย่ำสนธยากาฬปักษ์

ก็มืดหนักเพราะเขาล้อมเป็นทิวแถว

รถก็วิ่งไปเรื่อยตามรอยแนว

ทางเก่าแถวถิ่นเถื่อนที่เพื่อนมา

 

ไฟหน้ารถสว่างจ้าพากระดืบ

ค่อยคลานคืบเหงาเงียบเลียบภูผา

พอตกดึกยิ่งหนาวร้าวอุรา

รู้สึกว่าจับไข้ทั้งสองคน

 

 

มันช่างหนาวลึกลับจับดวงจิต

สั่นเพราะพิษไข้จับคิดสับสน

ปวดหัวหูก็สู้กัดฟันทน

ร้อนทุรนทุรายกระหายน้ำ

 

ได้น้ำมากลั้วคอพอชุ่มชื่น

ยามดึกดื่นป่าใหญ่กลางเถื่อนถ้ำ

อันตรายมากมีไพรีดำ

มันมืดค่ำดื่นดึกก็นึกกลัว

 

เอนกายนอนผ่อนแรงบนหลังคา

อนิจจาฉุนกลิ่นพริกที่หนุนหัว

พากันจามฟุดฟิดแสบทั้งตัว

ยิ่งหนาวสั่นระรัวไม่มีคลาย

 

นี่แหละเขาเรียกไข้มาเลเรีย

ไม่เสียทีที่เพื่อนเขาคาดหมาย

ว่าใครมาเมืองเลยจะเลยตาย

จะเคราะห์ร้ายไม่แคล้วแล้วกระมัง

 

ถึงชุมแพยังหนาวสั่นด้วยพิษไข้

รถพรางไฟวิ่งตึงเสียงขึงขัง

มันโยกคลอนกระดอนกระโดดดัง

ปึงปัง โป้งเป้ง เป็นเพลงเดิม

 

ถึงขอนแก่นเวลาใดไม่รู้ได้

ให้สงสัยสับสนกลับส่งเสริมฯ

ถึงหนองคายสว่างดีถึงที่เดิม

พวกพนักงานส่งเสริมก็กรูเกรียว

 

 

บ้างยื้อยุดฉุดแขนพยุงยาตร์

ที่สามารถก็ฉีดยาน่าหวาดเสียว

สองเราไซ้รยังซมระทมเทียว

ประเดี๋ยวเดียวเราก็ลับเหมือนกับตาย

- เอยฯ

 

หมายเหตุ :  นอกจาก “นิราสเมืองเลย” คุณตาเข็มชัย  ปัญญารัมย์ ยังมีงานเขียนในรูปของบทกวี ร้อยกรอง ความเรียง บทความวิจารณ์การเมือง ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่าง ๆ อาทิเช่น เดลิเมล์วันจันทร์ ข่าวภาพ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วิทยาสาร เป็นต้น





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
MyGaur วันที่ : 08/09/2009 เวลา : 15.47 น.

จบซะแล้ววววว

อยากอ่านต่อนะ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Redrose วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Redrose

ขอบคุณ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
101ไทยหลังอาน วันที่ : 26/08/2009 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/101thairidgeback



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]