• น.นิรนาม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chinawut_po@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2012-06-12
  • จำนวนเรื่อง : 158
  • จำนวนผู้ชม : 97844
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
cleanpolicy
การนำสู่การเมืองภาคประชาชน..เพื่อการสร้างมิติการเมืองใหม่..ปลอดโกง ไร้การทำธุรกิจต่อจากรัฐ..กำจัดการครอบงำของนายทุนและอิทธิพล..เพื่อนำ"การเมืองภาคประชาชนเป็นการเมืองสีขาว...เพื่อประชาชน" โดยพลังจิตอาส
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/cleanpolicy
วันศุกร์ ที่ 15 มีนาคม 2562
Posted by น.นิรนาม , ผู้อ่าน : 192 , 14:39:03 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

นโยบายของประชาชนVSพรรคการเมือง..ใครจะทำให้ ปชช...มาดูกันครับ
-
น.นิรนาม
-
วันนี้จะเขียนเป็นตอนที่ ๘ เพื่อให้ ปชช.ได้ตรึกตรอง และมองไปให้ไกล กับแนวทางนโยบยที่มจกประชาชน ไม่มีหมกเม็ดแอบซ่อนซุกเพื่อหากิน และให้ความหมยเพื่อส่วนรวมแบบตรงๆชัดๆ
-
นโยบายการลดความเหลื่อมล้ำคนในชาติ ด้วยหลักการกระจายโอกาส ให้ประชาชนในทุกมิติแบบเท่าเทียมและเป็นธรรม เพื่อ่ให้ประชาชนในทุกภคส่วนได้รับประโยชน์สิทธิทุกคน ดังนี้/-
-
๑/กระจายโอกาสทางการศึกษา -ต่อจกนี้ไปคนไทยทุกคนจะต้องเรียนภาคบังคับให้สูงสุด ม.๖(หรือเทียมเท่า) โดยจะไม่ต้องแบกรับภาระค่าเทอมค่าบำรุงค่าสอนพิเศษภาษาในโรงเรียน หนังสือฟรี อีกทั้งตั้งเป้าฯคนไทยจะต้องเรียนให้จบ ป.ตรี เป็นอย่างน้อย ในทุกระดับจะให้มี"สถาบันการศึกษาออนไลน์"รองรับนักเรียนนักศึกษา ประชาชน ให้เรียนกันได้ทุกเวลาทุกที่ในและนอกอาณาจักร์ ตลอดชีวิต ภายใต้การกำกับยกระดับมาตราฐานการศึกษาของไทยที่มุ่งพัฒนาตลอดเวลา แม้นแต่การเรียนระบบตามอัธยาศัย เปิดให้เข้าศึกษาได้ทุกระะดับ จนถึง ปริญญาเอก ใครอยากเรียนได้เรียน ทุกช่วงชีวิต ให้ไทยทุกคนพัฒนา ทั้งสายสามัญและสายอาชีพ(จะให้มีถึงปริญญาเอก)
-
๒/กระจายโอกาสสร้างพนักงานให้หน่วยธุรกิจ-รัฐ มุ่งเป้าฯชำนาญเฉพาะเพื่อทำงานทันทีหลังจบ-นอกจากการศึกษาในระบบที่เป็นกรสร้างคนให้พร้อมเข้ไปสู่การงานอาชีพที่มีหลากหลายในทุกสาขา จะเปิดให้"เอกชนธุรกิจ และรัฐ"เปิดจองตัวว่าที่ "พนักงาน" โดยให้ร่วมรับผิดชอบเป็นทุนสร้างบุคคลากรให้กับองค์กร แบบที่ต้องการ ตรงใจ ตรงสายงาน ร่วมกับมหาวิทยาลััยในทุกด้านเป็นการบ่งชี้ตลาดแรงงานที่มีในตลาดแรงงาน(ลดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมเอง ให้มหาวิทยาลัยจัดให้ และยังได้นักศึกษาเข้าไปฝึกงานจริงๆเมื่อจบได้ทำงานทันที ไม่ต้องรอเวลาเป็นงาน เปิดรันักเรียนระดับ ม.๖ สอบเข้าให้ตรงแผน สอบได้สอบผ่านมีงานให้ทำ
-
๓/ให้ทำการสำรวจขึ้นทะเบียน"อาชีพ"ที่มีในสังคมไทย เพื่อนำไปพัฒนาคนให้พร้อมต่อเนื่อง รองรับตามสถานการความต้องการและการเปลี่ยนแปลง ให้ทันโลก ธุรกิจ และการคงไว้ของอาชีพดั้งเดิมที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน จึงให้หน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการอาชีพ นอกเหนือจากวิทยาลัย/มหาวิทยาลัยรัฐ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน อนุญาติให้เอกชน -ประชาชน ที่มีบุคคลากร(คุณภาพที่รัฐต้องรับรองความสามารถ)พร้อมจะให้การฝึกอบรมนำไปสู่การอาชีพต่างๆ เปิดได้ภายใต้การกำกับของกระทรวงแรงงานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานดูแล เพื่อให้ประชาชนที่สนใจสร้างอาชีพเสริมหรือให้เป็นอาชีพหลัก(ทดแทนอาชีพเดิม) โดยรัฐมีทุนสนับสนุนเอกชนจัดสรรช่วยผู้รับการฝึกอบรมเฉพาะค่าเรียนฟรี(เสมือนไปรับฝึกอบรมจากหน่วยงานรัฐที่จัดให้เดิม)
-
๔/กระจายโอกาสถือครองที่ดิน/-กำหนดให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ครอบครองในทีดินสูงสุดไม่เกิน ๕๐ไร่(และราคาประเมินสูงสุด ๕๐ล้านบาท) ในทุกครอบครัวจะต้องมีที่กรรมสิทธิ์อย่างน้อยเป็นที่อยู่อาศัยให้ทุกคนได้ ด้วยหลักการจัดเก็บภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า (กำหนดช่วงนับเป็นไร่ ผันแปรตามมูลค่าราคาประเมินราชการ เป็นช่วงๆ )แต่ละประเภทการใช้สอยที่ดินดังนี้
.
ก)เพื่อที่อยู่อาศัย/บ้านหลังแรกของครอบครัว(ขนาดที่เหมาะสมกับการใช้สอยที่มีเหตุผลเชื่อได้ และราคาประเมินไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท) ของทุกครอบครัว ไม่เก็บภาษีที่ดิน(แต่ภาษีโรงเรือนต้องเสียปกติ) และบ้านหลังต่อไปต้องเสียตามราคาตามช่วงประเมิน(แม้นจะไม่เกิน ๕๐ ไร่และราคาไม่เกิน๕๐ล้านบาทก็ตาม-ไม่สับสนุนให้มีบ้านหลายหลัง)
-
ข)เพื่อธุรกิจโรงงาน/-ไม่ต้องเสียตามช่วงนับเพือจัดเก็บแม้นจะไม่ได้อยู่อาศัยเอง เป็นที่พักของคนงาน ที่ประกอบการ(เว้นเสียแต่มีขนาดเกินกว่า ๕๐ ไร่หรือราคาประเมินสูงสุด๕๐ล้านบาท
-
ค)เพื่อทำการเกษตร-ปศุสัตว์ ประมง /-ในเนื้อที่ไม่เกิน ๕๐ ไร่่ หรือราคาประเมินไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษีที่ดิน
-
ง)ที่ดินครอบครองว่างเปล่า/-ไม่มีการทำประโยชน์ในที่ดินปล่อยให้รกร้าง ขาดการดูแล ทุกขนาด ให้เสียภาษีที่ดินทุกแปลง เว้นเสียแต่มีเจตนารอการใช้เช่นรอปลูกบ้าน ทำสวน ต้องแจงรัฐทราบ กำหนดเวลาให้ชัดเจน พร้อมเหตุผลประกอบเชื่อได้
-
จ.กำหนดช่วงราคาประเมินภาษีจัดเก็บดังนี้-
.
A.บ้านหลังแรกราคาประเมินไม่เกิน ๕๐ล้านบาทไม่ต้องเสีย บ้านหลังต่อมาให้เสียตามช่วงกำหนด
B.สำนักงานธุรกิจโรงงาน ราคาประมินไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท ไม่ต้องเสีย หากเกินต้องเสียตามช่วง
C.ที่ดินเพื่อการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง ราคาประเมินไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี หากเกินต้องเสียตามกำหนดช่วงนับ
D.ที่ดินครอบครองว่างเปล่าไม่ว่าจะกี่ไร่ ให้เข้าสู่ระบบประเมินเสียภาษีทุกแปลง(เว้นเสียแต่รอการใช้ตามลักษณะ A B C ต้องกำหนเวลาเข้าใช้ไม่ควรนานกว่า ๓ -๕ ปี และหากพ้นให้เสียภาษีทันที จนกว่าจะไปอยู่ในประเภท A B C
.
ตารางคำณวนเก็บภาษีที่ดินตามราคาประเมินรัฐ(คิดจากส่วนที่เกิน ๕๐ ไร่ หรือราคาประเมินเกินกว่า ๕๐ ล้านบาท)
-
00000000-1,000,000฿ เสียภาษี ร้อยละ ๐.๒๕
1,000,001-5,000,000฿ เสียภาษี ร้อยละ ๐.๓๕
5,000,001-10,000,000฿เสียภาษี ร้อยละ ๐.๕๐
10,000,001-50,000,000฿ เสียภาษี ร้อยละ ๑.๐
50,000,001-100,000,000฿ เสียภาษี ร้อยละ ๓.๐
มากกว่า100ล้านขึ้นไป เสียภาษี ร้อยละ ๕
-
ในการคิดประเมินให้นำหลักเกณฑ์การครอบครองที่ดินทุกประเภทนับรวมกันแล้วไม่เกิน ๕๐ ไร่ มาพิจารณาด้วย แม้ว่าราคาประเมินไม่เกิน๕๐ล้านบาท ก็ต้องเข้าสู่ระบบประเมินภาษีให้ยึดไว้สองกรอบจำนวนที่ดินและราคาประเมินเกินกว่า๕๐ ล้านบาท ให้เก็บทุกปีตลอดไป
จะทำให้ผู้ครองที่ดินเกินกว่า๕๐ไร่ และราคาประเมินสูงๆมีที่ดินว่างเปล่าไม่ใช้ประโยชน์จะได้กระจายออกให้ประชาชน ไปสร้างประโยชน์ใ้หชาติได้มากขึ้น ทั้งนี้อาจมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมได้อีก
-
๕/กระจายประมูลงานภาครัฐ/-ให้กำหนดแนวทางให้ทุกจังหวัดตั้งสำนักงานประมูลกลางทำหน้าที่ดำเนินการประมูลแทนทุกหน่วยงานในจังหวัด โดยกำหนดกรอบข้อบังคับผ่านระบบอีเลคทรอนิคและให้ภาคประชาชน ร่วมเป็นพยาน ตลอดจนสุ่มตัวเจ้าหน้าที่ดำเนิกรพิธีประมูลไม่ให่้ล็อกตัว หรือรู้ว่าใคร ทำให้ไม่สมารถไปให้สินบนได้ และยังจัดระบบผู้ร่วมประมูลจะไปซื้องานจ่ายนอกให้ไม่แย่งยื่นไม่ได้ ด้วยระบบทันสมัย อีกทั้งให้รัฐต้องแยกยอ่ยเนื้องานในโครงการขนาดใหญ่ให้เล็กลง เพื่อเปิดให้แข่งกันมากขึ้น ไม่ให้รายใหญ่ผูกขาด และให้เปิดประมูลในทุกจังหวัดเน้นผูประมาณในท้องถิ่นได้โอกาสก่อน งนจะลดขนาดลง(ตัดแยกสอยย่อยเพื่อให้รายกลาง-เล้กประมูลแข่งได้ กรณีงานรัฐที่มีแผนให้ทำทุกจังหวัด เช่นทางรางคู่ของรถไฟ ถนนหนทาง ไปผ่านในจังหวัดไหน ให้ประมูลที่จังหวัดนั้น จะทำให้ผู้ประกิบการรายกลาง-เล็กได้เข้ามาร่วมประมูลไม่ผูกขาดอย่างที่ผ่านมา...แม้นโครงการขนดใหญ่ก็ตาม กระจายงานประมูลกระตุ้นเศรษฐกิจได้สร้างงานในจังหวัดมีงนทำมากขึ้นทั่วไทย เม็ดเงินจะถูกใส่เข้ไปในระบบจากผู้รับเหมาจำนวนมากส่งผลีกับประชาชนและยังประหยัดภาษีรัฐ(งบใช้น้อยแข่งกันมากราคาลดลง-ซึ่งทุกวันนี้รายใหญ่กินฟรีมากมายไม่ทำเองจ้างเหมาช่วมีแต่รายกลางเล็กทำเสียมากกว่า จึงให้ยกเลิกผูกขาด ในส่วนเทคนิคที่จำเป้ฯรัฐสนับสนุนให้จ้างไปดูแลกำกับในทุกส่วนย่อยให้ไปทางเดียวกันคุ้มค่ากว่าให้เอกชนรายใหญ่กินฟรี เปลืองงบ
-
๖/ออก พรบ.แก้ไขห้ามการใช้ทุนทุ่มซื้อควบรวมเพื่อผูกขาดในธุรกิจทุกประเภท และการให้รัฐสามารถสร้างส่งเสริมคู่แข่งรายใหม่ในสินค้าเดียวกันได้"โดยคำนึงสภาพธุรกิจประเภทนั้นๆจัดได้เป็นตลาดผูกขาดแม้นจะมีคู่แข่งไม่มากแต่มีสาขาครอบทั่วประเทศ ให้ถือเป็นธุรกิจเข้าข่ายผูกขาด รัฐจัดให้มีคู่แข่งเพิ่มได้ในทุกมิติ โดยมีนัยยะเพื่อให้สินค้าราคถูกลง ประชาชนได้ลดค่าครองชีพ(มีมาตรฐนเดียวกัน) ในทุกมิติ
-
๗/กระจายโอกาสการเข้ารับการบริการด้านสุขภาพ/-ให้เท่าเทียมด้านสาธารณะสุข ในทุกภาคจะต้องมีศูนย์กลางการแพทย์ที่พร้อมสรรพ ๑ แห่งเทียบเท่ากับกรุงเทพฯและโรงพยาบาลประจำจังหวัดพัฒนาในทุกด้านเพื่อรองรับระบบสุขภาพคนไทยในทุกมิติทันสมัยล้ำหน้าเอกชน พร้อมให้บริการร่วมกับโรงพยาบาลประจำอำเภอและตำบล(อนามัย) ไม่มีข้อจำกัดเงื่อนไขการเข้ารับบริการ สปส. สปสช.หรือสวัสดิการรรัฐ เข้าใช้ได้ทุกแห่งที่เป็นของรัฐ แม้นจะขึ้นทะเบียนสิทธิ์ในจังหหวัดไหนๆ(ให้ใช้ระบบโอนฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกัน ) และจัดระบบให้"บันทึกประวัติคนไข้ให้มีคลังเดียวกันในกระทรวงสาธารณะสุขลิงค์ไปใช้ได้ทุกสถานพยายาบาลโดยใช้บัตรประชาชนรูดปรี๊ดดูประวัติเดิมได้ทันที เฉพาะแพทย์หหรือเจ้าหน้าที่ดูแลกรรักษาได้รับอนุญาติจากคนไข้หรือผู้ปกครอง อีกทั้งปรับ๓ กองทุน ให้เริ่มต้นจากสิทธิ์ สปสช.ดึงเงินในส่วนรัฐสมทบใน สปส.นำไปปรับยกระดับ สปสช.ให้ดีขึ้น และให้ส่วนสวัสดิกรรัฐคไว้แต่เฉพาะตัวข้าราชการเท่านั้น (ซึ่อาจจะยุบเลิกโอนไปให้เป็น สปส.ข้าราชการเป็นลูกจ้าง รัฐเป็นนายจ้าง ใน สปส.) ต่อไปคนไทยแค่พกบัตรประชาชนติดตััวเจ็บป่วยที่ไหนก็ไปเข้ารักษาได้ทันที และยังให้ตรวจสุขภาพประจำปีทุกคน เพื่อปอ้งกันก่อนต้องซ่อมแซม นโยบายต้องเปลี่ยนใหม่จากซ่อมเป็นป้องกัน และให้ทุกคนต้องมีฟันดีทั่วหน้า จะได้กินอร่อยรักษาร่างกายไม่เจ็บป่วย อาหารคือยา กินได้ดีก็สุขภาพดี ประเทศไทย ต้องให้ฟันดีทุกคน ตรวจรักษาฟรี(ยกเว้นเพื่อการสวยงาม)
-
๘/กระจายโอกาสงานสงเคราะห์เงินทุนสร้างอาชีพกับประชาชนที่ประสงค์"เพื่อประกอบอาชีพของผู้ด้อยโอกาส"เป็นการลดภาระการแบกรับหนี้ดอกเบี้ยนอกระบบที่แพงโหด ให้ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐ โดยจัดตั้ง"กองทุนสงเคราะห์ส่งเสริมอาชีพประชาชนด้อยโอกาส"เป้าหมายวงเงิน ๑แสนล้านบาทจัดจากงบประมาณแผ่นดินทุกปี กำหนดให้ยืมได้รายละ๒หมื่นบาท(ฟรีดอกเบี้ย หรือ ๐%) ส่งต้นคืนได้ตามกำลังสามารถส่งได้ หนีหมดครบ ให้ยืมได้ใหม่อีก รวมไม่เกิน ๕ รอบครั้งละ๒หมื่นบาท(๑๐๐,๐๐๐.-บาท) แต่ทุกรายจะต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งจะต้องส่งเบี้ยทุกเดือนๆละ ๑๐ บาทหรือปีละ ๑๒๐ บาท ทุกปี เพื่อให้ได้รับเงินช่วยทำบุญศพจากสมาชิกเฉลี่ยให้กับผู้จากไปทายาทรับไปหากมีหนี้ก็คืนไปให้แก่รัฐส่วนที่เหลือปลดภาระไป คนไทยทุกคนมีสิทธิ์ใช้ได้ แต่ต้องเป็นไปตมเงื่อนไข ด้วยหลักการนี้ ประชาชนจะมีกำลังส่งคืน และเปิดโอกาสให้เข้าสู่อาชีพได้ แม้นบางรายไม่เคยทำมก่อน เช่านนำไปซื้อที่ดินเพื่อเพาะปลูกผักส่งขาย ส่งคืนต้นยืม ได้เดือนละ ไม่เกิน ๕๐๐บาท ประมาณ ๔ปี หนี้หมดได้ที่ดินเป็นของตนเอง จะช่วยประชาชนได้มาก
-
๙/ให้ธูรกิจและผู้ประกอบการในทุกประเภทจะต้องเข้่าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มทังหมด ให้จดทุกรายเพื่อป้องกันการเลี่ยงภาษีโกง โดยให้ อบต.ทำหน้าที่ตัวแทนกรมสรรพากรรับหน้าที่รับเรื่องส่งต่อให้สำนักงานสรรพากร กรณีกิจการที่จดแจ้งสมควรจะยกเว้นตามกฎหมายก็ให้จดและให้ส่งแบบด้วย แต่มีฐานภาษี๐% สามารถออกใบกำกับภาษีได้ ผู้ประกอบการออนไลน์ต้องเข้าระบบด้วยทุกรายเช่นกัน ในการซื้อสินค้าและบริการประชาชนต้องแบกรับภาษีมุลค่าเพิ่มซึ่งถือได้ว่ามีส่วนเสียภาษีให้รัฐ และให้เป็นการช่วยลดค่าครองชีพโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยมนุษย์เงินเดือน ด้วยหลักการให้เก็บใบเสร็จรับเงินที่ตนเองได้เป็นผู้ซื้อสินค้าที่ปรากฎชื่อและเลขบัตรประชาชน ให้สะสมรวมกันไม่เกิน ๒ ,๐๐๐.-บาท/ปีภาษี ขอคืนได้ ต้องเป็นผู้ยื่นแบบ ภงด.ต่อกรมสรรพากร แม้นจะไม่มีรายได้มากพอเสียภาษีก็ตาม เพื่อทำให้ ปชช.ได้ต่ื่นตัวและร่วมตรวจสอบภาษีไปด้วยกัน
และให้งดเงินช๊อปฟรีร้านธงฟ้าเปลี่ยนเป็นถือหุ้นครั้งเดียวในกิจกรร้านสะดวกซื้อมหาชนจัดตั้งใหม่บริหรแบบมีออาชีพ มีส่นลดให้ผู้ถือหุ้นทดแทน
-
๑๐ในการลงทุนภาครัฐ-รัฐวิสาหกิจ ที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมากๆ เช่นรถไฟความเร็วสูง การสื่อสาร โทรศัพท์ โครงสร้างพื้นฐาน หรือแม้นแต่กิจการเหมืองแร่ นำมัน พลังงานจะในรูปใดๆ ซึ่งเดิมรัฐให้สัมปทานเอกชนหรือร่วมลงทน หรือให้เอกชนลงทุน แบ่งผลประโยชน์ให้รัฐ /ทำให้ประชาชนต้อแบกรับภาระค่าบริการปรับสูงขึ้น จนเกินค่าครองชีพทำให้เดือนร้อน เพราะธุรกิจเอกชนมุ่งหวังกำไรสูงสุด และเมื่อไม่ได้ก็จะฟ้องร้องต่อรัฐอีก อีกทั้งไปสร้างความร่ำรวยให้เอกชน มีประชาชนเป็นแพะรับบาป(ภาษีมาจากประชาชน) ดังนั้นเพื่อให้ลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้ให้ประชาชน ลดช่องว่างจึงกำหนดให้"จัดตั้งกองทุนภาคประชาชนเพื่อการลงทนร่วมกับรัฐ-รัฐวิสาหกิจ เช่น รฟท.เร็วสูง เป็นต้น ระดมจากประชาชนทุกคนๆละเล็กละน้อย ไม่เน้นการขายให้พ่อค้านายทุนยักษ์ใหญ่ แต่ให้กระจายสู่ภาคประชาชนมากๆ เพื่อให้มีส่วนร่วมสร้างชาติ ด้วยหลักการให้ค่าสวัสดิการถูกลง ไม่เน้นการทำกำไรสูงสุด แบบนี้จะดีกว่าทำให้ ปชช.ไม่เดือดร้อนได้รับสวัสดิการดีเหมาะสม ลดค่าครองชีพได้
-
น.นิรนาม(สัณฑวุฒิ มหิทราทิศ) ๑๕ มีค ๖๒




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน