• น.นิรนาม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chinawut_po@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2012-06-12
  • จำนวนเรื่อง : 160
  • จำนวนผู้ชม : 98214
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
cleanpolicy
การนำสู่การเมืองภาคประชาชน..เพื่อการสร้างมิติการเมืองใหม่..ปลอดโกง ไร้การทำธุรกิจต่อจากรัฐ..กำจัดการครอบงำของนายทุนและอิทธิพล..เพื่อนำ"การเมืองภาคประชาชนเป็นการเมืองสีขาว...เพื่อประชาชน" โดยพลังจิตอาส
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/cleanpolicy
วันเสาร์ ที่ 16 มีนาคม 2562
Posted by น.นิรนาม , ผู้อ่าน : 214 , 11:16:31 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

ทรัพย์สินของประชาชน ที่ได้มากจากหยาดเหงื่อแรงกาย ไม่ว่าจะบ้าน รถ และอื่นๆ สะสมกันเกือบทั้งชีวิต หกมีเหตุต้องดดนอุบัติภัย เสียหาย ลองคิดดู ครับ..มันทุกข์ใจแสนเข็ญ จะทำอย่างไร? ครั้นจะไปทำประกันภัยกับบริษัทฯ ก็มีรยได้น้อยไม่เพียงพอ จึงเสี่ยงไปวันๆ เกิดขึ้นก็มีรัฐช่วย แต่ก็ไม่มากที่จะคืนทรัพย์ให้ได้ครบ พอเพียงฟื้นฟูให้ใหม่ได้(อย่างเหมาะสม)

-

โครงการคุ้มครองทรัพย์สินที่อยู่อาศัยและยานพาหนะ กับ โครงการคุ้มครองผลผลิตทางการเกษตร จะช่วยให้ประชาชน ได้รับความคุ้มครอง จ่ายน้อยๆ ไม่ล้มละลาย ได้ทรัพย์สินคืน จากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ โรคระบาย

-

นโยบายที่ประชาชนคิด อยากให้ทุกรัฐบาลทำให้..พรรคไหนมีไหม?(ลองดูครับ)มีหลักการอย่างไร?

-

นโยบายของประชาชนVSพรรคกรเมือง...ใครจะทำให้ ปชช.
-
น.นิรนาม
-
ตอนนี้ตอนที่ ๙ เพื่อให้เป็นแรงกระตุ้นเตือน ปชช.ได้มอให้ไกล พรรคการเมืองเสนอนโยบยทำได้จริงแค่ไหน? ตอแหลหากินทุจริตเชิงนโยบยและไม่ตรงใจประชาชน ..
-
ควรที่จะให้ ปชช.กำหนดเอง บูรษการแผนพัฒนาทุกตำลที่ระดมสมองของชาวบ้น สู่"นโยบายของประชาชน"ให้ทุกรัฐบาลทำใน ทุกๆ๕ ปี ปรับแผนให้ทันสมัย และพรรคไม่ต้องคิดให้ไปกำหนดงานบริหารทำไง?ให้ดีมีประสิทธิภาพไม่คตโกง
-
นโยบายด้านคุ้มครองทรัพย์สินประชาชน อันเนื่องมาจากอุบัติภัย(ที่ควบคุมไม่ได้ เป็นธรรมชาติ เช่น พายุ ไฟไหม้ ดินถล่ม น้ำท่วม/แล้งและอุบัติเหตุจากพาหนะเดินทาง)ในทรัพย์สินดังต่อไปนี้/-
-
๑จัดตั้ง"โครงการคุ้มครองทรัพย์สินที่อยู่อาศัยและยานพาหนะเพื่อประชาชน"-/ให้รัฐทำหน้าที่ดูแลกำกับโครงการนี้ โดยนำระบบแบ่งปันความเสี่ยงหรือChairing Risk มาใช้ กับประชาชนผู้สมัครเข้าร่วม เพื่อคุ้มครองบ้าน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ โดยจะทำให้ประชาชน ได้มีโอกาสได้บ้าน รถยนต์ จักรยานยนต์ ตนเองคืนสูงสุดเต็มมูลค่าประเมินทรัพย์ (ประเมินทุกปี ปรับค่าค่าเสื่อม และการปรับปรุงเพิ่มค่า) โดยแยกคุ้มครองตามประเภทของอุบัติภัย เช่น พายุ ไฟไหม้ น้ำท่วม หากเป็นยานพาหนะ เช่นสูญหาย ชนกัน เป็นต้น ประชาชนที่เข้าร่วมจะได้ส่งเบี้นคุ้มครองน้อยมาก เพียงรับผิดชอบร่วกัน เมื่อมีทรัพย์สินของสมาชิกได้สูญเสียในรอบ ๑ ปี นำไปเฉลี่ยแบ่งกันรับผิดชอบ จึงทำให้เสียน้อยมากยิ่งสมาชิกมกก็จะน้อยลงๆ คำณวนค่าเบี้ยตามสถิติการสูญเสียในแต่ละปี(ไม่ใช่ประกันภัย) ด้วยแนวทางนี้ chairing risk จะเข้าไปช่วยคนยากไร้ คนมีเินน้อย กว่าจะได้ทรัพย์สินเป็นของตนเอง มันยากเย็น หากมีเหตุุตามกล่าว ต้องทุกข์ยากและลำบากมาก อีกทั้งรัฐก็ช่วยได้ไม่เต็มที่ การใช้ระบบนี้จะทำให้ประชาชนร่วมด้วยช่วยกันแบ่งปันความเสียง คนละเล็กละน้อย โดยผ่นกระบวนการประเมินค่าและจ่ายเบี้ยเฉลี่ยนคือต่อ ๑ บาท จะส่งไปเพื่อช่วยแชร์เท่าไหร่ เช่น ๐.๐๐๐๕ บาท/มูลค่าประเมิน ๑ บาท หากทรัพย์ประเมินได้ ๒๐๐,๐๐๐.-บาท ก็จะส่งเท่ากับ ๒๐๐,๐๐๐๐X ๐.๐๐๐๕ = ๑๐๐.-บาท ต่อ ๑ ปี ในแต่ละภัยอาจไม่เท่ากัน โดยเฉพาะรถยนต์ จยย.เป็นต้น และยังแปรผันตามจำนวนสมาชิก ตั้งเป้ามีมีรายได้ระดับกลางลงไป ให้เข้าใช้ได้ ไม่รับเศรษฐีและธุรกิจขนาดใหญ่ให้ไปทำประกันกับบริษัทประกันภัยเอง
-
ในโครงการนี้รัฐจะประหยัดงบประมาณในการต้องแจกจ่ายซ่อมสร้างช่วยเหลือ ปชช.ที่ประสบภัย โดยเฉพาะภัยธรรมชาติปกติ ไฟไหม้ น้ำท่วม ดินถล่ม พายุเป็นต้น อีกทั้งประชาชนสมัครใจช่วยกันแบ่งปันความเสี่ยงเพียงรัฐจัดจ้างเจ้หน้าที่ดูแลบริหารให้เดินหน้าไปด้วยดี ก่อประโยชน์อย่างมากกับ ปชช.ได้ฟ้ืนตัวได้ทันที ตัวอย่าง เช่น บ้านไฟไหม้ทั้งหลัง ประเมินราคา ณ.ปีที่ไหม้ ๒๐๐,๐๐๐.-บาท สภาพสูญเสียเต็มค่า ก็จะได้รับเงินชดเชยให้เต็มคือ ๒๐๐,๐๐๐.-บาท ขณะที่จ่ายเบี้ยแบ่งปันเพียง ๑๐๐.-บาท(สมมุติตามตัวอย่างข้างต้น) ซึ่งเงินเบี้ยเฉลี่ยส่งนี้น้อยมาก เพราะ"รัฐไม่ได้เอากำไร"มีแต่ค่าจัดการบ้างซึ่งอาจจะได้จากการบริหารเม็ดเงินเบี้ยเฉลี่ยที่สมาชิกส่งในทุกๆปี เข้าโครงการ มีดอกผลตอบแทนเก็บรักษาช่วยเหลือแก่สมาชิกบ้างก็ทำได้
-
๒/กรณีทรัพย์สินที่เป็นพืชผล สัตว์เลี้ยง ที่ได้เลี้ยงไว้ เมื่อเกิดภัยเสียหาย เดิมๆเกษตรกรรับกรรม จะมีก็รัฐจ่ายช่วยเหลือสงเคระห์ให้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด ภัยที่เกิดขึ้นจากศัตรูพืช สัตว์ป่วยตายโรคระบาด และเกิดจากภัยธรรมชาติน้ำท่วม/แล้ง ซึ่ปกติทั่วประเทศก็จะมีสถิติย์เก็บรวบรวมไว้ อีกทั้งรัฐเคยชดเชิยให้ ปชช.ในแต่เดิมบางแล้ว แต่หากจะทำให้ได้รับประโยชน์เต็มที่ เกษตรกร จะต้องสมัครเข้าโครงการคุ้มครองพืชผลผลิตทางการเกษตร ตามชนิดของพืช สัตว์ ต้องแยกกัน ด้ยต้นทุนการผลิตไม่เท่ากันและมักจะเคลื่อนไหวสูง จึงต้องตั้งค่ากลางต้นทุนโดยกระทรวงเกษตรต้องประเมินต้นทุนแต่ละชนิดในทุกเดือน และให้เกษตรกรต้องจดแจ้งปริมาณผลผลิตของตนเองเพื่อใช้คำณวนเบี้ยส่งเฉลี่ยในแต่ละเดือนๆไป (หลักการเหมือนข้อ ๑) แต่ต้องประเมินต้นทุนทุกเดือน กับการคิดคำณวนเบี้ยก็เช่นกัน(นำผลเสียหายในแต่ละเดือนมาคิดค่าเฉลี่ยเบี้ย)สรุปคือทำละเอียดกว่าข้อ ๒ แต่หลักการเดียวกัน ยกตัวอย่าง ผักคะน้า ต้นทุน กก.ละ ๑๐ บาท มี ๑๐ ไร่ๆละ ๒๐๐ กก.ใช้เวลา ๓๐ วัน เกตรกรรายนี้จะได้ผักออกมา ๑๐ไร่X๒๐๐ กก.X๑๐ บ.จะมีต้นทุนปลูก ๒๐,๐๐๐.บาท ให้นำค่านี้ไปคิดประกันความสูญเสีย ในรอบ เดือนหนึ่งๆ หากมีสมาชิกที่ปลูกผักเสียหายไป ๒๐๐,๐๐๐.-บาท แต่มีมูลค่ต้นทุนรวม ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐.-บาท(ในเดือนนั้น) ก็จัดแชร์กันโดย เอา ๒๐๐,๐๐๐.-หาร ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐.-บาท ก็จะตกค่าเบี้ยเฉลี่ยต่อ ๑ บาทที่ ๐.๐๐๑ บาท ดังนั้นเกษตรกรที่ปลูกผักรายนี้ จะส่งเบี้ยคุ้มครองผักมูลค่า๒๐,๐๐๐.-บาทของตนในเดือนนั้น เท่ากับ ๒๐.-บาท เป็นต้น
-
โดยหลักการนี้ เกษตรกรจะได้รับต้นทุนคืนตามกำหนดต้นทุนของกระทรวงเกษตรฯ(ที่จะต้องมีกรติดตามให้ทันสมัยทุกเวลา)ครบถ้วน นอกเหนือจากรัฐชดเชยช่วยอีกจำนวนหนึ่งก็ได้
-
ต้นทุนกลางในทุกกิจกรรมทางการเกษตรรัฐจะต้องทำหน้าที่ให้ทันและถูกต้องเจ้าหน้าจะต้องทำงานเชิงรุกแนะนำให้เกษตรกรเข้าร่วมให้ครบในทุกหมู่บ้านตำบล
-
รัฐจัดให้เพื่อเปิดมิติคุ้มครองทรัพย์สินประชาชนคนมีเงินน้อยเกษตรกร กว่าจะได้ทรัพย์สินมาแต่ละอย่าง เมื่อสูญเสีย ก็แทบจะหมดตัว จึงเป็นส่วนที่แก้ไขให้ทุกคนได้เหนื่อยน้อยลง พอช่วยตนเองได้ และยังช่วยสังคม ลำพังจะไปประกันภัยเอง ก็แบกรับค่าเบี้ยไม่ไหว แถมบริษัทกินฟรีๆอีก ให้มาใช้บริการ"โตรงการนี้"ทรัพย์ที่เสี่ยงๆของทุกคนก็จะไม่เสี่ยงภัยจนคืนไม่ได้ กลับมสู้ชีวิตได้ใหม่อีก..
-
น.นิรนาม(สณฑวุฒิ มหิทราทิศ) ๑๖ มีค ๖๒

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน