• cm_coffee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-05-29
  • จำนวนเรื่อง : 555
  • จำนวนผู้ชม : 1389107
  • ส่ง msg :
  • โหวต 549 คน
มุมคอกาแฟไทย
พักผ่อน..ท่องเที่ยวไปกับ.. "คนรักกาแฟไทย"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/cm-arabica
วันพฤหัสบดี ที่ 28 ตุลาคม 2553
Posted by cm_coffee , ผู้อ่าน : 9053 , 14:03:51 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน nopakao , พฤจิกา และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้


รัฐฉานที่ติดไทยลานนา
บ้านพี่-เมืองน้องในอดีต


เจ้าฟ้า"ส่วยแต๊ก"รัฐฉาน
ประธานาธิบดีคนแรกของพม่า

วันหนึ่งในการเดินทางไปเยือนรัฐฉานใต้ ที่บันทึกไว้ในความทรงจำ
แฝงด้วยความปิติ ที่ได้สัมผัสกับสถานที่ในประวัติศาสตร์แห่งชนชาติไต
ในอดีตที่รุ่งเรือง ร่มเย็น ภายใต้ประเพณี วัฒนธรรม ในพุทธศาสนา
ที่เกี่ยวดองกับลานนาไทยในอดีต แม้แต่ทางภูมิศาสตร์ ที่เป็นดินแดน
อันอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ ในเทือกเขา มีพื้นที่ติดต่อทางด้านตะวันตก
ของประเทศไทย ด้านอ.แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน เชื่อมโยงผูกพันธุ์กันมา
เสมือนบ้านพี่เมืองน้อง


เราต้องเริ่มบทที่จะเข้าเจาะลึก
"เมืองยองห้วย"รัฐฉานใต้"
ด้วยการขอแยกตัวจากคณะทริปนี้ แปลงกายเป็น"ลุงหม่องโล๊ะ"
โพกหัว นุ่งโสร่งพม่า ฮ่า ฮ่า..
 

แต่วันนี้กลายเป็นประวัติศาสตร์ที่เร้นลับสถานที่ต้องห้าม ปกปิด
ไม่ให้เปิดเผยของอำนาจรัฐบาลทหารพม่า ที่ปกครองกดขี่ ข่มเหง
เยียบย่ำ ชนิดลบล้างเผ่าพันธุ์ ไม่ให้ชนรุ่นหลังได้รู้ ได้เห็น
ด้วยการอำพรางซ่อนเร้น แม้จะอยู่ในเส้นทางการท่องเที่ยว
แต่ก็ไม่มีใครจะเข้าถึง และรู้จักความจริงแต่..เรามีข้อมูลท่วมท้น
มาแล้ว จากเพื่อนชาวไตผู้หนึ่ง ในกลุ่มของ
Shanwomen.org

นักท่องเที่ยวจะรู้เพียงว่า นี่คือพิพิธภัณฑ์พระ และ เรือนไม้สักใหญ่
มาแต่อดีตโบราณของเมืองนี้ ที่ไกด์นำเที่ยวก็ไม่กล้าจะเอ่ยปาก
ถึงความจริงในเบื้องหลัง เพราะจะมีเจ้าหน้าที่สายลับของรัฐติดตาม
และ จะได้รับการปฏิเสธที่จะพาเข้าชมบ่อยครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงต่อผล
อันเป็นภัยต่อตัวเองที่จะโดน"แบล็กลีสต์"และหน้าที่การงาน

ในความจริงนี่คือที่ว่าความเมือง ที่ประทับของเจ้าฟ้าแห่งรัฐฉานเดิม
ที่สร้างไว้ด้วยไม้สักทั้งหลัง วิจิตรสวยงามยิ่ง แต่เอาพระพุทธรูปมาแทน
จากประวัติเดิม..
ค.ศ.1947 ไใหญ่ กะฉิ่น ฉิ่น ได้ดำเนินการร่วมกัน
เริ่มจัดทำข้อตกลงสัญญาปางหลวง รัฐฉานภาคใต้ หลังจากนั้นนายพล
อู อองซาน ได้เป็นตัวแทนฝ่ายพม่า เข้าร่วมลงนามในสัญญาปางหลวง
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ค.ศ.1948 สี่ชนชาติที่รวมตัวกันในรูปของ
“สหภาพพม่า”ได้รับเอกราชโดยรัฐสภาได้มอบให้


 

ในความจริงนี่คือ"หอคำเจ้าฟ้าแห่งรัฐฉาน"จ้าฟ้าเมืองยองห้วยในอดีต
เจ้าส่วยแต้ก เจ้าฟ้าเมืองยองห้วย ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นประธานาธิบดี
เป็นคนแรกของสหภาพพม่า โดยมีสาระสำคัญเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ
ฉบับแรกของพม่าว่า เมื่อครบสิบปี ในปี ค.ศ.1958 ไใหญ่ กะฉิ่น ฉิ่น
สามารถแยกตัวเป็นอิสระ ก่อตั้งประเทศของตนเป็นเอกราชได้
..แต่กองกำลังทหารพม่า ก็ไม่ได้รักษาสัญญ

หอศิลปะพระ หรือ พิพิธภัณฑ์ แห่งนี้เป็นการแสดง ความเคารพ
ประวัติศาตร์ ของพม่าอย่างที่ต้องเรียกว่า"เสียไม่ได้"เท่านั้นเอง
หอถูกสร้างมาในแบบแผนของ มัณฑะเลย์ และเสร็จเมื่อประมาณปี
 1920 หอแห่งเมือง หย่องเฉว่ เป็นตัวอย่างที่สวยงามของ สถาปัตยกรรม
ของ หอเจ้าฟ้า ในรัฐฉานทั้งหมด ผู้เข้าเยี่ยมชมหอนี่ จะได้ พบกับ
ท้องพระโรง ที่สร้างขึ้น จาไม้ เป็นจำนวน สามหลัง และยังมีเรือนของ
แม่ของเจ้าฟ้าอีกด้วย ท้องพระโรงใหญ่ เป็นที่เก็บรักษา บัลลังก์ของเจ้าฟ้า ท้องพระโรงชั้นใน แสดงเครื่องนุ่งห่มของ ซึ่ง เคยเป็นของ เจ้าฟ้า และ
มหาเทวี เมืองยองห้วยมาก่อน บางส่วนก็เป็นสมบัติของ เจ้าเมือง



ผู้ซึ่งครองเมือง ก่อนเจ้าส่วย แต๊ก เครื่องแต่งกาย ส่วนใหญ่
จะอยู่ในระหว่างปี 1860-1890 และในท้องพระโรงชั้นนอก
สมบัติที่แสดง และ ผู้ที่เคยเป็นเจ้าของก่อนนี้ นั้นถูกมองข้ามไปอย่างมาก
หรือ อาจจะจงใจที่จะมองข้ามไป ผู้เข้าชม จะไม่รู้แจ้งรายละเอียดใดๆ
ทั้งสิ้น เช่น ที่ ท้องพระโรงชั้นใน เสมือนกับที่ศักดิสิทธิ์ประจำตระกูล
ไม่มีผู้เข้าเยี่ยมชมคนใหนเลย ที่จะได้เรียนรู้เรื่อง รายละเอียดชีวิต
ประจำวัน และ ข้อมูลที่เป้นประวัติศาสตร์ของผู้ครอบครอง หอแห่งนี้

"วันนี้ยิ่งไม่มองเห็นทรากสิ่งเหล่านี้ ที่ลบล้างทำลาย สูญสหายไปสิ้น"

เจ้านางเฮือนคำ มหาเทวีเจ้าฟ้าส่วยแต้กได้ หนีไปยังประเทศไทย
พร้อมกับลูกๆ ที่รอดชีวิต ด้วยกัน 5 คน สองปี หลังจากนั้นเธอได้ช่วย
จัดตั้งองค์กรสงคราม และ กองทัพแห่งรัฐฉาน ในเชียงใหม่ ภาคเหนือ
ของประเทศไทย ทางรัฐบาลทหารพม่าได้กวาดต้อนประชาชนเขต
รัฐฉานภาคกลาง และภาคใต้ที่อยู่นอกตัวเมืองประมาณ 300,000 คน
บังคับให้ทิ้งบ้านเรือน ไร่นา สัตว์เลี้ยง ให้อพยพเคลื่อนย้าย เข้า
ไปอยู่ในตัวเมืองภายใน 3-5 วันที่ได้รับคำสั่ง เมื่อพ้นกำหนดแล้ว
พื้นที่หมู่บ้านต่างๆ ถือเป็นเขต “ยิงอิสระ”หากคนไทใหญ่กลับไปพื้นที่
บ้านเดิมอีก ต้องถูกลงโทษถึงตาย 

อนุสรณ์สถานที่ยังเหลืออยู่กลางเมืองยองห้วยทุกวันนี้
คือกู่กระดูกของเจ้าฟ้า และ พระวงศ์แห่งรัฐฉาน ถูกปิดบังอำพราง
ไว้กลางเมืองทิ้งรกร้าง เหมือนป่าช้ากั้นรั้วเหล็กไว้เป็นเขตปิด
ใกล้วัดหลวงยองห้วย ไม่เปิดเผยจึงเป็นเขตต้องห้ามอีกแห่งหนึ่ง
ของเมืองนี้ ที่นักท่องเที่ยวไม่มีทางจะรู้จักเช่นกัน

1964 -เจ้าแม่นางเฮือนคำ  ก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ (SSA)
ชาวไทใหญ่โพ้นทะเลได้ร่วมกันก่อตั้งพรรคสามัคคีเพื่อประชาธิปไตยไทใหญ่(Shan Democracy Union- SDU) โดย มี เจ้าช้าง ณ ยองห้วย
เป็นผู้นำและ จนถึงปัจจุบันนี้กองทัพSSA ภายใต้การนำของเจ้ายอดศึก
ดำเนินการเคลื่อนไหวทางการทหารอยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ของแม่น้ำ
สาละวิน เจ้ายอดศึก ย้ายกองบัญชาการสูงสุด กองทัพกู้ชาติไทใหญ่
(SSA)มาตั้งฐานกำลังที่ดอยไตแลง เขตรอยต่อระหว่าง เมืองปั่น
และเมืองโต๋น รัฐฉานประเทศพม่า ตรงข้ามอำเภอปางมะผ้า
จังหวัดแม่ฮ่องสอน ของไทย จนถึงวันนี้.....


 

โอ้ย..คุยเรื่องประวัติรัฐฉานแล้วเครียด น่ะ..นั่งรถม้าไปเที่ยวรอบเมือง
กันดีกว่า เมืองที่หนาแน่นไปด้วยวัด-วา อาราม และศรัทธาที่เหนียวแน่น
ของชาวไตพุทธ วันนี้ยังมีความสงบร่มเย็น และ พอเพียงแด่ชีวิต เรียบง่าย

เส้นทางคมนาคมด้วยขบวนรถไฟ เป็นเส้นทางเดินไปสู่รัฐฉานใต้และ
เมืองอื่นๆ ที่ผ่านทรัพยากรธรรมชาติ คือป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์
เป็นรายได้ของรัฐ ที่นำมาใช้ในกิจการของกองกำลังทหาร

ชาวพื้นบ้านไตใหญ่ที่เราแวะเยี่ยมเยือน ก็อยู่ในสภาพเดิมๆ
วงจรชีวิตเดินไปอย่างเชื่องช้า พออยู่ พอมี พอกิน แต่เปี่ยมด้วย
คุณธรรมและน้ำใจเฉกเช่น ชาวพื้นเมืองในล้านนาของไทยเรา



ทำอาหาร-ขายของ
หารายได้ไปวัน-วัน
ของลุง-ป้าคู่นี้

ช่วงที่เราเดินทางไปเป็น ระยะงานบุญออกพรรษา
ก็ได้พบเห็นความสนุก-สนาน รื่นเริง ในรอบปี
ที่ชาวบ้านร่วมกันไปทำบุญ



มีขบวนแห่ไทยทาน การเล่น ฆ้อง-กลอง แห่กันไปวัดต่างๆ
บรรดาสาวชาวไตก็แต่งตัวกันเข้าขบวนครบสีสรร ดูสดชื่น



เวลาที่เนิ่นนานมาถึงวันนี้ สำหรับคนรุ่นใหม่เค้าได้ถูกกลบเกลื่อน
กลืนสัญชาติจากความหวัง อันแสนเลื่อนลอยไปเสียแล้ว
ไม่สามารถย้อนกลับไปสู่เชื้อชาติ แห่งบรรพบุรุษชาวไตเดิมได้
อย่างสิ้นหวัง คงเหลือแต่ศรัทธาในพุทธศาสนาเป็นสรณะในทุกวันนี้



เท่านี้ก็ซาบซึ้งใจแล้ว ที่เราได้มาสัมผัสชีวิต จิตวิญญาณของท่าน
ด้วยสายตา-ตัวเราเอง ที่จำต้องบันทึกไว้ในความทรงจำตลอดไป


 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
รวิน วันที่ : 20/12/2010 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ravin

ขอเป็นแรงใจสำหรับการทำงานเพื่อพี่น้องชาวไต
ขอบคุณสำหรับข้อมูลใหม่ๆเกี่ยวกับรัฐฉาน ขอบคุณไปถึงลุงหนานปั๋นด้วยนะครับ
ขอให้ประวัติศาสตร์แห่งน้ำตา เปลี่ยนเป็นพลังที่จะหยัดยืนเพื่อเผ่าพันธุ์ เพื่อวัฒนธรรมที่จะส่งต่อให้ลูกหลานนะครับ
ปรารถนาว่าวันหนึ่ง รัฐฉานจะได้ปกครองตนเอง

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
cm_coffee วันที่ : 30/10/2010 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cm-arabica
"ลุงรภ"

ขอบคุณทุกท่านที่มาเยือน..
เพื่อนไตใหญ่ของเราคงปลื้มใจแน่..
และ ขอบคุณยิ่งที่"อ้ายหนานปั๋น"มาขยายเรื่อง
ชี้แนะแด่กลุ่มชาติพันธุ์ครับ...

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
พฤจิกา วันที่ : 29/10/2010 เวลา : 13.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."


ขอบคุณสำหรับข้อมูล
... และความรู้ค่ะ
..
..

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ลุงหนานปั๋น วันที่ : 29/10/2010 เวลา : 13.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lungnanpun

เพิ่มอีกนิด-ชาวไตในรัฐฉาน มีใหญ่ ๆ 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเรียกว่า"ไตโหลง" หรือคนไตกลุ่มใหญ่ที่สุดเปรียบเ็ป็นประเทศไทยก็คือคนไทยภาคกลางที่พูดไทยกลางนั่นเอง ไตโหลง แปลว่า ไทใหญ่นั่นแหละ 3 ใน 4 ของคนไตในรัฐฉาน เป็นคนไทใหญ่ คนไทใหญ่หรือไตโหลงนี้ ยังมีในเขตปกครองตนเองเต๋อหงแห่งมณฑลหยุนหนานประเทศจีน จีนเรียกว่า ชาวไตเหนอ(ไตเหนือ-ไทเหนือ)โดยมีเมืองยุ่ยลี่เป็นเมืองเอก คนไตโหลงจะอยู่ทางภาคเหนือของรัฐฉานที่ติดกับเต๋อหงของหยุนหนานและภาคกลางและภาคใต้ของรัฐฉาน เรียกว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของรัฐฉาน ส่วนทางรัฐฉานด้านตะวันออก ที่มีเมือง เจียงตุ๋ง เป็นเมืองเอกนั้น คนไตทางนี้เขาเรียกตัวเองกันว่า "ไตขึน" ที่นักวิชาการสติเฟื่องของไทยในอดีตเรียกเขาอย่างผิด ๆ ว่าไทยเขิน ช่างไม่น่าเขินเอาเสียเลย ทำไมชาวเจียงตุ๋งหรือ เชียงตุงเรียกตัวเองว่า "ไตขึน" เพราะว่า กลางเมืองเชียงตุง มีแีม่น้ำสายหนึ่งที่ไหลขึ้นเหนือ ภาษาไตขึน ออกเสียงขึ้นว่า ขึน จึงเป็นที่มาของการเรียกตัวเองว่า ไตขึน ภาษาไตขึนนี้ใกล้เคียงกับภาษาไทยล้านนาเชียงใหม่เชียงรายมากที่สุดกว่าบรรดาภาษาไตทั้งหมด เรียกว่าเพี้ยนกันนิดเดียวเอง พูดฟังกันรู้เรื่อง 100% เชียงตุงเรียกว่าเชียงตุง ก็เพราะว่ากลางเมืองมีหนองใหญ่หนองหนึ่ง เรียกว่า "หนองตุ๋ง" ่คำว่าตุ๋ง หมายถึง ผุด-ขึ้น หนองตุ๋งหมายความว่าเป็นหนองน้ำธรรมชาติที่มีน้ำผุดขึ้นมาเอง จึงเรียกว่า หนองตุ๋ง นั่นเอง ชาวไตขึน หรือชาวเชียงตุงเป็นบรรพบุรุษของชาวเชียงใหม่เพราะหลังจากที่เชียงใหม่ถูกทิ้งร้างมาสองร้อยกว่าปี พญากาวิละซึ่งร่วมสมัยกับพระเจ้ากรุงธนบุรีและล้นเกล้ารัชกาลที่ 1 ได้ฟื้นบ้านฟื้นเมืองเชียงใหม่ขึ้นมาอีก โดยยุคนั้่นเรียกว่า "ยุคเก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมือง" ด้วยการกวาดต้อนคนไต ในสิบสองปันนา(ไทลื้อ) คนไตขึนจากเชียงตุง คนไตยวนจากเชียงแสน เ้ข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่ จนกระทั่งบัดนี้มีหมู่บ้านในหลายอำเภอรอบตัวเมืองเชียงใหม่ ยังคงเรียกชื่อหมู่บ้านของตัวเองตามถิ่นที่ตัวเองจากมา เช่น เมืองวะ เมืองลวง เมืองเลน เมืองกาย เมืองสาตร ที่ถนนวัวลายของเมืองเชียงใหม่เป็นหมู่บ้านของชาวไตขึนจากเชียงตุง ได้นำฝีมือหัตถกรรมการแกะสลักเครื่องเงินและเครื่องจักรสานที่จุ่มรักสีดำแล้วเขียนลวดลายออกมาเป็นเครื่องใช้และเครื่องประดับหรือพานสำหรับใส่ดอกไม้บูชาพระ-นักวิชาการสติเฟื่องของไทยอีกเช่นกัน ดันเรียกหัตถกรรมอย่างนี้อย่างไม่อายปากว่า "เครื่องเขิน" ตามกลุ่มคนที่ตัวเอง(อวด)รู้่ว่าชื่อชาวไทเขิน. ขอเรียนว่า ชาวไทเขินไม่มีในโลกนี้ไม่ว่าจะประเทศไหน ๆ ก็ไม่มีชาวไทเขิน มีแต่ชาวไตขึน และชาวไทขึนเท่านั้น บัดนี้ลูกหลานบ้านวัวลายตั้งแต่อายุ 70 ปีลงมาก็แทบจะไม่มีใครรู้ว่ารากเหง้าของตัวเองแท้ ๆ มาจากไหนเรียกตัวเองว่าอย่างไร คงเข้าใจเพียงว่า สิ่งที่ตัวเองทำอยู่คือเครื่องเงินและเครื่องเขินที่นักวิชาการสติเฟื่องยัดเยียดให้เรียกและเรียกเผ่าพันธุ์ของเขาว่าไทเขิน-ช่างน่าละอายแท้ ๆ ขอถามหน่อยว่าทำไมถึงเรียกพวกเราว่าไทเขิน มันมาจากไหน หรือท่านจะบอกว่ามันเพี้ยนเสียง-ไม่ใช่หรอก นักวิชาการสติเฟื่องในอดีต-ไม่มีความเข้าใจถึงที่มาและรากเหง้าของเราเองต่างหาก-นอกจากไตขึนในเชียงตุงแล้วรัฐฉานยังมีไตอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับไตลื้อในสิบสองปันนาประเทศจีนนั่นก็คือ "ไตยอง" ที่เรียกตัวเองว่าไตยองทั้ง ๆ ที่เป็นไตลื้อเหมือนกันก็เพราะว่าพวกเขาอยู่ในเมืองใหญ่ในรัฐฉานตะวันออกติดกับแม่น้ำโขงในเมืองที่เรียกว่า "เมืองยอง" เมื่อถูกกวาดต้อนมาอยู่หนาแน่นในเชียงราย อำเภอสันกำแพงของเชียงใหม่ อำเภอบ้านธิและป่าซางของลำพูน พวกเราจึงเรียกตัวเองว่าเป็นคนยองนั่นเอง-สรุปตามทฤษฎีส่วนตัวว่า-พวกเราคนไทยไม่ได้อพยพมาจากไหนหรอก-เราเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่อยู่ที่นี่มาเป็นพัน ๆ ปีแล้ว เราก็เปรียบเหมือนกับคนยุโรป-หรือคนจีน-ยุโรปกับจีนยังแย่กว่าเราอีกตรงที่ว่าภาษาของชาวยุโรปแต่ละประเทศเป็นคนละภาษาฟังกันไม่เข้าใจ-ภาษาจีนก็เช่นกันคนจีนแท้ ๆ ที่อยู่ต่างมณฑลกันฟังกันยังไม่เข้าใจเพียงแต่ว่าที่ประเทศจีนดีกว่ายุโรปเพราะจิ๋นซีฮ่องเต้รวบรวมรัฐทุกรัฐมาเป็นหนึ่งเดียว-เผาตำราอักษรจีนของรัฐต่าง ๆ บัีงคับให้ใช้่อักษรของรัฐฉินเพียงอย่างเดียว-จีนถึงเป็นหนึ่งเดียวมาทุกวันนี้-คนไต-ไท ก็เช่นเดียวกัน มีอยู่ในอัสสัมของอินเดีย ตอนเหนือของพม่า ตอนใต้ของหยุนหนานประเทศจีน ตอนเหนือของเวียตนาม และลาวทั้งประเทศ ประเทศไทยทั้งประเทศ-เราดีนะที่เราเผ่าไต-ไท ทุกเผ่ายังสามารถฟังภาษากันรู้เรื่อง ถ้าลองนับพื้นที่โดยรวมที่มีคนเชื้อสายไต-ไท อาศัยอยู่จะเห็นว่าเป็นพื้นที่กว้างขวางใหญ่โตมาก ลองนึกดู ว่า หาก 1 พันปีก่อน คนไท-ไต มีผู้นำอย่างจิ๋นซีฮ่องเต้ ปัจจุบัน ไต-ไท อาจเป็นประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ ที่มีพื้นที่ประเทศกว้างใหญ่ไพศาลเหมือนกับประเทศจีนก็เป็นได้ใครจะไปรู้?
หมายเหตุ-ชาวไตแต่ละกลุ่ม คือ ไตใหญ่ ไตขึน ไตยวน(ล้านนาไทย) ไตลื้อ ไตหย่า ไตฯลฯ ล้วนมีภาษาเขียนที่ไม่เหมือนกันแต่คล้ายกัน ยกเว้นภาษาเขียนของไทใหญ่ที่เหมือนกับอักษรพม่ามาก นอกนั้นเป็นอักษรที่คล้ายกัน สามารถอ่านกันได้บ้าง-นี่คือความคล้ายกับจีนในยุคก่อนจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่รัฐแต่ละรัฐมีอักษรเป็นของตัวเองแล้วถูกจิ๋นซีฮ่องเต้สถาปนาอาณาจักรจีนอันยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียว.(ลองจินตนาการดูสิแล้วจะเห็นภาพว่ามันมีความเป็นไปได้หากอดีตหวนคืนกลับไปเมื่อ1พันปีก่อน-อยากให้นักเขียนนวนิยายลองเอาจินตนาการนี้ไปพลอตเรื่องเขียนออกมาให้อ่านจังเลย.)

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ลุงหนานปั๋น วันที่ : 29/10/2010 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lungnanpun

ขอแจมข้อมูลเพิ่มเติม-รัฐฉานเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในพม่าการปกครองภายในรัฐฉานถึงแม้ว่าจะเป็นรัฐเดียวกันแต่แบ่งการปกครองเป็นอิสระจากกันภายใต้การนำของ"เจ้าฟ้า" โดยรัฐฉานแบ่งเป็น4เขตใหญ่ ๆ คือรัฐฉานเหนือ มีเมือง "ล่าเสี้ยว" เป็นเมืองเอก รัฐฉานตะวันตก มีเมือง "ต้นตีหรือต๋องกี" เป็นเมืองเอก รัฐฉานตะวันออก มีเมือง "เจียงตุ๋ง" เป็นเมืองเอก และรัฐฉานใต้มีเมือง "ยองห้วย" เป็นเมืองเอก-หลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้ว บรรดารัฐต่าง ๆ ล้วนมีความลังเลใจที่จะไปในทิศทางไหน-ในส่วนของรัฐฉานก็เกิดความคิดที่แตกแยกในบรรดาเจ้าฟ้าผู้ครองเมืองต่าง ๆ ว่าจะเข้ามารวมกับประเทศไทย หรือจะเป็นรัฐอิสระ หรือจะยังอยู่กับพม่าต่อไป-อันนี้พม่าเป็นนกรู้และถือว่าเป็นชาติที่ใหญ่กว่า-นายพลอูองซาน บิดาประเทศพม่าและบิดาของอองซาน ซูจี ได้เกลี่ยกล่อมให้เจ้าฟ้ารัฐฉาน เข้ามาร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกับพม่าโดยเรียกประเทศว่า สหภาพพม่า กัน สัก 10 ปี ก่อนดีไหม เพื่อพัฒนาประเทศร่วมกัน เมื่อพ้นกำหนด 10 ปีแล้ว รัฐใดอยากปกครองตัวเองก็ค่อยแยกออกไปเป็นประเทศใหม่-ทั้งนี้ อูอองซาน ได้เสนอให้เจ้าฟ้ารัฐฉานที่ตอนนั้นมีเจ้าฟ้า "ส่วยแต๊ก"(น่าจะเรียกว่าเจ้าฟ้าห่วยแตกมากกว่า)มีเสียงดังกว่าเพื่อน โดยล่อให้รับตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของสหภาพพม่า(โดยไม่มีอำนาจบริหาร?)เมื่อเจ้าฟ้าห่วยแตกเอ้ยส่วยแต๊กตอบตกลง บรรดารัฐอื่น ๆ ก็คล้อยตาม จึงตกลงมาทำสนธิสัญญากันที่เมือง "ป๋างโหลง" ในรัฐฉาน ใกล้ ๆ กับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรียกกันสนั่นโลกว่า "สนธิสัญญาป๋างโหลง"(ป๋างหรือปางแปลว่าแค๊มป์-โหลงหรือหลวงแปลว่าใหญ่)หรือที่คนไทยได้ยินกันว่าสนธิสัญญาปางหลวง-เป็นอันว่าบัดนั้นเป็นต้นมารัฐต่าง ๆ จึงรวมกันเป็นสหภาพพม่าด้วยความหวังอันเรืองรองว่าอีก10ปี ตรูจะได้เป็นอิสระด้วยความเจริญก้าวหน้าจากความสามัคคีระหว่างชนชาติต่าง ๆ ในสหภาพฯ และเจ้าฟ้าส่วยแต๊กก็ได้นั่งเป็นประธานาธิบดีสมใจ และแล้วเมื่อครบ10 ปี เรื่องอะไรที่พม่าจะยอมเล่าครับเมื่ออ้อยมันอยู่ในปากช้างเสียแล้ว นายพลอู เนวิน จึงจัดการเป่าอูอองซานจนดับ แล้วตั้้งตัวเป็นใหญ่ แล้่วฉีกสนธิสัญญาป๋างโหลง นั้นทิ้งไป นับแต่นั้นมาก็เป็นการเปิดฉากสงครามกลางเมืองระหว่างรัฐต่าง ๆ กับรัฐบาลทหารพม่า โดยมีนายพลเนวิน เป็นบิดาของรัฐบาลทหารพม่า ปกครองด้วยอำนาจเผด็จการมานานเกือบ20ปี จนกระทั่งนายพลทหารุ่นน้องก็เข้ามายึดอำนาจและผ่องถ่ายอำนาจไปเรื่อย ๆ ในหมู่ทหารซึ่งเป็นชนชั้นสำคัญของพม่า ที่ไม่มีคนไหนสามารถแตะต้องได้ จนมาถึงยุคนายพล ตาน ฉ่วย ในปัจจุบันนี้แล.

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
chettapat วันที่ : 29/10/2010 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chettapat
เชษฐภัทร วิสัยจร

น่าไปเยียมไปเยือนนะครับ

ผมไปเมื่อหกปีที่แล้ว
เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
บ้านพลูหลวง วันที่ : 29/10/2010 เวลา : 06.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mor

1 โหวต สำหรับcontentดีๆ หาดูอ่านได้ยากครับ...จะเป็นพระคุณยิ่งถ้าจะพอมีภาพพระบูชา พุทธศิลป์ไทยใหญ่ มาให้เรียนรู้กันบ้าง...กระผมได้แต่หาข้อมูลฝาหรั่ง และเสาะหาสะสม โดยลำพังครับ...ขอบคุณล่วงหน้าครับท่านเจ้าบ้าน.

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 29/10/2010 เวลา : 06.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

จ่าเพิ่งอ่านนวนิยาย..รัฐฉานจบ..
โหวตครับผม..

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Supawan วันที่ : 29/10/2010 เวลา : 06.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เสียดายที่ไม่ได้ไปเยือนหอคำค่ะ ..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
โคมทอง วันที่ : 29/10/2010 เวลา : 03.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

อยากไปยือนที่นี่จังเลยค่ะ โหวตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ชบาตานี วันที่ : 28/10/2010 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ติดตามาหลายentry แล้ว ชักจะอยากไปเที่ยวพม่าบ้างจังเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
cm_coffee วันที่ : 28/10/2010 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cm-arabica
"ลุงรภ"

ขอบคุณทุกท่านที่มาเยือนเป็นกำลังใจ
จะขุดคุ้ยเรื่องต่อไปในพม่ามาคุยต่อจ๊ะ..

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
lim วันที่ : 28/10/2010 เวลา : 20.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meema

น่าเที่ยวจังเลย..อิอิ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ฝนรินเดือนกันยา วันที่ : 28/10/2010 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fonrin

ภาพสวยมากค่ะ แต่ทำไมเขาถึงต้องทำหลังคาบ้านหลายชั้นด้วย ใครรู้ช่วยตอบด้วย
สวัสดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 28/10/2010 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

สวยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พี่ป๋อง วันที่ : 28/10/2010 เวลา : 18.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teetatfarm
อาชีพอิสระ.. ทุกคนสามารถทำได้        

พม่า มีสังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่แตกต่างกันมากมาย คนที่จนก็จนแทบนอนกับดิน คนที่รวยก็รวยล้นฟ้า

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Joseph วันที่ : 28/10/2010 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Joseph
God Bless You, Michael Joseph

สวยมาก ๆ ครับ

สถานที่แบบนี้ ผมยังไม่เคยไปเลย....

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
mode03 วันที่ : 28/10/2010 เวลา : 14.24 น.


ที่นั่นปลอดภัยไหมคะ..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
cm_coffee วันที่ : 28/10/2010 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cm-arabica
"ลุงรภ"

คนช่างเล่า
ประวัติ์ศาสตร์ ที่น้ำตาซึมครับ

ลูกเสือหมายเลข9
ติดบ้านเรานี่เองครับ แต่ไม่มีด่านชายแดนจ๊ะ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 28/10/2010 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ดื่มด่ำ วิถีชีวิตที่ยังบริสุทธิ์น่าเทียว
ความจริงใจมีต่อกัน รัฐฉาน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/10/2010 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อยากไปครับ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]