• นฤมิตร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-29
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 86777
  • จำนวนผู้โหวต : 54
  • ส่ง msg :
  • โหวต 54 คน
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 4 กันยายน 2551
Posted by นฤมิตร , ผู้อ่าน : 1472 , 13:10:18 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(Image from Ian Bremmer)

ภายหลังพิธีเปิดและปิดงานโอลิมปิกปี 2008 ที่ยิ่งใหญ่ของจีน ประเทศที่ได้เหรียญทอง 4 อันดับแรกคือจีน สหรัฐ รัสเซียและอังกฤษ       มี 2 ประเทศที่มีรากฐานเป็นประชาธิปไตย ส่วนอีก 2 ประเทศเป็นประเทศอดีตเผด็จการ แม้ปัจจุบัน จีนก็ยังคงมีการปกครองแบบการสั่งการจากส่วนกลาง

ปัจจัยในการได้เหรียญรางวัลของกีฬาอาจสามารถอธิบายได้จากหลายปัจจัย ทั้งกลไกการส่งเสริมและสนับสนุน (หรือบังคับ) ของรัฐ ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และจำนวนประชากรที่มีศักยภาพของประเทศ โดยปัจจัยทางการเมืองก็อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งก็ได้อธิบายว่าประเทศไหนจะรุ่งเรืองหรือรุ่งริ่ง

                ไม่ได้จะอธิบายการชนะโอลิมปิกแต่อย่างใด

แต่หนังสือ The J Curve: A New Way to Understand Why Nations Rise and Fall ที่เขียนโดย Ian Bremmer ซึ่งได้รับรางวัลหนังสือแห่งปี 2006 โดยนิตยสาร The Economist ได้พยายามอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างระดับการเปิดประเทศ (การเป็นประชาธิปไตย การติดต่อกับโลกภาพนอก) กับเสถียรภาพของรัฐ (การรับมือกับวิกฤตและการฟื้นตัวได้ของรัฐ) โดยใช้แผนภาพรูปตัว J 

ในด้านนโยบายต่างประเทศแล้วอาจแบ่งรัฐในโลกนี้เป็น 2 กลุ่ม คือ รัฐที่มีเสถียรภาพ และรัฐที่ไร้เสถียรภาพ รัฐที่มีเสถียรภาพสามารถจัดการกับวิกฤตที่เกิดกับระบบเศรษฐกิจและการเมืองได้   โดยรัฐที่มีเสถียรภาพมีทั้งรัฐที่เปิด/มีประชาธิปไตย และรัฐที่ปิด/เผด็จการ  ตัวอย่างเช่นประเทศอิรัก เกาหลีเหนือ คิวบา รัสเซียสมัยคอมมิวนิสต์ และจีนคอมมิวนิสต์ ซึ่งถือว่าประเทศเหล่านี้มีเสถียรภาพ เนื่องจากประเทศเหล่านี้ปิดกั้นตนเองต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเมืองจากภายนอก จึงไม่ค่อยเกิดวิกฤตการณ์รุนแรงในประเทศ          ในทางตรงกันข้าม รัฐที่มีสังคมเปิดอย่างเช่นสหรัฐ ญี่ปุ่น สวีเดน ก็มีเสถียรภาพเช่นกัน  เพราะว่าประเทศเหล่านี้มีเสรีภาพทางเศรษฐกิจและทางการเมืองและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ติดต่อกับประเทศอื่นๆ ประเทศเหล่านี้สามารถจัดการกับวิกฤตได้เพราะว่ามีสถาบันที่เข้มแข็ง 

โดยทั่วไปเรามักเชื่อกันว่ายิ่งเปิดประเทศยิ่งมีประชาธิปไตย ประเทศก็ยิ่งพัฒนา มีเสถียรภาพ และรับมือกับวิกฤตได้ดี แต่จากประวัติศาสตร์เราจะพบว่าประเทศเผด็จการอย่างเกาหลีเหนือ คิวบา อิรัก (ก่อนสงคราม) ก็มีเสถียรภาพสูงเช่นเดียวกัน ดังนั้น ผู้เขียนจึงเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างประชาธิปไตยกับเสถียรภาพน่าจะอยู่ในรูปของตัว J

แกนนอน (X) จะวัดระดับการเปิดของรัฐหรือระดับเสรีภาพ จากน้อยไปหามาก โดยระดับการเปิดวัดได้จากระดับการมีปฏิสัมพันธ์ของคนในรัฐทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเงินและการเมือง ตลอดจนการมีปฏิสัมพันธ์กับรัฐอื่นๆ ในโลก เมื่อเราเคลื่อนไปทางขวาของแกน ประเทศมีสังคมเปิดมากขึ้น คนในสังคมสามารถแบ่งปันความคิด แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่างๆ ได้มากขึ้น

ในขณะที่แกนตั้ง (Y) จะวัดระดับเสถียรภาพของรัฐจากต่ำไปสูง เสถียรภาพวัดจากความสามารถในการปรับตัวต่อวิกฤตทั้งภายในและภายนอกได้

เริ่มต้นจากซ้ายสุด  รัฐที่ปิดกั้นอย่างเช่นจีนและคิวบาเป็นรัฐที่มีเสถียรภาพสูง แต่เมื่อเคลื่อนมาตามแกนนอนระดับเสถียรภาพจะลดลง จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่รัฐมีระดับเสรีภาพสูงขึ้นเช่นกรณีรัฐในตะวันตก หรือพวกสหรัฐและอังกฤษ

ผู้เขียนให้ความเห็นว่ารัฐสามารถเคลื่อนย้ายจากขวาไปซ้ายหรือซ้ายไปขวาได้เสมอ  โดยจุดที่เสถียรภาพตกต่ำที่สุดคือพวกรัฐที่ล้มเหลว ซึ่งมักปิดประเทศ ไม่ยอมสร้างสังคมพลเมืองและสถาบันที่เข้มแข็ง  ตัวอย่างเช่น ประเทศ เยอรมัน ซึ่งมีรากฐานที่เคยมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง ทำให้สามารถฟื้นกลับมาได้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านการอัดฉีดเงินผ่านโครงการ Marshall Plan ส่วนในกรณีรัฐที่ไม่มีเสถียรภาพ ที่สุดแล้วจะกลายเป็นอนาธิปไตย เช่น โซมาเลีย ซึ่งถือเป็นรัฐที่ล้มเหลวแห่งหนึ่ง ที่ล้มไปเมื่อปี 1991 จากสงครามกลางเมือง โดยมีการฆ่าระหว่างเผ่าพันธุ์ ส่งผลทำให้มีคนเสียชีวิตไปกว่าห้าแสนคน

เมื่อรัฐรอดพ้นจากวิกฤต รั ฐสามารถเคลื่อนย้ายไปทั้งด้านซ้ายของแกนกลับไปสู่การปิดหรือย้ายไปทางขวาไปสู่การเปิดก็ได้ เช่น  กรณีจีน ย้ายไปทางซ้ายภาพหลังเหตุการณ์นองเลือด ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน นำไปสู่การปิดการติดต่อจากโลกภายนอก  ส่วนปัจจุบัน จีนย้ายไปทางขวาโดยการเข้าไปสมาชิกองค์การการค้าโลกและเปิดประเทศจัดพิธีแข่งขันโอลิมปิกอันยิ่งใหญ่    ประเทศแอฟริกาใต้เป็นอีกตัวอย่างที่เลือกการเปิดเสรีภาพในประเทศมากขึ้นเพื่อจัดการผลที่ตามมาจากปัญหาการแบ่งแยกสีผิว

ผู้นำที่อยู่จุดต่ำสุดของเส้นโค้งมักพยายามอยู่ในอำนาจต่อไป โดยไม่เสี่ยงที่จะปฏิรูประบบโดยเคลื่อนไปทางขวา หากไม่แน่ใจว่าตนจะอยู่ในอำนาจต่อไป

                อย่างไรก็ตาม “All states on the left side of the J curve are eventually headed for instability and fundamental change, because repression and isolation from the outside world cannot be maintained forever”


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน